<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" href="https://prnewsplus.com/assets/xsl/rss.xsl"?>
<rss version="2.0"
     xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
     xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
     xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
     xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/">
    <channel>
        <title>PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส - ข่าวทั้งหมด</title>
        <link>https://prnewsplus.com</link>
        <description>ศูนย์รวมข่าวประชาสัมพันธ์ธุรกิจ เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์ - แพลตฟอร์ม PR Subscription สำหรับ SME และเอเจนซี่</description>
        <language>th</language>
        <copyright>Copyright 2026 PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส. All rights reserved.</copyright>
        <managingEditor>pr@prnewsplus.com (PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส)</managingEditor>
        <webMaster>pr@prnewsplus.com (PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส)</webMaster>
        <lastBuildDate>Sat, 25 Jul 2026 23:03:19 +0700</lastBuildDate>
        <generator>PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส</generator>
        <docs>https://www.rssboard.org/rss-specification</docs>
        <ttl>60</ttl>

        <image>
            <url>https://prnewsplus.com/assets/images/logo.png</url>
            <title>PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส</title>
            <link>https://prnewsplus.com</link>
            <width>144</width>
            <height>40</height>
        </image>

        <atom:link href="https://prnewsplus.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml"/>

        <item>
            <title>“79 ปี อ.อ.ป.” มุ่งขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนสวนป่าเศรษฐกิจ ร่วมกับชุมชน...</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4282-79-ปี-ออป-มุ่งขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้แนวคิด-ขับเคลื่อนสวนป่าเศรษฐกิจ-ร่วมกับชุมชน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4282-79-ปี-ออป-มุ่งขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้แนวคิด-ขับเคลื่อนสวนป่าเศรษฐกิจ-ร่วมกับชุมชน</guid>
            <pubDate>Sat, 25 Jul 2026 16:30:02 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Benchamakorn Manoi</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[อ.อ.ป. จัดงานวันสถาปนาองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ครบรอบปีที่ 79 ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนสวนป่าเศรษฐกิจ ร่วมกับชุมชน สร้างความยั่งยืน”...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify"><strong> </strong>วันนี้ (24 กรกฎาคม 2569) องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) นำโดย <strong>นายชนุดม เพชรสังข์ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงาน อ.อ.ป.</strong> จัดงานวันสถาปนาองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ครบรอบปีที่ 79 ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนสวนป่าเศรษฐกิจ ร่วมกับชุมชน สร้างความยั่งยืน” โดยกิจกรรมในปีนี้ประกอบด้วย พิธีสักการะศาลพระชัยมงคล , พิธีบวงสรวงช้างประจำ อ.อ.ป. , พิธีสักการะรูปปั้น ศ.ดร.อำนวย คอวนิช , พิธีบูชาพระรัตนตรัยและถวายอาหารเพลแด่พระสงฆ์ 9 รูป พิธีสดุดีวีรชน พิธีมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ และเข็มเชิดชูเกียรติ รวมถึงพิธีมอบรางวัลประกวดสวนป่าดีเด่น ประจำปี 2568 ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (สำนักงานกลาง) กรุงเทพฯ</p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify">ในโอกาสเดียวกันนี้ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ได้รับเกียรติจากผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด ทส. ภาครัฐและเอกชน รวมถึงอดีตผู้บริหาร อ.อ.ป. เข้าร่วมแสดงความยินดี และบริจาคเงินสมทบทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนรอบสวนป่า อ.อ.ป. ทั่วประเทศอีกด้วย </p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a6330d0a93fd_1784885456.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a6330d0a93fd_1784885456.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>รับวุฒิบัตรผู้ผ่านการอบรม</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4281-รับวุฒิบัตรผู้ผ่านการอบรม</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4281-รับวุฒิบัตรผู้ผ่านการอบรม</guid>
            <pubDate>Sat, 25 Jul 2026 15:05:01 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Dept.Human Resources</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[นายทรงพล ผาสุข กรรมการบริหาร บริษัท ซีเอเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รับวุฒิบัตรผู้ผ่านการอบรม หลักสูตร “นักการค้ามืออาชีพยุคใหม่ Smart Professional Entrepreneur SPE 14”...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>นายทรงพล ผาสุข กรรมการบริหาร บริษัท ซีเอเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รับวุฒิบัตรผู้ผ่านการอบรม หลักสูตร “นักการค้ามืออาชีพยุคใหม่ Smart Professional Entrepreneur SPE 14” จากนายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ณ ศูนย์ประชุมกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a631cc18dd67_1784880321.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a631cc18dd67_1784880321.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>7 เส้นทางท่องเที่ยวอยุธยาที่อินฟลูเอนเซอร์ไม่เคยพาไป แต่คนท้องถิ่นบอกว่าดีที่สุด</title>
            <link>https://prnewsplus.com/travel/4275-7-เส้นทางท่องเที่ยวอยุธยาที่อินฟลูเอนเซอร์ไม่เคยพาไป-แต่คนท้องถิ่นบอกว่าดีที่สุด</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/travel/4275-7-เส้นทางท่องเที่ยวอยุธยาที่อินฟลูเอนเซอร์ไม่เคยพาไป-แต่คนท้องถิ่นบอกว่าดีที่สุด</guid>
            <pubDate>Sat, 25 Jul 2026 12:00:01 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ท่องเที่ยว / โรงแรม</category>
            <description><![CDATA[ไปอยุธยามาแล้วกี่ครั้ง แต่ยังรู้สึกว่ายังไม่ได้เที่ยว "จริงๆ" สักที? เพราะเส้นทางที่อินฟลูพาไปกับที่คนท้องถิ่นแนะนำ มันคนละโลกกันเลย บทความนี้เปิด 7 จุดที่คนในพื้นที่รู้จักดี แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังไม่เคยแตะ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ไปอยุธยามาแล้ว 3 ครั้ง แต่ยังรู้สึกว่ายังไม่ได้เที่ยว "จริงๆ" สักที — นี่ไม่ใช่ความรู้สึกของคุณคนเดียว เส้นทางท่องเที่ยวอยุธยาที่อินฟลูเอนเซอร์นำเสนอซ้ำๆ อย่างวัดใหญ่ชัยมงคลหรืออุทยานประวัติศาสตร์ เป็นแค่ "หน้าปก" ของเมืองนี้เท่านั้น ด้านในยังมีเลเยอร์ที่ลึกกว่านั้นมาก และคนท้องถิ่นเท่านั้นที่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน</p>

<h2>ทำไมเส้นทางท่องเที่ยวอยุธยาแบบ "นอกสคริปต์" ถึงน่าสนใจกว่า?</h2>
<p>อยุธยาได้รับฉายา "เวนิสตะวันออก" ด้วยความเป็นเกาะกลางแม่น้ำที่มีแม่น้ำสามสายล้อมรอบ เมืองมรดกโลกแห่งนี้มีมิติซ่อนอยู่มากกว่าที่ฟีด Instagram บอก</p>
<p>ปัญหาคือ อินฟลูเอนเซอร์ส่วนใหญ่วนซ้ำจุดเดิม ทำให้นักท่องเที่ยวแออัดในวัด 5–6 แห่ง ขณะที่สถานที่อีกหลายสิบแห่งนอนเงียบรอคนมาค้นพบ บทความนี้จึงขอเปรียบให้เห็นชัด:</p>

<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>เส้นทางอินฟลูเอนเซอร์</th>
      <th>เส้นทางคนท้องถิ่น</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td>วัดใหญ่ชัยมงคล / อุทยานประวัติศาสตร์</td>
      <td>วัดพระงาม "ประตูแห่งกาลเวลา"</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ตลาดน้ำดังระดับชาติ</td>
      <td>ตลาดน้ำอโยธยา ชุมชนริมน้ำวิถีพื้นถิ่น</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>นั่งรถสามล้อรอบเกาะเมือง</td>
      <td>ล่องเรือคลาสสิก Wonder Blue ชมวัดไชยวัฒนาราม</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>วัดหลักในเขตอุทยาน</td>
      <td>วัดตะไกร / วัดกุฎีดาว วัดร้างนอกแผนที่</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ช่วงกลางวันแดดจ้า</td>
      <td>ช่วงเย็น–พลบค่ำ แสงทองสวยที่สุด</td>
    </tr>
  </tbody>
</table>

<h2>7 เส้นทางท่องเที่ยวอยุธยาที่คนท้องถิ่นแนะนำ</h2>

<h3>1. วัดพระงาม — "ประตูแห่งกาลเวลา" ที่มีแค่ 13 คนเคยบันทึก</h3>
<p>ตำบลบ้านป้อม มีซุ้มประตูวัดเก่าแก่ที่รากต้นโพธิ์อายุกว่า 100 ปี ค่อยๆ เลื้อยพันโอบรัดทั้งหมดจนดูเหมือนประตูทะลุมิติ ชื่อ "ประตูแห่งกาลเวลา" มาจากภาพที่แสงสีทองช่วงเย็นสาดผ่านซุ้ม — มันสวยแบบที่ต้องไปเห็นเอง</p>
<p>ข้อมูลจาก Trip.com ระบุว่ามีนักท่องเที่ยวเพียง <strong>13 คน</strong> ที่มีส่วนร่วมกับ Trip Moment ณ สถานที่นี้ เทียบกับวัดหลักที่นับพันทุกวัน นี่คือนิยามของ "ลับจริง"</p>
<p><strong>เวลาเปิด:</strong> 08.00–16.30 น. | <strong>ทิปส์:</strong> ไปช่วง 15.00–16.00 น. เพื่อให้ทันแสงทองก่อนปิด</p>

<h3>2. วัดตะไกร (วัดท่ายัก) — ฟีลพุกามกลางอยุธยา</h3>
<p>คนในพื้นที่เรียกว่า "วัดท่ายัก" จุดต่างจากวัดร้างทั่วไปคือ <strong>มณฑปสี่เหลี่ยม</strong> ที่ยังพอมองออกถึงรูปแบบเดิม โครงสร้างให้ฟีลพุกามอย่างชัดเจน ด้านในเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืน</p>
<p>สถานที่นี้ยังไม่ปรากฏในคอนเทนต์อินฟลูเอนเซอร์กระแสหลัก แต่กำลังได้รับความสนใจจากกลุ่มคนรักประวัติศาสตร์และโบราณคดีโดยเฉพาะ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ภาพถ่ายที่แตกต่าง</p>

<h3>3. ชุมชนหมู่บ้านโปรตุเกส — ย่านเงียบที่มีประวัติศาสตร์ 500 ปี</h3>
<p>ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ตรงข้ามหมู่บ้านญี่ปุ่น คือชุมชนที่มีรากลึกถึงปี พ.ศ. 2054 เมื่อโปรตุเกสส่งทูตเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ชาวโปรตุเกสบางส่วนยังมาเป็นทหารอาสาให้ความช่วยเหลือแก่ชาวอยุธยา และมีการสร้างโบสถ์เพื่อเป็นศูนย์กลางชุมชน</p>
<p>ปัจจุบันย่านนี้เงียบสงบกว่าโซนเกาะเมืองมาก คนท้องถิ่นแนะนำให้เดินสำรวจแบบ slow travel ซึมซับบรรยากาศโดยไม่ต้องรีบ</p>

<h3>4. หมู่บ้านญี่ปุ่น — เช่าชุด เดินริมน้ำ ชมนิทรรศการมัลติมีเดีย</h3>
<p>ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา และอยู่ติดกับหมู่บ้านอังกฤษและหมู่บ้านดัตช์ หมู่บ้านแห่งนี้อัปเกรดนิทรรศการเกี่ยวกับ <strong>ยามาดะ นางามาซะ</strong> และ <strong>ท้าวทองกีบม้า</strong> ด้วยเทคโนโลยีมัลติมีเดียสมัยใหม่ทำให้ประวัติศาสตร์ดูมีชีวิต</p>
<p>จุดขายที่อินฟลูมักข้ามไปคือ <strong>บริการเช่าชุดญี่ปุ่น</strong> เดินถ่ายรูปในหมู่บ้าน พร้อมโซนริมแม่น้ำและศาลาริมน้ำที่ลมเย็นสบายโดยเฉพาะช่วงเย็น</p>
<p><strong>เวลาเปิด:</strong> จันทร์–ศุกร์ 09:30–17:00 น. | เสาร์–อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 08:30–18:00 น. | <strong>ค่าเข้า:</strong> 50 บาท</p>

<h3>5. วัดกุฎีดาว — โบราณสถานสายมูเตลู ตำนานปู่โสมเฝ้าทรัพย์</h3>
<p>ในยุคที่สายมูเตลูเป็นเทรนด์แรงที่สุดในปี 2569 วัดกุฎีดาวคือหมุดหมายที่คนท้องถิ่นรู้จักดีแต่นักท่องเที่ยวยังไม่ค้นพบ วัดเก่าแก่แห่งนี้มีตำนาน <strong>"ปู่โสมเฝ้าทรัพย์"</strong> วิญญาณผู้คุ้มครองสมบัติและโชคลาภที่เล่าขานกันมายาวนาน</p>
<p>คนที่มาขอพรที่นี่ว่ากันว่าขอเรื่องความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรือง วัดนี้ปรากฏในรายการแนะนำของคนท้องถิ่นอยุธยาแต่แทบไม่เคยถูกหยิบมาทำคอนเทนต์กระแสหลัก — นี่คือนิยามของ hidden gem แท้ๆ</p>

<h3>6. ล่องเรือ Wonder Blue Classic Boathouse — มิติใหม่ชมมรดกโลกทางน้ำ</h3>
<p>"The Wonder Blue Classic Boathouse Ayutthaya" คือแลนด์มาร์กที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ใจกลางเมืองมรดกโลก เป็น One-Stop-Destination สำหรับประสบการณ์ล่องเรือคลาสสิก</p>
<p>เส้นทางนี้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมมากกว่าอินฟลูไทย จุดเด่นคือได้มองเห็น <strong>วัดไชยวัฒนาราม</strong> จากฝั่งแม่น้ำ ราวกับภาพวาดเคลื่อนไหว โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกที่แสงสีส้มทอดยาวบนผิวน้ำ คนในพื้นที่บอกตรงกันว่านี่คือมุมที่ไม่ควรพลาด</p>

<h3>7. ตลาดน้ำอโยธยา — วิถีพื้นถิ่น อิ่มท้อง อิ่มตา</h3>
<p>ไม่ใช่ตลาดน้ำสำหรับนักท่องเที่ยว แต่เป็นตลาดชุมชนที่มีชีวิต ภายในมีทั้ง <strong>ก๋วยเตี๋ยวเรือ ผัดไทย ขนมไทยโบราณ</strong> ร้านสินค้า OTOP ร้านนวดเพื่อสุขภาพ และบริการล่องเรือชมบรรยากาศรอบตลาด</p>
<p>ที่พิเศษกว่าตลาดน้ำดังๆ คือยังมีการแสดงวัฒนธรรมไทยสด บรรยากาศเป็นกันเอง และราคายังเป็นมิตร คนท้องถิ่นแนะนำให้มาช่วงเช้าตรู่เพื่อเห็นวิถีชีวิตที่แท้จริงก่อนที่นักท่องเที่ยวจะเริ่มทยอยมา</p>

<h2>ทิปส์จริงจากคนท้องถิ่น ก่อนออกเดินทาง</h2>
<ul>
  <li><strong>ช่วงเวลาทอง:</strong> วัดและริมน้ำสวยที่สุดช่วงเย็น–พลบค่ำ / ตลาดชุมชนดีที่สุดช่วงเช้าตรู่</li>
  <li><strong>การเดินทาง:</strong> จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาแค่ 1–1.5 ชั่วโมง เหมาะกับทริปแบบไปเช้า-เย็นกลับ หรือค้างคืน 1 คืน</li>
  <li><strong>กิจกรรมที่ควรลอง:</strong> ปั่นจักรยานรอบเกาะเมือง ล่องเรือตอนเย็น เดินตลาดชุมชน</li>
  <li><strong>ที่พัก:</strong> เลือกโรงแรมสไตล์ boutique/heritage ริมแม่น้ำหรือใกล้ย่านเกาะเมือง เพื่อให้เข้าถึงทุกจุดได้สะดวกโดยไม่ต้องขับรถไกล</li>
  <li><strong>เทรนด์ 2569:</strong> slow travel + สายมูเตลู + ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ชุมชน กำลังมาแรง เส้นทางเหล่านี้ตอบโจทย์ครบ</li>
</ul>

<p>อยุธยาเมืองมรดกโลกมีมากกว่าที่อินฟลูเอนเซอร์พาไป ถ้าอยากสัมผัสกรุงเก่าแบบที่คนท้องถิ่นภูมิใจ ลองหักเลี้ยวออกนอกเส้นทางสักครั้ง — แล้วคุณจะพบว่าอยุธยายังมีเรื่องราวให้ค้นหาอีกมากมาย</p>

<h3>แหล่งอ้างอิง</h3>
<ul>
  <li><a href="https://roijang.com/%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%A2%E0%B8%B2/">Roijang — ที่เที่ยวอยุธยา</a></li>
  <li><a href="https://www.checkinchill.com/en/content/ayutthaya-travel">Checkin Chill — Ayutthaya Travel Guide</a></li>
  <li><a href="https://travel.trueid.net/detail/aOjpMo04XNmG">TrueID Travel — อยุธยา</a></li>
  <li><a href="https://www.marumura.com/2026-hanami-festival-japanese-village/">Marumura — Japanese Village Ayutthaya</a></li>
  <li><a href="https://www.sayhithailand.com/th/Ayutthaya/thailand_view.php?pro_id=1453">Say Hi Thailand — อยุธยา</a></li>
  <li><a href="https://mgronline.com/travel/detail/9680000018228">MGR Online — ท่องเที่ยวอยุธยา</a></li>
  <li><a href="https://guide.michelin.com/th/th/article/travel/a-guide-to-ayutthaya-michelin-guide">Michelin Guide — A Guide to Ayutthaya</a></li>
  <li><a href="https://www.drivehub.com/blog/ayutthaya-temples/">Drivehub — วัดอยุธยา</a></li>
  <li><a href="https://th.trip.com/moments/detail/phra-nakhon-si-ayutthaya-1187-134171172/">Trip.com — วัดพระงาม Trip Moment</a></li>
</ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a61f25d0d502.png" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a61f25d0d502.png" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>อบต.เด่นใหญ่แจงรับฟังความเห็นขอใบอนุญาต อภ.2 ไม่ใช่ประชามติ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/4280-อบตเด่นใหญ่แจงรับฟังความเห็นขอใบอนุญาต-อภ2-ไม่ใช่ประชามติ</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/4280-อบตเด่นใหญ่แจงรับฟังความเห็นขอใบอนุญาต-อภ2-ไม่ใช่ประชามติ</guid>
            <pubDate>Sat, 25 Jul 2026 11:35:01 +0700</pubDate>
            <dc:creator>บริษัท พันธุ์ธิดา เมจิก เอ็นเนอยี่ จำกัด</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[นายก อบต.เด่นใหญ่ ระบุเวทีมีเป้าหมายรวบรวมข้อมูลประกอบการพิจารณาตามกฎหมาย ขณะที่ผู้ประกอบการเสนอให้ตรวจสอบระบบทะเบียน การต่ออายุใบอนุญาต และการจัดเก็บค่าธรรมเนียม พร้อมเตรียมส่งข้อเสนอเชิงระบบให้ สตง....]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 23 ก.ค.69 เวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับคำขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (อภ.2) ของกิจการคัดแยกวัสดุเหลือใช้เพื่อส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ต.เด่นใหญ่ อ.หันคา จ.ชัยนาท จัดขึ้นที่ศาลาการเปรียญวัดหนองแจง โดยมีประชาชน ผู้นำชุมชน ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการเข้าร่วมรับฟังข้อมูลและแสดงความคิดเห็นตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง</p><p><br></p><p>ร.ต.ท.ธนวัฒน์ เร่งทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเด่นใหญ่ ในฐานะประธานการประชุม ชี้แจงว่า เวทีดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังข้อเท็จจริง ความคิดเห็น และข้อกังวลจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาคำขออนุญาตตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยย้ำว่า เวทีดังกล่าวไม่ใช่การทำประชามติ และไม่ใช่การลงมติว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตกิจการ</p><p><br></p><p>นายก อบต.ระบุว่า ความคิดเห็นของประชาชนเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลประกอบการพิจารณา ร่วมกับผลการตรวจสถานประกอบกิจการ เอกสารประกอบคำขอ ข้อบัญญัติท้องถิ่น ข้อกำหนดตามกฎหมาย และข้อมูลทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการตัดสินใจต้องอยู่บนข้อเท็จจริงและเหตุผลที่สามารถตรวจสอบได้</p><p><br></p><p>ด้านผู้แทนบริษัท พันธุ์ธิดา เมจิก เอ็นเนอยี่ จำกัด ชี้แจงว่า กิจการดำเนินธุรกิจรับซื้อหรือรับประมูลวัสดุเหลือใช้จากภาคอุตสาหกรรมที่ยังสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ก่อนส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล โดยระบุว่างานคัดแยกส่วนใหญ่ดำเนินการภายในโรงงานของลูกค้า และวัสดุที่นำเข้าสถานประกอบการอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมของกิจการ</p><p><br></p><p>ผู้แทนบริษัทยังชี้แจงเพิ่มเติมว่า กิจการไม่ได้รับขยะชุมชน ขยะเปียก สิ่งปฏิกูล หรือขยะจากรถเก็บขยะเพื่อการกำจัดหรือฝังกลบ และไม่ได้เปิดรับซื้อวัสดุจากประชาชนทั่วไป</p><p>ภายหลังการชี้แจงลักษณะกิจการ ผู้ประกอบการได้เสนอประเด็นเชิงระบบ โดยเห็นว่าหากกิจการหนึ่งต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย ทั้งการตรวจสถานที่ การรับฟังความคิดเห็น และการพิจารณาเอกสาร กิจการอื่นที่เข้าข่ายประเภทเดียวกันก็ควรได้รับการสำรวจ ตรวจสอบ การติดตามการต่ออายุใบอนุญาต และการจัดเก็บค่าธรรมเนียมภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกัน</p><p><br></p><p>ข้อเสนอของผู้ประกอบการครอบคลุมประเด็น เช่น การมีทะเบียนกิจการที่เข้าข่ายต้องขอใบอนุญาต การติดตามสถานะใบอนุญาตที่ยังมีผลหรือหมดอายุ การตรวจสถานประกอบกิจการ และการจัดเก็บค่าธรรมเนียมให้สอดคล้องกับข้อบัญญัติและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง</p><p><br></p><p>ทั้งนี้ ผู้ประกอบการระบุว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นการเสนอให้มีการตรวจสอบเชิงระบบเพื่อประเมินความครบถ้วนของฐานข้อมูลและกระบวนการบริหารจัดการ มิใช่ข้อกล่าวหาว่ามีการกระทำผิด การทุจริต หรือการสูญหายของรายได้แผ่นดิน และยังไม่มีข้อเท็จจริงที่ยืนยันว่าประเด็นความเสี่ยงที่ยกตัวอย่างได้เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลเด่นใหญ่</p><p><br></p><p>ผู้ประกอบการเปิดเผยเพิ่มเติมว่า อยู่ระหว่างจัดทำข้อเสนอเพื่อส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พิจารณาใช้ประกอบการประเมินความเสี่ยงด้านระบบทะเบียนใบอนุญาต การต่ออายุ การตรวจสถานประกอบกิจการ และการจัดเก็บค่าธรรมเนียมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภาพรวม</p><p><br></p><p>ตามข้อเสนอ ระบุว่าไม่ได้มีวัตถุประสงค์ให้ สตง.เข้าไปวินิจฉัยผลการอนุญาตของผู้ประกอบการรายใด หรือชี้ว่ามีเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานใดกระทำผิด แต่เสนอให้ประเมินประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการและการเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อใช้ประกอบการวางแผนตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่</p><p><br></p><p>สำหรับประเด็นที่คาดว่าจะมีการติดตามหลังเวทีรับฟังความคิดเห็น ได้แก่ แนวทางการจัดทำรายงานการประชุม การนำความคิดเห็นของประชาชนไปประกอบการพิจารณาร่วมกับข้อเท็จจริงและหลักฐาน การกำหนดกรอบเวลาพิจารณาคำขอ ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับทะเบียนใบอนุญาตและการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด</p><p><br></p><p>กรณีดังกล่าวจึงได้รับความสนใจในฐานะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกระบวนการตามกฎหมายของคำขอใบอนุญาตเฉพาะราย ควบคู่กับข้อเสนอให้พิจารณาระบบการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายในภาพรวม โดยยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับผลการพิจารณาคำขอใบอนุญาต และยังไม่มีหน่วยงานใดวินิจฉัยว่ามีการกระทำผิดหรือความบกพร่องตามที่มีการตั้งข้อสังเกตดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a62eb3b5ee3b_1784867643.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a62eb3b5ee3b_1784867643.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Growth Stack EP.1: AI ช่วยเขียน — ตัวไหนคุ้มจ่ายจริงในปี 2026</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/4284-growth-stack-ai-writing</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/4284-growth-stack-ai-writing</guid>
            <pubDate>Sat, 25 Jul 2026 10:00:01 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[ตลาด AI ช่วยเขียนตอนนี้แบ่งเป็นสองสายชัดเจน: ผู้ช่วยอเนกประสงค์ อย่าง ChatGPT หรือ Claude ที่จ่ายครั้งเดียวใช้ได้ทุกงาน กับ แพลตฟอร์มเฉพาะทางการตลาด อย่าง Jasper หรือ Writesonic......]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><em>หมวด: AI ช่วยเขียน | อัปเดตราคาล่าสุด ณ เดือนกรกฎาคม 2026</em></p>
<p><em>ประกาศความโปร่งใส: บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร (affiliate) กับบางเครื่องมือที่รีวิว ค่าตอบแทนที่อาจได้รับไม่มีผลต่อคะแนนหรือลำดับการแนะนำ</em></p>
<h2>ปัญหาที่ทีมการตลาดเจอจริง</h2>
<p>ตลาด AI ช่วยเขียนตอนนี้แบ่งเป็นสองสายชัดเจน: <strong>ผู้ช่วยอเนกประสงค์</strong> อย่าง ChatGPT หรือ Claude ที่จ่ายครั้งเดียวใช้ได้ทุกงาน กับ <strong>แพลตฟอร์มเฉพาะทางการตลาด</strong> อย่าง Jasper หรือ Writesonic ที่มีเทมเพลตและระบบ SEO ในตัว แต่ราคาสูงกว่าและบางเจ้าเปลี่ยนโมเดลธุรกิจไปไกลจากที่เคยเป็น</p>
<p>เราลองใช้งานจริงกับงานที่ทีมการตลาดทำทุกวัน — แคปชันโซเชียล, อีเมล, บทความ SEO — แล้วเทียบทั้งคุณภาพงานและราคาที่จ่ายจริง</p>
<h2>ตารางเทียบราคาแบบเร็ว</h2>
<div class="overflow-x-auto"><table><thead><tr><th>เครื่องมือ</th><th>ราคาเริ่มต้น</th><th>จุดเด่น</th><th>เหมาะกับใคร</th></tr></thead><tbody><tr><td>ChatGPT Plus</td><td>~20 ดอลลาร์/เดือน</td><td>ใช้งานได้หลากหลายที่สุด</td><td>คนทำงานคนเดียว เขียนได้ทุกแบบ</td></tr><tr><td>Claude Pro</td><td>~20 ดอลลาร์/เดือน</td><td>คุณภาพงานเขียนยาวและมีน้ำเสียงดีที่สุด</td><td>บทความยาว งานที่ต้องการโทนเสียงเฉพาะ</td></tr><tr><td>Jasper</td><td>ราคาต่อที่นั่งแบบทีม</td><td>ควบคุม brand voice ได้ทั้งทีม</td><td>ทีมการตลาดที่ต้องรักษาโทนแบรนด์ให้ตรงกัน</td></tr><tr><td>Writesonic</td><td>เริ่มต้นหลักสิบเหรียญ</td><td>เทมเพลต SEO เยอะ ราคาจับต้องได้</td><td>ทีมเล็กที่เน้นบทความ SEO ปริมาณมาก</td></tr><tr><td>Rytr</td><td>เริ่มต้นหลักสิบเหรียญ มีแผนฟรี</td><td>ถูกที่สุดในกลุ่มที่ใช้งานได้จริง</td><td>ฟรีแลนซ์ งบจำกัด งานเบา ๆ</td></tr><tr><td>Copy.ai</td><td>เปลี่ยนไปเป็นแพลตฟอร์ม GTM ราคาเริ่มหลักพันเหรียญ</td><td>อัตโนมัติงานขายทั้งกระบวนการ</td><td>องค์กรที่ต้องการระบบ sales automation ไม่ใช่แค่เขียนคอนเทนต์</td></tr></tbody></table></div>
<h2>รีวิวรายตัว</h2>
<h3>ChatGPT Plus — เริ่มต้นดีที่สุดถ้ายังไม่รู้จะเลือกอะไร</h3>
<p>ครอบคลุมงานเขียนแทบทุกประเภทในราคาเดียว จุดที่ต้องระวังคือโทนงานเขียนค่อนข้างเป็นกลาง ต้องปรับพรอมต์เองถ้าต้องการน้ำเสียงแบรนด์ที่ชัดเจน</p>
<h3>Claude Pro — ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับงานเขียนยาวที่ต้องมีน้ำเสียง</h3>
<p>เหมาะกับบทความยาว คอนเทนต์ที่ต้องรักษาอารมณ์และโทนตลอดทั้งชิ้น จุดอ่อนคือไม่มีเทมเพลตสำเร็จรูปสำหรับงานการตลาดโดยเฉพาะเหมือนเครื่องมือเฉพาะทาง</p>
<h3>Jasper — คุมโทนแบรนด์ได้ทั้งทีม แต่ราคาต่อที่นั่งสูง</h3>
<p>จุดขายหลักคือระบบ brand voice ที่ทำให้ทุกคนในทีมเขียนออกมาสอดคล้องกัน คุ้มก็ต่อเมื่อมีทีมหลายคนใช้งานพร้อมกันจริง ถ้าใช้คนเดียวจะจ่ายแพงเกินความจำเป็น</p>
<h3>Writesonic — งบจำกัดแต่ต้องการเทมเพลต SEO</h3>
<p>มีเครื่องมือย่อยเยอะทั้งตัวสร้างหัวข้อ ตัวถอดความ และสรุปบทความ ราคาระดับเริ่มต้นจับต้องได้ เหมาะกับทีมที่ผลิตบทความ SEO ปริมาณมากแต่งบไม่สูง</p>
<h3>Rytr — ตัวเลือกงบประหยัดที่สุดที่ยังใช้งานได้จริง</h3>
<p>มีแผนฟรีถาวรให้ทดลองก่อนตัดสินใจ เหมาะกับฟรีแลนซ์หรือธุรกิจขนาดเล็กที่ยังไม่พร้อมจ่ายเครื่องมือราคาสูง</p>
<h3>Copy.ai — ไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับทีมเล็กอีกต่อไป</h3>
<p>เครื่องมือนี้ปรับโมเดลธุรกิจไปเป็นแพลตฟอร์มระบบขายอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ราคาข้ามจากแผนแชทพื้นฐานไปแผนระดับองค์กรแบบก้าวกระโดด ไม่แนะนำถ้าเป้าหมายแค่ต้องการตัวช่วยเขียนคอนเทนต์</p>
<h2>สรุป: เลือกยังไงให้คุ้ม</h2>
<ul><li><strong>ทำงานคนเดียว งบจำกัด</strong> → เริ่มที่ ChatGPT Plus หรือ Claude Pro ตัวใดตัวหนึ่งก่อน ยังไม่ต้องซื้อเครื่องมือเฉพาะทาง</li><li><strong>ทีมหลายคน ต้องคุมโทนแบรนด์</strong> → Jasper คุ้มก็ต่อเมื่อมีคนใช้งานพร้อมกันหลายที่นั่ง</li><li><strong>เน้นบทความ SEO ปริมาณมาก งบไม่สูง</strong> → Writesonic</li><li><strong>งบน้อยที่สุด อยากลองฟรีก่อน</strong> → Rytr</li></ul>
<p>หลักที่ใช้ได้เสมอ: อย่าซื้อเครื่องมือเฉพาะทางก่อนรู้ว่างานจริงของทีมต้องการอะไร ลองผู้ช่วยอเนกประสงค์ราคา 20 ดอลลาร์/เดือนไปก่อนสักเดือน แล้วค่อยตัดสินใจว่าคุ้มจะขยับไปเครื่องมือที่แพงขึ้นหรือไม่</p>
<p><em>EP ถัดไปในซีรีส์ Growth Stack: AI ทำภาพและวิดีโอ — เครื่องมือไหนคุ้มสำหรับแคมเปญที่ต้องผลิตภาพเยอะและเร็ว</em></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a63a762a25d4_1784915810.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a63a762a25d4_1784915810.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>เทียบ 5 สายรัดสุขภาพ 2569 Fitbit Air vs Xiaomi vs Samsung</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/4231-เทยบ-5-สายรดสขภาพ-2569-fitbit-air-vs-xiaomi-vs-samsung</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/4231-เทยบ-5-สายรดสขภาพ-2569-fitbit-air-vs-xiaomi-vs-samsung</guid>
            <pubDate>Sat, 25 Jul 2026 09:00:03 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[สายรัดสุขภาพปี 2569 มีตั้งแต่พันกว่าบาทถึงเกือบหมื่น เทียบชัดๆ 5 รุ่น Fitbit Air, Xiaomi Smart Band 10, Galaxy Fit3, Huawei Band 10 และ HONOR Band 9 ราคาไทยจริง แบต เซนเซอร์ และใครควรซื้อรุ่นไหน...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ตลาดสายรัดสุขภาพปี 2569 แข่งกันดุที่สุดในรอบหลายปี ฝั่งหนึ่งคือแบรนด์ที่ทำราคาต่ำกว่า 2,000 บาทพร้อมจอ AMOLED เต็มรูปแบบ อีกฝั่งคือ Google ที่ฉีกแนวด้วย Fitbit Air สายรัดไร้หน้าจอที่ใช้ AI เป็นจุดขาย บทความนี้เทียบให้ครบทั้ง 5 รุ่นที่คนไทยหาซื้อได้จริง ด้วยราคาไทยจริง ณ เดือนกรกฎาคม 2569</p><p><strong>สรุปสั้นๆ สำหรับคนรีบ:</strong> งบจำกัดเอาคุ้ม — Xiaomi Smart Band 10 (เปิดตัว 1,449 บาท แบต 21 วัน) | อยู่ในระบบ Samsung — Galaxy Fit3 (1,990 บาท) | ชอบวัดความเครียด/อารมณ์ — Huawei Band 10 | งบต่ำสุด — HONOR Band 9 | อยากได้ประสบการณ์ไร้จอ + โค้ช AI และรับความเสี่ยงเครื่องหิ้วได้ — Fitbit Air</p><h2>ตารางเปรียบเทียบสเปคหลัก 5 รุ่น</h2><table><thead><tr><th>หัวข้อ</th><th>Fitbit Air</th><th>Xiaomi Band 10 ⭐</th><th>Galaxy Fit3</th><th>Huawei Band 10</th><th>HONOR Band 9</th></tr></thead><tbody><tr><td>ราคาไทย</td><td>หิ้ว ~3,700-9,990 บาท</td><td>เปิดตัว 1,449 บาท</td><td>เปิดตัว 1,990 บาท</td><td>ปกติ 1,699 บาท</td><td>ค้าปลีก ~1,899 บาท</td></tr><tr><td>หน้าจอ</td><td>ไม่มี (screenless)</td><td>AMOLED 1.72 นิ้ว</td><td>AMOLED 1.6 นิ้ว</td><td>AMOLED 1.47 นิ้ว</td><td>AMOLED 1.57 นิ้ว</td></tr><tr><td>แบตเตอรี่</td><td>7 วัน (ชาร์จ 5 นาที = 1 วัน)</td><td>21 วัน</td><td>13 วัน</td><td>14 วัน</td><td>14 วัน</td></tr><tr><td>เซนเซอร์เด่น</td><td>HR, HRV, SpO2, อุณหภูมิ, แจ้งเตือน AFib</td><td>HR, SpO2, การนอน</td><td>HR, SpO2, การนอน</td><td>HR, SpO2, ความเครียด/อารมณ์</td><td>HR, SpO2, การนอน</td></tr><tr><td>กันน้ำ</td><td>5ATM</td><td>5ATM</td><td>5ATM + IP68</td><td>5ATM</td><td>5ATM</td></tr><tr><td>ค่ารายเดือน</td><td>โค้ช AI ต้อง Premium</td><td>ไม่มี</td><td>ไม่มี</td><td>ไม่มี</td><td>ไม่มี</td></tr><tr><td>ประกันศูนย์ไทย</td><td>ไม่มี (ประกันร้าน)</td><td>มี</td><td>มี</td><td>มี</td><td>มี</td></tr></tbody></table><p>ราคาเป็นราคาเปิดตัว/ราคาปกติ อาจมีโปรโมชั่นลดลงตามช่วงเวลา ควรเช็คราคา ณ วันซื้ออีกครั้ง</p><h2>เจาะรายรุ่น: จุดแข็ง-จุดอ่อนที่ตัวเลขไม่บอก</h2><h3>Google Fitbit Air — ฉีกแนวด้วยการไม่มีจอ</h3><p>ตัวเครื่องหนักเพียง 5.2 กรัม บาง 8.3 มม. ไม่มีหน้าจอและไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ ทุกอย่างดูผ่านแอป Google Health ที่มีโค้ช AI จาก Gemini คอยวิเคราะห์การนอน ความพร้อมของร่างกาย และตอบคำถามสุขภาพแบบแชต จุดที่ต้องรู้ก่อนซื้อ: ยังไม่มีขายทางการในไทย ราคาหิ้วแกว่งมาก และบริการ Google Health Premium ที่ปลดล็อกโค้ช AI ยังไม่เปิดให้สมัครจากประเทศไทย อ่านรีวิวละเอียดและวิธีอ่านค่าที่วัดได้ใน<a href="https://prnewsplus.com/p/4230">คู่มืออ่านค่า HRV, SpO2, Sleep Score</a></p><h3>Xiaomi Smart Band 10 — แชมป์ความคุ้มค่า ⭐ แนะนำ</h3><p>ราคาเปิดตัว 1,449 บาท (รุ่นเซรามิก 1,990 บาท) ได้จอ AMOLED 1.72 นิ้ว สว่าง 1,500 nits รีเฟรช 60Hz แบตอึดสุดในกลุ่มที่ 21 วัน รองรับโหมดกีฬากว่า 150 แบบ สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นวัดการนอนและกิจกรรมรายวันโดยไม่ผูกพันค่าใช้จ่ายเพิ่ม รุ่นนี้ตอบโจทย์ที่สุดในปี 2569</p><h3>Samsung Galaxy Fit3 — ลงตัวสำหรับคนใช้ Galaxy</h3><p>ตัวเรือนอะลูมิเนียม 18.5 กรัม จอ 1.6 นิ้ว แบตสูงสุด 13 วัน จุดแข็งคือการเชื่อมกับ Samsung Health และมือถือ Galaxy ที่ไร้รอยต่อ ทั้งการตรวจจับการล้มและ SOS ในตัว เหมาะกับคนที่อยู่ในระบบ Samsung อยู่แล้วและอยากได้งานประกอบพรีเมียมในราคาต่ำกว่า 2,000 บาท</p><h3>Huawei Band 10 — สายวัดความเครียดและอารมณ์</h3><p>บางเพียง 8.99 มม. น้ำหนัก 14 กรัม มาพร้อมเซนเซอร์ 9 แกนที่ทำให้จับท่าการนอนแม่นขึ้น และจุดที่ต่างจากคู่แข่งคือระบบวิเคราะห์ความเครียดและอารมณ์ (emotional wellbeing) ราคาปกติ 1,699 บาทและมีโปรลดต่ำกว่าพันบ่อยครั้ง ใครเน้นเรื่อง recovery และความเครียดในราคาประหยัด รุ่นนี้น่าสนใจ</p><h3>HONOR Band 9 — ตัวเลือกเสริมงบประหยัด</h3><p>จอ AMOLED 1.57 นิ้ว แบตราว 14 วัน วัด HR ตลอด 24 ชั่วโมงและ SpO2 ได้ครบ ราคาค้าปลีกที่พบอยู่ราว 1,899 บาท เป็นตัวเลือกสำรองของกลุ่มจอใหญ่งบต่ำ แม้แบรนด์จะมีสัดส่วนตลาดในไทยเล็กกว่าสามค่ายแรก</p><h2>ควรเลือกรุ่นไหน? คำแนะนำตามประเภทผู้ใช้</h2><p><strong>เลือก Xiaomi Smart Band 10</strong> ถ้าต้องการความคุ้มค่าสูงสุด เริ่มต้นวัดสุขภาพครั้งแรก หรือไม่อยากมีภาระค่าบริการรายเดือนใดๆ</p><p><strong>เลือก Galaxy Fit3</strong> ถ้าใช้มือถือ Samsung เป็นหลักและอยากได้ข้อมูลรวมอยู่ใน Samsung Health ที่เดียว</p><p><strong>เลือก Huawei Band 10</strong> ถ้าสนใจการวัดความเครียด อารมณ์ และการนอนละเอียด ในราคาที่มักมีโปรแรง</p><p><strong>เลือก HONOR Band 9</strong> ถ้างบจำกัดและต้องการจอใหญ่ ฟีเจอร์พื้นฐานครบ</p><p><strong>เลือก Fitbit Air</strong> ถ้าเบื่อการแจ้งเตือนที่ข้อมือ อยากได้อุปกรณ์ที่ใส่แล้วลืม พร้อมโค้ช AI วิเคราะห์ให้ในแอป และยอมรับได้ทั้งราคาหิ้ว ประกันร้าน และข้อจำกัดเรื่อง Premium ในไทย — แนวคิดนี้คล้ายกับ <a href="https://prnewsplus.com/p/2866">WHOOP ที่จับตลาดสายรัดไร้จอระดับโปรมาก่อน</a> แต่ Fitbit Air เข้าถึงง่ายกว่าเพราะไม่บังคับสมาชิกรายปี</p><h2>สรุป</h2><p>ปี 2569 ไม่มีสายรัดสุขภาพรุ่นเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน มีแต่รุ่นที่ตรงกับพฤติกรรมของคุณที่สุด กลุ่มจอใหญ่ราคาประหยัดแข่งกันที่ความคุ้ม ส่วน <a href="https://prnewsplus.com/p/4178">Fitbit Air ที่ Google เพิ่งเปิดตัว</a>เลือกเดินเกมต่างด้วยการตัดหน้าจอทิ้งแล้วขายประสบการณ์ AI ซึ่งจะคุ้มหรือไม่ขึ้นกับว่าคุณให้ค่ากับความสงบที่ข้อมือแค่ไหน</p><p><strong>อัพเดทล่าสุด:</strong> กรกฎาคม 2569 | ราคาอาจเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบราคา ณ วันซื้ออีกครั้ง</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a621c21497b7_1784814625.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a621c21497b7_1784814625.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>บำนาญประกันสังคม vs กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ: ทำงาน 30 ปี เกษียณ 60 ได้เงินต่างกันแค่ไหน?</title>
            <link>https://prnewsplus.com/finance/4277-บำนาญประกันสังคม-vs-กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ-ทำงาน-30-ปี-เกษียณ-60-ได้เงินต่างกันแค่ไหน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/finance/4277-บำนาญประกันสังคม-vs-กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ-ทำงาน-30-ปี-เกษียณ-60-ได้เงินต่างกันแค่ไหน</guid>
            <pubDate>Sat, 25 Jul 2026 08:00:01 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>การเงิน / การลงทุน</category>
            <description><![CDATA[ทำงาน 30 ปี ส่งทั้งประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พอเกษียณอายุ 60 จริงๆ แล้วได้เงินต่างกันแค่ไหน? เจาะตัวเลขสูตรคำนวณบำนาญชราภาพ เปรียบกับ PVD พร้อมอัปเดตสูตรใหม่ CARE และกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างที่กำลังจะบังคับใช้ ต.ค. 2569...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ทำงานมา 30 ปี จ่ายประกันสังคมทุกเดือนไม่เคยขาด บริษัทก็มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ด้วย แล้วพอถึงวันเกษียณอายุ 60 ปี จะมีเงินอยู่ในมือเท่าไหร่กันแน่? <strong>บำนาญชราภาพประกันสังคม</strong> ให้เงินรายเดือนไม่เกิน 6,375 บาท ขณะที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) อาจให้เงินก้อนสูงถึง 7.6 ล้านบาท ทั้งสองระบบทำงานต่างกันสิ้นเชิง และไม่มีระบบไหน "ดีกว่า" อย่างสมบูรณ์แบบ</p>

