<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" href="https://prnewsplus.com/assets/xsl/rss.xsl"?>
<rss version="2.0"
     xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
     xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
     xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
     xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/">
    <channel>
        <title>PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส - ข่าวทั้งหมด</title>
        <link>https://prnewsplus.com</link>
        <description>ศูนย์รวมข่าวประชาสัมพันธ์ธุรกิจ เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์ - แพลตฟอร์ม PR Subscription สำหรับ SME และเอเจนซี่</description>
        <language>th</language>
        <copyright>Copyright 2026 PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส. All rights reserved.</copyright>
        <managingEditor>pr@prnewsplus.com (PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส)</managingEditor>
        <webMaster>pr@prnewsplus.com (PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส)</webMaster>
        <lastBuildDate>Fri, 17 Jul 2026 00:05:44 +0700</lastBuildDate>
        <generator>PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส</generator>
        <docs>https://www.rssboard.org/rss-specification</docs>
        <ttl>60</ttl>

        <image>
            <url>https://prnewsplus.com/assets/images/logo.png</url>
            <title>PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส</title>
            <link>https://prnewsplus.com</link>
            <width>144</width>
            <height>40</height>
        </image>

        <atom:link href="https://prnewsplus.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml"/>

        <item>
            <title>สจล. เปิดรับสมัครอบรม “Hub of Talent” เสริมทักษะ AI, Data Center และ Smart Energy Management</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/4252-สจล-เปิดรับสมัครอบรม-hub-of-talent-เสริมทักษะ-ai-data-center-และ-smart-energy-management</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/4252-สจล-เปิดรับสมัครอบรม-hub-of-talent-เสริมทักษะ-ai-data-center-และ-smart-energy-management</guid>
            <pubDate>Thu, 16 Jul 2026 21:58:33 +0700</pubDate>
            <dc:creator>ชุติ ดิลกวาณิช์</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ “Hub of Talent: Data Center, AI and Smart Energy Management” เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล และการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีแห่งอนาคตของประเท...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ “Hub of Talent: Data Center, AI and Smart Energy Management” เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล และการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีแห่งอนาคตของประเทศไทย</p><p><br></p><p>การอบรมมุ่งเน้นองค์ความรู้ด้าน AI, Data Center และ Smart Energy Management โดยผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษาชั้นนำ ครอบคลุมแนวโน้มการลงทุน การบริหารจัดการพลังงาน ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของ Data Center อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 13–25 กรกฎาคม 2569 และจัดอบรมในวันที่ 5–6 สิงหาคม 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL)</p><p><br></p><p>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โครงการ Hub of Talent โทร. 086-393-5254</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a585365c87b1_1784173413.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a585365c87b1_1784173413.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>MSC ตอกย้ำผู้นำองค์กรไอทีสีเขียว คว้าการรับรอง Carbon Footprint for Organization (CFO) ต่อเนื่องปี 2</title>
            <link>https://prnewsplus.com/csr/4253-msc-ตอกย้ำผู้นำองค์กรไอทีสีเขียว-คว้าการรับรอง-carbon-footprint-for-organization-cfo-ต่อเนื่องปี-2</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/csr/4253-msc-ตอกย้ำผู้นำองค์กรไอทีสีเขียว-คว้าการรับรอง-carbon-footprint-for-organization-cfo-ต่อเนื่องปี-2</guid>
            <pubDate>Thu, 16 Jul 2026 21:58:31 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Noi yimthong</dc:creator>
            <category>กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)</category>
            <description><![CDATA[MSC ตอกย้ำผู้นำองค์กรไอทีสีเขียว คว้าการรับรอง Carbon Footprint for Organization (CFO) ต่อเนื่อง ปีที่ 2 เดินหน้าสู่ Carbon Neutrality ภายใน 5 ปี พร้อมสนับสนุนความยั่งยืนในทุกมิติ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MSC ผู้นำด้านการให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจรของประเทศไทย ตอกย้ำความสำเร็จ ด้วยการได้รับการรับรอง <strong>Carbon Footprint for Organization (CFO)</strong> ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ซึ่งได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการเมื่อ<strong>วันที่ 24 มิถุนายน 2569</strong> </p><p class="ql-align-justify">ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ MSC ในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย <strong>Carbon Neutrality ภายใน 5 ปี</strong> เพื่อวางรากฐานสู่การบรรลุเป้าหมาย <strong>Net Zero</strong> ในอนาคต โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ พร้อมการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในทุกภาคส่วนขององค์กร</p><p>MSC เชื่อมั่นว่าการเติบโตทางธุรกิจควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ลูกค้า คู่ค้า และสังคม ผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a58841d4ab87_1784185885.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a58841d4ab87_1784185885.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>BMSP เผย ปีเดียว โตกว่า 285% ด้วย Securonix พร้อมขยายงานสู่ MSSP ทั่วไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉีย</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4254-bmsp เผย-ปีเดียว-โตกว่า 285 ด้วย securonix-พร้อมขยายงานสู่ mssp ทั่วไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉีย</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4254-bmsp เผย-ปีเดียว-โตกว่า 285 ด้วย securonix-พร้อมขยายงานสู่ mssp ทั่วไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉีย</guid>
            <pubDate>Thu, 16 Jul 2026 21:58:30 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Yam Siritorn</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[BMSP ขยายศักยภาพการดำเนินงาน SOC แบบ Multi-tenant ด้วย Securonix เพื่อเร่งการเติบโตของลูกค้า ยกระดับผลลัพธ์ด้านความปลอดภัย และขยายฐานในระดับภูมิภาค...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<ul><li>BMSP ขยายศักยภาพการดำเนินงาน SOC แบบ Multi-tenant ด้วย Securonix เพื่อเร่งการเติบโตของลูกค้า ยกระดับผลลัพธ์ด้านความปลอดภัย และขยายฐานในระดับภูมิภาค</li></ul><p><br></p><p><strong>Securonix, Inc.</strong> ประกาศการขยายความร่วมมือกับ BMSP โดยเน้นย้ำถึงเส้นทางการเติบโต และการเปลี่ยนผ่านที่ช่วยให้ BMSP ขยายธุรกิจบริการด้านความปลอดภัยที่บริหารจัดการ Managed Security Services ในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เพิ่มมากขึ้น จากการร่วมมือและการปรับใช้งานมากว่าหนึ่งปี BMSP ทุ่มงบฯ ลงทุนมากกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 70,000,000 บาท ในช่วง 3 อีกปีข้างหน้า เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของ Security Operations Center (SOC) ที่ทันสมัย การขับเคลื่อนด้วย Securonix ตลอดปีที่ผ่านมา ทำให้ BMSP เติบโตในการรับข้อมูล 235.41% โดยมีอัตราการเติบโตของธุรกิจสูงสุดถึง 284.90% โดยใช้แพลตฟอร์ม Securonix เพื่อสร้างโมเดลการดำเนินงาน MSSP แบบ Multi-tenant ที่รองรับลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่และ SMB ในหลากหลายธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น ภาคการผลิต, ภาคการธนาคาร การเงิน และการประกันภัย (BFSI), ภาคสาธารณสุข ตลอดจนภาคเทคโนโลยี</p><p><br></p><p>ท่ามกลางสถานการณ์ที่องค์กรในประเทศไทยต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านภัยคุกคามไซเบอร์ที่เพิ่มสูงขึ้น ข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เข้มงวด การเร่งนำระบบคลาวด์มาใช้งาน และการขาดแคลนบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ BMSP ได้นำเทคโนโลยีของ Securonix มายกระดับการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการด้านความมั่นคงปลอดภัย (SOC) ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรองรับการขยายธุรกิจในระดับภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยให้ BMSP สามารถเริ่มให้บริการลูกค้าใหม่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และส่งมอบผลลัพธ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่วัดผลได้ในระดับที่รองรับการขยายตัวในอนาคต</p><p><br></p><p>ก่อนร่วมมือกับ Securonix ทาง BMSP ต้องเผชิญกับความท้าทายเช่นเดียวกับผู้ให้บริการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แบบบริหารจัดการ (Managed Security Service Provider: MSSP) หลายราย นั่นคือ เราจะขยายธุรกิจโดยไม่เพิ่มความซับซ้อนในการดำเนินงานตามไปด้วยได้อย่างไร BMSP จึงได้นำแพลตฟอร์มคลาวด์แบบ Cloud-native และMulti-tenant ของ Securonix มาใช้ เพื่อรวมศูนย์การตรวจจับ วิเคราะห์ และตอบสนองต่อภัยคุกคามจากสภาพแวดล้อมของลูกค้าหลายองค์กรไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ส่งผลให้ BMSP สามารถยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ สร้างมาตรฐานการดำเนินงาน และขยายบริการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แบบบริหารจัดการได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานที่สม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ คือโมเดลการดำเนินงานที่สร้างขึ้นเพื่อผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง Securonix มอบขีดความสามารถด้านข่าวกรอง (Intelligence) การวิเคราะห์ ระบบอัตโนมัติ และเวิร์กโฟล์ว ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งเป็นแกนหลักของบริการ SOC และ MDR ของ BMSP ช่วยลดปริมาณการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น เร่งการตรวจสอบ ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของนักวิเคราะห์และส่งมอบการมองเห็นการดำเนินงานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นให้กับลูกค้า ด้วยโมเดลการดำเนินงานที่ปรับขนาดได้นี้ BMSP ได้ขยายการปรับใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ อุตสาหกรรมการผลิต BFSI สาธารณสุข และเทคโนโลยี เราเปิดให้บริการทั้งองค์กรขนาดใหญ่และ SMB ด้วยบริการที่บริหารจัดการออกแบบมาเพื่อความสามารถในการขยายตัว ความแม่นยำ และการส่งมอบในระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับประเทศ ผลลัพธ์คือโมเดลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้า และกลไกการเติบโตที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นสำหรับ BMSP เองด้วย</p><p><br></p><p><strong>นายอาเจย์ บิยานี (Mr. Ajay Biyani) รองประธานอาวุโส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น (APJ)</strong> จาก Securonix กล่าวว่า “เมื่อลูกค้าเผชิญกับแรงกดดันด้านขนาด บุคลากร และต้นทุนด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ผู้ให้บริการ MSSP จำเป็นต้องมีแพลตฟอร์มที่ทำให้การดำเนินงานง่ายขึ้น โดยไม่กระทบต่อข้อมูลเชิงลึกในการตรวจจับ Securonix ช่วยให้ผู้ให้บริการรวมศูนย์ฟังก์ชันด้านความปลอดภัย ช่วยให้การเริ่มให้บริการลูกค้าทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของนักวิเคราะห์ และส่งมอบผลลัพธ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI</p><p><br></p><p>ด้าน <strong>นายคริส นาวานี (Mr. Kris Nawani) ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการ จาก BMSP </strong>เผยด้วยว่า “BMSP มีความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และประสบการณ์ด้านบริการความปลอดภัยที่บริหารจัดการเพื่อช่วยองค์กรต่าง ๆ ปรับปรุงการดำเนินงาน SOC ให้ทันสมัย เราช่วยลูกค้าเสริมสร้างความยืดหยุ่น สามารถขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และพัฒนาความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลข่าวกรอง เราภูมิใจในความก้าวหน้าร่วมกับ Securonix ตลอดปีที่ผ่านมา ความร่วมมือกันครั้งนี้ ช่วยให้เราส่งมอบบริการ SOC ที่ทันสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและในระดับที่ใหญ่ขึ้น พร้อมมอบการมองเห็น ความรวดเร็ว และการสนับสนุนที่ลูกค้าต้องการเพื่อตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ”</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ Securonix และ BMSP ยังวางแผนที่จะขยายตลาดร่วมกัน ในส่วนของการลงทุนในการพัฒนาบุคลากร ขยายบริการความปลอดภัยที่บริหารจัดการ และดำเนินการสร้างโมเดล MSSP ระดับภูมิภาคที่ช่วยให้องค์กรอื่น ๆ เสริมสร้างความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ผ่านการดำเนินงานด้านความปลอดภัยที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ดังกล่าวร่วมกันต่อไปในอนาคตด้วย</p><p><br></p><p><strong>ติดตามความเคลื่อนไหวและอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่</strong> <a href="https://www.bmsp.tech" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://www.bmsp.tech</a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a589beeba9f3_1784191982.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a589beeba9f3_1784191982.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ARAC เปิดตัวสัมมนาใหญ่ “ครบทุกประเด็นบัญชีเงินปันผล” ดึง “ดร. ปรีชา สวน” เจาะลึกการบันทึกบัญชีและบริ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/events/4246-arac-เปิดตัวสัมมนาใหญ่-ครบทุกประเด็นบัญชีเงินปันผล-ดึง-ดร-ปรีชา-สวน-เจาะลึกการบันทึกบัญชีและบริ</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/events/4246-arac-เปิดตัวสัมมนาใหญ่-ครบทุกประเด็นบัญชีเงินปันผล-ดึง-ดร-ปรีชา-สวน-เจาะลึกการบันทึกบัญชีและบริ</guid>
            <pubDate>Thu, 16 Jul 2026 09:37:51 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Chonlada Johopukdee</dc:creator>
            <category>อีเว้นท์</category>
            <description><![CDATA[เชิญชวนผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชี นักกฎหมาย และผู้ประกอบการ เข้าร่วมงานสัมมนาหลักสูตรใหม่ล่าสุดประจำปี 2569 ในหัวข้อ “ครบทุกประเด็นบัญชีเงินปันผล: หลักเกณฑ์ การคำนวณ และการบันทึกบัญชีอย่างมืออาชีพ”...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท เอ.อาร์.แอ็คเคานติ้ง คอนซัลแตนท์ จำกัด (ARAC) ขอเชิญชวนผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชี นักกฎหมาย และผู้ประกอบการ เข้าร่วมงานสัมมนาหลักสูตรใหม่ล่าสุดประจำปี 2569 ในหัวข้อ “ครบทุกประเด็นบัญชีเงินปันผล: หลักเกณฑ์ การคำนวณ และการบันทึกบัญชีอย่างมืออาชีพ” เพื่อยกระดับความรู้และความเข้าใจในการบริหารจัดการบัญชีเกี่ยวกับกำไรสะสมและภาษีเงินปันผลอย่างถูกต้อง ไร้ข้อผิดพลาดตามมาตรฐานใหม่ งานสัมมนาจะจัดขึ้นใน วันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 - 16.30 น. ณ โรงแรม แรมแบรนดท์ กรุงเทพฯ</p><p><strong> </strong></p><p><strong>ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดหลักสูตรนี้?</strong></p><p>เรื่องของ "เงินปันผล" ดูเหมือนจะเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่ในทางปฏิบัติยังมีนักบัญชีและผู้ประกอบการจำนวนมากที่ประสบปัญหา</p><p>·        ยื่นภาษีเงินปันผลไม่ถูกต้อง หรือคำนวณเครดิตภาษีผิดพลาด </p><p>·        สับสนกับขั้นตอนการบันทึกบัญชีกำไรสะสมและเงินปันผลระหว่างกาล </p><p>·        ไม่แน่ใจในเงื่อนไขการคำนวณและการบันทึกบัญชีสำรองตามกฎหมาย </p><p>หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเคลียร์ลึกทุกเงื่อนไขทางกฎหมาย เทคนิคการคำนวณที่ถูกต้อง และขั้นตอนการบันทึกบัญชีแบบละเอียดยิบ เพื่อให้คุณสามารถนำไปปฏิบัติงานจริงได้อย่างมั่นใจ</p><p><br></p><p><strong>ไฮไลต์เนื้อหาสำคัญโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญตัวจริง</strong></p><p>พบกับ ดร. ปรีชา สวน (CPA, ASEAN CPA และผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต.) ที่จะมาถ่ายทอดประสบการณ์เจาะลึกในหัวข้อ </p><p><strong>แก่นแท้ของเงินปันผล :</strong> เงินปันผลเกิดขึ้นได้อย่างไร หลักเกณฑ์ทั่วไป และความแตกต่างระหว่างเงินปันผลทั่วไปกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล </p><p><strong>การจัดการกำไรสะสมและทุนสำรอง :</strong> การบันทึกบัญชีที่เกี่ยวกับกำไรสะสม ทุนสำรองตามกฎหมาย ทุนสำรองอื่นๆ และการลดทุนเพื่อชดเชยขาดทุนสะสม </p><p><strong>เทคนิคขั้นสูงสำหรับนักบัญชี :</strong> การจัดทำกระดาษทำการสรุปกำไรสะสม การแสดงรายการ และการเปิดเผยข้อมูลในงบการเงิน รวมถึงการบันทึกบัญชีเงินปันผลเมื่อเลิกกิจการ </p><p><strong>อัปเดตจรรยาบรรณวิชาชีพ :</strong> คู่มือประมวลจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ปี 2568 (ครอบคลุมทั้ง PAIBs, PAPPs และมาตรฐานเรื่องความเป็นอิสระ) </p><p><strong> </strong></p><p><strong>สิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับผู้เข้าอบรม</strong></p><p>·      นับชั่วโมง CPD ได้รวม 6 ชั่วโมงเต็ม (ด้านบัญชี 5.30 ชั่วโมง และด้านจรรยาบรรณ 0.30 ชั่วโมง) </p><p>·      สิทธิประโยชน์ทางภาษีองค์กร : สามารถนำค่าธรรมเนียมในการเข้าสัมมนาครั้งนี้ไป ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ถึง 2 เท่า!</p><p><strong> </strong></p><p><strong>อัตราค่าธรรมเนียมและการสำรองที่นั่ง (ราคารวม VAT)</strong></p><p><strong>ราคาปกติ (Normal Price) :</strong> 3,745 บาท </p><p><strong>ราคาพิเศษ Early Bird :</strong> เพียง 2,675 บาท เท่านั้น เมื่อสมัครและชำระเงินภายในวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 </p><p><strong>แพ็กเกจมาคู่ (DUO Deal) : </strong>พิเศษเมื่อสมัครตั้งแต่ 2 ท่านขึ้นไป จ่ายเพียงท่านละ 2,568 บาท </p><p>(หมายเหตุ : ที่นั่งมีจำนวนจำกัด เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการอบรมและซักถามวิทยากร)</p><p><strong> </strong></p><p><strong>ช่องทางการสมัครและสอบถามเพิ่มเติม</strong></p><p>ผู้ที่สนใจสามารถสำรองที่นั่งได้ทันทีผ่านช่องทางออนไลน์ หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ของเรา</p><p>🌐<strong>ลงทะเบียนออนไลน์ : </strong>www.arac.co.th/m/dividend-tax-filling </p><p>📞 <strong>โทรศัพท์ :</strong> 02-439-4600 </p><p>✉️ อี<strong>เมล :</strong> arac@ar.co.th </p><p>📱 <strong>Facebook :</strong> @ARAccounting  </p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a56ff137dcfc_1784086291.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a56ff137dcfc_1784086291.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>เปิดตัว Thai University Rankings เว็บไซต์รวบรวมอันดับมหาวิทยาลัยไทยจากหลายสถาบันจัดอันดับระดับโลก</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/4247-เปิดตัว-thai-university-rankings-เว็บไซต์รวบรวมอันดับมหาวิทยาลัยไทยจากหลายสถาบันจัดอันดับระดับโลก</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/4247-เปิดตัว-thai-university-rankings-เว็บไซต์รวบรวมอันดับมหาวิทยาลัยไทยจากหลายสถาบันจัดอันดับระดับโลก</guid>
            <pubDate>Thu, 16 Jul 2026 09:37:49 +0700</pubDate>
            <dc:creator>เบญจมาศ สิริภักดิ์เดชา</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[Thai University Rankings เปิดให้บริการเว็บไซต์ฐานข้อมูลอันดับมหาวิทยาลัยไทย รวบรวมผลจัดอันดับจากหลายสถาบันระดับนานาชาติ พร้อมลิงก์ต้นทาง โปรไฟล์มหาวิทยาลัย ระบบเปรียบเทียบ กราฟแนวโน้ม และข้อมูลประกอบเ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>Thai University Rankings เปิดให้บริการเว็บไซต์ <a href="https://thaiuniversityrankings.org" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://thaiuniversityrankings.org</a> เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยจากสถาบันจัดอันดับระดับนานาชาติหลายแห่งไว้ในที่เดียว</p><p>เว็บไซต์ดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง บุคลากรมหาวิทยาลัย สื่อมวลชน และผู้สนใจด้านอุดมศึกษา สามารถค้นหา เปรียบเทียบ และตรวจสอบข้อมูลอันดับของมหาวิทยาลัยไทยได้สะดวกขึ้น โดยเชื่อมโยงข้อมูลกับแหล่งต้นทางของแต่ละสถาบันจัดอันดับ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถตรวจสอบข้อมูลเดิมได้โดยตรง</p><p> </p><p>ข้อมูลภายในเว็บไซต์ครอบคลุมผลจัดอันดับจากหลายแหล่ง เช่น QS World University Rankings, Times Higher Education World University Rankings, U.S. News Best Global Universities, SCImago Institutions Rankings, CWUR, Leiden Ranking, Webometrics, EduRank และแหล่งข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง</p><p> </p><p>จุดเด่นของเว็บไซต์ประกอบด้วย หน้าโปรไฟล์มหาวิทยาลัย ระบบค้นหาและเปรียบเทียบมหาวิทยาลัย ตารางอันดับแยกตามปีและสถาบันจัดอันดับ กราฟแนวโน้มอันดับ ความเคลื่อนไหวของอันดับ ข่าวอัปเดต และคำอธิบายเกี่ยวกับสถาบันจัดอันดับแต่ละแห่ง</p><p> </p><p>Thai University Rankings ไม่ได้จัดอันดับมหาวิทยาลัยขึ้นเอง แต่ทำหน้าที่รวบรวม จัดหมวดหมู่ และนำเสนอข้อมูลจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เผยแพร่โดยสถาบันจัดอันดับต่าง ๆ พร้อมคงลิงก์ต้นทางไว้ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบข้อมูลและบริบทของการจัดอันดับได้อย่างโปร่งใส</p><p> </p><p>อย่างไรก็ตาม ผลการจัดอันดับของแต่ละสถาบันมีวิธีคิด เกณฑ์ น้ำหนักตัวชี้วัด และวัตถุประสงค์แตกต่างกัน จึงไม่ควรนำตัวเลขอันดับจากต่างสถาบันมาเปรียบเทียบกันโดยตรง ผู้ใช้ควรพิจารณาข้อมูลควบคู่กับเกณฑ์ วิธีประเมิน และบริบทของแต่ละแหล่งจัดอันดับ</p><p> </p><p>เว็บไซต์ยังเปิดให้มหาวิทยาลัยหรือผู้เกี่ยวข้องแจ้งแก้ไขข้อมูล เพิ่มเติมลิงก์ต้นทาง หรือเสนอข้อมูลที่ถูกต้องกว่าเดิมได้ เพื่อให้ฐานข้อมูลมีความครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะมากยิ่งขึ้น</p><p> </p><p>ผู้สนใจสามารถเข้าใช้งานได้ที่ <a href="https://thaiuniversityrankings.org" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://thaiuniversityrankings.org</a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a573e23093b8_1784102435.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a573e23093b8_1784102435.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Thai University Rankings เปิดบริการใหม่ “งานวิจัยไทยที่โลกกำลังจับตา”</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/4248-thai-university-rankings-เปิดบริการใหม่-งานวิจัยไทยที่โลกกำลังจับตา</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/4248-thai-university-rankings-เปิดบริการใหม่-งานวิจัยไทยที่โลกกำลังจับตา</guid>
            <pubDate>Thu, 16 Jul 2026 09:37:47 +0700</pubDate>
            <dc:creator>เบญจมาศ สิริภักดิ์เดชา</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[Thai University Rankings เปิดตัว Research Radar พื้นที่ติดตามผลงานวิจัยใหม่ที่มีนักวิจัยหรือสถาบันเชื่อมโยงกับประเทศไทย พร้อมบทวิเคราะห์สองภาษา ข้อจำกัด และลิงก์ต้นฉบับสำหรับตรวจสอบ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://thaiuniversityrankings.org" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">Thai University Ranking</a>s เปิดให้บริการ “งานวิจัยไทยที่โลกกำลังจับตา” ผ่านเว็บไซต์ <a href="https://thaiuniversityrankings.org/research/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://thaiuniversityrankings.org/research/</a> เพื่อรวบรวมและนำเสนอผลงานวิจัยใหม่ที่มีผู้เขียนหรือสถาบันเชื่อมโยงกับประเทศไทย ให้สาธารณชนมองเห็นบทบาทของนักวิจัยไทยในเครือข่ายความรู้ระดับนานาชาติได้ชัดเจนขึ้น</p><p><br></p><p>บริการดังกล่าวทำหน้าที่เป็น Research Radar หรือพื้นที่ติดตามสัญญาณงานวิจัย โดยค้นหาข้อมูลบรรณานุกรมจากแหล่งวิชาการสากล เช่น OpenAlex, Crossref, PubMed, DOI และเว็บไซต์ผู้เผยแพร่ จากนั้นจึงตรวจสอบข้อมูลสังกัด แหล่งต้นทาง และความเหมาะสมในเบื้องต้นก่อนนำเสนอ</p><p>ผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจะมีหน้าบทวิเคราะห์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ครอบคลุมคำถามวิจัย วิธีดำเนินการ ข้อค้นพบสำคัญ ความหมายในระดับนานาชาติ บทบาทของนักวิจัยหรือสถาบันไทย ตลอดจนข้อจำกัดและข้อควรระวังในการตีความ พร้อม DOI และลิงก์กลับไปยังบทความต้นฉบับ</p><p>บริการนี้มีเป้าหมายช่วยให้นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย บุคลากรมหาวิทยาลัย สื่อมวลชน ผู้กำหนดนโยบาย และประชาชนทั่วไป สามารถค้นพบงานวิจัยไทยที่น่าสนใจและเริ่มต้นตรวจสอบข้อมูลได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะผลงานที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างสถาบันและเครือข่ายนักวิจัยข้ามประเทศ</p><p>ภายในเว็บไซต์มี “Impact Signal” เพื่อช่วยกองบรรณาธิการคัดกรองและจัดลำดับการนำเสนอจากหลายปัจจัย เช่น ความใหม่ของผลงาน ลักษณะหลักฐาน ความร่วมมือ และความสำคัญของประเด็น อย่างไรก็ตาม คะแนนดังกล่าวไม่ใช่คะแนนคุณภาพวารสาร ไม่ใช่ดัชนีการอ้างอิง และไม่ใช่การจัดอันดับนักวิจัยหรือมหาวิทยาลัย</p><p><br></p><p>Thai University Rankings เน้นการนำเสนออย่างระมัดระวัง โดยแยกข้อค้นพบออกจากข้อจำกัด และคงลิงก์ต้นทางไว้ให้ผู้อ่านตรวจสอบ ทั้งนี้ เนื้อหาสรุปไม่สามารถทดแทนบทความฉบับเต็ม และผู้ใช้ควรตรวจต้นฉบับก่อนนำไปอ้างอิงหรือใช้ประกอบการตัดสินใจ</p><p>มหาวิทยาลัย นักวิจัย หรือผู้เกี่ยวข้องที่พบข้อมูลชื่อผู้เขียน สังกัด หรือรายละเอียดผลงานที่ควรแก้ไข สามารถส่งข้อมูลและลิงก์อ้างอิงให้ทีมงานตรวจสอบได้ เพื่อให้ฐานข้อมูลมีความถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>ผู้สนใจเข้าชมบริการได้ที่ <a href="https://thaiuniversityrankings.org/research/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://thaiuniversityrankings.org/research/</a></p><p>เว็บไซต์หลัก: <a href="https://thaiuniversityrankings.org" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://thaiuniversityrankings.org</a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a573fddbbfe2_1784102877.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a573fddbbfe2_1784102877.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>พร้อมสปีด จับมือ โจวี่ เปิดบริการคุ้มครองพัสดุ รับตลาดขนส่งโต คุ้มครองสูงสุด 5 แสนบาท</title>
            <link>https://prnewsplus.com/products/4249-พร้อมสปีด-จับมือ-โจวี่-เปิดบริการคุ้มครองพัสดุ-รับตลาดขนส่งโต-คุ้มครองสูงสุด-5-แสนบาท</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/products/4249-พร้อมสปีด-จับมือ-โจวี่-เปิดบริการคุ้มครองพัสดุ-รับตลาดขนส่งโต-คุ้มครองสูงสุด-5-แสนบาท</guid>
            <pubDate>Thu, 16 Jul 2026 09:37:46 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Siritorn Pannarin</dc:creator>
            <category>สินค้าและบริการ</category>
            <description><![CDATA[พร้อมสปีด จับมือ โจวี่ เปิดบริการคุ้มครองพัสดุ รับตลาดขนส่งโต คุ้มครองสูงสุด 5 แสนบาท พร้อมพัฒนากล่องผลไม้ อุ่นใจ ไม่เสี่ยง...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<h2 class="ql-align-center"><strong>พร้อมสปีด จับมือ โจวี่ เปิดบริการคุ้มครองพัสดุ รับตลาดขนส่งโต</strong></h2><h2 class="ql-align-center"><strong>คุ้มครองสูงสุด 5 แสนบาท พร้อมพัฒนากล่องผลไม้ อุ่นใจ ไม่เสี่ยง </strong></h2><p><br></p><p>จากการเติบโตของตลาด E-Commerce และธุรกิจออนไลน์ในไทย ส่งผลให้บริการขนส่งพัสดุกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ร้านค้าออนไลน์ และผู้ค้ารายย่อย ที่ต้องพึ่งพาการจัดส่งสินค้า ไปยังลูกค้าทั่วประเทศ ขณะที่การแข่งขันของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องความรวดเร็วหรือค่าขนส่งอีกต่อไป แต่ขยายไปสู่การบริหารความเสี่ยงและการสร้างความเชื่อมั่นตลอดกระบวนการจัดส่ง สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการให้ความสำคัญมากขึ้น คือ <strong>ความเสียหาย</strong> และ <strong>สูญหาย</strong> ของพัสดุ ซึ่งอาจกระทบกับต้นทุนที่คาดไม่ถึง และอาจส่งผลเสียต่อธุรกิจในระยะยาวด้วย </p><p><br></p><p><strong>บริษัท พร้อม สปีด คอมเมิร์ซ จำกัด</strong> ผู้นำด้านการให้บริการร้านสะดวกส่งและจุดบริการ Drop Off ในเครือบริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) จับมือกับ <strong>บริษัท โจวี่ จำกัด</strong> ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีประกันภัย ที่ก่อตั้งขึ้นจากการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ระหว่างบริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) ในเครือ Jaymart Group และ Igloo อินชัวร์เทคชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดตัว <strong>บริการคุ้มครองพัสดุ</strong> เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดส่งสินค้า เพิ่มทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงให้กับผู้ใช้บริการ ภายใต้แนวคิด จ่ายเพิ่มนิด คุ้มครองจริง เคลมได้จริง ที่พร้อมสปีดใกล้บ้าน</p><p> </p><p>นายชยภัทร จรูญโรจน์ ณ อยุธยา รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท พร้อม สปีด คอมเมิร์ซ จำกัด เปิดเผยว่า “ไอเดียนี้ เริ่มมาจากแนวคิดที่ว่า หน้าที่ของเราไม่ได้จบเพียงแค่การเป็นจุดรับส่งพัสดุเท่านั้น แต่เราต้องการเป็นศูนย์กลางการให้บริการขั้นพื้นฐานของชุมชน ที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย สะดวก และได้รับบริการที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันมากที่สุด บริการคุ้มครองพัสดุ จึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากความเสียหายระหว่างการจัดส่ง เพิ่มความอุ่นใจให้กับทั้งผู้ส่งและผู้รับ ในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ โดยเป้าหมายของเรา คือการพัฒนาเครือข่ายสาขาให้เป็นศูนย์รวมบริการของชุมชน ที่ครบทั้งเรื่องการส่งพัสดุ การชำระเงิน การฝาก-ถอนเงิน การซื้อประกันภัย และบริการทางการเงินอื่น ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับคนไทยในทุกพื้นที่ </p><p><br></p><p>ปัจจุบัน เรามีเครือข่ายสาขา Shipsmile Service. Payspost Service, Paypoint Service, Point Express, The Letter Post Service, Plus Express, Speedy รวมกันมากกว่า 25,000 สาขาทั่วประเทศ เป็นจุดบริการชุมชนที่พร้อมให้บริการแบบครบวงจรประกอบด้วย บริการรับฝากและส่งพัสดุ บริการเติม จ่าย ฝาก ถอน บริการเช็คเบี้ยประกันและต่ออายุพ.ร.บ. ประกันภัย ตลอดจนบริการคุ้มครองพัสดุ ที่เราเปิดให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองพัสดุเพิ่มเติมได้ตั้งแต่ 8 บาท/กล่อง สำหรับพัสดุมูลค่าไม่เกิน 5,000 บาท และสามารถเลือกวงเงินความคุ้มครองได้สูงสุดถึง 500,000 บาทเลยทีเดียว โดยครอบคลุมความเสียหายหรือการสูญหายของพัสดุตามเงื่อนไขที่กำหนด</p><p> </p><p>และอีกหนึ่งบริการ ที่เราตั้งใจเปิดตัวออกมาพร้อมกัน เพื่อต้อนรับฤดูกาลผลไม้ไทยที่ทยอยออกมาเป็นจำนวนมาก นั่นก็คือ <strong>กล่องผลไม้พร้อมสปีด คุ้มครองสูงสุด 2,000 บาท</strong> ซึ่งเป็นนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่งผลไม้โดยเฉพาะ เป็นกล่องผลไม้ที่ได้รับการออกแบบให้มีคุณสมบัติพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น โครงสร้างกล่องหนา 5 ชั้น, บุฉนวนกันกระแทก, รูระบายอากาศ 2 รูต่อด้าน, หูจับแข็งแรง สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย, รองรับผลไม้ทุกประเภท เรายินดีมอบความคุ้มครองผลไม้สูงสุด 2,000 บาท/กล่อง ซึ่งสามารถใช้ร่วมกับบริการขนส่งผลไม้ของ KEX Fruit, Post SABUY Fruit และ Flash Fruit ได้อย่างครอบคลุมด้วย”</p><p> </p><p>นอกจากนี้ นายชยภัทร จรูญโรจน์ ณ อยุธยา ยังได้เผยถึงโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ ที่เปิดโอกาสให้สาขาในเครือมีโอกาสเติบโตร่วมกันได้ และยังทิ้งท้ายในเรื่องความเชื่อมั่นกับผู้ประกอบการ เกษตรกรสำหรับบริการของพร้อมสปีดด้วยว่า “เราต้องการให้พันธมิตรของเรา รู้สึกว่าพวกเขามีส่วนร่วม เราจึงเปิดโอกาสให้สาขาในเครือได้รับส่วนแบ่งรายได้จากการนำเสนอบริการคุ้มครองพัสดุนี้ ให้แก่ลูกค้า ถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลธุรกิจที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการร้านแฟรนไชส์ในเครือ และสร้างแรงจูงใจให้สาขาเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบบริการที่มีคุณภาพแก่ผู้ใช้บริการ ซึ่งเราเป็นเจ้าแรก ที่นำโมเดลนี้มาใช้ในตลาด </p><p><br></p><p>และสำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการผลไม้ และพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ การส่งผลไม้ ถือเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีความอ่อนไหวต่อการขนส่ง หากเกิดความเสียหาย ผลไม้ช้ำ เน่าเสีย หรือสูญหาย ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และความเชื่อมั่นของลูกค้า การเลือกใช้<strong>กล่องผลไม้พร้อมสปีด ที่มาพร้อมความคุ้มครอง</strong> จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจให้กับทั้งผู้ส่งและผู้รับ ที่สำคัญ ราคาจำหน่ายกล่องผลไม้พร้อมสปีดอยู่ในระดับใกล้เคียงกับกล่องผลไม้ทั่วไปในท้องตลาด แต่ได้รับความคุ้มครองเพิ่มเติมที่ช่วยสร้างความอุ่นใจได้มากกว่า” </p><p><br></p><p><strong>ติดตามความเคลื่อนไหวและอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ </strong><a href="https://promptspeed.co.th/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>https://promptspeed.co.th/</strong></a></p><p><strong>หรือสนใจสมัครแฟรนไชส์ธุรกิจในชุมชนของท่าน พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ สามารถติดต่อได้ที่ </strong><a href="https://www.facebook.com/Promptspeed" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>https://www.facebook.com/Promptspeed</strong></a></p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a5745c43773d_1784104388.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a5745c43773d_1784104388.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>The Factory X-Ray by Beside ERP Solution See the Truth Behind Your Factory.</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/4250-the-factory-x-ray-by-beside-erp-solution-see-the-truth-behind-your-factory</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/4250-the-factory-x-ray-by-beside-erp-solution-see-the-truth-behind-your-factory</guid>
            <pubDate>Thu, 16 Jul 2026 09:37:44 +0700</pubDate>
            <dc:creator>ธนพร คลองประเสริฐ</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[เปิดจุดรั่วที่เจ้าของโรงงานต้องรู้ ก่อนสายเกินแก้...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>🏭 โรงงานของคุณกำลังสร้างกำไร...หรือกำลังมี "จุดรั่ว" ที่ยังมองไม่เห็น?</p><p><br></p><p>มาร่วม X-Ray โรงงาน เพื่อค้นหาสัญญาณอันตรายที่เจ้าของโรงงานไม่ควรมองข้าม</p><p>พร้อมเรียนรู้การใช้ข้อมูล Real-Time ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ</p><p><br></p><p>📌กับงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ </p><p>The Factory X-Ray by Beside ERP Solution</p><p>See the Truth Behind Your Factory.</p><p><br></p><p>🔍 เปิดจุดรั่วที่เจ้าของโรงงานต้องรู้...ก่อนสายเกินแก้</p><p><br></p><p>ในวันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569  </p><p>⏰ 14.00 – 15.30 น. | เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย </p><p><br></p><p>👉 ลงทะเบียนได้ที่ <a href="%5Bobject%20Object%5D" rel="noopener noreferrer" target="_blank">https://onebinar.one.th/online-seminar/6RPQGI</a></p><p>(ทั้งการลงทะเบียน และการรับชม ทำได้ในลิงก์เดียว) </p><p>สามารถลงทะเบียนได้ ตั้งแต่วันนี้ - 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 </p><p><br></p><p>📱สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมการลงทะเบียนงานสัมมนา</p><p>ได้ที่ Email: Onebinar@inet.co.th </p><p>📞 065-507-4539 (คุณอภิสรา) </p><p>📞 098-246-5948 (คุณธนพร)</p><p><br></p><p>#TheFactoryXRay #BesideERP #ERP #ERPSolution #FactoryManagement #Manufacturing #SmartFactory #DigitalTransformation #RealTimeData #โรงงานอัจฉริยะ #บริหารโรงงาน #เจ้าของโรงงาน #ผู้บริหารโรงงาน #ระบบERP #สัมมนาฟรี #Seminar #FactoryHealthCheck</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a575398d8670_1784107928.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a575398d8670_1784107928.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>กลุ่มบริษัท อินเตอร์ กรุ๊ป แพคเกจจิ้ง จัดพิธีมอบทุนการศึกษา SC-SKY 2569 ณ อีก 3 บริษัทในเครือ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/4251-กลุ่มบริษัท-อินเตอร์-กรุ๊ป-แพคเกจจิ้ง-จัดพิธีมอบทุนการศึกษา-sc-sky-2569-ณ-อีก-3-บริษัทในเครือ</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/4251-กลุ่มบริษัท-อินเตอร์-กรุ๊ป-แพคเกจจิ้ง-จัดพิธีมอบทุนการศึกษา-sc-sky-2569-ณ-อีก-3-บริษัทในเครือ</guid>
            <pubDate>Thu, 16 Jul 2026 09:37:42 +0700</pubDate>
            <dc:creator>บจก.อินเตอร์ไฟเบอร์ คอนเทนเนอร์</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ได้มีพิธีมอบทุนการศึกษา ณ บริษัท อินเตอร์ แปซิฟิค เปเปอร์ จำกัด...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ได้มีพิธีมอบทุนการศึกษา ณ บริษัท อินเตอร์ แปซิฟิค เปเปอร์ จำกัด โดยมีบุตรของพนักงานจาก บริษัท อินเตอร์ แปซิฟิค เปเปอร์ จำกัด และ บริษัท อินเตอร์ อิสเทิร์น คอนเทนเนอร์ จำกัด จังหวัดปราจีนบุรี เข้ารับทุนการศึกษา ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและความภาคภูมิใจ โดยมีคณะผู้บริหารร่วมแสดงความยินดีและส่งมอบกำลังใจแก่เยาวชนและผู้ปกครอง</p><p>ต่อมาในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ได้มีการมอบทุนการศึกษาแก่บุตรของพนักงาน บริษัท อินเตอร์ นอร์ทเทิร์น คอนเทนเนอร์ จำกัด จังหวัดลำพูน โดยคณะผู้บริหารได้ร่วมแสดงความยินดี พร้อมส่งต่อกำลังใจให้เยาวชนมุ่งมั่นศึกษาเล่าเรียน และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคต</p><p>โครงการ SC-SKY สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัท อินเตอร์ กรุ๊ป แพคเกจจิ้ง ในการให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและคุณภาพชีวิตของพนักงานและครอบครัว เพราะองค์กรเชื่อว่าการสนับสนุนด้านการศึกษา คือการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับเยาวชน และเป็นการร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคมไปพร้อมกัน</p><p><br></p><p>ชมภาพเพิ่มเติม : <a href="https://www.facebook.com/share/p/18yvo9PqH5/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://www.facebook.com/share/p/18yvo9PqH5/</a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a583fb28e079_1784168370.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a583fb28e079_1784168370.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>จากพนักงานออฟฟิศ สู่นายหน้าออนไลน์ ใช้ AI ช่วยขาย ได้เงินโดยไม่ต้องลาออก</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4207-จากพนกงานออฟฟศ-สนายหนาออนไลน-ใช-ai-ชวยขาย-ไดเงนโดยไมตองลาออก</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4207-จากพนกงานออฟฟศ-สนายหนาออนไลน-ใช-ai-ชวยขาย-ไดเงนโดยไมตองลาออก</guid>
            <pubDate>Wed, 15 Jul 2026 11:00:03 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[เรื่องราวการเปลี่ยนผ่านจากพนักงานประจำสู่นายหน้าออนไลน์ ใช้ AI ช่วยขาย พร้อมบทเรียนที่นำไปใช้ได้จริง...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>เรื่องราวต่อไปนี้เป็นสถานการณ์สมมติที่รวบรวมจากรูปแบบการเริ่มต้นทั่วไปของคนที่ผันตัวมาเป็นนายหน้าออนไลน์</strong> เพื่อให้เห็นภาพขั้นตอนและบทเรียนที่นำไปปรับใช้ได้จริง โดยไม่ต้องลาออกจากงานประจำ</p><h2>จุดเริ่มต้น: ความกังวลที่กลายเป็นแรงผลักดัน</h2><p>ลองนึกถึงพนักงานออฟฟิศทั่วไปที่ทำงานประสานงานมาหลายปี วันหนึ่งเริ่มเห็นว่าองค์กรนำ AI มาช่วยงานที่เคยเป็นหน้าที่หลักของตัวเอง ความรู้สึกไม่มั่นคงที่เกิดขึ้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการมองหาช่องทางรายได้เสริม แทนที่จะปล่อยให้ความกังวลนั้นทำให้เครียดเฉยๆ</p><h2>จุดเปลี่ยน — ทำไมถึงเริ่มมองหารายได้เสริม</h2><p>หลังจากลองสำรวจตัวเลือกหลายทาง สิ่งที่ดูเข้าถึงได้ง่ายที่สุดคือการเป็นนายหน้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทย เพราะไม่ต้องใช้ทุนซื้อสินค้า และสามารถทำในเวลาว่างหลังเลิกงานได้โดยไม่กระทบงานหลัก</p><h2>ขั้นตอนที่ทำจริง</h2><ol><li><strong>สมัครเป็นนายหน้ากับแพลตฟอร์มไทย</strong> เลือกหมวดสินค้าที่ใช้อยู่แล้วในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เขียนคอนเทนต์ได้เป็นธรรมชาติ</li><li><strong>ใช้ AI ช่วยร่างคอนเทนต์แนะนำสินค้าชิ้นแรก</strong> แทนการนั่งคิดคำโฆษณาเองทั้งหมด ซึ่งเคยเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุด</li><li><strong>ตั้งเวลาทำงานเสริมให้ชัดเจน</strong> เช่น ช่วงหลังเลิกงาน 1-2 ชั่วโมง ไม่ให้กระทบงานประจำ</li><li><strong>ใช้ AI ช่วยตอบคำถามลูกค้าเบื้องต้น</strong> ก่อนเข้าไปดูแลเคสที่ซับซ้อนด้วยตัวเอง</li><li><strong>ติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ</strong> และปรับคอนเทนต์ตามสิ่งที่ได้ผลตอบรับดี</li></ol><h2>บทเรียนที่ได้</h2><ul><li><strong>ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความเร็ว</strong> ผลลัพธ์ไม่ได้มาในทันที แต่การทำต่อเนื่องคือกุญแจสำคัญ</li><li><strong>AI ช่วยลดอุปสรรคด้านทักษะได้จริง</strong> โดยเฉพาะจุดที่เคยเป็นข้อจำกัด เช่น การเขียนคอนเทนต์</li><li><strong>การมีรายได้เสริมเปลี่ยนความรู้สึกมั่นคง</strong> แม้จะยังทำงานประจำอยู่ แต่รู้สึกว่ามีทางเลือกมากขึ้น</li></ul><h2>สิ่งที่อยากบอกคนที่กำลังลังเล</h2><p>การเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบตั้งแต่วันแรก สิ่งสำคัญคือการลงมือทำเล็กๆ ก่อน แล้วเรียนรู้ไปพร้อมกัน ความกลัวเรื่อง AI แย่งงานเป็นเรื่องจริง แต่การใช้ AI เป็นเครื่องมือสร้างทางเลือกให้ตัวเองก็เป็นเรื่องที่ทำได้จริงเช่นกัน</p><h2>สรุป</h2><p>เส้นทางจากพนักงานประจำสู่นายหน้าออนไลน์ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยการลาออกหรือเสี่ยงสูง การเริ่มต้นเล็กๆ ควบคู่กับงานประจำ พร้อมใช้ AI ช่วยลดภาระงาน คือแนวทางที่ปลอดภัยและปฏิบัติได้จริงสำหรับคนส่วนใหญ่</p><h2>บทความที่เกี่ยวข้อง</h2><ul><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4205-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%A2-ai-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%99" rel="noopener noreferrer" target="_blank">เป็นนายหน้าแพลตฟอร์มไทยด้วย AI ไม่ต้องมีของ ไม่ต้องมีทุน</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4203-%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%A2-ai-%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%94" rel="noopener noreferrer" target="_blank">สร้างรายได้เสริมด้วย AI + แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทย มือใหม่ทำได้</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f18e1acf90_1783568609.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f18e1acf90_1783568609.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>งานประจำจะอยู่หรือจะไป? สร้างรายได้เสริมด้วย AI ก่อน AI แย่งงานคุณ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4206-งานประจำจะอยหรอจะไป-สรางรายไดเสรมดวย-ai-กอน-ai-แยงงานคณ</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4206-งานประจำจะอยหรอจะไป-สรางรายไดเสรมดวย-ai-กอน-ai-แยงงานคณ</guid>