<h2>บำนาญชราภาพประกันสังคม คำนวณยังไง ได้เท่าไหร่?</h2>
<p>สำนักงานประกันสังคมใช้สูตรคำนวณที่ฟังดูซับซ้อน แต่จริงๆ มีหลักง่ายๆ อยู่ไม่กี่ข้อ ตามหลักเกณฑ์ปัจจุบัน (ปี 2568) มีดังนี้</p>
<ul>
  <li>จ่ายสมทบครบ <strong>180 เดือน (15 ปี)</strong> → ได้ <strong>20%</strong> ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย</li>
  <li>จ่ายเกิน 180 เดือน → ได้เพิ่มอีก <strong>1.5% ต่อทุก 12 เดือน</strong> ที่จ่ายเพิ่ม</li>
  <li>ฐานเงินเดือนสูงสุดที่นำมาคำนวณ (ม.33) = <strong>15,000 บาท</strong></li>
</ul>
<p>หมายความว่าไม่ว่าคุณจะเงินเดือน 30,000 หรือ 100,000 บาท ประกันสังคมคิดให้แค่บนฐาน 15,000 บาทเท่านั้น</p>

<h3>เจาะเคส: ส่งสมทบ 30 ปี เงินเดือน 15,000 บาท</h3>
<p>สมมติทำงานตั้งแต่อายุ 30 ปี และส่งสมทบเต็มที่จนเกษียณอายุ 60 ปี รวม 360 เดือน (30 ปี):</p>
<ul>
  <li>อัตราบำนาญ = 20% + (360 – 180) ÷ 12 × 1.5% = 20% + <strong>22.5%</strong> = <strong>42.5%</strong></li>
  <li>บำนาญต่อเดือน = 42.5% × 15,000 = <strong>6,375 บาท/เดือน</strong></li>
</ul>
<p>ถ้าส่งแค่ขั้นต่ำ 15 ปี (180 เดือน) ที่เงินเดือนเพดาน 15,000 บาท จะได้เพียง 20% × 15,000 = <strong>3,000 บาท/เดือน</strong></p>
<p>ข้อดีที่หลายคนอาจลืม: หากเสียชีวิตภายใน 60 เดือนหลังรับบำนาญ ทายาทได้รับเงิน <strong>10 เท่า</strong>ของบำนาญเดือนสุดท้ายอีกด้วย</p>
<p>และที่สำคัญ — <strong>เงินชราภาพประกันสังคมยกเว้นภาษีทุกกรณี</strong> ไม่ว่าจะเลือกรับเป็นบำนาญรายเดือนหรือบำเหน็จก้อนเดียว</p>

<h2>สูตร CARE ระบบใหม่ที่กำลังจะเปลี่ยนเกมปี 2570</h2>
<p>สำหรับคนที่ยังไม่ใกล้เกษียณ มีเรื่องสำคัญต้องรู้ ประกันสังคมกำลังเปลี่ยนไปใช้สูตรคำนวณบำนาญแบบใหม่ที่เรียกว่า <strong>CARE</strong> โดยมีตารางเวลาช่วงเปลี่ยนผ่านชัดเจน</p>
<ul>
  <li><strong>ปี 2568–2569:</strong> ยังใช้สูตรเก่า 100%</li>
  <li><strong>ปี 2570:</strong> คำนวณแบบผสม สูตรเก่า 80% + สูตร CARE 20%</li>
  <li><strong>ปี 2573:</strong> สูตรเก่า 20% + สูตร CARE 80%</li>
  <li><strong>ปี 2574 เป็นต้นไป:</strong> ใช้สูตร CARE เต็มรูปแบบ 100%</li>
</ul>
<p>คนที่เกษียณในช่วงเปลี่ยนผ่านปี 2568–2573 ประกันสังคมจะคำนวณบำนาญให้ทั้ง 2 สูตร <strong>แล้วจ่ายตามสูตรที่ได้มากกว่า</strong> หรือชดเชยส่วนต่างให้ถ้าสูตรเก่าได้มากกว่า ถือเป็นมาตรการคุ้มครองคนใกล้เกษียณไม่ให้เสียประโยชน์</p>

<h2>กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เงินก้อนที่ "ควบคุมได้" มากกว่า</h2>
<p>ขณะที่บำนาญประกันสังคมเป็นเงินรายเดือนตายตัว กองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือ PVD คือ "กระปุกออมทรัพย์ร่วม" ระหว่างลูกจ้างกับนายจ้าง ที่เติบโตตามผลตอบแทนการลงทุน</p>
<p>ก.ล.ต. เปิดเผยว่าในปี 2567 มูลค่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพรวมทั่วประเทศแตะ <strong>1.5 ล้านล้านบาท</strong> โตขึ้น 6.4% มีกองทุนทั้งหมด 351 กอง สะท้อนว่าระบบนี้มีขนาดใหญ่และเติบโตต่อเนื่อง</p>

<h3>เคสตัวอย่าง: เริ่มทำงานอายุ 22 เกษียณ 60 ปี</h3>
<p>สมมติฐานจากแหล่งข้อมูล: เงินเดือนเริ่มต้น 15,000 บาท เพิ่มเฉลี่ย 5% ต่อปี, สะสม 15% ของเงินเดือน, นายจ้างสมทบ 3%, ผลตอบแทนเฉลี่ย 5% ต่อปี และลงทุนต่อเนื่อง 38 ปี → วันเกษียณ <strong>มูลค่ากองทุนประมาณ 7,600,000 บาท</strong></p>
<p>นี่คือตัวเลขที่ประกันสังคมให้ไม่ได้ เพราะมันขึ้นอยู่กับว่าคุณออมมากแค่ไหน นายจ้างสมทบเท่าไหร่ และกองทุนทำผลตอบแทนได้ดีแค่ไหน ทั้งหมดนี้ "ยืดหยุ่น" กว่าสูตรประกันสังคมมาก</p>

<h2>เปรียบเทียบตัวเลขจริง: สมมติฐานเดียวกัน 30 ปี เงินเดือน 15,000 บาท</h2>
<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>ประเด็น</th>
      <th>บำนาญชราภาพประกันสังคม</th>
      <th>กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td>รูปแบบเงิน</td>
      <td>รายเดือนตลอดชีวิต</td>
      <td>เงินก้อนเมื่อเกษียณ</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ตัวเลขอ้างอิง (ส่ง 30 ปี)</td>
      <td>6,375 บาท/เดือน</td>
      <td>~7,600,000 บาท (ก้อน)</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ฐานคำนวณสูงสุด</td>
      <td>15,000 บาท (เพดาน ม.33)</td>
      <td>ไม่มีเพดาน</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ผลตอบแทน</td>
      <td>สูตรคงที่ตามกฎหมาย</td>
      <td>ขึ้นกับผลการลงทุนจริง</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ความเสี่ยง</td>
      <td>ต่ำมาก (รัฐค้ำประกัน)</td>
      <td>ปานกลาง (ขึ้นกับตลาด)</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>การควบคุมเงิน</td>
      <td>น้อย (รัฐกำหนด)</td>
      <td>สูง (เลือกแผนลงทุนได้)</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ยกเว้นภาษี</td>
      <td>ใช่ ทุกกรณี</td>
      <td>มีเงื่อนไขตามกฎหมาย</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ขึ้นกับนายจ้าง</td>
      <td>ไม่</td>
      <td>ใช่ (นโยบายบริษัท)</td>
    </tr>
  </tbody>
</table>

<h2>ข้อดี-ข้อเสีย: เลือกแบบไหนให้เหมาะกับชีวิตตัวเอง</h2>
<h3>บำนาญชราภาพ: มั่นคง แต่จำกัด</h3>
<ul>
  <li><strong>ข้อดี:</strong> ได้เงินทุกเดือนไปตลอดชีวิต ไม่ต้องกังวลว่าเงินจะหมดก่อนตาย ยกเว้นภาษี 100% และรัฐค้ำประกัน</li>
  <li><strong>ข้อเสีย:</strong> เพดานสูงสุดแค่ 6,375 บาท/เดือน ไม่มีเงินก้อนไว้บริหารหรือลงทุนต่อ และถูกจำกัดด้วยเพดานเงินเดือน 15,000 บาทไม่ว่าจะรวยแค่ไหน</li>
</ul>
<h3>กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ: ยืดหยุ่น แต่มีความไม่แน่นอน</h3>
<ul>
  <li><strong>ข้อดี:</strong> ได้เงินก้อนใหญ่ บริหารต่อได้เอง ไม่มีเพดาน ยิ่งออมมากและผลตอบแทนดี ยิ่งได้มาก</li>
  <li><strong>ข้อเสีย:</strong> ต้องมีนายจ้างที่จัดตั้งกองทุน ผลตอบแทนไม่มีการรับประกัน ถ้าใช้เงินเร็วหรืออายุยืนมาก อาจไม่เพียงพอ</li>
</ul>
<p>ในทางปฏิบัติ คนส่วนใหญ่ที่ "โชคดี" มีทั้งสองระบบพร้อมกัน ซึ่งถือว่าดีที่สุด เพราะบำนาญประกันสังคมเป็น "พื้น" ที่รับรองว่ามีเงินใช้ทุกเดือน ส่วน PVD คือ "หลังคา" ที่ยกระดับความมั่งคั่งให้สูงขึ้น</p>

<h2>ตัวแปรใหม่ปี 2569: กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง</h2>
<p>นอกจากสองระบบข้างต้น ยังมีตัวแปรใหม่ที่จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ <strong>1 ตุลาคม 2569</strong> นั่นคือ "กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง"</p>
<p>กองทุนนี้ออกแบบมาเพื่อเป็นหลักประกันในกรณีลาออก เลิกจ้าง หรือเกษียณอายุ โดยทั้งลูกจ้างและนายจ้างสะสมเงินร่วมกัน และเมื่อถึงเวลา ลูกจ้างจะได้รับเงินสะสมทั้งหมด <strong>โดยไม่มีเงื่อนไข</strong> ไม่ว่าจะออกเองหรือถูกเลิกจ้าง นับเป็นอีกชั้นความคุ้มครองที่เพิ่มเข้ามาในระบบ</p>
<p>สรุปให้ชัดขึ้น: คนทำงานในอนาคตอันใกล้อาจมีหลักประกันเกษียณถึง 3 ชั้น ได้แก่ บำนาญชราภาพประกันสังคม + PVD + กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับมนุษย์เงินเดือนทุกคน</p>

<h3>แหล่งอ้างอิง</h3>
<ul>
  <li><a href="https://www.empeo.com/blog/tips/social-security-pension-thailand/">Empeo — บำนาญชราภาพประกันสังคม สูตรคำนวณและเงื่อนไข</a></li>
  <li><a href="https://flowaccount.com/blog/social-security-retirement-fund/">FlowAccount — กองทุนเกษียณอายุประกันสังคม</a></li>
  <li><a href="https://www.ocean.co.th/articles/social-security-pension-care">Ocean — สูตร CARE และช่วงเปลี่ยนผ่าน</a></li>
  <li><a href="https://www.empeo.com/blog/tips/social-security-vs-provident-fund-vs-employee-welfare-fund/">Empeo — เปรียบเทียบประกันสังคม vs PVD vs กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง</a></li>
  <li><a href="https://www.thaipvd.com/uploads/document/3ff70599-8201-45d6-b911-8abc7fd41e61">ThaipVD — เอกสารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ</a></li>
  <li><a href="https://www.krungsri.com/th/krungsri-the-coach/life/retirement/calculate-money-social-security-retire">กรุงศรี — คำนวณเงินเกษียณประกันสังคม</a></li>
  <li><a href="https://today.line.me/th/v3/article/mWmYLBr">LINE Today — บทความเงินเกษียณประกันสังคม</a></li>
</ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a62063974dd5_1784809017.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a62063974dd5_1784809017.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Samsung Galaxy S26 Ultra vs iPhone 17 Pro Max: กล้อง แบต AI ต่างกันตรงไหน เลือกตัวไหนคุ้มกว่าในปี 2569</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/4274-samsung-galaxy-s26-ultra-vs-iphone-17-pro-max-กล้อง-แบต-ai-ต่างกันตรงไหน-เลือกตัวไหนคุ้มกว่าในปี-2569</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/4274-samsung-galaxy-s26-ultra-vs-iphone-17-pro-max-กล้อง-แบต-ai-ต่างกันตรงไหน-เลือกตัวไหนคุ้มกว่าในปี-2569</guid>
            <pubDate>Sat, 25 Jul 2026 00:57:00 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[Samsung Galaxy S26 Ultra กับ iPhone 17 Pro Max คือสองเรือธงแชมป์ที่แพงที่สุดในปี 2569 — แต่ถ้าต้องเลือกแค่เครื่องเดียว ตัวไหนตอบโจทย์คุณมากกว่ากัน? เปรียบเทียบกล้อง แบตเตอรี และ AI ฟีเจอร์แบบเจาะทุกมิติ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ใช้เงิน <strong>40,000–50,000 บาท</strong> ซื้อโทรศัพท์เครื่องเดียว — คุณจะเลือกผิดไม่ได้ <strong>Samsung Galaxy S26 Ultra vs iPhone 17 Pro Max</strong> คือศึกที่ร้อนแรงที่สุดในตลาดเรือธงปี 2569 ทั้งคู่มีจอ 6.9 นิ้ว กล้องระดับ Elite แบตเตอรีทนทาน และ AI ในตัว แต่ปรัชญาการออกแบบต่างกันสุดขั้ว บทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ในหน้าเดียว</p>

<h2>ราคาและสเปกแรกที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ</h2>
<p>Galaxy S26 Ultra เปิดตัวเดือนมีนาคม 2026 ที่ราคา <strong>$1,299</strong> ส่วน iPhone 17 Pro Max เริ่มต้นที่ <strong>$1,199</strong> — ต่างกัน $100 หรือราว 3,500 บาท ฟังดูไม่มาก แต่เมื่อดูสเปกความจุ iPhone 17 Pro Max ชนะด้วยตัวเลือกสูงสุดถึง <strong>2TB</strong> ขณะที่ Galaxy S26 Ultra หยุดอยู่ที่ <strong>1TB</strong></p>
<p>คนที่เก็บไฟล์วิดีโอ RAW หรือภาพถ่ายจำนวนมากโดยไม่อยากพึ่ง Cloud ตัวเลข 2TB นี้อาจเป็นตัวชี้ขาดเลยทีเดียว</p>

<h2>ศึกกล้อง: 200MP vs 48MP — ตัวเลขไม่ได้บอกทุกอย่าง</h2>
<p>หลายคนเห็นตัวเลข <strong>200MP</strong> ของ Galaxy S26 Ultra แล้วคิดว่าชนะขาด แต่ความเป็นจริงไม่ง่ายแบบนั้น</p>

<h3>Galaxy S26 Ultra — ยืดหยุ่นกว่าในทุกสถานการณ์</h3>
<p>S26 Ultra มีกล้องถึง <strong>4 ตัว</strong> ได้แก่ กล้องหลัก 200MP รูรับแสง F1.4 กล้อง Ultra-Wide 50MP กล้อง Telephoto 10MP (Zoom 3x) และ Periscope Telephoto 50MP (Zoom 5x) รูรับแสง F1.4 ที่กว้างขึ้นคือพระเอกตัวจริงสำหรับถ่ายภาพในร้านอาหารแสงสลัวหรือคอนเสิร์ตกลางคืน เพราะแสงเข้าได้มากขึ้น ภาพเบลอน้อยลง</p>
<p>เซนเซอร์หลักใช้ขนาด <strong>1/1.3 นิ้ว</strong> ซึ่งใกล้เคียงกับ iPhone มากกว่าที่คิด แปลว่าคุณภาพต่อพิกเซลไม่ห่างกันหลายเท่าตามที่ตัวเลข 200MP vs 48MP บอก</p>

<h3>iPhone 17 Pro Max — Zoom ไกลสุดในประวัติศาสตร์ iPhone</h3>
<p>iPhone 17 Pro Max มาพร้อมกล้อง 3 ตัวความละเอียด <strong>48MP ทุกตัว</strong> ทั้ง Main, Ultra Wide และ Telephoto ใหม่ จุดเด่นคือ Telephoto Optical Zoom ที่ยาวถึง <strong>8x</strong> — ไกลที่สุดที่ iPhone เคยทำได้ เทียบกับ Galaxy ที่ Optical Zoom สูงสุดอยู่ที่ 5x</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีเซนเซอร์แบบ <strong>Multi-Aspect</strong> ที่ถ่ายภาพแนวนอนได้แม้จะถือโทรศัพท์ในแนวตั้ง — ฟีเจอร์ที่ช่างภาพจะรู้สึกว่าเปลี่ยนชีวิตทันที กล้องหน้า Center Stage <strong>18MP</strong> ก็เหนือกว่า Galaxy อีกด้วย</p>

<h2>แบตเตอรีและการชาร์จ: ใครอยู่ได้นานกว่า</h2>
<p>ตัวเลขแบตเตอรีของสองรุ่นนี้ใกล้เคียงกันมากจนน่าตกใจ</p>

<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>ประเด็น</th>
      <th>Galaxy S26 Ultra</th>
      <th>iPhone 17 Pro Max</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td>ความจุแบตเตอรี</td>
      <td>5,000 mAh</td>
      <td>5,088 mAh</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ชาร์จเร็วสูงสุด (มีสาย)</td>
      <td>60W (ชาร์จถึง 75% ใน 30 นาที)</td>
      <td>40W (ชาร์จถึง 50% ใน 20 นาที)</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ชาร์จไร้สาย</td>
      <td>รองรับ</td>
      <td>MagSafe + Qi 2</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>กันน้ำ</td>
      <td>IP68</td>
      <td>IP68</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ราคาเริ่มต้น (USD)</td>
      <td>$1,299</td>
      <td>$1,199</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>กล้องหลัก</td>
      <td>200MP / F1.4</td>
      <td>48MP / F1.78</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Zoom สูงสุด (Optical)</td>
      <td>5x</td>
      <td>8x</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ชิปประมวลผล</td>
      <td>Snapdragon 8 Elite Gen 5</td>
      <td>Apple A19 Pro</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>RAM สูงสุด</td>
      <td>16GB</td>
      <td>—</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ความจุสูงสุด</td>
      <td>1TB</td>
      <td>2TB</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>จอแสดงผล</td>
      <td>6.9" QHD+ 3120x1440px</td>
      <td>6.9" 2868x1320px</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ฟีเจอร์พิเศษ</td>
      <td>S Pen, Privacy Display</td>
      <td>MagSafe, iOS Ecosystem</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>AI Platform</td>
      <td>Galaxy AI (41 ภาษา)</td>
      <td>Apple Intelligence (ยังไม่สมบูรณ์)</td>
    </tr>
  </tbody>
</table>

<p>Galaxy S26 Ultra ชาร์จด้วยอแดปเตอร์ 60W ได้ถึง <strong>75% ภายใน 30 นาที</strong> ขณะที่ iPhone 17 Pro Max ชาร์จ 40W ขึ้นไปได้ <strong>50% ใน 20 นาที</strong> ถ้าคุณรีบ Galaxy ชนะเรื่อง "เต็มเร็ว" แต่ถ้าคุณชอบชาร์จแบบ MagSafe วางบนแท่นแล้วไปนอน iPhone ตอบโจทย์กว่าด้วยระบบที่ครบวงจรกว่า</p>

<h2>Samsung Galaxy S26 Ultra vs iPhone 17 Pro Max ด้าน AI: ใครพร้อมกว่า</h2>
<p>นี่คือจุดที่ต่างกันชัดที่สุดในปี 2569</p>

<h3>Galaxy AI — เปิดพร้อมใช้งานได้เลย</h3>
<p>Galaxy S26 Ultra มาพร้อม <strong>Galaxy AI</strong> ที่ขับเคลื่อนร่วมกับ Google รองรับ <strong>41 ภาษา</strong> ตั้งแต่วันแรก ฟีเจอร์อย่าง Photo Assist และ Creative Studio ช่วยแต่งรูปด้วย AI ได้ทันที Nightography ช่วยถ่ายกลางคืนให้สว่างขึ้นโดยอัตโนมัติ และ Bixby เข้าใจภาษาธรรมชาติได้ดีขึ้น</p>
<p>ชิป <strong>Snapdragon 8 Elite Gen 5</strong> มี NPU ที่ดีขึ้น <strong>39%</strong> เมื่อเทียบกับ S25 Ultra แปลว่า AI ที่ประมวลผลในเครื่อง (On-Device) ทำงานเร็วกว่าและไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา</p>

<h3>Apple Intelligence — ยังรอความสมบูรณ์</h3>
<p>iPhone 17 Pro Max ใช้ <strong>Apple Intelligence</strong> บนชิป A19 Pro แต่ต้องยอมรับความจริงว่า ณ ปี 2569 ฟีเจอร์ AI หลายอย่างที่ Apple เคยสัญญาไว้ยังอยู่ในระหว่างพัฒนา รวมถึง Siri ที่ยังรอการอัปเกรดครั้งใหญ่</p>
<p>ข่าวดีคือ Apple กำลังวางแผนนำ <strong>Gemini</strong> มาช่วยขับเคลื่อน AI ซึ่งอาจลดช่องว่างด้านนี้ในอนาคต แต่ถ้าต้องการ AI พร้อมใช้ตอนนี้ Galaxy ชนะชัดเจน</p>

<h2>จอภาพและดีไซน์:얇아지고 คมขึ้น</h2>
<p>ทั้งสองรุ่นมีจอ <strong>6.9 นิ้ว</strong> เหมือนกัน แต่ Galaxy S26 Ultra มีความละเอียดสูงกว่าที่ <strong>3120x1440px</strong> เทียบกับ iPhone 17 Pro Max ที่ <strong>2868x1320px</strong> คนที่ดูวิดีโอ 4K หรืออ่านเอกสารบ่อยจะรู้สึกถึงความต่างชัดเจน</p>
<p>Galaxy S26 Ultra ยังบางลงจาก 8.3mm ของรุ่นก่อนเหลือเพียง <strong>7.9mm</strong> และเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกในโลกที่มี <strong>Privacy Display</strong> ในตัว — กดปุ่มหนึ่งครั้ง หน้าจอก็มืดสำหรับคนข้างๆ แต่คุณยังอ่านได้ปกติ เหมาะมากสำหรับคนที่ทำงานในที่สาธารณะ</p>

<h2>S Pen กับ Ecosystem: ฟีเจอร์ที่ชี้ชะตาการเลือก</h2>
<p>ถ้าคุณใช้ <strong>Apple Watch, MacBook หรือ iPad</strong> อยู่แล้ว iPhone 17 Pro Max คือคำตอบที่ไม่ต้องคิดมาก เพราะ Ecosystem ของ Apple ผสานกันได้แบบที่ไม่มีใครทำได้เหมือน ระบบ MagSafe ก็เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่ Galaxy ยังตามไม่ทัน</p>
<p>แต่ถ้าคุณเป็นคนชอบ <strong>จดโน้ต วาดไดอะแกรม เซ็นเอกสาร</strong> หรือทำงานครีเอทีฟบนมือถือ <strong>S Pen</strong> ที่ซ่อนอยู่ในตัว Galaxy S26 Ultra คือฟีเจอร์ที่ไม่มีทดแทนในโลก Android หรือ iPhone</p>

<h2>สรุป: เลือก Galaxy S26 Ultra หรือ iPhone 17 Pro Max?</h2>
<p><strong>เลือก Galaxy S26 Ultra ถ้า:</strong> คุณต้องการ S Pen, ชอบ Zoom ยืดหยุ่น, ต้องการ AI พร้อมใช้งานทันที, หรือทำงานในที่สาธารณะและอยากได้ Privacy Display</p>
<p><strong>เลือก iPhone 17 Pro Max ถ้า:</strong> คุณอยู่ใน Ecosystem Apple อยู่แล้ว, ต้องการ Zoom ไกลสุด 8x, ชื่นชอบกล้องหน้าคุณภาพสูง หรือต้องการความจุสูงสุดถึง 2TB</p>
<p>ทั้งสองเครื่องคือที่สุดของสมาร์ตโฟนในปี 2569 ไม่มีตัวไหนแย่ — แต่ตัวไหนที่ "ใช่" ขึ้นอยู่กับนิสัยการใช้งานของคุณโดยเฉพาะ</p>

<h3>แหล่งอ้างอิง</h3>
<ul>
  <li><a href="https://www.techradar.com/phones/iphone/iphone-17-pro-max-vs-samsung-galaxy-s26-ultra">TechRadar — iPhone 17 Pro Max vs Samsung Galaxy S26 Ultra</a></li>
  <li><a href="https://www.gsmarena.com/samsung_galaxy_s26_ultra_vs_iphone_17_pro_max_review_battery_camera_price_compared-news-72101.php">GSMArena — Galaxy S26 Ultra vs iPhone 17 Pro Max: Battery, Camera, Price Compared</a></li>
  <li><a href="https://tech-insider.org/samsung-galaxy-s26-ultra-vs-iphone-17-pro-max-2026/">Tech Insider — Samsung Galaxy S26 Ultra vs iPhone 17 Pro Max 2026</a></li>
  <li><a href="https://samsung.gadgethacks.com/news/galaxy-s26-ultra-features-which-ai-capabilities-matter-before-you-buy/">Gadget Hacks — Galaxy S26 Ultra Features: Which AI Capabilities Matter Before You Buy</a></li>
  <li><a href="https://www.apple.com/newsroom/2025/09/apple-unveils-iphone-17-pro-and-iphone-17-pro-max/">Apple Newsroom — Apple Unveils iPhone 17 Pro and iPhone 17 Pro Max</a></li>
  <li><a href="https://www.tomsguide.com/phones/samsung-phones/what-to-know-about-the-samsung-galaxy-s26-ultra-from-ai-camera-to-long-lasting-battery">Tom's Guide — What to Know About the Samsung Galaxy S26 Ultra</a></li>
</ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a63a86b731be_1784916075.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a63a86b731be_1784916075.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>HRV, SpO2, Sleep Score อ่านค่าจากสายรัดสุขภาพยังไงไม่ตีความผิด</title>
            <link>https://prnewsplus.com/health/4230-hrv-spo2-sleep-score-อานคาจากสายรดสขภาพยงไงไมตความผด-1</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/health/4230-hrv-spo2-sleep-score-อานคาจากสายรดสขภาพยงไงไมตความผด-1</guid>
            <pubDate>Fri, 24 Jul 2026 17:00:01 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>สุขภาพ / ความงาม</category>
            <description><![CDATA[สายรัดสุขภาพวัด HRV, SpO2, Sleep Score ให้ทุกคืน แต่ตัวเลขจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่ออ่านเป็น คู่มือนี้สรุปช่วงค่าปกติตามนิยามทางการ พร้อมกับดักการตีความที่คนส่วนใหญ่พลาด...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>สายรัดสุขภาพยุคนี้วัดค่าได้ละเอียดถึงระดับ HRV, SpO2 และให้คะแนนการนอนทุกคืน แต่ตัวเลขเหล่านี้จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อ "อ่านเป็น" — ค่าเดียวกันอาจปกติสำหรับคนหนึ่งแต่ผิดปกติสำหรับอีกคน บทความนี้สรุปวิธีอ่านค่าสุขภาพหลักจากสายรัดให้ถูกต้อง อิงนิยามทางการของผู้ผลิต ไม่ใช่ความรู้สึก</p><p><strong>สรุปสั้นๆ สำหรับคนรีบ:</strong> HRV ไม่มีค่ามาตรฐานกลาง ให้เทียบกับ baseline ของตัวเองเท่านั้น | Sleep Score 80 ขึ้นไปคือดี ผู้ใช้ส่วนใหญ่เฉลี่ย 72-83 | SpO2 ตอนนอนปกติอยู่สูงกว่า 90% | Readiness สูงกว่า 65 คือพร้อมออกแรงหนัก | ทุกค่าเป็น wellness ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค</p><h2>Sleep Score: คะแนนการนอนบอกอะไร</h2><p>Sleep Score เป็นการสรุปคุณภาพการนอนหนึ่งคืนออกมาเป็นคะแนน 0-100 โดยคำนวณจากระยะเวลานอนจริง สัดส่วนการนอนหลับลึกและหลับฝัน (REM) อัตราการเต้นหัวใจขณะหลับ และจำนวนครั้งที่ตื่นกลางดึก เกณฑ์ทางการของ Google/Fitbit แบ่งเป็น 4 ช่วง</p><table><thead><tr><th>ช่วงคะแนน</th><th>ความหมาย</th><th>ควรทำอะไร</th></tr></thead><tbody><tr><td>90-100</td><td>Excellent — นอนดีมาก</td><td>รักษากิจวัตรเดิมไว้</td></tr><tr><td>80-89</td><td>Good — นอนดี</td><td>ปกติสำหรับคนส่วนใหญ่ที่ดูแลตัวเอง</td></tr><tr><td>60-79</td><td>Fair — พอใช้</td><td>ดูปัจจัยรบกวน เช่น นอนดึก คาเฟอีน หน้าจอ</td></tr><tr><td>ต่ำกว่า 60</td><td>Poor — ควรปรับ</td><td>ถ้าติดต่อกันหลายคืน ควรจริงจังกับ sleep hygiene</td></tr></tbody></table><p>จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือคาดหวังคะแนน 90+ ทุกคืน ทั้งที่ข้อมูลของผู้ผลิตระบุว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่ได้คะแนนเฉลี่ยเพียง 72-83 การได้ 78 จึงไม่ใช่สัญญาณว่านอนแย่ แต่คือค่ากลางของคนทั่วไป</p><h2>HRV: ค่าที่ห้ามเทียบกับคนอื่นเด็ดขาด</h2><p>Heart Rate Variability คือความแปรปรวนของช่วงเวลาระหว่างการเต้นหัวใจแต่ละครั้ง วัดในช่วงหลับลึก ค่าที่สูงมักสะท้อนว่าระบบประสาทอัตโนมัติฟื้นตัวดี ส่วนค่าที่ลดลงมักสัมพันธ์กับความเครียด การพักผ่อนไม่พอ แอลกอฮอล์ หรืออาการใกล้ป่วย</p><p><strong>กฎเหล็กของ HRV คือไม่มีตัวเลขมาตรฐานกลาง</strong> ค่าปกติของแต่ละคนต่างกันได้หลายเท่าตามอายุ พันธุกรรม และความฟิต เพื่อนอาจมี HRV 80 ขณะที่คุณอยู่ที่ 35 แล้วสุขภาพดีทั้งคู่ วิธีอ่านที่ถูกคือ</p><ul><li>รอให้อุปกรณ์เก็บข้อมูล 2-4 สัปดาห์จนได้ baseline ของตัวเอง</li><li>สนใจเฉพาะการเบี่ยงเบนจาก baseline เช่น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตัวเองต่อเนื่อง 3 วันขึ้นไป</li><li>เมื่อค่าตก ให้ย้อนดูพฤติกรรม 24-48 ชั่วโมงก่อนหน้า เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ นอนดึก ซ้อมหนัก หรือเครียดจัด</li></ul><h2>SpO2: ระดับออกซิเจนในเลือดตอนนอน</h2><p>สายรัดสุขภาพวัด SpO2 ด้วยแสงสีแดงและอินฟราเรดระหว่างที่คุณหลับ แล้วรายงานเป็นค่าเฉลี่ยของคืนนั้น เกณฑ์การอ่านตามเอกสารทางการ: ค่าระหว่างนอนของคนทั่วไปอยู่<strong>สูงกว่า 90%</strong> ซึ่งต่ำกว่าค่าตอนตื่น (ปกติ 97-100%) ได้เล็กน้อยเป็นธรรมชาติ</p><p>สิ่งที่ควรจับตาไม่ใช่ค่าคืนเดียวที่ต่ำ แต่คือค่าเฉลี่ยที่ลดต่ำผิดปกติต่อเนื่อง โดยเฉพาะถ้ามาพร้อมอาการกรนดัง ตื่นมาไม่สดชื่น หรือง่วงกลางวันรุนแรง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) ที่ควรได้รับการตรวจจากแพทย์ อย่างไรก็ตามผู้ผลิตทุกรายระบุตรงกันว่าค่า SpO2 จากข้อมือเป็นข้อมูลเพื่อ general wellness ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัย</p><h2>Readiness: คะแนนความพร้อมของร่างกาย</h2><p>คะแนนความพร้อม (Daily Readiness) รวม HRV การนอนสะสม และอัตราการเต้นหัวใจขณะพัก เข้าเป็นตัวเลข 0-100 เพื่อตอบคำถามเดียว: วันนี้ควรออกแรงแค่ไหน เกณฑ์ทางการของ Fitbit แบ่งเป็น High (65 ขึ้นไป) พร้อมสำหรับการซ้อมหนัก, Moderate (30-64) ออกกำลังกายได้ตามปกติแต่ฟังร่างกาย และ Low (29 ลงมา) ควรเน้นกิจกรรมเบาและการฟื้นตัว โดยระบบต้องการข้อมูลการนอนอย่างน้อย 7 คืนก่อนให้คะแนนแรก</p><p>คะแนนต่ำไม่ใช่คำสั่งห้ามขยับ การเดิน โยคะ หรือยืดเหยียดเบาๆ ในวันที่ Readiness ต่ำกลับช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้นในหลายกรณี</p><h2>กับดักการตีความที่พบบ่อย 4 ข้อ</h2><ul><li><strong>เทียบตัวเลขกับคนอื่น</strong> — ใช้ได้เฉพาะ Sleep Score ที่มีเกณฑ์กลาง ส่วน HRV และ RHR เป็นค่าเฉพาะบุคคล</li><li><strong>ตัดสินจากคืนเดียว</strong> — ทุกค่าแกว่งรายวันตามคาเฟอีน แอลกอฮอล์ ความเครียด และอุณหภูมิห้อง ให้ดูแนวโน้มรายสัปดาห์</li><li><strong>ไล่ทำคะแนนจนเครียด</strong> — ความกังวลเรื่องตัวเลขการนอน (orthosomnia) ทำให้นอนแย่ลงจริง ถ้ารู้สึกว่าแอปทำให้เครียด ให้พักจากการดูคะแนนสักช่วง</li><li><strong>ใช้แทนหมอ</strong> — อุปกรณ์เหล่านี้คัดกรองแนวโน้มได้ แต่วินิจฉัยไม่ได้ อาการจริงสำคัญกว่าตัวเลขเสมอ</li></ul><h2>เมื่อไหร่ควรปรึกษาแพทย์</h2><p>ควรพบแพทย์เมื่อค่าผิดปกติต่อเนื่องร่วมกับอาการจริง เช่น SpO2 เฉลี่ยต่ำลงพร้อมอาการง่วงกลางวันรุนแรง ใจสั่นหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะที่อุปกรณ์แจ้งเตือนซ้ำๆ หรือเหนื่อยง่ายผิดปกติทั้งที่พักเพียงพอ พกข้อมูลแนวโน้มจากแอปไปให้แพทย์ดูประกอบได้ ซึ่งมีประโยชน์กว่าการเล่าจากความจำ</p><h2>สรุป</h2><p>หลักการอ่านค่าสุขภาพจากสายรัดมี 3 ข้อ: รู้เกณฑ์ทางการของแต่ละค่า เทียบกับ baseline ของตัวเองแทนการเทียบกับคนอื่น และดูแนวโน้มระยะสัปดาห์แทนตัวเลขรายวัน เมื่ออ่านเป็นแล้ว อุปกรณ์อย่าง <a href="https://prnewsplus.com/p/4178">Google Fitbit Air ที่เพิ่งเปิดตัวพร้อมโค้ช AI</a> หรือสายรัดรุ่นอื่นๆ จะเปลี่ยนจากของเล่นตัวเลขเป็นเครื่องมือดูแลสุขภาพระยะยาวได้จริง ผู้ที่สนใจแนวคิดเดียวกันฝั่งอุปกรณ์ระดับโปร อ่านเพิ่มได้ที่ <a href="https://prnewsplus.com/p/4101">คู่มืออ่านค่า Recovery, Strain และ Sleep ของ WHOOP</a> หรือดู<a href="https://prnewsplus.com/p/4098">การเปรียบเทียบอุปกรณ์สายสุขภาพหลายค่าย</a>ประกอบ</p><p><strong>หมายเหตุ:</strong> บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ | อัพเดทล่าสุด: กรกฎาคม 2569</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a621aebd1be8_1784814315.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a621aebd1be8_1784814315.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Growth Stack: คอลัมน์รีวิวเครื่องมือ AI และคอนเทนต์ที่คุณเชื่อได้</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/4283-growth-stack</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/4283-growth-stack</guid>
            <pubDate>Fri, 24 Jul 2026 15:55:00 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[จนหลายทีมการตลาดเสียเวลาไปกับการไล่ทดลองมากกว่าการทำงานจริง คำถามไม่ใช่ "มีเครื่องมืออะไรบ้าง" อีกต่อไป แต่คือ "ตัวไหนคุ้มที่จะจ่ายและเอาไปใช้กับงานเราได้จริง"...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<h2>เครื่องมือ AI และแพลตฟอร์มคอนเทนต์ใหม่ ๆ ผุดขึ้นแทบทุกสัปดาห์</h2><p>จนหลายทีมการตลาดเสียเวลาไปกับการไล่ทดลองมากกว่าการทำงานจริง คำถามไม่ใช่ "มีเครื่องมืออะไรบ้าง" อีกต่อไป แต่คือ <strong>"ตัวไหนคุ้มที่จะจ่ายและเอาไปใช้กับงานเราได้จริง"</strong></p><p>Growth Stack คือคอลัมน์ที่กองบรรณาธิการ PRNewsPlus ตั้งใจตอบคำถามนั้น เราลงมือใช้เครื่องมือเอง เปรียบเทียบกับตัวเลือกอื่นในตลาด แล้วสรุปออกมาเป็นรีวิวที่อ่านจบแล้วตัดสินใจได้ ไม่ใช่รายการสรรพคุณจากหน้าเว็บผู้ผลิต</p><h2>คอลัมน์นี้รีวิวอะไรบ้าง</h2><ul><li><strong>AI ช่วยเขียน</strong> — ผู้ช่วยร่างคอนเทนต์ แคปชัน อีเมล และบทความ SEO</li><li><strong>AI ทำภาพและวิดีโอ</strong> — เครื่องมือออกแบบ ตัดต่อ และสร้างภาพประกอบสำหรับแคมเปญ</li><li><strong>ผู้ช่วย Productivity</strong> — เครื่องมือจัดระเบียบงาน วางแผนคอนเทนต์ และทำงานเป็นทีม</li><li><strong>วิเคราะห์และวัดผล</strong> — เครื่องมืออ่านข้อมูล ติดตามผลแคมเปญ และทำรายงาน</li></ul><h2>เกณฑ์ที่เราใช้ให้คะแนน</h2><p>เพื่อให้ทุกรีวิวเทียบกันได้ตรง ๆ ไม่ใช่ความรู้สึกล้วน ๆ เราให้น้ำหนักกับ 5 ด้านนี้ในทุกบทความ</p><ol><li><strong>ใช้งานจริงได้เร็วแค่ไหน</strong> — ตั้งค่าเสร็จใน 1 วันหรือ 1 สัปดาห์ ทีมที่ไม่ถนัดเทคนิคใช้ได้ไหม</li><li><strong>คุณภาพผลลัพธ์</strong> — งานที่ได้พร้อมใช้เลยหรือต้องแก้ต่ออีกเยอะ</li><li><strong>ความคุ้มราคา</strong> — เทียบฟีเจอร์ที่ได้กับค่าใช้จ่ายต่อเดือน ไม่ใช่แค่ราคาถูกหรือแพง</li><li><strong>ต่อยอดกับของเดิมได้ไหม</strong> — เชื่อมกับเครื่องมือที่ทีมใช้อยู่แล้วได้จริงหรือเปล่า</li><li><strong>ความเสี่ยงระยะยาว</strong> — บริษัทมั่นคงแค่ไหน มีประวัติปรับราคาหรือยกเลิกฟีเจอร์กะทันหันไหม</li></ol><h2>ใครควรอ่านคอลัมน์นี้</h2><ul><li>เจ้าของธุรกิจและทีมการตลาดขนาดเล็กถึงกลางที่ต้องตัดสินใจซื้อเครื่องมือเอง ไม่มีแผนกไอทีคอยช่วย</li><li>ฟรีแลนซ์และครีเอเตอร์ที่ต้องผลิตคอนเทนต์เยอะแต่มีเวลาจำกัด</li><li>ทีมที่เคยซื้อเครื่องมือมาแล้วใช้ไม่คุ้ม อยากได้คนช่วยกรองก่อนตัดสินใจครั้งต่อไป</li></ul><h2>สัญญาของ Growth Stack</h2><p>ทุกรีวิวเขียนจากมุมของคนใช้งานจริง เราบอกทั้งข้อดีและข้อจำกัด พร้อมราคาที่อัปเดตให้ตรงที่สุด และถ้าบทความใดมีลิงก์พันธมิตร (affiliate) เราจะแจ้งไว้ชัดเจนที่หัวบทความเสมอ — ค่าตอบแทนที่อาจได้รับไม่มีผลต่อการให้คะแนนหรือการคัดเลือกเครื่องมือ</p><p>เราไม่รับรีวิวที่ได้รับการสนับสนุนแบบไม่เปิดเผย และจะปรับปรุงบทความเก่าเมื่อราคาหรือฟีเจอร์ของเครื่องมือเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ</p><h2>เลือกเครื่องมือให้ถูกตั้งแต่ต้น</h2><p>ประหยัดทั้งงบและเวลาของทั้งทีม แล้วมาต่อยอด Growth Stack ของคุณไปด้วยกัน</p><p><strong>ติดตามรีวิวใหม่ทุกสัปดาห์</strong> — สมัครรับอีเมลสรุปเครื่องมือที่คุ้มค่าที่สุดในแต่ละหมวด ก่อนใครในตลาด</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a63bc50e24c2_1784921168.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a63bc50e24c2_1784921168.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>รีวิว Google Fitbit Air สายรัดสุขภาพไร้จอ AI เหมาะกับใคร</title>
            <link>https://prnewsplus.com/products/4232-รวว-google-fitbit-air-สายรดสขภาพไรจอ-ai-เหมาะกบใคร</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/products/4232-รวว-google-fitbit-air-สายรดสขภาพไรจอ-ai-เหมาะกบใคร</guid>
            <pubDate>Fri, 24 Jul 2026 13:00:01 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>สินค้าและบริการ</category>
            <description><![CDATA[Google Fitbit Air คือสายรัดสุขภาพไร้หน้าจอน้ำหนัก 5.2 กรัม ที่ยกหน้าที่แสดงผลให้แอปและโค้ช AI จาก Gemini รีวิวนี้สรุปสเปกจริง จุดเด่น ข้อจำกัด และสิ่งที่คนไทยต้องรู้ก่อนซื้อเครื่องหิ้ว...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>Google Fitbit Air คือสายรัดข้อมือวัดสุขภาพที่ไม่มีหน้าจอ เปิดตัวเมื่อพฤษภาคม 2569 ในราคา 99.99 ดอลลาร์ ตัวเครื่องหนักเพียง 5.2 กรัม วัดหัวใจ การนอน SpO2 และอุณหภูมิตลอด 24 ชั่วโมง แล้วให้โค้ช AI จาก Gemini ในแอป Google Health เป็นคนแปลผลให้ รีวิวนี้เจาะทุกแง่ที่คนไทยต้องรู้ก่อนตัดสินใจ</p><p><strong>สรุปสั้นๆ สำหรับคนรีบ:</strong> เบาจนลืมว่าใส่ (รวมสาย 12 กรัม) แบต 7 วัน กันน้ำ 5ATM วัดครบ HR/HRV/SpO2/อุณหภูมิ พร้อมแจ้งเตือนหัวใจเต้นผิดจังหวะ | ไม่มีจอ ไม่มีแจ้งเตือน — ทุกอย่างอยู่ในแอป | โค้ช AI ต้องจ่าย Premium ซึ่งไทยยังสมัครไม่ได้ | ไทยมีแต่เครื่องหิ้ว 3,700-9,990 บาท</p><h2>ปรัชญาไร้หน้าจอ: ตัดสิ่งรบกวนออกจากข้อมือ</h2><p>ในยุคที่สมาร์ทวอทช์แข่งกันยัดจอใหญ่และฟีเจอร์แจ้งเตือน Google เลือกเดินสวนทางด้วยแนวคิดที่เรียบง่าย: อุปกรณ์วัดสุขภาพที่ดีที่สุดคืออุปกรณ์ที่คุณลืมไปเลยว่าใส่อยู่ Fitbit Air จึงเป็นแค่ "เม็ด tracker" ในสายผ้าหรือซิลิโคน ไม่มีจอ ไม่สั่นเตือนไลน์ ไม่มีอะไรให้เปิดดูระหว่างประชุม ข้อมูลทั้งหมดรออยู่ในแอปเมื่อคุณพร้อมจะดู แนวทางนี้พิสูจน์มาแล้วว่ามีตลาดจริงจากอุปกรณ์สายโปรที่นักกีฬาระดับโลกใช้กัน และ Google นำมาทำในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่ามาก</p><h2>สเปกสำคัญของ Fitbit Air</h2><table><thead><tr><th>หัวข้อ</th><th>รายละเอียด</th></tr></thead><tbody><tr><td>น้ำหนัก</td><td>ตัวเครื่อง 5.2 กรัม / รวมสาย 12 กรัม หนา 8.3 มม.</td></tr><tr><td>หน้าจอ</td><td>ไม่มี (screenless)</td></tr><tr><td>เซนเซอร์</td><td>Optical HR, accelerometer + gyroscope 3 แกน, แสงแดง+อินฟราเรดวัด SpO2, เซนเซอร์อุณหภูมิ, มอเตอร์สั่น</td></tr><tr><td>แบตเตอรี่</td><td>สูงสุด 7 วัน ชาร์จเต็ม 90 นาที ชาร์จ 5 นาทีใช้ได้ 1 วัน</td></tr><tr><td>กันน้ำ</td><td>50 เมตร (5ATM) ใส่ว่ายน้ำได้</td></tr><tr><td>สี</td><td>Obsidian, Fog, Lavender, Berry (+รุ่นพิเศษ Stephen Curry)</td></tr><tr><td>การเชื่อมต่อ</td><td>Bluetooth 5.0 กับ Android 11+ / iOS 16.4+ ผ่านแอป Google Health</td></tr><tr><td>ราคา</td><td>99.99 ดอลลาร์ (รุ่น Curry 129.99 ดอลลาร์) สายเสริมเริ่ม 34.99 ดอลลาร์</td></tr></tbody></table><h2>วัดอะไรได้บ้าง แล้วแม่นแค่ไหน</h2><h3>การนอนและ Sleep Score</h3><p>Google เคลมว่า Fitbit Air วัดการนอนแม่นขึ้นสูงสุด 15% จากรุ่นก่อนหน้า และตรวจจับการงีบกลางวันที่ยาวเกิน 20 นาทีได้อัตโนมัติ ทุกเช้าจะได้ Sleep Score 0-100 พร้อมรายละเอียดหลับลึก หลับฝัน และการตื่นกลางดึก</p><h3>ความพร้อมร่างกายและ Cardio Load</h3><p>ระบบรวม HRV การนอนสะสม และชีพจรขณะพักเป็นคะแนนความพร้อมรายวัน คู่กับ Cardio Load ที่บอกว่าวันนี้ควรออกแรงอีกเท่าไหร่ ใครยังไม่คุ้นกับค่าเหล่านี้ เราสรุปวิธีอ่านไว้ใน<a href="https://prnewsplus.com/p/4230">คู่มืออ่านค่า HRV, SpO2, Sleep Score ไม่ให้ตีความผิด</a></p><h3>หัวใจและ AFib</h3><p>นอกจากวัดชีพจรต่อเนื่อง ระบบยังเฝ้าจังหวะการเต้นของหัวใจเบื้องหลังและแจ้งเตือนเมื่อพบสัญญาณหัวใจเต้นผิดจังหวะ (AFib) ทั้งนี้ไม่มีโหมด ECG แบบกดวัดเองเหมือนอุปกรณ์การแพทย์ และ Google ระบุชัดว่าเป็นเครื่องมือ wellness ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยโรค</p><h2>โค้ช AI จาก Gemini: ของเด่นที่คนไทยยังใช้ไม่เต็มที่</h2><p>จุดขายหลักของ Fitbit Air คือ Google Health Coach โค้ชสุขภาพ AI ที่ถามตอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง วิเคราะห์ข้อมูลการนอนและการออกกำลังกายของเราแล้วปรับแผนให้รายวัน มี Morning Brief สรุปทุกเช้า แต่มีเงื่อนไขสำคัญ 2 ข้อที่คนไทยต้องรู้</p><ul><li><strong>ต้องจ่าย Premium</strong> — โค้ชเป็นฟีเจอร์ของ Google Health Premium (9.99 ดอลลาร์/เดือน หรือ 99.99 ดอลลาร์/ปี แถมฟรี 3 เดือนแรก ผู้ใช้ Google AI Pro/Ultra ได้สิทธิ์รวมอยู่แล้ว)</li><li><strong>ไทยยังไม่อยู่ในประเทศที่เปิดบริการ</strong> — รายชื่อทางการมีสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย แต่ยังไม่มีประเทศไทย การสมัครจากไทยตามช่องทางปกติจึงทำไม่ได้ และโค้ชยังไม่รองรับภาษาไทย</li></ul><p>โดยไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่ม ตัวเครื่องยังวัดและแสดงค่าพื้นฐานทั้งหมดในแอปได้ตามปกติ</p><h2>ข้อดี Fitbit Air</h2><ul><li>เบาและบางจนใส่นอนได้สบายทั้งคืน (5.2 กรัม)</li><li>ไม่มีสิ่งรบกวน เหมาะกับคนที่เบื่อการแจ้งเตือนที่ข้อมือ</li><li>เซนเซอร์ครบสำหรับสุขภาพพื้นฐาน รวมถึงแจ้งเตือน AFib</li><li>quick charge 5 นาทีได้ 1 วัน แก้จุดอ่อนเรื่องต้องถอดชาร์จ</li><li>ราคาทางการถูกกว่าอุปกรณ์ไร้จอสายโปรมาก และไม่บังคับสมาชิกรายปี</li></ul><h2>ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนซื้อ</h2><ul><li>ไม่มีจอ ดูเวลาหรือแจ้งเตือนไม่ได้เลย</li><li>ไม่มี GPS ในตัว สายวิ่งต้องพกมือถือ</li><li>โค้ช AI ผูกกับ Premium ซึ่งไทยยังสมัครไม่ได้และไม่รองรับภาษาไทย</li><li>ไทยไม่มีศูนย์ — เครื่องหิ้วราคาแกว่ง 3,700-9,990 บาท ประกันเป็นของร้าน</li><li>แบต 7 วันถือว่าสั้นกว่าสายรัดมีจอหลายรุ่นที่อยู่ได้ 14-21 วัน</li></ul><h2>เหมาะกับใคร</h2><p><strong>เหมาะกับ</strong> คนที่อยากเก็บข้อมูลสุขภาพจริงจังแต่ไม่อยากมีจอที่สองบนข้อมือ คนที่ใส่อุปกรณ์นอนทุกคืนจึงต้องการความเบาสบายเป็นหลัก และคนที่อยู่ในระบบ Google อยู่แล้ว</p><p><strong>ยังไม่เหมาะกับ</strong> คนที่ต้องการดูเวลา/แจ้งเตือนที่ข้อมือ สายวิ่งที่ต้องการ GPS ในตัว และคนที่อยากใช้โค้ช AI เต็มรูปแบบจากไทยตอนนี้ — กลุ่มนี้สายรัดมีจอราคาต่ำกว่า 2,000 บาทให้ความคุ้มค่าที่จับต้องได้กว่า ดูตัวเลือกทั้งหมดใน<a href="https://prnewsplus.com/p/4231">บทเปรียบเทียบสายรัดสุขภาพ 5 รุ่นปี 2569</a></p><h2>สรุป</h2><p>Fitbit Air เป็นการกลับมาที่น่าสนใจที่สุดของแบรนด์ Fitbit ในรอบหลายปี ด้วยการเลือกทำน้อยแต่ทำให้ดี: เครื่องเบา วัดแม่น ไม่รบกวน แล้วยกงานวิเคราะห์ให้ AI สำหรับตลาดโลกนี่คือสายรัดสุขภาพที่นิยามหมวดใหม่ในราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ ส่วนคนไทยที่สนใจตอนนี้ต้องแบกเงื่อนไขเครื่องหิ้วและ Premium ที่ยังมาไม่ถึง ถ้ารับได้ก็เป็นอุปกรณ์ที่ไม่มีอะไรเหมือนในตลาด ติดตามข่าวการเปิดตัวในไทยได้จาก<a href="https://prnewsplus.com/p/4178">ข่าวเปิดตัว Google Fitbit Air</a>ของเรา</p><p><strong>อัพเดทล่าสุด:</strong> กรกฎาคม 2569 | ข้อมูลราคาและบริการอาจเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบจากแหล่งทางการอีกครั้ง</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a62193e7104c_1784813886.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a62193e7104c_1784813886.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ทำไมคนฉลาดยังดูดวง? จิตวิทยาเบื้องหลัง &quot;สายมู&quot; ที่นักวิจัยไขปริศนาไว้แล้ว</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/4276-ทำไมคนฉลาดยังดูดวง-จิตวิทยาเบื้องหลัง-สายมู-ที่นักวิจัยไขปริศนาไว้แล้ว</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/4276-ทำไมคนฉลาดยังดูดวง-จิตวิทยาเบื้องหลัง-สายมู-ที่นักวิจัยไขปริศนาไว้แล้ว</guid>
            <pubDate>Fri, 24 Jul 2026 11:00:01 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[ตลาดมูเตลูโลกแตะ 5.6 แสนล้านบาทในปี 2567 และกลุ่มผู้ดูดวงส่วนใหญ่จบปริญญาตรี — นั่นหมายความว่าการดูดวงไม่ใช่เรื่องของคนไม่มีเหตุผล แต่มันคือกลไกทางจิตวิทยาที่สมองมนุษย์ทุกคนมีติดตัวมาแต่กำเนิด...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ตลาดมูเตลูและโหราศาสตร์ทั่วโลกมีมูลค่าราว <strong>5.6 แสนล้านบาท</strong> ในปี 2567 และผู้ที่ใช้บริการดูดวงส่วนใหญ่ในไทยจบการศึกษาระดับปริญญาตรี — สองข้อเท็จจริงนี้ตอบคำถามได้ชัดว่า จิตวิทยาสายมูไม่ใช่เรื่องของความโง่หรือฉลาด แต่เป็นกลไกที่สมองมนุษย์ทุกคนใช้รับมือกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ในชีวิต</p>

<h2>ตัวเลขที่บอกว่ากระแสนี้ไม่ธรรมดา</h2>
<p>ข้อมูลจากวิจัยกรุงศรีชี้ว่าตลาดมูเตลูโลกจะพุ่งไปถึง <strong>1.3 ล้านล้านบาท</strong> ในปี 2577 หรือเติบโต 9.1% ต่อปี ขณะที่ในไทยเอง ยอดขายสินค้ามูเตลูบนแพลตฟอร์มออนไลน์ก็ไต่ระดับอย่างต่อเนื่อง</p>
<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>ปี</th>
      <th>มูลค่ายอดขายออนไลน์ (ไทย)</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td>2564</td>
      <td>61.28 ล้านบาท</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>2565</td>
      <td>152.03 ล้านบาท</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>2566</td>
      <td>231 ล้านบาท</td>
    </tr>
  </tbody>
</table>
<p>ข้อมูลจากหอสมุดรัฐสภาแสดงให้เห็นว่าในเวลาเพียง 2 ปี ตัวเลขเกือบสี่เท่าตัว และนี่ยังเป็นแค่ยอดออนไลน์เท่านั้น ยังไม่นับร้านค้า วัด หรือหมอดูที่รับลูกค้าโดยตรง</p>

<h2>จิตวิทยาสายมู ข้อที่ 1: สมองกลัว "ไม่รู้" มากกว่า "รู้ว่าจะแย่"</h2>
<p>ฟังดูขัดกับสัญชาตญาณ แต่การวิจัยปี 2016 พบว่าความ<strong>ไม่แน่นอน</strong>เกี่ยวกับผลลัพธ์เชิงลบทำให้เกิดความเครียดมากกว่าการรู้ชัดว่าสิ่งแย่ๆ จะเกิดขึ้นแน่ๆ เสียอีก</p>
<p>พูดง่ายๆ คือ สมองทนกับ "ไม่รู้ว่าจะโดนไล่ออกไหม" ได้ยากกว่า "รู้แล้วว่าโดนไล่ออก" การศึกษาปี 2017 ก็ยืนยันในทิศทางเดียวกันว่าความเครียดมักมีต้นตอมาจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคต</p>
<p>นั่นแหละคือเหตุผลว่าทำไมคนถึงดูดวง โหราศาสตร์อาจไม่ได้ให้คำตอบที่ถูกต้อง 100% แต่มันให้ "กรอบ" ในการมองอนาคต และสมองก็พอใจกับกรอบนั้น มากกว่าการลอยอยู่กลางความว่างเปล่าที่ไม่มีทิศทาง</p>

<h2>จิตวิทยาสายมู ข้อที่ 2: ดูดวงคือ Coping Mechanism ชนิดหนึ่ง</h2>
<p>ถ้าตัดคำว่า "งมงาย" ออกจากสมการ สิ่งที่โหราศาสตร์ทำได้จริงๆ คือทำหน้าที่เป็น<strong>กลไกรับมือกับความเครียด</strong> (Coping Mechanism) รูปแบบหนึ่ง</p>
<p>ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่คาดเดาไม่ได้ — ทั้งหมดนี้คือตัวกระตุ้นที่ทำให้คนรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถควบคุมชีวิตได้ ข้อมูล Social Listening ช่วงมกราคม–กุมภาพันธ์ 2569 ของบริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ก็ยืนยันว่าพฤติกรรมสายมูยุคนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการ<strong>ความมั่นคง</strong>และ<strong>ความมั่นใจในตัวเอง</strong>เป็นหลัก</p>
<p>การได้ยินว่า "เดือนนี้ดาวเสาร์เอื้ออำนวย งานการจะดีขึ้น" อาจไม่ใช่ความจริงทางดาราศาสตร์ แต่มันเป็น "แสงไฟ" ที่ทำให้คนกล้าก้าวต่อ และบางครั้งความกล้านั้นเองที่ทำให้สิ่งดีๆ เกิดขึ้นจริง</p>

<h2>จิตวิทยาสายมู ข้อที่ 3: Barnum Effect — ทำไมดวงถึงรู้สึก "แม่นจัง"</h2>
<p>เคยอ่านดวงแล้วรู้สึกว่า "นี่มันพูดถึงฉันชัดมาก" ทั้งที่คำทำนายนั้นเขียนถึงคนอีกหลายล้านคนในราศีเดียวกัน? นั่นคือ <strong>Barnum Effect</strong></p>
<p>Barnum Effect คือ Cognitive Bias ที่ทำให้สมองรับเอาคำอธิบายกว้างๆ และคลุมเครือมาตีความว่า "นั่นคือฉัน" งานวิจัยปี 2025 ใน International Journal of Trends in Emerging Research and Development พบว่าความเชื่อว่าดวงชะตาตรงกับตัวตนของตนนั้นเกิดจากอคติทางความคิดนี้และการถ่ายทอดทางวัฒนธรรม ไม่ใช่เพราะโหราศาสตร์แม่นยำจริงๆ</p>
<p>ลองนึกถึงคำทำนายแบบนี้: "คุณเป็นคนที่ดูแข็งแกร่งภายนอก แต่ข้างในต้องการใครสักคนที่เข้าใจคุณจริงๆ" — ประโยคนี้ใช้ได้กับคนแทบทุกคนบนโลก แต่สมองของเราจะรู้สึกว่ามันพูดถึงเราโดยเฉพาะ</p>

<h2>จิตวิทยาสายมู ข้อที่ 4: Re-enchantment — โลกสมัยใหม่ยิ่งทำให้คนอยากเชื่อ</h2>
<p>หลายคนคิดว่าโลกที่ก้าวหน้าขึ้นจะทำให้ความเชื่อเรื่องดวงชะตาเลือนหายไป แต่เกิดขึ้นตรงกันข้าม</p>
<p>นักวิชาการเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า <strong>"Re-enchantment"</strong> หรือ "การหวนกลับมาของความหลงใหล" ในสังคมสมัยใหม่ กล่าวคือ ความเชื่อและพิธีกรรมไม่ได้หายไปตามความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ แต่กลับขยายตัวและปรับรูปแบบให้เข้ากับยุคสมัย</p>
<p>ในยุค 2569 ปรากฏการณ์นี้ยิ่งชัดขึ้น เพราะคนรุ่นใหม่เข้าถึงข่าวร้าย ความเครียด และความไม่แน่นอนได้เร็วและง่ายกว่าเดิมผ่านโลกออนไลน์ พฤติกรรมสายมูจึงไม่ใช่แค่การขอพรโชคลาภอีกต่อไป แต่กลายเป็นสิ่งที่ต้อง "สวมใส่ได้" "เข้าถึงง่าย" และ "สะท้อนตัวตน" ได้ในเวลาเดียวกัน</p>

<h2>ใครคือ "สายมู" ในไทย? ภาพที่งานวิจัยวาดไว้</h2>
<p>งานวิจัยของพิไลรัตน์ รุจิวณิชย์กุล วาดภาพผู้ใช้บริการดูดวงในไทยได้ชัดเจน</p>
<ul>
  <li><strong>เพศ:</strong> ผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย</li>
  <li><strong>การศึกษา:</strong> ระดับปริญญาตรีมากที่สุด</li>
  <li><strong>ฐานะ:</strong> ระดับปานกลาง</li>
  <li><strong>เรื่องที่ถามมากที่สุด:</strong> ความรัก/ครอบครัว, การงาน, การศึกษา, สุขภาพ</li>
</ul>
<p>สิ่งที่น่าสนใจคือ 4 เรื่องที่คนดูดวงมากที่สุด ล้วนเป็น 4 เรื่องที่มีความไม่แน่นอนสูงที่สุดในชีวิต และเป็นเรื่องที่ "ควบคุมได้ยาก" ที่สุดด้วย ซึ่งตรงกับทฤษฎีจิตวิทยาที่อธิบายไปข้างต้นแทบทุกข้อ</p>

<h2>ดูดวงอย่างไรให้เป็นพลังบวก ไม่ใช่ความกังวล</h2>
<p>การรู้จักกลไกทางจิตวิทยาเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าต้อง "เลิก" ดูดวง แต่ทำให้ "รู้เท่าทัน" ตัวเองมากขึ้น</p>
<p>ถ้าดวงทำให้รู้สึกมีกำลังใจ กล้าตัดสินใจ และมองอนาคตในแง่บวก — นั่นคือ Coping Mechanism ที่ได้ผล แต่ถ้าดวงทำให้รู้สึกหวาดกลัว ไม่กล้าทำอะไร หรือฝากชะตาชีวิตทั้งหมดไว้กับคำทำนาย — นั่นคือจุดที่ควรหยุดคิดทบทวน</p>
<p>ท้ายที่สุด การเข้าใจว่าสมองกำลังทำอะไรอยู่ คือวิธีที่ดีที่สุดในการใช้ความเชื่อให้เป็นแรงผลักดัน ไม่ใช่โซ่ที่ล่ามชีวิตเอาไว้</p>

<h3>แหล่งอ้างอิง</h3>
<ul>
  <li><a href="https://capitalread.co/mutelu2026/">เจาะพฤติกรรม 'สายมู 2026' — Capital Read (กุมภาพันธ์ 2569)</a></li>
  <li><a href="https://thaipublica.org/2025/01/krungsri-research-survey-faith-in-the-market-place/">วิจัยกรุงศรี มูเตลูผู้บริโภคไทย — Thai Publica (มกราคม 2568)</a></li>
  <li><a href="https://www.thepeople.co/lifestyle/healheart/54113">จิตวิทยาที่ตอบคำถามว่าทำไมคนชอบดูดวง — The People (ตุลาคม 2567)</a></li>
  <li><a href="https://library.parliament.go.th/en/radioscript/rr2568-feb3">มูเตลู ธุรกิจแห่งศรัทธา — หอสมุดรัฐสภา (2568)</a></li>
  <li><a href="https://www.silpa-mag.com/culture/article_100156">ทำไมโหราศาสตร์ถึงมีบทบาทในสังคมไทยยุคดิจิทัล — ศิลปวัฒนธรรม</a></li>
  <li><a href="https://www.psychologs.com/the-psychology-of-the-barnum-effect-why-we-believe-generic-descriptions/">The Psychology of the Barnum Effect — Psychologs (มกราคม 2026)</a></li>
</ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a61f25d18cec.png" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a61f25d18cec.png" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>โหมด Dry vs Cool vs Fan: ใช้ผิดโหมดแอร์มาตลอด เช็กเลยว่าเสียค่าไฟฟรีไปเท่าไหร่</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/4266-โหมด-dry-vs-cool-vs-fan-ใชผดโหมดแอรมาตลอด-เชกเลยวาเสยคาไฟฟรไปเทาไหร</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/4266-โหมด-dry-vs-cool-vs-fan-ใชผดโหมดแอรมาตลอด-เชกเลยวาเสยคาไฟฟรไปเทาไหร</guid>
            <pubDate>Fri, 24 Jul 2026 10:00:01 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[สัญลักษณ์เกล็ดหิมะกับหยดน้ำบนรีโมทแอร์ต่างกันยังไง? ถ้ายังกด Cool ทุกวันโดยไม่ดูสภาพอากาศ อาจจ่ายค่าไฟเกินโดยใช่เหตุถึง 20–50% — มาเช็กกันว่าใช้ผิดโหมดมานานแค่ไหน...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>รีโมทแอร์มีสองปุ่มที่หลายคนกดผิดมาตลอด — เกล็ดหิมะ (Cool) กับหยดน้ำ (Dry) โหมด Dry vs Cool ต่างกันที่กลไกการทำงานและสภาพอากาศที่เหมาะสม ถ้าเลือกให้ถูก ค่าไฟอาจลดลงได้ถึง 20–50% ต่อวัน โดยไม่ต้องรู้สึกร้อนขึ้นเลย</p>

<h2>โหมดแอร์แต่ละแบบทำงานยังไง? เข้าใจก่อนกด</h2>
<p>หลายคนคิดว่าแอร์มีแค่โหมดเดียวคือ "เปิด" กับ "ปิด" แต่จริงๆ แล้วแต่ละโหมดถูกออกแบบมาให้ทำงานต่างกันโดยสิ้นเชิง เข้าใจตรงนี้ก่อน แล้วค่าไฟจะเปลี่ยนทันที</p>

<h3>โหมด Cool (เกล็ดหิมะ) — เย็นแรง กินไฟแรง</h3>
<p>โหมด Cool คือโหมดทำความเย็นหลักที่ทุกคนคุ้นเคย คอมเพรสเซอร์ทำงานเต็มกำลังเพื่อดึงอุณหภูมิลงให้ถึงตัวเลขที่ตั้งไว้</p>
<p>ผลคือห้องเย็นเร็ว แต่ก็กินไฟสูงสุดในบรรดาทุกโหมด เปรียบง่ายๆ เหมือนเหยียบคันเร่งสุดตลอดเวลา ประสิทธิภาพสูง แต่ต้นทุนก็สูงตาม</p>

<h3>โหมด Dry (หยดน้ำ) — ไม่ได้ทำให้เย็นจัด แต่ช่วยให้รู้สึกสบาย</h3>
<p>โหมด Dry ไม่ได้มีหน้าที่ลดอุณหภูมิโดยตรง แต่ทำหน้าที่ <strong>ดูดความชื้นออกจากอากาศ</strong> แทน โดยคอมเพรสเซอร์จะทำงานสลับกับการพัก ไม่วิ่งเต็มที่ตลอดเวลาแบบโหมด Cool</p>
<p>ลองนึกภาพวันฝนตกที่อากาศ 28 องศาแต่รู้สึกอบอ้าวเหนียวตัว — ต้นเหตุไม่ใช่ความร้อน แต่คือ "ความชื้น" นั่นเอง โหมด Dry แก้ปัญหาตรงนี้ได้โดยไม่ต้องทำห้องให้เย็นเฉียบอย่างไม่จำเป็น</p>

<h3>โหมด Fan (พัดลม) — ประหยัดสุด แต่ไม่ใช่สำหรับทุกวัน</h3>
<p>โหมด Fan เปิดแค่พัดลมหมุนเวียนอากาศ คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงานเลย จึงกินไฟน้อยที่สุดในทุกโหมด</p>
<p>แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการที่ไม่มีการลดอุณหภูมิหรือดูดความชื้นใดๆ ทั้งสิ้น เหมาะเฉพาะช่วงเช้าหรือเย็นที่อากาศพอทนได้เท่านั้น</p>

<h2>โหมด Dry vs Cool กินไฟต่างกันแค่ไหน? ดูตัวเลขจริง</h2>
<p>พูดเรื่องค่าไฟแบบนามธรรมไม่มีประโยชน์ มาดูตัวเลขที่คำนวณได้จริงกันเลย</p>
<p>สำหรับ <strong>แอร์ขนาด 1.5 ตัน เปิดวันละ 8 ชั่วโมง</strong>:</p>
<ul>
  <li><strong>โหมด Cool:</strong> 1.5 kWh × 8 ชั่วโมง = <strong>12 kWh ต่อวัน</strong></li>
  <li><strong>โหมด Dry:</strong> 0.75 kWh × 8 ชั่วโมง = <strong>6 kWh ต่อวัน</strong></li>
</ul>
<p>ประหยัดได้ถึง <strong>6 kWh ต่อวัน</strong> เพียงแค่เปลี่ยนโหมดในวันที่อากาศชื้นแต่ไม่ร้อนจัด คิดเป็น 30 วันก็ต่างกันถึง 180 kWh ต่อเดือน</p>
<p>ข้อมูลยังระบุว่าในสภาพอากาศที่เหมาะสม บางกรณีประหยัดได้สูงถึง <strong>50%</strong> เมื่อเปลี่ยนจาก Cool เป็น Dry</p>

<h2>เปรียบเทียบ 3 โหมด แบบเห็นภาพชัดๆ</h2>
<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>โหมด</th>
      <th>การทำงาน</th>
      <th>การกินไฟ</th>
      <th>เหมาะกับสถานการณ์</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td><strong>Cool ❄️</strong></td>
      <td>คอมเพรสเซอร์วิ่งเต็มที่ ลดอุณหภูมิ</td>
      <td>สูงสุด</td>
      <td>ร้อนจัด แดดแรง อยากเย็นเร็ว</td>
    </tr>
    <tr>
      <td><strong>Dry 💧</strong></td>
      <td>คอมเพรสเซอร์ทำงานสลับพัก ดูดความชื้น</td>
      <td>ต่ำกว่า Cool 20–50%</td>
      <td>หน้าฝน อากาศชื้น อบอ้าวแต่ไม่ร้อนจัด</td>
    </tr>
    <tr>
      <td><strong>Fan 🌀</strong></td>
      <td>แค่พัดลมหมุน ไม่มีความเย็น</td>
      <td>ต่ำสุด</td>
      <td>ช่วงเช้า/เย็น อากาศพอทนได้</td>
    </tr>
  </tbody>
</table>

<h2>ความเข้าใจผิด 3 ข้อที่ทำให้เสียเงินโดยไม่รู้ตัว</h2>

<h3>❌ "Dry ไม่เย็น ไม่มีประโยชน์"</h3>
<p>นี่คือความเข้าใจผิดที่แพงที่สุด ในวันที่อากาศชื้น ความรู้สึก "อบอ้าวเหนียวตัว" ไม่ได้มาจากอุณหภูมิ แต่มาจากความชื้น ดังนั้นการลดความชื้นด้วยโหมด Dry ทำให้รู้สึก <strong>เย็นสบายจริง</strong> โดยไม่จำเป็นต้องดึงอุณหภูมิลงให้เปลืองไฟ</p>

<h3>❌ "โหมด Fan ประหยัด ใช้ได้ทุกสถานการณ์"</h3>
<p>โหมด Fan ไม่มีทั้งการลดอุณหภูมิและการดูดความชื้น ถ้าวันไหนอากาศร้อนจัดหรือชื้นสูง แล้วยังดันเปิดโหมด Fan อยู่ — ผลคือเหนื่อยฟรี ห้องไม่เย็น ไม่สบายขึ้นเลย</p>

<h3>❌ "เปิด Cool ตลอดก็ดีอยู่แล้ว"</h3>
<p>โหมด Cool สิ้นเปลืองที่สุดเพราะคอมเพรสเซอร์ทำงานเต็มที่ตลอด ถ้าข้างนอกชื้นแต่ไม่ร้อน การเปิด Cool ตลอดวันคือการจ่ายค่าไฟเพิ่มโดยที่ไม่ได้รับความสบายเพิ่มขึ้น นั่นคือเงินที่หายไปเงียบๆ ทุกเดือน</p>

<h2>คู่มือเลือกโหมดแอร์ตามสภาพอากาศ ใช้ได้จริงทุกวัน</h2>
<p>ก่อนกดรีโมท แค่ถามตัวเองหนึ่งคำถาม: <em>"วันนี้ร้อน หรือชื้น?"</em></p>
<ul>
  <li><strong>ร้อนจัด แดดแรง:</strong> กด <strong>Cool</strong> ตั้งอุณหภูมิประมาณ 25–26 องศา เพื่อลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว</li>
  <li><strong>หน้าฝน / อากาศชื้น ไม่ร้อนมาก:</strong> กด <strong>Dry</strong> ช่วยให้สบายตัวและประหยัดไฟกว่า Cool ถึง 20–50%</li>
  <li><strong>ช่วงเช้า/เย็น อากาศโอเค:</strong> กด <strong>Fan</strong> หมุนเวียนอากาศ ประหยัดไฟสูงสุด</li>
  <li><strong>ขี้เกียจปรับบ่อย:</strong> ใช้โหมด <strong>Auto</strong> ให้แอร์เลือกเองระหว่าง Cool และ Dry ตามสภาพจริง</li>
</ul>

<h2>ข้อควรระวัง: เปิดโหมด Dry นานเกินไปก็มีโทษ</h2>
<p>แม้ Dry จะดีในวันอากาศชื้น แต่ไม่ควรเปิดทิ้งไว้ทั้งวันต่อเนื่อง เพราะอากาศที่แห้งเกินไปอาจ <strong>ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ</strong> และทำให้ <strong>เฟอร์นิเจอร์ไม้แตกร้าวหรือเสียหาย</strong> ได้</p>
<p>คำแนะนำคือเปิดโหมด Dry ช่วงละ <strong>30 นาที ถึง 2 ชั่วโมง</strong> ต่อครั้ง แล้วพัก หรือสลับกับโหมดอื่นตามความจำเป็น</p>

<h2>โบนัส: Dry Mode ช่วยปกป้องบ้านและสุขภาพด้วย</h2>
<p>นอกจากเรื่องค่าไฟ การลดความชื้นในห้องยังมีประโยชน์รองที่หลายคนมองข้าม ได้แก่</p>
<ul>
  <li><strong>ป้องกันเชื้อรา</strong> ที่ชอบขึ้นในสภาพอากาศชื้น</li>
  <li><strong>ยืดอายุเครื่องใช้ไฟฟ้า</strong> และเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ชอบความชื้น</li>
  <li><strong>ปกป้องเครื่องดนตรี</strong> เช่น กีตาร์หรือเปียโนที่เสียหายง่ายเมื่อความชื้นสูง</li>
  <li><strong>ลดความรู้สึกอบอ้าวเหนียวตัว</strong> โดยไม่ต้องจ่ายค่าไฟเพิ่ม</li>
</ul>
<p>สรุปง่ายๆ คือ การรู้จักเลือกโหมดแอร์ให้ถูกต้องไม่ใช่แค่เรื่องค่าไฟ แต่ยังช่วยดูแลสุขภาพและทรัพย์สินในบ้านด้วย</p>

<h3>แหล่งอ้างอิง</h3>
<ul>
  <li><a href="https://www.sanook.com/women/268545/">Sanook Women — โหมด Dry vs Cool ใช้ผิดจนค่าไฟพุ่ง</a></li>
  <li><a href="https://www.sanook.com/news/9890178/">Sanook News — ปุ่มบนรีโมทแอร์ที่กินไฟน้อยที่สุด</a></li>
  <li><a href="https://www.garvee.com/blogs/how-tos/hvac-experts-explain-air-conditioner-modes">Garvee — HVAC Experts Explain Air Conditioner Modes</a></li>
  <li><a href="https://kandkheatingandcooling.com/2026/01/24/ac-cool-vs-dry-mode-key-differences-and-how-to-use-them/">K&amp;K Heating and Cooling — AC Cool vs Dry Mode: Key Differences and How to Use Them</a></li>
  <li><a href="https://www.aboutdarwin.com/what-is-dry-mode-in-ac/">About Darwin — Dry Mode: Complete Electricity Usage Guide</a></li>
  <li><a href="https://dasintergroup.com/en/blog/aircon-dry-mode/">DAS Intergroup — เปิดแอร์โหมด Dry เปลืองไฟไหม</a></li>
  <li><a href="https://www.sanook.com/hitech/1599363/">Sanook Hi-Tech — โหมด Dry ในแอร์คืออะไร ข้อดีข้อเสีย</a></li>
  <li><a href="https://propertyscout.co.th/...%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/">PropertyScout — DRY vs COOL ควรเลือกใช้โหมดไหน</a></li>
</ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a601f073fbe7.png" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a601f073fbe7.png" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>PRNewsPlus เปิดตัว Boost อัพเกรดข่าว PR ขึ้นหน้าแรกพร้อมคิวตรวจด่วน เริ่ม 490 บาท</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4279-prnewsplus-เปิดตัว-boost-อัพเกรดข่าว-pr-ขึ้นหน้าแรกพร้อมคิวตรวจด่วน-เริ่ม-490-บาท-1</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4279-prnewsplus-เปิดตัว-boost-อัพเกรดข่าว-pr-ขึ้นหน้าแรกพร้อมคิวตรวจด่วน-เริ่ม-490-บาท-1</guid>
            <pubDate>Thu, 23 Jul 2026 21:14:00 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[PRNewsPlus เพิ่มตัวเลือกใหม่ Boost ราคา 490 บาทต่อครั้ง ดันข่าวขึ้นส่วนข่าวเด่นวันนี้บนหน้าแรก 1 วันเต็ม พร้อมคิวตรวจด่วน ใช้ได้กับข่าวจากแพ็คฟรี...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>PRNewsPlus เปิดตัวตัวเลือกใหม่สำหรับสมาชิกผู้ลงข่าวประชาสัมพันธ์ในชื่อ "Boost" ให้ข่าวของแบรนด์ขึ้นแสดงบนส่วน "ข่าวเด่นวันนี้" ของหน้าแรกเว็บไซต์เป็นเวลา 1 วันเต็ม พร้อมสิทธิ์คิวตรวจด่วนก่อนคิวปกติ ในราคา 490 บาทต่อครั้ง</p><p>จุดเด่นของ Boost คือใช้ได้กับข่าวทุกประเภท รวมถึงข่าวที่ลงผ่านแพ็คเกจฟรี โดยเลือกได้ทันทีในขั้นตอนส่งข่าว และหากข่าวยังอยู่ระหว่างรอตรวจ ระยะเวลาการแสดงบนหน้าแรกจะเริ่มนับเมื่อข่าวเผยแพร่จริง ผู้ลงข่าวจึงได้เวลาแสดงผลครบถ้วนเสมอ</p><p>พร้อมกันนี้ แพ็คเกจ Pay-Per-Post ได้รับการปรับปรุงให้ส่งมอบคุณค่ามากขึ้น โดยแบบรายข่าว (1,290 บาท) ได้รับคิวตรวจด่วนภายใน 12 ชั่วโมง พร้อมการแสดงบนข่าวเด่นหน้าแรก 3 วัน ส่วนแพ็คหลายเครดิตได้รับการแสดงข่าวเด่น 2 วันต่อข่าว และเครดิตมีอายุการใช้งาน 1 ปี</p><p>สำหรับแบรนด์ที่ลงข่าวเป็นประจำ แพ็คเกจรายเดือน Starter (1,990 บาทต่อเดือน) ครอบคลุมการลงข่าว 5 ข่าวพร้อมสิทธิ์ Boost ในตัวทุกข่าว คิดเป็นต้นทุนเฉลี่ยต่อข่าวที่ต่ำกว่าการซื้อ Boost รายครั้งราว 19 เปอร์เซ็นต์</p><p>ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดแพ็คเกจทั้งหมดได้ที่หน้าราคาของเว็บไซต์ หรือเริ่มใช้งานได้ทันทีจากขั้นตอนส่งข่าวในระบบสมาชิก</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a6238f85d8ae_1784822008.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a6238f85d8ae_1784822008.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>อาทิตย์นี้เตรียมโดนตก! เมื่อ &quot;แม่สุนารี&quot; พา &quot;น้องสงัด&quot; ไซบีเรียนตัวตึงประจำบ้าน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/entertainment/4271-อาทิตย์นี้เตรียมโดนตก-เมื่อ-แม่สุนารี-พา-น้องสงัด-ไซบีเรียนตัวตึงประจำบ้าน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/entertainment/4271-อาทิตย์นี้เตรียมโดนตก-เมื่อ-แม่สุนารี-พา-น้องสงัด-ไซบีเรียนตัวตึงประจำบ้าน</guid>
            <pubDate>Thu, 23 Jul 2026 15:15:06 +0700</pubDate>
            <dc:creator>ลักษมณ ศรีละมัด</dc:creator>
            <category>บันเทิง</category>
            <description><![CDATA[ส่องโมเมนต์ความรักสุดอบอุ่น พร้อมฟัง“แม่สุนารี”นางฟ้าของหมาไร้บ้าน ที่จะมาแฉวีรกรรมสุดแสบของลูกชาย ตามสไตล์ตระกูล ไซบีเรียนฮัสกี  กับภารกิจช่วยเหลือน้องหมาที่รับมาเลี้ยงจนถึงตอนนี้รวม40 กว่าตัวแล้ว...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ฮาไปกับชื่อแปลก ๆของลูกๆที่รับเลี้ยงไว้ เช่น สงัด เสงี่ยม ขี้ เยี่ยว ตค ซึ่งชื่อแบบนี้ เป็นสุนัขสายพันธุ์จากต่างประเทศทั้งนั้น  แต่ละตัวของพี่สุที่รับเลี้ยง ก่อนที่จะเอาเข้าบ้าน จะนำมาปรับทัศนคติ เปลี่ยนพฤติกรรม รวมถึงลูก ๆ ที่หาบ้านให้ก็จะมาฝากไว้ที่ศูนย์ฝึกสุนัข “ด็อกสมายล์”  สุนารี เล่าว่า “พูดถึงสงัด เป็นไซบีเรียนฮัสกี ลูกคนเดียวที่เสียเงินซื้อ รับเลี้ยงหมามากว่า 20 ปี ตอนเริ่มรับเลี้ยงแรกๆส่วนมากมีแต่หมาพันธุ์ไทย สมัยก่อนไม่มีโซเชียลเลยไม่รู้ว่าเค้าทิ้งหมาพวกนี้ด้วย ถ้ารู้คงไม่เสียเงินซื้อสงัด” </p><p><strong>          ในสัปดาห์นี้ รายการ“PET Planet รักนี้มีหาง” รายการวาไรตี้อารมณ์ดีอบอุ่นและสร้างความเข้าใจในการดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้อง โดยสัปดาห์นี้ทั้ง 3 พิธีกรอย่าง เอ ไชยา, เอ๋ ดาเรศ และ น้องแป้ง ศรัณฉัตร จะพาไปพูดคุยกับ สุนารี ราชสีมา นักร้องลูกทุ่งระดับตำนาน ขวัญใจคนลูกทุ่งจากเมืองย่าโม ที่จะมาแนะนำ “น้องสงัด" ไซบีเรียนสุดป่วน ตัวตึงประจำบ้าน ให้รู้จักพร้อมฟังเรื่องราว การช่วยเหลือสุนัขที่ถูกทอดทิ้ง ให้ได้รับโอกาสชีวิตที่ดีขึ้น มีทั้งเลี้ยงไว้เองและหาบ้านใหม่ให้กับน้องๆ</strong></p><p><strong>         ติดตามชม โมเมนต์ความรักสุดอบอุ่น พร้อมฟังแม่สุแฉวีรกรรมสุดแสบของ"น้องสงัด" ตามสไตล์ตระกูลฮัสกี เจอกันหน้าจอ!   ที่จะทำให้ผู้ชมใจทั้งหลงรักและฮาไปพร้อมกันได้ทางช่อง3HDได้ในรายการ “PET Planet รักนี้มีทาง” วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.00 น. ทางช่อง 3HD กด 33 และติดตามชมได้ทาง youtube : Pet Planet รักนี้มีหาง , IG: petplanetonline.th , Facebook: Pet Planet รักนี้มีหาง , TikTok: รักนี้มีหาง แอป : ch3plus.com</strong></p><p><strong>          ห้ามพลาด!!! แฟนๆ รายการสามารถร่วมสนุก โดยส่ง “คลิปลูกรัก” ลุ้นขึ้นจอช่วง “แจ้งเกิดซุปตาร์มีหาง” กันได้ เพียงกด Follow Subscribe ช่องทาง Social Media ของรายการในทุกช่องทาง แล้วโพสต์คลิปน้อง ๆ ลงโซเชียลตัวเอง ติดแฮชแท็ก #แจ้งเกิดซุปตาร์มีหาง พร้อมตั้งค่าเป็นสาธารณะ เพียงแค่นี้ก็สามารถลุ้นแจ้งเกิดซุปตาร์มีหาง ในรายการ “PET Planet รักนี้มีหาง” พร้อมรับของที่ระลึกกันได้ทุกสัปดาห์</strong></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a61b05dd98e5_1784787037.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a61b05dd98e5_1784787037.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ในงาน CPHI South East Asia 2026</title>
            <link>https://prnewsplus.com/health/4272-บริษัท-อินโนบิก-เอเซีย-จำกัด-พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร-ในงาน-cphi-south-east-asia-2026</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/health/4272-บริษัท-อินโนบิก-เอเซีย-จำกัด-พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร-ในงาน-cphi-south-east-asia-2026</guid>
            <pubDate>Thu, 23 Jul 2026 15:15:04 +0700</pubDate>
            <dc:creator>มยุรี พันธ์กุ่ม</dc:creator>
            <category>สุขภาพ / ความงาม</category>
            <description><![CDATA[บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมจัดแสดงนวัตกรรม Functional Probiotics หรือโพรไบโอติกส์สายพันธุ์ไทยที่พัฒนาจากผลงานวิจัยของคนไทย ในงาน CPHI South East Asia 2026...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify">ดร.ณัฐ อธิวิทวัส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมจัดแสดงนวัตกรรม Functional Probiotics หรือโพรไบโอติกส์สายพันธุ์ไทยที่พัฒนาจากผลงานวิจัยของคนไทย ในงาน CPHI South East Asia 2026 เวทีสำคัญของอุตสาหกรรมเภสัชกรรม สุขภาพ และวิทยาศาสตร์ชีวภาพระดับนานาชาติ ซึ่งรวบรวมผู้ประกอบการ นักวิจัยและพันธมิตรธุรกิจจากกว่า 72 ประเทศทั่วโลก เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับสากล พร้อมตอกย้ำศักยภาพงานนวัตกรรมทางด้าน Life Science ของประเทศไทยสู่เวทีโลก ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อเร็ว ๆ นี้</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a61b7d3a19ee_1784788947.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a61b7d3a19ee_1784788947.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ยกระดับการศึกษาไทย&quot;โรงเรียนยินดีวิทย&quot; ร่วมแลกเปลี่ยนโมเดลบริหารจัดการโรงเรียนกับ &quot;โรงเรียนปลูกปัญญา&quot;</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/4268-ยกระดับการศึกษาไทยโรงเรียนยินดีวิทย-ร่วมแลกเปลี่ยนโมเดลบริหารจัดการโรงเรียนกับ-โรงเรียนปลูกปัญญา</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/4268-ยกระดับการศึกษาไทยโรงเรียนยินดีวิทย-ร่วมแลกเปลี่ยนโมเดลบริหารจัดการโรงเรียนกับ-โรงเรียนปลูกปัญญา</guid>
            <pubDate>Wed, 22 Jul 2026 14:02:08 +0700</pubDate>
            <dc:creator>สิริวรรณ รัตนมงคลธัญ</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านการออกแบบหลักสูตร การสร้างสรรค์ Learning Environment และการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ตามศักยภาพผู้เรียน เพื่อมุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยร่วมกัน...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><br></p><p><br></p><p>ยินดีต้อนรับโรงเรียนปลูกปัญญา จ.นครราชสีมา คณะผู้บริหาร ที่เดินทางมาเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนการศึกษาดูงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้าน การบริหารและออกแบบหลักสูตร การจัดสภาพแวดล้อมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ การพัฒนาพื้นที่และกิจกรรมให้เหมาะสมกับธรรมชาติและศักยภาพของผู้เรียนโรงเรียนยินดีวิทย์รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมแบ่งปันแนวคิด ประสบการณ์ และแนวทางการจัดการศึกษา พร้อมทั้งได้เรียนรู้มุมมองใหม่ๆ จากคณะผู้มาเยือนขอขอบพระคุณคณะผู้บริหารและทีมผู้จัดการโรงเรียนปลูกปัญญาที่ให้เกียรติมาเยี่ยมชม และร่วมสร้างเครือข่ายแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาไปด้วยกันค่ะ Yindee Visit #22</p><p><br></p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a603499db75b_1784689817.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a603499db75b_1784689817.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>INTER เปิดบ้านพานักเรียนปัญญาวรคุณ เรียนรู้การผลิตกล่องลูกฟูก</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/4269-inter-เปิดบ้านพานักเรียนปัญญาวรคุณ-เรียนรู้การผลิตกล่องลูกฟูก</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/4269-inter-เปิดบ้านพานักเรียนปัญญาวรคุณ-เรียนรู้การผลิตกล่องลูกฟูก</guid>
            <pubDate>Wed, 22 Jul 2026 14:02:06 +0700</pubDate>
            <dc:creator>บจก.อินเตอร์ไฟเบอร์ คอนเทนเนอร์</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[บริษัท อินเตอร์ไฟเบอร์ คอนเทนเนอร์ จำกัด เปิดบ้านต้อนรับนักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนปัญญาวรคุณ เข้าศึกษาดูงานกระบวนการผลิตกล่องกระดาษลูกฟูก พร้อมแนะแนวการศึกษาต่อและอาชีพในอนาคต...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ <strong>20 กรกฎาคม 2569</strong> บริษัท <strong>อินเตอร์ไฟเบอร์ คอนเทนเนอร์ จำกัด</strong> ได้เปิดบ้านต้อนรับคณะนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จาก <strong>โรงเรียนปัญญาวรคุณ</strong> เข้าศึกษาดูงานภายใต้กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สัมผัสการทำงานจริงในภาคอุตสาหกรรม และเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสายอาชีพในอนาคต</p><p>นักเรียนได้เยี่ยมชมกระบวนการผลิตกล่องกระดาษลูกฟูก ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตจนถึงการแปรรูปเป็นบรรจุภัณฑ์ พร้อมเรียนรู้การทำงานของเครื่องจักรภายในโรงงาน โดยเฉพาะเครื่องตัดกระดาษ และยังได้ทดลองขึ้นรูปชิ้นงานจริง ซึ่งช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงและเห็นภาพการทำงานในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อย่างเป็นรูปธรรม</p><p>นอกจากการศึกษาดูงานแล้ว บริษัทฯ ยังได้จัดกิจกรรมแนะแนวด้านการศึกษาและอาชีพ โดยร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับสายงานในภาคอุตสาหกรรม ทักษะที่จำเป็นในโลกการทำงาน และแนวทางการเลือกคณะในระดับปริญญาตรีให้สอดคล้องกับความถนัดและความสนใจของนักเรียน</p><p>บริษัท อินเตอร์ไฟเบอร์คอนเทนเนอร์ จำกัด มุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาเยาวชนผ่านการแบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเตรียมความพร้อมให้กับคนรุ่นใหม่ในการก้าวสู่การศึกษาและการประกอบอาชีพในอนาคต</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a6035f75a464_1784690167.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a6035f75a464_1784690167.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ฟื้นบำรุงผมเสียระดับซาลอนด้วย Wella Ultimate Repair</title>
            <link>https://prnewsplus.com/products/4270-ฟื้นบำรุงผมเสียระดับซาลอนด้วย-wella-ultimate-repair</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/products/4270-ฟื้นบำรุงผมเสียระดับซาลอนด้วย-wella-ultimate-repair</guid>
            <pubDate>Wed, 22 Jul 2026 14:02:04 +0700</pubDate>
            <dc:creator>กรกช ลิมพะสุต</dc:creator>
            <category>สินค้าและบริการ</category>
            <description><![CDATA[Wella Professionals Thailand แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมชั้นนำในเครือ โอซีซี กรุ๊ป แนะนำ ‘Wella Ultimate Repair’ นวัตกรรมฟื้นบำรุงและซ่อมแซมเส้นผมอย่างล้ำลึก ผสานด้วยส่วนผสม Alpha-Hydroxy Acid (AHA) และ Omega-9 ที่ช่วยฟื้นบำรุงผมเสียจากโครงสร้างเส้นผมภายใน 90 วินาที พร้อมปกป้องเส้นผมจากความเสียหายในชี...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>Wella Professionals Thailand</strong> แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมชั้นนำในเครือ โอซีซี กรุ๊ป แนะนำ <strong>‘Wella Ultimate Repair’</strong> นวัตกรรมฟื้นบำรุงและซ่อมแซมเส้นผมอย่างล้ำลึก ผสานด้วยส่วนผสม Alpha-Hydroxy Acid (AHA) และ Omega-9 ที่ช่วยฟื้นบำรุงผมเสียจากโครงสร้างเส้นผมภายใน 90 วินาที พร้อมปกป้องเส้นผมจากความเสียหายในชีวิตประจำวัน ให้กลับมาแข็งแรง นุ่มลื่น และเงางาม ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาผมเสีย ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอย่างครบวงจร ได้แก่ Shampoo ราคา 1,100 บาท (250 ml), Conditioner ราคา 1,150 บาท (200 ml), Mask ราคา 1,300 บาท (150 ml), Miracle Hair Rescue ราคา 2,250 บาท (95 ml), 5-in-1 Protective Leave-In ราคา 1,150 บาท (95 ml) และ Ultimate Repair Night Serum ราคา 2,250 บาท (95 ml) วางจำหน่ายแล้ววันนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Lazada, Shopee, TikTok: Wella Professionals Thailand</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a6065fef3dcf_1784702462.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a6065fef3dcf_1784702462.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Meta AI vs TikTok AI 2026: ฟีเจอร์ไหนช่วยครีเอเตอร์ไทยสร้างคอนเทนต์ได้ดีกว่ากัน?</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/4262-meta-ai-vs-tiktok-ai-2026-ฟเจอรไหนชวยครเอเตอรไทยสรางคอนเทนตไดดกวากน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/4262-meta-ai-vs-tiktok-ai-2026-ฟเจอรไหนชวยครเอเตอรไทยสรางคอนเทนตไดดกวากน</guid>
            <pubDate>Wed, 22 Jul 2026 13:00:02 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[Meta AI รองรับภาษาไทยเต็มรูปแบบพร้อม Creator Assistant ที่วิเคราะห์ผลงานแบบเรียลไทม์ ขณะที่ TikTok Symphony Suite มาพร้อม Digital Avatars และ Seedance 2.0 แต่ฟีเจอร์ AI สร้างคอนเทนต์ยังจำกัดอยู่แค่ภาษาอังกฤษ ครีเอเตอร์ไทยเลือกใครดี?...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าวันนี้คุณยังสร้างคอนเทนต์โดยไม่ใช้ AI คุณกำลังแข่งกับคนที่ทำงานเร็วกว่าคุณเป็นสิบเท่า ในปี 2569 สงคราม <strong>Meta AI vs TikTok AI</strong> ไม่ใช่แค่เรื่องของแบรนด์ยักษ์ใหญ่อีกต่อไป แต่มันเป็นเรื่องของครีเอเตอร์ธรรมดาทุกคนที่อยากโตบนโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะในไทยที่ 77% ของธุรกิจใช้ AI สื่อสารกับลูกค้าแล้ว — คำถามคือ เครื่องมือของใครตอบโจทย์คนไทยได้จริงกว่ากัน?</p>