            <pubDate>Tue, 14 Jul 2026 22:26:42 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[ไม่ต้องรอให้ตำแหน่งงานหายไปก่อนถึงจะเริ่ม สร้างรายได้เสริมด้วย AI ตั้งแต่วันนี้ ระหว่างที่ยังมีงานประจำ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>คำถามที่ควรถามตัวเองไม่ใช่ "งานฉันจะหายไปไหม" แต่คือ "ถ้ามันเกิดขึ้นจริง ฉันพร้อมแค่ไหน"</strong> การมีรายได้เสริมที่ไม่ผูกกับตำแหน่งงานเดียวคือคำตอบที่ปฏิบัติได้จริงที่สุดตอนนี้ ไม่ว่าสถานการณ์จะออกมาแบบไหนก็ตาม</p><h2>คำถามที่หลายคนไม่กล้าถามตัวเอง</h2><p>หลายคนเลี่ยงที่จะคิดถึงความเป็นไปได้ที่ตำแหน่งงานตัวเองจะได้รับผลกระทบจาก AI เพราะเป็นเรื่องที่สร้างความไม่สบายใจ แต่การหลีกเลี่ยงคำถามนี้ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงหายไป กลับกัน การเผชิญหน้ากับคำถามนี้อย่างตรงไปตรงมาต่างหากที่ช่วยให้เตรียมตัวได้ทันท่วงที</p><h2>สัญญาณที่บอกว่าควรเริ่มเตรียมตัวได้แล้ว</h2><ul><li>งานส่วนหนึ่งที่เคยทำเริ่มถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติหรือ AI ในองค์กร</li><li>หัวหน้าหรือฝ่ายบุคคลเริ่มพูดถึงการปรับโครงสร้างหรือลดขนาดทีม</li><li>อุตสาหกรรมที่ทำงานอยู่มีข่าวเรื่องการนำ AI มาใช้แทนแรงงานอย่างต่อเนื่อง</li><li>รู้สึกว่าทักษะที่มีเริ่มไม่ตรงกับสิ่งที่ตลาดต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ</li></ul><p>หากพบสัญญาณเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่ง นั่นคือจังหวะที่ควรเริ่มมองหาทางเลือกเสริมได้แล้ว โดยไม่ต้องรอให้สถานการณ์เลวร้ายจริงก่อน</p><h2>ทำไม "มีรายได้เสริม" คือ safety net ที่ดีที่สุดตอนนี้</h2><p>การพัฒนาทักษะใหม่เป็นเรื่องสำคัญ แต่ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล ขณะที่การมีรายได้เสริมที่เริ่มได้เร็ว เช่น การเป็นนายหน้าออนไลน์ด้วยความช่วยเหลือของ AI ให้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้เร็วกว่า และยังเป็นการฝึกทักษะใหม่ไปในตัว ทั้งด้านการตลาด การสื่อสาร และการใช้เครื่องมือ AI ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่มีค่าไม่ว่าสถานการณ์งานประจำจะเป็นอย่างไร</p><h2>เริ่มยังไงแบบไม่กระทบงานประจำ</h2><ol><li>เลือกช่องทางที่ใช้เวลาไม่มากในช่วงเริ่มต้น เช่น การเป็นนายหน้าออนไลน์</li><li>ทำในเวลาว่างที่ไม่ทับซ้อนกับงานประจำ เช่น ช่วงเย็นหรือวันหยุด</li><li>ใช้ AI ช่วยลดเวลาที่ต้องใช้ในแต่ละขั้นตอน</li><li>ประเมินผลทุก 1-2 เดือน และปรับแผนตามความเหมาะสม</li></ol><p>รายละเอียดขั้นตอนที่ครบถ้วนกว่านี้ อ่านต่อได้ที่ งานหลักยังทำ งานเสริมก็มา: AI ช่วยขายของ 5 แพลตฟอร์มไทยพร้อมกัน</p><h2>สรุป</h2><p>ไม่มีใครตอบได้แน่ชัดว่างานประจำของแต่ละคนจะอยู่หรือจะไป แต่สิ่งที่ควบคุมได้คือการเตรียมพร้อมล่วงหน้า การเริ่มสร้างรายได้เสริมด้วย AI ตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่การยอมแพ้หรือการเตรียมตัวออกจากงาน แต่คือการสร้างทางเลือกให้ตัวเองมีมากกว่าเดิม</p><h2>บทความที่เกี่ยวข้อง</h2><ul><li><a href="https://prnewsplus.com/technology/4194-ai-%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A3-%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%84-10-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B-2569" rel="noopener noreferrer" target="_blank">AI จะแย่งงานคุณเมื่อไหร่? เช็ค 10 อาชีพเสี่ยงตกงานปี 2569</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4202-%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0-ai-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%A7-%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%97-2-%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9B" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ตกงานเพราะ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เตรียมอาชีพที่ 2 ก่อนสายเกินไป</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f175dc8719_1783568221.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f175dc8719_1783568221.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จับมือ TGA มอบรางวัล Thai Game Awards ให้นักพัฒนาเกมคอนเทนต์ไทย ในงาน TGF 2026</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/4243-กรมส่งเสริมวัฒนธรรม-จับมือ-tga-มอบรางวัล-thai-game-awards-ให้นักพัฒนาเกมคอนเทนต์ไทย-ในงาน-tgf-2026</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/4243-กรมส่งเสริมวัฒนธรรม-จับมือ-tga-มอบรางวัล-thai-game-awards-ให้นักพัฒนาเกมคอนเทนต์ไทย-ในงาน-tgf-2026</guid>
            <pubDate>Tue, 14 Jul 2026 17:03:07 +0700</pubDate>
            <dc:creator>ประพันธ์ สิงห์ชงค์</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผนึกกำลังสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมเกมไทยสู่เวทีโลก จัดงาน Thai Game Festival (TGF 2026) ภายในงานฯ มีการเปิดตัวรางวัล Thai Game Awards 2026...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify">กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผนึกกำลังสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมเกมไทยสู่เวทีโลก จัดงาน Thai Game Festival (TGF 2026) ภายในงานฯ มีการเปิดตัวรางวัล Thai Game Awards 2026 เพื่อมอบให้กับนักพัฒนาเกมคอนเทนต์ไทย รวม 7 สาขา เพื่อยกย่องผู้สร้างสรรค์เกมไทย นักพัฒนาเกม และผลงานคุณภาพในหลากหลายมิติ อาทิ คุณภาพการผลิต, ความคิดสร้างสรรค์, การถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทย, ศักยภาพเชิงพาณิชย์ และแรงบันดาลใจ ฯลฯ โดยงานมอบรางวัลฯ ได้จัดขึ้น ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify"><strong>นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์</strong> รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้เปิดเผยว่า “การจัดงาน Thai Game Festival หรือ TGF 2026 ในปีนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก และบรรลุวัตถุประสงค์ในทุกมิติ โดยเฉพาะปีนี้เป็นการจัดงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและความเข้มแข็งของระบบนิเวศอุตสาหกรรมเกมไทย รวมถึงความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) สถาบันการศึกษา และหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา TGF ได้ทำหน้าที่เป็นเวทีระดับประเทศ ในการบ่มเพาะ เปิดโอกาส และสร้างพื้นที่แสดงศักยภาพให้แก่เยาวชน นักศึกษา นักพัฒนาเกม และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้แสดงความ สามารถอย่างเต็มที่</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">ทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มองว่าเกมไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิง แต่เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของ วัฒนธรรมสร้างสรรค์ (Creative Culture) ที่สามารถนำเรื่องราว วิถีชีวิต ภูมิปัญญา ศิลปะ ประเพณี ตลอดจนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทย มาถ่ายทอดในรูปแบบที่ร่วมสมัย เข้าถึงคนรุ่นใหม่ และสามารถส่งออกคุณค่าสู่สายตาชาวโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญงานนี้ไม่ได้จบลงเพียงแค่การประกวดแข่งขัน หรือการประกาศผลรางวัล แต่สามารถสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่ง ทั้งในด้านการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) การสร้างเครือข่ายพันธมิตร และการเตรียมความพร้อมในการต่อยอดผลงานสร้างสรรค์ ไปสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม”</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">ด้าน <strong>นายกิตติพงศ์ พฤกษอรุณ</strong> นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) ได้กล่าวว่า “Thai Game Awards 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีมอบรางวัล แต่เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเกมไทย และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้พัฒนาเกมไทยได้ก้าวไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ ในระดับสากล โดยในปีนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้พัฒนาและผู้ประกอบการเกมไทย โดยมีผลงานส่งเข้าร่วมการประกวดกว่า 80 ผลงาน สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและศักยภาพของอุตสาหกรรมเกมไทยที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับปีนี้ มีการมอบรางวัลทั้งสิ้น 7 สาขา พร้อมเงินรางวัลรวม 220,000 บาท โดยผลการตัดสินมาจากการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และคณาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษา เพื่อให้การคัดเลือกเป็นไปอย่างรอบด้าน</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">สำหรับผู้ได้รับรางวัลทั้ง 7 สาขา ครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาเกม ในปีนี้คือ 1)รางวัล Best of Narrative &amp; Storytelling Awards (เนื้อเรื่องยอดเยี่ยม) ได้แก่ BlueLine, 2)รางวัล Best of Music &amp; Audio Awards (ดนตรีและเพลงประกอบยอดเยี่ยม) ได้แก่ Lost and Found Co. 3)รางวัล Best of Visual Awards (งานภาพยอดเยี่ยม) ได้แก่ Lost and Found Co. 4)รางวัล Rising Game Developer Awards (ผู้พัฒนาเกมหน้าใหม่ยอดเยี่ยม) ได้แก่ Puni the Florist, 5)รางวัล Best of Game Design Awards (งานออกแบบเกมยอดเยี่ยม) ได้แก่ Lost and Found Co. 6)รางวัล Thai Culture and Creativity Awards (วัฒนธรรมสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ไทยยอดเยี่ยม) ได้แก่ KUUKIYOMI: CONSIDER IT WORLD และ 7)รางวัล Thai Game of the year Awards (เกมไทยยอดเยี่ยมแห่งปี) ได้แก่ Lost and Found Co.</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">หลังจากนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลยังมีโอกาสนำผลงานไปจัดแสดงในพื้นที่ Thai Playvillion ภายในงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 29 ต.ค. – 1 พ.ย. 69 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อแสดงศักยภาพเกมไทยบนเวทีระดับนานาชาติ โดยผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวในการจัดงาน, การมอบรางวัล หรือกิจกรรมอื่นๆ ของทางสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) ได้ที่ Facebook : TGA – Thai Game Software Industry Association หรือโทรศัพท์ 062-7341267 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป</p><p> </p><p>******************</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a55b4e535d96_1784001765.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a55b4e535d96_1784001765.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>บันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพร</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4244-บันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพร-1</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4244-บันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพร-1</guid>
            <pubDate>Tue, 14 Jul 2026 17:03:05 +0700</pubDate>
            <dc:creator>บริษัท ซีเอเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[คณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท ซีเอเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพร เนื่องโนโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ห้องบันทึกเทปโทรทัศน์ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>คณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท ซีเอเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพร เนื่องโนโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ห้องบันทึกเทปโทรทัศน์ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT2HD</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a55e83b23f3e_1784014907.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a55e83b23f3e_1784014907.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>สายคอนเทนต์ห้ามพลาด! VISION HOUSE: CREATIVE SPARK เปิดพื้นที่รวมตัวสายคอนเทนต์ อัปเดตเทรนด์อนาคต</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/4245-สายคอนเทนต์ห้ามพลาด-vision-house-creative-spark-เปิดพื้นที่รวมตัวสายคอนเทนต์-อัปเดตเทรนด์อนาคต</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/4245-สายคอนเทนต์ห้ามพลาด-vision-house-creative-spark-เปิดพื้นที่รวมตัวสายคอนเทนต์-อัปเดตเทรนด์อนาคต</guid>
            <pubDate>Tue, 14 Jul 2026 17:03:04 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Charun Lunsucheep</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[เทนต์ร่วมงานเสวนา "VISION HOUSE: CREATIVE SPARK" อัปเดตเทรนด์อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ยุค AI ที่ต้องผสานความเข้าใจของมนุษย์ (Human-Centric) เจาะลึกอินไซต์ตั้งแต่เทรนด์ซีรีส์สั้น, การทำคอนเทนต์อย่างจริงใจ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>สายคอนเทนต์ห้ามพลาด! VISION HOUSE: CREATIVE SPARK เปิดพื้นที่รวมตัวสายคอนเทนต์ อัปเดตเทรนด์อนาคตยุค AI x มนุษย์</strong></p><p>ในยุคที่เทคโนโลยีและ AI เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตคอนเทนต์ให้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น สิ่งที่คนทำงานสร้างสรรค์ยุคใหม่ต้องตั้งคำถามอาจไม่ใช่แค่การใช้เครื่องมือให้เป็น แต่คือการหาจุดยืนว่า "ความเข้าใจมนุษย์" จะอยู่ตรงไหนในสมการนี้ <em>คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ</em> ได้เปิดพื้นที่เวทีเสวนา <strong>"VISION HOUSE: CREATIVE SPARK: A Human-Centric Synergy of Creativity, Technology, Intelligence &amp; Impact"</strong> เพื่อเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างความรู้และประสบการณ์จริงจากภาคอุตสาหกรรม งานนี้ถูกออกแบบมาเพื่อคนที่สนใจเรื่อง Creator Economy การสื่อสารยุคใหม่ และอนาคตของการใช้ AI ในแวดวงคอนเทนต์ โดยไฮไลต์สำคัญคือการจัดงานในรูปแบบ On-ground เท่านั้น ซึ่งจะไม่มีการถ่ายทอดสดและไม่มีการให้รับชมย้อนหลัง เพื่อรักษาความสดใหม่ของอินไซต์ที่จะเกิดขึ้นเฉพาะในห้องเสวนา</p><p>ไฮไลต์ของงานถูกแบ่งเป็นสองช่วงหลัก เริ่มกันที่ช่วงเช้ากับ <strong>SPARKED VOICES </strong>ที่จะพาไปเจาะลึกอิทธิพลของคอนเทนต์ในยุคนี้ ประเดิมด้วยหัวข้อ <em>"MICRO DRAMA, MACRO IMPACT"</em> ชวนถอดรหัสเทรนด์ซีรีส์และคอนเทนต์สั้นที่กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนระดับมหภาค ผ่านมุมมองของคนทำคอนเทนต์ตัวจริงอย่างคุณนภัสริญญ์ พรหมพิลา จาก Halo Productions คุณสันต์ ศรีแก้วหล่อ ผู้กำกับจากช่อง ONE 31 และดร.จักริน เทพวงค์ ผู้กำกับร่วมซีรีส์ทนายปีศาจ จากนั้นมาต่อกันกับประเด็น "<em>AUTHENTIC CONTENT BY DESIGN: BUILDING TRUST AND SOCIAL ACCOUNTABILITY</em>" ที่ชวนตั้งคำถามถึงความจริงใจและการรับผิดชอบต่อสังคมในการผลิตสื่อ โดยมีนักสร้างสรรค์คอนเทนต์มาร่วมแชร์อินไซต์ ทั้งคุณอิสระ ฮาตะ จาก RUBSARB PRODUCTION นพ.มรรคพร ขัตติยะทองคำ จากช่อง TANG MAKKAPORN และ คุณไทเกอร์ วงศกร เชื้อนิล จากช่อง AMNOTLION</p><p><span>เพิ่มดีกรีความเข้มข้นในช่วงบ่ายกับ</span> <strong>SPARKED FUTURES</strong> ที่โฟกัสเรื่องอนาคตแห่งความคิดสร้างสรรค์แบบจัดเต็ม เปิดเวที<span>กับ</span>คีย์โน้ต "<em>EMPATHY IN ALGORITHMS: HUMAN INSIGHT AT THE HEART OF AI</em>" โดย คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ จาก ทรู คอร์ปอเรชั่น ที่จะมาเล่าถึงการผสานอินไซต์ของมนุษย์เข้ากับโลกของอัลกอริทึมและ AI ตามด้วย <em>"</em><em>HUMAN-CENTRIC SYNERGY HUB: FROM MEMORY, MUSIC &amp; MEANING TO CREATIVE IMPACT</em>" โดย คุณปัณฑพล ประสารราชกิจ จาก บริษัท ครึ่งเก้า จำกัด ที่จะมาโชว์ให้เห็นว่าเราสามารถหยิบเอาความทรงจำและเสียงเพลงมาขับเคลื่อนให้เกิด Creative Impact ได้อย่างไร และปิดท้ายด้วยแนวคิด <em>"BEYOND VIRAL TO SUPERFAN IMPACT"</em> จาก คุณกิตติพัฒน์ จำปา แห่ง MANDEE WORK ที่จะชวนมองข้ามแค่ยอดวิวไวรัล แต่เน้นไปที่การสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืนผ่านคอมมูนิตี้และกลุ่ม Superfan</p><p>ไม่ว่าคุณจะเป็นคนในแวดวงสื่อ การตลาด แพลตฟอร์ม หรือผู้ที่สนใจติดตามความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในยุค AI สามารถเตรียมตัวอัปเดตเทรนด์และเก็บเกี่ยวอินไซต์ได้แบบจัดเต็มที่งาน <strong>VISION HOUSE: CREATIVE SPARK </strong>ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2026 ตั้งแต่เวลา 10:00 - 16:30 น. ณ ห้อง Diamond Hall อาคาร A3 ชั้น 5 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (Main Campus) โดยผู้ที่สนใจสามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านทางเว็บไซต์ Eventpop ที่ <a href="https://www.eventpop.me/s/visionhouse-creativespark2026" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://www.eventpop.me/s/visionhouse-creativespark2026</a> หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง<a href="https://facebook.com/BUCAfanpage" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"> </a><a href="%5Bobject%20Object%5D" rel="noopener noreferrer" target="_blank">Facebook.com/BUCAfanpage</a></p><p><br></p><p>#CreativeSpark2026 #HumanCentricSpark #VisionHouse #นิเทศมอกรุงเทพ</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a55ee6075722_1784016480.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a55ee6075722_1784016480.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>เป็นนายหน้าแพลตฟอร์มไทยด้วย AI ไม่ต้องมีของ ไม่ต้องมีทุน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4205-เปนนายหนาแพลตฟอรมไทยดวย-ai-ไมตองมของ-ไมตองมทน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4205-เปนนายหนาแพลตฟอรมไทยดวย-ai-ไมตองมของ-ไมตองมทน</guid>
            <pubDate>Tue, 14 Jul 2026 11:00:03 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[วิธีเริ่มเป็นนายหน้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มไทย ใช้ AI ช่วยขาย ไม่ต้องสต็อกสินค้า เริ่มได้วันนี้...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายหน้าออนไลน์คือการแนะนำ/ขายสินค้าให้แพลตฟอร์มโดยไม่ต้องซื้อสต็อกมาเก็บเอง แล้วรับค่าคอมมิชชั่นเมื่อขายได้จริง</strong> ปัจจุบันแพลตฟอร์มไทยอย่าง YJmall และ Nex Gen Commerce เปิดระบบนายหน้าให้คนทั่วไปเข้าร่วมได้แล้ว ส่วน Thaimart เตรียมเปิดระบบ Affiliate ในเดือนกันยายน 2569 โดยทุกเจ้ามี AI ที่ช่วยลดภาระงานคอนเทนต์และแชทลูกค้า</p><h2>นายหน้าออนไลน์คืออะไร ทำไมไม่ต้องมีทุน</h2><p>ต่างจากการเปิดร้านขายของที่ต้องซื้อสินค้ามาสต็อกไว้ก่อน บทบาทนายหน้าออนไลน์คือการเป็นตัวกลางแนะนำสินค้าให้คนซื้อ ผ่านลิงก์ คอนเทนต์ หรือการพูดคุยแนะนำ เมื่อมีคนซื้อผ่านช่องทางที่แนะนำ นายหน้าจะได้รับค่าคอมมิชชั่นตามที่ตกลงกับแพลตฟอร์ม โดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่องสต็อกสินค้าค้าง</p><h2>เปรียบเทียบระบบนายหน้า 3 แพลตฟอร์มไทย</h2><div class="overflow-x-auto rounded-lg border border-gray-200"><table class="w-full text-sm border-collapse"><thead><tr class="bg-brand-blue text-white text-left"><th class="px-4 py-3 font-semibold whitespace-nowrap">แพลตฟอร์ม</th><th class="px-4 py-3 font-semibold whitespace-nowrap">รูปแบบนายหน้า</th><th class="px-4 py-3 font-semibold whitespace-nowrap">จุดเด่น</th><th class="px-4 py-3 font-semibold whitespace-nowrap">หมายเหตุ</th></tr></thead><tbody><tr class="bg-white border-t border-gray-100"><td class="px-4 py-3 align-top font-bold text-brand-blue whitespace-nowrap">Thaimart</td><td class="px-4 py-3 align-top">เน้นร้านค้า/แบรนด์เป็นหลัก มีพันธมิตรด้านการกระจายสินค้า</td><td class="px-4 py-3 align-top">ของแท้ 100%, GP 0% ปีแรก</td><td class="px-4 py-3 align-top">เปิดตัว 7 ก.ค. 2569 · GP ปีที่ 2-4 ขยับเป็น 5%/8%/10% · ระบบนายหน้า/Affiliate เปิด ก.ย. 2569</td></tr><tr class="bg-gray-50 border-t border-gray-100"><td class="px-4 py-3 align-top font-bold text-brand-blue whitespace-nowrap">YJmall Shop</td><td class="px-4 py-3 align-top">ออกแบบมาเพื่อบทบาทนายหน้าโดยเฉพาะ</td><td class="px-4 py-3 align-top">มี AI ช่วยขาย, ระบบง่ายสำหรับมือใหม่</td><td class="px-4 py-3 align-top">เปิดรับสมัครนายหน้าแล้ว สมัครฟรี (aff.yjmallshop.com)</td></tr><tr class="bg-white border-t border-gray-100"><td class="px-4 py-3 align-top font-bold text-brand-blue whitespace-nowrap">Nex Gen Commerce</td><td class="px-4 py-3 align-top">มีโปรแกรม Affiliate ชัดเจน รองรับ B2B2C</td><td class="px-4 py-3 align-top">GP เพียง 1% เปิดร้านฟรี มี e-Tax invoice</td><td class="px-4 py-3 align-top">เหมาะกับสายที่อยากขายให้ธุรกิจ/ผู้ประกอบการด้วย</td></tr></tbody></table></div><p>&gt; ⚠️ เงื่อนไขค่าคอมมิชชั่น อัตรา GP และรายละเอียดการสมัครนายหน้าของแต่ละแพลตฟอร์มอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบจากหน้าทางการของแต่ละแพลตฟอร์มก่อนตัดสินใจทุกครั้ง</p><h2>ขั้นตอนสมัครแบบละเอียด</h2><ol><li><strong>เลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับสินค้า/กลุ่มลูกค้าที่ถนัด</strong> — ถ้าอยากเริ่มเป็นนายหน้าทันทีเลือก YJmall (ของใช้ทั่วไป) หรือ Nex Gen Commerce (เน้นขายให้ธุรกิจ) ส่วน Thaimart ระบบนายหน้าจะเปิด ก.ย. 2569</li><li><strong>ลงทะเบียนสมัครเป็นนายหน้า/พาร์ตเนอร์</strong> ผ่านเว็บไซต์หรือแอปของแพลตฟอร์ม กรอกข้อมูลติดต่อและช่องทางรับเงิน</li><li><strong>เลือกสินค้าที่จะแนะนำ</strong> เริ่มจากหมวดที่คุ้นเคยหรือมีความต้องการสูงในตลาด</li><li><strong>สร้างคอนเทนต์แนะนำสินค้า</strong> ใช้ AI ช่วยร่างคำอธิบาย รีวิว หรือแคปชั่น</li><li><strong>แชร์ลิงก์/แนะนำผ่านช่องทางที่มี</strong> เช่น Facebook, LINE, TikTok</li><li><strong>ติดตามยอดขายและค่าคอมมิชชั่น</strong> ผ่านระบบหลังบ้านของแพลตฟอร์ม</li></ol><h2>ใช้ AI ช่วยตรงไหนบ้างในบทบาทนายหน้า</h2><ul><li><strong>เขียนคอนเทนต์รีวิว/แคปชั่น</strong> ให้ AI ร่างเนื้อหาเบื้องต้นแล้วปรับสำนวนให้เป็นธรรมชาติ</li><li><strong>ตอบคำถามลูกค้าเบื้องต้น</strong> ใช้ AI chatbot ตอบคำถามพื้นฐานก่อนส่งต่อเคสที่ซับซ้อนให้ตัวเอง</li><li><strong>วิเคราะห์ช่วงเวลาที่คนซื้อเยอะ</strong> เพื่อโพสต์คอนเทนต์ให้ตรงจังหวะ</li><li><strong>แปลภาษาหรือปรับสำนวน</strong> ให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย</li></ul><h2>ข้อควรระวัง</h2><ul><li><strong>ตรวจสอบว่าสินค้าเป็นของแท้และถูกกฎหมาย</strong> ก่อนแนะนำ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของตัวเอง</li><li><strong>อ่านเงื่อนไขค่าคอมมิชชั่นให้ละเอียด</strong> เพราะแพลตฟอร์มใหม่อาจปรับเงื่อนไขในอนาคต</li><li><strong>ระวังการโดนหลอกจากเพจ/บัญชีปลอมที่แอบอ้างชื่อแพลตฟอร์ม</strong> ควรสมัครผ่านช่องทางทางการเท่านั้น</li><li><strong>อย่าผูกรายได้กับแพลตฟอร์มเดียว</strong> เพื่อกระจายความเสี่ยงหากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย</li></ul><h2>สรุป</h2><p>การเป็นนายหน้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มไทยคือช่องทางที่เริ่มได้จริงโดยไม่ต้องมีทุนซื้อสินค้า อาศัยเพียงเวลาและการใช้ AI ช่วยลดภาระงานคอนเทนต์และแชท เหมาะเป็นก้าวแรกของอาชีพที่ 2 สำหรับคนที่มีงานประจำอยู่แล้ว</p><h2>บทความที่เกี่ยวข้อง</h2><ul><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4203-%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%A2-ai-%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%94" rel="noopener noreferrer" target="_blank">สร้างรายได้เสริมด้วย AI + แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทย มือใหม่ทำได้</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4207-%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B8%A8-%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99-%E0%B9%83%E0%B8%8A-ai-%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81" rel="noopener noreferrer" target="_blank">จากพนักงานออฟฟิศ สู่นายหน้าออนไลน์ ใช้ AI ช่วยขาย ได้เงินโดยไม่ต้องลาออก</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f16a9b85f8_1783568041.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f16a9b85f8_1783568041.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>จาก &quot;กลัว AI แย่งงาน&quot; สู่ &quot;ใช้ AI หาเงิน&quot; เทรนด์อาชีพที่ 2 ของคนไทย</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4204-จาก-กลว-ai-แยงงาน-ส-ใช-ai-หาเงน-เทรนดอาชพท-2-ของคนไทย</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4204-จาก-กลว-ai-แยงงาน-ส-ใช-ai-หาเงน-เทรนดอาชพท-2-ของคนไทย</guid>
            <pubDate>Tue, 14 Jul 2026 02:00:04 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[เปิดเทรนด์คนไทยยุคใหม่ที่เปลี่ยนความกลัว AI ให้เป็นโอกาสหารายได้เสริม พร้อมข้อมูลตลาดล่าสุด...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปี 2569 เป็นจุดเปลี่ยนที่ชัดเจนของคนทำงานไทย: จากที่เคยกังวลว่า AI จะแย่งงาน มาสู่การเรียนรู้ใช้ AI เป็นเครื่องมือหารายได้เสริม</strong> เทรนด์นี้เติบโตควบคู่ไปกับการเปิดตัวแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยหลายเจ้าที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปเข้าร่วมเป็นนายหน้าได้ง่ายขึ้น</p><h2>เทรนด์ที่เปลี่ยนไปในรอบปี — จากกลัวสู่ลงมือทำ</h2><p>ช่วงต้นปีที่ผ่านมา คำค้นหาและการพูดคุยเรื่อง AI แย่งงานเต็มไปด้วยความกังวล แต่เมื่อเวลาผ่านไป บทสนทนาเริ่มเปลี่ยนทิศทางไปสู่คำถามที่จับต้องได้มากขึ้น เช่น "ใช้ AI หาเงินยังไง" หรือ "อาชีพเสริมด้วย AI มีอะไรบ้าง" สะท้อนว่าคนไทยจำนวนมากเริ่มปรับ mindset จากการตั้งรับสู่การลงมือทำ</p><h2>ข้อมูลตลาดอีคอมเมิร์ซไทยที่หนุนเทรนด์นี้</h2><p>ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยปี 2569 มีมูลค่าประมาณ 1.15 ล้านล้านบาท เติบโตราว 7% จากปีก่อนหน้า โดยเทรนด์อย่าง Affiliate Marketing และ Instant Commerce กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญของการสร้างยอดขายแบบ Performance-based มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศนี้ผ่านบทบาทนายหน้าออนไลน์</p><p>ในเวลาเดียวกัน ตลาดแรงงานไทยก็เผชิญแรงกดดันจาก AI จริง โดยหน่วยงานภาครัฐเตือนว่าแรงงานหลักล้านคนมีความเสี่ยงตกงาน ขณะที่แรงงานไทยส่วนใหญ่กลับเลือกปรับตัวด้วยการใช้ Generative AI ในการทำงานอยู่แล้วกว่าครึ่ง ปัจจัยทั้งสองด้านนี้ผลักดันให้แนวคิด "อาชีพที่ 2 ด้วย AI" กลายเป็นทางออกที่คนจำนวนมากเริ่มให้ความสนใจจริงจัง</p><h2>แพลตฟอร์มไทยหน้าใหม่ที่ตอบรับเทรนด์นี้</h2><ul><li><strong>Thaimart</strong> เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 7 กรกฎาคม 2569 ชูจุดขายค่า GP 0% ในปีแรก (ปีถัดไปขยับเป็น 5%/8%/10%) มีร้านค้าเข้าร่วมแล้วราว 15,000 ราย และเตรียมเปิดระบบ Affiliate ในเดือนกันยายน 2569</li><li><strong>YJmall Shop</strong> วางตัวเองเป็นแพลตฟอร์มที่เน้นระบบนายหน้าโดยเฉพาะ พร้อมชูจุดขายเรื่องการใช้ AI ช่วยขาย</li><li><strong>Nex Gen Commerce</strong> โดย INET เปิดโปรแกรม Affiliate ให้ประชาชนทั่วไปหารายได้เสริมได้ พร้อมระบบรองรับทั้ง B2B และ B2C</li></ul><p>การที่แพลตฟอร์มเหล่านี้เปิดตัวพร้อมกันในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน สะท้อนว่าตลาดกำลังมองเห็นโอกาสจากคนที่อยากมีรายได้เสริม และ AI คือเครื่องมือสำคัญที่ทำให้การเข้าร่วมง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก</p><h2>คนไทยกลุ่มไหนกำลังทำเทรนด์นี้อยู่</h2><p>จากลักษณะของแพลตฟอร์มและคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง กลุ่มที่ให้ความสนใจเทรนด์นี้มากที่สุดคือมนุษย์เงินเดือนที่มีความกังวลเรื่องความมั่นคงในงาน รวมถึงกลุ่มที่มีช่องทางโซเชียลมีเดียอยู่แล้วและอยากต่อยอดเป็นรายได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีมาก่อน เพราะ AI ช่วยลดช่องว่างทักษะให้แคบลง</p><h2>สรุป</h2><p>เทรนด์ "จากกลัว AI สู่ใช้ AI หาเงิน" ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่สะท้อนการปรับตัวที่จำเป็นของคนทำงานไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ การเข้าใจทั้งความเสี่ยงและโอกาสไปพร้อมกัน คือกุญแจสำคัญของการอยู่รอดและเติบโตในยุค AI</p><h2>บทความที่เกี่ยวข้อง</h2><ul><li><a href="https://prnewsplus.com/technology/4196-%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%95%E0%B8%8A-ai-%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%9B-2569" rel="noopener noreferrer" target="_blank">สถิติชี้ AI แย่งงานคนไทยกี่เปอร์เซ็นต์ปี 2569</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/technology/4198-ai-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%99-%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%97-2-%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%87" rel="noopener noreferrer" target="_blank">AI ไม่ได้แย่งงาน แต่คือเครื่องมือหาเงิน ไอเดียอาชีพที่ 2 ที่ทำได้จริง</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f16fc39dcf_1783568124.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f16fc39dcf_1783568124.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>สกินโนวา ผนึกกำลังสมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย สนับสนุนวงการกีฬาไทย พร้อมเดินหน้า CSR</title>
            <link>https://prnewsplus.com/csr/4241-สกินโนวา-ผนึกกำลังสมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย-สนับสนุนวงการกีฬาไทย-พร้อมเดินหน้า-csr</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/csr/4241-สกินโนวา-ผนึกกำลังสมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย-สนับสนุนวงการกีฬาไทย-พร้อมเดินหน้า-csr</guid>
            <pubDate>Mon, 13 Jul 2026 21:31:04 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Chaipanitnunt Kitmog</dc:creator>
            <category>กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)</category>
            <description><![CDATA[สกินโนวา ผนึกกำลังสมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย สนับสนุนวงการกีฬาไทย พร้อมเดินหน้ากิจกรรม CSR ส่งมอบ Heliocare และองค์ความรู้ด้านการปกป้องผิวสู่เยาวชน...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท สกินโนวา จำกัด</strong><span> ผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เวชสำอางและนวัตกรรมทางการแพทย์ชั้นนำ เดินหน้าสานต่อพันธกิจในการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนไทย ผ่านความร่วมมือกับ สมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย โดยสนับสนุนการแข่งขันกีฬา พร้อมดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการปกป้องผิวจากแสงแดดแก่ทั้งนักกีฬา เยาวชน และประชาชนที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง</span></p><p><br></p><p><span>บริษัทฯ ได้ร่วมเป็นผู้สนับสนุน การแข่งขันกีฬาโรลเลอร์สกีชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 ครั้งที่ 9 (Thailand National Championship 2026) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–5 กรกฎาคม 2569 ณ สนามแก่งกระจาน-</span></p><p><span>เซอร์กิต จังหวัดเพชรบุรี เพื่อร่วมส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาไทย สนับสนุนการแข่งขันกีฬามาตรฐานระดับประเทศ และผลักดันการเติบโตของกีฬาโรลเลอร์สกีในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง</span></p><p><br></p><p><span>ภายในพิธีเปิดการแข่งขัน </span><strong><em>ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ นายกสมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย </em></strong><span>เป็นผู้รับมอบของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์ Heliocare จาก นายไชยพนิตนันท์ กิจโมกข์ ผู้จัดการด้านลูกค้ารายใหญ่และภาพลักษณ์องค์กร บริษัท สกินโนวา จำกัด เพื่อสนับสนุนคณะกรรมการจัดการแข่งขัน เจ้าหน้าที่ และนักกีฬาที่</span>เข้าร่วมการแข่งขัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพผิวของผู้ที่ต้องปฏิบัติงานและแข่งขันกลางแจ้งเป็นเวลานาน</p><p><br></p><p><span>ภายในงาน บริษัทฯ ยังได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายของแสงแดดและรังสีที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นรังสี UVA, UVB, Visible Light และ Infrared-A พร้อมแนะนำแนวทางการปกป้องผิวอย่างถูกต้อง ทั้งการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด การทาครีมกันแดดอย่างมีประสิทธิภาพ และการป้องกันผิวด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสม โดยผู้เข้าร่วมงานยังได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ Heliocare เพื่อสัมผัสประสิทธิภาพของนวัตกรรมการปกป้องผิวที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล</span></p><p><br></p><p><span>ต่อเนื่องจากการสนับสนุนการแข่งขัน บริษัทฯ ร่วมกับ สมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย นำโดย </span><strong><em>นายไชยพนิตนันท์ กิจโมกข์ ผู้จัดการด้านลูกค้ารายใหญ่และภาพลักษณ์องค์กร บริษัท สกินโนวา จำกัด และ คุณปิยะพงษ์ วงศ์ปิยะกุล กรรมการสมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย</em></strong><span> ลงพื้นที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ส่งมอบผลิตภัณฑ์ Heliocare พร้อมจัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านการปกป้องผิวแก่โรงเรียนในจังหวัดเพชรบุรี เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนสามารถดูแลสุขภาพผิวได้อย่างถูกต้องตั้งแต่วัยเรียน</span></p><p><br></p><p><span>กิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วยการส่งมอบผลิตภัณฑ์แก่ โรงเรียนแก่งกระจานวิทยา โดยมี นายปฐมพงษ์ เอื้ออวยพร รองผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนแก่งกระจานวิทยา เป็นผู้แทนรับมอบ และการส่งมอบแก่ โรงเรียนบ้านหนองสะแก เพื่อนำไปใช้ดูแลสุขภาพผิวของนักเรียนและบุคลากรที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นประจำ ภายในกิจกรรม บริษัทฯ ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับอันตรายของรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ผลกระทบของแสงแดดต่อสุขภาพผิว วิธีการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดอย่างเหมาะสม การทาครีมกันแดดอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการใช้หมวก เสื้อแขนยาว และแว่นกันแดด เพื่อป้องกันผิวจากแสงแดดและลดความเสี่ยงของความเสียหายสะสมของผิวในระยะยาว</span></p><p><br></p><p><strong><em>เภสัชกรหญิง สิริมาส ศรีวัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สกินโนวา จำกัด </em></strong><span>กล่าวว่า</span></p><p><em>"แสงแดดเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผิวสามารถป้องกันได้ หากทุกคนมีความรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องผิวอย่างถูกวิธี ปัจจุบันคนไทยจำนวนมากยังคงเผชิญความเสี่ยงจากรังสี UVA, UVB รวมถึง Visible Light และ Infrared-A โดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจสะสมจนก่อให้เกิดปัญหาผิว ความร่วงโรยก่อนวัย และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคผิวหนังในระยะยาวสกินโนวาเชื่อว่าการสร้างความรู้เป็นจุดเริ่มต้นของการป้องกันที่ยั่งยืน เพราะการดูแลสุขภาพผิวไม่ใช่เรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของสุขภาพและคุณภาพชีวิตของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา เด็ก เยาวชน หรือผู้ที่ต้องใช้ชีวิตกลางแจ้งในทุกอาชีพ ความร่วมมือกับสมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายมากกว่าการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ แต่คือการส่งต่อองค์ความรู้ที่ถูกต้อง สร้างความตระหนัก และปลูกฝังพฤติกรรมการปกป้องผิวตั้งแต่วัยเยาว์ เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิต ทำงาน และเล่นกีฬาได้อย่างมั่นใจภายใต้การดูแลสุขภาพผิวที่เหมาะสม</em></p><p><em>เรามุ่งมั่นที่จะนำนวัตกรรมด้านการปกป้องผิวที่มีงานวิจัยรองรับในระดับสากล ควบคู่กับการทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และสร้างสังคมที่เห็นคุณค่าของการป้องกันสุขภาพผิวอย่างแท้จริง เพราะเราเชื่อว่า 'การป้องกันที่ดีที่สุด คือการเริ่มต้นดูแลตั้งแต่วันนี้'"</em></p><p><br></p><p><strong><em>Heliocare เป็นผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดจากประเทศสเปนที่ได้รับความไว้วางใจจากแพทย์ผิวหนังทั่วโลก</em></strong><span> โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Fernblock® สารสกัดจากเฟิร์นเขตร้อนที่ผ่านงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA, UVB, Visible Light และ Infrared-A พร้อมช่วยลดผลกระทบจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของความเสื่อมสภาพของผิวจากแสงแดด</span></p><p><br></p><p><strong>บริษัท สกินโนวา จำกัด</strong><span> ยังคงมุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมควบคู่กับการสนับสนุนวงการกีฬาไทย โดยผสานองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพผิวเข้ากับนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงการป้องกันและดูแลสุขภาพผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาวงการกีฬาไทยอย่างยั่งยืน</span></p><p><br></p><p><span>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน</span></p><p><span>นายไชยพนิตนันท์ กิจโมกข์   ผู้จัดการด้านลูกค้ารายใหญ่และภาพลักษณ์องค์กร</span></p><p><span>บริษัท สกินโนวา จำกัด  E-mail: </span><a href="mailto:kam.skinova@gmail.com" rel="noopener noreferrer" target="_blank">kam.skinova@gmail.com</a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a54ad633bc08_1783934307.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a54ad633bc08_1783934307.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ฟิวชั่น โซลูชั่น เปิด Cyber Defense War Room เสริมความพร้อมองค์กรรับมือความ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/4239-ฟิวชั่น-โซลูชั่น-เปิด-cyber-defense-war-room-เสริมความพร้อมองค์กรรับมือความ</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/4239-ฟิวชั่น-โซลูชั่น-เปิด-cyber-defense-war-room-เสริมความพร้อมองค์กรรับมือความ</guid>
            <pubDate>Mon, 13 Jul 2026 13:50:09 +0700</pubDate>
            <dc:creator>บริษัท ฟิวชั่น โซลูชั่น จำกัด</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[ฟิวชั่น โซลูชั่น ร่วมกับ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จัดงาน Enterprise Cyber Defense Lab จำลองสถานการณ์การโจมตีไซเบอร์จริง เพื่อให้องค์กรเรียนรู้แนวทางป้องกันและรับมืออย่างเป็นระบบก่อนเกิดเหตุ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify">นายศุภกิจ ยงวิทิตสถิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิวชั่น โซลูชั่น จำกัด กล่าวว่า “วันนี้ความเสี่ยงด้าน Cybersecurity ไม่ได้มาจากแฮกเกอร์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เกิดจากข้อมูลที่ถูกแชร์ผิดที่ การใช้งาน AI โดยขาดแนวทางกำกับดูแลที่เหมาะสม รวมถึงพฤติกรรมของผู้ใช้งานภายในองค์กร ในยุคที่ข้อมูลกลายเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด ข้อมูลก็กลายเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดของภัยคุกคามเช่นกัน องค์กรจึงต้องสร้างความพร้อมทั้งด้านคน กระบวนการ และเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถใช้ AI ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย”</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">ไฮไลต์ของงานคือการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ผ่าน Hands-on Lab และ Cyber Defense War Room ที่จำลองสถานการณ์การโจมตีไซเบอร์ใกล้เคียงกับเหตุการณ์จริง เพื่อให้ผู้บริหาร ทีม IT และผู้ดูแลข้อมูลขององค์กร เข้าใจผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมฝึกวางแผนรับมือและตอบสนองต่อเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ เนื้อหาภายในงานครอบคลุมประเด็นสำคัญขององค์กรในยุค AI ทั้งด้าน Data Protection &amp; Insider Risk การบริหารความเสี่ยงจากพฤติกรรมภายใน การปกป้องข้อมูลสำคัญผ่าน Microsoft Defender Threat Protection ภายใต้แนวคิด Zero Trust Security และ XDR ตลอดจนแนวทางการกำกับดูแลการใช้งาน AI อย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันข้อมูลสำคัญรั่วไหลออกนอกองค์กร</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">การจัดงานครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ ฟิวชั่น โซลูชั่น ที่มองว่า Cybersecurity ในยุค AI ไม่ใช่เพียงเรื่องของการป้องกันการโจมตี แต่คือการปกป้องข้อมูลซึ่งเป็นสินทรัพย์สำคัญขององค์กร องค์กรที่พร้อมในอนาคตจึงไม่ใช่ผู้ที่มีเครื่องมือมากที่สุด แต่คือผู้ที่สามารถมองเห็นความเสี่ยง เข้าใจข้อมูลของตนเอง และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างเป็นระบบ</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">ติดตามกิจกรรมของ ฟิวชั่น โซลูชั่น ได้ที่ www.fusionsol.com</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a54458caaad8_1783907724.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a54458caaad8_1783907724.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>สร้างรายได้เสริมด้วย AI + แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทย มือใหม่ทำได้</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4203-สรางรายไดเสรมดวย-ai-แพลตฟอรมอคอมเมรซไทย-มอใหมทำได</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4203-สรางรายไดเสรมดวย-ai-แพลตฟอรมอคอมเมรซไทย-มอใหมทำได</guid>
            <pubDate>Mon, 13 Jul 2026 11:00:03 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[แนวทางสร้างรายได้เสริมจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทยด้วย AI สำหรับมือใหม่ เริ่มต้นแบบไม่มีพื้นฐาน...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>คนที่ไม่มีพื้นฐานด้านการขายหรือเทคโนโลยีก็เริ่มสร้างรายได้เสริมผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทยได้ โดยใช้ AI ช่วยในจุดที่เคยเป็นอุปสรรค</strong> เช่น การเขียนคอนเทนต์ ตอบแชท และวิเคราะห์สินค้าที่น่าจะขายดี บทความนี้สรุปขั้นตอนเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ 100%</p><h2>ทำไมมือใหม่เริ่มได้จริง ไม่ต้องมีพื้นฐาน</h2><p>เมื่อก่อนการขายของออนไลน์ต้องมีทักษะถ่ายรูป เขียนคำโฆษณา และตอบแชทลูกค้าตลอดเวลา ซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับคนที่มีงานประจำอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ AI เข้ามาช่วยลดภาระงานเหล่านี้ได้มาก ทำให้จุดเริ่มต้นของมือใหม่กับคนที่มีประสบการณ์ไม่ต่างกันมากเท่าเดิม</p><h2>ปัจจัยที่มีผลต่อรายได้</h2><p>รายได้จากการเป็นนายหน้าออนไลน์ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน:</p><ul><li><strong>เวลาที่ใช้ต่อสัปดาห์</strong> — ยิ่งทำสม่ำเสมอ ยิ่งมีโอกาสเห็นผลเร็วขึ้น</li><li><strong>จำนวนแพลตฟอร์มที่ทำพร้อมกัน</strong> — การกระจายไปหลายช่องทางช่วยเพิ่มโอกาส แต่ก็ต้องบริหารเวลาให้ดี</li><li><strong>ประเภทสินค้าและกลุ่มลูกค้า</strong> — สินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการจริงมักขายง่ายกว่า</li><li><strong>คุณภาพคอนเทนต์และความสม่ำเสมอ</strong> — แม้ AI จะช่วยร่างให้ แต่การปรับให้เป็นธรรมชาติและตรงกลุ่มเป้าหมายยังสำคัญ</li></ul><p>เพราะปัจจัยเหล่านี้แตกต่างกันในแต่ละคน บทความนี้จึงไม่ระบุตัวเลขรายได้ที่แน่นอน แนะนำให้เริ่มทดลองและวัดผลจริงจากสถานการณ์ของตัวเองมากกว่าการตั้งเป้าตามตัวเลขที่เห็นจากที่อื่น</p><h2>ขั้นตอนเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ 100%</h2><ol><li><strong>เลือกแพลตฟอร์ม 1-2 เจ้าก่อน</strong> ไม่ต้องเริ่มทุกที่พร้อมกัน</li><li><strong>เลือกหมวดสินค้าที่ตัวเองสนใจหรือใช้เป็นประจำ</strong> จะเขียนคอนเทนต์ได้เป็นธรรมชาติกว่า</li><li><strong>ใช้ AI ช่วยร่างคอนเทนต์แนะนำสินค้าชิ้นแรก</strong> แล้วปรับสำนวนให้เป็นตัวเอง</li><li><strong>โพสต์และติดตามผลตอบรับ</strong> ดูว่าคอนเทนต์แบบไหนมีคนสนใจมากกว่า</li><li><strong>ปรับปรุงและทำซ้ำอย่างสม่ำเสมอ</strong> อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง</li></ol><h2>เครื่องมือ AI ที่ช่วยได้</h2><ul><li><strong>เครื่องมือช่วยเขียนคอนเทนต์</strong> สำหรับร่างคำโฆษณา แคปชั่น หรือคำอธิบายสินค้า</li><li><strong>เครื่องมือสร้าง/ปรับแต่งภาพสินค้า</strong> ให้ดูน่าสนใจโดยไม่ต้องมีทักษะกราฟิก</li><li><strong>Chatbot พื้นฐาน</strong> สำหรับตอบคำถามที่ลูกค้าถามซ้ำๆ บ่อยที่สุด</li></ul><h2>เคสตัวอย่าง (สมมติเพื่อความเข้าใจ)</h2><p>*ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นสถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายแนวทาง ไม่ใช่ข้อมูลรายได้จริงที่ยืนยันได้*</p><p>พนักงานออฟฟิศคนหนึ่งเริ่มทดลองแนะนำสินค้าของใช้ในบ้านผ่านโซเชียลมีเดียหลังเลิกงาน ใช้ AI ช่วยร่างคอนเทนต์และตอบคำถามเบื้องต้น ทำต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ก่อนเริ่มเห็นยอดขายที่สม่ำเสมอ กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าความสม่ำเสมอสำคัญกว่าการรีบเร่งหวังผลเร็ว</p><h2>สรุป</h2><p>การสร้างรายได้เสริมด้วย AI ผ่านแพลตฟอร์มไทยเปิดโอกาสให้มือใหม่เริ่มได้จริง แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอและปัจจัยส่วนบุคคล ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว การเริ่มต้นทดลองและปรับปรุงไปเรื่อยๆ คือแนวทางที่ยั่งยืนกว่าการหวังรายได้ก้อนใหญ่ในทันที</p><h2>บทความที่เกี่ยวข้อง</h2><ul><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4205-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%A2-ai-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%99" rel="noopener noreferrer" target="_blank">เป็นนายหน้าแพลตฟอร์มไทยด้วย AI ไม่ต้องมีของ ไม่ต้องมีทุน</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4200-%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1-7-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%A2-ai-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" rel="noopener noreferrer" target="_blank">รวม 7 อาชีพเสริมทำเงินด้วย AI หลังเลิกงาน</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f16d1bfa5b_1783568081.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f16d1bfa5b_1783568081.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>วิธีดูแลแผลผ่าตัดบริเวณไรผมและการลดอาการบวมช้ำหลังดึงหน้า endotine</title>
            <link>https://prnewsplus.com/health/4240-วิธีดูแลแผลผ่าตัดบริเวณไรผมและการลดอาการบวมช้ำหลังดึงหน้า-endotine</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/health/4240-วิธีดูแลแผลผ่าตัดบริเวณไรผมและการลดอาการบวมช้ำหลังดึงหน้า-endotine</guid>
            <pubDate>Mon, 13 Jul 2026 10:47:55 +0700</pubDate>
            <dc:creator>sirada siripongwattana</dc:creator>
            <category>สุขภาพ / ความงาม</category>