<h2>Meta AI vs TikTok AI: ภาพรวมก่อนลงรายละเอียด</h2>
<p>Meta มีฐานผู้ใช้ 3,540 ล้านคนทั่วโลก เกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลก กำลังปรับตัวจากแพลตฟอร์มโซเชียลสู่ระบบนิเวศธุรกิจครบวงจร ส่วน TikTok มีผู้ใช้ผู้ใหญ่กว่า 1,600 ล้านคน โดยกลุ่ม 25–44 ปี เป็นกลุ่มที่ engagement กับโฆษณาเติบโตเร็วที่สุด</p>
<p>ทั้งสองแพลตฟอร์มเปิดตัวเครื่องมือ AI ชุดใหม่ในปี 2026 อย่างต่อเนื่อง แต่ <strong>ทิศทางของแต่ละเจ้าต่างกันชัดเจนมาก</strong> — Meta มุ่งหา Organic Creator ทั่วไป ส่วน TikTok เน้นตอบโจทย์แบรนด์และนักโฆษณาเป็นหลัก</p>

<h2>Meta AI 2026: อาวุธของครีเอเตอร์ทั่วไป</h2>

<h3>Creator Assistant — พาร์ตเนอร์ที่เรียนรู้สไตล์คุณ</h3>
<p>วันที่ 4 มิถุนายน 2026 Meta เปิดตัว <strong>Creator Assistant</strong> บน Facebook ซึ่งทำงานต่างจากเครื่องมือ AI ทั่วไปตรงที่มันไม่ได้แค่ "ตอบคำถาม" แต่แปลง Performance Insights ของคุณให้กลายเป็นไอเดียที่ลงมือทำได้ทันที</p>
<p>ลองนึกภาพว่าโพสต์สุดท้ายของคุณ Reach ตก — Creator Assistant จะไม่บอกแค่ว่า "ลอง Post บ่อยขึ้น" แต่จะวิเคราะห์จากสไตล์คอนเทนต์ ผล engagement ของผู้ชม และเป้าหมายของคุณโดยเฉพาะ แล้วเสนอแนวทางที่เฉพาะเจาะจง ยิ่งใช้นานก็ยิ่งฉลาดขึ้น เพราะมันเรียนรู้เป้าหมายของผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>Meta ออกปากชัดว่าต้องการให้ Creator Assistant <strong>ขจัดความจำเป็นที่ครีเอเตอร์จะต้องวิ่งไปใช้ ChatGPT</strong> เมื่อต้องการระดมไอเดียหรือวิเคราะห์ผลงาน นั่นคือการเล็งตลาดชัดมาก</p>

<h3>AI Mode + Muse Spark — สร้างทุกอย่างใน Feed เดียว</h3>
<p>15 มิถุนายน 2026 Meta อัปเดต <strong>AI Mode</strong> ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Muse Spark บน Facebook ให้ดึงคำตอบจากคอนเทนต์สาธารณะใน Groups และ Reels มาแสดงตรงใน Feed และช่องค้นหาโดยตรง</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือตัดต่อวิดีโอมอนตาจด้วย AI, Photo Presets ที่เปลี่ยนเสื้อผ้า ทรงผม และของประกอบในภาพ และฟีเจอร์ Virtual Try-On ที่ให้ลองสวมเสื้อกีฬาทีมที่ชอบได้เลย ทุกอย่างอยู่ในแอปเดียว ไม่ต้องเปิดแอปอื่น</p>

<h3>จุดแข็งสุดของ Meta: ภาษาไทย</h3>
<p><strong>Meta AI รองรับภาษาไทยอย่างเต็มรูปแบบ</strong> บน Facebook, Messenger และ Instagram ครีเอเตอร์ไทยสามารถค้นหาข้อมูล สร้างงานเขียน และสั่งสร้างภาพเป็นภาษาไทยได้เลย โดยไม่ต้องแปลพรอมต์เป็นอังกฤษ ซึ่งลดอุปสรรคลงมหาศาลสำหรับคนที่ไม่ถนัดภาษา</p>
<p>ผลลัพธ์ที่น่าสนใจคือในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2568 Meta รายงานว่า daily actives ที่สร้างสื่อผ่าน Meta AI เพิ่มขึ้นเป็น <strong>3 เท่า</strong>เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า</p>

<h2>TikTok Symphony Suite 2026: อาวุธของแบรนด์และนักโฆษณา</h2>

<h3>3 เครื่องมือหลักใน Symphony Suite</h3>
<p>TikTok Symphony ไม่ใช่แค่เครื่องมือเดียว แต่คือ <strong>ระบบนิเวศ 3 ชั้น</strong> ที่ครอบคลุมกระบวนการสร้างคอนเทนต์ตั้งแต่ต้นจนจบ</p>
<ul>
  <li><strong>Symphony Creative Studio</strong> — สร้างวิดีโอโฆษณาอัตโนมัติจาก URL สินค้า หรือข้อความพรอมต์ ขับเคลื่อนด้วย Dreamina Seedance 2.0</li>
  <li><strong>Symphony Assistant</strong> — วิจัยข้อมูล วิเคราะห์เทรนด์ และเขียนสคริปต์โฆษณาพร้อม Hook เปิดคลิป</li>
  <li><strong>Symphony Digital Avatars</strong> — สร้างตัวแทนโฆษกดิจิทัล ไม่ต้องถ่ายทำจริง</li>
</ul>
<p>สิ่งที่ทำให้ Symphony แตกต่างชัดเจนคือ Digital Avatars ซึ่ง Meta ยังไม่มีฟีเจอร์เทียบเท่าที่ชัดเจน สำหรับแบรนด์ที่ต้องการโฆษกหลายภาษาหรือหลายตลาดพร้อมกัน นี่คือข้อได้เปรียบจริง</p>

<h3>Symphony Agent — เปิดตัวที่ Cannes Lions 2026</h3>
<p>TikTok เลือกเปิดตัว <strong>Symphony Agent</strong> ที่งาน Cannes Lions 2026 เวทีโฆษณาระดับโลก ซึ่งบอกชัดว่าเป้าหมายคือนักการตลาดและเอเจนซี ไม่ใช่ครีเอเตอร์ทั่วไป</p>
<p>Symphony Agent คือ Agentic AI ที่ครอบคลุม Creative Studio, Content Suite และ TikTok One พร้อมกัน มันวิเคราะห์คอนเทนต์ที่กำลังเป็นเทรนด์ แล้วผลิตวิดีโอโปรโมชันเต็มรูปแบบจากแค่ข้อความพรอมต์, รูปภาพ หรือวิดีโอตัวอย่าง นักการตลาดยังดูข้อมูลประสิทธิภาพของตัวอย่างที่แนะนำแล้วสร้างโฆษณาที่คล้ายกันได้ทันที</p>

<h3>AI Alive และ Adobe Express Integration</h3>
<p>ฟีเจอร์ <strong>AI Alive</strong> เพิ่มความสามารถให้ผู้ใช้แปลงภาพนิ่งเป็นวิดีโอเล่าเรื่องตามพรอมต์ แล้วโพสต์ลง TikTok Stories ได้เลย ส่วนอัปเดตกรกฎาคม 2026 ยังผสาน Image to Video เข้ากับ Adobe Express สำหรับทีมที่ทำงานข้ามแพลตฟอร์ม</p>
<p>ทำให้ Symphony กลายเป็น workspace สร้างสรรค์และบริหารแคมเปญด้วย AI ที่ครบสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยมีมา — แต่ทั้งหมดนี้ <strong>ฟีเจอร์ "สร้างด้วย AI" หลักยังจำกัดอยู่ที่ภาษาอังกฤษ</strong></p>

<h2>ตารางเปรียบเทียบ Meta AI vs TikTok Symphony สำหรับครีเอเตอร์ไทย</h2>
<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>ประเด็น</th>
      <th>Meta AI</th>
      <th>TikTok Symphony</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td>รองรับภาษาไทย</td>
      <td>✅ เต็มรูปแบบ</td>
      <td>⚠️ จำกัด (ส่วนใหญ่เป็น EN)</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>สร้างวิดีโออัตโนมัติ</td>
      <td>✅ Muse Spark / Edits</td>
      <td>✅ Creative Studio + Seedance 2.0</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>วิเคราะห์ Performance</td>
      <td>✅ Creator Assistant</td>
      <td>✅ Symphony Assistant</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Digital Avatar</td>
      <td>❌ ยังไม่ชัดเจน</td>
      <td>✅ Symphony Digital Avatars</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Integration กับแอปอื่น</td>
      <td>✅ FB / IG / Messenger / WhatsApp</td>
      <td>✅ Adobe Express / WPP Open</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>เน้น Organic Creator</td>
      <td>✅ ชัดเจน</td>
      <td>⚠️ เน้น Ad / Business เป็นหลัก</td>
    </tr>
  </tbody>
</table>

<h2>แล้วครีเอเตอร์ไทยควรเลือกใคร?</h2>
<p>คำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ <strong>ไม่ต้องเลือก — ใช้ร่วมกัน</strong> เพราะทั้งสองเครื่องมือตอบโจทย์คนละจุด</p>
<p>ถ้าคุณเป็น <strong>ครีเอเตอร์ทั่วไป</strong> ที่สร้างคอนเทนต์ภาษาไทยบน Facebook และ Instagram และต้องการระบบที่ช่วยวิเคราะห์ผลงานและแนะนำไอเดียใหม่ Meta AI คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์กว่าชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อ Creator Assistant ทำงานได้โดยไม่ต้องออกจากแอป</p>
<p>แต่ถ้าคุณทำ <strong>แบรนด์หรืองานโฆษณา</strong> ที่ต้องการผลิต Video Ad จำนวนมาก ต้องการโฆษก Digital Avatar หรือต้องการเครื่องมือที่ผสานกับ Workflow ของเอเจนซี TikTok Symphony โดยเฉพาะ Symphony Agent คือสิ่งที่ Meta ยังตามไม่ทัน</p>

<h2>ระวัง: ความเสี่ยงที่ทั้งสองแพลตฟอร์มยังตอบไม่ได้</h2>
<p>มีประเด็นสำคัญที่นักการตลาดและครีเอเตอร์ต้องจับตา นั่นคือปัญหา <strong>"Homogenization"</strong> หรือความเหมือนกันของคอนเทนต์</p>
<p>เมื่อทุกแบรนด์ป้อนพรอมต์เดียวกันให้กับโมเดลเดียวกัน ผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะดูเหมือนกันหมด ความแตกต่างจะกลับมาอยู่ที่กลยุทธ์ เสียงของแบรนด์ และครีเอเตอร์ที่เป็นมนุษย์ ซึ่ง Algorithm ไม่สามารถสังเคราะห์ทดแทนได้</p>
<p>ทั้ง Meta และ TikTok ต่างตระหนักดี จึงเริ่มแนะนำเครื่องมือใหม่เพื่อป้องกันคอนเทนต์ AI คุณภาพต่ำที่คุกคามประสบการณ์ผู้ใช้ แต่สุดท้าย <strong>AI คือเครื่องมือ ไม่ใช่กลยุทธ์</strong> — คนที่ใช้มันเป็นเท่านั้นที่ได้เปรียบจริง</p>

<h3>แหล่งอ้างอิง</h3>
<ul>
  <li><a href="https://techcrunch.com/2026/06/04/meta-rolls-out-a-new-ai-creator-assistant-on-facebook/">TechCrunch — Meta rolls out a new AI Creator Assistant on Facebook</a></li>
  <li><a href="https://about.fb.com/news/2026/06/creator-assistant-more-languages-for-ai-translations-on-facebook/">Meta Newsroom — Creator Assistant &amp; More Languages for AI Translations</a></li>
  <li><a href="https://finance.yahoo.com/technology/ai/articles/meta-platforms-meta-rolls-ai-183150396.html">Yahoo Finance — Meta Platforms Rolls AI</a></li>
  <li><a href="https://www.vidjet.com/blog/latest-features-on-tiktok-symphony-studio-july-2026-update">Vidjet — Latest Features on TikTok Symphony Studio July 2026 Update</a></li>
  <li><a href="https://tikadsuite.com/blog/tiktok-symphony-ai/">TikAdSuite — TikTok Symphony AI</a></li>
  <li><a href="https://www.digitalapplied.com/blog/tiktok-symphony-agent-cannes-2026-creative-ai-guide">Digital Applied — TikTok Symphony Agent Cannes 2026 Creative AI Guide</a></li>
  <li><a href="https://www.marketingoops.com/how-to-4/meta-ai-how-to-explained/">Marketingoops — Meta AI How To Explained</a></li>
  <li><a href="https://completeaitraining.com/news/metas-ai-drives-marketing-innovation-and-personalisation/">Complete AI Training — Meta's AI Drives Marketing Innovation and Personalisation</a></li>
  <li><a href="https://about.fb.com/news/2026/01/2026-ai-drives-performance/">Meta Newsroom — 2026 AI Drives Performance</a></li>
  <li><a href="https://www.rainmaker.in.th/tiktok-adds-new-option-to-animate-still-images-with-ai/">Rainmaker — TikTok Adds New Option to Animate Still Images with AI</a></li>
</ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a5e74f892508.png" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a5e74f892508.png" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>รพ.หัวเฉียว ชวนคุณแม่มือใหม่ร่วมงาน &quot;Mom&#039;s Journey&quot;</title>
            <link>https://prnewsplus.com/events/4263-รพหัวเฉียว-ชวนคุณแม่มือใหม่ร่วมงาน-moms-journey</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/events/4263-รพหัวเฉียว-ชวนคุณแม่มือใหม่ร่วมงาน-moms-journey</guid>
            <pubDate>Wed, 22 Jul 2026 09:17:18 +0700</pubDate>
            <dc:creator>JSJ</dc:creator>
            <category>อีเว้นท์</category>
            <description><![CDATA[โรงพยาบาลหัวเฉียว ขอเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ และผู้ที่สนใจ ร่วมกิจกรรม "Mom's Journey" งานเดียวที่ตอบครบทุกโจทย์การเตรียมความพร้อมดูแลครรภ์ และเติมทักษะการเลี้ยงลูกน้อยอย่างมั่นใจ พบกับกิจกรรมไฮไลต์ที่น่าสนใจ อาทิ การเสวนาให้ความรู้โดยสูตินรีแพทย์และกุมารแพทย์อย่างใกล้ชิด กิจกรรม Workshop ฝึกทักษะ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify"><strong>โรงพยาบาลหัวเฉียว ขอเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ และผู้ที่สนใจ ร่วมกิจกรรม "Mom's Journey" งานเดียวที่ตอบครบทุกโจทย์การเตรียมความพร้อมดูแลครรภ์</strong><span> และเติมทักษะการเลี้ยงลูกน้อยอย่างมั่นใจ พบกับกิจกรรมไฮไลต์ที่น่าสนใจ อาทิ การเสวนาให้ความรู้โดยสูตินรีแพทย์และกุมารแพทย์อย่างใกล้ชิด กิจกรรม Workshop ฝึกทักษะการอาบน้ำทารกแรกเกิดและเทคนิคการให้นมบุตร คลาสออกกำลังกายยืดเหยียดลดอาการปวดเมื่อยสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ </span>พร้อมเปิดโอกาสให้เข้าชมห้องคลอดจริงที่มีบรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลายเสมือนอยู่บ้าน </p><p class="ql-align-justify">	<span> </span></p><p class="ql-align-justify"><span>กิจกรรมจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องประชุม 4/4 อาคาร 2 โรงพยาบาลหัวเฉียว ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี ลงทะเบียนสำรองที่นั่งได้ที่ https://forms.gle/76Wf1xiXyjb53F4k8  หรือติดตามข่าวสารทาง Facebook Fanpage : โรงพยาบาลหัวเฉียว</span></p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a5ec70a62099_1784596234.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a5ec70a62099_1784596234.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Food as Medicine in the AI Era  From Herbal Wisdom to Healthy Aging &amp; Longevity</title>
            <link>https://prnewsplus.com/health/4264-food-as-medicine-in-the-ai-era-from-herbal-wisdom-to-healthy-aging-longevity</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/health/4264-food-as-medicine-in-the-ai-era-from-herbal-wisdom-to-healthy-aging-longevity</guid>
            <pubDate>Wed, 22 Jul 2026 09:17:17 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Nichakan K.</dc:creator>
            <category>สุขภาพ / ความงาม</category>
            <description><![CDATA[อาหารเป็นยาในยุค AI
จากภูมิปัญญาสมุนไพร สู่ Healthy Aging และ Longevity...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>🌿 อาหารเป็นยา…ยังใช้ได้ในยุค AI หรือไม่?</p><p><br></p><p>หลายคนเชื่อว่า “อาหารเป็นยา” คือภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมานาน</p><p><br></p><p>แต่ในวันที่โลกมี AI, งานวิจัยใหม่เกิดขึ้นทุกวัน และเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย คำถามคือ…</p><p><br></p><p>เราจะใช้ภูมิปัญญาสมุนไพร ร่วมกับเทคโนโลยี เพื่อดูแลสุขภาพให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างไร?</p><p><br></p><p>ขอเชิญร่วมพูดคุยในหัวข้อ</p><p><br></p><p>🌿 Food as Medicine in the AI Era</p><p><br></p><p>From Herbal Wisdom to Healthy Aging &amp; Longevity</p><p><br></p><p>อาหารเป็นยาในยุค AI</p><p>จากภูมิปัญญาสมุนไพร สู่ Healthy Aging และ Longevity</p><p><br></p><p>🎙️ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองโดย</p><p><br></p><p>👨‍💼 คุณธรรมสรณ์ – GOODGANIC</p><p>นวัตกรรมสมุนไพร อาหารเพื่อสุขภาพ และการต่อยอดภูมิปัญญาสู่ผลิตภัณฑ์แห่งอนาคต</p><p><br></p><p>👩‍⚕️ หมอจอย – GOODGANIC</p><p>แพทย์แผนไทย ผู้ถ่ายทอดแนวคิด “อาหารเป็นยา” และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม พร้อมประสบการณ์การใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการค้นคว้าและพัฒนาองค์ความรู้ด้านสมุนไพร</p><p><br></p><p>🤖 อ.นัฐ – Siam AI</p><p>ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ที่จะพาเราเรียนรู้ว่า AI สามารถช่วยค้นคว้า วิเคราะห์ และทำความเข้าใจข้อมูลด้านโภชนาการและสมุนไพรได้อย่างไร</p><p><br></p><p>🤖อาจารย์ ดร. ทีนา รอดวงษ์  วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศรีปทุม. </p><p><br></p><p>🤖อาจารย์ ภัณชยา รักษาสกุล  บริษัท คิท ฟอร์เวิร์ด จำกัด</p><p><br></p><p><br></p><p>✨ ภายในงานพบกับ</p><p>✅ มุมมองใหม่ของ “อาหารเป็นยา” ในโลกยุค AI</p><p>✅ Healthy Aging &amp; Longevity ดูแลสุขภาพอย่างไรให้แข็งแรงในระยะยาว</p><p>✅ ตัวอย่างการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลด้านโภชนาการและสมุนไพร</p><p>✅ Workshop ทดลองใช้ AI Agent เพื่อเรียนรู้ด้านสุขภาพด้วยตนเอง</p><p><br></p><p>เพราะอนาคตของการดูแลสุขภาพ…</p><p>ไม่ใช่การเลือกระหว่าง ภูมิปัญญา หรือ AI</p><p><br></p><p>แต่คือการใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน เพื่อช่วยให้เราเข้าใจร่างกายของตัวเอง และเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการมีสุขภาพดีในทุกช่วงวัย</p><p><br></p><p>📍 เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป ผู้ดูแลสุขภาพ ผู้สนใจสมุนไพร โภชนาการ และ AI</p><p><br></p><p>💯 ลงทะเบียนฟรี</p><p>🎓 ได้รับ Certificate</p><p>เพื่อนำไปต่อยอดทักษะด้าน Digital AI และสุขภาพ</p><p><br></p><p>📅 10 สิงหาคม 2026</p><p>🕙 14.00–15.00 น.</p><p><br></p><p>📅 เปิดลงทะเบียน ฟรี !https://agingsmartly.one.th/course/nutrition-ai-อาหารเป็นยา</p><p><br></p><p>🧑🏻‍⚕️สอบถามวิธีการลงทะเบียน และอัพเดตข้อมูลข่าวสารล่าสุดได้ที่ Line OA</p><p>👉 คลิกเข้าร่วมกลุ่ม 💚✨ https://lin.ee/NWl0qT6</p><p><br></p><p>#NutritionAI #FoodAsMedicine #HealthyAging #Longevity #AIforHealth #HerbalWisdom #GOODGANIC #SiamAI #อาหารเป็นยา #สมุนไพร #สุขภาพดี #ผู้สูงวัย</p><p><br></p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a5f3dbbdb688_1784626619.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a5f3dbbdb688_1784626619.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Legacy ERP vs Modern Enterprise ERP: ถึงเวลาหรือยังที่จะเปลี่ยน?</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/4265-legacy-erp-vs-modern-enterprise-erp-ถึงเวลาหรือยังที่จะเปลี่ยน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/4265-legacy-erp-vs-modern-enterprise-erp-ถึงเวลาหรือยังที่จะเปลี่ยน</guid>
            <pubDate>Wed, 22 Jul 2026 09:17:15 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Nichakan K.</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[Legacy vs Modern: ถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจ คุณพร้อมหรือยังที่จะก้าวให้ทันโลก? เปลี่ยนข้อมูลมหาศาลให้เป็นกลยุทธ์ที่เฉียบคม ด้วยเทคโนโลยี Modern ERP ที่เหนือกว่า...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>Legacy ERP vs Modern Enterprise ERP: ถึงเวลาหรือยังที่จะเปลี่ยน?</p><p><br></p><p>เมื่อระบบ ERP เดิม เริ่มเป็นข้อจำกัดของการเติบโต ถึงเวลาเปลี่ยนสู่ Modern Enterprise ERP ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ Automation เพื่อการทำงานที่รวดเร็วขึ้น ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น และเพิ่มศักยภาพให้องค์กรพร้อมเติบโตในยุคดิจิทัล</p><p><br></p><p>มาร่วมอัปเดตเทรนด์ ERP ยุคใหม่ พร้อมค้นหาคำตอบว่า องค์กรของคุณพร้อมก้าวสู่ ERP รุ่นใหม่แล้วหรือยัง?</p><p><br></p><p>📅 ในวันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569</p><p>⏰ 14.00 – 15.30 น. </p><p>‼️ลงทะเบียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย‼️</p><p>👉 ลงทะเบียนได้ที่ : https://onebinar.one.th/course/legacy-erp-vs-modern-erp:-ถึงเวลาหรือยังที่จะเปลี่ยน</p><p>(ทั้งการลงทะเบียน และการรับชม ทำได้ในลิงก์เดียว) </p><p>ลงทะเบียนได้ ตั้งแต่วันนี้ - 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569 </p><p><br></p><p>ติดต่อเพิ่มเติม </p><p>📱เกี่ยวกับการลงทะเบียนงานสัมมนาได้ที่ </p><p>Email: Onebinar@inet.co.th </p><p>Tel: 065-507-4539 (คุณอภิสรา) </p><p>061-404-0152 (คุณณิชกานต์) </p><p><br></p><p> #ERP #ModernERP #LegacyERP #EnterpriseERP #DigitalTransformation #AI #Automation #AIเพื่อธุรกิจ #ERPยุคใหม่ #องค์กรดิจิทัล #BusinessTransformation #TechSeminar </p><p>#สัมมนาออนไลน์ฟรี #ลงทะเบียนฟรี</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a5f459e67bf8_1784628638.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a5f459e67bf8_1784628638.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>เปิดแอร์ทิ้งไว้ทั้งวันถูกกว่าเปิด-ปิดบ่อย? วิศวกรไฟฟ้าไขความจริงพร้อมตัวเลขค่าไฟจริง</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/4267-เปดแอรทงไวทงวนถกกวาเปด-ปดบอย-วศวกรไฟฟาไขความจรงพรอมตวเลขคาไฟจรง</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/4267-เปดแอรทงไวทงวนถกกวาเปด-ปดบอย-วศวกรไฟฟาไขความจรงพรอมตวเลขคาไฟจรง</guid>
            <pubDate>Wed, 22 Jul 2026 09:15:27 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[เชื่อมานานว่าปิดแอร์ทุกครั้งที่ออกจากห้องคือวิธีประหยัดไฟ แต่ความจริงคือ "ขึ้นอยู่กับประเภทแอร์และระยะเวลาที่ออก" ไม่ใช่ปิดแล้วจะดีเสมอไป — มาดูตัวเลขจริงและกฎปฏิบัติที่วิศวกรแนะนำ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ออกไปซื้อของ 45 นาที ควรปิดแอร์ก่อนหรือเปล่า? คำถามนี้ดูง่าย แต่คนไทยเถียงกันมาหลายสิบปีโดยไม่มีคำตอบชัด ความจริงคือ <strong>การเปิดแอร์ทิ้งไว้ทั้งวันอาจถูกกว่าเปิด-ปิดบ่อยได้จริง</strong> — แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้แอร์ประเภทไหน และออกจากห้องนานแค่ไหน ไม่มีคำตอบตายตัว แต่มีหลักปฏิบัติที่ชัดเจนมาก</p>

<h2>ทำไมแอร์ถึงกินไฟมากที่สุดตอนเปิดใหม่?</h2>
<p>ก่อนจะตัดสิน ต้องเข้าใจก่อนว่าแอร์ทำงานอย่างไร ช่วง <strong>Start-up หรือเปิดเครื่องใหม่</strong> แอร์ต้องดึงกระแสไฟฟ้าสูงมาก เพราะต้องเร่งดึงความร้อนออกจากห้องที่อบอ้าวให้เย็นลงมาถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้โดยเร็วที่สุด</p>
<p>พอห้องเย็นได้ที่แล้ว แอร์จะเข้าสู่โหมด <strong>รักษาอุณหภูมิ</strong> ซึ่งกินไฟน้อยกว่ามาก เพราะแค่ประคองระดับความเย็นให้นิ่ง ไม่ต้องสู้กับห้องร้อนจัดอีกแล้ว นี่คือเหตุผลว่าทำไมการเปิด-ปิดบ่อย ๆ จึงสิ้นเปลืองกว่าที่คิด</p>

<h2>Inverter vs Non-Inverter: คำตอบที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง</h2>
<p>ประเภทของแอร์คือตัวแปรที่สำคัญที่สุด เพราะระบบทำงานต่างกันอย่างสิ้นเชิง</p>
<p><strong>แอร์ Non-Inverter (ระบบธรรมดา)</strong> คอมเพรสเซอร์จะทำงานแบบ "เต็มสูบหรือหยุดสนิท" เมื่ออุณหภูมิห้องต่ำกว่าที่ตั้งไว้ประมาณ 1–2 องศา คอมเพรสเซอร์จะตัดการทำงานทันที และสตาร์ทใหม่ทุกครั้งที่ห้องร้อนขึ้น ยิ่งเปิด-ปิดบ่อย กระบวนการสตาร์ทใหม่ยิ่งถี่ ยิ่งกินไฟ</p>
<p><strong>แอร์ Inverter</strong> คอมเพรสเซอร์ทำงานต่อเนื่องแต่ปรับความเร็วรอบให้เหมาะสม เมื่อห้องเย็นพอแล้วก็ชะลอตัวเบา ๆ ไม่ตัด-ต่อกระทันหัน จึงประหยัดไฟกว่าระบบธรรมดาได้ประมาณ <strong>20–40%</strong> โดยเฉพาะในกรณีที่เปิดนาน ๆ และห้องค่อนข้างนิ่ง</p>

<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>หัวข้อเปรียบเทียบ</th>
      <th>Non-Inverter</th>
      <th>Inverter</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td>การทำงานของคอมเพรสเซอร์</td>
      <td>เต็มสูบ / หยุดสนิท</td>
      <td>ปรับรอบต่อเนื่อง</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ช่วง Start-up</td>
      <td>กินไฟสูงมาก</td>
      <td>กินไฟสูง แต่ควบคุมได้ดีกว่า</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ช่วงรักษาอุณหภูมิ</td>
      <td>ตัด-ต่อบ่อย</td>
      <td>ลดรอบอัตโนมัติ กินไฟน้อย</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ค่าไฟ 12,000 BTU เบอร์ 5 (8 ชม./วัน/เดือน)</td>
      <td>~824–888 บาท</td>
      <td>~507 บาท</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>เหมาะกับการเปิดทิ้งไว้</td>
      <td>ไม่แนะนำ</td>
      <td>แนะนำ (25–27°C)</td>
    </tr>
  </tbody>
</table>

<h2>ตัวเลขค่าไฟจริง คำนวณเองได้เลย</h2>
<p>ไม่ต้องเดาอีกต่อไป มีสูตรง่าย ๆ ที่ใช้คำนวณค่าไฟแอร์ได้เองที่บ้าน:</p>
<p><strong>ค่าไฟ (บาท) = กำลังไฟ (วัตต์) ÷ 1,000 × ชั่วโมงที่เปิด × จำนวนวัน × ค่าไฟต่อหน่วย</strong></p>
<p>ส่วนวิธีหากำลังไฟจาก BTU ให้ใช้สูตร: <strong>BTU × 0.293 = วัตต์</strong> (เช่น 12,000 BTU × 0.293 ≈ 3,516 วัตต์)</p>
<p>ลองดูตัวอย่างเปรียบเทียบตามขนาดห้อง โดยคิดอัตราค่าไฟที่ <strong>3.98 บาทต่อหน่วย</strong> และเปิดวันละ 8 ชั่วโมง:</p>
<ul>
  <li><strong>9,000 BTU</strong> ≈ 27 บาทต่อคืน</li>
  <li><strong>12,000 BTU</strong> ≈ 36 บาทต่อคืน</li>
  <li><strong>18,000 BTU</strong> ≈ 54 บาทต่อคืน</li>
</ul>
<p>และถ้าเพิ่มระยะเวลาเป็น 10 ชั่วโมงต่อเนื่อง เช่น แอร์ 18,000 BTU กำลังไฟ 2,020 วัตต์ จะใช้พลังงาน 2,020 × 10 ÷ 1,000 = <strong>20.2 หน่วย</strong> ต่อครั้ง — ตัวเลขนี้ช่วยให้วางแผนค่าไฟได้แม่นยำกว่าเดิมมาก</p>

<h2>กฎ "กี่ชั่วโมง" ที่ควรปิดแอร์ — เส้นแบ่งที่ผู้เชี่ยวชาญวางไว้</h2>
<p>นี่คือหัวใจของเรื่อง ไม่ใช่ "ปิดดีกว่าเสมอ" และไม่ใช่ "เปิดทิ้งไว้ดีกว่าเสมอ" แต่มีเกณฑ์ที่ชัดเจน:</p>
<ul>
  <li><strong>ออกไปน้อยกว่า 30 นาที:</strong> ไม่ต้องปิดแอร์ เพราะพลังงานที่แอร์ใช้รักษาอุณหภูมิยังน้อยกว่าการสตาร์ทใหม่</li>
  <li><strong>ออกไป 30 นาที – 2 ชั่วโมง:</strong> แอร์ Inverter → ปรับอุณหภูมิขึ้น 27–28°C แล้วเปิดทิ้งไว้ดีกว่า, แอร์ Non-Inverter → ควรปิดจะคุ้มกว่า</li>
  <li><strong>ออกไปเกิน 1 ชั่วโมง (Non-Inverter):</strong> ปิดทุกครั้ง</li>
  <li><strong>ออกไปเกิน 30 นาที (แอร์เบอร์ 5 ทั่วไป):</strong> ปิดดีกว่า</li>
</ul>
<p>หลักคิดง่าย ๆ คือ <strong>ยิ่งห้องร้อนตอนกลับมา ยิ่งกินไฟตอน Start-up มากขึ้น</strong> ดังนั้นถ้าออกไปนาน และห้องจะร้อนจัด การปิดแอร์แล้วเปิดใหม่ยังสมเหตุสมผล แต่ถ้าออกแป๊บเดียว ปล่อยให้แอร์ Inverter รักษาอุณหภูมิอยู่เบา ๆ จะประหยัดกว่า</p>

<h2>เปิดแอร์ทิ้งไว้ทั้งวัน แต่ทำ 3 อย่างนี้ก่อนจะประหยัดกว่านี้อีก</h2>
<p>แม้จะเลือกเปิดทิ้งไว้ ก็ยังมีวิธีลดค่าไฟได้อีก โดยไม่ต้องทนร้อน</p>
<p><strong>1. ปรับอุณหภูมิขึ้น 1–2 องศาตอนออกจากห้อง</strong> เช่น ปกติตั้ง 25°C ให้ขยับเป็น 27°C แอร์จะทำงานเบาลงมากในโหมด Low Power แต่ห้องยังคงเย็นอยู่ได้ การประหยัดที่ได้จากแอร์ 12,000 BTU อยู่ที่ประมาณ 0.47 บาทต่อชั่วโมง ฟังดูน้อย แต่ถ้าเปิดวันละ 10 ชั่วโมง 30 วัน = <strong>ประหยัด 141 บาทต่อเดือนต่อเครื่อง</strong> บ้านที่มีแอร์ 3 ตัว นั่นคือ ~420 บาทต่อเดือน</p>
<p><strong>2. ปิดม่านกันแดดทุกครั้ง</strong> ความร้อนจากภายนอกที่แผ่ผ่านกระจกและผนังคือตัวการที่ทำให้แอร์ต้องทำงานหนักขึ้น การปิดม่านช่วยลดภาระแอร์ได้โดยตรง</p>
<p><strong>3. ระบายอากาศก่อนเปิดแอร์ถ้าห้องร้อนจัด</strong> หากกลับเข้าห้องที่อบอ้าว อย่าเพิ่งคว้ารีโมททันที ให้เปิดประตูหน้าต่างหรือเปิดพัดลมระบายอากาศสักครู่ก่อน เพื่อไล่ความร้อนที่สะสมในผนังและหลังคาออกไปส่วนหนึ่ง แอร์จะไม่ต้องทำงานหนักเกินพิกัดในช่วง Start-up</p>

<h2>เปิดแอร์ทิ้งไว้ทั้งวันที่ 26°C แนะนำโดย กฟผ.</h2>
<p>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แนะนำให้ตั้งอุณหภูมิแอร์ที่ <strong>26°C</strong> เป็นมาตรฐาน พร้อมเปิดพัดลมเพื่อช่วยกระจายลมเย็น วิธีนี้ทำให้ความรู้สึกในห้องเทียบเท่าการตั้งแอร์ที่ 23–24°C แต่กินไฟน้อยกว่ามาก</p>
<p>หลักการง่าย ๆ คือ <strong>ทุก 1°C ที่ลดลง ใช้ไฟเพิ่มขึ้นประมาณ 5–10%</strong> ดังนั้นการตั้ง 24°C เทียบกับ 26°C อาจเพิ่มค่าไฟได้ถึง 10–20% โดยที่ร่างกายอาจแทบไม่รู้สึกต่างถ้ามีพัดลมช่วย</p>

<h3>แหล่งอ้างอิง</h3>
<ul>
  <li><a href="https://www.stkc.go.th/info/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99-vs-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94-%E0%B9%86-%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94-%E0%B9%86-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99">STKC – เปิดแอร์ทั้งวัน vs เปิด-ๆ ปิด-ๆ อันไหนเปลืองไฟกว่ากัน</a></li>
  <li><a href="https://origin.co.th/origin-blog/how-to-save-electricity-on-air-conditioner/">Origin – วิธีประหยัดไฟจากการใช้เครื่องปรับอากาศ</a></li>
  <li><a href="https://www.sanook.com/hitech/1622614/">Sanook HiTech – เทคนิคใช้แอร์ประหยัดไฟ</a></li>
  <li><a href="https://wattanaair.com/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1/saving-electricity-from-using-air-conditioners/">Wattana Air – ประหยัดไฟจากการใช้แอร์</a></li>
  <li><a href="https://scair.co.th/blogs/ac-temperature-energy-saving">SC Air – อุณหภูมิแอร์กับการประหยัดพลังงาน</a></li>
  <li><a href="https://scair.co.th/blogs/inverter-vs-fixspeed">SC Air – Inverter vs Fix Speed</a></li>
  <li><a href="https://carrierthailand.com/carrier-article/%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C-1-%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%87-%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B9%8C/">Carrier Thailand – เปิดแอร์ 1 ชั่วโมงกินไฟกี่วัตต์</a></li>
  <li><a href="https://chuphotic.com/knowledge/turning-air-conditioner-on-off-frequently/">Chuphotic – การเปิด-ปิดแอร์บ่อยส่งผลอย่างไร</a></li>
</ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a601f073b8bc.png" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a601f073b8bc.png" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>หยุดนับ AVE! KPI วัดผล PR ยุคใหม่ที่แบรนด์ไทยต้องรู้ในปี 2569</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4261-หยดนบ-ave-kpi-วดผล-pr-ยคใหมทแบรนดไทยตองรในป-2569</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4261-หยดนบ-ave-kpi-วดผล-pr-ยคใหมทแบรนดไทยตองรในป-2569</guid>
            <pubDate>Wed, 22 Jul 2026 09:00:02 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[AVE หรือ "มูลค่าสื่อเทียบเท่าโฆษณา" กำลังตายจากวงการ PR โลกและไทย เพราะตอบคำถาม CFO ไม่ได้ว่าแคมเปญนี้สร้างยอดขายได้เท่าไร บทความนี้เจาะ 5 KPI ใหม่ที่นักการตลาดและ PR ไทยเริ่มหันมาใช้แทน ตั้งแต่ AI Search Visibility ไปจนถึง Outcome-Based Framework แบบที่ C-Suite เข้าใจได้จริง...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ตัวเลข "มูลค่าสื่อเทียบเท่าโฆษณา" ที่ทีม PR ภูมิใจนำเสนอในสไลด์รายงานนั้น กำลังทำให้ CFO หลับในห้องประชุมทั่วโลก เพราะมันไม่บอกว่าแบรนด์ได้ลูกค้าใหม่กี่คน หรือดีลไหนปิดได้เพราะข่าว PR ชิ้นนั้น <strong>KPI วัดผล PR</strong> แบบใหม่ที่วงการกำลังพูดถึงในปี 2569 จึงไม่ใช่แค่นับจำนวน Impression อีกต่อไป — แต่ต้องตอบโจทย์ธุรกิจได้จริง</p>

<h2>ทำไม AVE ถึงกลายเป็นตัวเลขที่ไม่มีความหมาย</h2>
<p>AVE (Advertising Value Equivalency) คือการคำนวณว่า "ถ้าซื้อโฆษณาในพื้นที่เดียวกับที่ได้ข่าว PR จะต้องจ่ายเท่าไร" ฟังดูสมเหตุสมผล แต่มีจุดบอดร้ายแรงอยู่ข้างใน</p>
<p>AMEC (International Association for Measurement and Evaluation of Communication) ระบุชัดว่า AVE ไม่ได้วัด "คุณค่า" ของงาน PR แม้แต่น้อย และแนะนำให้เลิกใช้เป็นตัวชี้วัดหลัก ปัญหาคือ AVE ไม่สามารถแยกแยะได้ว่า การปรากฏใน Forbes ที่ดึง Demo Request ได้ 50 รายการนั้นดีกว่าการปรากฏในสื่อที่ไม่มีใครอ่านอย่างไร — ตัวเลขอาจใกล้เคียงกัน แต่ผลลัพธ์ธุรกิจต่างกันคนละโลก</p>
<p>ในฝั่งไทย แม้หลายแบรนด์ยังติดกับดัก AVE และ PR Value อยู่ แต่กระแสกำลังเปลี่ยน Digital Marketing Trends Report 2026 โดย Content Shifu ฟันธงไว้ว่า ปี 2569 คือ "ปีแห่งการวัดผลจริง ไม่ใช่แค่สร้างกระแส"</p>

<h2>KPI วัดผล PR ยุคใหม่ 5 แนวทางที่วงการเริ่มใช้</h2>

<h3>1. Outcome-Based Framework ตาม Barcelona Principles 4.0</h3>
<p>แทนที่จะถามว่า "ได้ข่าวกี่ชิ้น" ให้ถามว่า "ข่าวนั้นเปลี่ยนอะไรได้บ้าง" Barcelona Principles 4.0 วางลำดับชั้นการวัดผลไว้ 4 ระดับ ดังนี้</p>
<ul>
  <li><strong>Outputs</strong> — สิ่งที่ทีม PR ผลิตออกมา เช่น ข่าว Press Release บทความสัมภาษณ์</li>
  <li><strong>Outtakes</strong> — สิ่งที่ผู้รับสารได้รับและประมวลผล เช่น ความจำได้ ความเข้าใจในแบรนด์</li>
  <li><strong>Outcomes</strong> — การเปลี่ยนแปลงทัศนคติหรือพฤติกรรมของผู้รับสาร</li>
  <li><strong>Impact</strong> — ผลลัพธ์จริงต่อธุรกิจหรือสังคม เช่น ยอดขาย ชื่อเสียงองค์กร</li>
</ul>
<p>ทีมสื่อสารที่ได้รับความเชื่อมั่นจากบอร์ดบริหารคือทีมที่เรียนรู้ผสานแนวทางเหล่านี้ได้อย่างดี ไม่ใช่แค่รายงาน Output แล้วจบ</p>

<h3>2. AI Search Visibility หรือ GEO — KPI ที่ใหม่ที่สุดในปี 2569</h3>
<p>ลองนึกภาพผู้บริโภคที่ถาม ChatGPT ว่า "แบรนด์ไหนดีที่สุดในหมวดนี้" แล้วชื่อแบรนด์คุณไม่ถูกพูดถึงเลย นั่นคือการพลาดโอกาสยุคใหม่</p>
<p>ข้อมูลจาก VentureBeat ปี 2026 ระบุว่า Traffic ที่มาจาก LLM อย่าง ChatGPT หรือ Perplexity มี Conversion Rate สูงถึง <strong>30–40%</strong> ซึ่งสูงกว่า Traffic ทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ นั่นหมายความว่าการถูกอ้างอิงใน AI กลายเป็น ROI Metric ที่วัดเป็นเงินได้จริง</p>
<p>ในงานวิจัย Public RelationSHIFT ของ Moonshot Digital ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตัว A ในโมเดล AKISS ย่อมาจาก AI &amp; GEO (Generative Engine Optimization) ซึ่งถือเป็นแกนหลักของ PR ไทยยุคใหม่ เพราะแบรนด์ต้องสามารถทำให้ AI เลือกนำข้อมูลของตัวเองไปตอบคำถามผู้ใช้ได้</p>

<h3>3. Share of Search Influence (SoSI) และ Narrative Ownership</h3>
<p>SoSI คือตัวชี้วัดที่ติดตามว่า Earned Media ที่ทำไปนั้นส่งผลต่อ Search Volume ของแบรนด์อย่างไร รวมถึงการมองเห็นใน AI-Driven Search และผลลัพธ์จาก LLM อย่าง Google AI Overview</p>
<p>ควบคู่กันคือ Narrative Share หรือ Topic Ownership Score ซึ่งใช้ AI วิเคราะห์ว่าผู้คนเชื่อมโยงธีมหรือหัวข้อใดกับแบรนด์เราเทียบกับคู่แข่ง เพราะในยุคที่สื่อแตกกระจายเป็นพัน ๆ ช่องทาง การ "เป็นเจ้าของบทสนทนา" สำคัญกว่าการมีข่าวในสื่อกระแสหลักเพียงอย่างเดียว</p>

<h3>4. Attention, Trust และ Personalization Metrics</h3>
<p>กลุ่มธุรกิจ E-commerce, Healthcare และ Education เริ่มละทิ้ง Reach และ CTR แล้วหันมาวัดสิ่งที่บอกเจตนาของผู้บริโภคได้ชัดกว่า ได้แก่</p>
<ul>
  <li><strong>Attention Metrics</strong> — ผู้คนใช้เวลากับเนื้อหานานแค่ไหน อ่านจนจบหรือเลื่อนผ่าน</li>
  <li><strong>Trust Metrics</strong> — แบรนด์ถูกมองว่าน่าเชื่อถือในหมวดนั้นหรือเปล่า</li>
  <li><strong>Personalization Metrics</strong> — เนื้อหาตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มมากแค่ไหน</li>
</ul>
<p>ธุรกิจที่ใช้กลุ่ม Metrics เหล่านี้รายงานว่า Conversion ดีขึ้น และต้นทุนการตลาดลดลง เพราะยิงถูกคน ถูกเวลา ถูกข้อความ ไม่ใช่แค่ยิงให้ได้ Reach เยอะที่สุด</p>

<h3>5. Shared KPIs ที่ C-Suite อ่านแล้วพยักหน้าได้</h3>
<p>ปัญหาคลาสสิกของทีม PR คือรายงานตัวชี้วัดที่ตัวเองเข้าใจ แต่ CFO หรือ CMO ฟังแล้วงง รายงาน 2026 State of PR สะท้อนภาพอุตสาหกรรมที่กำลังเผชิญงบประมาณจำกัดและความคาดหวังสูงขึ้นในการพิสูจน์คุณค่าทางธุรกิจ</p>
<p>Shared KPIs ที่ใช้เป็น "ภาษากลาง" ระหว่างทีม PR กับทีมธุรกิจ ได้แก่ Contribution to Lead Generation, Message Penetration in Priority Segments, Competitive Share of Voice และ Crisis Response Effectiveness ตัวชี้วัดเหล่านี้เชื่อมงาน PR โดยตรงกับ Pipeline และรายได้ขององค์กร</p>

<h2>เปรียบเทียบ KPI วัดผล PR แบบเดิม vs. แบบใหม่</h2>
<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>มิติ</th>
      <th>KPI แบบเดิม (AVE-Based)</th>
      <th>KPI แบบใหม่ (Outcome-Based)</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td>สิ่งที่วัด</td>
      <td>มูลค่าพื้นที่สื่อ, จำนวนข่าว, Impressions</td>
      <td>การเปลี่ยนพฤติกรรม, Lead, Revenue Attribution</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ตอบ CFO ได้ไหม</td>
      <td>ไม่ได้ — ไม่เชื่อมกับยอดขาย</td>
      <td>ได้ — ชี้ให้เห็น Pipeline ที่มาจาก Earned Media</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>บทบาท AI</td>
      <td>ไม่ได้ติดตาม</td>
      <td>ติดตาม AI Citation, GEO, LLM Visibility</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Speed</td>
      <td>รายงานรายเดือน/รายไตรมาส</td>
      <td>Real-time ผ่าน AI Monitoring (เร็วกว่า 12–48 ชม.)</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>มาตรฐานสากล</td>
      <td>AMEC แนะนำให้เลิกใช้</td>
      <td>Barcelona Principles 4.0 รองรับ</td>
    </tr>
  </tbody>
</table>

<h2>บริบทไทย: PDPA และ KOC เร่งให้ต้องเปลี่ยนเร็วกว่าที่คิด</h2>
<p>สำหรับแบรนด์ในไทย มีแรงกดดันพิเศษอีกสองด้านที่เร่งให้ต้องเปลี่ยน KPI</p>
<p>ด้านแรกคือ PDPA ที่บังคับให้แบรนด์ต้องโปร่งใสในการเก็บข้อมูล ทำให้การวัดผลจาก "คุณภาพของ Engagement" แทนแค่ "ปริมาณ Reach" กลายเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้านที่สองคือการเปลี่ยนจาก Macro Influencer สู่ KOC (Key Opinion Consumer) หรือผู้ใช้จริงที่รีวิวและบอกต่อแบรนด์ ซึ่งวัดผลด้วยยอดฟอลโลเวอร์อย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป</p>
<p>งานวิจัย Public RelationSHIFT ชี้ว่ายุค "Earned-Only" PR Model ล้าสมัยแล้ว ตลาดปี 2569 ต้องการ Hybrid Equilibrium — ใช้ Earned Media สร้างความน่าเชื่อถือ และ Paid Media ขยายการเข้าถึง โดยรวมข้อมูลทั้งหมดเป็น Single View ผ่าน Dashboard เดียว</p>

<h2>AI Monitoring: ไม่ใช่แค่วัดผล แต่ยังช่วยป้องกันวิกฤต</h2>
<p>นอกจากเรื่อง KPI แล้ว AI ยังเปลี่ยนโฉมวิธีที่ทีม PR รับมือกับความเสี่ยง ข้อมูลจาก Institute for Public Relations ปี 2025 ระบุว่า PR Agency ที่ใช้ AI Monitoring สามารถตรวจจับภัยคุกคามต่อชื่อเสียงได้ล่วงหน้า <strong>12–48 ชั่วโมง</strong> เร็วกว่าการใช้วิธีแบบดั้งเดิม</p>
<p>AI ยังช่วยคำนวณ Earned Media Value จาก Engagement Metrics จริง เช่น Time on Site, Pages per Session และ Conversion Events แทนการใช้ตัวคูณ AVE แบบตามอำเภอใจ ซึ่งทำให้ตัวเลขที่ได้มีความหมายและป้องกันได้ต่อหน้าผู้บริหารมากขึ้น</p>

<h2>เริ่มต้นเปลี่ยนจากตรงไหน?</h2>
<p>สำหรับทีม PR และนักการตลาดที่อยากเริ่มเปลี่ยน ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน วิธีที่ได้ผลคือเลือก 2–3 KPI ที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายธุรกิจจริงของแบรนด์ก่อน แล้วค่อยสร้าง Dashboard รวมข้อมูลขึ้นมา</p>
<p>ถ้าแบรนด์อยู่ในขั้นสร้างความน่าเชื่อถือ ให้เริ่มจาก Trust Metrics และ Message Penetration ถ้าอยู่ในขั้น Growth ให้โฟกัสที่ Lead Generation จาก Earned Media และ AI Search Visibility และถ้าอยู่ในขั้นป้องกันชื่อเสียง ให้ลงทุนใน AI Monitoring และ Crisis Response Effectiveness ก่อน</p>
<p>เป้าหมายสุดท้ายไม่ใช่การมีตัวชี้วัดเยอะ แต่คือการมีตัวชี้วัดที่ทำให้ทุกคนในองค์กรพูดภาษาเดียวกันได้ และพิสูจน์ได้ว่างาน PR สร้างมูลค่าจริง</p>

<h3>แหล่งอ้างอิง</h3>
<ul>
  <li><a href="https://www.marketingoops.com/reports/pr-trends-2026-2027/">MarketingOops — 12 เทรนด์ PR ปี 2026-2027 &amp; AKISS Model</a></li>
  <li><a href="https://authoritytech.io/blog/how-to-prove-pr-roi-beyond-vanity-metrics-2026">AuthorityTech — How to Prove PR ROI Beyond Vanity Metrics 2026</a></li>
  <li><a href="https://amecorg.com/2026/03/pr-measurement-meaningful-outcomes/">AMEC — PR Measurement: Meaningful Outcomes</a></li>
  <li><a href="https://www.prnewsonline.com/if-youre-not-tracking-these-10-pr-kpis-in-2026-youre-already-behind/">PR News Online — 10 PR KPIs 2026</a></li>
  <li><a href="https://www.mentionlytics.com/blog/advertising-value-equivalency/">Mentionlytics — Rethinking AVE Metrics 2026</a></li>
  <li><a href="https://www.preciouscomms.com/thailand-pr-playbook-2026-trends/">PreciousComms — Thailand PR Playbook 2026</a></li>
  <li><a href="https://blog.ourgreenfish.com/10-kpi-2026">OurGreenFish — 10 KPI 2026 ตัวชี้วัดยุคใหม่ที่แบรนด์ต้องใช้แทน KPI แบบเดิม</a></li>
  <li><a href="https://fullintel.com/blog/no-more-vanity-metrics-demonstrating-real-pr-value-through-meaningful-measurement/">FullIntel — No More Vanity Metrics</a></li>
</ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a5e47e31176a.png" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a5e47e31176a.png" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Meta AI ในไทยปี 2569: ฟีเจอร์ไหนใช้ได้จริง ฟีเจอร์ไหนยังสู้ ChatGPT-Gemini ไม่ได้</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/4258-meta-ai-ในไทยป-2569-ฟเจอรไหนใชไดจรง-ฟเจอรไหนยงส-chatgpt-gemini-ไมได</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/4258-meta-ai-ในไทยป-2569-ฟเจอรไหนใชไดจรง-ฟเจอรไหนยงส-chatgpt-gemini-ไมได</guid>
            <pubDate>Tue, 21 Jul 2026 13:00:01 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[Meta AI เปิดให้ใช้ฟรีบน Facebook, Instagram, WhatsApp ในไทยแล้ว — แต่ฟรีกับ "ดีที่สุด" ไม่ใช่คำเดียวกัน บทความนี้ชำแหละทุกฟีเจอร์ตรงๆ พร้อมเทียบกับ ChatGPT และ Gemini ว่าใครชนะตรงไหน...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>คนไทยหลายสิบล้านคนแตะ Facebook ทุกวัน — แล้วพวกเขารู้ไหมว่า AI ฝังอยู่ในนั้นแล้ว? Meta AI เปิดตัว standalone app อย่างเป็นทางการและรวมเข้ากับ WhatsApp, Messenger, Facebook และ Instagram ในไทยปี 2569 ให้ใช้ฟรีทุกฟีเจอร์พื้นฐาน รองรับภาษาไทยผ่านโมเดล Llama 4 แต่ "ฟรีและเข้าถึงง่าย" ไม่ได้แปลว่าดีที่สุดเสมอไป</p>

<h2>Meta AI ในไทย: เข้าถึงได้จากทุก App ที่คุณใช้อยู่แล้ว</h2>
<p>จุดแข็งที่สุดของ Meta AI ไม่ใช่ความฉลาดของโมเดล แต่คือ <strong>ความไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม</strong></p>
<p>คุณเปิด Facebook อยู่แล้ว คุณแชทบน Messenger อยู่แล้ว คุณเลื่อน Instagram อยู่แล้ว Meta AI แค่นั่งอยู่ตรงนั้น รอให้เรียกใช้ ไม่ต้องสมัครบัญชีใหม่ ไม่ต้องโหลดแอปเพิ่ม ไม่ต้องจ่ายเงิน</p>
<p>นักการตลาด, ครีเอเตอร์คอนเทนต์, หรือแม้แต่คนที่ไม่เคยสัมผัส AI มาก่อน — นี่คือทางเข้าที่มีแรงเสียดทานต่ำที่สุดในตลาดขณะนี้</p>

<h2>3 ฟีเจอร์ที่ Meta AI ทำได้ดีจริงในไทย</h2>

<h3>1. สร้างภาพฟรีไม่จำกัด — ได้เปรียบ ChatGPT ชัดเจน</h3>
<p>Meta AI ใช้ Muse Spark (ณ เมษายน 2569) สำหรับ Image Generation และที่น่าสนใจคือ <strong>สร้างได้ไม่จำกัดจำนวนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย</strong> ต่างจาก ChatGPT ที่จำกัดจำนวนภาพต่อวันในแผนฟรี</p>
<p>เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการภาพประกอบโพสต์หรือโปรเจกต์ส่วนตัวทุกวัน แต่มีข้อจำกัดหนึ่งที่ต้องรู้ไว้ก่อน: ภาพที่ได้จะมี <strong>ลายน้ำ (watermark)</strong> ติดมาด้วย ซึ่งถ้าคิดจะใช้งานเชิงพาณิชย์ ต้องคิดให้ดี</p>

<h3>2. Discovery Tab — ฟีเจอร์ที่ไม่มีใครทำได้เหมือน</h3>
<p>Meta AI app มีแท็บ Discovery ที่ให้ผู้ใช้ดู แชร์ และโต้ตอบกับ AI-generated content จากผู้ใช้คนอื่นทั่วโลก มันคือ "ฟีด" ของงานที่สร้างด้วย AI</p>
<p>ฟีเจอร์นี้ไม่มีใน ChatGPT และ Gemini ทำให้ Meta AI กลายเป็นพื้นที่ทางสังคมของ AI content โดยเฉพาะ — ต่างจากคู่แข่งที่มองตัวเองเป็น "เครื่องมือ" ล้วนๆ</p>

<h3>3. Voice Mode + Memory — AI ที่จำคุณได้</h3>
<p>Meta AI เน้น voice-first interaction ให้ผู้ใช้คุยด้วยภาษาธรรมชาติขณะทำสิ่งอื่นไปด้วย พร้อมมี <strong>Memory feature</strong> ที่จดจำรายละเอียดจากบทสนทนาก่อนหน้า เช่น preference การเดินทาง หรือรูปแบบการทำงาน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า Voice feature แบบ standalone เปิดตัวครั้งแรกเฉพาะในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์เท่านั้น ผู้ใช้ไทยอาจยังรอฟีเจอร์นี้ในเวอร์ชันเต็ม</p>

<h2>4 จุดที่ Meta AI ยังสู้คู่แข่งไม่ได้</h2>

<h3>1. โมเดลหลักอันดับร่วง</h3>
<p>Llama 4 เปิดตัวในเดือนเมษายน 2568 และเป็น model หลักของ Meta แต่ในปี 2569 ผลการทดสอบ benchmark ชี้ว่า Llama 4 <strong>ตกลงไปอยู่ในอันดับต่ำกว่า model หลายตัวในตลาด</strong> ทั้งจาก OpenAI และ Google</p>
<p>Meta กำลังลงทุนสูงถึง 13,000 ล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนา AI ต่อเนื่อง แต่ช่องว่างในมิติ reasoning และการวิเคราะห์เชิงลึกยังชัดเจนอยู่</p>

<h3>2. Multimodal ยังไม่ครบเหมือน Gemini</h3>
<p>Gemini รองรับ audio, video, image generation และดนตรีแบบ native ในตัว ขณะที่ Meta AI ยังไม่มี ecosystem ที่ครบวงจรเท่า โดยเฉพาะ <strong>Video Generation</strong> ที่ Gemini ทำได้แบบ native แต่ Meta AI ยังไม่มีในเวอร์ชันปัจจุบัน</p>

<h3>3. ไม่มี Google Workspace Integration</h3>
<p>นี่คือจุดที่ Gemini Advanced ทิ้งห่างไปไกลมาก เพราะผสานรวมกับ Gmail, Google Drive, Google Docs และ Google Sheets ได้โดยตรง</p>
<p>ลองนึกภาพสั่งด้วยภาษาไทยว่า "สรุปอีเมลทั้งหมดในสัปดาห์นี้" หรือ "เขียนสูตร spreadsheet คำนวณค่าคอมมิชชั่น" แล้ว AI ทำให้ได้ทันที — Meta AI ยังทำสิ่งนี้ไม่ได้</p>

<h3>4. ไม่เหมาะกับงาน Professional ระดับสูง</h3>
<p>Meta AI ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับงาน analytical หรือ technical ที่ซับซ้อน เช่น deep research, เขียนโค้ดซับซ้อน หรืองาน agentic workflow ที่ ChatGPT และ Claude ทำได้ดีกว่าชัดเจน</p>

<h2>เปรียบเทียบตรงๆ: Meta AI vs ChatGPT vs Gemini</h2>

<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>ฟีเจอร์</th>
      <th>Meta AI</th>
      <th>ChatGPT</th>
      <th>Gemini</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td>ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน</td>
      <td><strong>ฟรี</strong></td>
      <td>ฟรี (จำกัด)</td>
      <td>ฟรี (จำกัด)</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ภาษาไทย</td>
      <td>✅ รองรับ</td>
      <td>✅ รองรับ</td>
      <td>✅ รองรับ</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>สร้างภาพฟรี</td>
      <td><strong>✅ ไม่จำกัด</strong></td>
      <td>⚠️ จำกัด/วัน</td>
      <td>⚠️ จำกัด</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Video Generation</td>
      <td>❌</td>
      <td>⚠️ จำกัด</td>
      <td>✅ Native</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Social Integration</td>
      <td><strong>✅ เต็มรูปแบบ</strong></td>
      <td>❌</td>
      <td>❌</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Google Workspace</td>
      <td>❌</td>
      <td>❌</td>
      <td><strong>✅</strong></td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Deep Research</td>
      <td>❌</td>
      <td>✅</td>
      <td>✅</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Memory</td>
      <td>✅ (บางตลาด)</td>
      <td>✅</td>
      <td>✅ (paid)</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Coding / Dev</td>
      <td>⚠️ ปานกลาง</td>
      <td>✅</td>
      <td>✅</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>แผนราคา Premium</td>
      <td>$7.99–$19.99/เดือน</td>
      <td>$20/เดือน</td>
      <td>$19.99/เดือน</td>
    </tr>
  </tbody>
</table>

<h2>แผนสมัครสมาชิก Meta One — Meta กำลังเดินเกม Freemium</h2>
<p>ข่าวล่าสุดเดือนพฤษภาคม 2569: Meta กำลังทดสอบแผน <strong>Meta One AI</strong> ราคา <strong>$7.99</strong> และ <strong>$19.99 ต่อเดือน</strong> โดยแผน Premium จะปลดล็อก deep reasoning และ image/video generation มากขึ้น</p>
<p>ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ มีแผน Creator/Business ราคา <strong>$14.99</strong> และ <strong>$49.99 ต่อเดือน</strong> ซึ่งเริ่มทดสอบในตลาดที่รวมถึง<strong>ไทย</strong>โดยตรง เป็นส่วนหนึ่งของการขยาย Creator Economy ของ Meta</p>
<p>ทิศทางชัดเจน: Meta กำลังเดินตามรอย Google และ OpenAI เข้าสู่โมเดล subscription เต็มตัว — แต่ยังคงรักษาชั้นฟรีไว้เพื่อฐานผู้ใช้มหาศาล</p>

<h2>ประเด็นที่ต้องรู้: ข้อมูลของคุณอาจช่วย "เทรน" โฆษณา</h2>
<p>มีมุมหนึ่งที่หลายคนมองข้ามไป Meta ใช้ข้อมูลบทสนทนากับ AI เพื่อปรับปรุง ad targeting ซึ่งแตกต่างจากนโยบายของ ChatGPT และ Gemini</p>
<p>ถ้าคุณคุยกับ Meta AI เรื่องแผนซื้อบ้าน โปรเจกต์ธุรกิจ หรือปัญหาส่วนตัว ข้อมูลนั้นอาจเดินทางไปในทิศทางที่คุณไม่ได้คาดคิด นี่ไม่ใช่เหตุผลให้ไม่ใช้ แต่เป็นเรื่องที่ควรรู้และตัดสินใจด้วยตัวเอง</p>

<h2>สรุป: ใครควรใช้ Meta AI?</h2>
<p>Meta AI เหมาะที่สุดกับคนที่ต้องการ AI ฟรี ใช้ง่าย ไม่ต้องเปิดแอปพิเศษ และต้องการสร้างภาพได้ไม่จำกัด โดยเฉพาะครีเอเตอร์ที่ทำงานบน Facebook หรือ Instagram อยู่แล้ว</p>
<p>แต่ถ้าคุณต้องการ AI สำหรับงานวิเคราะห์ข้อมูล เขียนโค้ด ทำ deep research หรือผสานกับ productivity tools เช่น Google Docs — ChatGPT และ Gemini ยังชนะในแทบทุกมิติ</p>
<p>ในปี 2569 Meta AI ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดในทุกด้าน แต่มันคือตัวเลือกที่ <strong>"พอดีที่สุด"</strong> สำหรับคนส่วนใหญ่ที่ไม่อยากคิดมาก</p>

<h3>แหล่งอ้างอิง</h3>
<ul>
  <li><a href="https://www.nationthailand.com/business/tech/40050302">Nation Thailand — Meta AI ในไทย</a></li>
  <li><a href="https://www.marketingoops.com/tech-2/meta-ai-thai-language-how-to/">Marketing Oops — Meta AI ภาษาไทย</a></li>
  <li><a href="https://www.thestorythailand.com/en/10/04/2025/151458/">The Story Thailand — Meta AI App</a></li>
  <li><a href="https://techcrunch.com/2026/05/27/meta-officially-launches-instagram-facebook-and-whatsapp-subscriptions-with-more-to-come-including-ai-plans/">TechCrunch — Meta Subscription Plans 2026</a></li>
  <li><a href="https://zapier.com/blog/meta-ai-vs-chatgpt/">Zapier — Meta AI vs ChatGPT</a></li>
  <li><a href="https://aicomparison.ai/meta-ai-vs-gemini/">AI Comparing — Meta AI vs Gemini</a></li>
  <li><a href="https://sintra.ai/blog/meta-ai-vs-chatgpt">Sintra AI — Meta AI vs ChatGPT</a></li>
  <li><a href="https://aizolo.com/blog/chatgpt-meta-ai-comparison-features-2026/">AIZolo — ChatGPT vs Meta AI 2026</a></li>
  <li><a href="https://about.fb.com/news/2025/04/introducing-meta-ai-app-new-way-access-ai-assistant/">Meta Newsroom — Introducing Meta AI App</a></li>
  <li><a href="https://www.techrepublic.com/article/news-ai-chatbot-cheat-sheet-overview/">TechRepublic — AI Chatbot Overview</a></li>
</ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a5e3c8ea7567.png" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a5e3c8ea7567.png" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>5 สัญญาณจากข้อมูลจริงในหุ้นไทยครึ่งปีหลัง 2569 ที่นักลงทุนรายย่อยมักมองข้าม</title>
            <link>https://prnewsplus.com/finance/4259-5-สญญาณจากขอมลจรงในหนไทยครงปหลง-2569-ทนกลงทนรายยอยมกมองขาม</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/finance/4259-5-สญญาณจากขอมลจรงในหนไทยครงปหลง-2569-ทนกลงทนรายยอยมกมองขาม</guid>
            <pubDate>Tue, 21 Jul 2026 08:00:01 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>การเงิน / การลงทุน</category>
            <description><![CDATA[SET บวก 26.3% ในครึ่งปีแรก 2569 แต่นั่นไม่ใช่สัญญาณให้ "ช้อนตามกระแส" โดยไม่ดูข้อมูล บทความนี้เจาะ 5 สัญญาณจากตัวเลขจริง ตั้งแต่ EPS ทะลุ 100 บาท, Fund Flow ต่างชาติ, จุดชะลอ GDP ไตรมาส 3 ไปจนถึงความเสี่ยงที่ตลาดยังไม่ได้ราคา...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>SET บวก 26.3% ในครึ่งปีแรกของปี 2569 — ตัวเลขนี้ดูน่าตื่นเต้น แต่มันก็คือดาบสองคมสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่กำลังคิดจะ "ช้อน" ตามกระแส <strong>หุ้นไทยครึ่งปีหลัง 2569</strong> ยังมีโอกาส แต่ข้อมูลจริงบอกว่าต้องอ่านให้ถูกจุด ไม่ใช่แค่ดูดัชนีวิ่งแล้วกระโดดตาม มี 5 สัญญาณสำคัญที่นักวิเคราะห์จับตา และส่วนใหญ่มักถูกรายย่อยมองข้ามไปจนน่าเสียดาย</p>

<h2>ดัชนี SET ณ ปัจจุบัน: ตัวเลขสวยแค่ไหน?</h2>
<p>ดัชนี SET ปิดสิ้นครึ่งปีแรกที่ 1,591.24 จุด และล่าสุด ณ กรกฎาคม 2569 ไต่ขึ้นมาแตะระดับ 1,627.90 จุด ใกล้เคียงกับจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์</p>
<p>ตัวเลข YTD +26.3% นี้ทำให้ตลาดหุ้นไทยกลายเป็นหนึ่งในผู้ชนะของเอเชีย รองแค่ไต้หวันและญี่ปุ่น แต่ "วิ่งมามากแล้ว" หมายความว่าอะไร? หมายความว่าราคาได้สะท้อนปัจจัยบวกไปล่วงหน้าแล้วหลายส่วน ดังนั้นโอกาสกำไรจากนี้ไปจะต้องมาจากการเลือกให้แม่น ไม่ใช่แค่ "ซื้อทุกอย่างที่วิ่ง"</p>

<h2>สัญญาณที่ 1: EPS ตลาดทะลุ 100 บาท — กำไรจริงหรือแค่ความคาดหวัง?</h2>
<p>ในช่วงต้นปี นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมิน EPS ตลาด (กำไรต่อหุ้นรวมของตลาด) ปี 2569 ไว้ที่ราว 90–94 บาท แต่ตอนนี้ตัวเลขได้ทะลุแนวต้านทางจิตวิทยาที่ 100 บาทไปแล้ว</p>
<p>บล. เอเซีย พลัส (ASPS) ใช้ Market EPS ที่ประมาณ 95 บาท ประกอบกับ Risk Premium ที่ลดลงในตลาด เพื่อคำนวณว่าตลาดสามารถซื้อขายบน Forward P/E ที่สูงขึ้นราว 18 เท่าได้อย่างสมเหตุสมผล ซึ่งหนุนเป้าดัชนีสิ้นปีไว้ที่ 1,720 จุด ปรับขึ้นจากเดิมที่ 1,580 จุด</p>
<p>สิ่งที่รายย่อยมักมองข้าม: <strong>EPS ที่ปรับขึ้นนั้นดี แต่ราคาหุ้นวิ่งมาก่อนตัวเลขกำไรจริงหลายก้าว</strong> การที่ตลาดซื้อขายบน P/E 18 เท่าหมายความว่าคุณกำลังจ่ายแพงขึ้นสำหรับทุก 1 บาทของกำไร ถ้ากำไรไม่ออกมาตามคาด ราคาจะปรับฐานเร็วกว่าที่คิด</p>

<h2>สัญญาณที่ 2: Fund Flow ต่างชาติในหุ้นไทยครึ่งปีหลัง 2569 — บวกแต่ต้องจับจังหวะ</h2>
<p>ตัวเลขนี้คือหัวใจของ "แรงขับ" ตลาด: นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ด้วยมูลค่า 6,996 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดสะสม H1/2569 อยู่ที่ 27,000 ล้านบาท และ ASPS คาดว่าทั้งปีอาจทะลุ 100,000 ล้านบาท</p>
<p>แต่ข้อมูลที่น่าสนใจกว่านั้นคือ <strong>สัดส่วนการซื้อขาย</strong> — ต่างชาติยังครองมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ 52.8% ของมูลค่ารวม ขณะที่รายย่อยในประเทศอยู่ที่เพียง 32.6%</p>
<p>แปลว่าอะไร? แปลว่าตลาดหุ้นไทยตอนนี้ "เต้นตาม" ต่างชาติเป็นหลัก ถ้าเม็ดเงินไหลออกแม้แต่สัปดาห์เดียว รายย่อยที่ถือหุ้นอยู่จะรู้สึกทันที ดังนั้นการติดตาม Fund Flow รายสัปดาห์จึงสำคัญกว่าการดูตัวเลขสะสมรายเดือน</p>

<h2>สัญญาณที่ 3: GDP ปรับขึ้น แต่ Q3 คือจุดชะลอสูงสุด</h2>
<p>ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2569 เป็น 2.3% จากเดิม 2% โดยมีการส่งออกที่ดีกว่าคาด ผลกระทบจากตะวันออกกลางน้อยกว่าที่กลัว และมาตรการกระตุ้นของภาครัฐเป็นแรงหนุน</p>
<p>ฟังดูดี แต่ทีม Wealth Research ของหลักทรัพย์บัวหลวงเตือนว่า <strong>ไตรมาส 3 คือจุดที่เศรษฐกิจชะลอตัวมากที่สุด</strong> ก่อนจะทยอยฟื้นในไตรมาส 4 จากการท่องเที่ยวและการลงทุน</p>
<p>ขณะเดียวกัน เงินเฟ้อที่คาดไว้ที่ 2.9% ในปี 2569 นั้นกระโดดขึ้นมาจาก -0.1% ในปี 2568 อย่างมีนัยสำคัญ สภาพแวดล้อมจึงเป็น <strong>"เงินเฟ้อสูง แต่การเติบโตชะลอ"</strong> (Higher Inflation, Slower Growth) — ซึ่งเป็นช่วงที่การลงทุนแบบเหมารวมให้ผลตอบแทนต่ำที่สุด</p>

<h2>สัญญาณที่ 4: Sector Rotation — หุ้น Laggard และปันผลเริ่มน่าสนใจกว่า Tech</h2>
<p>เมื่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ลดลง เงินในตลาดจะ "หมุน" จากหุ้นที่วิ่งมากแล้วไปหาหุ้นที่ยังตามหลัง นั่นคือนิยามของ Sector Rotation</p>
<p>นักวิเคราะห์คาดว่าหุ้น <strong>กลุ่มธนาคารและประกัน</strong> ซึ่งให้เงินปันผลสูงและยังปรับขึ้นน้อยกว่าตลาด จะกลายเป็น Laggard ที่น่าสนใจในครึ่งปีหลัง ในทางตรงข้าม สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) แนะนำให้เลี่ยงกลุ่มพลังงาน</p>
<p>ความเสี่ยงที่น่ากังวลอีกด้านคือหุ้นกลุ่ม Tech และ AI ทั่วโลกที่ Valuation ตึงตัวมาก หากเกิดการปรับฐานรุนแรงในตลาดสหรัฐฯ หรือตลาดโลก แรงสั่นสะเทือนจะส่งผลมาถึงหุ้นไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>

<h2>สัญญาณที่ 5: 3 ความเสี่ยงที่รายย่อยมักมองข้ามก่อนช้อน</h2>
<p>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามในครึ่งปีหลัง ซึ่งสามารถจัดกลุ่มได้เป็น 3 หัว:</p>
<ul>
  <li><strong>นโยบาย Fed และดอกเบี้ยโลก:</strong> ธนาคารกลางหลักยังอยู่ในโหมดตึงตัว การปรับลดดอกเบี้ยช้ากว่าคาดจะกดดันหุ้นที่ Valuation แพงทั่วโลก รวมถึงไทย</li>
  <li><strong>Section 301 ของสหรัฐฯ:</strong> ไทยปัจจุบันอยู่ภายใต้ Section 122 ในอัตราภาษี 10% ส่วน Section 301 ยังอยู่ระหว่างรอความชัดเจน โดยมีข้อเสนออัตราใหม่ที่ 10–12.5% ครอบคลุมราว 60 ประเทศ/เศรษฐกิจ ภายใต้ข้อกังวลเรื่องการใช้แรงงานบังคับ นอกจากนี้การทยอยสิ้นสุดมาตรการ "ไทยช่วยไทย" ก็เป็นปัจจัยในประเทศที่ต้องจับตา</li>
  <li><strong>AI Valuation Correction:</strong> หุ้น AI วิ่งมาไกลมาก หากเกิดการปรับฐาน ความผันผวนจะกระจายไปทั่วตลาดเงินโลก ไม่เว้นแม้แต่หุ้นไทยที่ดูไม่เกี่ยวข้องโดยตรง</li>
</ul>

<h2>ตารางเปรียบเทียบเป้าดัชนี SET และมุมมองนักวิเคราะห์</h2>
<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>ตัวชี้วัด / แหล่ง</th>
      <th>ข้อมูล / มุมมอง</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td>SET Index สิ้น H1/2569</td>
      <td>1,591.24 จุด (+26.3% YTD)</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>SET Index ปัจจุบัน (ก.ค. 69)</td>
      <td>~1,627.90 จุด</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>เป้า SET สิ้นปี (IAA โพล 25 บริษัท)</td>
      <td>1,619 จุด</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>เป้า SET สิ้นปี (ASPS)</td>
      <td>1,720 จุด (ปรับขึ้นจาก 1,580)</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>EPS ตลาด (ประมาณการ)</td>
      <td>~95–100+ บาท/หุ้น</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Fund Flow ต่างชาติสะสม H1/2569</td>
      <td>27,000 ล้านบาท</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>สัดส่วนการซื้อขายต่างชาติ</td>
      <td>52.8% ของมูลค่ารวม</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>GDP ประมาณการปี 2569 (ธปท.)</td>
      <td>2.3%</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>เงินเฟ้อคาดการณ์ปี 2569</td>
      <td>~2.9% (จาก -0.1% ปี 68)</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>กลุ่มที่น่าสนใจ (Rotation)</td>
      <td>ธนาคาร, ประกัน, หุ้น Laggard-ปันผลสูง</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>กลุ่มที่แนะนำเลี่ยง</td>
      <td>พลังงาน, Tech/AI Valuation ตึง</td>
    </tr>
  </tbody>
</table>

<h2>ก่อนช้อน: บทสรุปที่นักลงทุนรายย่อยควรจำ</h2>
<p>ตัวเลข 5 สัญญาณข้างต้นไม่ได้บอกว่า "อย่าลงทุน" แต่บอกว่า <strong>การลงทุนในครึ่งปีหลัง 2569 ต้องใช้ความละเอียดมากกว่าครึ่งปีแรก</strong></p>
<p>ตลาดที่วิ่งมาแล้ว 26% ไม่ได้หมายความว่าจะวิ่งต่ออีก 26% โดยอัตโนมัติ โอกาสยังมีอยู่ แต่อยู่ในหุ้นที่เลือกถูก ไม่ใช่การซื้อทุกอย่างที่วิ่ง</p>
<p>คำแนะนำจากบทวิเคราะห์ตรงกันที่จุดนี้: ให้น้ำหนักกับ <strong>ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทรายตัว</strong> มากกว่าการคาดเดาทิศทางดัชนีรวม และติดตาม Fund Flow รายสัปดาห์เพื่อจับจังหวะ เพราะตลาดที่ถูกขับเคลื่อนโดยต่างชาติกว่า 52% นั้น "เปลี่ยนทิศได้เร็วกว่าที่คิด"</p>

<h3>แหล่งอ้างอิง</h3>
<ul>
  <li><a href="https://www.stockfocusnews.com/%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%81-26-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7/">Stock Focus News — หุ้นไทยครึ่งปีแรกบวก 26% แล้วครึ่งปีหลังลงทุนแบบไหนไม่เจ็บตัว</a></li>
  <li><a href="https://www.infoquest.co.th/2026/607932">Infoquest — ภาวะตลาดหุ้นไทยและปัจจัยครึ่งปีหลัง 2569</a></li>
  <li><a href="https://www.outperform-th.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99/%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%96%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99-6/">Outperform TH — สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนมิถุนายน 2569</a></li>
  <li><a href="https://www.khaosod.co.th/economics/news_10315424">ข่าวสด — เศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลัง 2569</a></li>
  <li><a href="https://www.thebangkokinsight.com/news/stock-finance/stock/1675854/">The Bangkok Insight — แนวโน้มหุ้นไทยและ Fund Flow ต่างชาติ</a></li>
  <li><a href="https://www.bangkokbiznews.com/blogs/opinion/editorial/1242198">กรุงเทพธุรกิจ — บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นและ Sector Rotation</a></li>
  <li><a href="https://www.thansettakij.com/finance/stockmarket/663965">ฐานเศรษฐกิจ — เป้าดัชนี SET และมุมมองนักวิเคราะห์</a></li>
  <li><a href="https://www.kaohooninternational.com/markets/586301">เก้าหุ้น International — ภาวะตลาดหุ้นไทยและปัจจัยเสี่ยง</a></li>
  <li><a href="https://media.set.or.th/set/Documents/2026/Jul/Presentation-%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%A1%E0%B8%B4.%E0%B8%A2.-2569.pdf">ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย — สรุปภาวะตลาดเดือนมิถุนายน 2569</a></li>
</ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a5e3c8ea9bc7.png" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a5e3c8ea9bc7.png" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>เขียนข่าว PR ให้ติดหน้าแรก Google: 5 โครงสร้างที่นักข่าวมืออาชีพใช้จริงในปี 2569</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4260-เขยนขาว-pr-ใหตดหนาแรก-google-5-โครงสรางทนกขาวมออาชพใชจรงในป-2569</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4260-เขยนขาว-pr-ใหตดหนาแรก-google-5-โครงสรางทนกขาวมออาชพใชจรงในป-2569</guid>
            <pubDate>Mon, 20 Jul 2026 23:02:41 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[Press Release ที่ดีในปี 2569 ไม่ใช่แค่ส่งให้นักข่าว — มันต้องพิชิต Google ด้วย เรียนรู้ 5 โครงสร้างที่นักข่าวมืออาชีพใช้จริง ตั้งแต่ Inverted Pyramid ไปจนถึง Multimedia SEO ที่ช่วยให้ข่าว PR ของคุณติดหน้าแรกและถูกอ้างอิงใน AI Overviews...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ข่าว PR ที่ดีที่สุดของคุณจะไม่มีความหมาย ถ้าไม่มีใครค้นเจอมันบน Google ในปี 2569 การเขียน <strong>ข่าว PR ให้ติดหน้าแรก Google</strong> ต้องอาศัยทั้งทักษะการเล่าเรื่องแบบนักข่าวและความเข้าใจ SEO ยุคใหม่ที่มองลึกกว่าแค่การยัดคีย์เวิร์ด — มันคือการออกแบบโครงสร้างให้ถูกต้องตั้งแต่บรรทัดแรก</p>