            <description><![CDATA[การศัลยกรรมยกกระชับใบหน้าส่วนบนและส่วนกลางด้วยวัสดุหมุดยึดโครงสร้างผิวหนังหรือที่รู้จักกันในชื่อ endotine เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเนื่องจากสามารถซ่อนแผลผ่าตัดไว้บริเวณแนวไรผมได้อย่างแนบเนียน อย่างไรก...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>การศัลยกรรมยกกระชับใบหน้าส่วนบนและส่วนกลางด้วยวัสดุหมุดยึดโครงสร้างผิวหนังหรือที่รู้จักกันในชื่อ <a href="https://www.issaveeclinic.com/service/%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%87/endotine-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B9%8C-%E0%B8%94%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%A7-%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B8%81-%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%81" rel="noopener noreferrer" target="_blank">endotine</a> เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเนื่องจากสามารถซ่อนแผลผ่าตัดไว้บริเวณแนวไรผมได้อย่างแนบเนียน อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ความสวยงามในระยะยาวไม่ได้ขึ้นอยู่กับขั้นตอนในห้องผ่าตัดเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงกระบวนการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ การดูแลแผลบริเวณไรผมอย่างถูกวิธี และการควบคุมอาการบวมช้ำในช่วงสัปดาห์แรก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผิวสมานตัวได้ดีและป้องกันการเกิดแผลเป็นนูน</p><p><br></p><h2>การดูแลรักษาความสะอาดแผลผ่าตัดบริเวณไรผม</h2><p><br></p><p>เนื่องจากแผลผ่าตัดของการ <a href="https://www.issaveeclinic.com/service/%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%87/endotine-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B9%8C-%E0%B8%94%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%A7-%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B8%81-%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%81" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">ดึงหน้า endotine</a> จะถูกซ่อนอยู่ตามแนวไรผมหลังเส้นผม ทำให้การดูแลความสะอาดมีความซับซ้อนกว่าแผลผ่าตัดในบริเวณผิวหนังเรียบ คนไข้จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการสะสมของคราบเลือดและสิ่งสกปรกที่อาจนำไปสู่การติดเชื้อ</p><p><br></p><p>ในช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรกหลังการผ่าตัด ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้แผลถูกน้ำโดยเด็ดขาดตามคำแนะนำของแพทย์ เมื่อพ้นระยะนี้และได้รับอนุญาตให้สระผมได้ ควรเลือกใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนสำหรับเด็กหรือสูตรที่ไม่มีสารเคมีรุนแรง โดยใช้น้ำอุณหภูมิปกติหรือน้ำอุ่นแกมเย็น ไม่ควรอ้าปากกว้างหรือก้มศีรษะลงต่ำในขณะสระผมเพื่อป้องกันแรงดันเลือดที่อาจทำให้แผลปริ</p><p><br></p><p>ขั้นตอนการสระผมควรทำด้วยความเบามืออย่างที่สุด โดยใช้วิธีลูบฟองแชมพูผ่านบริเวณแผล ห้ามเกาหรือขยี้เด็ดขาด หลังจากสระผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องรีบเป่าผมให้แห้งสนิทด้วยลมเย็นจากไดร์เป่าผม การปล่อยให้แผลบริเวณไรผมอับชื้นเป็นเวลานานจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบและการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย จากนั้นจึงใช้สำลีชุบน้ำเกลือทางการแพทย์เช็ดทำความสะอาดรอบแผลเบา ๆ แล้วทายาฆ่าเชื้อตามที่แพทย์สั่ง</p><p><br></p><h2>เทคนิคการลดอาการบวมช้ำอย่างมีประสิทธิภาพ</h2><p><br></p><p>อาการบวมช้ำและรู้สึกตึงบริเวณใบหน้าเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายหลังจากเนื้อเยื่อภายในถูกรบกวนจากการใส่หมุด endotine โดยอาการบวมจะขึ้นสู่จุดสูงสุดในช่วงวันที่ 2 ถึงวันที่ 3 หลังการผ่าตัด ก่อนจะค่อย ๆ ลดลงตามลำดับ การจัดการอาการบวมอย่างถูกวิธีจะช่วยให้คนไข้ฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>การประคบเย็นเป็นหัวใจสำคัญในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ควรใช้เจลประคบเย็นหรือผ้าห่อประคบเบา ๆ บริเวณรอบดวงตา แก้ม หรือหน้าผาก แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้กดทับลงบนตำแหน่งที่มีการปักหมุด endotine โดยตรงเพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของวัสดุ การประคบเย็นจะช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ลดการซึมของเลือดและน้ำเหลืองใต้ผิวหนัง หลังจากผ่าน 72 ชั่วโมงไปแล้ว หากยังมีรอยเขียวช้ำ ให้เปลี่ยนมาเป็นการประคบอุ่นเพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตและช่วยให้ร่างกายดูดซึมลิ่มเลือดเก่ากลับไปได้เร็วขึ้น</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ ท่านอนก็มีส่วนสำคัญต่อการลดบวม คนไข้ควรนอนหงายและหนุนหมอนให้ศีรษะอยู่สูงกว่าระดับหน้าอกอย่างน้อย 30 องศาในช่วง 1 ถึง 2 สัปดาห์แรก เพื่ออาศัยแรงโน้มถ่วงในการช่วยระบายของเหลวออกจากใบหน้า และควรงดการนอนตะแคงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแรงกดทับที่ใบหน้าข้างใดข้างหนึ่งรวมถึงลดการเสียดสีของแผลบริเวณไรผม</p><p><br></p><h2>ข้อควรระวังและพฤติกรรมที่ต้องหลีกเลี่ยง</h2><p><br></p><p>ในระหว่างกระบวนการฟื้นตัวจากการดึงหน้า endotine มีพฤติกรรมหลายประการที่คนไข้จำเป็นต้องควบคุมอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อแผลและวัสดุยึดเกาะใต้ผิว</p><p><br></p><p>การงดอาหารที่มีโซเดียมสูง อาหารหมักดอง และอาหารรสจัด เป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากสารอาหารเหล่านี้มีส่วนทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำมากขึ้นและส่งผลให้ใบหน้าบวมส่วนเกิน ยิ่งไปกว่านั้น ต้องงดการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 ถึง 4 สัปดาห์ เนื่องจากนิโคตินและแอลกอฮอล์จะขัดขวางการลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงบาดแผล ทำให้แผลหายช้าลงและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดเนื้อตายบริเวณขอบแผล</p><p><br></p><p>ในส่วนของการดูแลเส้นผม ควรงดการทำสีผม ดัดผม หรือยืดผม เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ถึง 2 เดือนหลังการดึงหน้า endotine เพื่อป้องกันไม่ให้สารเคมีรุนแรงเข้าไปสัมผัสกับแผลผ่าตัดที่ยังปิดสนิทไม่ดี รวมถึงงดการออกกำลังกายหนักหรือการยกของหนักที่ต้องออกแรงเบ่ง เพราะจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นจนอาจเกิดภาวะเลือดออกใต้ผิวหนังในภายหลังได้</p><p><br></p><p>การดูแลตนเองอย่างมีวินัยหลังการผ่าตัดดึงหน้าด้วยวัสดุ endotine ถือเป็นปัจจัยกำหนดความสำเร็จของผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนาน สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการรักษา เทคนิคการซ่อนแผล ตลอดจนแนวทางการดูแลฟื้นฟูผิวอย่างละเอียดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง สามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลและขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่สถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานอย่าง <a href="https://www.issaveeclinic.com/service/%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%87/endotine-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B9%8C-%E0%B8%94%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%A7-%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B8%81-%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%81" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">issaveeclinic</a> เพื่อรับการประเมินโครงสร้างใบหน้าและคำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a545feb1162a_1783914475.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a545feb1162a_1783914475.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ตกงานเพราะ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เตรียมอาชีพที่ 2 ก่อนสายเกินไป</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4202-ตกงานเพราะ-ai-ไมใชเรองไกลตว-เตรยมอาชพท-2-กอนสายเกนไป</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4202-ตกงานเพราะ-ai-ไมใชเรองไกลตว-เตรยมอาชพท-2-กอนสายเกนไป</guid>
            <pubDate>Mon, 13 Jul 2026 02:00:03 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[AI เปลี่ยนตลาดงานเร็วกว่าที่คิด เตรียมอาชีพที่ 2 วันนี้ด้วยขั้นตอนง่ายๆ ที่คนมีงานประจำก็เริ่มได้...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>การรอดูสถานการณ์เฉยๆ คือความเสี่ยงที่มากกว่าการลงมือเตรียมอาชีพที่ 2</strong> เพราะเมื่อสัญญาณตกงานมาถึงจริง มักไม่มีเวลาให้เตรียมตัวมากนัก บทความนี้ชวนมองว่าทำไมการเริ่มต้นตอนนี้ ตอนที่ยังมีงานประจำอยู่ ถึงเป็นจังหวะที่ดีที่สุด</p><h2>สถานการณ์ใกล้ตัวที่หลายคนไม่ทันคิด</h2><p>ลองนึกภาพพนักงานออฟฟิศคนหนึ่งที่ทำงานเอกสารและประสานงานมาหลายปี วันหนึ่งบริษัทเริ่มนำระบบ AI มาช่วยงานส่วนที่เคยเป็นหน้าที่หลัก งานที่เคยใช้เวลาทั้งวันตอนนี้ AI ทำเสร็จในไม่กี่นาที คำถามที่ตามมาคือ "แล้วตำแหน่งนี้จะยังจำเป็นอยู่ไหม" สถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องสมมติไกลตัวอีกต่อไป แต่กำลังเกิดขึ้นจริงในหลายองค์กร</p><h2>ทำไม "รอดูสถานการณ์" ถึงเสี่ยงกว่าลงมือทำ</h2><p>การเปลี่ยนแปลงจาก AI มักไม่ได้ประกาศล่วงหน้าให้พนักงานเตรียมตัวได้ทัน หลายครั้งองค์กรปรับโครงสร้างเมื่อพบว่า AI ทำงานทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ จุดนั้นพนักงานที่ไม่มีรายได้สำรองหรือทักษะอื่นรองรับจะตกอยู่ในสถานะที่ยากลำบากกว่าคนที่เตรียมตัวไว้ก่อน การมีอาชีพที่ 2 จึงไม่ใช่แค่เรื่องรายได้เพิ่ม แต่คือการซื้อเวลาและทางเลือกให้ตัวเอง</p><h2>เตรียมตัวยังไงโดยไม่ต้องทิ้งงานประจำ</h2><p>ไม่จำเป็นต้องลาออกหรือทุ่มเวลาทั้งหมดไปกับอาชีพที่ 2 ตั้งแต่วันแรก แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือ:</p><ul><li><strong>เริ่มจากเวลาว่างหลังเลิกงานหรือวันหยุด</strong> ทดลองทำเล็กๆ ก่อนโดยไม่กระทบงานหลัก</li><li><strong>เลือกช่องทางที่ไม่ต้องใช้ทุนสูง</strong> เช่น การเป็นนายหน้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มไทย</li><li><strong>ใช้ AI ช่วยลดเวลาที่ต้องใช้</strong> ในงานที่เคยต้องทำเองทั้งหมด เช่น เขียนคอนเทนต์ ตอบแชท</li><li><strong>วัดผลจริงก่อนขยายเวลา</strong> ให้เวลาตัวเองอย่างน้อย 1-2 เดือนในการทดลองก่อนตัดสินใจว่าจะขยับต่อหรือไม่</li></ul><h2>เริ่มจากตรงไหนก่อน</h2><p>จุดเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายที่สุดสำหรับคนมีงานประจำคือการสมัครเป็นนายหน้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทยที่กำลังเปิดตัวอยู่ตอนนี้ เพราะไม่ต้องมีทุนซื้อสินค้า และใช้ AI ช่วยลดภาระงานที่เคยเป็นอุปสรรคได้มาก อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งานหลักยังทำ งานเสริมก็มา: AI ช่วยขายของ 5 แพลตฟอร์มไทยพร้อมกัน และ <a href="https://prnewsplus.com/business/4200-%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1-7-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%A2-ai-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" rel="noopener noreferrer" target="_blank">รวม 7 อาชีพเสริมทำเงินด้วย AI หลังเลิกงาน</a></p><h2>สรุป</h2><p>ความกลัวเรื่องตกงานจาก AI เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล แต่การปล่อยให้ความกลัวทำให้ไม่ลงมือทำอะไรเลยคือความเสี่ยงที่มากกว่า การเตรียมอาชีพที่ 2 ตั้งแต่วันนี้ ในขณะที่ยังมีงานประจำเป็นฐานรองรับ คือทางเลือกที่ปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ดีกว่าการรอจนสายเกินไป</p><h2>บทความที่เกี่ยวข้อง</h2><ul><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4200-%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1-7-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%A2-ai-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" rel="noopener noreferrer" target="_blank">รวม 7 อาชีพเสริมทำเงินด้วย AI หลังเลิกงาน</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4205-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%A2-ai-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%99" rel="noopener noreferrer" target="_blank">เป็นนายหน้าแพลตฟอร์มไทยด้วย AI ไม่ต้องมีของ ไม่ต้องมีทุน</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f1727170d1_1783568167.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f1727170d1_1783568167.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>เทียบร้านสะดวกซักแฟรนไชส์ยอดนิยม เลือกยังไงให้เหมาะกับหน้าฝน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/4201-เทยบรานสะดวกซกแฟรนไชสยอดนยม-เลอกยงไงใหเหมาะกบหนาฝน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/4201-เทยบรานสะดวกซกแฟรนไชสยอดนยม-เลอกยงไงใหเหมาะกบหนาฝน</guid>
            <pubDate>Sun, 12 Jul 2026 22:19:00 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[เทียบจุดเด่นร้านสะดวกซักแบรนด์ดังในไทย Otteri, WashXpress และแบรนด์อื่นๆ พร้อมเกณฑ์เลือกร้านให้เหมาะกับการใช้งานช่วงหน้าฝน...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>ร้านสะดวกซักแต่ละแบรนด์มีจุดเด่นต่างกัน ทั้งจำนวนสาขา เทคโนโลยีเครื่องซัก-อบ และสิ่งอำนวยความสะดวกในร้าน</strong> ซึ่งล้วนมีผลต่อประสบการณ์การใช้งานโดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่ต้องพึ่งพาเครื่องอบเป็นหลัก บทความนี้เทียบแบรนด์ยอดนิยมในไทยพร้อมเกณฑ์เลือกที่เหมาะกับฤดูฝน</p><h2>ภาพรวมตลาดร้านสะดวกซักไทย</h2><p>ธุรกิจร้านสะดวกซักในไทยเติบโตต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากมูลค่าตลาดหลักพันล้านบาทในปี 2563 ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนแตะระดับหมื่นล้านบาทในเวลาไม่กี่ปี สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่พื้นที่ตากผ้าจำกัดและสภาพอากาศแปรปรวนบ่อย</p><h2>เทียบจุดเด่นแบรนด์ยอดนิยม</h2><p><strong>Otteri Wash &amp; Dry</strong> เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นร้านสะดวกซักอันดับ 1 ในใจผู้บริโภคไทย ด้วยจำนวนสาขามากกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ จุดเด่นคือแอปพลิเคชันที่ช่วยให้เช็คสถานะเครื่อง สะสมแต้ม และรับสิทธิพิเศษได้สะดวก เหมาะกับคนที่อยากได้แบรนด์ที่หาสาขาใกล้บ้านได้ง่ายที่สุด</p><p><strong>WashXpress</strong> มีจำนวนสาขาหลักหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ และเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของตลาดที่ขยายตัวเร็ว จุดเด่นคือระบบ Loyalty Program ที่คืนคะแนนให้ผู้ใช้ใหม่เพื่อแลกสิทธิ์ซัก-อบฟรีในครั้งถัดไป พร้อมใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์และแอปที่ใช้เช็คสาขาใกล้บ้านได้สะดวก</p><p><strong>CODE CLEAN</strong> เน้นเครื่องซัก-อบมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ทำงานเสร็จได้ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง พร้อมช่องทางชำระเงินที่หลากหลายทั้งเงินสด พร้อมเพย์ และ TrueMoney Wallet เหมาะกับคนที่ต้องการความรวดเร็วและความยืดหยุ่นเรื่องการจ่ายเงิน</p><p><strong>แบรนด์ที่เน้นเครื่องซัก-อบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่</strong> บางแบรนด์ในตลาดเลือกใช้เครื่องซัก-อบขนาดใหญ่จากผู้ผลิตระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องจักรอุตสาหกรรมมานานนับร้อยปี เหมาะกับคนที่ต้องซักผ้าจำนวนมากในครั้งเดียว เช่น ผ้านวม ผ้าห่ม หรือผ้าปูที่นอนหลายผืนพร้อมกัน</p><h2>เกณฑ์เลือกร้านสะดวกซักให้เหมาะกับหน้าฝน</h2><p><strong>1. ความเร็วของเครื่องอบ</strong> หน้าฝนคือช่วงที่ต้องพึ่งเครื่องอบบ่อยที่สุด ร้านที่มีเครื่องอบประสิทธิภาพสูงและใช้เวลาไม่นานจะช่วยประหยัดเวลารอ โดยเฉพาะหากต้องรีบใช้ผ้าในวันเดียวกัน</p><p><strong>2. จำนวนเครื่องอบเทียบกับเครื่องซัก</strong> บางสาขาอาจมีเครื่องซักเยอะแต่เครื่องอบน้อย ทำให้ต้องรอคิวอบนานในช่วงหน้าฝนที่คนแห่มาใช้บริการพร้อมกัน ควรสังเกตหรือสอบถามล่วงหน้าหากเป็นไปได้</p><p><strong>3. ความสะดวกของทำเลและเวลาเปิดบริการ</strong> ร้านที่เปิด 24 ชั่วโมงและอยู่ใกล้บ้านช่วยให้ไม่ต้องฝ่าฝนไปไกล โดยเฉพาะเวลาฉุกเฉินที่ต้องซักผ้าด่วน</p><p><strong>4. ระบบแจ้งเตือนผ่านแอป</strong> บางแบรนด์มีแอปที่แจ้งเตือนเมื่อผ้าซัก-อบเสร็จ ช่วยให้ไม่ต้องนั่งรอเฉยๆ ในร้าน เหมาะกับคนที่อยากใช้เวลาทำอย่างอื่นระหว่างรอ</p><p><strong>5. ราคาต่อรอบซัก-อบ</strong> ราคาต่อรอบมักขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องและน้ำหนักผ้า โดยทั่วไปร้านสะดวกซักส่วนใหญ่คิดราคาเริ่มต้นในหลักสิบบาทต่อรอบสำหรับเครื่องขนาดเล็ก และเพิ่มขึ้นตามขนาดเครื่องที่ใหญ่ขึ้น ควรเช็คราคาจริงหน้าร้านหรือในแอปของแต่ละแบรนด์ก่อนใช้บริการ เพราะราคาอาจแตกต่างกันไปตามสาขาและโปรโมชั่นช่วงเวลา</p><h2>สรุป</h2><p>ไม่มีแบรนด์ไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน การเลือกร้านสะดวกซักให้เหมาะกับหน้าฝนควรพิจารณาจากทำเลใกล้บ้าน ความเร็วของเครื่องอบ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์การใช้งานของตัวเองมากที่สุด ลองเปรียบเทียบสาขาใกล้บ้าน 2-3 ร้านก่อนตัดสินใจเลือกใช้เป็นประจำ</p><h2>บทความที่เกี่ยวข้อง</h2><ul><li><a href="https://prnewsplus.com/lifestyle/4195-%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%9D%E0%B8%99-%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A7-%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%94" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ซักผ้าร้านสะดวกซักหน้าฝน อบผ้ายังไงให้แห้งไว สีไม่ซีด</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/lifestyle/4197-%E0%B8%A7%E0%B8%98%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A2" rel="noopener noreferrer" target="_blank">วิธีเลือกน้ำยาซักผ้าถนอมสีสำหรับผ้าที่ซักบ่อย</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/lifestyle/4199-%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%99-%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%81" rel="noopener noreferrer" target="_blank">แยกผ้าก่อนซักยังไงไม่ให้สีตกใส่กัน (สำหรับมือใหม่ร้านสะดวกซัก)</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f189f53520_1783568543.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f189f53520_1783568543.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Metro Systems จับมือ M-Solutions Technology ส่งมอบ “ไซเบอร์บอร์ดเกม” แก่ สกมช.</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/4238-metro-systems-จับมือ-m-solutions-technology-ส่งมอบ-ไซเบอร์บอร์ดเกม-แก่-สกมช</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/4238-metro-systems-จับมือ-m-solutions-technology-ส่งมอบ-ไซเบอร์บอร์ดเกม-แก่-สกมช</guid>
            <pubDate>Sun, 12 Jul 2026 21:12:48 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Noi yimthong</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[Metro Systems จับมือ M-Solutions Technology ส่งมอบ “ไซเบอร์บอร์ดเกม” แก่ สกมช. เสริมเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ ให้เยาวชนและคนไทย...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MSC นำโดย คุณชัยวัฒน์ ลิขิตจรรยากุล Senior Vice President of CoreTech Solutions ร่วมกับ คุณกฤษณา เขมากรณ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอ็ม-โซลูชั่นส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด เดินทางเข้าพบ พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เพื่อดำเนินการส่งมอบสื่อการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ "ไซเบอร์บอร์ดเกม" (Cyber Board Game) เมื่อวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงาน สกมช. มุ่งยกระดับความรู้และความตระหนักรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับเยาวชนและประชาชนทั่วไป </p><p><br></p><p>นอกจากการส่งมอบบอร์ดเกมแล้ว คณะผู้บริหารยังได้ร่วมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางการสนับสนุนในระยะยาว โดยมีประเด็นสำคัญในการขยายผลนำ "ไซเบอร์บอร์ดเกม" ไปใช้เป็นสื่อการสอนเสริมในสถานศึกษา ทั้งในระดับโรงเรียน มหาวิทยาลัย รวมถึงการฝึกอบรมบุคลากรในหน่วยงานต่างๆ ทั้งนี้ บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่นฯ และบริษัท เอ็ม-โซลูชั่นส์ฯ ได้แสดงเจตนารมณ์ความพร้อมที่จะสนับสนุน สกมช. ทั้งในด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อร่วมขับเคลื่อนนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม</p><p><br></p><p>พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการ สกมช. ได้กล่าวแสดงความขอบคุณ บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอ็ม-โซลูชั่นส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล โดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในรูปแบบการใช้ "Gamification" หรือการเรียนรู้ผ่านเกม จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยได้อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ตั้งแต่วันนี้ เพื่อร่วมสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับคนไทยทุกคนในอนาคต</p><p><br></p><p>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อ คุณสุภาพรรณ ถ้วนกำจร โทร.02-089-4938 email: supapthu@metrosystems.co.th เว็บไซต์: www.metrosystems.co.th</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a537a3ca1f2a_1783855676.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a537a3ca1f2a_1783855676.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ทองคำไทยปี 2569: เปิดข้อมูล 12 เดือน จังหวะซื้อ-ขายไหนได้กำไรสูงสุด</title>
            <link>https://prnewsplus.com/finance/4213-ทองคำไทยป-2569-เปดขอมล-12-เดอน-จงหวะซอ-ขายไหนไดกำไรสงสด</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/finance/4213-ทองคำไทยป-2569-เปดขอมล-12-เดอน-จงหวะซอ-ขายไหนไดกำไรสงสด</guid>
            <pubDate>Sun, 12 Jul 2026 13:00:04 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>การเงิน / การลงทุน</category>
            <description><![CDATA[ย้อนดูราคาทองคำไทย 12 เดือนย้อนหลัง ตั้งแต่ปลายปี 2567 จนถึงกรกฎาคม 2569 พบจังหวะทำกำไรสูงสุดทางทฤษฎีถึง 90%+ ใน 1 ปี พร้อมวิเคราะห์แนวโน้มครึ่งปีหลังและกลยุทธ์รับมือความผันผวน...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าคุณซื้อทองปลายปี 2567 แล้วขายในเดือนมกราคม 2569 คุณจะทำกำไรได้ถึง <strong>39,500 บาทต่อบาททองคำ หรือกว่า 90%</strong> ภายในเวลาเพียง 1 ปี นี่ไม่ใช่เรื่องสมมติ แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในตลาดทองคำไทยปี 2569 บทความนี้เจาะข้อมูลราคาทองคำไทย 12 เดือนย้อนหลัง เพื่อหาคำตอบว่าจังหวะไหนคือโอกาส และจังหวะไหนคือกับดัก</p><h2>ทองคำไทยปี 2569: ภาพรวม "ขึ้นสุด ดิ่งโหด"</h2><p>ปี 2569 เปิดฉากด้วยราคาทองที่ดุเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์ ทองคำแท่งไทยทะลุ <strong>81,500 บาทต่อบาททองคำ</strong> ในเดือนมกราคม ขณะที่ทองโลก (Gold Spot) พุ่งขึ้นไปแตะ 5,595 ดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นราว 29% เมื่อเทียบกับต้นปี</p><p>แต่เรื่องราวไม่ได้จบแบบหนังโรแมนติก เพราะหลังจากนั้นราคาก็ดิ่งลงอย่างรุนแรง จนมาแตะจุดต่ำสุดของปีที่ <strong>62,500 บาท</strong> ในเดือนมิถุนายน 2569 ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นมาบริเวณ 64,000–65,700 บาทในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2569</p><p>นักลงทุนที่ดอยอยู่ที่ระดับ 80,000 บาท ขณะนี้ยังคงขาดทุนอยู่มากกว่า 14,000 บาทต่อบาททองคำ นี่คือความโหดของตลาดที่ต้องเข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน</p><h2>ไทม์ไลน์ราคาทองคำ 12 เดือน: ตัวเลขจริงทุกช่วง</h2><p>เพื่อให้เห็นภาพชัดที่สุด ลองไล่ดูข้อมูลราคารายช่วงตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา:</p><h2>ช่วงเวลาทิศทางระดับราคา (บาท/บาททอง)สรุปเหตุการณ์ก.ค.–ส.ค. 2568ทรงตัว/ขึ้น~45,000–48,000ฐานราคาก่อนวิ่งก.ย.–ต.ค. 2568ขาขึ้นสูงสุด ~54,300 (ต.ค.)ทองโลกทำ ATH ล็อตแรกพ.ย.–ธ.ค. 2568ปรับฐานลดลงต่อเนื่อง 2 เดือนโอกาสสะสมก่อนวิ่งใหม่ม.ค. 2569🚀 พุ่งแรง ATHทะลุ 81,500 (จุดสูงสุด)ปรับขึ้น 9,250 บาทในเดือนเดียวก.พ. 2569ทรงตัวสูง~74,000–78,000รักษาระดับหลัง ATHมี.ค. 2569⬇️ ดิ่งแรงลดลง 6,400 บาทปรับฐานรุนแรงหลัง ATHเม.ย.–พ.ค. 2569แกว่งตัว~64,000–72,000ตลาดพักตัว สร้างฐานใหม่มิ.ย. 2569⬇️ ดิ่งอีกครั้งต่ำสุด 62,500จุดต่ำสุดของปี 2569ก.ค. 2569ฟื้นตัว~64,350–65,700เริ่มรีบาวด์ขึ้น 3 จังหวะซื้อที่ดีที่สุดใน 12 เดือน</h2><p>ดูจากข้อมูลจริง จะพบว่ามี <strong>3 ช่วงจังหวะ</strong> ที่ถ้าใครสามารถซื้อได้ จะได้ต้นทุนที่ถูกที่สุด:</p><ul><li><strong>ช่วงที่ 1 – ก.ย.–ต.ค. 2567 (ประมาณ 42,000–45,000 บาท):</strong> ช่วงฐานราคาก่อนที่ทองจะเริ่มวิ่งรอบใหญ่ ใครที่ซื้อสะสมไว้ที่นี่ได้กำไรหนักที่สุดในรอบนี้</li><li><strong>ช่วงที่ 2 – พ.ย.–ธ.ค. 2568 (ปรับฐาน):</strong> หลังจากราคาวิ่งขึ้นไปแล้ว ก็มีการปรับตัวลงติดต่อกัน 2 เดือน เป็นโอกาสสะสมก่อนพุ่ง ATH ในมกราคม 2569</li><li><strong>ช่วงที่ 3 – มิ.ย. 2569 (~62,500 บาท):</strong> จุดต่ำสุดของปี 2569 ราคาดิ่งลงหนักรวม 6,700 บาทในเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียว และแตะระดับต่ำสุดใหม่ที่ 62,500 บาท ก่อนเริ่มฟื้นตัวในกรกฎาคม</li></ul><h2>จังหวะขาย: เดือนมกราคม 2569 คือ "ครั้งแห่งชีวิต"</h2><p>ไม่มีจุดไหนน่าขายกว่าเดือนมกราคม 2569 อีกแล้วในรอบนี้ ราคาทองคำแท่งพุ่งขึ้นไปแตะ <strong>81,500 บาท</strong> ซึ่ง YLG ระบุว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ราคาทองแซงผ่านจุดสูงสุดของปี 2523 ในเชิงมูลค่าที่แท้จริง (ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่สูงขึ้นตามเงินเฟ้อ)</p><p>ถ้าคำนวณแบบ <em>ซื้อต่ำสุด–ขายสูงสุด</em>: ซื้อปลายปี 2567 ที่ ~42,000 บาท ขาย ม.ค. 2569 ที่ 81,500 บาท กำไรสูงถึง <strong>39,500 บาทต่อบาททองคำ</strong> หรือกว่า 90% ใน 1 ปี ซึ่งแม้แต่หุ้นโลกที่ผลตอบแทนดีก็ยากจะทำได้ในเวลาเท่ากัน</p><p>แต่ต้องยอมรับตามความจริงว่า ไม่มีใครซื้อได้ที่จุดต่ำสุดและขายได้ที่จุดสูงสุดพอดี สิ่งที่ทำได้จริงคือการ <strong>เฉลี่ยต้นทุน (DCA)</strong> ทยอยซื้อเป็นงวด เพื่อให้ต้นทุนโดยรวมอยู่ในระดับที่ยอมรับได้</p><h2>ปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคา: ดอกเบี้ยเฟดและภูมิรัฐศาสตร์</h2><p>ทำไมราคาทองถึงผันผวนรุนแรงขนาดนี้? ปัจจัยหลักคือ <strong>ทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)</strong> โดยเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ ส่งสัญญาณสายเหยี่ยว ชี้ว่าเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% มานานกว่า 5 ปี ทำให้ตลาดกังวลว่าเฟดอาจเร่งขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งโดยทั่วไปจะกดราคาทองลง</p><p>ขณะเดียวกัน ณ วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ดัชนีดอลลาร์กลับมาแตะระดับ 101 หน่วย และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีกลับขึ้นมายืนเหนือ 4.5% ส่วนปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ก็มีบทบาท เช่น ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นหลังอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสร้างแรงกดดันซับซ้อนต่อตลาด</p><p>สรุปครึ่งปีแรกของปี 2569 ทองคำโลกให้ผลตอบแทน <strong>ติดลบ 7.2%</strong> ปิดที่ 4,007 ดอลลาร์ ขณะที่ทองไทยติดลบ 2.5% ปิดที่ 63,300 บาท ตัวเลขนี้บอกว่าแม้ขาดทุน แต่ทองไทยรับมือได้ดีกว่าทองโลก เพราะค่าเงินบาทอ่อนตัวเป็นตัวกันชน</p><h2>แนวโน้มทองคำไทยครึ่งปีหลัง 2569: ผู้เชี่ยวชาญมองอย่างไร</h2><p>มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญในประเทศแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก:</p><h3>กลุ่มมองขาขึ้นระยะยาว (YLG)</h3><p>YLG ชี้ว่าทองยังอยู่ในรอบ <strong>ซูเปอร์ไซเคิล (Supercycle)</strong> ซึ่งกินเวลา 71 ปีและยังเหลือเวลาอีกราว 16 ปี โดยธนาคารกลางทั่วโลกยังคงแห่สะสมทองคำต่อเนื่อง และนี่คือแรงหนุนระยะยาวที่แท้จริง ไม่ใช่การเก็งกำไรระยะสั้น</p><h3>กลุ่มมองเป้าหมายสิ้นปี (ฮั่วเซ่งเฮง และ World Gold Council)</h3><p>ฮั่วเซ่งเฮงประเมินว่าราคาทองปลายปี 2569 มีโอกาสแตะ <strong>4,900–5,000 ดอลลาร์</strong> โดยจุดเปลี่ยนสำคัญจะอยู่ที่การประชุมแจ็กสันโฮลปลายเดือนสิงหาคม และการประชุมเฟดเดือนกันยายน หากเฟดส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ย ราคาทองมีโอกาสฟื้นตัวแรง ด้าน World Gold Council ก็ปรับเป้าสิ้นปีไว้ที่ 4,900 ดอลลาร์ (ลดจากเดิม 5,400 ดอลลาร์)</p><h2>กลยุทธ์ลงทุนทองคำในช่วงผันผวน: ทำอะไรได้บ้างตอนนี้</h2><p>สำหรับนักลงทุนที่กำลังจับตาดูตลาดอยู่ มีกลยุทธ์หลัก 2 แนวทางที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ:</p><ul><li><strong>กลยุทธ์ย่อซื้อ:</strong> หากราคาทองโลกลงทดสอบแนวรับที่ 4,100 ดอลลาร์ สามารถพิจารณาสะสมได้ โดยหากราคาหลุดแนวรับ 4,080 ดอลลาร์ลงไป ควรตัดขาดทุน ส่วนจุดขายทำกำไรอยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,140 ดอลลาร์</li><li><strong>กลยุทธ์ DCA (ทยอยซื้อเฉลี่ยต้นทุน):</strong> กรุงศรีแนะนำให้แบ่งเงินซื้อเป็นงวดๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเฉลี่ยต้นทุนและลดความเสี่ยงจากการเข้าผิดจังหวะ เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาติดตามราคาทุกวัน</li></ul><p>สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือ <strong>ค่าส่วนต่างซื้อ-ขาย</strong> ทองคำแท่งอยู่ที่ประมาณ 200 บาท ส่วนทองรูปพรรณมีส่วนต่างสูงกว่า ต้องคำนวณต้นทุนเหล่านี้เข้าไปในการคาดการณ์กำไรด้วย เพราะมันกินผลตอบแทนโดยตรง</p><p>ณ ต้นเดือนกรกฎาคม 2569 ราคาทองคำแท่งอยู่ที่ <strong>65,650 บาท (ขายออก)</strong> และ 65,450 บาท (รับซื้อ) โดยทองโลกเคลื่อนไหวในกรอบ 4,054–4,117 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ซึ่งยังต้องรอดูสัญญาณจากเฟดก่อนจึงจะชัดเจนว่าทิศทางต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร</p><h3>แหล่งอ้างอิง</h3><ul><li><a href="https://www.dailynews.co.th/news/5898790/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">เดลินิวส์ – เปิดมหากาพย์ทองคำ 5 เดือน</a></li><li><a href="https://www.huasengheng.com/news/gold-outlook-trend-july-2026/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ฮั่วเซ่งเฮง – ทองครึ่งปีหลัง 2569</a></li><li><a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/507981" rel="noopener noreferrer" target="_blank">Thai PBS – ทองคำพักฐานก่อนพุ่ง Supercycle</a></li><li><a href="https://spacebar.th/business/gold-mts-ylg-hsh" rel="noopener noreferrer" target="_blank">Spacebar – ทองครึ่งปีหลัง เป้าหมาย $4,900-5,000</a></li><li><a href="https://www.thansettakij.com/finance/659237" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ฐานเศรษฐกิจ – ราคาทองล่าสุด 2569</a></li><li><a href="https://xn--42cah7d0cxcvbbb9x.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B5-2569/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ราคาทองคำวันนี้ – สรุปราคาทองปี 2569 รายเดือน</a></li><li><a href="https://www.moohin.com/historical/2026/6" rel="noopener noreferrer" target="_blank">มูหิน – ราคาทองย้อนหลังเดือนมิถุนายน 2569</a></li><li><a href="https://www.krungsri.com/th/krungsri-the-coach/investments/investment-knowledge/gold-price-outlook-strategy" rel="noopener noreferrer" target="_blank">กรุงศรี – แนวโน้มทองคำปี 2569 กลยุทธ์ลงทุน</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a4fe2a99e9dd.png" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a4fe2a99e9dd.png" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>แยกผ้าก่อนซักยังไงไม่ให้สีตกใส่กัน (สำหรับมือใหม่ร้านสะดวกซัก)</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/4199-แยกผากอนซกยงไงไมใหสตกใสกน-สำหรบมอใหมรานสะดวกซก</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/4199-แยกผากอนซกยงไงไมใหสตกใสกน-สำหรบมอใหมรานสะดวกซก</guid>
            <pubDate>Sun, 12 Jul 2026 11:00:03 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[วิธีแยกผ้าก่อนซักที่ร้านสะดวกซักแบบมือใหม่ทำตามได้ทันที ป้องกันสีตกใส่กันและผ้าเสียหายจากการซักรวม...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>หลักการง่ายที่สุดในการแยกผ้าก่อนซักคือแบ่งตามความเข้มของสี ไม่ใช่แค่แยกผ้าขาวกับผ้าสี</strong> เพราะแม้แต่ผ้าสีด้วยกันเองก็สามารถตกใส่กันได้หากความเข้มต่างกันมาก บทความนี้สรุปวิธีแยกผ้าแบบเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มใช้ร้านสะดวกซัก</p><h2>ทำไมต้องแยกผ้าก่อนซักทุกครั้ง</h2><p>เวลาผ้าซักรวมกันในเครื่องเดียว สีจากผ้าที่ยังไม่ผ่านการซักมาก่อนหรือผ้าสีเข้มมีโอกาสตกเปื้อนใส่ผ้าสีอ่อนได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อซักด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนที่ช่วยให้เม็ดสีหลุดออกจากเนื้อผ้าได้เร็วขึ้น การแยกผ้าก่อนซักจึงเป็นขั้นตอนที่ป้องกันปัญหานี้ได้ตั้งแต่ต้นทาง</p><h2>หลักการแยกผ้า 3 กลุ่มหลัก</h2><p><strong>1. กลุ่มผ้าขาว</strong> เสื้อผ้าสีขาวล้วนหรือขาวเป็นส่วนใหญ่ ควรแยกซักต่างหากเสมอ เพราะสีอื่นแม้เพียงเล็กน้อยก็ทำให้ผ้าขาวหมองได้ง่าย</p><p><strong>2. กลุ่มผ้าสีอ่อน</strong> เช่น สีพาสเทล สีครีม สีเทาอ่อน จัดเป็นกลุ่มกลางที่เสี่ยงรับสีจากผ้าเข้มได้ง่าย ควรแยกจากทั้งผ้าขาวและผ้าสีเข้ม</p><p><strong>3. กลุ่มผ้าสีเข้ม</strong> เช่น สีดำ สีกรมท่า สีแดงเข้ม เป็นกลุ่มที่มีโอกาสตกสีใส่ผ้าอื่นมากที่สุด โดยเฉพาะผ้าที่เพิ่งซื้อมาใหม่ในไม่กี่ครั้งแรก</p><h2>ข้อควรระวังพิเศษสำหรับผ้าใหม่</h2><p>ผ้าที่เพิ่งซื้อมาใหม่ โดยเฉพาะสีเข้มอย่างสีดำหรือสีกรมท่า มักมีสีที่ยังไม่คงตัวเต็มที่ในการซักครั้งแรกๆ แนะนำให้แยกซักผ้าชิ้นนั้นเดี่ยวๆ หรือรวมกับผ้าสีเข้มด้วยกันเท่านั้นในช่วง 2-3 ครั้งแรก ก่อนจะนำไปซักรวมกับผ้าสีอื่นตามปกติ</p><h2>เทคนิคเสริมตอนซักที่ร้านสะดวกซัก</h2><ul><li><strong>กลับผ้าด้านในออกก่อนใส่เครื่องซัก</strong> ช่วยลดการเสียดสีโดยตรงระหว่างผ้าแต่ละชิ้น ลดโอกาสสีตกใส่กัน</li><li><strong>ใช้น้ำเย็นหรืออุณหภูมิต่ำสำหรับผ้าสีเข้ม</strong> เพราะน้ำร้อนทำให้เม็ดสีหลุดออกจากเนื้อผ้าได้ง่ายกว่าน้ำเย็น</li><li><strong>อย่าใส่ผ้าแน่นเครื่องเกินไป</strong> เพราะยิ่งผ้าเสียดสีกันมาก โอกาสสีตกก็ยิ่งสูงขึ้น</li><li><strong>ตรวจฉลากผ้าก่อนซักเสมอ</strong> ผ้าบางชนิดมีคำแนะนำเฉพาะเรื่องอุณหภูมิและการซักรวมที่ควรปฏิบัติตาม</li></ul><h2>ถ้าไม่แน่ใจว่าผ้าชิ้นไหนสีตกง่าย ทำยังไงดี</h2><p>หากไม่มั่นใจว่าผ้าชิ้นใดสีจะตกหรือไม่ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือแยกซักเดี่ยวๆ ในรอบแรก หรือทดสอบด้วยการเปียกผ้าเล็กน้อยแล้วกดด้วยผ้าขาวสะอาด ถ้ามีสีติดออกมาแสดงว่าควรแยกซักต่างหากไปก่อนสักระยะ</p><h2>สรุป</h2><p>การแยกผ้าก่อนซักไม่ใช่เรื่องซับซ้อน เพียงแบ่งตามความเข้มของสีเป็น 3 กลุ่มหลัก และให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษกับผ้าใหม่สีเข้มในช่วงแรก ก็ช่วยป้องกันปัญหาสีตกใส่กันได้เกือบทั้งหมด ทำให้การใช้บริการร้านสะดวกซักราบรื่นและผ้าทุกชิ้นยังคงสีสันสวยงามเหมือนเดิม</p><h2>บทความที่เกี่ยวข้อง</h2><ul><li><a href="https://prnewsplus.com/lifestyle/4197-%E0%B8%A7%E0%B8%98%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A2" rel="noopener noreferrer" target="_blank">วิธีเลือกน้ำยาซักผ้าถนอมสีสำหรับผ้าที่ซักบ่อย</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/lifestyle/4195-%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%9D%E0%B8%99-%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A7-%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%94" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ซักผ้าร้านสะดวกซักหน้าฝน อบผ้ายังไงให้แห้งไว สีไม่ซีด</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/lifestyle/4201-%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%A1-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%9D%E0%B8%99" rel="noopener noreferrer" target="_blank">เทียบร้านสะดวกซักแฟรนไชส์ยอดนิยม เลือกยังไงให้เหมาะกับหน้าฝน</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4e9d7c714ba_1783537020.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4e9d7c714ba_1783537020.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>TikTok Shop vs Shopee vs Lazada: แพลตฟอร์มไหนขายดีกว่าในไทยปี 2026?</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4214-tiktok-shop-vs-shopee-vs-lazada-แพลตฟอรมไหนขายดกวาในไทยป-2026</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4214-tiktok-shop-vs-shopee-vs-lazada-แพลตฟอรมไหนขายดกวาในไทยป-2026</guid>
            <pubDate>Sun, 12 Jul 2026 08:00:03 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยปี 2026 มูลค่าสูงถึง 1.15 ล้านล้านบาท แต่สงครามแพลตฟอร์มกำลังเข้มข้นขึ้น TikTok Shop แซง Lazada ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่ง 33% ขณะที่ค่าธรรมเนียมทั้ง 3 แพลตฟอร์มพุ่งสูงพร้อมกัน เจาะตัวเลข เปรียบค่าธรรมเนียม และสรุปว่าแพลตฟอร์มไหนเหมาะกับผู้ขายแบบใด...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ใครขายออนไลน์อยู่ตอนนี้ คงรู้สึกว่า "เลือกแพลตฟอร์มผิดเท่ากับเสียเงินฟรี" และมันไม่ได้พูดเกินจริงเลย เพราะในปี 2026 สงคราม <strong>TikTok Shop vs Shopee vs Lazada</strong> ดุเดือดกว่าที่เคย TikTok Shop เพิ่งแซง Lazada ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 33% ขณะที่ค่าธรรมเนียมรวมของทุกแพลตฟอร์มปรับขึ้นพร้อมกันจนอาจแตะ 20–25% ของยอดขาย บทความนี้เจาะตัวเลขจริง เปรียบเทียบให้เห็นภาพ และสรุปว่าแพลตฟอร์มไหนเหมาะกับผู้ขายแบบใดในยุคนี้</p><h2>ภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซไทยปี 2026: ใหญ่และโตเร็วแบบน่าตกใจ</h2><p>ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยปีนี้มีมูลค่า GMV คาดการณ์อยู่ที่ <strong>25–30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ</strong> หรือเทียบเท่าราว 1.15 ล้านล้านบาท ติดอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากอินโดนีเซีย</p><p>ที่น่าสังเกตคือไทยเติบโต <strong>52% ต่อปี</strong> — เร็วที่สุดในภูมิภาคร่วมกับมาเลเซีย และผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า <strong>96%</strong> กลายเป็นนักช้อปออนไลน์ประจำแล้ว ตลาดไม่ได้อยู่ในช่วงเริ่มต้นอีกต่อไป แต่เข้าสู่ระยะ "Mature Phase" ที่ความต้องการเปลี่ยนจาก "ของถูก" มาเป็น "ความสนุก ปฏิสัมพันธ์ และคุณค่า"</p><p>Shopee, Lazada และ TikTok Shop ครองตลาดรวมกัน <strong>99%</strong> ของอาเซียน ใครไม่อยู่บนสามแพลตฟอร์มนี้ก็แทบมองไม่เห็น</p><h2>TikTok Shop vs Shopee vs Lazada: ส่วนแบ่งตลาดในไทยเปลี่ยนไปแค่ไหน?</h2><p>จากข้อมูลล่าสุด Shopee ยังเป็น <strong>แชมป์ที่แกร่งที่สุด</strong> — ระดับภูมิภาคครองส่วนแบ่ง 52% คิดเป็น GMV 66.8 พันล้านดอลลาร์ และในไทยเองรายได้ปี 2024 พุ่งถึง 49.96 พันล้านบาท</p><p>แต่เรื่องน่าตื่นเต้นอยู่ที่ <strong>TikTok Shop</strong> ที่กระโดดจากส่วนแบ่ง 27% ในปี 2024 ขึ้นมาเป็น <strong>33% ในปี 2026</strong> แซง Lazada ขึ้นอันดับ 2 ได้สำเร็จ ด้วยอัตราเติบโต 40–55% ต่อปี และโกยยอด GMV ทั่วโลก 64.3 พันล้านดอลลาร์ โดย 71% มาจากอาเซียน</p><p>ส่วน <strong>Lazada</strong> เลือกเดินเกมต่างออกไปอย่างชัดเจน แทนที่จะสู้เรื่องปริมาณ Alibaba หันมุ่งทำกำไรกลุ่มพรีเมียม และบันทึก EBITDA เป็นบวกเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2024 — นั่นอาจเป็นการ "ยอมเสียตลาดแต่ไม่ยอมเสียเงิน"</p><h2>เปรียบค่าธรรมเนียม TikTok Shop vs Shopee vs Lazada ปี 2026 แบบ Side-by-Side</h2><p>ก่อนตัดสินใจขายที่ไหน ต้องรู้ก่อนว่าแต่ละแพลตฟอร์มดึงเงินไปจากยอดขายเท่าไร ตารางนี้รวม Commission + Transaction Fee + ค่าธรรมเนียมพิเศษไว้ให้เห็นภาพรวม</p><p>ค่าธรรมเนียมTikTok ShopShopeeLazada<strong>Commission</strong>6.42–9.63% (ทั่วไป) / 5.35–11.77% (Mall)7.49–17.12%5.35–13.91%<strong>Transaction/Order Fee</strong>3.21%3.21%–<strong>Infrastructure Fee</strong>1.07 บาท/ออเดอร์ (ต.ค. 2025)––<strong>Growth/Platform Fee พิเศษ</strong>อิเล็กทรอนิกส์ 6.96% / อื่นๆ 8.03% เพดาน 199 บาท/ชิ้น (พ.ค. 2026)ผ่อนบัตรเครดิต 5.35–7.49%–<strong>โปรโมชันพิเศษ</strong>–PRIME Seller ยอดขาย ≤10,000 บาท/เดือน ลดค่าธรรมเนียม 0.5–1.5%–<strong>ภาพรวม</strong>ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสูงสุดในสามแพลตฟอร์มต่ำสุดในสามแพลตฟอร์ม สิ่งที่น่ากังวลคืออัตรารวม (Effective Take Rate) ของทั้งสามแพลตฟอร์มอาจพุ่งสูงถึง <strong>20–25% ของยอดขายหลังส่วนลด</strong> นั่นหมายความว่าทุกๆ 100 บาทที่ขายได้ แพลตฟอร์มอาจเก็บไปถึง 20–25 บาท ตลาดกำลังเปลี่ยนจากยุค "เติบโต" มาสู่ยุค "ทำเงิน" อย่างเป็นทางการแล้ว</p><h2>Live Commerce: อาวุธลับที่ทำให้ TikTok Shop ทิ้งห่างคู่แข่ง</h2><p>ถ้าจะเข้าใจว่าทำไม TikTok Shop เติบโตได้เร็วขนาดนี้ ต้องพูดถึง <strong>Live Commerce</strong> ซึ่งเป็นหัวใจของแพลตฟอร์ม</p><p>ไทยคือหนึ่งในตลาด Live Commerce ที่พัฒนาแล้วสูงสุดในอาเซียน โดย <strong>73% ของนักช้อปไทย</strong> ใช้บริการ Livestream Shopping แล้ว ตัวเลขนี้ใกล้เคียงกับอินเดีย (75%) และสูงกว่าตลาดตะวันตกอย่างมาก</p><p>ตัวอย่างที่จับต้องได้มากที่สุดคือ <strong>แคมเปญทุเรียนไทยบน TikTok Shop</strong> ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวปี 2026 มีการ Livestream ทุเรียนกว่า <strong>89,000 ครั้ง</strong> เฉลี่ยมี Live ใหม่เปิดทุก <strong>1.4 นาที</strong> แต่ละครั้งยาวเฉลี่ย 118 นาที และผลลัพธ์คือ GMV ทุเรียนพุ่ง <strong>10.6 เท่า</strong> เทียบกับยอดขายก่อนหน้า</p><p>ไม่ใช่แค่ทุเรียน — สินค้ากลุ่มความงามและสกินแคร์บน Live มี <strong>Conversion Rate สูงถึง 15–25%</strong> ซึ่งสูงกว่าการขายปกติหลายเท่า นี่คือเหตุผลที่งาน BigSeller E-Commerce Summit 2026 ภายใต้ธีม "Powering Live Commerce Thailand 2026" ดึงผู้ขาย แบรนด์ และพาร์ทเนอร์ในระบบกว่า <strong>2,500 ราย</strong> มาร่วมงาน</p><h2>แพลตฟอร์มไหนเหมาะกับผู้ขายแบบไหน?</h2><p>คำตอบไม่มีสูตรตายตัว แต่มีกรอบคิดที่ช่วยตัดสินใจได้ชัดขึ้น</p><h3>เลือก Shopee ถ้า...</h3><ul><li>ต้องการ <strong>ฐานลูกค้าใหญ่ที่สุด</strong> และ Traffic สูงสุดในตลาด</li><li>สินค้าในหมวดที่ Shopee ครองแชมป์ เช่น แฟชั่น ของใช้ในบ้าน</li><li>ร้านขนาดเล็กที่มียอดขายไม่เกิน 10,000 บาท/เดือน เพราะได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียม PRIME Seller อัตโนมัติ 0.5–1.5%</li><li>ยอมรับค่าธรรมเนียมสูงสุด แลกกับโอกาสขายที่มากที่สุด</li></ul><h3>เลือก TikTok Shop ถ้า...</h3><ul><li>สินค้าโชว์ได้ดี เล่าเรื่องได้สนุก เหมาะกับ <strong>Live Commerce</strong> เช่น ความงาม แฟชั่น อาหาร</li><li>มีทีมหรือตัวเองเล่น Live ได้ หรือพร้อมทำงานกับ Creator/Affiliate</li><li>ต้องการโตเร็ว เพราะแพลตฟอร์มยังอยู่ในช่วง Momentum สูงที่สุด (GMV อาเซียนโตเป็น 2 เท่าในปีเดียว)</li><li>รับได้กับค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Growth Fee ที่เพิ่งมีผลในปี 2569</li></ul><h3>เลือก Lazada ถ้า...</h3><ul><li>ขายสินค้า <strong>พรีเมียมหรือ Brand Name</strong> ที่เน้น Margin ไม่ได้เน้นปริมาณ</li><li>ต้องการค่าธรรมเนียมต่ำสุด (5.35–13.91%) และยอมรับ Traffic ที่น้อยกว่า</li><li>ขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หรือของแท้ที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง</li></ul><p>สิ่งที่ผู้ขายส่วนใหญ่ทำในปี 2026 คือ <strong>เปิดพร้อมกันหลายแพลตฟอร์ม</strong> แล้วจัดสรรงบและเวลาตามสินค้าและกลุ่มเป้าหมาย ไม่ได้ผูกอยู่กับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งอีกต่อไป</p><h2>บทสรุป: สงครามยังไม่จบ แต่ทิศทางชัดขึ้นแล้ว</h2><p>ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยปี 2026 กำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุค Monetisation อย่างเต็มตัว — ค่าธรรมเนียมขึ้นทุกแพลตฟอร์ม ส่วนแบ่งตลาดเปลี่ยน TikTok Shop แรงขึ้นทุกไตรมาส และ Live Commerce กลายเป็นช่องทางขายหลัก ไม่ใช่แค่ "ของแถม" อีกต่อไป</p><p>Shopee ยังเป็นแชมป์ที่ขาดไม่ได้ TikTok Shop คือดาวรุ่งที่เติบโตเร็วที่สุด ส่วน Lazada เลือกเดินเกมของตัวเองอย่างชาญฉลาด ผู้ขายที่จะอยู่รอดในสนามนี้ต้องไม่แค่ "เปิดร้าน" แต่ต้องเข้าใจว่าตัวเองอยู่ตรงไหนของสมการนี้</p><h3>แหล่งอ้างอิง</h3><ul><li><a href="https://cube.asia/shopee-lazada-and-tiktok-shop-in-southeast-asia-what-the-data-shows-in-2026/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">Cube Asia: Shopee, Lazada and TikTok Shop in Southeast Asia — What the Data Shows in 2026</a></li><li><a href="https://www.tktk.com/en/news/3592.html" rel="noopener noreferrer" target="_blank">TKTK News: TikTok Shop GMV Report (February 2026)</a></li><li><a href="https://khummai.com/fees" rel="noopener noreferrer" target="_blank">KhumMai: ค่าธรรมเนียม Shopee ปี 2026</a></li><li><a href="https://khummai.com/tiktok-shop-fees" rel="noopener noreferrer" target="_blank">KhumMai: ค่าธรรมเนียม TikTok Shop ปี 2026</a></li><li><a href="https://digitalinasia.com/shopee-lazada-tiktok-shop-fees-2026/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">Digital in Asia: Shopee, Lazada, TikTok Shop Fees 2026</a></li><li><a href="https://digitalinasia.com/2026/03/20/shopee-vs-tiktok-shop-sea-ecommerce/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">Digital in Asia: Shopee vs TikTok Shop — SEA E-Commerce (March 2026)</a></li><li><a href="https://atsell.io/blog/thailand-ecommerce-guide" rel="noopener noreferrer" target="_blank">AtSell: Thailand E-Commerce Guide 2026</a></li><li><a href="https://www.nationthailand.com/business/tech/40068036" rel="noopener noreferrer" target="_blank">Nation Thailand: Thailand E-Commerce Business &amp; Tech (July 2026)</a></li><li><a href="https://www.nationthailand.com/pr-news/pr-news/40068310" rel="noopener noreferrer" target="_blank">Nation Thailand: PR News — BigSeller E-Commerce Summit 2026</a></li><li><a href="https://mgronline.com/cyberbiz/detail/9690000024998" rel="noopener noreferrer" target="_blank">MGR Online: TikTok Shop Live Commerce ไทย (มีนาคม 2026)</a></li><li><a href="https://commentgrid.com/blog/tiktok-shop-market-share-social-commerce-trends" rel="noopener noreferrer" target="_blank">CommentGrid: TikTok Shop Market Share &amp; Social Commerce Trends</a></li><li><a href="https://digitalinasia.com/tiktok-shop-shopee-gmv-tracker/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">Digital in Asia: TikTok Shop vs Shopee GMV Tracker</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a4fe2a96329d.png" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a4fe2a96329d.png" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>7 ความเชื่อผิดเรื่องสุขภาพที่คนไทยยังทำอยู่ในปี 2569 — นักโภชนาการและแพทย์ยืนยัน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/health/4215-7-ความเชอผดเรองสขภาพทคนไทยยงทำอยในป-2569--นกโภชนาการและแพทยยนยน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/health/4215-7-ความเชอผดเรองสขภาพทคนไทยยงทำอยในป-2569--นกโภชนาการและแพทยยนยน</guid>
            <pubDate>Sat, 11 Jul 2026 20:41:54 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>สุขภาพ / ความงาม</category>
            <description><![CDATA[ดีท็อกซ์ล้างพิษ, ตัดไขมัน, กินโปรตีนเยอะๆ — ความเชื่อสุขภาพเหล่านี้ยังแพร่ระบาดในโซเชียลปี 2569 แต่แพทย์และนักโภชนาการไทยยืนยันแล้วว่าหลายอย่างไม่แค่ไม่ได้ผล แต่อาจอันตรายด้วย...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>โซเชียลมีเดียแชร์สูตรสุขภาพวันละร้อยโพสต์ — แต่มีกี่อย่างที่เป็นความจริง? ในปี 2569 แพทย์และนักโภชนาการไทยยืนยันตรงกันว่า <strong>ความเชื่อผิดเรื่องสุขภาพ</strong> ยังฝังรากลึกในชีวิตประจำวันของคนไทย บางอย่างไม่ได้ผล บางอย่างอันตรายกว่าที่คิด และทั้งหมดนี้เกิดจากข้อมูลที่ "แชร์ต่อ" โดยไม่ผ่านการตรวจสอบ</p>