<h2>ทำไมโครงสร้างถึงสำคัญกว่าคีย์เวิร์ดในปี 2569</h2>
<p>Google ปี 2569 ไม่ได้มองแค่ว่าคุณใส่คีย์เวิร์ดบ่อยแค่ไหน แต่มองลึกถึง "เจตนาเบื้องหลัง" ของผู้ค้นหา (User Intent) ยุคที่ใส่คีย์เวิร์ดซ้ำๆ แล้วได้ผลสิ้นสุดลงแล้ว</p>
<p>ที่สำคัญกว่านั้น — นักข่าวคือ "ด่านแรก" ถ้าอ่านแล้วดูเป็นสแปม บรรณาธิการข้ามไปทันที และโอกาสที่สื่อจริงจะ pickup ข่าวของคุณก็หมดไปพร้อมกัน</p>
<p>นี่คือ 5 โครงสร้างที่นักข่าวมืออาชีพใช้จริง เพื่อให้ข่าว PR ทั้งถูกใจบรรณาธิการ และติดหน้าแรก Google พร้อมกัน</p>

<h2>โครงสร้างที่ 1: Inverted Pyramid — ข่าว PR ให้ติดหน้าแรก Google เริ่มที่นี่</h2>
<p>Inverted Pyramid หรือ "พีระมิดหัวกลับ" คือรูปแบบที่นักข่าวมืออาชีพใช้มากที่สุด — และมีเหตุผลที่ดีมาก</p>
<p>หลักการง่ายมาก: วางสิ่งที่สำคัญที่สุดไว้บนสุด แล้วค่อยๆ ไล่ลงไปหารายละเอียด ตรงกันข้ามกับแถลงการณ์องค์กรทั่วไปที่มักปูพื้นยาวก่อนแล้วค่อยบอกว่าเกิดอะไรขึ้น</p>
<p>ตามหลักของ PRSA (Public Relations Society of America) ย่อหน้าแรกต้องตอบให้ครบ 5 Ws:</p>
<ul>
  <li><strong>Who</strong> — ใคร</li>
  <li><strong>What</strong> — เกิดอะไรขึ้น</li>
  <li><strong>When</strong> — เมื่อไร</li>
  <li><strong>Where</strong> — ที่ไหน</li>
  <li><strong>Why</strong> — ทำไมถึงสำคัญ</li>
</ul>
<p>ทั้ง 5 Ws ไม่จำเป็นต้องเรียงตามลำดับ แต่ต้องปรากฏ "เร็ว" — ตั้งแต่ต้น ความยาวที่เหมาะสมของข่าว PR รูปแบบนี้คือ 300-500 คำ และให้ใช้ย่อหน้าสั้นตลอด</p>

<h2>โครงสร้างที่ 2: SEO Headline + Subheadline — หัวข่าวที่ Google รักและบรรณาธิการไม่ปฏิเสธ</h2>
<p>หัวข่าวคือสนามรบ ถ้าแพ้ตรงนี้ ทุกอย่างที่เขียนมาไม่มีความหมาย</p>
<p>ดูตัวอย่างเปรียบเทียบนี้ให้ชัด:</p>

<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>หัวข่าวแบบนี้ ❌</th>
      <th>หัวข่าวแบบนี้ ✅</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td>"You Will Not Believe What Just Happened in Congress"</td>
      <td>"Senate Passes $2 Trillion Climate Bill"</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>คลิกเบต — Google ลงโทษ Misleading Previews</td>
      <td>ชัดเจน มีคีย์เวิร์ด ตรงประเด็น — ติดอันดับได้</td>
    </tr>
  </tbody>
</table>

<p>กฎทองของ SEO Headline ในปี 2569 มีอยู่ 3 ข้อ:</p>
<ul>
  <li>ความยาว <strong>60-80 ตัวอักษร</strong> — พอดีกับที่ Google แสดงใน Search Result</li>
  <li><strong>Front-load</strong> ข้อมูลสำคัญไว้ 2 ย่อหน้าแรกเสมอ</li>
  <li>ระบุสถานที่ ชื่อบุคคล และวันที่ในประโยคเปิดเรื่อง</li>
</ul>
<p>และที่ขาดไม่ได้คือ Subheadline — ประโยคเดียวที่ขยายหัวข่าวให้ชัดขึ้น ช่วยให้ทั้ง Google และนักข่าวเข้าใจบริบทก่อนอ่านเนื้อหา</p>

<h2>โครงสร้างที่ 3: Body + Quote + Data — เนื้อข่าวที่ทรงพลังด้วย 3 องค์ประกอบ</h2>
<p>หลังย่อหน้าแรกที่ตอบ 5 Ws แล้ว ย่อหน้าที่ 2 และ 3 มีบทบาทชัดเจนมาก:</p>
<ul>
  <li><strong>ย่อหน้าที่ 2</strong> — ตอบ "so what?" อธิบายว่าทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ พร้อมข้อมูลสนับสนุน</li>
  <li><strong>ย่อหน้าที่ 3</strong> — Quote แรกจากบุคคลที่มีอาวุโสสูงสุดที่เกี่ยวข้อง</li>
</ul>
<p>Quote ที่ดีไม่ใช่แค่ประดับ — มันให้ความน่าเชื่อถือและทำให้นักข่าวมีเนื้อหาไปใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องติดต่อสัมภาษณ์เพิ่ม</p>
<p>โครงสร้างมาตรฐานของข่าว PR ที่สมบูรณ์จะมีครบทุกส่วนนี้:</p>
<ul>
  <li>Headline + Subheadline</li>
  <li>Lead Paragraph (5 Ws)</li>
  <li>Body Content พร้อม H2/H3 subheadings</li>
  <li>Quotes จากผู้บริหารหรือผู้เชี่ยวชาญ</li>
  <li>Boilerplate ข้อมูลองค์กร</li>
  <li>Media Contact Information</li>
</ul>
<p>สำหรับ SEO ให้ใช้ H2 และ H3 นำคีย์เวิร์ดรองเข้าไปอย่างเป็นธรรมชาติ — <strong>ห้ามบังคับใส่</strong> ถ้าใส่แล้วอ่านขัดปาก อย่าใส่</p>

<h2>โครงสร้างที่ 4: Boilerplate + Entity Consistency — ส่วนที่คนมองข้ามแต่ Google ไม่เคยลืม</h2>
<p>Boilerplate คือย่อหน้าสั้นๆ ท้ายข่าวที่อธิบายว่าองค์กรคือใคร — แต่อย่ามองว่ามันแค่ "พิธีกรรม"</p>
<p>ในปี 2569 Boilerplate ที่สม่ำเสมอในทุกฉบับทำหน้าที่เป็น <strong>"Entity Validator"</strong> — มันช่วยให้ Search Engine map "digital footprint" ขององค์กรได้อย่างมั่นใจ ถ้าแต่ละฉบับเขียนต่างกัน Google จะสับสนว่าเป็นองค์กรเดียวกันหรือเปล่า</p>
<p>อีกหนึ่งเครื่องมือที่ทรงพลังคือ <strong>NewsArticle Schema Markup</strong> สำหรับข่าว PR ที่เผยแพร่บน Domain ของตัวเอง — Structured Data นี้จะบอก Google อย่างชัดเจนว่าเนื้อหาคืออะไร ใครเขียน เผยแพร่เมื่อไร และเกี่ยวกับอะไร</p>
<p>เคล็ดลับเพิ่มเติม: <strong>กระจายข่าวต้นสัปดาห์</strong> เพื่อให้ Search Engine และระบบ AI มีเวลา crawl และ index เนื้อหาได้มากขึ้น</p>
<p>และเรื่องลิงก์ใน Press Release — ใช้ rel="nofollow" ทุกลิงก์ และจำกัดไม่เกิน 1-2 ลิงก์ต่อฉบับ เพื่อหลีกเลี่ยง Manual Penalty จาก Google Search Console</p>

<h2>โครงสร้างที่ 5: Multimedia SEO — ภาพ วิดีโอ และ Alt Text ที่ขาดไม่ได้</h2>
<p>ข่าว PR ที่มีแค่ตัวอักษรในปี 2569 เหมือนร้านอาหารที่ไม่มีรูปเมนู — คนอาจเดินผ่านโดยไม่หยุด</p>
<p>การใส่ภาพความละเอียดสูงหรือ Infographic อย่างน้อย 1 ชิ้นพร้อม <strong>Alt Text ที่มีคีย์เวิร์ด</strong> ถือเป็นส่วนหนึ่งของ Optimized Multimedia ที่ขาดไม่ได้ — มันช่วยทั้ง Accessibility และ SEO พร้อมกัน</p>
<p>นอกจากนี้ยังต้อง:</p>
<ul>
  <li>เพิ่ม Structured Data ก่อนเผยแพร่ (และ automate ใน CMS ถ้าทำได้)</li>
  <li>อัปเดตบทความเมื่อเรื่องราวพัฒนาต่อ โดยเปลี่ยน dateModified ทุกครั้ง</li>
</ul>

<h2>Breaking News vs Evergreen — เลือกกลยุทธ์ให้ถูก</h2>
<p>ก่อนเขียน ต้องถามตัวเองก่อนว่าข่าวนี้คือแบบไหน:</p>
<ul>
  <li><strong>Breaking News</strong> — Traffic พุ่งสูงและหายไปใน 24-72 ชั่วโมง เหมาะกับข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ หรือการประกาศที่มีเดดไลน์</li>
  <li><strong>Evergreen Content</strong> — สร้าง Traffic ได้ยาวนานกว่า เหมาะกับการอธิบายบริการ วิจัย หรือ Thought Leadership</li>
</ul>
<p>กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือ ใช้ข่าว Breaking เป็นตัวดึงความสนใจระยะสั้น แล้วเชื่อมโยงไปยัง Evergreen Content ที่องค์กรมีอยู่เพื่อสร้าง Traffic ระยะยาว</p>

<h2>ภาพรวม: เช็กลิสต์ก่อนส่งข่าว PR ทุกครั้ง</h2>
<p>ในปี 2569 การทำ SEO ต้องมองภาพรวมของ Search Marketing รวมถึง AI Search ด้วย ไม่ใช่แค่ Organic SEO เพราะโอกาสถูกอ้างอิงใน Google AI Overviews คือสนามใหม่ที่สำคัญมาก</p>
<p>เช็กลิสต์สั้นๆ ที่ต้องผ่านทุกข้อก่อนกด Publish:</p>
<ul>
  <li>✅ หัวข่าว 60-80 ตัวอักษร มีคีย์เวิร์ดหลัก ไม่ Clickbait</li>
  <li>✅ 5 Ws ปรากฏใน Lead Paragraph</li>
  <li>✅ ย่อหน้าที่ 2 ตอบ "so what?" พร้อมข้อมูล</li>
  <li>✅ ย่อหน้าที่ 3 เป็น Quote จากผู้บริหาร</li>
  <li>✅ Boilerplate เหมือนทุกฉบับที่ผ่านมา</li>
  <li>✅ ภาพ/Infographic พร้อม Alt Text</li>
  <li>✅ NewsArticle Schema Markup</li>
  <li>✅ ลิงก์ใช้ rel="nofollow" ไม่เกิน 2 ลิงก์</li>
  <li>✅ ความยาวรวมไม่ต่ำกว่า 800 คำ</li>
</ul>

<h3>แหล่งอ้างอิง</h3>
<ul>
  <li><a href="https://www.outerboxdesign.com/articles/seo/optimize-press-release-seo/">OuterBox — Optimize Press Release SEO</a></li>
  <li><a href="https://announcechain.com/blog/press-release-seo-guide">AnnounceChain — Press Release SEO Guide</a></li>
  <li><a href="https://easyprwire.com/blog/press-release-seo-guide">EasyPRWire — Press Release SEO Guide</a></li>
  <li><a href="https://thestacc.com/blog/seo-for-news-websites/">The Stacc — SEO for News Websites</a></li>
  <li><a href="https://newsbywire.com/what-are-the-5-ws-the-press-release-framework-that-actually-matters/">News By Wire — The 5 Ws Press Release Framework</a></li>
  <li><a href="https://obapr.com/resources/what-is-a-press-release-how-to-write-one-that-gets-published-2026-complete-guide/">OBAPR — How to Write a Press Release That Gets Published</a></li>
  <li><a href="https://www.pbjstories.com/blog/how-to-optimize-a-press-release-for-seo">PBJ Stories — How to Optimize a Press Release for SEO</a></li>
  <li><a href="https://www.24presse.com/press-release-writing-guide/">24Presse — Press Release Writing Guide</a></li>
  <li><a href="https://jobs.prsa.org/career-resources/finding-talent-10/how-to-write-a-press-release-that-actually-gets-published-377">PRSA — How to Write a Press Release That Actually Gets Published</a></li>
  <li><a href="https://www.prbusinesswires.com/press-release-seo-and-ai-visibility-2026-playbook">PRBusinessWires — Press Release SEO and AI Visibility 2026 Playbook</a></li>
</ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a5e44e9415c4.png" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a5e44e9415c4.png" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ลงทะเบียนค่าไฟบัตรสวัสดิการ 2569: ทำทีละขั้น ใช้สิทธิ์ได้เมื่อไหร่ และพลาดตรงไหนมากที่สุด</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4257-ลงทะเบยนคาไฟบตรสวสดการ-2569-ทำทละขน-ใชสทธไดเมอไหร-และพลาดตรงไหนมากทสด</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4257-ลงทะเบยนคาไฟบตรสวสดการ-2569-ทำทละขน-ใชสทธไดเมอไหร-และพลาดตรงไหนมากทสด</guid>
            <pubDate>Mon, 20 Jul 2026 22:30:21 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[วันนี้ (20 ก.ค. 2569) เปิดวันแรก! ผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการ 9.5 ล้านคน ต้องลงทะเบียนค่าไฟใหม่ทุกคน รับสูงสุด 315 บาท/เดือน — เช็กขั้นตอน เวลา ช่องทาง และ 6 จุดที่คนพลาดมากที่สุดได้ที่นี่...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<h2>ลงทะเบียนค่าไฟบัตรสวัสดิการ 2569 เปิดวันแรกแล้ว — คุณอยู่กลุ่มไหน?</h2>
<p>วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 คือวันแรกของการเปิดลงทะเบียนค่าไฟสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 รัฐบาลช่วยค่าไฟสูงสุด <strong>315 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน</strong> และจะเปิดรับถึง 30 กันยายน 2569 เท่านั้น — แม้เคยได้สิทธิ์มาก่อน ก็ต้องลงทะเบียนใหม่ทุกคน</p>
<p>ปีนี้มีผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการทั้งหมด <strong>9.5 ล้านคน</strong> จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18.8 ล้านคน ขณะที่อีกกว่า <strong>9.3 ล้านคน</strong> ที่เคยได้สิทธิ์รอบก่อนต้องเสียสิทธิ์ไปในรอบนี้ ตัวเลขเหล่านี้บอกอะไร? บอกว่าการลงทะเบียนรอบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ "นิ่งเฉยรอ" ได้</p>

<h2>ใครมีสิทธิ์ลงทะเบียนค่าไฟบัตรสวัสดิการ 2569 บ้าง?</h2>
<p>ก่อนจะรีบเปิดเว็บลงทะเบียน ต้องเช็กก่อนว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหน เพราะแต่ละกลุ่มมีขั้นตอนต่างกัน</p>
<p>เงื่อนไขพื้นฐานของผู้มีสิทธิ์: สัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป รายได้/หนี้สิน/เงินฝากไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ไม่มีบัตรเครดิต ไม่มีหุ้น และที่ดิน/ยานพาหนะต้องไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด</p>
<p>ผู้มีสิทธิ์แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ซึ่งมีเส้นทางลงทะเบียนแตกต่างกันชัดเจน:</p>
<ul>
  <li><strong>กลุ่มที่ 1 — ผู้มีสิทธิ์รายเดิม (สิทธิ์ปี 2565 ที่ต้องการต่ออายุ):</strong> สามารถกดลงทะเบียนรับสิทธิ์ค่าไฟได้ทันที ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่</li>
  <li><strong>กลุ่มที่ 2 — ผู้มีสิทธิ์รายใหม่ปี 2569, ผู้ผ่านการทบทวนสิทธิ์ และผู้ที่เคยให้คนอื่น e-KYC แทน:</strong> ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ผ่านธนาคารที่กำหนดล่วงหน้าอย่างน้อย <strong>1 วัน</strong> ก่อนลงทะเบียนรับสิทธิ์ค่าไฟ</li>
</ul>
<p>ธนาคารที่รองรับ e-KYC ได้แก่ กรุงไทย, ธ.ก.ส., ออมสิน, ธอส. และไอแบงก์</p>

<h2>ขั้นตอนลงทะเบียนค่าไฟทีละขั้น ทำตามนี้ไม่พลาด</h2>
<p>เมื่อผ่านขั้นตอน e-KYC แล้ว (หรือเป็นผู้มีสิทธิ์รายเดิม) ให้ทำตามขั้นตอนนี้:</p>
<ul>
  <li><strong>ขั้นที่ 1:</strong> เข้าเว็บไซต์ของการไฟฟ้าที่ดูแลพื้นที่บ้านคุณ (ดูช่องทางในตารางด้านล่าง)</li>
  <li><strong>ขั้นที่ 2:</strong> กรอก <strong>รหัสเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า (เลขมิเตอร์ไฟฟ้า) 8 หลัก</strong> — ดูได้จากบิลค่าไฟหรือหน้ากล่องมิเตอร์</li>
  <li><strong>ขั้นที่ 3:</strong> กรอก <strong>บัญชีแสดงสัญญา 9 หลัก</strong> — อยู่บนใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้าเช่นกัน</li>
  <li><strong>ขั้นที่ 4:</strong> ตรวจสอบข้อมูลและยืนยันการลงทะเบียน</li>
</ul>
<p>เตรียมบิลค่าไฟฟ้าเดือนล่าสุดไว้ใกล้มือก่อนเริ่ม จะหาเลข 8 หลักและ 9 หลักได้ง่ายขึ้นมาก</p>

<h2>ช่องทางลงทะเบียน — กฟน. หรือ กฟภ.?</h2>
<p>นี่คือหนึ่งในจุดที่คนพลาดบ่อยที่สุด หลายคนเข้าผิดเว็บ ทำให้เสียเวลาโดยใช่เหตุ ดูตารางนี้ก่อนลงทะเบียน:</p>
<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>หน่วยงาน</th>
      <th>พื้นที่ดูแล</th>
      <th>ช่องทางออนไลน์</th>
      <th>โทรศัพท์</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td><strong>การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)</strong></td>
      <td>กรุงเทพฯ, นนทบุรี, สมุทรปราการ</td>
      <td>meaeservice.mea.or.th/welfare หรือ meagate1.mea.or.th/welfareregis</td>
      <td>1130</td>
    </tr>
    <tr>
      <td><strong>การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ./PEA)</strong></td>
      <td>ทุกจังหวัดนอกจากพื้นที่ กฟน.</td>
      <td>welfareregis.pea.co.th หรือ welfareregis.pea.co.th/Register</td>
      <td>1129</td>
    </tr>
  </tbody>
</table>
<p>กฟภ. ยังมีตัวเลือกเพิ่มเติม คือสามารถ <strong>ลงทะเบียนออนไซต์</strong> ที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทุกแห่งทั่วประเทศได้ด้วย สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกใช้อินเทอร์เน็ต</p>
<p><strong>เวลาทำการของระบบออนไลน์:</strong> 08.00–18.30 น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ — แต่นอกเวลาดังกล่าวระบบปิด ห้ามลืม!</p>

<h2>วงเงินและเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ค่าไฟ</h2>
<p>รัฐช่วยค่าไฟสูงสุด <strong>315 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน</strong> โดยมีกติกาแบ่งชัดเจน 2 ระดับ:</p>
<ul>
  <li><strong>ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือน ติดต่อกัน 3 เดือน:</strong> ได้รับสิทธิ์ค่าไฟฟ้าฟรี ตามมาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบัน</li>
  <li><strong>ใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วยต่อเดือน:</strong> ได้รับวงเงิน 315 บาท มาช่วยหักค่าไฟฟ้า</li>
</ul>
<p>ข้อสำคัญ: ถ้าบิลค่าไฟเกินวงเงิน 315 บาท <strong>ผู้มีสิทธิ์ต้องออกค่าไฟส่วนที่เกินเองทั้งหมด</strong> ไม่ใช่แค่ส่วนที่เกิน แต่หมายถึงเกินกว่าวงเงินที่รัฐกำหนดนั่นเอง</p>
<p>และจำไว้เสมอ: <strong>1 ครัวเรือน = 1 สิทธิ์ = 1 รหัสประจำบ้าน</strong> ชื่อผู้ลงทะเบียนต้องตรงกับชื่อผู้ถือบัตรสวัสดิการ และสิทธิ์ผูกกับตัวบุคคล โอนให้ผู้อื่นไม่ได้ไม่ว่าในกรณีใด</p>

<h2>ลงทะเบียนเมื่อไหร่ ได้สิทธิ์เดือนไหน?</h2>
<p>ลงทะเบียนช้าหรือเร็ว มีผลต่อเดือนที่จะเริ่มได้รับสิทธิ์โดยตรง ดูตารางนี้ก่อนตัดสินใจเร่งลงทะเบียน:</p>
<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>ช่วงที่ลงทะเบียน</th>
      <th>เริ่มได้รับสิทธิ์รอบบิล</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td>20–31 กรกฎาคม 2569 (ผู้มีสิทธิ์รายเดิม)</td>
      <td><strong>กันยายน 2569</strong></td>
    </tr>
    <tr>
      <td>1–31 สิงหาคม 2569</td>
      <td><strong>ตุลาคม 2569</strong></td>
    </tr>
  </tbody>
</table>
<p>ยิ่งลงทะเบียนเร็ว ยิ่งได้รับสิทธิ์เร็ว ถ้ารอไปลงเดือนสิงหาคม ก็ต้องรออีกหนึ่งรอบบิล</p>

<h2>6 จุดพลาดที่คนทำผิดมากที่สุด — เช็กก่อนกดส่ง</h2>
<p>จากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่าคนส่วนใหญ่สะดุดอยู่ที่จุดเหล่านี้:</p>
<h3>1. ข้ามขั้นตอน e-KYC</h3>
<p>ผู้มีสิทธิ์รายใหม่ปี 2569 ต้องยืนยันตัวตนผ่านธนาคาร <strong>ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน</strong> ก่อนจะลงทะเบียนค่าไฟได้ ถ้าข้ามขั้นนี้ระบบจะไม่ยอมรับ</p>
<h3>2. เข้าเว็บผิดหน่วยงาน</h3>
<p>คนกรุงเทพฯ ต้องใช้ กฟน. คนต่างจังหวัดต้องใช้ กฟภ. ฟังดูง่าย แต่หลายคนเข้าผิดแล้วสับสนว่าทำไมข้อมูลไม่ขึ้น</p>
<h3>3. คิดว่าสิทธิ์ต่อเนื่องอัตโนมัติ</h3>
<p>ปีนี้ไม่มีระบบ "ต่ออัตโนมัติ" แม้เคยได้สิทธิ์มาแล้ว ทุกคนต้องลงทะเบียนใหม่ ไม่มีข้อยกเว้น</p>
<h3>4. ลงทะเบียนนอกเวลา</h3>
<p>ระบบออนไลน์เปิดเฉพาะ 08.00–18.30 น. เท่านั้น ถ้าเข้าตอนดึกหรือก่อน 8 โมง จะใช้งานไม่ได้</p>
<h3>5. ชื่อผู้ลงทะเบียนไม่ตรงกับบัตรสวัสดิการ</h3>
<p>สิทธิ์ผูกกับผู้ถือบัตรโดยตรงผ่านบัตรประชาชนสมาร์ตการ์ด โอนหรือฝากชื่อคนอื่นไม่ได้เด็ดขาด</p>
<h3>6. ไม่รู้ว่าต้องอุทธรณ์สิทธิ์ก่อน</h3>
<p>ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์สามารถยื่นขอทบทวนสิทธิ์ได้ในช่วง <strong>17–31 กรกฎาคม 2569</strong> เพื่อตรวจสอบข้อมูลและแก้ไขข้อคลาดเคลื่อน — ถ้าไม่รู้ก็จะพลาดโอกาสนี้ไปเลย</p>

<h3>แหล่งอ้างอิง</h3>
<ul>
  <li><a href="https://www.sanook.com/money/954399/">สนุกดอทคอม — อัปเดตบัตรสวัสดิการค่าไฟ (1)</a></li>
  <li><a href="https://www.sanook.com/money/954395/">สนุกดอทคอม — อัปเดตบัตรสวัสดิการค่าไฟ (2)</a></li>
  <li><a href="https://www.thairath.co.th/news/society/2947438">ไทยรัฐ — ลงทะเบียนค่าไฟบัตรสวัสดิการ 2569</a></li>
  <li><a href="https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1243834">กรุงเทพธุรกิจ — บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569</a></li>
  <li><a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/508379">Thai PBS — บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ</a></li>
  <li><a href="https://welfare.mof.go.th/">เว็บไซต์ทางการกระทรวงการคลัง — โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ</a></li>
  <li><a href="https://www.thairath.co.th/news/society/2947272">ไทยรัฐ — บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 (2)</a></li>
  <li><a href="https://today.line.me/th/v3/article/kERENzZ">LINE Today / สวพ. FM91 — ลงทะเบียนค่าไฟบัตรสวัสดิการ</a></li>
</ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a5e3c8fa99d4.png" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a5e3c8fa99d4.png" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Cassia Rama 9 Bangkok จุดประกายความสนุกกับ &quot;SKY HIGH FOAM PARTY&quot; ปาร์ตี้โฟมบนรูฟท็อปสุดมันส์แห่งใหม่</title>
            <link>https://prnewsplus.com/events/4255-cassia-rama-9-bangkok-จุดประกายความสนุกกับ-sky-high-foam-party-ปาร์ตี้โฟมบนรูฟท็อปสุดมันส์แห่งใหม่</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/events/4255-cassia-rama-9-bangkok-จุดประกายความสนุกกับ-sky-high-foam-party-ปาร์ตี้โฟมบนรูฟท็อปสุดมันส์แห่งใหม่</guid>
            <pubDate>Fri, 17 Jul 2026 21:58:57 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Cassia Rama9</dc:creator>
            <category>อีเว้นท์</category>
            <description><![CDATA[กรุงเทพฯ ประเทศไทย – เตรียมตัวเปียก มันส์ และสนุกไปกับ SKY HIGH FOAM PARTY ปาร์ตี้โฟมบนรูฟท็อปสุดยิ่งใหญ่จาก Cassia Rama 9 Bangkok by Banyan Group ที่จะมอบประสบการณ์ความบันเทิงสุดเร้าใจ กับดีเจชื่อดัง...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-center"><strong>Cassia Rama 9 Bangkok จุดประกายความสนุกกับ "SKY HIGH FOAM PARTY"</strong></p><p class="ql-align-center"><strong> ปาร์ตี้โฟมบนรูฟท็อปสุดมันส์แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ</strong></p><p class="ql-align-center"><br></p><p class="ql-align-center"><br></p><p class="ql-align-center"><strong>กรุงเทพฯ ประเทศไทย</strong> – เตรียมตัวเปียก มันส์ และสนุกไปกับ SKY HIGH FOAM PARTY ปาร์ตี้โฟมบนรูฟท็อปสุดยิ่งใหญ่จาก Cassia Rama 9 Bangkok by Banyan Group ที่จะมอบประสบการณ์ความบันเทิงสุดเร้าใจ กับดีเจชื่อดัง โฟมจัดเต็ม ค็อกเทลซิกเนเจอร์ และวิวเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ แบบพาโนรามา</p><p class="ql-align-center"> </p><p class="ql-align-center">งานจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.00 – 20.00 น. ณ AFTER 9 Rooftop Bar ชั้น 37 โดยเปลี่ยนรูฟท็อปให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความสนุก ที่ผสานเสียงดนตรี แสงแดด และบรรยากาศสุดชิลไว้ในงานเดียว พร้อมมอบประสบการณ์ปาร์ตี้ที่ไม่ควรพลาดใจกลางย่านพระราม 9</p><p class="ql-align-center"> </p><p class="ql-align-center"> </p><p class="ql-align-center">เพิ่มดีกรีความมันส์ไปกับ DJ Pamella และ DJ Achita ที่จะมาสร้างสีสันด้วยบทเพลงแนว EDM, House และ Commercial Hits ตลอดทั้งงาน ให้ทุกคนได้เต้นสนุกท่ามกลางสายโฟม ค็อกเทลเย็น ๆ ชมวิวเมืองจากมุมสูง และสัมผัสไลฟ์สไตล์อันมีสีสันในแบบฉบับของ Cassia</p><p class="ql-align-center"> </p><p class="ql-align-center">ที่สำคัญ เข้าร่วมงานฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ทำให้ SKY HIGH FOAM PARTY เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ที่เหมาะทั้งสำหรับคนกรุงเทพฯ ชาวต่างชาติที่อาศัยในไทย และนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาปาร์ตี้รูฟท็อปสุดคึกคัก โดยไม่ต้องเสียค่าเข้างาน</p><p class="ql-align-center"> </p><p class="ql-align-center">ไม่ว่าคุณจะชวนแก๊งเพื่อนมาสนุก ฉลองช่วงสุดสัปดาห์ เก็บภาพสวย ๆ ลงโซเชียล หรือกำลังมองหาปาร์ตี้รูฟท็อปที่มีชีวิตชีวาที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ</p><p class="ql-align-center">SKY HIGH FOAM PARTY พร้อมมอบประสบการณ์ที่ผสมผสานเสียงดนตรี ความบันเทิง และบรรยากาศซัมเมอร์สุดมันส์ไว้ด้วยกัน ใจกลางย่านพระราม 9</p><p class="ql-align-center"><br></p><p class="ql-align-center"><strong>รายละเอียดกิจกรรม</strong></p><p class="ql-align-center">กิจกรรม: SKY HIGH FOAM PARTY</p><p class="ql-align-center"> วันจัดงาน: วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569</p><p class="ql-align-center"> เวลา: 15.00 – 20.00 น.</p><p class="ql-align-center"> สถานที่: AFTER 9 Rooftop Bar ชั้น 37, Cassia Rama 9 Bangkok</p><p class="ql-align-center"> ค่าเข้าร่วมงาน: เข้าฟรี! (FREE ENTRY)</p><p class="ql-align-center"><br></p><p class="ql-align-center">  <strong>ไฮไลต์ภายในงาน</strong></p><p class="ql-align-center">- การแสดงสดจาก DJ Pamella</p><p class="ql-align-center">- การแสดงสดจาก DJ Achita</p><p class="ql-align-center">- ปาร์ตี้โฟมสุดมันส์บนรูฟท็อป</p><p class="ql-align-center">- ค็อกเทลซิกเนเจอร์และเครื่องดื่มสุดพิเศษ</p><p class="ql-align-center">- วิวเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ แบบพาโนรามาจากชั้น 37</p><p class="ql-align-center">- บรรยากาศปาร์ตี้ช่วงพระอาทิตย์ตกสุดประทับใจ</p><p class="ql-align-center">- เข้าร่วมงานฟรี! (Free Entry)</p><p class="ql-align-center"><br></p><p class="ql-align-center"><strong>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม</strong></p><p class="ql-align-center"><strong>อีเมล์</strong>: <a href="mailto:reservations-rama9@cassia.com" rel="noopener noreferrer" target="_blank">reservations-rama9@cassia.com</a> <strong>โทรศัพท์</strong>: +66 (0)2 716 5999 <strong>เว็บไซต์</strong>: <a href="http://www.cassia.com/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">www.cassia.com</a></p><p class="ql-align-center"> </p><p class="ql-align-center"><strong>ติดต่อฝ่ายสื่อมวลชน (Media Contact)</strong></p><p class="ql-align-center"><strong>อีเมล์</strong>: <a href="mailto:marketing.rama9@groupbanyan.com" rel="noopener noreferrer" target="_blank">marketing.rama9@groupbanyan.com</a></p><p class="ql-align-center"> </p><p class="ql-align-center"><strong>Cassia Rama 9 Bangkok </strong>395/1063 ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310</p><p class="ql-align-center"><strong>แผนที่:</strong> <a href="https://maps.app.goo.gl/eXCPsU2Yt9JWakhR9" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://maps.app.goo.gl/eXCPsU2Yt9JWakhR9</a></p><p class="ql-align-center"><strong>โทรศัพท์:</strong> +66 (0)2 716 5999</p><p class="ql-align-center"><strong>อีเมล:</strong> <a href="mailto:reservations-rama9@cassia.com" rel="noopener noreferrer" target="_blank">reservations-rama9@cassia.com</a></p><p class="ql-align-center"><br></p><p class="ql-align-center">  </p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a59902e75720_1784254510.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a59902e75720_1784254510.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>สัมผัสความนุ่มสบายตลอดคืน ด้วยชุดนอน ALPACA COLLECTION ใหม่ล่าสุดจาก G&amp;G</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/4256-สัมผัสความนุ่มสบายตลอดคืน-ด้วยชุดนอน-alpaca-collection-ใหม่ล่าสุดจาก-gg</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/4256-สัมผัสความนุ่มสบายตลอดคืน-ด้วยชุดนอน-alpaca-collection-ใหม่ล่าสุดจาก-gg</guid>
            <pubDate>Fri, 17 Jul 2026 21:58:56 +0700</pubDate>
            <dc:creator>บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน)</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[สัมผัสความนุ่มสบายตลอดคืน ด้วยชุดนอน ALPACA COLLECTION ใหม่ล่าสุดจาก G&G...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify">	<strong>G&amp;G</strong> แบรนด์ชุดนอนและสปอร์ตบราคุณภาพ ในเครือโอซีซี กรุ๊ป ชวนสาว ๆ สัมผัสความนุ่มสบายตลอดคืน ด้วยชุดนอนคอลเลกชันใหม่ลายอัลปาก้าสุดน่ารัก <strong>ALPACA COLLECTION</strong> ผลิตจากผ้าคอตตอน 100% ใยฝ้ายธรรมชาติ โปร่งสบาย ระบายอากาศได้ดี นุ่มและอ่อนโยนต่อผิว มีให้เลือกครบทุกสไตล์ ได้แก่ เสื้อคอปกแขนสั้น – กางเกงขายาว ราคา 1,790 บาท เสื้อคอปก แขนสั้น – กางเกงขาสั้น ราคา 1,590 บาท และชุดกระโปรงคอปก ราคา 1,790 บาท ช้อปได้แล้ววันนี้ ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำหรือช้อปผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Shopee, Lazada และ Facebook: G&amp;G ชุดนอน และสปอร์ตบราคุณภาพ</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a59cd680c5cd_1784270184.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a59cd680c5cd_1784270184.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>สจล. เปิดรับสมัครอบรม “Hub of Talent” เสริมทักษะ AI, Data Center และ Smart Energy Management</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/4252-สจล-เปิดรับสมัครอบรม-hub-of-talent-เสริมทักษะ-ai-data-center-และ-smart-energy-management</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/4252-สจล-เปิดรับสมัครอบรม-hub-of-talent-เสริมทักษะ-ai-data-center-และ-smart-energy-management</guid>
            <pubDate>Thu, 16 Jul 2026 21:58:33 +0700</pubDate>
            <dc:creator>ชุติ ดิลกวาณิช์</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ “Hub of Talent: Data Center, AI and Smart Energy Management” เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล และการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีแห่งอนาคตของประเท...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ “Hub of Talent: Data Center, AI and Smart Energy Management” เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล และการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีแห่งอนาคตของประเทศไทย</p><p><br></p><p>การอบรมมุ่งเน้นองค์ความรู้ด้าน AI, Data Center และ Smart Energy Management โดยผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษาชั้นนำ ครอบคลุมแนวโน้มการลงทุน การบริหารจัดการพลังงาน ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของ Data Center อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 13–25 กรกฎาคม 2569 และจัดอบรมในวันที่ 5–6 สิงหาคม 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL)</p><p><br></p><p>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โครงการ Hub of Talent โทร. 086-393-5254</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a585365c87b1_1784173413.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a585365c87b1_1784173413.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>MSC ตอกย้ำผู้นำองค์กรไอทีสีเขียว คว้าการรับรอง Carbon Footprint for Organization (CFO) ต่อเนื่องปี 2</title>
            <link>https://prnewsplus.com/csr/4253-msc-ตอกย้ำผู้นำองค์กรไอทีสีเขียว-คว้าการรับรอง-carbon-footprint-for-organization-cfo-ต่อเนื่องปี-2</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/csr/4253-msc-ตอกย้ำผู้นำองค์กรไอทีสีเขียว-คว้าการรับรอง-carbon-footprint-for-organization-cfo-ต่อเนื่องปี-2</guid>
            <pubDate>Thu, 16 Jul 2026 21:58:31 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Noi yimthong</dc:creator>
            <category>กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)</category>
            <description><![CDATA[MSC ตอกย้ำผู้นำองค์กรไอทีสีเขียว คว้าการรับรอง Carbon Footprint for Organization (CFO) ต่อเนื่อง ปีที่ 2 เดินหน้าสู่ Carbon Neutrality ภายใน 5 ปี พร้อมสนับสนุนความยั่งยืนในทุกมิติ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MSC ผู้นำด้านการให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจรของประเทศไทย ตอกย้ำความสำเร็จ ด้วยการได้รับการรับรอง <strong>Carbon Footprint for Organization (CFO)</strong> ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ซึ่งได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการเมื่อ<strong>วันที่ 24 มิถุนายน 2569</strong> </p><p class="ql-align-justify">ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ MSC ในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย <strong>Carbon Neutrality ภายใน 5 ปี</strong> เพื่อวางรากฐานสู่การบรรลุเป้าหมาย <strong>Net Zero</strong> ในอนาคต โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ พร้อมการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในทุกภาคส่วนขององค์กร</p><p>MSC เชื่อมั่นว่าการเติบโตทางธุรกิจควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ลูกค้า คู่ค้า และสังคม ผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a58841d4ab87_1784185885.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a58841d4ab87_1784185885.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>BMSP เผย ปีเดียว โตกว่า 285% ด้วย Securonix พร้อมขยายงานสู่ MSSP ทั่วไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉีย</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4254-bmsp-เผย-ปีเดียว-โตกว่า-285-ด้วย-securonix-พร้อมขยายงานสู่-mssp-ทั่วไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉีย</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4254-bmsp-เผย-ปีเดียว-โตกว่า-285-ด้วย-securonix-พร้อมขยายงานสู่-mssp-ทั่วไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉีย</guid>
            <pubDate>Thu, 16 Jul 2026 21:58:30 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Yam Siritorn</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[BMSP ขยายศักยภาพการดำเนินงาน SOC แบบ Multi-tenant ด้วย Securonix เพื่อเร่งการเติบโตของลูกค้า ยกระดับผลลัพธ์ด้านความปลอดภัย และขยายฐานในระดับภูมิภาค...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<ul><li>BMSP ขยายศักยภาพการดำเนินงาน SOC แบบ Multi-tenant ด้วย Securonix เพื่อเร่งการเติบโตของลูกค้า ยกระดับผลลัพธ์ด้านความปลอดภัย และขยายฐานในระดับภูมิภาค</li></ul><p><br></p><p><strong>Securonix, Inc.</strong> ประกาศการขยายความร่วมมือกับ BMSP โดยเน้นย้ำถึงเส้นทางการเติบโต และการเปลี่ยนผ่านที่ช่วยให้ BMSP ขยายธุรกิจบริการด้านความปลอดภัยที่บริหารจัดการ Managed Security Services ในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เพิ่มมากขึ้น จากการร่วมมือและการปรับใช้งานมากว่าหนึ่งปี BMSP ทุ่มงบฯ ลงทุนมากกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 70,000,000 บาท ในช่วง 3 อีกปีข้างหน้า เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของ Security Operations Center (SOC) ที่ทันสมัย การขับเคลื่อนด้วย Securonix ตลอดปีที่ผ่านมา ทำให้ BMSP เติบโตในการรับข้อมูล 235.41% โดยมีอัตราการเติบโตของธุรกิจสูงสุดถึง 284.90% โดยใช้แพลตฟอร์ม Securonix เพื่อสร้างโมเดลการดำเนินงาน MSSP แบบ Multi-tenant ที่รองรับลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่และ SMB ในหลากหลายธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น ภาคการผลิต, ภาคการธนาคาร การเงิน และการประกันภัย (BFSI), ภาคสาธารณสุข ตลอดจนภาคเทคโนโลยี</p><p><br></p><p>ท่ามกลางสถานการณ์ที่องค์กรในประเทศไทยต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านภัยคุกคามไซเบอร์ที่เพิ่มสูงขึ้น ข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เข้มงวด การเร่งนำระบบคลาวด์มาใช้งาน และการขาดแคลนบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ BMSP ได้นำเทคโนโลยีของ Securonix มายกระดับการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการด้านความมั่นคงปลอดภัย (SOC) ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรองรับการขยายธุรกิจในระดับภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยให้ BMSP สามารถเริ่มให้บริการลูกค้าใหม่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และส่งมอบผลลัพธ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่วัดผลได้ในระดับที่รองรับการขยายตัวในอนาคต</p><p><br></p><p>ก่อนร่วมมือกับ Securonix ทาง BMSP ต้องเผชิญกับความท้าทายเช่นเดียวกับผู้ให้บริการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แบบบริหารจัดการ (Managed Security Service Provider: MSSP) หลายราย นั่นคือ เราจะขยายธุรกิจโดยไม่เพิ่มความซับซ้อนในการดำเนินงานตามไปด้วยได้อย่างไร BMSP จึงได้นำแพลตฟอร์มคลาวด์แบบ Cloud-native และMulti-tenant ของ Securonix มาใช้ เพื่อรวมศูนย์การตรวจจับ วิเคราะห์ และตอบสนองต่อภัยคุกคามจากสภาพแวดล้อมของลูกค้าหลายองค์กรไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ส่งผลให้ BMSP สามารถยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ สร้างมาตรฐานการดำเนินงาน และขยายบริการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แบบบริหารจัดการได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานที่สม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ คือโมเดลการดำเนินงานที่สร้างขึ้นเพื่อผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง Securonix มอบขีดความสามารถด้านข่าวกรอง (Intelligence) การวิเคราะห์ ระบบอัตโนมัติ และเวิร์กโฟล์ว ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งเป็นแกนหลักของบริการ SOC และ MDR ของ BMSP ช่วยลดปริมาณการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น เร่งการตรวจสอบ ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของนักวิเคราะห์และส่งมอบการมองเห็นการดำเนินงานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นให้กับลูกค้า ด้วยโมเดลการดำเนินงานที่ปรับขนาดได้นี้ BMSP ได้ขยายการปรับใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ อุตสาหกรรมการผลิต BFSI สาธารณสุข และเทคโนโลยี เราเปิดให้บริการทั้งองค์กรขนาดใหญ่และ SMB ด้วยบริการที่บริหารจัดการออกแบบมาเพื่อความสามารถในการขยายตัว ความแม่นยำ และการส่งมอบในระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับประเทศ ผลลัพธ์คือโมเดลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้า และกลไกการเติบโตที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นสำหรับ BMSP เองด้วย</p><p><br></p><p><strong>นายอาเจย์ บิยานี (Mr. Ajay Biyani) รองประธานอาวุโส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น (APJ)</strong> จาก Securonix กล่าวว่า “เมื่อลูกค้าเผชิญกับแรงกดดันด้านขนาด บุคลากร และต้นทุนด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ผู้ให้บริการ MSSP จำเป็นต้องมีแพลตฟอร์มที่ทำให้การดำเนินงานง่ายขึ้น โดยไม่กระทบต่อข้อมูลเชิงลึกในการตรวจจับ Securonix ช่วยให้ผู้ให้บริการรวมศูนย์ฟังก์ชันด้านความปลอดภัย ช่วยให้การเริ่มให้บริการลูกค้าทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของนักวิเคราะห์ และส่งมอบผลลัพธ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI</p><p><br></p><p>ด้าน <strong>นายคริส นาวานี (Mr. Kris Nawani) ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการ จาก BMSP </strong>เผยด้วยว่า “BMSP มีความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และประสบการณ์ด้านบริการความปลอดภัยที่บริหารจัดการเพื่อช่วยองค์กรต่าง ๆ ปรับปรุงการดำเนินงาน SOC ให้ทันสมัย เราช่วยลูกค้าเสริมสร้างความยืดหยุ่น สามารถขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และพัฒนาความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลข่าวกรอง เราภูมิใจในความก้าวหน้าร่วมกับ Securonix ตลอดปีที่ผ่านมา ความร่วมมือกันครั้งนี้ ช่วยให้เราส่งมอบบริการ SOC ที่ทันสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและในระดับที่ใหญ่ขึ้น พร้อมมอบการมองเห็น ความรวดเร็ว และการสนับสนุนที่ลูกค้าต้องการเพื่อตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ”</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ Securonix และ BMSP ยังวางแผนที่จะขยายตลาดร่วมกัน ในส่วนของการลงทุนในการพัฒนาบุคลากร ขยายบริการความปลอดภัยที่บริหารจัดการ และดำเนินการสร้างโมเดล MSSP ระดับภูมิภาคที่ช่วยให้องค์กรอื่น ๆ เสริมสร้างความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ผ่านการดำเนินงานด้านความปลอดภัยที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ดังกล่าวร่วมกันต่อไปในอนาคตด้วย</p><p><br></p><p><strong>ติดตามความเคลื่อนไหวและอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่</strong> <a href="https://www.bmsp.tech" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://www.bmsp.tech</a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a589beeba9f3_1784191982.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a589beeba9f3_1784191982.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ARAC เปิดตัวสัมมนาใหญ่ “ครบทุกประเด็นบัญชีเงินปันผล” ดึง “ดร. ปรีชา สวน” เจาะลึกการบันทึกบัญชีและบริ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/events/4246-arac-เปิดตัวสัมมนาใหญ่-ครบทุกประเด็นบัญชีเงินปันผล-ดึง-ดร-ปรีชา-สวน-เจาะลึกการบันทึกบัญชีและบริ</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/events/4246-arac-เปิดตัวสัมมนาใหญ่-ครบทุกประเด็นบัญชีเงินปันผล-ดึง-ดร-ปรีชา-สวน-เจาะลึกการบันทึกบัญชีและบริ</guid>
            <pubDate>Thu, 16 Jul 2026 09:37:51 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Chonlada Johopukdee</dc:creator>
            <category>อีเว้นท์</category>
            <description><![CDATA[เชิญชวนผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชี นักกฎหมาย และผู้ประกอบการ เข้าร่วมงานสัมมนาหลักสูตรใหม่ล่าสุดประจำปี 2569 ในหัวข้อ “ครบทุกประเด็นบัญชีเงินปันผล: หลักเกณฑ์ การคำนวณ และการบันทึกบัญชีอย่างมืออาชีพ”...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท เอ.อาร์.แอ็คเคานติ้ง คอนซัลแตนท์ จำกัด (ARAC) ขอเชิญชวนผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชี นักกฎหมาย และผู้ประกอบการ เข้าร่วมงานสัมมนาหลักสูตรใหม่ล่าสุดประจำปี 2569 ในหัวข้อ “ครบทุกประเด็นบัญชีเงินปันผล: หลักเกณฑ์ การคำนวณ และการบันทึกบัญชีอย่างมืออาชีพ” เพื่อยกระดับความรู้และความเข้าใจในการบริหารจัดการบัญชีเกี่ยวกับกำไรสะสมและภาษีเงินปันผลอย่างถูกต้อง ไร้ข้อผิดพลาดตามมาตรฐานใหม่ งานสัมมนาจะจัดขึ้นใน วันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 - 16.30 น. ณ โรงแรม แรมแบรนดท์ กรุงเทพฯ</p><p><strong> </strong></p><p><strong>ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดหลักสูตรนี้?</strong></p><p>เรื่องของ "เงินปันผล" ดูเหมือนจะเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่ในทางปฏิบัติยังมีนักบัญชีและผู้ประกอบการจำนวนมากที่ประสบปัญหา</p><p>·        ยื่นภาษีเงินปันผลไม่ถูกต้อง หรือคำนวณเครดิตภาษีผิดพลาด </p><p>·        สับสนกับขั้นตอนการบันทึกบัญชีกำไรสะสมและเงินปันผลระหว่างกาล </p><p>·        ไม่แน่ใจในเงื่อนไขการคำนวณและการบันทึกบัญชีสำรองตามกฎหมาย </p><p>หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเคลียร์ลึกทุกเงื่อนไขทางกฎหมาย เทคนิคการคำนวณที่ถูกต้อง และขั้นตอนการบันทึกบัญชีแบบละเอียดยิบ เพื่อให้คุณสามารถนำไปปฏิบัติงานจริงได้อย่างมั่นใจ</p><p><br></p><p><strong>ไฮไลต์เนื้อหาสำคัญโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญตัวจริง</strong></p><p>พบกับ ดร. ปรีชา สวน (CPA, ASEAN CPA และผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต.) ที่จะมาถ่ายทอดประสบการณ์เจาะลึกในหัวข้อ </p><p><strong>แก่นแท้ของเงินปันผล :</strong> เงินปันผลเกิดขึ้นได้อย่างไร หลักเกณฑ์ทั่วไป และความแตกต่างระหว่างเงินปันผลทั่วไปกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล </p><p><strong>การจัดการกำไรสะสมและทุนสำรอง :</strong> การบันทึกบัญชีที่เกี่ยวกับกำไรสะสม ทุนสำรองตามกฎหมาย ทุนสำรองอื่นๆ และการลดทุนเพื่อชดเชยขาดทุนสะสม </p><p><strong>เทคนิคขั้นสูงสำหรับนักบัญชี :</strong> การจัดทำกระดาษทำการสรุปกำไรสะสม การแสดงรายการ และการเปิดเผยข้อมูลในงบการเงิน รวมถึงการบันทึกบัญชีเงินปันผลเมื่อเลิกกิจการ </p><p><strong>อัปเดตจรรยาบรรณวิชาชีพ :</strong> คู่มือประมวลจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ปี 2568 (ครอบคลุมทั้ง PAIBs, PAPPs และมาตรฐานเรื่องความเป็นอิสระ) </p><p><strong> </strong></p><p><strong>สิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับผู้เข้าอบรม</strong></p><p>·      นับชั่วโมง CPD ได้รวม 6 ชั่วโมงเต็ม (ด้านบัญชี 5.30 ชั่วโมง และด้านจรรยาบรรณ 0.30 ชั่วโมง) </p><p>·      สิทธิประโยชน์ทางภาษีองค์กร : สามารถนำค่าธรรมเนียมในการเข้าสัมมนาครั้งนี้ไป ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ถึง 2 เท่า!</p><p><strong> </strong></p><p><strong>อัตราค่าธรรมเนียมและการสำรองที่นั่ง (ราคารวม VAT)</strong></p><p><strong>ราคาปกติ (Normal Price) :</strong> 3,745 บาท </p><p><strong>ราคาพิเศษ Early Bird :</strong> เพียง 2,675 บาท เท่านั้น เมื่อสมัครและชำระเงินภายในวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 </p><p><strong>แพ็กเกจมาคู่ (DUO Deal) : </strong>พิเศษเมื่อสมัครตั้งแต่ 2 ท่านขึ้นไป จ่ายเพียงท่านละ 2,568 บาท </p><p>(หมายเหตุ : ที่นั่งมีจำนวนจำกัด เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการอบรมและซักถามวิทยากร)</p><p><strong> </strong></p><p><strong>ช่องทางการสมัครและสอบถามเพิ่มเติม</strong></p><p>ผู้ที่สนใจสามารถสำรองที่นั่งได้ทันทีผ่านช่องทางออนไลน์ หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ของเรา</p><p>🌐<strong>ลงทะเบียนออนไลน์ : </strong>www.arac.co.th/m/dividend-tax-filling </p><p>📞 <strong>โทรศัพท์ :</strong> 02-439-4600 </p><p>✉️ อี<strong>เมล :</strong> arac@ar.co.th </p><p>📱 <strong>Facebook :</strong> @ARAccounting  </p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a56ff137dcfc_1784086291.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a56ff137dcfc_1784086291.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>เปิดตัว Thai University Rankings เว็บไซต์รวบรวมอันดับมหาวิทยาลัยไทยจากหลายสถาบันจัดอันดับระดับโลก</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/4247-เปิดตัว-thai-university-rankings-เว็บไซต์รวบรวมอันดับมหาวิทยาลัยไทยจากหลายสถาบันจัดอันดับระดับโลก</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/4247-เปิดตัว-thai-university-rankings-เว็บไซต์รวบรวมอันดับมหาวิทยาลัยไทยจากหลายสถาบันจัดอันดับระดับโลก</guid>
            <pubDate>Thu, 16 Jul 2026 09:37:49 +0700</pubDate>
            <dc:creator>เบญจมาศ สิริภักดิ์เดชา</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[Thai University Rankings เปิดให้บริการเว็บไซต์ฐานข้อมูลอันดับมหาวิทยาลัยไทย รวบรวมผลจัดอันดับจากหลายสถาบันระดับนานาชาติ พร้อมลิงก์ต้นทาง โปรไฟล์มหาวิทยาลัย ระบบเปรียบเทียบ กราฟแนวโน้ม และข้อมูลประกอบเ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>Thai University Rankings เปิดให้บริการเว็บไซต์ <a href="https://thaiuniversityrankings.org" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://thaiuniversityrankings.org</a> เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยจากสถาบันจัดอันดับระดับนานาชาติหลายแห่งไว้ในที่เดียว</p><p>เว็บไซต์ดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง บุคลากรมหาวิทยาลัย สื่อมวลชน และผู้สนใจด้านอุดมศึกษา สามารถค้นหา เปรียบเทียบ และตรวจสอบข้อมูลอันดับของมหาวิทยาลัยไทยได้สะดวกขึ้น โดยเชื่อมโยงข้อมูลกับแหล่งต้นทางของแต่ละสถาบันจัดอันดับ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถตรวจสอบข้อมูลเดิมได้โดยตรง</p><p> </p><p>ข้อมูลภายในเว็บไซต์ครอบคลุมผลจัดอันดับจากหลายแหล่ง เช่น QS World University Rankings, Times Higher Education World University Rankings, U.S. News Best Global Universities, SCImago Institutions Rankings, CWUR, Leiden Ranking, Webometrics, EduRank และแหล่งข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง</p><p> </p><p>จุดเด่นของเว็บไซต์ประกอบด้วย หน้าโปรไฟล์มหาวิทยาลัย ระบบค้นหาและเปรียบเทียบมหาวิทยาลัย ตารางอันดับแยกตามปีและสถาบันจัดอันดับ กราฟแนวโน้มอันดับ ความเคลื่อนไหวของอันดับ ข่าวอัปเดต และคำอธิบายเกี่ยวกับสถาบันจัดอันดับแต่ละแห่ง</p><p> </p><p>Thai University Rankings ไม่ได้จัดอันดับมหาวิทยาลัยขึ้นเอง แต่ทำหน้าที่รวบรวม จัดหมวดหมู่ และนำเสนอข้อมูลจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เผยแพร่โดยสถาบันจัดอันดับต่าง ๆ พร้อมคงลิงก์ต้นทางไว้ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบข้อมูลและบริบทของการจัดอันดับได้อย่างโปร่งใส</p><p> </p><p>อย่างไรก็ตาม ผลการจัดอันดับของแต่ละสถาบันมีวิธีคิด เกณฑ์ น้ำหนักตัวชี้วัด และวัตถุประสงค์แตกต่างกัน จึงไม่ควรนำตัวเลขอันดับจากต่างสถาบันมาเปรียบเทียบกันโดยตรง ผู้ใช้ควรพิจารณาข้อมูลควบคู่กับเกณฑ์ วิธีประเมิน และบริบทของแต่ละแหล่งจัดอันดับ</p><p> </p><p>เว็บไซต์ยังเปิดให้มหาวิทยาลัยหรือผู้เกี่ยวข้องแจ้งแก้ไขข้อมูล เพิ่มเติมลิงก์ต้นทาง หรือเสนอข้อมูลที่ถูกต้องกว่าเดิมได้ เพื่อให้ฐานข้อมูลมีความครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะมากยิ่งขึ้น</p><p> </p><p>ผู้สนใจสามารถเข้าใช้งานได้ที่ <a href="https://thaiuniversityrankings.org" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://thaiuniversityrankings.org</a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a573e23093b8_1784102435.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a573e23093b8_1784102435.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Thai University Rankings เปิดบริการใหม่ “งานวิจัยไทยที่โลกกำลังจับตา”</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/4248-thai-university-rankings-เปิดบริการใหม่-งานวิจัยไทยที่โลกกำลังจับตา</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/4248-thai-university-rankings-เปิดบริการใหม่-งานวิจัยไทยที่โลกกำลังจับตา</guid>
            <pubDate>Thu, 16 Jul 2026 09:37:47 +0700</pubDate>
            <dc:creator>เบญจมาศ สิริภักดิ์เดชา</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[Thai University Rankings เปิดตัว Research Radar พื้นที่ติดตามผลงานวิจัยใหม่ที่มีนักวิจัยหรือสถาบันเชื่อมโยงกับประเทศไทย พร้อมบทวิเคราะห์สองภาษา ข้อจำกัด และลิงก์ต้นฉบับสำหรับตรวจสอบ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://thaiuniversityrankings.org" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">Thai University Ranking</a>s เปิดให้บริการ “งานวิจัยไทยที่โลกกำลังจับตา” ผ่านเว็บไซต์ <a href="https://thaiuniversityrankings.org/research/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://thaiuniversityrankings.org/research/</a> เพื่อรวบรวมและนำเสนอผลงานวิจัยใหม่ที่มีผู้เขียนหรือสถาบันเชื่อมโยงกับประเทศไทย ให้สาธารณชนมองเห็นบทบาทของนักวิจัยไทยในเครือข่ายความรู้ระดับนานาชาติได้ชัดเจนขึ้น</p><p><br></p><p>บริการดังกล่าวทำหน้าที่เป็น Research Radar หรือพื้นที่ติดตามสัญญาณงานวิจัย โดยค้นหาข้อมูลบรรณานุกรมจากแหล่งวิชาการสากล เช่น OpenAlex, Crossref, PubMed, DOI และเว็บไซต์ผู้เผยแพร่ จากนั้นจึงตรวจสอบข้อมูลสังกัด แหล่งต้นทาง และความเหมาะสมในเบื้องต้นก่อนนำเสนอ</p><p>ผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจะมีหน้าบทวิเคราะห์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ครอบคลุมคำถามวิจัย วิธีดำเนินการ ข้อค้นพบสำคัญ ความหมายในระดับนานาชาติ บทบาทของนักวิจัยหรือสถาบันไทย ตลอดจนข้อจำกัดและข้อควรระวังในการตีความ พร้อม DOI และลิงก์กลับไปยังบทความต้นฉบับ</p><p>บริการนี้มีเป้าหมายช่วยให้นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย บุคลากรมหาวิทยาลัย สื่อมวลชน ผู้กำหนดนโยบาย และประชาชนทั่วไป สามารถค้นพบงานวิจัยไทยที่น่าสนใจและเริ่มต้นตรวจสอบข้อมูลได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะผลงานที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างสถาบันและเครือข่ายนักวิจัยข้ามประเทศ</p><p>ภายในเว็บไซต์มี “Impact Signal” เพื่อช่วยกองบรรณาธิการคัดกรองและจัดลำดับการนำเสนอจากหลายปัจจัย เช่น ความใหม่ของผลงาน ลักษณะหลักฐาน ความร่วมมือ และความสำคัญของประเด็น อย่างไรก็ตาม คะแนนดังกล่าวไม่ใช่คะแนนคุณภาพวารสาร ไม่ใช่ดัชนีการอ้างอิง และไม่ใช่การจัดอันดับนักวิจัยหรือมหาวิทยาลัย</p><p><br></p><p>Thai University Rankings เน้นการนำเสนออย่างระมัดระวัง โดยแยกข้อค้นพบออกจากข้อจำกัด และคงลิงก์ต้นทางไว้ให้ผู้อ่านตรวจสอบ ทั้งนี้ เนื้อหาสรุปไม่สามารถทดแทนบทความฉบับเต็ม และผู้ใช้ควรตรวจต้นฉบับก่อนนำไปอ้างอิงหรือใช้ประกอบการตัดสินใจ</p><p>มหาวิทยาลัย นักวิจัย หรือผู้เกี่ยวข้องที่พบข้อมูลชื่อผู้เขียน สังกัด หรือรายละเอียดผลงานที่ควรแก้ไข สามารถส่งข้อมูลและลิงก์อ้างอิงให้ทีมงานตรวจสอบได้ เพื่อให้ฐานข้อมูลมีความถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>ผู้สนใจเข้าชมบริการได้ที่ <a href="https://thaiuniversityrankings.org/research/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://thaiuniversityrankings.org/research/</a></p><p>เว็บไซต์หลัก: <a href="https://thaiuniversityrankings.org" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://thaiuniversityrankings.org</a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a573fddbbfe2_1784102877.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a573fddbbfe2_1784102877.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>พร้อมสปีด จับมือ โจวี่ เปิดบริการคุ้มครองพัสดุ รับตลาดขนส่งโต คุ้มครองสูงสุด 5 แสนบาท</title>
            <link>https://prnewsplus.com/products/4249-พร้อมสปีด-จับมือ-โจวี่-เปิดบริการคุ้มครองพัสดุ-รับตลาดขนส่งโต-คุ้มครองสูงสุด-5-แสนบาท</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/products/4249-พร้อมสปีด-จับมือ-โจวี่-เปิดบริการคุ้มครองพัสดุ-รับตลาดขนส่งโต-คุ้มครองสูงสุด-5-แสนบาท</guid>
            <pubDate>Thu, 16 Jul 2026 09:37:46 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Siritorn Pannarin</dc:creator>
            <category>สินค้าและบริการ</category>
            <description><![CDATA[พร้อมสปีด จับมือ โจวี่ เปิดบริการคุ้มครองพัสดุ รับตลาดขนส่งโต คุ้มครองสูงสุด 5 แสนบาท พร้อมพัฒนากล่องผลไม้ อุ่นใจ ไม่เสี่ยง...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<h2 class="ql-align-center"><strong>พร้อมสปีด จับมือ โจวี่ เปิดบริการคุ้มครองพัสดุ รับตลาดขนส่งโต</strong></h2><h2 class="ql-align-center"><strong>คุ้มครองสูงสุด 5 แสนบาท พร้อมพัฒนากล่องผลไม้ อุ่นใจ ไม่เสี่ยง </strong></h2><p><br></p><p>จากการเติบโตของตลาด E-Commerce และธุรกิจออนไลน์ในไทย ส่งผลให้บริการขนส่งพัสดุกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ร้านค้าออนไลน์ และผู้ค้ารายย่อย ที่ต้องพึ่งพาการจัดส่งสินค้า ไปยังลูกค้าทั่วประเทศ ขณะที่การแข่งขันของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องความรวดเร็วหรือค่าขนส่งอีกต่อไป แต่ขยายไปสู่การบริหารความเสี่ยงและการสร้างความเชื่อมั่นตลอดกระบวนการจัดส่ง สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการให้ความสำคัญมากขึ้น คือ <strong>ความเสียหาย</strong> และ <strong>สูญหาย</strong> ของพัสดุ ซึ่งอาจกระทบกับต้นทุนที่คาดไม่ถึง และอาจส่งผลเสียต่อธุรกิจในระยะยาวด้วย </p><p><br></p><p><strong>บริษัท พร้อม สปีด คอมเมิร์ซ จำกัด</strong> ผู้นำด้านการให้บริการร้านสะดวกส่งและจุดบริการ Drop Off ในเครือบริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) จับมือกับ <strong>บริษัท โจวี่ จำกัด</strong> ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีประกันภัย ที่ก่อตั้งขึ้นจากการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ระหว่างบริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) ในเครือ Jaymart Group และ Igloo อินชัวร์เทคชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดตัว <strong>บริการคุ้มครองพัสดุ</strong> เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดส่งสินค้า เพิ่มทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงให้กับผู้ใช้บริการ ภายใต้แนวคิด จ่ายเพิ่มนิด คุ้มครองจริง เคลมได้จริง ที่พร้อมสปีดใกล้บ้าน</p><p> </p><p>นายชยภัทร จรูญโรจน์ ณ อยุธยา รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท พร้อม สปีด คอมเมิร์ซ จำกัด เปิดเผยว่า “ไอเดียนี้ เริ่มมาจากแนวคิดที่ว่า หน้าที่ของเราไม่ได้จบเพียงแค่การเป็นจุดรับส่งพัสดุเท่านั้น แต่เราต้องการเป็นศูนย์กลางการให้บริการขั้นพื้นฐานของชุมชน ที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย สะดวก และได้รับบริการที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันมากที่สุด บริการคุ้มครองพัสดุ จึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากความเสียหายระหว่างการจัดส่ง เพิ่มความอุ่นใจให้กับทั้งผู้ส่งและผู้รับ ในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ โดยเป้าหมายของเรา คือการพัฒนาเครือข่ายสาขาให้เป็นศูนย์รวมบริการของชุมชน ที่ครบทั้งเรื่องการส่งพัสดุ การชำระเงิน การฝาก-ถอนเงิน การซื้อประกันภัย และบริการทางการเงินอื่น ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับคนไทยในทุกพื้นที่ </p><p><br></p><p>ปัจจุบัน เรามีเครือข่ายสาขา Shipsmile Service. Payspost Service, Paypoint Service, Point Express, The Letter Post Service, Plus Express, Speedy รวมกันมากกว่า 25,000 สาขาทั่วประเทศ เป็นจุดบริการชุมชนที่พร้อมให้บริการแบบครบวงจรประกอบด้วย บริการรับฝากและส่งพัสดุ บริการเติม จ่าย ฝาก ถอน บริการเช็คเบี้ยประกันและต่ออายุพ.ร.บ. ประกันภัย ตลอดจนบริการคุ้มครองพัสดุ ที่เราเปิดให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองพัสดุเพิ่มเติมได้ตั้งแต่ 8 บาท/กล่อง สำหรับพัสดุมูลค่าไม่เกิน 5,000 บาท และสามารถเลือกวงเงินความคุ้มครองได้สูงสุดถึง 500,000 บาทเลยทีเดียว โดยครอบคลุมความเสียหายหรือการสูญหายของพัสดุตามเงื่อนไขที่กำหนด</p><p> </p><p>และอีกหนึ่งบริการ ที่เราตั้งใจเปิดตัวออกมาพร้อมกัน เพื่อต้อนรับฤดูกาลผลไม้ไทยที่ทยอยออกมาเป็นจำนวนมาก นั่นก็คือ <strong>กล่องผลไม้พร้อมสปีด คุ้มครองสูงสุด 2,000 บาท</strong> ซึ่งเป็นนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่งผลไม้โดยเฉพาะ เป็นกล่องผลไม้ที่ได้รับการออกแบบให้มีคุณสมบัติพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น โครงสร้างกล่องหนา 5 ชั้น, บุฉนวนกันกระแทก, รูระบายอากาศ 2 รูต่อด้าน, หูจับแข็งแรง สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย, รองรับผลไม้ทุกประเภท เรายินดีมอบความคุ้มครองผลไม้สูงสุด 2,000 บาท/กล่อง ซึ่งสามารถใช้ร่วมกับบริการขนส่งผลไม้ของ KEX Fruit, Post SABUY Fruit และ Flash Fruit ได้อย่างครอบคลุมด้วย”</p><p> </p><p>นอกจากนี้ นายชยภัทร จรูญโรจน์ ณ อยุธยา ยังได้เผยถึงโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ ที่เปิดโอกาสให้สาขาในเครือมีโอกาสเติบโตร่วมกันได้ และยังทิ้งท้ายในเรื่องความเชื่อมั่นกับผู้ประกอบการ เกษตรกรสำหรับบริการของพร้อมสปีดด้วยว่า “เราต้องการให้พันธมิตรของเรา รู้สึกว่าพวกเขามีส่วนร่วม เราจึงเปิดโอกาสให้สาขาในเครือได้รับส่วนแบ่งรายได้จากการนำเสนอบริการคุ้มครองพัสดุนี้ ให้แก่ลูกค้า ถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลธุรกิจที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการร้านแฟรนไชส์ในเครือ และสร้างแรงจูงใจให้สาขาเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบบริการที่มีคุณภาพแก่ผู้ใช้บริการ ซึ่งเราเป็นเจ้าแรก ที่นำโมเดลนี้มาใช้ในตลาด </p><p><br></p><p>และสำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการผลไม้ และพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ การส่งผลไม้ ถือเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีความอ่อนไหวต่อการขนส่ง หากเกิดความเสียหาย ผลไม้ช้ำ เน่าเสีย หรือสูญหาย ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และความเชื่อมั่นของลูกค้า การเลือกใช้<strong>กล่องผลไม้พร้อมสปีด ที่มาพร้อมความคุ้มครอง</strong> จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจให้กับทั้งผู้ส่งและผู้รับ ที่สำคัญ ราคาจำหน่ายกล่องผลไม้พร้อมสปีดอยู่ในระดับใกล้เคียงกับกล่องผลไม้ทั่วไปในท้องตลาด แต่ได้รับความคุ้มครองเพิ่มเติมที่ช่วยสร้างความอุ่นใจได้มากกว่า” </p><p><br></p><p><strong>ติดตามความเคลื่อนไหวและอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ </strong><a href="https://promptspeed.co.th/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>https://promptspeed.co.th/</strong></a></p><p><strong>หรือสนใจสมัครแฟรนไชส์ธุรกิจในชุมชนของท่าน พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ สามารถติดต่อได้ที่ </strong><a href="https://www.facebook.com/Promptspeed" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>https://www.facebook.com/Promptspeed</strong></a></p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a5745c43773d_1784104388.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a5745c43773d_1784104388.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>The Factory X-Ray by Beside ERP Solution See the Truth Behind Your Factory.</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/4250-the-factory-x-ray-by-beside-erp-solution-see-the-truth-behind-your-factory</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/4250-the-factory-x-ray-by-beside-erp-solution-see-the-truth-behind-your-factory</guid>
            <pubDate>Thu, 16 Jul 2026 09:37:44 +0700</pubDate>
            <dc:creator>ธนพร คลองประเสริฐ</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[เปิดจุดรั่วที่เจ้าของโรงงานต้องรู้ ก่อนสายเกินแก้...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>🏭 โรงงานของคุณกำลังสร้างกำไร...หรือกำลังมี "จุดรั่ว" ที่ยังมองไม่เห็น?</p><p><br></p><p>มาร่วม X-Ray โรงงาน เพื่อค้นหาสัญญาณอันตรายที่เจ้าของโรงงานไม่ควรมองข้าม</p><p>พร้อมเรียนรู้การใช้ข้อมูล Real-Time ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ</p><p><br></p><p>📌กับงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ </p><p>The Factory X-Ray by Beside ERP Solution</p><p>See the Truth Behind Your Factory.</p><p><br></p><p>🔍 เปิดจุดรั่วที่เจ้าของโรงงานต้องรู้...ก่อนสายเกินแก้</p><p><br></p><p>ในวันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569  </p><p>⏰ 14.00 – 15.30 น. | เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย </p><p><br></p><p>👉 ลงทะเบียนได้ที่ <a href="%5Bobject%20Object%5D" rel="noopener noreferrer" target="_blank">https://onebinar.one.th/online-seminar/6RPQGI</a></p><p>(ทั้งการลงทะเบียน และการรับชม ทำได้ในลิงก์เดียว) </p><p>สามารถลงทะเบียนได้ ตั้งแต่วันนี้ - 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 </p><p><br></p><p>📱สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมการลงทะเบียนงานสัมมนา</p><p>ได้ที่ Email: Onebinar@inet.co.th </p><p>📞 065-507-4539 (คุณอภิสรา) </p><p>📞 098-246-5948 (คุณธนพร)</p><p><br></p><p>#TheFactoryXRay #BesideERP #ERP #ERPSolution #FactoryManagement #Manufacturing #SmartFactory #DigitalTransformation #RealTimeData #โรงงานอัจฉริยะ #บริหารโรงงาน #เจ้าของโรงงาน #ผู้บริหารโรงงาน #ระบบERP #สัมมนาฟรี #Seminar #FactoryHealthCheck</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a575398d8670_1784107928.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a575398d8670_1784107928.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>กลุ่มบริษัท อินเตอร์ กรุ๊ป แพคเกจจิ้ง จัดพิธีมอบทุนการศึกษา SC-SKY 2569 ณ อีก 3 บริษัทในเครือ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/4251-กลุ่มบริษัท-อินเตอร์-กรุ๊ป-แพคเกจจิ้ง-จัดพิธีมอบทุนการศึกษา-sc-sky-2569-ณ-อีก-3-บริษัทในเครือ</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/4251-กลุ่มบริษัท-อินเตอร์-กรุ๊ป-แพคเกจจิ้ง-จัดพิธีมอบทุนการศึกษา-sc-sky-2569-ณ-อีก-3-บริษัทในเครือ</guid>
            <pubDate>Thu, 16 Jul 2026 09:37:42 +0700</pubDate>
            <dc:creator>บจก.อินเตอร์ไฟเบอร์ คอนเทนเนอร์</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ได้มีพิธีมอบทุนการศึกษา ณ บริษัท อินเตอร์ แปซิฟิค เปเปอร์ จำกัด...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ได้มีพิธีมอบทุนการศึกษา ณ บริษัท อินเตอร์ แปซิฟิค เปเปอร์ จำกัด โดยมีบุตรของพนักงานจาก บริษัท อินเตอร์ แปซิฟิค เปเปอร์ จำกัด และ บริษัท อินเตอร์ อิสเทิร์น คอนเทนเนอร์ จำกัด จังหวัดปราจีนบุรี เข้ารับทุนการศึกษา ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและความภาคภูมิใจ โดยมีคณะผู้บริหารร่วมแสดงความยินดีและส่งมอบกำลังใจแก่เยาวชนและผู้ปกครอง</p><p>ต่อมาในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ได้มีการมอบทุนการศึกษาแก่บุตรของพนักงาน บริษัท อินเตอร์ นอร์ทเทิร์น คอนเทนเนอร์ จำกัด จังหวัดลำพูน โดยคณะผู้บริหารได้ร่วมแสดงความยินดี พร้อมส่งต่อกำลังใจให้เยาวชนมุ่งมั่นศึกษาเล่าเรียน และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคต</p><p>โครงการ SC-SKY สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัท อินเตอร์ กรุ๊ป แพคเกจจิ้ง ในการให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและคุณภาพชีวิตของพนักงานและครอบครัว เพราะองค์กรเชื่อว่าการสนับสนุนด้านการศึกษา คือการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับเยาวชน และเป็นการร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคมไปพร้อมกัน</p><p><br></p><p>ชมภาพเพิ่มเติม : <a href="https://www.facebook.com/share/p/18yvo9PqH5/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://www.facebook.com/share/p/18yvo9PqH5/</a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a583fb28e079_1784168370.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a583fb28e079_1784168370.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>จากพนักงานออฟฟิศ สู่นายหน้าออนไลน์ ใช้ AI ช่วยขาย ได้เงินโดยไม่ต้องลาออก</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4207-จากพนกงานออฟฟศ-สนายหนาออนไลน-ใช-ai-ชวยขาย-ไดเงนโดยไมตองลาออก</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4207-จากพนกงานออฟฟศ-สนายหนาออนไลน-ใช-ai-ชวยขาย-ไดเงนโดยไมตองลาออก</guid>