<h2>ทำไมความเชื่อผิดเรื่องสุขภาพถึงยังอยู่รอด?</h2>
<p>ยุคที่ข้อมูลเข้าถึงง่าย กลับไม่ได้แปลว่าข้อมูลถูกต้องเสมอไป เพราะเนื้อหาที่ "เชื่อได้" กับเนื้อหาที่ "แชร์เยอะ" คือคนละเรื่องกัน</p>
<p>ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพชี้ว่า เทรนด์สุขภาพฮิตหลายอย่างในปัจจุบันส่งผลเสียมากกว่าผลดี ตั้งแต่เสี่ยงท้องอืด กระทบอวัยวะภายใน ไปจนถึงเป็นอันตรายต่อระบบย่อยอาหาร ถึงเวลาแล้วที่จะแยกแยะความจริงออกจากกระแส</p>

<h2>7 ความเชื่อผิดเรื่องสุขภาพ ที่แพทย์อยากให้คุณรู้</h2>

<h3>1. "ดีท็อกซ์ = ล้างสารพิษออกจากร่างกาย"</h3>
<p>นี่คือความเชื่อที่ขายได้ดีที่สุดในโลกสุขภาพ แต่ <strong>โรงพยาบาลสมิติเวชยืนยันชัดเจน</strong> ว่าร่างกายมนุษย์มีกลไกกำจัดสารพิษผ่านตับและไตโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์ที่ขายออนไลน์ไม่สามารถขับพิษออกจากร่างกายได้แต่อย่างใด</p>
<p><strong>นพ.ศุภฤกษ์ วิจารณาญาณ (หมอโอ๊ค)</strong> เตือนว่า อาหารเสริมที่อ้างว่าดีท็อกซ์ตับและลำไส้บางชนิดอาจแอบใส่สารขับถ่าย ถ้ากินระยะยาวจะทำให้ลำไส้ "ชา" จนขับถ่ายเองไม่ได้อีกต่อไป</p>
<p>ความจริงที่ต้องรู้ คือการดีท็อกซ์แบบถ่ายอุจจาระอาจทำให้รู้สึกเบาตัว แต่ <strong>ไม่ได้เผาผลาญไขมันส่วนเกิน</strong> แม้แต่กรัมเดียว</p>

<h3>2. "ไขมัน = ตัวร้าย ทำให้อ้วน"</h3>
<p>ความเชื่อนี้มาจากยุค 1980s และล้าสมัยไปนานมากแล้ว ไทยรัฐรายงานว่า สิ่งที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มคือ <strong>แคลอรีส่วนเกิน</strong> ไม่ใช่ไขมันโดยตัวมันเอง</p>
<p>ร่างกายจะเปลี่ยนแคลอรีส่วนเกินไปเก็บเป็นไขมัน ไม่ว่าแคลอรีนั้นจะมาจากโปรตีน คาร์บ หรือไขมันก็ตาม การหลีกเลี่ยงไขมันทุกชนิดจึงไม่ใช่คำตอบ และบางครั้งอาจทำให้กินคาร์บและน้ำตาลมากขึ้นโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ</p>