            <pubDate>Wed, 15 Jul 2026 11:00:03 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[เรื่องราวการเปลี่ยนผ่านจากพนักงานประจำสู่นายหน้าออนไลน์ ใช้ AI ช่วยขาย พร้อมบทเรียนที่นำไปใช้ได้จริง...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>เรื่องราวต่อไปนี้เป็นสถานการณ์สมมติที่รวบรวมจากรูปแบบการเริ่มต้นทั่วไปของคนที่ผันตัวมาเป็นนายหน้าออนไลน์</strong> เพื่อให้เห็นภาพขั้นตอนและบทเรียนที่นำไปปรับใช้ได้จริง โดยไม่ต้องลาออกจากงานประจำ</p><h2>จุดเริ่มต้น: ความกังวลที่กลายเป็นแรงผลักดัน</h2><p>ลองนึกถึงพนักงานออฟฟิศทั่วไปที่ทำงานประสานงานมาหลายปี วันหนึ่งเริ่มเห็นว่าองค์กรนำ AI มาช่วยงานที่เคยเป็นหน้าที่หลักของตัวเอง ความรู้สึกไม่มั่นคงที่เกิดขึ้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการมองหาช่องทางรายได้เสริม แทนที่จะปล่อยให้ความกังวลนั้นทำให้เครียดเฉยๆ</p><h2>จุดเปลี่ยน — ทำไมถึงเริ่มมองหารายได้เสริม</h2><p>หลังจากลองสำรวจตัวเลือกหลายทาง สิ่งที่ดูเข้าถึงได้ง่ายที่สุดคือการเป็นนายหน้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทย เพราะไม่ต้องใช้ทุนซื้อสินค้า และสามารถทำในเวลาว่างหลังเลิกงานได้โดยไม่กระทบงานหลัก</p><h2>ขั้นตอนที่ทำจริง</h2><ol><li><strong>สมัครเป็นนายหน้ากับแพลตฟอร์มไทย</strong> เลือกหมวดสินค้าที่ใช้อยู่แล้วในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เขียนคอนเทนต์ได้เป็นธรรมชาติ</li><li><strong>ใช้ AI ช่วยร่างคอนเทนต์แนะนำสินค้าชิ้นแรก</strong> แทนการนั่งคิดคำโฆษณาเองทั้งหมด ซึ่งเคยเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุด</li><li><strong>ตั้งเวลาทำงานเสริมให้ชัดเจน</strong> เช่น ช่วงหลังเลิกงาน 1-2 ชั่วโมง ไม่ให้กระทบงานประจำ</li><li><strong>ใช้ AI ช่วยตอบคำถามลูกค้าเบื้องต้น</strong> ก่อนเข้าไปดูแลเคสที่ซับซ้อนด้วยตัวเอง</li><li><strong>ติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ</strong> และปรับคอนเทนต์ตามสิ่งที่ได้ผลตอบรับดี</li></ol><h2>บทเรียนที่ได้</h2><ul><li><strong>ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความเร็ว</strong> ผลลัพธ์ไม่ได้มาในทันที แต่การทำต่อเนื่องคือกุญแจสำคัญ</li><li><strong>AI ช่วยลดอุปสรรคด้านทักษะได้จริง</strong> โดยเฉพาะจุดที่เคยเป็นข้อจำกัด เช่น การเขียนคอนเทนต์</li><li><strong>การมีรายได้เสริมเปลี่ยนความรู้สึกมั่นคง</strong> แม้จะยังทำงานประจำอยู่ แต่รู้สึกว่ามีทางเลือกมากขึ้น</li></ul><h2>สิ่งที่อยากบอกคนที่กำลังลังเล</h2><p>การเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบตั้งแต่วันแรก สิ่งสำคัญคือการลงมือทำเล็กๆ ก่อน แล้วเรียนรู้ไปพร้อมกัน ความกลัวเรื่อง AI แย่งงานเป็นเรื่องจริง แต่การใช้ AI เป็นเครื่องมือสร้างทางเลือกให้ตัวเองก็เป็นเรื่องที่ทำได้จริงเช่นกัน</p><h2>สรุป</h2><p>เส้นทางจากพนักงานประจำสู่นายหน้าออนไลน์ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยการลาออกหรือเสี่ยงสูง การเริ่มต้นเล็กๆ ควบคู่กับงานประจำ พร้อมใช้ AI ช่วยลดภาระงาน คือแนวทางที่ปลอดภัยและปฏิบัติได้จริงสำหรับคนส่วนใหญ่</p><h2>บทความที่เกี่ยวข้อง</h2><ul><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4205-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%A2-ai-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%99" rel="noopener noreferrer" target="_blank">เป็นนายหน้าแพลตฟอร์มไทยด้วย AI ไม่ต้องมีของ ไม่ต้องมีทุน</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4203-%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%A2-ai-%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%94" rel="noopener noreferrer" target="_blank">สร้างรายได้เสริมด้วย AI + แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทย มือใหม่ทำได้</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f18e1acf90_1783568609.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f18e1acf90_1783568609.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>งานประจำจะอยู่หรือจะไป? สร้างรายได้เสริมด้วย AI ก่อน AI แย่งงานคุณ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4206-งานประจำจะอยหรอจะไป-สรางรายไดเสรมดวย-ai-กอน-ai-แยงงานคณ</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4206-งานประจำจะอยหรอจะไป-สรางรายไดเสรมดวย-ai-กอน-ai-แยงงานคณ</guid>
            <pubDate>Tue, 14 Jul 2026 22:26:42 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[ไม่ต้องรอให้ตำแหน่งงานหายไปก่อนถึงจะเริ่ม สร้างรายได้เสริมด้วย AI ตั้งแต่วันนี้ ระหว่างที่ยังมีงานประจำ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>คำถามที่ควรถามตัวเองไม่ใช่ "งานฉันจะหายไปไหม" แต่คือ "ถ้ามันเกิดขึ้นจริง ฉันพร้อมแค่ไหน"</strong> การมีรายได้เสริมที่ไม่ผูกกับตำแหน่งงานเดียวคือคำตอบที่ปฏิบัติได้จริงที่สุดตอนนี้ ไม่ว่าสถานการณ์จะออกมาแบบไหนก็ตาม</p><h2>คำถามที่หลายคนไม่กล้าถามตัวเอง</h2><p>หลายคนเลี่ยงที่จะคิดถึงความเป็นไปได้ที่ตำแหน่งงานตัวเองจะได้รับผลกระทบจาก AI เพราะเป็นเรื่องที่สร้างความไม่สบายใจ แต่การหลีกเลี่ยงคำถามนี้ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงหายไป กลับกัน การเผชิญหน้ากับคำถามนี้อย่างตรงไปตรงมาต่างหากที่ช่วยให้เตรียมตัวได้ทันท่วงที</p><h2>สัญญาณที่บอกว่าควรเริ่มเตรียมตัวได้แล้ว</h2><ul><li>งานส่วนหนึ่งที่เคยทำเริ่มถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติหรือ AI ในองค์กร</li><li>หัวหน้าหรือฝ่ายบุคคลเริ่มพูดถึงการปรับโครงสร้างหรือลดขนาดทีม</li><li>อุตสาหกรรมที่ทำงานอยู่มีข่าวเรื่องการนำ AI มาใช้แทนแรงงานอย่างต่อเนื่อง</li><li>รู้สึกว่าทักษะที่มีเริ่มไม่ตรงกับสิ่งที่ตลาดต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ</li></ul><p>หากพบสัญญาณเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่ง นั่นคือจังหวะที่ควรเริ่มมองหาทางเลือกเสริมได้แล้ว โดยไม่ต้องรอให้สถานการณ์เลวร้ายจริงก่อน</p><h2>ทำไม "มีรายได้เสริม" คือ safety net ที่ดีที่สุดตอนนี้</h2><p>การพัฒนาทักษะใหม่เป็นเรื่องสำคัญ แต่ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล ขณะที่การมีรายได้เสริมที่เริ่มได้เร็ว เช่น การเป็นนายหน้าออนไลน์ด้วยความช่วยเหลือของ AI ให้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้เร็วกว่า และยังเป็นการฝึกทักษะใหม่ไปในตัว ทั้งด้านการตลาด การสื่อสาร และการใช้เครื่องมือ AI ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่มีค่าไม่ว่าสถานการณ์งานประจำจะเป็นอย่างไร</p><h2>เริ่มยังไงแบบไม่กระทบงานประจำ</h2><ol><li>เลือกช่องทางที่ใช้เวลาไม่มากในช่วงเริ่มต้น เช่น การเป็นนายหน้าออนไลน์</li><li>ทำในเวลาว่างที่ไม่ทับซ้อนกับงานประจำ เช่น ช่วงเย็นหรือวันหยุด</li><li>ใช้ AI ช่วยลดเวลาที่ต้องใช้ในแต่ละขั้นตอน</li><li>ประเมินผลทุก 1-2 เดือน และปรับแผนตามความเหมาะสม</li></ol><p>รายละเอียดขั้นตอนที่ครบถ้วนกว่านี้ อ่านต่อได้ที่ งานหลักยังทำ งานเสริมก็มา: AI ช่วยขายของ 5 แพลตฟอร์มไทยพร้อมกัน</p><h2>สรุป</h2><p>ไม่มีใครตอบได้แน่ชัดว่างานประจำของแต่ละคนจะอยู่หรือจะไป แต่สิ่งที่ควบคุมได้คือการเตรียมพร้อมล่วงหน้า การเริ่มสร้างรายได้เสริมด้วย AI ตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่การยอมแพ้หรือการเตรียมตัวออกจากงาน แต่คือการสร้างทางเลือกให้ตัวเองมีมากกว่าเดิม</p><h2>บทความที่เกี่ยวข้อง</h2><ul><li><a href="https://prnewsplus.com/technology/4194-ai-%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A3-%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%84-10-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B-2569" rel="noopener noreferrer" target="_blank">AI จะแย่งงานคุณเมื่อไหร่? เช็ค 10 อาชีพเสี่ยงตกงานปี 2569</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4202-%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0-ai-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%A7-%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%97-2-%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9B" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ตกงานเพราะ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เตรียมอาชีพที่ 2 ก่อนสายเกินไป</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f175dc8719_1783568221.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f175dc8719_1783568221.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จับมือ TGA มอบรางวัล Thai Game Awards ให้นักพัฒนาเกมคอนเทนต์ไทย ในงาน TGF 2026</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/4243-กรมส่งเสริมวัฒนธรรม-จับมือ-tga-มอบรางวัล-thai-game-awards-ให้นักพัฒนาเกมคอนเทนต์ไทย-ในงาน-tgf-2026</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/4243-กรมส่งเสริมวัฒนธรรม-จับมือ-tga-มอบรางวัล-thai-game-awards-ให้นักพัฒนาเกมคอนเทนต์ไทย-ในงาน-tgf-2026</guid>
            <pubDate>Tue, 14 Jul 2026 17:03:07 +0700</pubDate>
            <dc:creator>ประพันธ์ สิงห์ชงค์</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผนึกกำลังสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมเกมไทยสู่เวทีโลก จัดงาน Thai Game Festival (TGF 2026) ภายในงานฯ มีการเปิดตัวรางวัล Thai Game Awards 2026...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify">กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผนึกกำลังสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมเกมไทยสู่เวทีโลก จัดงาน Thai Game Festival (TGF 2026) ภายในงานฯ มีการเปิดตัวรางวัล Thai Game Awards 2026 เพื่อมอบให้กับนักพัฒนาเกมคอนเทนต์ไทย รวม 7 สาขา เพื่อยกย่องผู้สร้างสรรค์เกมไทย นักพัฒนาเกม และผลงานคุณภาพในหลากหลายมิติ อาทิ คุณภาพการผลิต, ความคิดสร้างสรรค์, การถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทย, ศักยภาพเชิงพาณิชย์ และแรงบันดาลใจ ฯลฯ โดยงานมอบรางวัลฯ ได้จัดขึ้น ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify"><strong>นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์</strong> รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้เปิดเผยว่า “การจัดงาน Thai Game Festival หรือ TGF 2026 ในปีนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก และบรรลุวัตถุประสงค์ในทุกมิติ โดยเฉพาะปีนี้เป็นการจัดงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและความเข้มแข็งของระบบนิเวศอุตสาหกรรมเกมไทย รวมถึงความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) สถาบันการศึกษา และหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา TGF ได้ทำหน้าที่เป็นเวทีระดับประเทศ ในการบ่มเพาะ เปิดโอกาส และสร้างพื้นที่แสดงศักยภาพให้แก่เยาวชน นักศึกษา นักพัฒนาเกม และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้แสดงความ สามารถอย่างเต็มที่</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">ทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มองว่าเกมไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิง แต่เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของ วัฒนธรรมสร้างสรรค์ (Creative Culture) ที่สามารถนำเรื่องราว วิถีชีวิต ภูมิปัญญา ศิลปะ ประเพณี ตลอดจนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทย มาถ่ายทอดในรูปแบบที่ร่วมสมัย เข้าถึงคนรุ่นใหม่ และสามารถส่งออกคุณค่าสู่สายตาชาวโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญงานนี้ไม่ได้จบลงเพียงแค่การประกวดแข่งขัน หรือการประกาศผลรางวัล แต่สามารถสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่ง ทั้งในด้านการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) การสร้างเครือข่ายพันธมิตร และการเตรียมความพร้อมในการต่อยอดผลงานสร้างสรรค์ ไปสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม”</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">ด้าน <strong>นายกิตติพงศ์ พฤกษอรุณ</strong> นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) ได้กล่าวว่า “Thai Game Awards 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีมอบรางวัล แต่เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเกมไทย และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้พัฒนาเกมไทยได้ก้าวไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ ในระดับสากล โดยในปีนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้พัฒนาและผู้ประกอบการเกมไทย โดยมีผลงานส่งเข้าร่วมการประกวดกว่า 80 ผลงาน สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและศักยภาพของอุตสาหกรรมเกมไทยที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับปีนี้ มีการมอบรางวัลทั้งสิ้น 7 สาขา พร้อมเงินรางวัลรวม 220,000 บาท โดยผลการตัดสินมาจากการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และคณาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษา เพื่อให้การคัดเลือกเป็นไปอย่างรอบด้าน</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">สำหรับผู้ได้รับรางวัลทั้ง 7 สาขา ครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาเกม ในปีนี้คือ 1)รางวัล Best of Narrative &amp; Storytelling Awards (เนื้อเรื่องยอดเยี่ยม) ได้แก่ BlueLine, 2)รางวัล Best of Music &amp; Audio Awards (ดนตรีและเพลงประกอบยอดเยี่ยม) ได้แก่ Lost and Found Co. 3)รางวัล Best of Visual Awards (งานภาพยอดเยี่ยม) ได้แก่ Lost and Found Co. 4)รางวัล Rising Game Developer Awards (ผู้พัฒนาเกมหน้าใหม่ยอดเยี่ยม) ได้แก่ Puni the Florist, 5)รางวัล Best of Game Design Awards (งานออกแบบเกมยอดเยี่ยม) ได้แก่ Lost and Found Co. 6)รางวัล Thai Culture and Creativity Awards (วัฒนธรรมสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ไทยยอดเยี่ยม) ได้แก่ KUUKIYOMI: CONSIDER IT WORLD และ 7)รางวัล Thai Game of the year Awards (เกมไทยยอดเยี่ยมแห่งปี) ได้แก่ Lost and Found Co.</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">หลังจากนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลยังมีโอกาสนำผลงานไปจัดแสดงในพื้นที่ Thai Playvillion ภายในงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 29 ต.ค. – 1 พ.ย. 69 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อแสดงศักยภาพเกมไทยบนเวทีระดับนานาชาติ โดยผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวในการจัดงาน, การมอบรางวัล หรือกิจกรรมอื่นๆ ของทางสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) ได้ที่ Facebook : TGA – Thai Game Software Industry Association หรือโทรศัพท์ 062-7341267 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป</p><p> </p><p>******************</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a55b4e535d96_1784001765.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a55b4e535d96_1784001765.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>บันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพร</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4244-บันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพร-1</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4244-บันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพร-1</guid>
            <pubDate>Tue, 14 Jul 2026 17:03:05 +0700</pubDate>
            <dc:creator>บริษัท ซีเอเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[คณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท ซีเอเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพร เนื่องโนโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ห้องบันทึกเทปโทรทัศน์ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>คณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท ซีเอเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพร เนื่องโนโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ห้องบันทึกเทปโทรทัศน์ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT2HD</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a55e83b23f3e_1784014907.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a55e83b23f3e_1784014907.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>สายคอนเทนต์ห้ามพลาด! VISION HOUSE: CREATIVE SPARK เปิดพื้นที่รวมตัวสายคอนเทนต์ อัปเดตเทรนด์อนาคต</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/4245-สายคอนเทนต์ห้ามพลาด-vision-house-creative-spark-เปิดพื้นที่รวมตัวสายคอนเทนต์-อัปเดตเทรนด์อนาคต</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/4245-สายคอนเทนต์ห้ามพลาด-vision-house-creative-spark-เปิดพื้นที่รวมตัวสายคอนเทนต์-อัปเดตเทรนด์อนาคต</guid>
            <pubDate>Tue, 14 Jul 2026 17:03:04 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Charun Lunsucheep</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[เทนต์ร่วมงานเสวนา "VISION HOUSE: CREATIVE SPARK" อัปเดตเทรนด์อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ยุค AI ที่ต้องผสานความเข้าใจของมนุษย์ (Human-Centric) เจาะลึกอินไซต์ตั้งแต่เทรนด์ซีรีส์สั้น, การทำคอนเทนต์อย่างจริงใจ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>สายคอนเทนต์ห้ามพลาด! VISION HOUSE: CREATIVE SPARK เปิดพื้นที่รวมตัวสายคอนเทนต์ อัปเดตเทรนด์อนาคตยุค AI x มนุษย์</strong></p><p>ในยุคที่เทคโนโลยีและ AI เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตคอนเทนต์ให้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น สิ่งที่คนทำงานสร้างสรรค์ยุคใหม่ต้องตั้งคำถามอาจไม่ใช่แค่การใช้เครื่องมือให้เป็น แต่คือการหาจุดยืนว่า "ความเข้าใจมนุษย์" จะอยู่ตรงไหนในสมการนี้ <em>คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ</em> ได้เปิดพื้นที่เวทีเสวนา <strong>"VISION HOUSE: CREATIVE SPARK: A Human-Centric Synergy of Creativity, Technology, Intelligence &amp; Impact"</strong> เพื่อเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างความรู้และประสบการณ์จริงจากภาคอุตสาหกรรม งานนี้ถูกออกแบบมาเพื่อคนที่สนใจเรื่อง Creator Economy การสื่อสารยุคใหม่ และอนาคตของการใช้ AI ในแวดวงคอนเทนต์ โดยไฮไลต์สำคัญคือการจัดงานในรูปแบบ On-ground เท่านั้น ซึ่งจะไม่มีการถ่ายทอดสดและไม่มีการให้รับชมย้อนหลัง เพื่อรักษาความสดใหม่ของอินไซต์ที่จะเกิดขึ้นเฉพาะในห้องเสวนา</p><p>ไฮไลต์ของงานถูกแบ่งเป็นสองช่วงหลัก เริ่มกันที่ช่วงเช้ากับ <strong>SPARKED VOICES </strong>ที่จะพาไปเจาะลึกอิทธิพลของคอนเทนต์ในยุคนี้ ประเดิมด้วยหัวข้อ <em>"MICRO DRAMA, MACRO IMPACT"</em> ชวนถอดรหัสเทรนด์ซีรีส์และคอนเทนต์สั้นที่กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนระดับมหภาค ผ่านมุมมองของคนทำคอนเทนต์ตัวจริงอย่างคุณนภัสริญญ์ พรหมพิลา จาก Halo Productions คุณสันต์ ศรีแก้วหล่อ ผู้กำกับจากช่อง ONE 31 และดร.จักริน เทพวงค์ ผู้กำกับร่วมซีรีส์ทนายปีศาจ จากนั้นมาต่อกันกับประเด็น "<em>AUTHENTIC CONTENT BY DESIGN: BUILDING TRUST AND SOCIAL ACCOUNTABILITY</em>" ที่ชวนตั้งคำถามถึงความจริงใจและการรับผิดชอบต่อสังคมในการผลิตสื่อ โดยมีนักสร้างสรรค์คอนเทนต์มาร่วมแชร์อินไซต์ ทั้งคุณอิสระ ฮาตะ จาก RUBSARB PRODUCTION นพ.มรรคพร ขัตติยะทองคำ จากช่อง TANG MAKKAPORN และ คุณไทเกอร์ วงศกร เชื้อนิล จากช่อง AMNOTLION</p><p><span>เพิ่มดีกรีความเข้มข้นในช่วงบ่ายกับ</span> <strong>SPARKED FUTURES</strong> ที่โฟกัสเรื่องอนาคตแห่งความคิดสร้างสรรค์แบบจัดเต็ม เปิดเวที<span>กับ</span>คีย์โน้ต "<em>EMPATHY IN ALGORITHMS: HUMAN INSIGHT AT THE HEART OF AI</em>" โดย คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ จาก ทรู คอร์ปอเรชั่น ที่จะมาเล่าถึงการผสานอินไซต์ของมนุษย์เข้ากับโลกของอัลกอริทึมและ AI ตามด้วย <em>"</em><em>HUMAN-CENTRIC SYNERGY HUB: FROM MEMORY, MUSIC &amp; MEANING TO CREATIVE IMPACT</em>" โดย คุณปัณฑพล ประสารราชกิจ จาก บริษัท ครึ่งเก้า จำกัด ที่จะมาโชว์ให้เห็นว่าเราสามารถหยิบเอาความทรงจำและเสียงเพลงมาขับเคลื่อนให้เกิด Creative Impact ได้อย่างไร และปิดท้ายด้วยแนวคิด <em>"BEYOND VIRAL TO SUPERFAN IMPACT"</em> จาก คุณกิตติพัฒน์ จำปา แห่ง MANDEE WORK ที่จะชวนมองข้ามแค่ยอดวิวไวรัล แต่เน้นไปที่การสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืนผ่านคอมมูนิตี้และกลุ่ม Superfan</p><p>ไม่ว่าคุณจะเป็นคนในแวดวงสื่อ การตลาด แพลตฟอร์ม หรือผู้ที่สนใจติดตามความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในยุค AI สามารถเตรียมตัวอัปเดตเทรนด์และเก็บเกี่ยวอินไซต์ได้แบบจัดเต็มที่งาน <strong>VISION HOUSE: CREATIVE SPARK </strong>ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2026 ตั้งแต่เวลา 10:00 - 16:30 น. ณ ห้อง Diamond Hall อาคาร A3 ชั้น 5 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (Main Campus) โดยผู้ที่สนใจสามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านทางเว็บไซต์ Eventpop ที่ <a href="https://www.eventpop.me/s/visionhouse-creativespark2026" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://www.eventpop.me/s/visionhouse-creativespark2026</a> หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง<a href="https://facebook.com/BUCAfanpage" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"> </a><a href="%5Bobject%20Object%5D" rel="noopener noreferrer" target="_blank">Facebook.com/BUCAfanpage</a></p><p><br></p><p>#CreativeSpark2026 #HumanCentricSpark #VisionHouse #นิเทศมอกรุงเทพ</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a55ee6075722_1784016480.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a55ee6075722_1784016480.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>เป็นนายหน้าแพลตฟอร์มไทยด้วย AI ไม่ต้องมีของ ไม่ต้องมีทุน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4205-เปนนายหนาแพลตฟอรมไทยดวย-ai-ไมตองมของ-ไมตองมทน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4205-เปนนายหนาแพลตฟอรมไทยดวย-ai-ไมตองมของ-ไมตองมทน</guid>
            <pubDate>Tue, 14 Jul 2026 11:00:03 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[วิธีเริ่มเป็นนายหน้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มไทย ใช้ AI ช่วยขาย ไม่ต้องสต็อกสินค้า เริ่มได้วันนี้...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายหน้าออนไลน์คือการแนะนำ/ขายสินค้าให้แพลตฟอร์มโดยไม่ต้องซื้อสต็อกมาเก็บเอง แล้วรับค่าคอมมิชชั่นเมื่อขายได้จริง</strong> ปัจจุบันแพลตฟอร์มไทยอย่าง YJmall และ Nex Gen Commerce เปิดระบบนายหน้าให้คนทั่วไปเข้าร่วมได้แล้ว ส่วน Thaimart เตรียมเปิดระบบ Affiliate ในเดือนกันยายน 2569 โดยทุกเจ้ามี AI ที่ช่วยลดภาระงานคอนเทนต์และแชทลูกค้า</p><h2>นายหน้าออนไลน์คืออะไร ทำไมไม่ต้องมีทุน</h2><p>ต่างจากการเปิดร้านขายของที่ต้องซื้อสินค้ามาสต็อกไว้ก่อน บทบาทนายหน้าออนไลน์คือการเป็นตัวกลางแนะนำสินค้าให้คนซื้อ ผ่านลิงก์ คอนเทนต์ หรือการพูดคุยแนะนำ เมื่อมีคนซื้อผ่านช่องทางที่แนะนำ นายหน้าจะได้รับค่าคอมมิชชั่นตามที่ตกลงกับแพลตฟอร์ม โดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่องสต็อกสินค้าค้าง</p><h2>เปรียบเทียบระบบนายหน้า 3 แพลตฟอร์มไทย</h2><div class="overflow-x-auto rounded-lg border border-gray-200"><table class="w-full text-sm border-collapse"><thead><tr class="bg-brand-blue text-white text-left"><th class="px-4 py-3 font-semibold whitespace-nowrap">แพลตฟอร์ม</th><th class="px-4 py-3 font-semibold whitespace-nowrap">รูปแบบนายหน้า</th><th class="px-4 py-3 font-semibold whitespace-nowrap">จุดเด่น</th><th class="px-4 py-3 font-semibold whitespace-nowrap">หมายเหตุ</th></tr></thead><tbody><tr class="bg-white border-t border-gray-100"><td class="px-4 py-3 align-top font-bold text-brand-blue whitespace-nowrap">Thaimart</td><td class="px-4 py-3 align-top">เน้นร้านค้า/แบรนด์เป็นหลัก มีพันธมิตรด้านการกระจายสินค้า</td><td class="px-4 py-3 align-top">ของแท้ 100%, GP 0% ปีแรก</td><td class="px-4 py-3 align-top">เปิดตัว 7 ก.ค. 2569 · GP ปีที่ 2-4 ขยับเป็น 5%/8%/10% · ระบบนายหน้า/Affiliate เปิด ก.ย. 2569</td></tr><tr class="bg-gray-50 border-t border-gray-100"><td class="px-4 py-3 align-top font-bold text-brand-blue whitespace-nowrap">YJmall Shop</td><td class="px-4 py-3 align-top">ออกแบบมาเพื่อบทบาทนายหน้าโดยเฉพาะ</td><td class="px-4 py-3 align-top">มี AI ช่วยขาย, ระบบง่ายสำหรับมือใหม่</td><td class="px-4 py-3 align-top">เปิดรับสมัครนายหน้าแล้ว สมัครฟรี (aff.yjmallshop.com)</td></tr><tr class="bg-white border-t border-gray-100"><td class="px-4 py-3 align-top font-bold text-brand-blue whitespace-nowrap">Nex Gen Commerce</td><td class="px-4 py-3 align-top">มีโปรแกรม Affiliate ชัดเจน รองรับ B2B2C</td><td class="px-4 py-3 align-top">GP เพียง 1% เปิดร้านฟรี มี e-Tax invoice</td><td class="px-4 py-3 align-top">เหมาะกับสายที่อยากขายให้ธุรกิจ/ผู้ประกอบการด้วย</td></tr></tbody></table></div><p>&gt; ⚠️ เงื่อนไขค่าคอมมิชชั่น อัตรา GP และรายละเอียดการสมัครนายหน้าของแต่ละแพลตฟอร์มอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบจากหน้าทางการของแต่ละแพลตฟอร์มก่อนตัดสินใจทุกครั้ง</p><h2>ขั้นตอนสมัครแบบละเอียด</h2><ol><li><strong>เลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับสินค้า/กลุ่มลูกค้าที่ถนัด</strong> — ถ้าอยากเริ่มเป็นนายหน้าทันทีเลือก YJmall (ของใช้ทั่วไป) หรือ Nex Gen Commerce (เน้นขายให้ธุรกิจ) ส่วน Thaimart ระบบนายหน้าจะเปิด ก.ย. 2569</li><li><strong>ลงทะเบียนสมัครเป็นนายหน้า/พาร์ตเนอร์</strong> ผ่านเว็บไซต์หรือแอปของแพลตฟอร์ม กรอกข้อมูลติดต่อและช่องทางรับเงิน</li><li><strong>เลือกสินค้าที่จะแนะนำ</strong> เริ่มจากหมวดที่คุ้นเคยหรือมีความต้องการสูงในตลาด</li><li><strong>สร้างคอนเทนต์แนะนำสินค้า</strong> ใช้ AI ช่วยร่างคำอธิบาย รีวิว หรือแคปชั่น</li><li><strong>แชร์ลิงก์/แนะนำผ่านช่องทางที่มี</strong> เช่น Facebook, LINE, TikTok</li><li><strong>ติดตามยอดขายและค่าคอมมิชชั่น</strong> ผ่านระบบหลังบ้านของแพลตฟอร์ม</li></ol><h2>ใช้ AI ช่วยตรงไหนบ้างในบทบาทนายหน้า</h2><ul><li><strong>เขียนคอนเทนต์รีวิว/แคปชั่น</strong> ให้ AI ร่างเนื้อหาเบื้องต้นแล้วปรับสำนวนให้เป็นธรรมชาติ</li><li><strong>ตอบคำถามลูกค้าเบื้องต้น</strong> ใช้ AI chatbot ตอบคำถามพื้นฐานก่อนส่งต่อเคสที่ซับซ้อนให้ตัวเอง</li><li><strong>วิเคราะห์ช่วงเวลาที่คนซื้อเยอะ</strong> เพื่อโพสต์คอนเทนต์ให้ตรงจังหวะ</li><li><strong>แปลภาษาหรือปรับสำนวน</strong> ให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย</li></ul><h2>ข้อควรระวัง</h2><ul><li><strong>ตรวจสอบว่าสินค้าเป็นของแท้และถูกกฎหมาย</strong> ก่อนแนะนำ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของตัวเอง</li><li><strong>อ่านเงื่อนไขค่าคอมมิชชั่นให้ละเอียด</strong> เพราะแพลตฟอร์มใหม่อาจปรับเงื่อนไขในอนาคต</li><li><strong>ระวังการโดนหลอกจากเพจ/บัญชีปลอมที่แอบอ้างชื่อแพลตฟอร์ม</strong> ควรสมัครผ่านช่องทางทางการเท่านั้น</li><li><strong>อย่าผูกรายได้กับแพลตฟอร์มเดียว</strong> เพื่อกระจายความเสี่ยงหากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย</li></ul><h2>สรุป</h2><p>การเป็นนายหน้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มไทยคือช่องทางที่เริ่มได้จริงโดยไม่ต้องมีทุนซื้อสินค้า อาศัยเพียงเวลาและการใช้ AI ช่วยลดภาระงานคอนเทนต์และแชท เหมาะเป็นก้าวแรกของอาชีพที่ 2 สำหรับคนที่มีงานประจำอยู่แล้ว</p><h2>บทความที่เกี่ยวข้อง</h2><ul><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4203-%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%A2-ai-%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%94" rel="noopener noreferrer" target="_blank">สร้างรายได้เสริมด้วย AI + แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทย มือใหม่ทำได้</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4207-%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B8%A8-%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99-%E0%B9%83%E0%B8%8A-ai-%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81" rel="noopener noreferrer" target="_blank">จากพนักงานออฟฟิศ สู่นายหน้าออนไลน์ ใช้ AI ช่วยขาย ได้เงินโดยไม่ต้องลาออก</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f16a9b85f8_1783568041.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f16a9b85f8_1783568041.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>จาก &quot;กลัว AI แย่งงาน&quot; สู่ &quot;ใช้ AI หาเงิน&quot; เทรนด์อาชีพที่ 2 ของคนไทย</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4204-จาก-กลว-ai-แยงงาน-ส-ใช-ai-หาเงน-เทรนดอาชพท-2-ของคนไทย</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4204-จาก-กลว-ai-แยงงาน-ส-ใช-ai-หาเงน-เทรนดอาชพท-2-ของคนไทย</guid>
            <pubDate>Tue, 14 Jul 2026 02:00:04 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[เปิดเทรนด์คนไทยยุคใหม่ที่เปลี่ยนความกลัว AI ให้เป็นโอกาสหารายได้เสริม พร้อมข้อมูลตลาดล่าสุด...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปี 2569 เป็นจุดเปลี่ยนที่ชัดเจนของคนทำงานไทย: จากที่เคยกังวลว่า AI จะแย่งงาน มาสู่การเรียนรู้ใช้ AI เป็นเครื่องมือหารายได้เสริม</strong> เทรนด์นี้เติบโตควบคู่ไปกับการเปิดตัวแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยหลายเจ้าที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปเข้าร่วมเป็นนายหน้าได้ง่ายขึ้น</p><h2>เทรนด์ที่เปลี่ยนไปในรอบปี — จากกลัวสู่ลงมือทำ</h2><p>ช่วงต้นปีที่ผ่านมา คำค้นหาและการพูดคุยเรื่อง AI แย่งงานเต็มไปด้วยความกังวล แต่เมื่อเวลาผ่านไป บทสนทนาเริ่มเปลี่ยนทิศทางไปสู่คำถามที่จับต้องได้มากขึ้น เช่น "ใช้ AI หาเงินยังไง" หรือ "อาชีพเสริมด้วย AI มีอะไรบ้าง" สะท้อนว่าคนไทยจำนวนมากเริ่มปรับ mindset จากการตั้งรับสู่การลงมือทำ</p><h2>ข้อมูลตลาดอีคอมเมิร์ซไทยที่หนุนเทรนด์นี้</h2><p>ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยปี 2569 มีมูลค่าประมาณ 1.15 ล้านล้านบาท เติบโตราว 7% จากปีก่อนหน้า โดยเทรนด์อย่าง Affiliate Marketing และ Instant Commerce กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญของการสร้างยอดขายแบบ Performance-based มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศนี้ผ่านบทบาทนายหน้าออนไลน์</p><p>ในเวลาเดียวกัน ตลาดแรงงานไทยก็เผชิญแรงกดดันจาก AI จริง โดยหน่วยงานภาครัฐเตือนว่าแรงงานหลักล้านคนมีความเสี่ยงตกงาน ขณะที่แรงงานไทยส่วนใหญ่กลับเลือกปรับตัวด้วยการใช้ Generative AI ในการทำงานอยู่แล้วกว่าครึ่ง ปัจจัยทั้งสองด้านนี้ผลักดันให้แนวคิด "อาชีพที่ 2 ด้วย AI" กลายเป็นทางออกที่คนจำนวนมากเริ่มให้ความสนใจจริงจัง</p><h2>แพลตฟอร์มไทยหน้าใหม่ที่ตอบรับเทรนด์นี้</h2><ul><li><strong>Thaimart</strong> เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 7 กรกฎาคม 2569 ชูจุดขายค่า GP 0% ในปีแรก (ปีถัดไปขยับเป็น 5%/8%/10%) มีร้านค้าเข้าร่วมแล้วราว 15,000 ราย และเตรียมเปิดระบบ Affiliate ในเดือนกันยายน 2569</li><li><strong>YJmall Shop</strong> วางตัวเองเป็นแพลตฟอร์มที่เน้นระบบนายหน้าโดยเฉพาะ พร้อมชูจุดขายเรื่องการใช้ AI ช่วยขาย</li><li><strong>Nex Gen Commerce</strong> โดย INET เปิดโปรแกรม Affiliate ให้ประชาชนทั่วไปหารายได้เสริมได้ พร้อมระบบรองรับทั้ง B2B และ B2C</li></ul><p>การที่แพลตฟอร์มเหล่านี้เปิดตัวพร้อมกันในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน สะท้อนว่าตลาดกำลังมองเห็นโอกาสจากคนที่อยากมีรายได้เสริม และ AI คือเครื่องมือสำคัญที่ทำให้การเข้าร่วมง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก</p><h2>คนไทยกลุ่มไหนกำลังทำเทรนด์นี้อยู่</h2><p>จากลักษณะของแพลตฟอร์มและคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง กลุ่มที่ให้ความสนใจเทรนด์นี้มากที่สุดคือมนุษย์เงินเดือนที่มีความกังวลเรื่องความมั่นคงในงาน รวมถึงกลุ่มที่มีช่องทางโซเชียลมีเดียอยู่แล้วและอยากต่อยอดเป็นรายได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีมาก่อน เพราะ AI ช่วยลดช่องว่างทักษะให้แคบลง</p><h2>สรุป</h2><p>เทรนด์ "จากกลัว AI สู่ใช้ AI หาเงิน" ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่สะท้อนการปรับตัวที่จำเป็นของคนทำงานไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ การเข้าใจทั้งความเสี่ยงและโอกาสไปพร้อมกัน คือกุญแจสำคัญของการอยู่รอดและเติบโตในยุค AI</p><h2>บทความที่เกี่ยวข้อง</h2><ul><li><a href="https://prnewsplus.com/technology/4196-%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%95%E0%B8%8A-ai-%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%9B-2569" rel="noopener noreferrer" target="_blank">สถิติชี้ AI แย่งงานคนไทยกี่เปอร์เซ็นต์ปี 2569</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/technology/4198-ai-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%99-%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%97-2-%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%87" rel="noopener noreferrer" target="_blank">AI ไม่ได้แย่งงาน แต่คือเครื่องมือหาเงิน ไอเดียอาชีพที่ 2 ที่ทำได้จริง</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f16fc39dcf_1783568124.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f16fc39dcf_1783568124.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>สกินโนวา ผนึกกำลังสมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย สนับสนุนวงการกีฬาไทย พร้อมเดินหน้า CSR</title>
            <link>https://prnewsplus.com/csr/4241-สกินโนวา-ผนึกกำลังสมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย-สนับสนุนวงการกีฬาไทย-พร้อมเดินหน้า-csr</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/csr/4241-สกินโนวา-ผนึกกำลังสมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย-สนับสนุนวงการกีฬาไทย-พร้อมเดินหน้า-csr</guid>
            <pubDate>Mon, 13 Jul 2026 21:31:04 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Chaipanitnunt Kitmog</dc:creator>
            <category>กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)</category>
            <description><![CDATA[สกินโนวา ผนึกกำลังสมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย สนับสนุนวงการกีฬาไทย พร้อมเดินหน้ากิจกรรม CSR ส่งมอบ Heliocare และองค์ความรู้ด้านการปกป้องผิวสู่เยาวชน...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท สกินโนวา จำกัด</strong><span> ผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เวชสำอางและนวัตกรรมทางการแพทย์ชั้นนำ เดินหน้าสานต่อพันธกิจในการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนไทย ผ่านความร่วมมือกับ สมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย โดยสนับสนุนการแข่งขันกีฬา พร้อมดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการปกป้องผิวจากแสงแดดแก่ทั้งนักกีฬา เยาวชน และประชาชนที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง</span></p><p><br></p><p><span>บริษัทฯ ได้ร่วมเป็นผู้สนับสนุน การแข่งขันกีฬาโรลเลอร์สกีชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 ครั้งที่ 9 (Thailand National Championship 2026) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–5 กรกฎาคม 2569 ณ สนามแก่งกระจาน-</span></p><p><span>เซอร์กิต จังหวัดเพชรบุรี เพื่อร่วมส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาไทย สนับสนุนการแข่งขันกีฬามาตรฐานระดับประเทศ และผลักดันการเติบโตของกีฬาโรลเลอร์สกีในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง</span></p><p><br></p><p><span>ภายในพิธีเปิดการแข่งขัน </span><strong><em>ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ นายกสมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย </em></strong><span>เป็นผู้รับมอบของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์ Heliocare จาก นายไชยพนิตนันท์ กิจโมกข์ ผู้จัดการด้านลูกค้ารายใหญ่และภาพลักษณ์องค์กร บริษัท สกินโนวา จำกัด เพื่อสนับสนุนคณะกรรมการจัดการแข่งขัน เจ้าหน้าที่ และนักกีฬาที่</span>เข้าร่วมการแข่งขัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพผิวของผู้ที่ต้องปฏิบัติงานและแข่งขันกลางแจ้งเป็นเวลานาน</p><p><br></p><p><span>ภายในงาน บริษัทฯ ยังได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายของแสงแดดและรังสีที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นรังสี UVA, UVB, Visible Light และ Infrared-A พร้อมแนะนำแนวทางการปกป้องผิวอย่างถูกต้อง ทั้งการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด การทาครีมกันแดดอย่างมีประสิทธิภาพ และการป้องกันผิวด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสม โดยผู้เข้าร่วมงานยังได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ Heliocare เพื่อสัมผัสประสิทธิภาพของนวัตกรรมการปกป้องผิวที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล</span></p><p><br></p><p><span>ต่อเนื่องจากการสนับสนุนการแข่งขัน บริษัทฯ ร่วมกับ สมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย นำโดย </span><strong><em>นายไชยพนิตนันท์ กิจโมกข์ ผู้จัดการด้านลูกค้ารายใหญ่และภาพลักษณ์องค์กร บริษัท สกินโนวา จำกัด และ คุณปิยะพงษ์ วงศ์ปิยะกุล กรรมการสมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย</em></strong><span> ลงพื้นที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ส่งมอบผลิตภัณฑ์ Heliocare พร้อมจัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านการปกป้องผิวแก่โรงเรียนในจังหวัดเพชรบุรี เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนสามารถดูแลสุขภาพผิวได้อย่างถูกต้องตั้งแต่วัยเรียน</span></p><p><br></p><p><span>กิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วยการส่งมอบผลิตภัณฑ์แก่ โรงเรียนแก่งกระจานวิทยา โดยมี นายปฐมพงษ์ เอื้ออวยพร รองผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนแก่งกระจานวิทยา เป็นผู้แทนรับมอบ และการส่งมอบแก่ โรงเรียนบ้านหนองสะแก เพื่อนำไปใช้ดูแลสุขภาพผิวของนักเรียนและบุคลากรที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นประจำ ภายในกิจกรรม บริษัทฯ ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับอันตรายของรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ผลกระทบของแสงแดดต่อสุขภาพผิว วิธีการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดอย่างเหมาะสม การทาครีมกันแดดอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการใช้หมวก เสื้อแขนยาว และแว่นกันแดด เพื่อป้องกันผิวจากแสงแดดและลดความเสี่ยงของความเสียหายสะสมของผิวในระยะยาว</span></p><p><br></p><p><strong><em>เภสัชกรหญิง สิริมาส ศรีวัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สกินโนวา จำกัด </em></strong><span>กล่าวว่า</span></p><p><em>"แสงแดดเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผิวสามารถป้องกันได้ หากทุกคนมีความรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องผิวอย่างถูกวิธี ปัจจุบันคนไทยจำนวนมากยังคงเผชิญความเสี่ยงจากรังสี UVA, UVB รวมถึง Visible Light และ Infrared-A โดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจสะสมจนก่อให้เกิดปัญหาผิว ความร่วงโรยก่อนวัย และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคผิวหนังในระยะยาวสกินโนวาเชื่อว่าการสร้างความรู้เป็นจุดเริ่มต้นของการป้องกันที่ยั่งยืน เพราะการดูแลสุขภาพผิวไม่ใช่เรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของสุขภาพและคุณภาพชีวิตของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา เด็ก เยาวชน หรือผู้ที่ต้องใช้ชีวิตกลางแจ้งในทุกอาชีพ ความร่วมมือกับสมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายมากกว่าการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ แต่คือการส่งต่อองค์ความรู้ที่ถูกต้อง สร้างความตระหนัก และปลูกฝังพฤติกรรมการปกป้องผิวตั้งแต่วัยเยาว์ เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิต ทำงาน และเล่นกีฬาได้อย่างมั่นใจภายใต้การดูแลสุขภาพผิวที่เหมาะสม</em></p><p><em>เรามุ่งมั่นที่จะนำนวัตกรรมด้านการปกป้องผิวที่มีงานวิจัยรองรับในระดับสากล ควบคู่กับการทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และสร้างสังคมที่เห็นคุณค่าของการป้องกันสุขภาพผิวอย่างแท้จริง เพราะเราเชื่อว่า 'การป้องกันที่ดีที่สุด คือการเริ่มต้นดูแลตั้งแต่วันนี้'"</em></p><p><br></p><p><strong><em>Heliocare เป็นผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดจากประเทศสเปนที่ได้รับความไว้วางใจจากแพทย์ผิวหนังทั่วโลก</em></strong><span> โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Fernblock® สารสกัดจากเฟิร์นเขตร้อนที่ผ่านงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA, UVB, Visible Light และ Infrared-A พร้อมช่วยลดผลกระทบจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของความเสื่อมสภาพของผิวจากแสงแดด</span></p><p><br></p><p><strong>บริษัท สกินโนวา จำกัด</strong><span> ยังคงมุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมควบคู่กับการสนับสนุนวงการกีฬาไทย โดยผสานองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพผิวเข้ากับนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงการป้องกันและดูแลสุขภาพผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาวงการกีฬาไทยอย่างยั่งยืน</span></p><p><br></p><p><span>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน</span></p><p><span>นายไชยพนิตนันท์ กิจโมกข์   ผู้จัดการด้านลูกค้ารายใหญ่และภาพลักษณ์องค์กร</span></p><p><span>บริษัท สกินโนวา จำกัด  E-mail: </span><a href="mailto:kam.skinova@gmail.com" rel="noopener noreferrer" target="_blank">kam.skinova@gmail.com</a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a54ad633bc08_1783934307.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a54ad633bc08_1783934307.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ฟิวชั่น โซลูชั่น เปิด Cyber Defense War Room เสริมความพร้อมองค์กรรับมือความ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/4239-ฟิวชั่น-โซลูชั่น-เปิด-cyber-defense-war-room-เสริมความพร้อมองค์กรรับมือความ</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/4239-ฟิวชั่น-โซลูชั่น-เปิด-cyber-defense-war-room-เสริมความพร้อมองค์กรรับมือความ</guid>
            <pubDate>Mon, 13 Jul 2026 13:50:09 +0700</pubDate>
            <dc:creator>บริษัท ฟิวชั่น โซลูชั่น จำกัด</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[ฟิวชั่น โซลูชั่น ร่วมกับ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จัดงาน Enterprise Cyber Defense Lab จำลองสถานการณ์การโจมตีไซเบอร์จริง เพื่อให้องค์กรเรียนรู้แนวทางป้องกันและรับมืออย่างเป็นระบบก่อนเกิดเหตุ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify">นายศุภกิจ ยงวิทิตสถิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิวชั่น โซลูชั่น จำกัด กล่าวว่า “วันนี้ความเสี่ยงด้าน Cybersecurity ไม่ได้มาจากแฮกเกอร์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เกิดจากข้อมูลที่ถูกแชร์ผิดที่ การใช้งาน AI โดยขาดแนวทางกำกับดูแลที่เหมาะสม รวมถึงพฤติกรรมของผู้ใช้งานภายในองค์กร ในยุคที่ข้อมูลกลายเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด ข้อมูลก็กลายเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดของภัยคุกคามเช่นกัน องค์กรจึงต้องสร้างความพร้อมทั้งด้านคน กระบวนการ และเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถใช้ AI ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย”</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">ไฮไลต์ของงานคือการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ผ่าน Hands-on Lab และ Cyber Defense War Room ที่จำลองสถานการณ์การโจมตีไซเบอร์ใกล้เคียงกับเหตุการณ์จริง เพื่อให้ผู้บริหาร ทีม IT และผู้ดูแลข้อมูลขององค์กร เข้าใจผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมฝึกวางแผนรับมือและตอบสนองต่อเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ เนื้อหาภายในงานครอบคลุมประเด็นสำคัญขององค์กรในยุค AI ทั้งด้าน Data Protection &amp; Insider Risk การบริหารความเสี่ยงจากพฤติกรรมภายใน การปกป้องข้อมูลสำคัญผ่าน Microsoft Defender Threat Protection ภายใต้แนวคิด Zero Trust Security และ XDR ตลอดจนแนวทางการกำกับดูแลการใช้งาน AI อย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันข้อมูลสำคัญรั่วไหลออกนอกองค์กร</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">การจัดงานครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ ฟิวชั่น โซลูชั่น ที่มองว่า Cybersecurity ในยุค AI ไม่ใช่เพียงเรื่องของการป้องกันการโจมตี แต่คือการปกป้องข้อมูลซึ่งเป็นสินทรัพย์สำคัญขององค์กร องค์กรที่พร้อมในอนาคตจึงไม่ใช่ผู้ที่มีเครื่องมือมากที่สุด แต่คือผู้ที่สามารถมองเห็นความเสี่ยง เข้าใจข้อมูลของตนเอง และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างเป็นระบบ</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">ติดตามกิจกรรมของ ฟิวชั่น โซลูชั่น ได้ที่ www.fusionsol.com</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a54458caaad8_1783907724.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a54458caaad8_1783907724.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>สร้างรายได้เสริมด้วย AI + แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทย มือใหม่ทำได้</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4203-สรางรายไดเสรมดวย-ai-แพลตฟอรมอคอมเมรซไทย-มอใหมทำได</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4203-สรางรายไดเสรมดวย-ai-แพลตฟอรมอคอมเมรซไทย-มอใหมทำได</guid>
            <pubDate>Mon, 13 Jul 2026 11:00:03 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[แนวทางสร้างรายได้เสริมจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทยด้วย AI สำหรับมือใหม่ เริ่มต้นแบบไม่มีพื้นฐาน...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>คนที่ไม่มีพื้นฐานด้านการขายหรือเทคโนโลยีก็เริ่มสร้างรายได้เสริมผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทยได้ โดยใช้ AI ช่วยในจุดที่เคยเป็นอุปสรรค</strong> เช่น การเขียนคอนเทนต์ ตอบแชท และวิเคราะห์สินค้าที่น่าจะขายดี บทความนี้สรุปขั้นตอนเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ 100%</p><h2>ทำไมมือใหม่เริ่มได้จริง ไม่ต้องมีพื้นฐาน</h2><p>เมื่อก่อนการขายของออนไลน์ต้องมีทักษะถ่ายรูป เขียนคำโฆษณา และตอบแชทลูกค้าตลอดเวลา ซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับคนที่มีงานประจำอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ AI เข้ามาช่วยลดภาระงานเหล่านี้ได้มาก ทำให้จุดเริ่มต้นของมือใหม่กับคนที่มีประสบการณ์ไม่ต่างกันมากเท่าเดิม</p><h2>ปัจจัยที่มีผลต่อรายได้</h2><p>รายได้จากการเป็นนายหน้าออนไลน์ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน:</p><ul><li><strong>เวลาที่ใช้ต่อสัปดาห์</strong> — ยิ่งทำสม่ำเสมอ ยิ่งมีโอกาสเห็นผลเร็วขึ้น</li><li><strong>จำนวนแพลตฟอร์มที่ทำพร้อมกัน</strong> — การกระจายไปหลายช่องทางช่วยเพิ่มโอกาส แต่ก็ต้องบริหารเวลาให้ดี</li><li><strong>ประเภทสินค้าและกลุ่มลูกค้า</strong> — สินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการจริงมักขายง่ายกว่า</li><li><strong>คุณภาพคอนเทนต์และความสม่ำเสมอ</strong> — แม้ AI จะช่วยร่างให้ แต่การปรับให้เป็นธรรมชาติและตรงกลุ่มเป้าหมายยังสำคัญ</li></ul><p>เพราะปัจจัยเหล่านี้แตกต่างกันในแต่ละคน บทความนี้จึงไม่ระบุตัวเลขรายได้ที่แน่นอน แนะนำให้เริ่มทดลองและวัดผลจริงจากสถานการณ์ของตัวเองมากกว่าการตั้งเป้าตามตัวเลขที่เห็นจากที่อื่น</p><h2>ขั้นตอนเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ 100%</h2><ol><li><strong>เลือกแพลตฟอร์ม 1-2 เจ้าก่อน</strong> ไม่ต้องเริ่มทุกที่พร้อมกัน</li><li><strong>เลือกหมวดสินค้าที่ตัวเองสนใจหรือใช้เป็นประจำ</strong> จะเขียนคอนเทนต์ได้เป็นธรรมชาติกว่า</li><li><strong>ใช้ AI ช่วยร่างคอนเทนต์แนะนำสินค้าชิ้นแรก</strong> แล้วปรับสำนวนให้เป็นตัวเอง</li><li><strong>โพสต์และติดตามผลตอบรับ</strong> ดูว่าคอนเทนต์แบบไหนมีคนสนใจมากกว่า</li><li><strong>ปรับปรุงและทำซ้ำอย่างสม่ำเสมอ</strong> อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง</li></ol><h2>เครื่องมือ AI ที่ช่วยได้</h2><ul><li><strong>เครื่องมือช่วยเขียนคอนเทนต์</strong> สำหรับร่างคำโฆษณา แคปชั่น หรือคำอธิบายสินค้า</li><li><strong>เครื่องมือสร้าง/ปรับแต่งภาพสินค้า</strong> ให้ดูน่าสนใจโดยไม่ต้องมีทักษะกราฟิก</li><li><strong>Chatbot พื้นฐาน</strong> สำหรับตอบคำถามที่ลูกค้าถามซ้ำๆ บ่อยที่สุด</li></ul><h2>เคสตัวอย่าง (สมมติเพื่อความเข้าใจ)</h2><p>*ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นสถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายแนวทาง ไม่ใช่ข้อมูลรายได้จริงที่ยืนยันได้*</p><p>พนักงานออฟฟิศคนหนึ่งเริ่มทดลองแนะนำสินค้าของใช้ในบ้านผ่านโซเชียลมีเดียหลังเลิกงาน ใช้ AI ช่วยร่างคอนเทนต์และตอบคำถามเบื้องต้น ทำต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ก่อนเริ่มเห็นยอดขายที่สม่ำเสมอ กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าความสม่ำเสมอสำคัญกว่าการรีบเร่งหวังผลเร็ว</p><h2>สรุป</h2><p>การสร้างรายได้เสริมด้วย AI ผ่านแพลตฟอร์มไทยเปิดโอกาสให้มือใหม่เริ่มได้จริง แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอและปัจจัยส่วนบุคคล ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว การเริ่มต้นทดลองและปรับปรุงไปเรื่อยๆ คือแนวทางที่ยั่งยืนกว่าการหวังรายได้ก้อนใหญ่ในทันที</p><h2>บทความที่เกี่ยวข้อง</h2><ul><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4205-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%A2-ai-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%99" rel="noopener noreferrer" target="_blank">เป็นนายหน้าแพลตฟอร์มไทยด้วย AI ไม่ต้องมีของ ไม่ต้องมีทุน</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4200-%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1-7-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%A2-ai-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" rel="noopener noreferrer" target="_blank">รวม 7 อาชีพเสริมทำเงินด้วย AI หลังเลิกงาน</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f16d1bfa5b_1783568081.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f16d1bfa5b_1783568081.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
    </channel>
</rss>