<h3>3. "คาร์โบไฮเดรตต้องตัดทิ้งทั้งหมด"</h3>
<p>คาร์บไม่ใช่ศัตรู แต่ <strong>ประเภทของคาร์บต่างหากที่สำคัญ</strong> นพ.นันทพล (Doctor Top Longevity) อธิบายว่า "ถ้าสุขภาพดีและอยากออกกำลังกาย การเลือกคาร์บก็มี Good Carb กับ Bad Carb — แต่ถ้าเป็นเบาหวาน ความดัน ไขมัน สิ่งที่ต้องลดก่อนเลยคือคาร์โบไฮเดรต"</p>
<p>คาร์บที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี ผักและผลไม้ คือแหล่งพลังงานสำคัญสำหรับทั้งร่างกายและสมอง สิ่งที่ควรจำกัดคือ คาร์บแปรรูป เช่น ขนมขบเคี้ยว ขนมหวาน และขนมปังขาว</p>

<h3>4. "โปรตีนยิ่งมากยิ่งดี"</h3>
<p>กระแสโปรตีนมาแรงมาก แต่นักโภชนาการเตือนว่า <strong>ปริมาณโปรตีนที่แนะนำต่อวันอยู่ที่ประมาณ 0.36 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งปอนด์</strong> ไม่ใช่กินให้มากที่สุดเท่าที่กินได้</p>
<p>การเน้นโปรตีนเกินจำเป็นอาจเพิ่มพลังงานสะสมจนเกินและเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาหลอดเลือดและโรคหัวใจ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์โปรตีนเสริมไม่ควรใช้แทนมื้ออาหารหลัก เพราะร่างกายยังต้องการผัก ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ดเพื่อให้ได้ใยอาหารและสารอาหารที่หลากหลาย</p>

<h3>5. "ดื่มน้ำวันละ 8 แก้วเป๊ะ"</h3>
<p>"8 แก้ว" คือตัวเลขที่คุ้นหูมากที่สุดในโลกสุขภาพ แต่ความจริงคือ <strong>ไม่มีสูตรสำเร็จเดียวสำหรับทุกคน</strong> ปริมาณน้ำที่ร่างกายต้องการแต่ละวันขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว กิจกรรมที่ทำ สภาพอากาศ และสุขภาพของแต่ละบุคคล</p>
<p>คนที่ออกกำลังกายหนักหรืออยู่กลางแดดร้อนย่อมต้องการน้ำมากกว่าคนที่นั่งทำงานในห้องแอร์ทั้งวัน การฝืนดื่มน้ำให้ครบ 8 แก้วโดยไม่รู้สึกกระหายจึงไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน</p>

<h3>6. "วิตามินซีป้องกันหวัดได้ 100%"</h3>
<p>วิตามินซีมีประโยชน์จริง แต่ <strong>ไม่ใช่เกราะกันหวัดร้อยเปอร์เซ็นต์</strong> รามาแชนแนลระบุว่าวิตามินซีช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและอาจลดความรุนแรงของอาการหวัดได้ แต่ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้อย่างสมบูรณ์</p>
<p>ทีมนักกำหนดอาหาร โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ แนะนำว่า การรับประทานผักและผลไม้อย่างน้อย <strong>400 กรัมต่อวัน</strong> จะช่วยให้ได้รับวิตามินซีที่เพียงพอ ประมาณ 210–280 มิลลิกรัม โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งอาหารเสริมเม็ดราคาแพง</p>

<h3>7. "อดอาหารหนักหรือทำ IF ผิดวิธี ก็ลดน้ำหนักได้"</h3>
<p>Intermittent Fasting (IF) หรือการอดอาหารเป็นช่วงเวลา เป็นวิธีที่มีงานวิจัยรองรับ <strong>แต่การทำผิดวิธีคืออีกเรื่องหนึ่ง</strong> SCMC Clinic ชี้ว่าการอดอาหารหนักเกินไปจนหิวสะสม มักจบด้วยการ "หลุด" กินหนักมาก และน้ำหนักเด้งกลับในภายหลัง</p>
<p>นอกจากนี้ การทำ IF ผิดวิธีอาจทำให้อดอาหารนานจนร่างกายขาดสารอาหาร หรือตรงกันข้าม กินมากเกินไปในช่วงเวลาที่เปิด เพราะรู้สึกว่า "ต้องรีบกินให้ทัน" ผลลัพธ์จึงกลับตาลปัตรกับที่ตั้งใจ</p>

<h2>เปรียบเทียบ: ความเชื่อผิด vs. ข้อเท็จจริงที่แพทย์ยืนยัน</h2>
<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>ความเชื่อที่พบบ่อย</th>
      <th>ข้อเท็จจริงจากผู้เชี่ยวชาญ</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td>ดีท็อกซ์ล้างพิษออกจากร่างกายได้</td>
      <td>ตับและไตทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว ผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์ไม่มีหลักฐานรองรับ</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ไขมันทำให้อ้วน</td>
      <td>แคลอรีส่วนเกินต่างหากที่ทำให้อ้วน ไม่ใช่ไขมันโดยตรง</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ต้องตัดคาร์บทั้งหมด</td>
      <td>คาร์บดีจากธัญพืชไม่ขัดสียังจำเป็นสำหรับพลังงาน</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>โปรตีนยิ่งมากยิ่งดี</td>
      <td>ปริมาณที่แนะนำ ~0.36 กรัม/ปอนด์ เกินนั้นเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ต้องดื่มน้ำ 8 แก้วทุกวัน</td>
      <td>ความต้องการน้ำแตกต่างตามน้ำหนัก กิจกรรม และสภาพอากาศ</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>วิตามินซีป้องกันหวัดได้ 100%</td>
      <td>ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน แต่ไม่ป้องกันหวัดได้ทั้งหมด</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>อดอาหาร/IF ทุกแบบได้ผลเสมอ</td>
      <td>IF ผิดวิธีเสี่ยงขาดสารอาหารและน้ำหนักเด้งกลับ</td>
    </tr>
  </tbody>
</table>

<h2>สัญญาณเตือน: เมื่อไรควรระวังข้อมูลสุขภาพในโซเชียล</h2>
<p>ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ตั้งคำถามทุกครั้งที่เห็นข้อมูลสุขภาพที่ "ฟังดูดีเกินไป" โดยเฉพาะเมื่อ:</p>
<ul>
  <li>อ้างว่าผลลัพธ์มาเร็วโดยไม่ต้องออกกำลังกาย</li>
  <li>โปรโมทผลิตภัณฑ์หรืออาหารเสริมคู่กับข้อมูลสุขภาพ</li>
  <li>ไม่อ้างอิงแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ที่ตรวจสอบได้</li>
  <li>มีปัญหาการนอนกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับ ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ใช่ทำตามคำแนะนำโซเชียล</li>
</ul>
<p>Key message จากผู้เชี่ยวชาญชัดเจน: <strong>ข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้องควรมาจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่จากกระแสโซเชียล</strong> และการลดน้ำหนักที่ยั่งยืนไม่มีทางลัด ผลลัพธ์ที่ดูเร็วมักไม่คงทน และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยไม่รู้ตัว</p>

<h3>แหล่งอ้างอิง</h3>
<ul>
  <li><a href="https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_10083809">ข่าวสด: 4 เทรนด์สุขภาพที่ไม่ไปต่อปี 2569 (ม.ค. 2569)</a></li>
  <li><a href="https://www.thairath.co.th/lifestyle/food/2896861">ไทยรัฐ: 13 ความเชื่อผิดเกี่ยวกับการกินเพื่อสุขภาพ (พ.ย. 2568)</a></li>
  <li><a href="https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_10282655">ข่าวสด: หมอโอ๊ค เตือนวิตามิน-อาหารเสริมอันตราย (มิ.ย. 2569)</a></li>
  <li><a href="https://scmcthailand.com/sustainable-weight-management-trends-2026/">SCMC Clinic: เทรนด์ลดน้ำหนักปี 2569 (เม.ย. 2569)</a></li>
  <li><a href="https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/infographic/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B5-%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94/">รามาแชนแนล: วิตามินซีป้องกันหวัดจริงไหม (มิ.ย. 2569)</a></li>
  <li><a href="https://www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B9%8C%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%AA%E0%B9%89">สมิติเวช: 5 ความเชื่อผิดเรื่องดีท็อกซ์ลำไส้</a></li>
  <li><a href="https://thestandard.co/life/longevity-lab-ep15-dr-top/">The Standard: 7 ไกด์ไลน์กินเปลี่ยนชีวิต New Pyramid 2026 (มี.ค. 2569)</a></li>
  <li><a href="https://www.sanook.com/health/25491/">Sanook Health: ทำ IF ผิดวิธี เสี่ยงโรค (มี.ค. 2569)</a></li>
</ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a4fe2a97821d.png" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a4fe2a97821d.png" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>รวม 7 อาชีพเสริมทำเงินด้วย AI หลังเลิกงาน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4200-รวม-7-อาชพเสรมทำเงนดวย-ai-หลงเลกงาน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4200-รวม-7-อาชพเสรมทำเงนดวย-ai-หลงเลกงาน</guid>
            <pubDate>Sat, 11 Jul 2026 18:39:07 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[7 ไอเดียอาชีพเสริมที่ใช้ AI ช่วยทำงาน เหมาะกับมนุษย์เงินเดือนที่อยากมีรายได้เพิ่มโดยไม่ต้องลาออก...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>AI ช่วยลดอุปสรรคด้านทักษะและเวลา ทำให้อาชีพเสริมหลายแบบที่เคยดูยากกลายเป็นเรื่องที่มนุษย์เงินเดือนเริ่มได้จริงหลังเลิกงาน</strong> ต่อไปนี้คือ 7 ไอเดียที่ใช้ AI ช่วยได้ พร้อมวิธีเริ่มต้นแบบคร่าวๆ</p><h2>1. นายหน้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทย</h2><p><strong>คืออะไร:</strong> แนะนำสินค้าให้แพลตฟอร์มอย่าง YJmall หรือ Nex Gen Commerce ที่เปิดระบบนายหน้าแล้ว (Thaimart จะเปิดระบบ Affiliate กันยายน 2569) แล้วรับค่าคอมมิชชั่นเมื่อขายได้ <strong>AI ช่วยตรงไหน:</strong> เขียนคอนเทนต์แนะนำสินค้า ตอบแชทเบื้องต้น วิเคราะห์ช่วงเวลาที่ควรโพสต์ <strong>เริ่มต้นยังไง:</strong> สมัครเป็นนายหน้ากับแพลตฟอร์มที่สนใจ เลือกสินค้าที่ถนัด แล้วเริ่มสร้างคอนเทนต์ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ <a href="https://prnewsplus.com/business/4205-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%A2-ai-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%99" rel="noopener noreferrer" target="_blank">เป็นนายหน้าแพลตฟอร์มไทยด้วย AI ไม่ต้องมีของ ไม่ต้องมีทุน</a></p><h2>2. UGC Creator รีวิวสินค้า</h2><p><strong>คืออะไร:</strong> สร้างคอนเทนต์รีวิวสไตล์ผู้ใช้จริงให้แบรนด์ ซึ่งได้รับความนิยมเพราะให้ความรู้สึก "เรียล" มากกว่าโฆษณาทั่วไป <strong>AI ช่วยตรงไหน:</strong> ช่วยร่างสคริปต์รีวิว ปรับมุมกล้อง/แสงในภาพ และเขียนแคปชั่นที่ดึงดูด <strong>เริ่มต้นยังไง:</strong> เริ่มรีวิวสินค้าที่ใช้อยู่แล้วจริงๆ แล้วค่อยติดต่อแบรนด์เมื่อมีผลงานสะสม</p><h2>3. เขียนคอนเทนต์/บทความด้วย AI ช่วยร่าง</h2><p><strong>คืออะไร:</strong> รับงานเขียนบทความ คอนเทนต์การตลาด หรือโพสต์โซเชียลให้ธุรกิจต่างๆ <strong>AI ช่วยตรงไหน:</strong> ร่างโครงเรื่อง หาไอเดียหัวข้อ และช่วยตรวจสอบไวยากรณ์ <strong>เริ่มต้นยังไง:</strong> สร้างพอร์ตผลงานตัวอย่าง 3-5 ชิ้น แล้วเสนอตัวรับงานฟรีแลนซ์</p><h2>4. ตัดต่อวิดีโอสั้นด้วยเครื่องมือ AI</h2><p><strong>คืออะไร:</strong> รับตัดต่อวิดีโอสั้นสำหรับ TikTok, Reels, YouTube Shorts ให้ธุรกิจหรือครีเอเตอร์ <strong>AI ช่วยตรงไหน:</strong> ตัดต่ออัตโนมัติ ใส่ซับไตเติล และแนะนำจังหวะตัดที่น่าสนใจ <strong>เริ่มต้นยังไง:</strong> ฝึกใช้เครื่องมือตัดต่อที่มี AI ช่วย แล้วทำผลงานตัวอย่างจากคลิปของตัวเอง</p><h2>5. ที่ปรึกษา/ติวเตอร์ออนไลน์ ใช้ AI เตรียมเนื้อหา</h2><p><strong>คืออะไร:</strong> สอนพิเศษหรือให้คำปรึกษาในสิ่งที่ตัวเองถนัด เช่น ภาษา วิชาเรียน หรือทักษะการทำงาน <strong>AI ช่วยตรงไหน:</strong> ช่วยเตรียมแบบฝึกหัด สรุปเนื้อหา และออกแบบแผนการสอน <strong>เริ่มต้นยังไง:</strong> เริ่มสอนกลุ่มเล็กหรือแบบตัวต่อตัวก่อน แล้วขยายเมื่อมีรีวิวที่ดี</p><h2>6. ขายของออนไลน์ ใช้ AI ทำภาพสินค้า/แคปชั่น</h2><p><strong>คืออะไร:</strong> ขายสินค้าของตัวเองหรือสินค้าที่หามาผ่านช่องทางออนไลน์ <strong>AI ช่วยตรงไหน:</strong> สร้าง/ปรับแต่งภาพสินค้าให้ดูเป็นมืออาชีพ เขียนคำอธิบายสินค้าและแคปชั่น <strong>เริ่มต้นยังไง:</strong> เริ่มจากสินค้าที่มีอยู่แล้วหรือหาสินค้าจากแหล่งขายส่งมาทดลองขาย</p><h2>7. Live Commerce พิธีกรไลฟ์สด ใช้ AI ช่วยสคริปต์</h2><p><strong>คืออะไร:</strong> ไลฟ์สดขายของบน TikTok หรือ Facebook ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เติบโตต่อเนื่อง <strong>AI ช่วยตรงไหน:</strong> ช่วยเตรียมสคริปต์พูด จุดขายของสินค้า และคำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อย <strong>เริ่มต้นยังไง:</strong> เริ่มไลฟ์กับเพจ/บัญชีของตัวเองก่อน สร้างสไตล์การพูดที่เป็นเอกลักษณ์</p><h2>เลือกอาชีพเสริมยังไงให้เหมาะกับตัวเอง</h2><p>ไม่จำเป็นต้องทำทั้ง 7 อย่างพร้อมกัน ลองเริ่มจาก 1-2 อย่างที่ตรงกับทักษะหรือความสนใจที่มีอยู่แล้ว เช่น ถ้าถนัดพูดและกล้าแสดงออกอาจเหมาะกับ Live Commerce แต่ถ้าถนัดเขียนและวางแผนอาจเหมาะกับงานเขียนคอนเทนต์หรือนายหน้าออนไลน์มากกว่า</p><h2>สรุป</h2><p>AI ไม่ได้มาแทนที่โอกาสสร้างรายได้เสริม แต่กลับเป็นตัวช่วยที่ทำให้อาชีพเสริมหลายแบบเข้าถึงง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก มนุษย์เงินเดือนที่มีเวลาจำกัดก็สามารถเริ่มต้นได้จริงโดยไม่ต้องมีพื้นฐานเฉพาะทางมาก่อน</p><h2>บทความที่เกี่ยวข้อง</h2><ul><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4205-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%A2-ai-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%99" rel="noopener noreferrer" target="_blank">เป็นนายหน้าแพลตฟอร์มไทยด้วย AI ไม่ต้องมีของ ไม่ต้องมีทุน</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4203-%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%A2-ai-%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%94" rel="noopener noreferrer" target="_blank">สร้างรายได้เสริมด้วย AI + แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทย มือใหม่ทำได้</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f1430028cb_1783567408.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f1430028cb_1783567408.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>วิทยาศาสตร์เบื้องหลัง WHOOP — งานวิจัยจริงบอกอะไรก่อนคุณเชื่อตัวเลข Recovery และ HRV</title>
            <link>https://prnewsplus.com/products/4223-วทยาศาสตรเบองหลง-whoop--งานวจยจรงบอกอะไรกอนคณเชอตวเลข-recovery-และ-hrv</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/products/4223-วทยาศาสตรเบองหลง-whoop--งานวจยจรงบอกอะไรกอนคณเชอตวเลข-recovery-และ-hrv</guid>
            <pubDate>Sat, 11 Jul 2026 18:36:51 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>สินค้าและบริการ</category>
            <description><![CDATA[ตัวเลข Recovery, HRV และ Sleep บน WHOOP น่าเชื่อถือแค่ไหน? งานวิจัยอิสระหลายชิ้นในปี 2025-2569 ชี้ว่าความแม่นยำขึ้นอยู่กับตำแหน่งสวมใส่ ประเภทกิจกรรม และสิ่งที่คุณจะนำตัวเลขไปใช้ — บทความนี้ย่อยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ให้อ่านง่าย พร้อมคำแนะนำว่าฟีเจอร์ไหนเชื่อได้ ฟีเจอร์ไหนควรระวัง...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ตัวเลข Recovery 34% ตอนเช้า แปลว่าอะไรกันแน่? WHOOP คำนวณออกมาจากเซ็นเซอร์บนข้อมือ แต่วิทยาศาสตร์เบื้องหลังนั้นน่าเชื่อถือขนาดไหน? <strong>ความแม่นยำ WHOOP</strong> คือคำถามที่ผู้ใช้หลายล้านคนไม่ค่อยได้คำตอบที่ตรงไปตรงมา — บทความนี้รวบรวมงานวิจัยอิสระและงานวิจัยของ WHOOP เอง มาไว้ในที่เดียว พร้อมบอกตรงๆ ว่าฟีเจอร์ไหนเชื่อได้ ฟีเจอร์ไหนควรระวัง</p>

<h2>WHOOP วัดอะไร และตัวเลขมาจากไหน?</h2>
<p>WHOOP ใช้เซ็นเซอร์ PPG (Photoplethysmography) — ปล่อยแสงลงผิวหนังแล้วจับแสงสะท้อนกลับมาเพื่อนับจังหวะเลือดที่ไหล จากนั้นแปลงเป็นอัตราการเต้นหัวใจ (HR) และ Heart Rate Variability (HRV)</p>
<p>HRV คือตัวเลขความแปรปรวนของช่วงห่างระหว่างการเต้นแต่ละครั้ง ฟังดูเทคนิค แต่ง่ายๆ คือ "หัวใจที่ฟื้นตัวดีจะเต้นไม่สม่ำเสมอกว่า" — ค่า HRV สูงหมายถึงร่างกายพร้อมรับแรงกดดัน ค่าต่ำหมายถึงกำลังฟื้นตัวอยู่ ตัวเลขสองตัวนี้คือรากฐานของทุกคะแนนที่ WHOOP แสดง ทั้ง Recovery, Strain และ Sleep</p>

<h2>ความแม่นยำ WHOOP ในการวัด HRV และ HR ขณะนอนหลับ</h2>
<p>งานวิจัยอิสระที่ตีพิมพ์ใน <em>Physiological Reports</em> เดือนสิงหาคม 2025 โดยทีมจาก Ohio State University ทดสอบอุปกรณ์ 5 ชนิดรวม 536 คืนจากผู้เข้าร่วม 13 คน โดยเปรียบเทียบกับ ECG มาตรฐานทางการแพทย์</p>
<p>ผลออกมาดังนี้: Oura Gen 4 แม่นยำที่สุดสำหรับ HRV (CCC = 0.99, ค่าความผิดพลาดเฉลี่ย 5.96%) ตามด้วย Oura Gen 3 ส่วน WHOOP 4.0 อยู่ในระดับปานกลาง (CCC = 0.94, ค่าความผิดพลาดเฉลี่ย 8.17%) สำหรับ HR ขณะพัก WHOOP ได้ CCC = 0.91 และค่าผิดพลาด 3.00%</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ทีม WHOOP ได้ตอบโต้ในบทความวิจัยของตัวเองที่ตีพิมพ์ในวารสารเดียวกัน (ธันวาคม 2025) โดยโต้แย้งว่าการเปรียบเทียบ HRV ข้ามอุปกรณ์ต้องคำนึงถึงวิธีคำนวณที่แตกต่างกันด้วย และงานวิจัยที่ WHOOP อ้างอิงจาก CQUniversity พบว่า WHOOP มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของความผิดพลาดเพียง 3.9 มิลลิวินาที ขณะที่อุปกรณ์อื่นอยู่ระหว่าง 28.1–46.9 มิลลิวินาที</p>
<p><strong>บทสรุปกลาง:</strong> วงการวิจัยยังถกเถียงกันอยู่ — แต่ที่เห็นพ้องกันคือ WHOOP "ดีพอสำหรับการติดตามแนวโน้ม" ไม่ใช่สำหรับการวินิจฉัยทางการแพทย์</p>

<h2>สวมตรงไหนสำคัญมาก — งานวิจัยตำแหน่งสวมใส่ปี 2025</h2>
<p>งานวิจัยจาก University of Maryland Eastern Shore ตีพิมพ์ใน <em>Sensors</em> เดือนธันวาคม 2025 ทดสอบ WHOOP 4.0 ที่ตำแหน่งสามจุด ได้แก่ ข้อมือซ้าย, แขนส่วนล่าง และแขนส่วนบน (บริเวณ biceps) ในผู้ใหญ่สุขภาพดี 28 คน ระหว่างออกกำลังกายหลายระดับความหนัก</p>
<p>ผลที่น่าสนใจคือขณะพักทุกตำแหน่งแม่นยำพอๆ กัน (CCC &gt; 0.99) แต่พอเริ่ม Burpee ท่าออกกำลังกายหนักหน่วง ความแม่นยำของทุกอุปกรณ์ดิ่งต่ำ (CCC &lt; 0.50) — ยกเว้น WHOOP ที่แขนส่วนบนซึ่งยังทำผลได้ดีกว่าตำแหน่งอื่นอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p><strong>เคสรูปธรรม:</strong> ถ้าคุณทำ CrossFit หรือ HIIT ที่มีการเคลื่อนไหวข้อมือมาก ลองย้าย WHOOP ขึ้นไปที่ต้นแขน — ตัวเลข HR ที่ได้จะใกล้เคียงความเป็นจริงกว่าข้อมือ</p>

<h2>ใส่บ่อยขึ้น = สุขภาพดีขึ้น? ระวังอย่าตีความเกินจริง</h2>
<p>งานวิจัยตีพิมพ์ใน <em>Sensors</em> เดือนเมษายน 2025 วิเคราะห์ข้อมูลจากสมาชิก WHOOP เกือบ 12,000 คน ครอบคลุมเกือบ 1 ล้านวัน/คืน ใน 12 สัปดาห์ พบว่าคนที่ใส่ทุกวันมี RHR ต่ำกว่าคนที่ใส่น้อยกว่า 5 วันต่อสัปดาห์ประมาณ 1 bpm และมี HRV สูงกว่า พร้อมกับนอนหลับนานและสม่ำเสมอกว่า</p>
<p>ฟังดูดี แต่ต้องอ่านป้ายเตือนให้ชัด: นี่คือ observational study ที่ทำโดย WHOOP เอง ไม่ใช่ randomized controlled trial ที่แยกตัวแปรได้ชัดเจน ความสัมพันธ์ที่พบอาจแปลว่า "คนที่ดูแลสุขภาพอยู่แล้วมักใส่อุปกรณ์บ่อยกว่า" มากพอๆ กับที่จะแปลว่า "การใส่ WHOOPทำให้สุขภาพดีขึ้น"</p>

<h2>HRV กับสุขภาพจิต: งานวิจัยสเกลใหญ่ที่สุดชิ้นหนึ่ง</h2>
<p>งานวิจัยจาก WHOOP ตีพิมพ์ใน <em>Journal of Medical Internet Research</em> มิถุนายน 2025 วิเคราะห์แบบสอบถามสุขภาพจิตกว่า 300,000 ชุดจากสมาชิกกว่า 170,000 คน ครอบคลุมข้อมูลชีวมิติ 7.9 ล้านวัน ผลที่พบคือสมาชิกที่มี HRV สูงกว่า RHR ต่ำกว่า และนอนหลับสม่ำเสมอกว่า รายงานความเครียด วิตกกังวล และซึมเศร้าในระดับที่ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ <strong>ความสม่ำเสมอของเวลาเข้านอนและตื่นนอนส่งผลต่อสุขภาพจิตมากกว่าชั่วโมงนอนรวม</strong> — ดังนั้นถ้าอยากใช้ WHOOP ให้ได้ประโยชน์จริง การตั้งเป้าเข้านอนตรงเวลาอาจสำคัญกว่าการพยายามยืดเวลานอนให้ถึง 8 ชั่วโมง</p>

<h2>WHOOP Advanced Labs: เมื่อสมาร์ทแบนด์ผนวกการตรวจเลือด</h2>
<p>30 กันยายน 2025 WHOOP ประกาศเปิดตัว Advanced Labs ฟีเจอร์ที่ให้สมาชิกอัปโหลดผลเลือดเก่าหรือสั่งตรวจ biomarker 65 ชนิดผ่านแอป โดยมี Quest Diagnostics เป็นพาร์ทเนอร์ในการตรวจ มีสมาชิกกว่า 350,000 คนลงชื่อรอก่อนเปิดตัวจริง</p>
<p>แผนต่อไปคือ 5 Specialized Panels ได้แก่ Performance Health, Metabolic Health, Men's Health, Heart Health และ Women's Health ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในต้นปี 2569 ฟีเจอร์นี้น่าสนใจตรงที่เชื่อมข้อมูลเลือดกับข้อมูลการใส่อุปกรณ์รายวัน แทนที่จะดูผลเลือดเป็นสแนปชอตเดี่ยวๆ</p>

<h2>Blood Pressure Insights กับ FDA — เรื่องที่ผู้ใช้ต้องรู้</h2>
<p>กรกฎาคม 2025 FDA ออกหนังสือเตือน WHOOP ว่าฟีเจอร์ Blood Pressure Insights อาจเป็นอุปกรณ์การแพทย์ที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ WHOOP โต้แย้งโดยอ้าง 21st Century Cures Act และยืนยันว่าเป็น wellness tool ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัย</p>
<p>มกราคม 2569 FDA ออกแนวทางใหม่ที่อนุญาตให้ใช้ optical sensing วัดความดันในหมวด wellness ได้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่อ้างความแม่นยำระดับ "medical-grade" — ดังนั้น ถ้าคุณกังวลเรื่องความดันโลหิตจริงๆ แขนวัดความดันแบบดั้งเดิมยังเชื่อถือได้กว่ามาก</p>
<p>ในทางตรงข้าม <strong>ฟีเจอร์ ECG บน WHOOP MG ได้รับการรับรองจาก FDA</strong> สำหรับการตรวจจับ Atrial Fibrillation (AFib) และส่งออกรายงาน PDF ให้แพทย์ได้โดยตรง — นี่คือฟีเจอร์ที่มีน้ำหนักทางคลินิกจริง</p>

<h2>สรุป: เชื่อตัวเลข WHOOP ได้แค่ไหน — ตาราง 6 ฟีเจอร์</h2>
<p>ก่อนดูตาราง ให้จำหลักการง่ายๆ ไว้ว่า WHOOP เหมาะกับการ "ดูแนวโน้มระยะยาว" มากกว่าการตีความตัวเลขรายวันตายตัว — Recovery 34% วันนี้ไม่ได้แปลว่าคุณป่วย แต่ถ้า Recovery ต่ำต่อเนื่อง 5 วัน นั่นคือสัญญาณที่ควรฟัง</p>

<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>ฟีเจอร์</th>
      <th>ความน่าเชื่อถือ</th>
      <th>หลักฐานรองรับ</th>
      <th>คำแนะนำ</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td><strong>HRV ขณะนอนหลับ</strong></td>
      <td>ดี (CCC 0.94)</td>
      <td>งานวิจัย Ohio State 2025</td>
      <td>ดูแนวโน้ม ไม่ใช่ตัวเลขรายวัน</td>
    </tr>
    <tr>
      <td><strong>HR ขณะออกกำลังกายเบา</strong></td>
      <td>ดีมาก (CCC &gt;0.99)</td>
      <td>งานวิจัย UMES 2025</td>
      <td>เชื่อถือได้สำหรับ Zone Training</td>
    </tr>
    <tr>
      <td><strong>HR ขณะ HIIT/Burpee</strong></td>
      <td>ปานกลาง (CCC &lt;0.50)</td>
      <td>งานวิจัย UMES 2025</td>
      <td>ย้ายไปที่ biceps หรือใช้ chest strap เสริม</td>
    </tr>
    <tr>
      <td><strong>Blood Pressure Insights</strong></td>
      <td>ระดับ wellness เท่านั้น</td>
      <td>แนวทาง FDA ม.ค. 2569</td>
      <td>ไม่ทดแทนการวัดความดันจริง</td>
    </tr>
    <tr>
      <td><strong>ECG (WHOOP MG)</strong></td>
      <td>FDA-cleared</td>
      <td>การรับรอง FDA</td>
      <td>เหมาะสำหรับคัดกรอง AFib</td>
    </tr>
    <tr>
      <td><strong>Recovery Score</strong></td>
      <td>สัมพันธ์กับสุขภาพจิต/กาย</td>
      <td>งานวิจัย JMIR 2025</td>
      <td>ใช้เป็นแนวทาง ไม่ใช่กฎตายตัว</td>
    </tr>
  </tbody>
</table>

<p>WHOOP ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยโรค แต่ถ้าใช้ถูกวิธี มันคือกระจกสะท้อนแนวโน้มสุขภาพที่มีงานวิจัยรองรับอย่างจริงจัง — รู้ขีดจำกัดของมัน แล้วคุณจะได้ประโยชน์จากตัวเลขบนหน้าจอมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด</p>

<h3>แหล่งอ้างอิง</h3>
<ul>
  <li><a href="https://doi.org/10.3390/s25082437">Grosicki GJ et al. (2025). Wearing WHOOP More Frequently Is Associated with Better Biometrics and Healthier Sleep and Activity Patterns. Sensors.</a></li>
  <li><a href="https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC12367097/">Dial MB et al. (2025). Validation of nocturnal resting heart rate and heart rate variability in consumer wearables. Physiological Reports.</a></li>
  <li><a href="https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC12788198/">Moghaddam M et al. (2025). Impact of Anatomical Placement on the Accuracy of Wearable Heart Rate Monitors. Sensors.</a></li>
  <li><a href="https://www.whoop.com/us/en/press-center/new-whoop-research-finds-compelling-links-between-mental-and-physical-health/">WHOOP Press Center (2025). New WHOOP Research Finds Compelling Links Between Mental and Physical Health.</a></li>
  <li><a href="https://newsroom.questdiagnostics.com/2025-09-30-WHOOP-Launches-Clinician-Reviewed-Advanced-Labs,-Unlocking-a-Comprehensive-View-of-Human-Health">Quest Diagnostics Newsroom (2025). WHOOP Launches Clinician-Reviewed Advanced Labs.</a></li>
  <li><a href="https://wearablebeat.com/articles/whoop-mg-review-2026/">WearableBeat (2569). Whoop MG Review.</a></li>
  <li><a href="https://www.whoop.com/us/en/thelocker/whoop-proven-most-accurate-wearable-in-heart-rate-heart-rate-variability-measurements/">WHOOP (2025). WHOOP Proven Most Accurate Wearable in HRV Measurements.</a></li>
  <li><a href="https://the5krunner.com/2025/10/31/2026-whoop-5-0-mg-review-discount-accuracy-strain-recovery-athletes/">The5kRunner (2569). Is WHOOP 5.0 Any Good? 2026 MG Review.</a></li>
</ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a517b3f23a91.png" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a517b3f23a91.png" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Healthspan คืออะไร? ทำไมคนไทยยุค 2569 ถึงไม่พอแค่ &quot;อายุยืน&quot;</title>
            <link>https://prnewsplus.com/health/4226-healthspan-คออะไร-ทำไมคนไทยยค-2569-ถงไมพอแค-อายยน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/health/4226-healthspan-คออะไร-ทำไมคนไทยยค-2569-ถงไมพอแค-อายยน</guid>
            <pubDate>Sat, 11 Jul 2026 18:36:49 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>สุขภาพ / ความงาม</category>
            <description><![CDATA[ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แล้ว แต่เป้าหมายสุขภาพของคนรุ่นใหม่ไม่ใช่แค่อยู่นาน — มันคือ Healthspan หรือการมีสุขภาพดีให้นานที่สุด กระแสนี้กำลังเขย่าพฤติกรรม เม็ดเงิน และนโยบายสุขภาพของคนไทยทุกวัยอย่างจริงจัง...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>72% ของผู้บริโภคไทยให้ความสำคัญกับ "สุขภาพ" มากกว่า "ความงาม"</strong> — ตัวเลขนี้บอกอะไรบางอย่างที่ลึกกว่าแค่เทรนด์ผิวสวย ปี 2569 แนวคิด <strong>Healthspan</strong> หรือ "จำนวนปีที่มีสุขภาพแข็งแรงจริงๆ" กำลังกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของคนไทยทุกเจเนอเรชัน ไม่ใช่แค่อยู่นาน แต่ต้องอยู่ดี — และนั่นกำลังเขย่าพฤติกรรม เม็ดเงิน และนโยบายสุขภาพของประเทศอย่างถึงรากถึงโคน</p>

<h2>Healthspan ≠ Lifespan: ความต่างที่เปลี่ยนทุกอย่าง</h2>
<p>ลองนึกภาพง่ายๆ: คนสองคนอายุ 85 ปีเท่ากัน คนแรกเดินเหินคล่อง ทำงานอดิเรกได้ ไม่ต้องพึ่งยามาก คนที่สองนอนติดเตียงมา 15 ปี ทั้งคู่มี Lifespan เท่ากัน แต่ <strong>Healthspan</strong> ต่างกันราวฟ้ากับดิน</p>
<p>ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายแนวคิดนี้ไว้ชัดเจนว่า เป้าหมายของการมีชีวิตยืนยาวในยุคนี้ไม่ใช่การอยู่กับความเจ็บป่วยนานๆ แต่คือการ <strong>มีสุขภาพดีให้นานที่สุด และเจ็บป่วยในช่วงสั้นที่สุดก่อนเสียชีวิต</strong> ฟังดูเรียบง่าย แต่นั่นคือการพลิกกรอบคิดเรื่องสุขภาพทั้งหมด</p>
<p>ผลก็คือ ผู้บริโภคเริ่มมองสุขภาพและความงามเป็นเรื่องเดียวกัน ไม่แยกส่วนอีกต่อไป — ผิวดีต้องมาจากข้างใน สุขภาพดีต้องสะท้อนออกข้างนอก</p>

<h2>ทำไมสังคมไทยถึงเร่งเครื่องเรื่องนี้พอดี</h2>
<p>ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่กระแส Healthspan ระเบิดขึ้นในไทยตอนนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่าไทยก้าวเข้าสู่ <strong>"สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์" (Aged Society)</strong> แล้ว โดยมีประชากรผู้สูงอายุเกิน 20% ของประชากรทั้งหมด</p>
<p>ตัวเลขนี้ไม่ได้แค่เป็นสถิติประชากร — มันคือแรงกดดันโครงสร้างที่ผลักทั้งภาครัฐและเอกชนให้ต้องจริงจังกับ <strong>Longevity Economy</strong> อย่างเป็นรูปธรรม นพ.จเด็จ ในฐานะผู้กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Thailand Healthcare 2026 ประกาศทิศทางใหม่ชัดเจนว่า ระบบหลักประกันสุขภาพไทยต้องเดินหน้าทำให้คนไทยมี Healthspan ยาวนานที่สุด ไม่ใช่แค่อายุยืน</p>
<p>นั่นคือสัญญาณจากระดับนโยบายที่ส่งตรงถึงตลาดสุขภาพทั้งระบบ</p>

<h2>Biohacking และ Biomarker: เครื่องมือใหม่ของคนอยากมี Healthspan ยาว</h2>
<p>ถ้า Healthspan คือเป้าหมาย เทคโนโลยีคือเครื่องมือที่เปลี่ยนเกม แนวคิด <strong>Biohacking</strong> — การ "แฮก" ร่างกายตัวเองด้วยข้อมูลและวิทยาศาสตร์ — กำลังแพร่กระจายจากกลุ่มนักออกกำลังกายซิลิคอนวัลเลย์มาสู่คนไทยทั่วไป</p>
<p>ในทางปฏิบัติ มันหมายถึงสิ่งเหล่านี้:</p>
<ul>
  <li><strong>Deep Health Screening:</strong> ตรวจ DNA, ฮอร์โมน, ภูมิคุ้มกัน และ "อายุทางชีวภาพ" (biological age) ซึ่งอาจต่างจากอายุจริงมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับพฤติกรรม</li>
  <li><strong>Biomarker Tracking:</strong> การวิเคราะห์ข้อมูลทางชีวภาพเพื่อปรับไลฟ์สไตล์เฉพาะบุคคล ไม่ใช่คำแนะนำแบบ one-size-fits-all</li>
  <li><strong>Wearable Technology:</strong> อุปกรณ์ติดตามสุขภาพแบบเรียลไทม์ที่ช่วยให้เห็นข้อมูลร่างกายตัวเองทุกวัน</li>
  <li><strong>Functional Nutrition:</strong> การกินอาหารเสริมที่มีประสิทธิภาพสูงและออกแบบตามความต้องการเฉพาะบุคคล</li>
</ul>
<p>ทั้งหมดนี้ไม่ได้แยกจากกัน แต่ทำงานเป็นระบบเดียว เป้าหมายเดียวกัน: รู้จักร่างกายตัวเองให้ลึกพอที่จะป้องกันก่อนเจ็บป่วย ไม่ใช่รอรักษาหลังจากล้มป่วยไปแล้ว</p>

<h2>เม็ดเงินมหาศาล: Wellness Economy ทั่วโลกและในไทย</h2>
<p>กระแสนี้ไม่ได้แค่เปลี่ยนพฤติกรรม — มันสร้างเศรษฐกิจก้อนใหม่ Global Wellness Institute ประเมินว่า Wellness Economy ทั่วโลกจะมีมูลค่าแตะ <strong>9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2029</strong> และตลาดไทยก็เติบโตตามกระแสโลก</p>

<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>เซกเมนต์ธุรกิจ</th>
      <th>ลักษณะสินค้า/บริการ</th>
      <th>กลุ่มเป้าหมายหลัก</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td>Health Investment</td>
      <td>ตรวจสุขภาพเชิงลึก, biomarker, genomic screening</td>
      <td>รายได้กลาง-สูง ทุกวัย</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Holistic Wellness</td>
      <td>สุขภาพกาย-ใจ-อารมณ์ 360 องศา</td>
      <td>วัยทำงาน, Gen Y-Z</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Anti-aging / Longevity</td>
      <td>ผลิตภัณฑ์ชะลอวัย, ฮอร์โมนบำบัด, อาหารเสริมประสิทธิภาพสูง</td>
      <td>Gen X, Baby Boomer</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Active Ageing Services</td>
      <td>บริการดูแลผู้สูงวัย, ท่องเที่ยวสูงวัย, นวัตกรรมชะลอวัย</td>
      <td>ผู้สูงอายุ 60+</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Longevity Tourism</td>
      <td>full-body scan, genomic sequencing สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ</td>
      <td>ชาวต่างชาติจาก US/ยุโรป</td>
    </tr>
  </tbody>
</table>

<h2>ไทยในฐานะ Longevity Tourism Hub: จุดแข็งที่คนมองข้าม</h2>
<p>มีข้อได้เปรียบหนึ่งที่ไทยถือไพ่เหนือกว่าหลายประเทศพัฒนาแล้ว นั่นคือ <strong>ราคา</strong> การตรวจสุขภาพเชิง Longevity แบบครอบคลุมในกรุงเทพฯ ทั้ง full-body scan และ genomic sequencing มีค่าใช้จ่ายราว <strong>60% ถูกกว่าในสหรัฐอเมริกาหรือยุโรป</strong></p>
<p>นั่นหมายความว่าชาวต่างชาติที่อยากตรวจสุขภาพเชิงลึกแต่ไม่อยากจ่ายราคาที่บ้าน มีเหตุผลที่จะบินมาไทยทั้งตรวจและท่องเที่ยวในทริปเดียวกัน ไทยจึงกำลังวางตัวเองเป็น <strong>จุดหมายปลายทาง Longevity Tourism ระดับนานาชาติ</strong> และมันกำลังกลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่มีศักยภาพสูงมาก</p>

<h2>แต่ละเจนมองเรื่องนี้ต่างกันอย่างไร</h2>
<p>ผลวิจัยของ CMMU เผยว่าแม้คนไทยทุกวัยจะให้ความสำคัญกับสุขภาพเหมือนกัน แต่ความแตกต่างอยู่ที่ <strong>แรงจูงใจ ช่องทางข้อมูล และความพร้อมจ่าย</strong> ซึ่งแตกต่างกันอย่างชัดเจน</p>
<p>Gen Z อาจเริ่มจากการติดตาม Wearable เพราะความอยากรู้จักตัวเอง ขณะที่ Baby Boomer อาจลงทุนกับการตรวจ biomarker เพราะกังวลเรื่องโรคที่อาจแฝงอยู่ โมเดลธุรกิจที่จะชนะตลาดนี้จึงต้องเข้าใจว่าแต่ละกลุ่มไม่ได้ต้องการสินค้าเดียวกัน แม้จะเรียกว่า "สุขภาพ" เหมือนกัน</p>

<h2>ประเด็นที่ยังเป็นปัญหา: ความเหลื่อมล้ำใน Longevity</h2>
<p>กระแสสวยหรูแค่ไหน ก็ยังมีด้านมืดที่ต้องพูดถึง บริการ Longevity เชิงลึกอย่างการตรวจ DNA หรือ full-body biomarker scan ยังมีราคาที่ทำให้เข้าถึงได้เฉพาะกลุ่มรายได้กลาง-สูง คนทั่วไปยังห่างไกลจากเทคโนโลยีเหล่านี้</p>
<p>OKMD จึงเปิดโครงการ <strong>"Longevity for All"</strong> ในปี 2569 เพื่อกระจายองค์ความรู้เรื่อง Healthspan ให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีเงินจ่ายค่าตรวจราคาแพง แนวคิดคือถ้าคนรู้จักพฤติกรรมพื้นฐานที่ถูกต้อง — นอนหลับดี กินอาหารมีคุณค่า ออกกำลังกายสม่ำเสมอ — ก็สามารถยืด Healthspan ได้โดยไม่ต้องพึ่งแล็บราคาหลักแสน</p>
<p>ช่องว่างระหว่างคนที่ "แฮก" ร่างกายด้วยข้อมูลล้ำๆ กับคนที่เข้าถึงแค่ความรู้พื้นฐาน ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องช่วยกันแก้</p>

<h2>สรุป: Healthspan ไม่ใช่เทรนด์ชั่วคราว</h2>
<p>เมื่อโครงสร้างประชากรเปลี่ยน นโยบายรัฐขยับ และเม็ดเงินผู้บริโภคไหลไปในทิศทางเดียวกัน — นั่นไม่ใช่กระแสที่จะมาแล้วก็ไป Healthspan กำลังกลายเป็น <strong>กรอบคิดใหม่ของการดูแลตัวเอง</strong> ที่ไม่ถามว่า "จะอยู่ถึงอายุเท่าไหร่" แต่ถามว่า "จะแข็งแรงได้นานแค่ไหน"</p>
<p>และในปี 2569 คำถามนั้นกำลังหาคำตอบผ่านเทคโนโลยี นโยบาย และพฤติกรรมใหม่ของคนไทยทุกคน</p>

<h3>แหล่งอ้างอิง</h3>
<ul>
  <li><a href="https://www.prachachat.net/biz-movement/public-relations/news-2028168">ประชาชาติธุรกิจ — Longevity Economy ไทย</a></li>
  <li><a href="https://www.marketingoops.com/reports/health-and-beauty-trends-2026/">Marketing Oops — Health and Beauty Trends 2026</a></li>
  <li><a href="https://www.salika.co/2026/02/01/longevity-2026-thai-medical-innovation-aged-society-health-span-economy/">Salika — Longevity 2026 Thai Medical Innovation</a></li>
  <li><a href="https://thestandard.co/life/health-trends-2026-longevity-aminoscience/">The Standard — Health Trends 2026 Longevity</a></li>
  <li><a href="https://thailand.go.th/issue-focus-detail/thailand-turns-longevity-tourism-into-a-healthspan-journey">Thailand.go.th — Thailand Turns Longevity Tourism into a Healthspan Journey</a></li>
  <li><a href="https://www.siamparagon.co.th/th/blog/whats-next-in-longevity-2026-global-health-trends-63">Siam Paragon — What's Next in Longevity 2026</a></li>
  <li><a href="https://www.thestorythailand.com/healthspan-lifespan/">The Story Thailand — Healthspan vs Lifespan</a></li>
</ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a51a535603a5.png" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a51a535603a5.png" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>WHOOP vs Apple Watch vs Garmin vs Oura Ring: เลือกอะไรดีในปี 2569?</title>
            <link>https://prnewsplus.com/products/4225-whoop-vs-apple-watch-vs-garmin-vs-oura-ring-เลอกอะไรดในป-2569</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/products/4225-whoop-vs-apple-watch-vs-garmin-vs-oura-ring-เลอกอะไรดในป-2569</guid>
            <pubDate>Sat, 11 Jul 2026 18:36:48 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>สินค้าและบริการ</category>
            <description><![CDATA[4 อุปกรณ์ติดตามสุขภาพยอดนิยมในปี 2569 — WHOOP, Apple Watch, Garmin และ Oura Ring — มีจุดเด่นต่างกันชัดเจน บทความนี้เจาะตัวเลขงานวิจัย ต้นทุนจริงตลอด 3 ปี และแนะนำว่าใครควรเลือกอะไร เพื่อให้คุณตัดสินใจได้แม่นยำโดยไม่เสียเงินซื้อผิด...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>4 ตัว 4 ปรัชญา — แต่มีเพียงหนึ่งชิ้นที่เหมาะกับคุณจริงๆ ในปี 2569 ตลาดอุปกรณ์ติดตามสุขภาพถูกครองโดย WHOOP 5.0, Apple Watch, Garmin และ Oura Ring ซึ่งทั้งหมดวัด HRV ได้ ทั้งหมดติดตามการนอนได้ แต่ถูกออกแบบมาเพื่อคนละกลุ่มเป้าหมาย การรู้ว่า <strong>WHOOP vs Apple Watch vs Garmin vs Oura Ring</strong> ต่างกันอย่างไรในชีวิตจริง จะช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเงินซื้อผิด</p>

<h2>ก่อนดูสเปก ต้องรู้จักปรัชญาของแต่ละแบรนด์</h2>
<p>อุปกรณ์แต่ละชิ้นไม่ได้สร้างมาเพื่อทุกคน ความเข้าใจ "เจตนา" ของผู้ผลิตคือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด</p>
<ul>
  <li><strong>Apple Watch</strong> — สำหรับผู้ใช้ iPhone ที่ต้องการอุปกรณ์ชิ้นเดียวทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่จ่ายเงิน รับการแจ้งเตือน ไปจนถึงติดตามสุขภาพ</li>
  <li><strong>Garmin</strong> — สำหรับนักกีฬาความอดทนและผู้ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง ที่ต้องการ GPS แม่นยำและ Workout data ลึก</li>
  <li><strong>WHOOP</strong> — สำหรับนักกีฬาจริงจังที่ต้องการติดตาม Recovery ระดับคลินิก โดยไม่ต้องการหน้าจอหรือการแจ้งเตือนรบกวน</li>
  <li><strong>Oura Ring</strong> — สำหรับคนที่หมกมุ่นกับคุณภาพการนอนและต้องการอุปกรณ์ที่สวมใส่ตลอดเวลาโดยไม่รู้สึกว่ามีน้ำหนัก</li>
</ul>
<p>ความแตกต่างด้านปรัชญานี้คือเหตุผลที่การดูสเปกอย่างเดียวไม่พอ เพราะมันกำหนดว่าอุปกรณ์แต่ละชิ้นเก่งหรืออ่อนในสถานการณ์ไหน</p>

<h2>ตัวเลขงานวิจัยจริง: ใครแม่นยำที่สุดในแต่ละด้าน?</h2>

<h3>HRV — ตัวชี้วัดที่คัดกรองผู้ชนะได้ชัดที่สุด</h3>
<p>HRV (Heart Rate Variability) คือความแปรปรวนของช่วงเวลาระหว่างการเต้นของหัวใจแต่ละครั้ง ยิ่งสูงยิ่งดี และมันคือตัวเลขที่บอกว่าร่างกายฟื้นตัวดีแค่ไหน</p>
<p>การศึกษาแบบ Peer-reviewed ปี 2025 จากกลุ่มตัวอย่าง 536 คืน วัดด้วยค่า CCC (Concordance Correlation Coefficient) เทียบกับ ECG มาตรฐานทางการแพทย์ พบว่า:</p>
<ul>
  <li><strong>Oura Gen 4</strong>: CCC = 0.99, MAPE 5.96% — แม่นยำที่สุด</li>
  <li><strong>WHOOP 4.0</strong>: CCC = 0.94, MAPE 8.17%</li>
  <li><strong>Garmin Fenix 6</strong>: CCC = 0.87, MAPE 10.52%</li>
</ul>
<p>ดูเผินๆ ตัวเลขอาจใกล้กัน แต่ที่ค่า HRV สูง (ช่วงที่นักกีฬาต้องการข้อมูลแม่นยำที่สุด) ความคลาดเคลื่อน CCC = 0.87 ของ Garmin จะขยายตัวออกอย่างมีนัยสำคัญ นักวิทยาศาสตร์ด้านข้อมูลกีฬาหลายคนจึงไม่แนะนำให้ใช้ HRV ของ Garmin เป็นตัวตัดสินใจฝึกซ้อม</p>

<h3>การติดตามการนอน — ใครจับได้ว่าคุณตื่นกลางดึก?</h3>
<p>การศึกษาที่ทดสอบอุปกรณ์ 6 ชิ้น (รวม Garmin Vivosmart 4) เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจ: Garmin มีค่า Specificity ในการตรวจจับช่วงตื่นเพียง <strong>29.39%</strong> — ต่ำที่สุดในบรรดาอุปกรณ์ที่ทดสอบ แปลว่าถ้าคุณตื่นกลางดึกบ่อยๆ Garmin อาจบอกว่าคุณหลับสนิทตลอดคืน</p>
<p>WHOOP ด้วย algorithm ใหม่ทำงานได้ใกล้เคียง Oura Ring โดยเฉพาะในช่วง REM และ Light Sleep แต่ยังตามหลัง Oura ในการตรวจจับช่วงตื่น สำหรับ Apple Watch นั้นยังไม่ถูกรวมในงานวิจัย Validation ข้ามคืนชิ้นนี้ เนื่องจากไม่ได้วัด HRV แบบต่อเนื่องตลอดคืนเหมือน Oura และ WHOOP</p>

<h3>อัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก — ทุกตัวทำได้ดี</h3>
<p>ในด้านนี้ทั้ง WHOOP และ Oura ทำได้ดีเยี่ยมเกือบเท่ากัน โดย WHOOP ต่ำกว่าค่าจริง 0.3 bpm (ICC = 0.99) และ Oura ต่ำกว่า 0.4 bpm (ICC = 0.99) ถือว่าแม่นยำระดับเดียวกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ ส่วน Apple Watch วัด HRV ต่ำกว่าความเป็นจริง 6.6 ms (ICC = 0.98) ดีมากแต่ยังตามหลัง WHOOP และ Oura เล็กน้อย</p>

<h2>ต้นทุนจริงตลอด 3 ปี — ราคาสติกเกอร์หลอกคุณได้เสมอ</h2>
<p>WHOOP ไม่มีค่าอุปกรณ์ ฟังดูน่าสนใจ แต่ระบบ Subscription คือต้นทุนที่แท้จริง ลองดูตารางนี้:</p>

<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>อุปกรณ์</th>
      <th>ต้นทุนฮาร์ดแวร์</th>
      <th>Subscription 3 ปี</th>
      <th>รวม ~3 ปี (USD)</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td>Apple Watch Series 11</td>
      <td>~$399</td>
      <td>$0</td>
      <td><strong>~$399</strong></td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Garmin Forerunner (entry)</td>
      <td>~$250–300</td>
      <td>$0</td>
      <td><strong>~$300</strong></td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Oura Ring 5</td>
      <td>~$349</td>
      <td>~$210 ($5.99/เดือน)</td>
      <td><strong>~$559</strong></td>
    </tr>
    <tr>
      <td>WHOOP One Tier</td>
      <td>$0 (รวมใน sub)</td>
      <td>$597 ($199/ปี)</td>
      <td><strong>~$597</strong></td>
    </tr>
    <tr>
      <td>WHOOP Life Tier (MG)</td>
      <td>$0 (รวมใน sub)</td>
      <td>$1,077 ($359/ปี)</td>
      <td><strong>~$1,077</strong></td>
    </tr>
  </tbody>
</table>

<p>ข้อควรรู้เพิ่มเติม: หากคุณยกเลิก Membership ของ WHOOP คุณต้องคืน hardware ให้บริษัทด้วย นั่นหมายความว่าคุณไม่ได้เป็นเจ้าของอุปกรณ์จริงๆ ตลอดเวลาที่ใช้งาน</p>

<h2>Oura Ring 5 — ผู้เล่นใหม่ที่เปลี่ยนสมการในพฤษภาคม 2569</h2>
<p>หากคุณกำลังเปรียบเทียบในปีนี้ ต้องพูดถึง Oura Ring 5 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปี โดดเด่นด้วยขนาดที่เล็กลง <strong>40%</strong> จากรุ่นก่อน วัดได้เพียง 6.09mm กว้าง และ 2.29mm หนา เทียบกับ 7.99mm และ 2.88mm ของรุ่นก่อน</p>
<p>ฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจคือการตรวจจับแนวโน้มความดันโลหิตในเวลากลางคืนและการวิเคราะห์การหายใจขณะนอนหลับ แต่ยังขาด ECG และการตรวจจับภาวะ AFib ซึ่งยังคงเป็นจุดเด่นเฉพาะของ WHOOP Life tier สูงสุด</p>
<p>แบตเตอรี่อยู่ได้นาน 8 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ผู้ใช้ชาร์จเพียงสองสามชั่วโมงต่อสัปดาห์แล้วลืมมันไปได้เลย — เป็นข้อได้เปรียบที่ทั้ง WHOOP และ Apple Watch ยังสู้ไม่ได้</p>

<h2>WHOOP vs Apple Watch vs Garmin vs Oura Ring: ใครควรเลือกอะไร?</h2>
<p>ตอบคำถาม 4 ข้อนี้ก่อน แล้วคำตอบจะชัดเอง:</p>

<h3>1. คุณใช้ iPhone หรือ Android?</h3>
<p>Apple Watch ใช้ได้เฉพาะ iPhone ถ้าคุณใช้ Android ตัดออกได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาพิจารณา</p>

<h3>2. คุณออกกำลังกายแบบไหน?</h3>
<p>วิ่ง Triathlon, ปีนเขา หรือ Cycling จริงจัง → <strong>Garmin</strong> ชนะด้านแผนที่และ GPS แบบไม่มีคู่แข่ง ออกกำลังกายในยิม, CrossFit หรือ HIIT → <strong>WHOOP</strong> ติดตาม Strain ได้ดีกว่า ต้องการติดตาม Passive ทั้งวันโดยไม่รู้สึกว่าใส่อะไร → <strong>Oura Ring</strong></p>

<h3>3. คุณมักออกกำลังกายหนักเกินไปไหม?</h3>
<p>ถ้าคุณเป็นคนที่มักข้ามการพักฟื้นและฝึกซ้อมหนักต่อเนื่องจนร่างกายสะสมความเมื่อยล้า WHOOP ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ มันตั้งคำถามทุกวันว่า "ควรออกกำลังกายหนักแค่ไหนวันนี้?" และนั่นคือทั้งจุดแข็งและข้อจำกัดของมัน</p>

<h3>4. คุณพร้อมจ่าย Subscription ตลอดชีพไหม?</h3>
<p>ถ้าไม่ → <strong>Apple Watch</strong> หรือ <strong>Garmin</strong> คือตัวเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุด ช่องว่างต้นทุน 3 ปีระหว่าง Apple Watch และ WHOOP tier ต่ำสุดอยู่ที่เกือบ $200 และถ้าเลือก WHOOP Life tier ช่องว่างนั้นกว้างถึง $678</p>

<h2>ทางเลือกที่สาม: จับคู่ WHOOP + Garmin ในเวลาเดียวกัน</h2>
<p>สำหรับนักกีฬาที่ต้องการทั้งสองโลก มีตัวเลือกที่หลายคนมองข้าม: สวม WHOOP 5.0 ที่ต้นแขนพร้อมกับ Garmin sports watch บนข้อมือ Setup นี้ให้ทั้ง Workout data ที่ดีที่สุดและ Recovery tracking ที่แม่นยำที่สุดในเวลาเดียวกัน</p>
<p>แน่นอนว่าต้นทุนรวมจะสูงกว่าทุกตัวเลือก แต่สำหรับนักกีฬาอาชีพหรือผู้ที่ฝึกซ้อมอย่างจริงจัง นี่คือ Setup ที่นักวิทยาศาสตร์ด้านกีฬาหลายคนแนะนำ</p>

<h3>แหล่งอ้างอิง</h3>
<ul>
  <li><a href="https://www.sensai.fit/blog/apple-watch-vs-oura-ring-vs-whoop-vs-garmin">Sensai Fit: Apple Watch vs Oura Ring vs WHOOP vs Garmin</a></li>
  <li><a href="https://www.stackingyears.com/blog/best-fitness-trackers-longevity-2026-whoop-oura-garmin-apple">Stacking Years: Best Fitness Trackers for Longevity 2026</a></li>
  <li><a href="https://www.athletedata.health/guides/whoop-vs-oura-vs-garmin">Athlete Data Health: WHOOP vs Oura vs Garmin</a></li>
  <li><a href="https://medium.com/@CuriousCatalyst/apple-watch-vs-whoop-vs-oura-vs-garmin-what-the-science-actually-says-76055e9de930">Medium — CuriousCatalyst: What the Science Actually Says</a></li>
  <li><a href="https://askvora.com/blog/whoop-vs-oura-ring-2026">AskVora: WHOOP vs Oura Ring 2026</a></li>
  <li><a href="https://www.wareable.com/wearable-tech/whoop-vs-garmin">Wareable: WHOOP vs Garmin</a></li>
  <li><a href="https://www.macrumors.com/2026/05/28/oura-ring-5-unveiled-with-smaller-design/">MacRumors: Oura Ring 5 Unveiled with Smaller Design</a></li>
  <li><a href="https://thegadgetflow.com/blog/whoop-vs-oura/">The Gadget Flow: WHOOP vs Oura</a></li>
  <li><a href="https://www.welovecycling.com/wide/2026/04/09/how-do-garmin-apple-watch-oura-ring-and-whoop-compare-in-sleep-tracking/">We Love Cycling: How Garmin, Apple Watch, Oura Ring and WHOOP Compare in Sleep Tracking</a></li>
  <li><a href="https://the5krunner.com/2025/10/31/2026-whoop-5-0-mg-review-discount-accuracy-strain-recovery-athletes/">The 5K Runner: WHOOP 5.0 MG Review</a></li>
</ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a51a53570efc.png" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a51a53570efc.png" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ความงาม 360 องศา: เมื่อหัตถการไทยไม่ใช่แค่เติม-ดึง แต่ต้องออกแบบเฉพาะตัว</title>
            <link>https://prnewsplus.com/health/4224-ความงาม-360-องศา-เมอหตถการไทยไมใชแคเตม-ดง-แตตองออกแบบเฉพาะตว</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/health/4224-ความงาม-360-องศา-เมอหตถการไทยไมใชแคเตม-ดง-แตตองออกแบบเฉพาะตว</guid>
            <pubDate>Sat, 11 Jul 2026 16:33:30 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>สุขภาพ / ความงาม</category>
            <description><![CDATA[ปี 2026 วงการความงามไทยไม่ได้แค่ "เติมฟิลเลอร์" หรือ "ดึงหน้าตึง" อีกต่อไป แต่กำลังเดินหน้าสู่แนวคิด ความงาม 360 องศา ที่ออกแบบผลลัพธ์เฉพาะบุคคลจากโครงสร้างผิวถึงจิตใจ เพราะสวยแบบยั่งยืนต้องเริ่มจากรากฐานที่แข็งแรง...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<h2>ความงาม 360 องศา คืออะไร และทำไมปี 2026 ถึงพูดถึงมากที่สุด</h2>
<p>"ทำยังไงก็ได้ให้ดูเด็กขึ้น สวยขึ้น แต่ต้องดูไม่ออกว่าไปทำอะไรมา" นี่คือโจทย์ที่แพทย์เสริมความงามได้ยินบ่อยที่สุดในปี 2026</p>
<p><strong>ความงาม 360 องศา</strong> คือการดูแลแบบองค์รวมที่ไม่ได้จ้องแก้ปัญหาแค่จุดใดจุดหนึ่ง แต่ประเมินทั้งใบหน้า ทั้งโครงสร้างผิว สัดส่วน ไลฟ์สไตล์ และความมั่นใจจากภายใน แล้วจึงออกแบบแผนดูแลที่เหมาะกับคนคนนั้นโดยเฉพาะ ไม่ใช่สูตรสำเร็จรูปให้ทุกคนเหมือนกัน</p>

<h2>จากยุค "เติม-ดึง" สู่ยุค "ออกแบบ"</h2>
<p>ย้อนไปไม่กี่ปีก่อน ภาพจำของหัตถการเสริมความงามคือ "หน้าเรียว หน้าตึง" มาตรฐานเดียว ใครไปคลินิกกลับออกมาหน้าหน้าแบบเดียวกัน คนไทยเรียกกันว่า "หน้าตุ๊กตา"</p>
<p>แต่ในปี 2026 นิยามของ "สวยสมบูรณ์แบบ" เปลี่ยนไปแล้ว ตลาดหันมาให้ความสำคัญกับ <strong>ความสวยที่ดูเป็นธรรมชาติ</strong> สะท้อนสุขภาพผิวที่ดีจากภายใน และสอดคล้องกับโครงสร้างเดิมของแต่ละคน ไม่ใช่การบังคับใบหน้าให้เข้ากับมาตรฐานภายนอก</p>
<p>แนวคิด <strong>Personalized Aesthetic Design</strong> จึงถือกำเนิดขึ้น โดยมีปรัชญาง่ายๆ ว่า "ความงามไม่มีมาตรฐานเดียวสำหรับทุกคน"</p>

<h2>5 เสาหลักของโครงสร้างผิวที่ต้องฟื้นฟู</h2>
<p>หัวใจของเทรนด์นี้ไม่ใช่การเติมสารใดสารหนึ่งเข้าไปแล้วจบ แต่คือการ <strong>ฟื้นฟูโครงสร้างผิวทั้ง 5 ด้าน</strong> ที่ร่วมกันทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งจากภายใน ได้แก่</p>
<ul>
  <li><strong>คอลลาเจนไทป์ 1</strong> — โครงสร้างหลักที่ให้ความแข็งแรงและความยืดหยุ่นแก่ผิว</li>
  <li><strong>คอลลาเจนไทป์ 3</strong> — ช่วยให้ผิวนุ่ม ยืดหยุ่น และดูมีชีวิตชีวา</li>
  <li><strong>อีลาสติน</strong> — เส้นใยที่ทำให้ผิวดีดตัวกลับ ต้านการหย่อนคล้อย</li>
  <li><strong>สารอุ้มน้ำในผิว</strong> — รักษาความชุ่มชื้นให้ผิวอิ่มน้ำตลอดวัน</li>
  <li><strong>เส้นเลือดฝอยใหม่</strong> — หล่อเลี้ยงเซลล์ผิวให้ได้รับสารอาหารและออกซิเจนอย่างเพียงพอ</li>
</ul>
<p>เมื่อทั้ง 5 ส่วนนี้แข็งแรง ผิวจะเรียบเนียน แลดูอิ่มน้ำ และอ่อนเยาว์โดยธรรมชาติ โดยไม่ต้อง "แต่ง" ให้เกินจริง</p>

<h2>Personalized Aesthetic Design ทำงานอย่างไรในทางปฏิบัติ</h2>
<p>ลองนึกภาพง่ายๆ: สถาปนิกไม่ได้ใช้แบบบ้านเดียวสำหรับทุกที่ดิน แพทย์เสริมความงามในยุคใหม่ก็เช่นกัน</p>
<p>กระบวนการเริ่มจากการ <strong>วิเคราะห์ใบหน้าทั้งองคาพยพ</strong> ประเมินว่าส่วนไหนปรับแล้วจะช่วยเสริมให้สวยขึ้นได้บ้าง จากนั้นจึงเลือก <strong>ผสมผสานหัตถการหลายตัว</strong> เพราะลำพังเติมฟิลเลอร์อย่างเดียวอาจไม่ครอบคลุมทุกมิติ บางคนต้องเสริมด้วยสกินบูสเตอร์เพื่อคุณภาพผิว หรือโบทูลินั่มท็อกซินเพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ดึงรั้งจนทำให้หน้าดูแก่</p>
<p>ระบบที่เรียกว่า <strong>Personalized Facial Architecture System</strong> เป็นตัวอย่างของแนวทางนี้ในทางปฏิบัติ คือการวางแผนดูแลตัวเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องในระยะยาว ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบครั้งต่อครั้ง</p>

<h2>เปรียบเทียบแนวทางความงามเก่า vs ใหม่ ปี 2026</h2>
<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>มิติ</th>
      <th>แนวทางเดิม</th>
      <th>ความงาม 360 องศา (2026)</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td>เป้าหมาย</td>
      <td>แก้จุดที่ "เสีย" เฉพาะส่วน</td>
      <td>สร้างรากฐานทั้งใบหน้าอย่างสมดุล</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>แผนรักษา</td>
      <td>สูตรเดียวสำหรับทุกคน</td>
      <td>ออกแบบเฉพาะบุคคล (Tailor-made)</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>หัตถการ</td>
      <td>เน้นฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์อย่างใดอย่างหนึ่ง</td>
      <td>ผสานหลายเทคโนโลยีในแผนเดียว</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ระยะเวลา</td>
      <td>เน้นผลทันที ระยะสั้น</td>
      <td>ยั่งยืน ฟื้นฟูโครงสร้างระยะยาว</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>นิยามของ "สวย"</td>
      <td>หน้าเรียว ตึง ตามมาตรฐานเดียว</td>
      <td>ดูเป็นธรรมชาติ สะท้อนสุขภาพผิวที่ดี</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>มุมมองผู้บริโภค</td>
      <td>แก้ปัญหาเฉพาะหน้า</td>
      <td>ลงทุนระยะยาวกับตัวเอง</td>
    </tr>
  </tbody>
</table>

<h2>หัตถการยอดนิยมในยุค Sustainable Beauty</h2>
<p>ปี 2025–2026 มีสัญญาณชัดว่าผู้บริโภคหันมาสนใจหัตถการที่ <strong>เจ็บน้อย เห็นผลไว และอยู่ได้นาน</strong> โดยไม่ต้องนอนพักฟื้น บางคนทำช่วงพักเที่ยง แล้วกลับไปทำงานได้เลย</p>
<p>หัตถการที่อยู่ในเทรนด์นี้ ได้แก่</p>
<ul>
  <li><strong>Ultraformer และ Sofwave</strong> — ยกกระชับใบหน้าและกระตุ้นคอลลาเจนด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ ไม่ผ่าตัด</li>
  <li><strong>ฟิลเลอร์</strong> — เติมปริมาตรและปรับสัดส่วนใบหน้าอย่างละเอียด</li>
  <li><strong>Botulinum Toxin</strong> — คลายกล้ามเนื้อเพื่อลดริ้วรอยและปรับรูปหน้า</li>
  <li><strong>Sculptra</strong> — กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเองตามธรรมชาติ ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและยาวนาน</li>
  <li><strong>HArmonyCa</strong> — ผสานฟิลเลอร์และตัวกระตุ้นคอลลาเจนในเข็มเดียว</li>
  <li><strong>สกินบูสเตอร์</strong> — บำรุงผิวเชิงลึก เพิ่มความชุ่มชื้นและความกระจ่างใส</li>
</ul>

<h2>Holistic Beauty: วิทยาศาสตร์เบื้องหลังความงามแบบองค์รวม</h2>
<p>แนวคิดนี้ไม่ได้แค่ฟังดูดี แต่มีฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ โมเดล <strong>Biopsychosocial</strong> ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้การยอมรับ มองสุขภาพครบ 3 มิติ ได้แก่</p>
<ul>
  <li><strong>ชีวภาพ (Biological)</strong> — สุขภาพร่างกาย โครงสร้างผิว ฮอร์โมน</li>
  <li><strong>จิตใจ (Psychological)</strong> — ความมั่นใจ ภาพลักษณ์ตัวเอง ความเครียด</li>
  <li><strong>สังคม (Social)</strong> — สภาพแวดล้อม ไลฟ์สไตล์ การปฏิสัมพันธ์</li>
</ul>
<p>เมื่อรากฐานทั้ง 3 ด้านนี้แข็งแกร่ง ผลลัพธ์จากทุกหัตถการ ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์ เลเซอร์ หรือการรักษาทางการแพทย์ ย่อมชัดเจนและยั่งยืนยิ่งขึ้น เพราะร่างกายและจิตใจพร้อมรับและรักษาผลลัพธ์นั้นไว้</p>

<h2>ทำไมผู้บริโภคไทยถึงหันมาคิดแบบ "ลงทุนระยะยาว"</h2>
<p>ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเปลี่ยนแปลงนี้คือ <strong>เทคโนโลยีที่ปลอดภัยและเข้าถึงง่ายขึ้น</strong> หัตถการหลายอย่างในปัจจุบันเจ็บน้อยกว่าเดิมมาก ใช้เวลาไม่นาน และไม่ต้องพักฟื้น ทำให้วัยทำงานสามารถวางแผนดูแลตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>เมื่อ "ต้นทุน" ทั้งด้านเวลา ความเจ็บปวด และความเสี่ยงลดลง ผู้บริโภคจึงมองการทำหัตถการเป็น <strong>การลงทุนกับตัวเองระยะยาว</strong> มากกว่าการ "ซ่อมแซม" เฉพาะจุด ทัศนคติแบบนี้เองที่ทำให้ตลาด Aesthetic Medicine ไทยในครึ่งหลังปี 2569 เติบโตในทิศทางที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน</p>
<p>โปรแกรมอย่าง "จักรวาลหน้ายุง" ที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย หรือระบบ Facial Architecture ที่วางแผนดูแลต่อเนื่อง ล้วนสะท้อนว่าตลาดกำลังตอบสนองต่อความต้องการนี้อย่างตรงจุด</p>

<h2>สัญญาณที่บอกว่าเทรนด์นี้ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว</h2>
<p>เทรนด์ "ความงาม 360 องศา" มีความต่างจากกระแสทั่วไปอยู่หนึ่งข้อสำคัญ นั่นคือมันเปลี่ยน <strong>โครงสร้างวิธีคิด</strong> ของผู้บริโภค ไม่ใช่แค่เปลี่ยนหัตถการยอดนิยม</p>
<p>เมื่อคนเริ่มถามว่า "หัตถการนี้ดีต่อสุขภาพผิวในระยะยาวไหม?" แทนที่จะถามว่า "ทำแล้วเห็นผลกี่วัน?" นั่นคือสัญญาณว่าตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่แฟชั่นที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป</p>
<p>สำหรับวงการ Aesthetic Medicine ไทย การผสานหลายเทคโนโลยีในแผนรักษาเดียวกัน พร้อม Safety Standard ระดับโรงพยาบาล กำลังกลายเป็น <strong>ข้อได้เปรียบเชิงแข่งขันที่ขาดไม่ได้</strong> ในครึ่งหลังปี 2569</p>

<h3>แหล่งอ้างอิง</h3>
<ul>
  <li><a href="https://ellethailand.com/update-aethetics-trends-of-2026-with-doctor-v-square-clinic">Elle Thailand — Update Aesthetics Trends of 2026 with Doctor V Square Clinic</a></li>
  <li><a href="https://thestandard.co/life/skin-care-360-meko-hospital/">The Standard — Skin Care 360 Meko Hospital</a></li>
  <li><a href="https://praew.com/lifestyle/news/565669.html">Praew — เทรนด์ความงาม 2026</a></li>
  <li><a href="https://www.thaipr.net/business/3739233">ThaiPR.net — Dermatige Aesthetics Personalized Aesthetic Design</a></li>
  <li><a href="https://www.vsquareclinic.com/health-checkup/holistic-beauty/">V Square Clinic — Holistic Beauty</a></li>
  <li><a href="https://maxiclinic.com/facial-reshaping-2025-2026/">Maxi Clinic — Facial Reshaping 2025–2026</a></li>
</ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a517b3f1e617.png" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a517b3f1e617.png" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>พบความฮาสไตล์ &quot;ตุ๊กกี้&quot; พร้อมความน่ารักชวนใจฟูของลูกสาวสี่ขาตัวโปรด &quot;พี่วัว&quot;</title>
            <link>https://prnewsplus.com/entertainment/4222-พบความฮาสไตล์-ตุ๊กกี้-พร้อมความน่ารักชวนใจฟูของลูกสาวสี่ขาตัวโปรด-พี่วัว</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/entertainment/4222-พบความฮาสไตล์-ตุ๊กกี้-พร้อมความน่ารักชวนใจฟูของลูกสาวสี่ขาตัวโปรด-พี่วัว</guid>
            <pubDate>Sat, 11 Jul 2026 11:10:57 +0700</pubDate>
            <dc:creator>ลักษมณ ศรีละมัด</dc:creator>
            <category>บันเทิง</category>
            <description><![CDATA[ติดตามความสนุกในรายการ “Pet Planet รักนี้มีหาง” สี่โมงเย็นอาทิตย์ ที่ 12 ก.ค. นี้ 
4 โมงเย็น ทางช่อง 3HD...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>      ซุปตาร์ตลกหญิงแถวหน้าของไทย"ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ บุตรพรม"สาวร่างเล็กมีเอกลักษณ์โดดเด่น ที่ชื่นชอบการเลี้ยงพิทบูลอย่างมาก "พี่วัว" คือสุนัขพิทบูล ลูกสาวแสนน่ารัก ขี้อ้อน ที่เรียบร้อย ไม่งอแง และเป็นมิตร ตรงข้ามกับภาพลักษณ์ดุร้ายแบบสุดๆ พี่วัวเป็นสาวใต้จากฟาร์มที่นครศรีธรรมราช</strong></p><p><strong>          ในสัปดาห์นี้ รายการ“PET Planet รักนี้มีหาง” รายการวาไรตี้อารมณ์ดีอบอุ่นและสร้างความเข้าใจในการดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้อง โดยสัปดาห์นี้ทั้ง 3 พิธีกรอย่าง เอ ไชยา, เอ๋ ดาเรศ และ น้องแป้ง ศรัณฉัตร จะพาไปพูดคุยกับครูเพ็ญศรี(ตุ๊กกี้)ที่จะมาแนะนำนักเรียนใหม่ “พี่วัว” อายุ 13 ขวบให้รู้จัก พิทบูล ที่แรงเยอะ และดูโหด เหตุผลสาวที่ตัวเล็กๆ เลี้ยงสุนัขสายโหดแบบนี้พราะ “พี่บู้กำธร โพธิ์น้ำคำ” สามีของ ตุ๊กกี้ เป็นฮิบฮอป เค้าชอบพันธุ์นี้ ได้ยินว่าตุ๊กกี้และพี่บู้ เป็นพ่อแม่สายเปย์มาก ถึงขั้นซื้อทองให้ลูกรัก</strong></p><p><strong>         ติดตามชม ชีวิตแฮปปี้ของซุปตาร์ตลกหญิงแถวหน้า"ตุ๊กกี้"   พร้อมอวด ความน่ารักของ "พี่วัว"สุนัขพิทบูลลูกสาวสี่ขาตัวโปรดแสนน่ารัก ขวัญใจโลกออนไลน์ ที่จะทำให้ผู้ชมใจทั้งหลงรักและฮาไปพร้อมกันได้ทางช่อง3HDได้ในรายการ “PET Planet รักนี้มีทาง” วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.00 น. ทางช่อง 3HD กด 33 และติดตามชมได้ทาง youtube : Pet Planet รักนี้มีหาง , IG: petplanetonline.th , Facebook: Pet Planet รักนี้มีหาง , TikTok: รักนี้มีหาง แอป : ch3plus.com</strong></p><p><strong>          ห้ามพลาด!!! แฟนๆ รายการสามารถร่วมสนุก โดยส่ง “คลิปลูกรัก” ลุ้นขึ้นจอช่วง “แจ้งเกิดซุปตาร์มีหาง” กันได้ เพียงกด Follow Subscribe ช่องทาง Social Media ของรายการในทุกช่องทาง แล้วโพสต์คลิปน้อง ๆ ลงโซเชียลตัวเอง ติดแฮชแท็ก #แจ้งเกิดซุปตาร์มีหาง พร้อมตั้งค่าเป็นสาธารณะ เพียงแค่นี้ก็สามารถลุ้นแจ้งเกิดซุปตาร์มีหาง ในรายการ “PET Planet รักนี้มีหาง” พร้อมรับของที่ระลึกกันได้ทุกสัปดาห์</strong></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a50cff0399b7_1783681008.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a50cff0399b7_1783681008.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>วิธีเลือกน้ำยาซักผ้าถนอมสีสำหรับผ้าที่ซักบ่อย</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/4197-วธเลอกนำยาซกผาถนอมสสำหรบผาทซกบอย</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/4197-วธเลอกนำยาซกผาถนอมสสำหรบผาทซกบอย</guid>
            <pubDate>Sat, 11 Jul 2026 11:00:03 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[เลือกน้ำยาซักผ้ายังไงให้ผ้าสีไม่ซีดแม้ซักบ่อย พร้อมเทคนิคใช้งานที่ช่วยยืดอายุสีผ้าให้สดใสได้นานขึ้น...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>การเลือกน้ำยาซักผ้าให้ตรงกับประเภทผ้าคือปัจจัยแรกที่กำหนดว่าสีผ้าจะซีดเร็วหรือช้า</strong> น้ำยาซักผ้าขาวกับน้ำยาซักผ้าสีมีสูตรที่ออกแบบมาต่างกันโดยเฉพาะ การใช้ผิดประเภทคือสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้ผ้าด่างหรือสีตกเร็วกว่าที่ควร</p><h2>ทำไมผ้าที่ซักบ่อยถึงสีซีดเร็ว</h2><p>ทุกครั้งที่ซักผ้า เส้นใยผ้าจะเสียดสีกับน้ำ ผงซักฟอก และการหมุนของเครื่องซัก ซึ่งเป็นกระบวนการที่ค่อยๆ ทำให้เม็ดสีในเนื้อผ้าหลุดลอกออกไปทีละน้อย ยิ่งซักบ่อยและใช้น้ำยาที่ไม่เหมาะกับประเภทผ้า ก็ยิ่งเร่งให้สีซีดเร็วขึ้น</p><h2>เลือกน้ำยาให้ตรงกับประเภทผ้า</h2><p><strong>แยกน้ำยาซักผ้าขาวกับผ้าสีให้ชัดเจน</strong> น้ำยาซักผ้าขาวมักมีส่วนผสมที่ช่วยให้ผ้าขาวสว่างขึ้น ซึ่งหากนำไปใช้กับผ้าสีจะทำให้เกิดปัญหาผ้าด่างและสีตกได้ ในทางกลับกันน้ำยาสำหรับผ้าสีก็จะทำให้ผ้าขาวไม่ขาวสะอาดเท่าที่ควร จึงควรแยกใช้ให้ตรงประเภทเสมอ</p><p><strong>มองหาสูตรที่ระบุว่าถนอมสีหรือถนอมใยผ้า</strong> ปัจจุบันน้ำยาซักผ้าหลายยี่ห้อมีสูตรเฉพาะที่ช่วยป้องกันผ้าสีหมองหรือถนอมใยผ้าโดยเฉพาะ บางสูตรยังมีส่วนผสมที่ช่วยปกป้องผ้าจากรังสี UV ซึ่งเป็นอีกสาเหตุสำคัญของการซีดจาง โดยเฉพาะหากต้องตากหรือฝากผ้าไว้ในที่มีแสงแดดส่องถึง</p><p><strong>เลือกสูตรเอนไซม์จากธรรมชาติสำหรับผ้าที่ซักบ่อย</strong> น้ำยาซักผ้าที่ใช้เอนไซม์สกัดจากธรรมชาติมักอ่อนโยนต่อเส้นใยผ้ามากกว่าสูตรที่มีสารเคมีรุนแรง เหมาะกับผ้าที่ต้องซักบ่อย เช่น ชุดทำงาน ชุดออกกำลังกาย หรือผ้าปูที่นอน</p><p><strong>สำหรับผ้าบอบบางอย่างผ้าไหม ให้ใช้น้ำยาเฉพาะทาง</strong> น้ำยาซักผ้าไหมมักปราศจากสารฟอกขาวหรือสารเคมีรุนแรง ช่วยถนอมเนื้อผ้าไม่ให้เสียรูปหรือซีดเร็ว เหมาะสำหรับผ้าที่มีเส้นใยบอบบางเป็นพิเศษ</p><h2>ทดสอบน้ำยาก่อนใช้จริงกับผ้าชิ้นใหม่</h2><p>ก่อนเปลี่ยนยี่ห้อน้ำยาซักผ้าสี แนะนำให้ทดสอบก่อนทุกครั้ง โดยนำน้ำยาไปเจือจางกับน้ำแล้วหยดลงบนจุดที่ไม่เป็นที่สังเกต เช่น ด้านในชายเสื้อ ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที หากสีผ้าไม่เปลี่ยนแปลงแสดงว่าใช้น้ำยานั้นได้อย่างปลอดภัย วิธีนี้ช่วยป้องกันปัญหาสีเสียก่อนที่จะซักผ้าทั้งตัวจริง</p><h2>เทคนิคใช้งานเสริมให้สีผ้าอยู่ทนนานขึ้น</h2><ul><li><strong>กลับผ้าด้านในออกก่อนซักทุกครั้ง</strong> ช่วยลดการเสียดสีระหว่างซัก ป้องกันสีตกใส่เนื้อผ้าด้านนอก และยังช่วยป้องกันแสงแดดตอนตากผ้าได้ด้วย</li><li><strong>ใช้น้ำยาในปริมาณที่พอเหมาะ</strong> ไม่มากหรือน้อยเกินไปตามที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์ เพราะการใช้มากเกินไม่ได้ช่วยให้สะอาดขึ้น แต่อาจทิ้งคราบตกค้างที่ทำให้ผ้าดูหมองได้</li><li><strong>หลีกเลี่ยงการแช่ผ้าสีในน้ำยานานเกินไป</strong> การแช่นานเกินจำเป็นอาจเร่งให้สีตกเร็วขึ้น</li></ul><h2>สรุป</h2><p>การเลือกน้ำยาซักผ้าให้ตรงกับประเภทผ้า ทั้งเรื่องสีขาว-สี และความบอบบางของเนื้อผ้า คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่สุดของการถนอมสีผ้าให้อยู่ทนนาน ร่วมกับเทคนิคการใช้งานที่ถูกต้องอย่างการกลับผ้าด้านในและทดสอบสีก่อนใช้จริง จะช่วยให้ผ้าที่ต้องซักบ่อยยังคงสีสันสดใสได้นานกว่าที่คิด</p><h2>บทความที่เกี่ยวข้อง</h2><ul><li><a href="https://prnewsplus.com/lifestyle/4195-%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%9D%E0%B8%99-%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A7-%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%94" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ซักผ้าร้านสะดวกซักหน้าฝน อบผ้ายังไงให้แห้งไว สีไม่ซีด</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/lifestyle/4199-%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%99-%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%81" rel="noopener noreferrer" target="_blank">แยกผ้าก่อนซักยังไงไม่ให้สีตกใส่กัน (สำหรับมือใหม่ร้านสะดวกซัก)</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/lifestyle/4201-%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%A1-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%9D%E0%B8%99" rel="noopener noreferrer" target="_blank">เทียบร้านสะดวกซักแฟรนไชส์ยอดนิยม เลือกยังไงให้เหมาะกับหน้าฝน</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4e99bae2da6_1783536058.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4e99bae2da6_1783536058.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>AI ไม่ได้แย่งงาน แต่คือเครื่องมือหาเงิน ไอเดียอาชีพที่ 2 ที่ทำได้จริง</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/4198-ai-ไมไดแยงงาน-แตคอเครองมอหาเงน-ไอเดยอาชพท-2-ททำไดจรง</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/4198-ai-ไมไดแยงงาน-แตคอเครองมอหาเงน-ไอเดยอาชพท-2-ททำไดจรง</guid>
            <pubDate>Fri, 10 Jul 2026 17:05:31 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[เปลี่ยนมุมมอง AI จากศัตรูสู่เครื่องมือหาเงิน พร้อมไอเดียอาชีพที่ 2 ที่คนทำงานประจำทำได้จริง...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>มุมมองที่ว่า "AI จะแย่งงาน" กับ "AI คือเครื่องมือหาเงิน" ไม่ได้ขัดแย้งกัน แต่เป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน</strong> คนที่มองเห็นแค่ด้านความกลัวจะเสียโอกาส ขณะที่คนที่เรียนรู้จะใช้ AI เป็นเครื่องมือกลับได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้</p><h2>ทำไมคนส่วนใหญ่มองข้าม AI ไปในทางที่กลัวอย่างเดียว</h2><p>ข่าวและคอนเทนต์ที่แชร์กันมากที่สุดมักเป็นด้านลบ เช่น "AI แย่งงาน" หรือ "บริษัทเลิกจ้างเพราะ AI" เพราะเป็นเรื่องที่กระตุ้นอารมณ์และแชร์ต่อง่าย แต่ในความเป็นจริง AI เดียวกันนี้ก็เปิดโอกาสใหม่ให้คนที่รู้จักนำมันมาใช้ประโยชน์ เพียงแต่เรื่องราวแบบนี้มักไม่ได้ถูกพูดถึงมากเท่า</p><h2>Reframe: AI คือเครื่องมือ ไม่ใช่คู่แข่ง</h2><p>ลองเปรียบเทียบกับยุคที่อินเทอร์เน็ตเข้ามาใหม่ๆ หลายคนกลัวว่าร้านค้าออนไลน์จะทำลายธุรกิจดั้งเดิม แต่สุดท้ายคนที่ปรับตัวเรียนรู้การขายออนไลน์กลับเติบโตได้ดีกว่าเดิม AI ก็อยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน — มันจะแทนที่คนที่ไม่ปรับตัว แต่จะเป็นเครื่องมือทรงพลังสำหรับคนที่เรียนรู้จะใช้มัน</p><p>ในบริบทของอาชีพที่ 2 AI ช่วยลดอุปสรรคสำคัญที่เคยทำให้คนทำงานประจำไม่กล้าเริ่มต้น เช่น ไม่มีเวลาเขียนคอนเทนต์ ไม่ถนัดตอบแชทลูกค้า หรือไม่มีทักษะออกแบบภาพ ทั้งหมดนี้ AI ช่วยแบ่งเบาได้มาก</p><h2>ตัวอย่างการใช้ AI สร้างรายได้เสริม</h2><ul><li>คนที่มีงานประจำใช้เวลาว่างหลังเลิกงานเป็นนายหน้าแนะนำสินค้าบนแพลตฟอร์มไทย โดยให้ AI ช่วยร่างคอนเทนต์แนะนำสินค้าแทนการเขียนเองทั้งหมด</li><li>คนที่ถนัดพูดใช้ AI ช่วยเตรียมสคริปต์ก่อนไลฟ์ขายของ ลดเวลาเตรียมตัวลงมาก</li><li>คนที่อยากรับงานเขียนแต่ไม่มั่นใจสำนวน ใช้ AI ช่วยร่างโครงเรื่องแล้วปรับแต่งเป็นสไตล์ตัวเอง</li></ul><p>ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า AI ไม่ได้ทำงานแทนคนทั้งหมด แต่ช่วยลดภาระในจุดที่เคยเป็นอุปสรรค ทำให้คนธรรมดาเริ่มต้นอาชีพที่ 2 ได้เร็วขึ้น</p><h2>เริ่มเปลี่ยน mindset ยังไง</h2><ol><li><strong>หยุดมอง AI เป็นภัยคุกคามอย่างเดียว</strong> ลองมองว่ามันคือเครื่องมือที่รอให้เรียนรู้จะใช้</li><li><strong>ทดลองใช้ AI ในงานเล็กๆ ก่อน</strong> เช่น ให้ช่วยร่างข้อความ หรือช่วยวางแผนงาน</li><li><strong>เชื่อมโยงกับโอกาสที่มีอยู่จริง</strong> เช่น การเป็นนายหน้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มไทยที่กำลังเปิดตัว อ่านต่อได้ที่ งานหลักยังทำ งานเสริมก็มา: AI ช่วยขายของ 5 แพลตฟอร์มไทยพร้อมกัน</li></ol><h2>สรุป</h2><p>การกลัว AI เป็นปฏิกิริยาที่เข้าใจได้ แต่การเปลี่ยนมุมมองให้เห็น AI เป็นเครื่องมือมากกว่าคู่แข่ง คือจุดเริ่มต้นของการหาโอกาสใหม่ในช่วงที่ตลาดแรงงานกำลังเปลี่ยนแปลง คนที่ปรับตัวเร็วมักได้เปรียบเสมอ</p><h2>บทความที่เกี่ยวข้อง</h2><ul><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4200-%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1-7-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%A2-ai-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" rel="noopener noreferrer" target="_blank">รวม 7 อาชีพเสริมทำเงินด้วย AI หลังเลิกงาน</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4204-%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81-%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%A7-ai-%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%AA-%E0%B9%83%E0%B8%8A-ai-%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%99-%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%97-2-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" rel="noopener noreferrer" target="_blank">จาก "กลัว AI แย่งงาน" สู่ "ใช้ AI หาเงิน" เทรนด์อาชีพที่ 2 ของคนไทย</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f14d3ca198_1783567571.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f14d3ca198_1783567571.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>“บล.พาย ปักหมุดเมกะเทรนด์โลก! เปิดตัว DR03 ใหม่ &quot;SPACEX03&quot; ชวนลงทุนหุ้นอวกาศระดับโลก ผ่านตลาดหุ้นไทย</title>
            <link>https://prnewsplus.com/finance/4220-บลพาย-ปักหมุดเมกะเทรนด์โลก-เปิดตัว-dr03-ใหม่-spacex03-ชวนลงทุนหุ้นอวกาศระดับโลก-ผ่านตลาดหุ้นไทย</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/finance/4220-บลพาย-ปักหมุดเมกะเทรนด์โลก-เปิดตัว-dr03-ใหม่-spacex03-ชวนลงทุนหุ้นอวกาศระดับโลก-ผ่านตลาดหุ้นไทย</guid>
            <pubDate>Fri, 10 Jul 2026 17:05:05 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Best Parnichsuphapol</dc:creator>
            <category>การเงิน / การลงทุน</category>
            <description><![CDATA[บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ บล.พาย (Pi Securities) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการลงทุน ด้วยการเปิดตัว DR03 ใหม่ ภายใต้ชื่อ ‘SPACEX03’ ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipt: DR) ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงการลงทุนใน ‘SpaceX’ หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีอวกาศชั้นนำข...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://www.pi.financial/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ บล.พาย (Pi Securities) </strong></a>ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการลงทุน ด้วยการเปิดตัว <a href="%5Bobject%20Object%5D" rel="noopener noreferrer" target="_blank">DR03</a> ใหม่ ภายใต้ชื่อ <a href="https://www.pi.financial/pi-knowledge/dr03-spacex03-spacex-stock-space-economy-pi-securities" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">‘SPACEX03’</a> ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipt: DR) ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงการลงทุนใน ‘SpaceX’ หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีอวกาศชั้นนำของโลก</p><p><br></p><p>ปัจจุบันอุตสาหกรรมอวกาศไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสำรวจอวกาศหรือการปล่อยดาวเทียมอีกต่อไป แต่ได้ขยายบทบาทสู่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจโลก ทั้งด้านการสื่อสารผ่านดาวเทียม ระบบอินเทอร์เน็ต การประมวลผลข้อมูลบนคลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีด้านความมั่นคง และการเชื่อมต่อระดับโลก ส่งผลให้บริษัทในอุตสาหกรรมนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><strong>นายธนภูมิ คุณาโรจน์รักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ </strong><a href="https://www.pi.financial/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน)</a> กล่าวว่า</p><p>"ปัจจุบันนักลงทุนไทยให้ความสำคัญกับการกระจายการลงทุนไปยังธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาวมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ซึ่ง Space Economy ถือเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่กำลังเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจโลก</p><p>การเปิดตัว DR03 <a href="https://www.pi.financial/pi-knowledge/dr03-spacex03-spacex-stock-space-economy-pi-securities" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">'SPACEX03'</a> สะท้อนความตั้งใจของ บล.พาย ในการนำผลิตภัณฑ์การลงทุนระดับโลกมาให้นักลงทุนไทยเข้าถึงได้สะดวกผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกในการกระจายการลงทุนและสร้างโอกาสเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต"</p><p><br></p><p><a href="https://www.pi.financial/product/depositary-receipt" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">DR03</a> <a href="https://www.pi.financial/pi-knowledge/dr03-spacex03-spacex-stock-space-economy-pi-securities" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">‘SPACEX03’</a> มาพร้อมจุดเด่นสำคัญ 4 ประการ ได้แก่</p><p>1.ซื้อขายง่ายเหมือนหุ้นไทย: สามารถส่งคำสั่งซื้อ-ขายได้โดยตรงผ่านบัญชีหุ้นไทย</p><p>2.ไม่ต้องเปิดบัญชีหุ้นต่างประเทศ: ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน ใช้บัญชีซื้อขายหุ้นเดิมที่มีอยู่ได้ทันที</p><p>3.ซื้อขายเป็นเงินบาท: ไม่ต้องแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และลดความยุ่งยากในเรื่องการโอนเงินระหว่างประเทศ</p><p>4.เข้าถึงเทคโนโลยีระดับโลก: เปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยร่วมเติบโตไปกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต</p><p><br></p><p><a href="https://www.pi.financial/product/depositary-receipt" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>DR03</strong></a><strong> </strong><a href="https://www.pi.financial/pi-knowledge/dr03-spacex03-spacex-stock-space-economy-pi-securities" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>"SPACEX03"</strong></a> จะเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย<strong><em><u>ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป</u></em></strong></p><p>ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ DR03 ได้ที่ <a href="https://www.pi.financial/product/depositary-receipt" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">ตราสารต่างประเทศ (DR)</a> หรือ ติดตามข่าวสารจาก บล.พาย ได้ที่ <a href="https://www.pi.financial/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">เว็บไซต์ Pi Financial</a>, <a href="https://www.facebook.com/pisecurities?utm_source=chatgpt.com" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">Facebook: Pi Securities</a> และ <a href="https://page.line.me/pisecurities?utm_source=chatgpt.com" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">LINE OA: Pi Securities</a></p><p>________________________________________________________________________________________</p><p>คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะ เงื่อนไขและความเสี่ยงต่าง ๆ ของตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ก่อนการตัดสินใจลงทุน เช่น ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ต่างประเทศ และ ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่างประเทศ เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากหนังสือชี้ชวนได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th</p><p><br></p><p>####</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a508d1cd2560_1783663900.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a508d1cd2560_1783663900.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>BWG ผนึกกำลัง กนอ. ลงนาม MOU  ขับเคลื่อนเมกะโปรเจกต์โมเดล Close Loop ยกระดับเศรษฐกิจหมุนเวียน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/4221-bwg-ผนึกกำลัง-กนอ-ลงนาม-mou-ขับเคลื่อนเมกะโปรเจกต์โมเดล-close-loop-ยกระดับเศรษฐกิจหมุนเวียน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/4221-bwg-ผนึกกำลัง-กนอ-ลงนาม-mou-ขับเคลื่อนเมกะโปรเจกต์โมเดล-close-loop-ยกระดับเศรษฐกิจหมุนเวียน</guid>
            <pubDate>Fri, 10 Jul 2026 17:05:03 +0700</pubDate>
            <dc:creator>นววรรณ อินทมโน</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[    บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร โดยได้เข้าร่วมพิธีลงนามใน "บันทึกความร่วมมือการบริหารจัดการทรัพยากรจากวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว แบบ Close Loop ในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดคอมเพล็กซ์" ซึ่งจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 10 ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>    บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร โดยได้เข้าร่วมพิธีลงนามใน "บันทึกความร่วมมือการบริหารจัดการทรัพยากรจากวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว แบบ Close Loop ในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดคอมเพล็กซ์" ซึ่งจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุม Ballroom 1-2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ การลงนามในครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญเชิงบูรณาการระหว่าง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และกลุ่มบริษัทพันธมิตรชั้นนำระดับประเทศรวมทั้งสิ้น 24 องค์กร เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานพิธีเปิดงาน I-EA-T Fair 2026 “One Mind, One I-EA-T Powering Global Industry” พร้อมเสวนาร่วมกับ Ms. Melinda Good, Division Director, World Bank Thailand and Myanmar ในเวทีสะท้อนมุมมองจากผู้นํา “ถอดรหัสโลกผันผวน   สู่การสร้างความได้เปรียบของอุตสาหกรรมไทย Decoding Global Uncertainty Creating Competitive Advantage for Thailand's Industrial Future” </p><p>    ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายหลักในการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการจัดการทรัพยากรแบบวงจรปิด (Close Loop) มาประยุกต์ใช้ในพื้นที่นำร่องกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดคอมเพล็กซ์ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด ทั้งนี้ ทุกฝ่ายมีเจตจำนงร่วมกันที่จะส่งเสริมการนำวัสดุที่ไม่ใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เพื่อเป็นทางเลือกในการสร้างพลังงานและทรัพยากรทดแทน ซึ่งจะช่วยลดปริมาณของเสียที่ต้องนำไปสู่กระบวนการกำจัดขั้นสุดท้ายได้อย่างเป็นรูปธรรม</p><p>    สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ นายชัยพฤกษ์ ทองเปี่ยม ผู้จัดการศูนย์พลังงานทดแทน ได้เป็นผู้รับมอบอำนาจลงนามผูกพันในนาม     บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการในฐานะผู้ประกอบกิจการรับจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว (Waste Processor) ที่แม้จะตั้งอยู่ภายนอกกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดคอมเพล็กซ์ แต่มีศักยภาพและความพร้อมด้านเทคโนโลยีระดับสูงในการนำทรัพยากรจากวัสดุที่ไม่ใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์ เพื่อผลิตเป็นพลังงาน ทรัพยากรทดแทน หรือผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน</p><p>    ภายใต้กรอบบันทึกความร่วมมือนี้ บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) จะทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพ เทคโนโลยี และความสามารถในการใช้ประโยชน์ แปรรูป หรือฟื้นฟูวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พร้อมทั้งให้การสนับสนุนการศึกษา วิเคราะห์ และประเมินความเป็นไปได้ในการนำทรัพยากรจากวัสดุที่ไม่ใช้แล้วจากโรงงานในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดคอมเพล็กซ์มาใช้ประโยชน์ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพร้อมพิจารณาเข้าร่วมโครงการนำร่องและการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างภาคอุตสาหกรรม (Industrial Symbiosis) อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งความร่วมมือทั้งหมดนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของบริษัทฯ ในการร่วมยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a50c1077fe26_1783677191.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a50c1077fe26_1783677191.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>สถิติชี้ AI แย่งงานคนไทยกี่เปอร์เซ็นต์ปี 2569</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/4196-สถตช-ai-แยงงานคนไทยกเปอรเซนตป-2569</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/4196-สถตช-ai-แยงงานคนไทยกเปอรเซนตป-2569</guid>
            <pubDate>Fri, 10 Jul 2026 08:38:39 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[รวมสถิติและงานวิจัยล่าสุดเรื่อง AI กับตลาดแรงงานไทย อาชีพไหนเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน อ้างอิงแหล่งที่มาชัดเจน...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>สภาพัฒน์ฯ เตือนแรงงานไทยราว 2.2 ล้านคนเสี่ยงตกงานจาก AI</strong> ขณะที่แรงงานไทยกว่า 62% ใช้งาน Generative AI ในการทำงานแล้ว และความต้องการทักษะ AI ในตลาดแรงงานพุ่งขึ้นกว่า 100% บทความนี้รวมตัวเลขจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ พร้อมอธิบายว่าตัวเลขเหล่านี้บอกอะไรกับคนทำงาน</p><h2>ทำไมต้องดูสถิติ ไม่ใช่แค่ความรู้สึก</h2><p>ความกลัวเรื่อง AI แย่งงานมักมาจากข่าวหรือโพสต์ที่แชร์ต่อกันโดยไม่มีแหล่งอ้างอิงชัดเจน การเข้าใจตัวเลขจริงช่วยให้ประเมินสถานการณ์และตัดสินใจได้แม่นยำกว่าการตื่นตระหนกไปเอง</p><h2>ตัวเลขจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ</h2><p><strong>สภาพัฒน์ฯ: 2.2 ล้านคนเสี่ยงตกงาน</strong> สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติออกมาเตือนว่าการเข้ามาของ AI ในหลายอุตสาหกรรมทำให้แรงงานไทยราว 2.2 ล้านคนมีความเสี่ยงตกงาน โดยชี้ว่า AI ไม่ได้เพียงแย่งงาน แต่กำลังเปลี่ยนรูปแบบของงานทั้งระบบ คนที่ปรับตัวและเรียนรู้ทักษะใหม่จะมีโอกาสทำงานร่วมกับ AI ได้ดีขึ้น ขณะที่คนที่ไม่ปรับตัวจะเผชิญความเสี่ยงสูงกว่า</p><p><strong>62% ของแรงงานไทยใช้ Generative AI แล้ว</strong> ผลสำรวจของ Jobsdb by SEEK พบว่าแรงงานไทยกว่า 62% นำ Generative AI มาใช้ในการทำงาน ส่งผลให้ไทยติดอันดับประเทศที่มีการใช้งาน AI สูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สะท้อนว่า AI ไม่ใช่เรื่องอนาคตไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องมือที่คนทำงานไทยจำนวนมากใช้อยู่แล้ว</p><p><strong>ความต้องการทักษะ AI พุ่งกว่า 109%</strong> รายงานของ Upwork ชี้ว่าตลาดแรงงานมีความต้องการทักษะที่เกี่ยวข้องกับ AI สูงขึ้นถึง 109% โดยกลุ่มที่ต้องการมากที่สุดคือผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์และวิดีโอด้วย AI ที่ความต้องการพุ่งสูงถึง 329% ตัวเลขนี้ชี้ว่าขณะที่งานบางประเภทถูกทดแทน งานใหม่ที่เกี่ยวกับ AI ก็เกิดขึ้นพร้อมกัน</p><p><strong>ช่องว่างทักษะ 67% ขององค์กร</strong> ผลสำรวจตลาดแรงงานไทยปี 2569 ระบุว่า 67% ขององค์กรยังมองว่าผู้สมัครขาดทักษะสำคัญที่ตรงกับความต้องการ โดยเฉพาะทักษะเฉพาะทางและประสบการณ์ตรง ทำให้หลายองค์กรหันไปเน้นการสรรหาตามทักษะ (skills-based hiring) มากขึ้น</p><p><strong>TDRI: AI เปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้ลงมือทำ" สู่ "ผู้กำกับดูแล"</strong> งานวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ชี้ว่าการทดแทนงานด้วย AI ส่งผลกระทบต่องานระดับเริ่มต้นมากกว่างานที่ต้องใช้ประสบการณ์และวิจารณญาณ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว เพราะองค์กรลดการรับคนรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบ</p><h2>กลุ่มอาชีพที่งานวิจัยชี้ว่าเสี่ยงสูง-ต่ำ</h2><p>จากข้อมูลข้างต้น กลุ่มที่เสี่ยงสูงคือแรงงานระดับเริ่มต้นที่ทำงานรูทีนซ้ำๆ ส่วนกลุ่มที่ปลอดภัยกว่าคือแรงงานที่มีประสบการณ์เฉพาะทางและทักษะที่ต้องใช้การตัดสินใจซับซ้อน ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ TDRI เรียกว่า "Seniority Bias" — องค์กรต้องการคนที่พร้อมตรวจสอบงานที่ AI ทำ มากกว่าคนที่ต้องเรียนรู้ไปพร้อมกับ AI</p><h2>สิ่งที่สถิติบอกเราเกี่ยวกับ "อาชีพที่ 2"</h2><p>ตัวเลข 2.2 ล้านคนที่เสี่ยงตกงาน ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะตกงานพร้อมกัน แต่สะท้อนว่าความเสี่ยงมีอยู่จริงและกระจายไปตามประเภทงาน ขณะเดียวกันความต้องการทักษะ AI ที่พุ่งสูงก็เป็นโอกาสสำหรับคนที่เรียนรู้จะใช้ AI เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่กลัวมันอย่างเดียว การมีอาชีพที่ 2 หรือรายได้เสริมที่ใช้ AI ช่วย จึงเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลมากกว่าการรอดูสถานการณ์เฉยๆ</p><h2>บทความที่เกี่ยวข้อง</h2><ul><li><a href="https://prnewsplus.com/technology/4194-ai-%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A3-%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%84-10-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B-2569" rel="noopener noreferrer" target="_blank">AI จะแย่งงานคุณเมื่อไหร่? เช็ค 10 อาชีพเสี่ยงตกงานปี 2569</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4204-%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81-%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%A7-ai-%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%AA-%E0%B9%83%E0%B8%8A-ai-%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%99-%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%97-2-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" rel="noopener noreferrer" target="_blank">จาก "กลัว AI แย่งงาน" สู่ "ใช้ AI หาเงิน" เทรนด์อาชีพที่ 2 ของคนไทย</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4fd5bf7f1c1_1783616959.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4fd5bf7f1c1_1783616959.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>AI จะแย่งงานคุณเมื่อไหร่? เช็ค 10 อาชีพเสี่ยงตกงานปี 2569</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/4194-ai-จะแยงงานคณเมอไหร-เชค-10-อาชพเสยงตกงานป-2569</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/4194-ai-จะแยงงานคณเมอไหร-เชค-10-อาชพเสยงตกงานป-2569</guid>
            <pubDate>Fri, 10 Jul 2026 08:38:20 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[เช็กลิสต์ 10 อาชีพเสี่ยงถูก AI แทนที่ปี 2569 พร้อมทางรอดที่ทำได้จริงตั้งแต่วันนี้ ก่อนสายเกินไป...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>อาชีพที่มีความเสี่ยงสูงสุดจาก AI คืองานที่ทำซ้ำๆ ตามขั้นตอนชัดเจน เช่น คีย์ข้อมูล คอลเซ็นเตอร์พื้นฐาน และงานเอกสารรูทีน</strong> ขณะที่งานที่ต้องตัดสินใจซับซ้อนหรือสร้างความสัมพันธ์กับคนยังปลอดภัยกว่า บทความนี้เช็กลิสต์ 10 กลุ่มอาชีพเสี่ยง พร้อมทางออกที่เริ่มได้จริง</p><h2>สถานการณ์ AI ในตลาดแรงงานไทยตอนนี้</h2><p>ไม่ใช่แค่ความรู้สึกกังวลลอยๆ เพราะสภาพัฒน์ฯ ได้ออกมาเตือนแล้วว่าแรงงานไทยราว 2.2 ล้านคนมีความเสี่ยงตกงานจากการเข้ามาของ AI ในหลายอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันฝั่งการใช้งาน AI ก็เติบโตเร็วไม่แพ้กัน โดยผลสำรวจของ Jobsdb by SEEK พบว่าแรงงานไทยกว่า 62% ใช้งาน Generative AI แล้วในการทำงาน ทำให้ไทยติดอันดับประเทศที่ใช้ AI มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก</p><p>สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) วิเคราะห์ว่า AI กำลังเปลี่ยนบทบาทแรงงานจาก "ผู้ลงมือทำ" ให้กลายเป็น "ผู้กำกับดูแล" งานที่ต้องใช้วิจารณญาณและตรวจสอบความถูกต้องยังเป็นพื้นที่ที่ AI ทดแทนมนุษย์ได้ยาก แต่งานระดับเริ่มต้นที่เป็นขั้นตอนซ้ำๆ กลับมีแนวโน้มถูกทดแทนมากขึ้นเรื่อยๆ</p><h2>10 อาชีพที่มีความเสี่ยงสูง-กลาง</h2><p><strong>กลุ่มเสี่ยงสูง</strong></p><ol><li>พนักงานคีย์ข้อมูล/ป้อนข้อมูล — งานที่เป็นรูทีนชัดเจน AI ทำได้เร็วกว่าและแม่นยำกว่า</li><li>คอลเซ็นเตอร์ตอบคำถามพื้นฐาน — Chatbot AI ตอบคำถามซ้ำๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง</li><li>พนักงานแปลเอกสารทั่วไป — งานแปลพื้นฐานไม่ซับซ้อนถูกแทนที่ได้ง่าย</li><li>ผู้ช่วยเขียนคอนเทนต์ระดับเริ่มต้น — AI เขียนบทความ/แคปชั่นเบื้องต้นได้เร็ว</li><li>พนักงานบัญชี-การเงินระดับปฏิบัติการ — งานคำนวณ กระทบยอด ตรวจสอบเอกสารซ้ำๆ</li></ol><p><strong>กลุ่มเสี่ยงกลาง</strong></p><ol><li>กราฟิกดีไซเนอร์ระดับเริ่มต้น — งานออกแบบพื้นฐานถูก AI ช่วยทำแทนบางส่วน</li><li>นักวิเคราะห์ข้อมูลระดับต้น — AI ช่วยประมวลผลข้อมูลเบื้องต้นได้เร็วขึ้นมาก</li><li>พนักงานขายทางโทรศัพท์ — สคริปต์ขายพื้นฐานเริ่มถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ</li><li>ผู้ช่วยฝ่ายบุคคลงานเอกสาร — คัดกรองเรซูเม่เบื้องต้น AI ทำได้แล้ว</li><li>พนักงานตรวจสอบคุณภาพงานรูทีน — งานตรวจเช็คตามเกณฑ์ที่ชัดเจนซ้ำๆ</li></ol><h2>อาชีพที่ AI ยังแทนไม่ได้ง่ายๆ</h2><p>ไม่ใช่ทุกอาชีพจะเสี่ยงเท่ากัน งานที่ต้องใช้การตัดสินใจเชิงจริยธรรม ความสัมพันธ์กับคน ความคิดสร้างสรรค์เชิงกลยุทธ์ หรือประสบการณ์เฉพาะทางลึกๆ ยังคงต้องพึ่งพามนุษย์ ตัวอย่างเช่น ที่ปรึกษากลยุทธ์ธุรกิจ ผู้บริหารระดับสูง นักจิตวิทยา และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ต้องตัดสินใจในสถานการณ์ไม่แน่นอน</p><h2>ทางรอด: เตรียมอาชีพที่ 2 ตั้งแต่วันนี้</h2><p>ไม่ว่าอาชีพปัจจุบันจะอยู่ในกลุ่มเสี่ยงมากหรือน้อย การมีรายได้เสริมที่ไม่ผูกกับตำแหน่งงานเดียวคือ safety net ที่ดีที่สุด และหนึ่งในช่องทางที่เริ่มได้เร็วโดยไม่ต้องมีทุนคือการใช้ AI ช่วยสร้างรายได้เสริมผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทยที่กำลังแข่งกันเปิดตัว อ่านต่อได้ที่ งานหลักยังทำ งานเสริมก็มา: AI ช่วยขายของ 5 แพลตฟอร์มไทยพร้อมกัน</p><h2>บทความที่เกี่ยวข้อง</h2><ul><li><a href="https://prnewsplus.com/technology/4196-%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%95%E0%B8%8A-ai-%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%9B-2569" rel="noopener noreferrer" target="_blank">สถิติชี้ AI แย่งงานคนไทยกี่เปอร์เซ็นต์ปี 2569</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/business/4200-%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1-7-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%A2-ai-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" rel="noopener noreferrer" target="_blank">รวม 7 อาชีพเสริมทำเงินด้วย AI หลังเลิกงาน</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4fd585dadcc_1783616901.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4fd585dadcc_1783616901.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Athbeauty คืออะไร? เทรนด์สกินแคร์สำหรับคนออกกำลังกายที่กำลังมาแรงในไทย 2026</title>
            <link>https://prnewsplus.com/health/4142-athbeauty-คออะไร-เทรนดสกนแครสำหรบคนออกกำลงกายทกำลงมาแรงในไทย-2026</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/health/4142-athbeauty-คออะไร-เทรนดสกนแครสำหรบคนออกกำลงกายทกำลงมาแรงในไทย-2026</guid>
            <pubDate>Fri, 10 Jul 2026 00:04:37 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>สุขภาพ / ความงาม</category>
            <description><![CDATA[Athbeauty คือจุดบรรจบระหว่างกีฬาและความงาม ตอบโจทย์คนไทยยุค Active Lifestyle ที่อยากผิวสวยแม้เหงื่อจะท่วมหน้า — เทรนด์นี้กำลังเขย่าตลาดสกินแคร์ 160,000 ล้านบาทในปี 2569...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ออกกำลังกายเสร็จ เหงื่อโชก หน้าแดง แต่ยังอยากผิวดี — นี่คือความขัดแย้งที่คนสายฟิตรู้จักดี และคือสาเหตุที่ <strong>Athbeauty</strong> กำลังจะกลายเป็นคำที่ได้ยินบ่อยที่สุดในวงการสกินแคร์ไทยปี 2569 นี้</p>

<h2>Athbeauty คืออะไร?</h2>
<p>Athbeauty มาจากคำว่า <strong>Athletics + Beauty</strong> หรือพูดง่ายๆ คือ "สกินแคร์สำหรับคนเหงื่อออกบ่อย" ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังออกกำลังกายโดยเฉพาะ ไม่ใช่สกินแคร์ธรรมดาที่หยิบมาใช้แล้วละลายหายไปกับเหงื่อ</p>
<p>คุณสมบัติที่ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ต้องมี ได้แก่ ทนเหงื่อและทนความชื้น ไม่อุดตันรูขุมขน ฟื้นฟูผิวหลังโดนแดด ฝุ่น และความร้อน รวมถึงช่วยซ่อมแซม Skin Barrier และลดการอักเสบของผิวหลังออกกำลังกายหนัก Mintel บริษัทวิจัยตลาดระดับโลก ชี้ว่าแบรนด์ความงามทั่วโลกกำลังแข่งกันพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้อย่างเข้มข้น</p>

<h2>ทำไม Athbeauty ถึงมาแรงในไทยปี 2026?</h2>
<p>ไม่ใช่แค่กระแส แต่มีตัวเลขหนุนหลัง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่าปี 2024 มีคนไทยออกกำลังกายสม่ำเสมอแล้วถึง <strong>44.4%</strong> และตลาดฟิตเนสไทยคาดขยายตัวไม่ต่ำกว่า 18% ในปี 2025 มีมูลค่ารวม <strong>12,000 ล้านบาท</strong></p>
<p>The 1 Insight เผยว่าคนไทยกำลังเปลี่ยนความคิดจาก "ออกกำลังกายเพื่อความสวย" มาเป็น "ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพระยะยาว" และจัดสรรงบสำหรับ Active Lifestyle เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กลุ่มคนที่เคลื่อนไหวมากขึ้นกลุ่มนี้เองคือลูกค้าเป้าหมายโดยตรงของ Athbeauty</p>
<p>Euromonitor เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า <strong>"The Wellness Shift"</strong> ขณะที่ Mintel บอกว่าปี 2026 ไม่ใช่ปีของสกินแคร์ธรรมดาอีกต่อไป แต่คือปีที่ความงาม สุขภาพ และไลฟ์สไตล์จะหลอมรวมเป็นระบบเดียวกัน</p>

<h2>สกินแคร์ชะลอวัยก็เป็น Athbeauty ได้</h2>
<p>ผลสำรวจตลาด Health &amp; Beauty ไทยพบว่าการชะลอวัยกำลังกลายเป็น "นิสัยประจำวัน" แทนที่จะพึ่งพาหัตถการเป็นครั้งคราว วิธีที่คนไทยนิยมมากที่สุด ได้แก่ ใช้สกินแคร์ลดริ้วรอย (25%) ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรง (22%) และทานอาหารเสริม (21%)</p>
<p>ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายและสกินแคร์ไม่ได้แยกจากกันในหัวผู้บริโภคอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องเดียวกัน</p>

<h2>ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ Athbeauty ในตลาดปัจจุบัน</h2>
<p>ผลิตภัณฑ์ฮิตในหมวดนี้มีทั้ง Hydration Mist สูตรเติมแร่ธาตุคล้ายเกลือแร่หลัง workout, Post-workout Serum ลดแดงและลดการอักเสบ และ Cleansing Gel สูตร pH Balanced ที่ไม่ทำลาย Microbiome บนผิวหน้า</p>
<p>แบรนด์อย่าง <strong>CliniqueFIT</strong> ทำไลน์ผลิตภัณฑ์กันเหงื่อ กันน้ำ พร้อมบำรุงผิวหลังออกกำลังกายโดยเฉพาะ ส่วน <strong>Lululemon Self-care</strong> ขยายจากแบรนด์เสื้อผ้าโยคะสู่สกินแคร์สำหรับคนขยับตัวเยอะ — เป็นสัญญาณชัดว่าขอบเขตระหว่างแบรนด์กีฬาและแบรนด์ความงามกำลังเลือนหายไป</p>

<h2>Athbeauty เข้าถึงได้ทุกเจน ไม่ใช่แค่คนหนุ่มสาว</h2>
<p>The 1 Insight ถอดพฤติกรรมแต่ละเจนพบว่า <strong>Gen Z</strong> นิยมกีฬาตามกระแส <strong>Gen Y</strong> มุ่งสร้างสังคม Active ร่วมกัน <strong>Gen X</strong> โฟกัสคุณภาพชีวิต และ <strong>Baby Boomer</strong> เน้นเรื่อง Longevity อย่างจริงจัง ทุกกลุ่มมีเหตุผลของตัวเองที่จะหันมาสนใจสกินแคร์ที่ออกแบบมาสำหรับคนที่เคลื่อนไหวเยอะ</p>

<h2>โอกาสทางตลาดที่ยังเปิดกว้าง</h2>
<p>ตลาดสกินแคร์ไทยมีมูลค่าราว <strong>160,000 ล้านบาท</strong> คิดเป็น 64% ของตลาดความงามรวม และยังขาด Niche ที่ชัดเจนในกลุ่ม Athbeauty Wisesight รายงานว่าผลิตภัณฑ์ความงามบนโซเชียลมีเดียสร้าง Engagement รวมกว่า 45 ล้านครั้ง ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่แบรนด์ Athbeauty ใช้สื่อสารผ่าน Fitness Influencer และ Run Club Content Creator</p>
<p>ตลาดสินค้ากีฬาทั่วโลกยังเติบโตเฉลี่ย 6% ต่อปี และกิจกรรมอย่าง Group Exercise กับ Run Club ได้รับความนิยมมากขึ้นทุกปี — ทุกอย่างกำลังเดินไปทิศทางเดียวกัน</p>

<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>ปัจจัย</th>
      <th>รายละเอียด</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td><strong>ชื่อเทรนด์</strong></td>
      <td>Athbeauty / Active Beauty Skincare</td>
    </tr>
    <tr>
      <td><strong>กลุ่มเป้าหมาย</strong></td>
      <td>คนรักสุขภาพ, นักวิ่ง, สายฟิตเนส, Gen Z–Baby Boomer</td>
    </tr>
    <tr>
      <td><strong>จุดขายหลัก</strong></td>
      <td>ทนเหงื่อ, ไม่อุดตัน, ฟื้นฟูผิวหลังออกกำลังกาย</td>
    </tr>
    <tr>
      <td><strong>ตัวเร่งสำคัญ</strong></td>
      <td>Active Lifestyle + ตลาดฟิตเนสไทย 12,000 ล้านบาท</td>
    </tr>
    <tr>
      <td><strong>โอกาส</strong></td>
      <td>ตลาดสกินแคร์ไทย ~160,000 ล้านบาท ยังขาด Niche ชัดเจน</td>
    </tr>
  </tbody>
</table>

<h3>แหล่งอ้างอิง</h3>
<ul>
  <li><a href="https://www.premacare.co.th/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C/1/3048/beauty-trend-2026-athbeauty-active-beauty-wellness-skincare">Premacare — Beauty Trend 2026: Athbeauty &amp; Active Beauty</a></li>
  <li><a href="https://www.marketingoops.com/reports/health-and-beauty-trends-2026/">Marketing Oops — Health and Beauty Trends 2026</a></li>
  <li><a href="https://thestandard.co/thais-active-lifestyle-health-investment/">The Standard — คนไทยกับ Active Lifestyle และการลงทุนด้านสุขภาพ</a></li>
  <li><a href="https://www.thaipost.net/economy-news/958626/">ไทยโพสต์ — ข่าวเศรษฐกิจตลาดฟิตเนสไทย</a></li>
  <li><a href="https://www.forbesthailand.com/news/marketing/forbes-life/5-workout-trends-in-thailand-as-consumers-spend-more-on-health">Forbes Thailand — 5 Workout Trends in Thailand</a></li>
  <li><a href="https://www.thebusinessplus.com/skincare-3/">The Business Plus — ตลาดสกินแคร์ไทย</a></li>
  <li><a href="https://wisesight.com/th/articles/beauty-trends-2026-data-insights">Wisesight — Beauty Trends 2026 Data Insights</a></li>
</ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a44761245809.png" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a44761245809.png" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>AI จัดการสต็อกและออเดอร์ ทางออกของร้านค้าออนไลน์ไทยปี 2569</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/4138-ai-จดการสตอกและออเดอร-ทางออกของรานคาออนไลนไทยป-2569</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/4138-ai-จดการสตอกและออเดอร-ทางออกของรานคาออนไลนไทยป-2569</guid>
            <pubDate>Fri, 10 Jul 2026 00:03:59 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[89% ของผู้ค้าปลีกทั่วโลกหันใช้ AI แล้ว แล้วร้านค้าออนไลน์ไทยล่ะ? เจาะลึกว่า AI จัดการสต็อกและออเดอร์ได้อย่างไร ลด stockout เกือบ 30% และช่วยประหยัดต้นทุน supply chain ได้ถึง 20%...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ขายของออนไลน์ทุกวันนี้ไม่ใช่แค่ "ลงรูปแล้วรอออเดอร์" อีกต่อไปแล้ว — <strong>AI จัดการสต็อก</strong>กำลังกลายเป็นหัวใจของร้านค้าออนไลน์ไทยที่อยากอยู่รอดในตลาดที่แข่งขันดุเดือดปี 2569</p><p>จากผลสำรวจของ NVIDIA ในปี 2568 พบว่า <strong>89% ของผู้ค้าปลีกทั่วโลก</strong>กำลังใช้ AI ในการดำเนินงานหรืออยู่ระหว่างนำร่องแล้ว ไม่ใช่เพราะแฟชั่น แต่เพราะต้นทุน fulfillment และค่าใช้จ่ายในการหาลูกค้าใหม่พุ่งสูงจนกดดันกำไรอย่างหนัก</p><h2>ปัญหาที่ผู้ขายออนไลน์ไทยเจออยู่ทุกวัน</h2><p>ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยกระจายตัวอยู่บน 3 แพลตฟอร์มหลักอย่าง Shopee, Lazada และ TikTok Shop ซึ่งดีสำหรับผู้ซื้อ แต่เป็นฝันร้ายของฝ่ายคลังสินค้า</p><p>โดยเฉพาะช่วง Live หรือแคมเปญโปรโมชัน ออเดอร์พุ่งเข้ามาพร้อมกันนับร้อย การอัปเดตสต็อกด้วยมือไม่ทันอยู่แล้ว และผลลัพธ์ที่ตามมาคือ oversell จนเสียเรตติ้งร้านค้าและสูญเสียลูกค้าไปตลอดกาล</p><h2>AI จัดการสต็อกทำอะไรได้บ้าง?</h2><h3>ติดตามสต็อกแบบ Real-Time</h3><p>ระบบ AI inventory management คอยติดตามระดับสต็อกทุกโลเคชันแบบ real-time ตลอด 24 ชั่วโมง ขจัดการเดาสุ่ม ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ และปิดประตูปัญหา oversell ได้ตั้งแต่ต้นทาง</p><h3>พยากรณ์ความต้องการ (Demand Forecasting)</h3><p>AI วิเคราะห์ข้อมูล real-time เพื่อคาดการณ์ว่าสินค้าไหนจะขายดีช่วงไหน ดูทั้งเทรนด์ความต้องการ อัตราหมุนเวียนสินค้า และขนาดที่ลูกค้านิยม</p><p>ที่สำคัญคือระบบ AI ที่ปรับแต่งด้วยข้อมูลภาษาไทย วันหยุดท้องถิ่น และความชอบระดับภูมิภาค จะให้ผลลัพธ์ดีกว่าโมเดลสากลทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ เลือกโซลูชันที่รู้จักตลาดไทยจริงๆ</p><h3>ซิงค์สต็อกข้ามแพลตฟอร์ม (Multi-Channel)</h3><p>AI ช่วยซิงค์สต็อกข้ามทุกช่องทางขายแบบ real-time ในคราวเดียว ไม่ว่าจะมีออเดอร์เข้ามาจาก Shopee หรือ TikTok Shop ตัวเลขสต็อกทุกที่อัปเดตพร้อมกันทันที</p><h3>ระบบ OMS อัจฉริยะ</h3><p>Order Management System ที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะตัดสินใจเองว่าควรจัดส่งออเดอร์นี้จากโกดังไหน โดยพิจารณาระดับสต็อก ต้นทุนการจัดส่ง และความเร็วในการส่งมอบแบบ real-time ทั้งหมดในพริบตา</p><h2>ตัวเลขที่พิสูจน์ได้จริง</h2><h2>ตัวชี้วัดผลลัพธ์แหล่งอ้างอิงลด Stockoutเกือบ 30% เทียบกับวิธีดั้งเดิมTechnavio (ตลาดค้าปลีกไทย)ลดต้นทุน Supply Chainสูงถึง 20%Ken Researchผู้ค้าปลีกที่ใช้ AI แล้ว89% ทั่วโลกNVIDIA Survey 2568ตลาด Quick Commerce ไทยคาดแตะ 630.2 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2572Yahoo Finance / Databook ภาพใหญ่ของไทยในปี 2569</h2><p>ไทยมีเงินลงทุนที่ได้รับอนุมัติแล้วถึง <strong>2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ</strong> สำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านดาต้าเซ็นเตอร์ Cloud และ AI จนถึงปี 2570 แปลว่าในอีกไม่นาน ไทยจะมีโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับภูมิภาคที่แข็งแกร่งพอสำหรับทุกธุรกิจ ตั้งแต่รายใหญ่ไปจนถึง SME</p><p>ระบบ WMS สมัยใหม่ยังเชื่อมต่อ API กับ Lazada, Shopee และ TikTok Shop ได้โดยตรง ดึงออเดอร์ทั้งหมดมารวมศูนย์ พิมพ์ใบปะหน้า และอัปเดตสถานะการจัดส่งได้โดยไม่ต้องสลับหน้าจอ</p><h2>อนาคตที่กำลังมา และสิ่งที่ต้องระวัง</h2><p>ในอนาคตอันใกล้ ระบบ AI จะไม่เพียงแค่พยากรณ์ความต้องการ แต่จะสั่งซื้อสินค้าโดยอัตโนมัติ ปรับราคาแบบ dynamic pricing และสร้าง personalized promotions ให้ลูกค้าแต่ละรายด้วย</p><p>แต่มีสิ่งหนึ่งที่ต้องจำไว้ — AI เก่งเรื่องความเร็วและการจับเทรนด์ แต่การตัดสินใจทางธุรกิจขั้นสุดท้ายยังต้องอาศัยวิจารณญาณของมนุษย์เสมอ เพื่อกรองสัญญาณรบกวนและบริบทที่ AI อาจมองข้าม</p><p>และในยุคที่ลูกค้ามีความอดทนต่อความผิดพลาดต่ำลงทุกวัน ส่งของผิดหรือช้าแค่ครั้งเดียวอาจหมายถึงการสูญเสียลูกค้าคนนั้นไปตลอดกาล การลงทุนในระบบจัดการคลังสินค้าจึงไม่ใช่แค่ "ตัวเลือก" อีกต่อไปแล้ว</p><h3>แหล่งอ้างอิง</h3><ul><li><a href="https://www.mvminfotech.com/blog/ai-inventory-forecasting-thailand" rel="noopener noreferrer" target="_blank">MVM Infotech – AI Inventory Forecasting Thailand</a></li><li><a href="https://www.chiangraitimes.com/ai/how-ai-is-helping-online-retailers-in-thailand-track-competitors/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">Chiang Rai Times – How AI is Helping Online Retailers in Thailand Track Competitors</a></li><li><a href="https://anchanto.com/thailand-e-commerce-industry/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">Anchanto – Thailand E-Commerce Industry</a></li><li><a href="https://www.cnetthailand.com/2026/03/17/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9Awms%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1apilazada-shopee-tiktok-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A1%E0%B9%8C/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">CNET Thailand – ระบบ WMS เชื่อม API Lazada Shopee TikTok เรียลไทม์</a></li><li><a href="https://digitalinasia.com/2026/04/06/thailand-digital-market-overview-2026/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">Digital in Asia – Thailand Digital Market Overview 2026</a></li><li><a href="https://finance.yahoo.com/markets/stocks/articles/thailand-quick-commerce-databook-report-105900494.html" rel="noopener noreferrer" target="_blank">Yahoo Finance – Thailand Quick Commerce Databook Report</a></li><li><a href="https://anymindgroup.com/blog/ai-ecommerce-operations" rel="noopener noreferrer" target="_blank">AnyMind Group – AI E-Commerce Operations</a></li><li><a href="https://www.technavio.com/report/retail-market-market-in-thailand-industry-analysis" rel="noopener noreferrer" target="_blank">Technavio – Retail Market in Thailand Industry Analysis</a></li><li><a href="https://www.kenresearch.com/thailand-artificial-intelligence-e-commerce-market" rel="noopener noreferrer" target="_blank">Ken Research – Thailand AI E-Commerce Market</a></li><li><a href="https://www.linnworks.com/blog/ai-inventory-management/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">Linnworks – AI Inventory Management</a></li><li><a href="https://www.goodfirms.co/blog/ecommerce-logistics-ai-driven-fulfillment" rel="noopener noreferrer" target="_blank">GoodFirms – E-Commerce Logistics AI-Driven Fulfillment</a></li><li><a href="https://www.mycloudfulfillment.com/blog/customer-service/tiktok-shop-inventory-management" rel="noopener noreferrer" target="_blank">MyCloud Fulfillment – TikTok Shop Inventory Management</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4fd47f6bc48_1783616639.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4fd47f6bc48_1783616639.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Gut-Skin Axis คืออะไร? เมื่อลำไส้เป็นกุญแจสำคัญของผิวสวยในปี 2569</title>
            <link>https://prnewsplus.com/health/4208-gut-skin-axis-คออะไร-เมอลำไสเปนกญแจสำคญของผวสวยในป-2569</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/health/4208-gut-skin-axis-คออะไร-เมอลำไสเปนกญแจสำคญของผวสวยในป-2569</guid>
            <pubDate>Thu, 09 Jul 2026 23:58:26 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>สุขภาพ / ความงาม</category>
            <description><![CDATA[Gut-Skin Axis คือการเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างลำไส้กับผิวหนัง เมื่อจุลินทรีย์ในลำไส้เสียสมดุล การอักเสบจะวิ่งตามกระแสเลือดมาทำลายผิวจากภายใน ทำให้เกิดสิว ผิวแห้ง และผิวอักเสบเรื้อรัง — นี่คือแนวคิดที่กำลังเปลี่ยนวิธีดูแลผิวในปี 2026...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ทาครีมแพงแค่ไหนก็ยังสิวขึ้นซ้ำ ผิวแห้งไม่หาย หรือมีการอักเสบเรื้อรังที่รักษาไม่หาย? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่หน้ากระจก แต่อยู่ลึกลงไปถึง "ลำไส้" ต่างหาก แนวคิด <strong>Gut-Skin Axis</strong> ยืนยันว่าลำไส้กับผิวหนังเชื่อมกันโดยตรงผ่านกระบวนการอักเสบในร่างกาย เมื่อจุลินทรีย์ในลำไส้เสียสมดุล ผิวจะเป็นอวัยวะแรกที่รับผลกระทบ — นี่คือกระบวนทัศน์ใหม่ที่กำลังเปลี่ยนวงการสกินแคร์ในปี 2569</p>

<h2>Gut-Skin Axis คืออะไร? วิทยาศาสตร์อธิบายอย่างไร</h2>
<p>ลองนึกภาพลำไส้เป็น "เมืองหลวงของภูมิคุ้มกัน" งานวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่าเซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกายกว่า <strong>70–80%</strong> อาศัยอยู่ในระบบทางเดินอาหาร นั่นหมายความว่าถ้าเมืองหลวงแห่งนี้วุ่นวาย ผลกระทบจะลามไปทั่วร่างกาย</p>
<p>เมื่อจุลินทรีย์ในลำไส้เสียสมดุล ร่างกายจะปล่อย "สัญญาณอักเสบ" (Inflammation) เข้าสู่กระแสเลือด สัญญาณนี้วิ่งตรงไปยังผิวหนัง ซึ่งเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย และเริ่มทำลาย <strong>เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier)</strong> จากภายในออก ผลลัพธ์ที่เห็นบนหน้ากระจกก็คือสิว ผิวแห้ง และการอักเสบที่ไม่รู้จักหาย</p>
<p>นอกจาก Gut-Skin Axis แล้ว ยังมีเส้นทางที่เรียกว่า <strong>Gut-Brain Axis</strong> ซึ่งเชื่อมลำไส้กับสมอง ส่งผลต่ออารมณ์ ความเครียด และสุขภาพจิตด้วย นั่นอธิบายได้ว่าทำไมช่วงที่เราเครียดมาก ผิวถึงพังพร้อมกันเสมอ</p>

<h2>ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่: ต้นตอที่ทำให้ลำไส้พัง</h2>
<p>ปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เราเป็นคนสร้างมันขึ้นมาทุกวัน พฤติกรรมต่อไปนี้คือศัตรูตัวร้ายของจุลินทรีย์ดีในลำไส้</p>
<ul>
  <li><strong>อาหารแปรรูปและน้ำตาลสูง</strong> — จุลินทรีย์ดีขาดอาหาร จุลินทรีย์ไม่ดีเติบโตแทนที่</li>
  <li><strong>พักผ่อนไม่เพียงพอ</strong> — นาฬิกาชีวภาพของลำไส้แปรปรวน สมดุลเสีย</li>
  <li><strong>ความเครียดจากการทำงาน</strong> — คอร์ติซอลสูงกดภูมิคุ้มกัน และรบกวน Gut-Brain Axis โดยตรง</li>
</ul>
<p>ผลที่ตามมาที่หลายคนคุ้นเคยคือ ท้องอืด ลำไส้แปรปรวน ภูมิคุ้มกันลดลง และผิวที่เริ่มส่งสัญญาณเตือนอย่างสิว ผิวแห้ง หรือแพ้ง่ายกว่าปกติ ผู้บริโภคจำนวนมากในปี 2569 จึงเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการ "รักษาจากต้นทาง" แทนการแก้ที่ปลายเหตุ</p>

<h2>โพรไบโอติก: จุลินทรีย์ดีที่ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องขับถ่าย</h2>
<p>หลายคนรู้จักโพรไบโอติก (Probiotics) ในฐานะตัวช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร แต่บทบาทที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือผลต่อผิวโดยตรง</p>
<p>เมื่อรับประทานโพรไบโอติกสายพันธุ์ที่ถูกต้องและปริมาณที่เพียงพอ จุลินทรีย์ดีเหล่านี้จะเข้าไปฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว ช่วยให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น และลดการอักเสบจากภายใน</p>
<p>ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมคือ <strong>แบคทีเรียกรดแลคติค Streptococcus thermophilus</strong> ซึ่งงานวิจัยพบว่าช่วยส่งเสริมการสร้าง <strong>เซราไมด์ (Ceramide)</strong> — โมเลกุลสำคัญที่ทำหน้าที่เหมือน "ซีเมนต์" ระหว่างเซลล์ผิว ช่วยกักเก็บน้ำไว้ที่ผิวหนังและสร้าง antimicrobial peptides เพื่อป้องกันแบคทีเรียก่อโรค</p>

<h2>Microbiome Skincare และ Postbiotics: สกินแคร์ที่ "กินไม่ได้ แต่ทาได้"</h2>
<p>แนวคิด Gut-Skin Axis ไม่ได้หยุดอยู่แค่ "การกิน" แต่ลามเข้ามาในวงการสกินแคร์แล้วเต็มตัว</p>
<p><strong>Postbiotics</strong> คือสารที่ได้จากกระบวนการหมักของจุลินทรีย์ (ไม่ใช่ตัวจุลินทรีย์มีชีวิต) มีความเสถียรกว่า และนำมาใส่ในผลิตภัณฑ์สกินแคร์ได้ง่ายกว่าโพรไบโอติกแบบดั้งเดิม มีการคาดการณ์ว่า Postbiotics จะยังเป็นแกนหลักของเทรนด์ <strong>Microbiome Skincare</strong> ตลอดปี 2026 โดยจะพบในผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ตั้งแต่โทนเนอร์ เซรั่ม ไปจนถึงครีมบำรุง โดยเฉพาะสูตรที่เน้นฟื้นฟูผิวอ่อนแอและผิวแพ้ง่าย</p>

<h3>เปรียบเทียบแนวทางดูแลผิวแบบเดิม vs แบบ Gut-Skin Axis</h3>
<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>มิติ</th>
      <th>แนวทางดูแลผิวแบบเดิม</th>
      <th>แนวทาง Gut-Skin Axis</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td><strong>จุดเริ่มต้น</strong></td>
      <td>แก้ที่ผิวนอก (ทาครีม, ใช้เซรั่ม)</td>
      <td>รักษาจากลำไส้ภายใน</td>
    </tr>
    <tr>
      <td><strong>สาเหตุที่มอง</strong></td>
      <td>มลภาวะ UV แสงแดด ผิวแห้ง</td>
      <td>การอักเสบจากจุลินทรีย์เสียสมดุล</td>
    </tr>
    <tr>
      <td><strong>ผลิตภัณฑ์หลัก</strong></td>
      <td>ครีมกันแดด มอยส์เจอไรเซอร์ เซรั่ม</td>
      <td>Probiotics กิน + Microbiome Skincare (Postbiotics)</td>
    </tr>
    <tr>
      <td><strong>ระยะเวลาเห็นผล</strong></td>
      <td>เร็ว แต่มักกลับมาใหม่</td>
      <td>ช้ากว่า แต่แก้ต้นตอ</td>
    </tr>
    <tr>
      <td><strong>เทคโนโลยีเสริม</strong></td>
      <td>Active Ingredients (Retinol, Niacinamide)</td>
      <td>AI + Microbiome Testing แบบ Personalized</td>
    </tr>
  </tbody>
</table>

<h2>อนาคตของ Gut-Skin Axis: AI และ Microbiome Testing เฉพาะบุคคล</h2>
<p>ก้าวต่อไปของเทรนด์นี้ไม่ใช่แค่การกินโยเกิร์ตหรือซื้อโพรไบโอติกมาทาน แต่คือการดูแลแบบ <strong>"Hyper-Personalization"</strong> หรือความแม่นยำเฉพาะบุคคล</p>
<p>เทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมจุลินทรีย์ร่วมกับ AI สามารถวิเคราะห์ได้ว่าลำไส้ของแต่ละคนขาดจุลินทรีย์สายพันธุ์ไหน ต้องการอาหารประเภทใดเสริม และควรหลีกเลี่ยงอะไร ทั้งหมดเพื่อออกแบบแผนการกินที่ "เข้าล็อก" กับรหัสชีวภาพของแต่ละคนโดยเฉพาะ ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่ใช้ได้กับทุกคน</p>
<p>นี่คือการเปลี่ยนจาก "บรรเทาอาการ" สู่ "แก้ปัญหาที่ต้นตอระดับเซลล์" อย่างแท้จริง และนับเป็นทิศทางที่แวดวงสุขภาพและความงามกำลังมุ่งหน้าไปในปี 2569</p>

<h2>สรุป: ผิวสวยเริ่มที่ลำไส้ ไม่ใช่ที่ขวดครีม</h2>
<p>Gut-Skin Axis ไม่ใช่เทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นการเปลี่ยนแนวคิดรากฐานว่าผิวหนังคืออวัยวะที่ตอบสนองต่อทุกสิ่งที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย โดยเฉพาะสุขภาพของลำไส้</p>
<p>ถ้าผิวยังมีปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่าแม้จะดูแลภายนอกอย่างดี อาจถึงเวลาที่ต้องหันมาถามตัวเองว่า "ลำไส้ฉันเป็นอย่างไรบ้าง?" เพราะคำตอบของผิวสวยอาจซ่อนอยู่ที่นั่น ไม่ใช่ที่ชั้นวางสกินแคร์</p>

<h3>แหล่งอ้างอิง</h3>
<ul>
  <li><a href="https://www.vsquareclinic.com/health-checkup/gut-health/">V Square Clinic — Gut Health</a></li>
  <li><a href="https://www.cogistics.co.th/th/blog/knowledge/gut-friendly-food-gut-health/">Cogistics — Gut-Friendly Food &amp; Gut Health</a></li>
  <li><a href="https://www.medparkhospital.com/lifestyles/the-gut-microbiome">MedPark Hospital — The Gut Microbiome</a></li>
  <li><a href="https://www.interpharma.co.th/articles/probiotics-for-dry-skin-gut-skin-axis">Interpharma — Probiotics for Dry Skin &amp; Gut-Skin Axis</a></li>
  <li><a href="https://wathoothorn.com/skincare-active-trends-2026/">Wathoothorn — Skincare Active Trends 2026</a></li>
  <li><a href="https://www.foxbith.com/blog/gut-health">Foxbith — Gut Health</a></li>
</ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a4ed7ed53d73.png" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a4ed7ed53d73.png" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>WHOOP แพลตฟอร์มสุขภาพมูลค่า $10 พันล้าน: เบื้องหลังธุรกิจที่อีลีทสปอร์ตโลกพึ่งพา</title>
            <link>https://prnewsplus.com/products/4187-whoop-แพลตฟอรมสขภาพมลคา-10-พนลาน-เบองหลงธรกจทอลทสปอรตโลกพงพา</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/products/4187-whoop-แพลตฟอรมสขภาพมลคา-10-พนลาน-เบองหลงธรกจทอลทสปอรตโลกพงพา</guid>
            <pubDate>Thu, 09 Jul 2026 23:57:50 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>สินค้าและบริการ</category>
            <description><![CDATA[WHOOP ไม่ใช่แค่สายรัดข้อมืออีกต่อไป — หลังระดมทุน Series G มูลค่า 575 ล้านดอลลาร์ที่ Valuation 10.1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2569 บริษัทกำลังเดินหน้าสู่ IPO พร้อมพาร์ตเนอร์ Ferrari F1, Grand Slam Tennis และสถาบันการแพทย์ระดับโลก นี่คือทุกอย่างที่ผู้ใช้ควรรู้...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>$10,100,000,000 — นั่นคือราคาที่ตลาดให้กับ WHOOP ณ วันนี้ ไม่ใช่แค่ค่าของสายรัดข้อมือ แต่คือมูลค่าของ <strong>WHOOP แพลตฟอร์มสุขภาพ</strong> ที่กำลังเปลี่ยนโฉมวงการ Preventive Health ไปตลอดกาล หลังปิดรอบระดมทุน Series G มูลค่า 575 ล้านดอลลาร์เมื่อ 31 มีนาคม 2569 CEO Will Ahmed ประกาศชัดว่านี่คือรอบสุดท้ายก่อน IPO ถ้าคุณใส่ WHOOP อยู่บนข้อมือ หรือกำลังคิดจะ Subscribe — บทความนี้คือสิ่งที่คุณต้องอ่านก่อน</p>

<h2>จาก Startup นักกีฬา สู่ยูนิคอร์น WHOOP แพลตฟอร์มสุขภาพระดับโลก</h2>
<p>ตัวเลขที่น่าตกใจที่สุดในรอบนี้ไม่ใช่ตัวเลข 575 ล้านดอลลาร์ — แต่คือการพุ่งของ Valuation จาก 3.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2564 มาเป็น 10.1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2569 คิดเป็นเกือบสามเท่าในเวลาไม่ถึงห้าปี</p>
<p>Will Ahmed บอกกับ Yahoo Finance ว่า <em>"เราคาดว่านี่จะเป็นรอบระดมทุนส่วนตัวรอบสุดท้าย ก้าวต่อไปของเราคือ IPO"</em> ซึ่งหมายความว่าใครก็ตามที่จ่าย subscription ให้ WHOOP อยู่ตอนนี้ กำลังเป็นลูกค้าของบริษัทที่กำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ในเร็วๆ นี้</p>
<p>สิ่งนี้สำคัญมากกว่าที่คิด เพราะบริษัทมหาชนมีแรงกดดันจากผู้ถือหุ้นที่ต้องการผลกำไร — ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงสร้างราคา subscription หรือทิศทางฟีเจอร์ในอนาคต</p>

<h2>นักลงทุนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง: ทำไมถึงสำคัญกว่าแค่ "เงิน"</h2>
<p>รายชื่อนักลงทุนในรอบ Series G อ่านแล้วต้องหยุดคิด เพราะมันบอกทิศทางของ WHOOP ได้ชัดกว่าสไลด์ Pitch Deck ใดๆ</p>
<p>กลุ่มแรก: กองทุนมั่งคั่งแห่งชาติระดับโลก — <strong>Qatar Investment Authority (QIA)</strong> และ <strong>Mubadala Investment Company</strong> จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทั้งสองคือกองทุนที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว ไม่ใช่เก็งกำไรระยะสั้น</p>
<p>กลุ่มที่สอง: สถาบันการแพทย์ชั้นนำ — <strong>Abbott</strong> (บริษัทอุปกรณ์การแพทย์) และ <strong>Mayo Clinic</strong> (สถาบันสุขภาพอันดับต้นของโลก) การที่ Mayo Clinic ลงทุนในบริษัทสายรัดข้อมือ แปลความได้ชัดเจน: ข้อมูลจาก WHOOP มีคุณค่าเชิงคลินิกในระดับที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ยอมรับ</p>
<p>กลุ่มสาม: นักกีฬาระดับโลกในฐานะนักลงทุน — <strong>Cristiano Ronaldo, LeBron James, Rory McIlroy, Virgil van Dijk</strong> และ <strong>Mathieu van der Poel</strong> พวกเขาไม่ได้แค่ endorsement แต่วางเงินจริงลงทุนจริง</p>
<p>เมื่อสามกลุ่มนี้อยู่ด้วยกัน มันไม่ใช่แค่ "การระดมทุน" อีกต่อไป — มันคือการสร้าง ecosystem ที่เชื่อมโลกกีฬา, การแพทย์ และการเงินระดับโลกเข้าด้วยกัน</p>

<h2>WHOOP แพลตฟอร์มสุขภาพในสนามแข่งขันอีลีทสปอร์ต: ตัวเลขที่พิสูจน์ประสิทธิภาพ</h2>
<p>ข้อมูลจากการทดสอบที่ตีพิมพ์ในปี 2568–2569 ไม่ได้แค่บอกว่า WHOOP "ดี" — แต่บอกว่าดีอย่างไร และมากแค่ไหน</p>
<p><strong>Strain Score ของ WHOOP 5.0</strong> แม่นยำขึ้น 12% เมื่อเทียบกับ 4.0 ส่วนใหญ่มาจากการจัดการสัญญาณรบกวนระหว่างการฝึกแรงได้ดีขึ้น และมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับโมเดล TRIMP (r=0.88), ค่า RPE (r=0.81) และค่า Lactate หลังเซสชัน (r=0.76)</p>
<p>พูดง่ายๆ คือ: Strain Score ที่ WHOOP วัดได้สอดคล้องกับสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์การกีฬาวัดในห้องแล็บจริง</p>
<p>ในโปรโตคอล 10 สัปดาห์กับนักกีฬา 3 คน พบว่าเมื่อปฏิบัติตามคำแนะนำของ WHOOP บนพื้นฐาน Recovery Score คุณภาพการฝึกดีขึ้น <strong>71% ของโอกาส</strong> เทียบกับเพียง 49% เมื่อไม่ปฏิบัติตาม — ต่างกัน 22 เปอร์เซ็นต์พอยท์ในแต่ละครั้งที่ฝึก</p>
<p>ระบบยังปรับแบบ Personalized: นักกีฬาที่มี Recovery 67% จะได้รับคำแนะนำความเข้มข้นต่ำกว่าผู้ที่มี Recovery 92% <em>แม้จะมีอายุ น้ำหนัก และประวัติการฝึกเหมือนกันทุกประการ</em> เพราะอัลกอริทึมในปี 2569 รวมข้อมูลอุณหภูมิผิวหนังปรับเกณฑ์โซนแบบไดนามิกทุกวัน</p>

<h3>WHOOP กับ Formula 1 และ Grand Slam Tennis</h3>
<p><strong>Scuderia Ferrari HP</strong> ประกาศให้ WHOOP เป็น Official Health and Fitness Wearable Partner ตั้งแต่ซีซัน F1 ปี 2569 โดยทีมแพทย์จะทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ Performance Science ของ WHOOP เพื่อบูรณาการข้อมูลชีวภาพเข้ากับกลยุทธ์การฝึกซ้อมและการจัดการภาระงานของสมาชิกทีม</p>
<p>ในโลกเทนนิส จุดเปลี่ยนสำคัญมาจาก Australian Open ต้นปี 2569 ที่เจ้าหน้าที่ขอให้ผู้เล่นบางรายถอด WHOOP ออก — แต่ภายใน French Open 2569 กฎเปลี่ยน Grand Slam Tournament อนุญาตให้ผู้เล่นใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ รวมถึงสายรัด WHOOP</p>

<h2>Advanced Labs: เมื่อ WHOOP แพลตฟอร์มสุขภาพก้าวเข้าสู่โลกการตรวจเลือด</h2>
<p>ฟีเจอร์ที่หลายคนยังไม่รู้คือ WHOOP ไม่ได้หยุดอยู่แค่ข้อมือของคุณ — แต่กำลังดูดซับข้อมูลจากเลือดของคุณด้วย</p>
<p><strong>WHOOP Advanced Labs</strong> คือระบบที่เชื่อมผลตรวจเลือดเข้ากับข้อมูลสรีรวิทยา 24 ชั่วโมง สมาชิกสามารถอัปโหลดผลแล็บเก่าได้ฟรี โดยระบบจะเชื่อมโยง <strong>65 ไบโอมาร์กเกอร์</strong> กับข้อมูล Continuous Monitoring และ AI Coaching ในแอป</p>

<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>Panel</th>
      <th>จุดเด่น</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td>Performance Health</td>
      <td>ตัวชี้วัดประสิทธิภาพกีฬาและการฟื้นตัว</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Metabolic Health</td>
      <td>ระบบเผาผลาญและสมดุลพลังงาน</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Men's Health</td>
      <td>ฮอร์โมนและสุขภาพเฉพาะเพศชาย</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Heart Health</td>
      <td>ตัวชี้วัดระบบหัวใจและหลอดเลือด</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Women's Health</td>
      <td>11 ไบโอมาร์กเกอร์ฮอร์โมน + ติดตามรอบเดือน</td>
    </tr>
  </tbody>
</table>

<p>ความแตกต่างจากการตรวจเลือดทั่วไปคือ: ผลแล็บปกติให้ตัวเลขแยกจากชีวิตคุณ แต่ Advanced Labs เชื่อมผล Testosterone หรือค่า Ferritin เข้ากับข้อมูลการนอน, Recovery และ Strain ของคุณในช่วง 30–90 วันที่ผ่านมา ทำให้เห็นภาพรวมที่ไม่มีระบบอื่นทำได้</p>

<h2>วิกฤตความเชื่อใจ: เมื่อ WHOOP "ผิดสัญญา" กับผู้ใช้เดิม</h2>
<p>เรื่องนี้คือจุดที่เจ็บปวดที่สุดในประวัติศาสตร์ล่าสุดของ WHOOP และต้องรู้ก่อน Subscribe ระยะยาว</p>
<p>เมื่อ WHOOP ประกาศ 5.0 ในเดือนพฤษภาคม 2568 บริษัทระบุว่าสมาชิกที่ต้องการอุปกรณ์ใหม่ต้องต่อ subscription 12 เดือน หรือจ่ายค่าอัปเกรด $49 (หรือ $79 สำหรับรุ่น EKG) ปัญหาคือ: WHOOP คิดค่า subscription สูงมาก ($199–$359 ต่อปี) โดยหนึ่งในจุดขายหลักคือการอัปเกรดฮาร์ดแวร์ฟรี</p>
<p>ผู้ใช้เดิมรู้สึกว่าสัญญาถูกทำลาย และเสียงวิจารณ์ระบาดทั่วโซเชียล จนบริษัทต้องออก Reddit post ชี้แจงว่าจะขยายนโยบาย ให้ผู้ที่มีสัญญาเหลือมากกว่า 12 เดือนได้รับการอัปเกรดฟรีหรือคืนเงิน</p>
<p>แต่ผู้ใช้บางคนยังไม่พอใจ โดยมีการเขียนว่า <em>"คุณไม่ได้เผยแพร่นโยบายโดยบังเอิญ และการลบมันหลังจากถูกต่อต้านก็ไม่ลบล้างความจริงที่ว่ามันเกิดขึ้นจริง"</em></p>
<p>บทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะ Subscribe: ควรอ่านนโยบายอัปเกรดให้ชัดก่อนจ่าย โดยเฉพาะถ้าวางแผน Subscribe ระยะยาวเกิน 1 ปี</p>

<h2>NSA อนุมัติ: ทำไม "ไม่มีหน้าจอ" ถึงกลายเป็นจุดแข็ง</h2>
<p>ปี 2569 มีเหตุการณ์แปลกที่น่าจดจำ: ผู้ใช้โซเชียลมีเดียระบุผิดว่า สายรัด WHOOP ของหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว Susie Wiles เป็น Apple Watch ที่ถูกห้ามในพื้นที่ความมั่นคง ทำเนียบขาวออกมาชี้แจงว่า <strong>NSA อนุมัติ WHOOP</strong> สำหรับใช้ในพื้นที่ Sensitive Compartmented Information Facilities (SCIFs) เนื่องจากสถาปัตยกรรม "Secure by Design"</p>
<p>ไม่มีหน้าจอ ไม่มี GPS ไม่มีการแจ้งเตือน — สิ่งที่หลายคนมองว่า "ขาดฟีเจอร์" กลับกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ WHOOP ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ</p>

<h2>สรุปทิศทาง: WHOOP แพลตฟอร์มสุขภาพกำลังเป็นอะไร?</h2>
<p>ภาพรวมของ WHOOP ในปี 2569 ณ ขณะนี้:</p>

<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>มิติ</th>
      <th>สถานะปัจจุบัน (2569)</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td>Valuation</td>
      <td>$10.1 พันล้านดอลลาร์</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ทิศทางธุรกิจ</td>
      <td>IPO (รอบระดมทุนสุดท้ายก่อนเข้าตลาด)</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>พาร์ตเนอร์กีฬา</td>
      <td>Scuderia Ferrari F1, Grand Slam Tennis</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>พาร์ตเนอร์การแพทย์</td>
      <td>Abbott, Mayo Clinic</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ฟีเจอร์ขยาย</td>
      <td>Advanced Labs (65+ ไบโอมาร์กเกอร์, 5 Panel)</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>ข้อพิพาทสำคัญ</td>
      <td>นโยบายอัปเกรด (แก้ไขบางส่วนแล้ว)</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>การรับรองพิเศษ</td>
      <td>NSA อนุมัติสำหรับพื้นที่ SCIF</td>
    </tr>
  </tbody>
</table>

<p>คำถามที่แท้จริงสำหรับผู้บริโภคในวันนี้ไม่ใช่ "WHOOP 4.0 หรือ 5.0 ดีกว่ากัน" แต่คือ: <strong>คุณพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของ ecosystem สุขภาพที่กำลังเติบโตสู่ตลาดหลักทรัพย์หรือไม่?</strong> และข้อมูลสุขภาพของคุณมีคุณค่าแค่ไหนในสายตาบริษัทที่กำลังจะกลายเป็นบริษัทมหาชน</p>

<h3>แหล่งอ้างอิง</h3>
<ul>
  <li><a href="https://finance.yahoo.com/sectors/healthcare/articles/whoop-raises-575-million-10-100000404.html">Yahoo Finance – WHOOP Raises $575 Million at $10.1B Valuation</a></li>
  <li><a href="https://thenextweb.com/news/whoop-series-g-575m-valuation-ipo-health-platform">The Next Web – WHOOP Series G, IPO Health Platform</a></li>
  <li><a href="https://www.ferrari.com/en-EN/formula1/articles/scuderia-ferrari-hp-announces-whoop-as-team-partner">Ferrari – Scuderia Ferrari HP Announces WHOOP as Team Partner</a></li>
  <li><a href="https://techcrunch.com/2025/05/11/fitness-tracker-whoop-faces-unhappy-customers-over-upgrade-policy/">TechCrunch – WHOOP Faces Unhappy Customers Over Upgrade Policy</a></li>
  <li><a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Whoop_(company)">Wikipedia – Whoop (company)</a></li>
  <li><a href="https://health-tech-reviews.com/reviews/whoop-5/">Health Tech Reviews – WHOOP 5.0 Review</a></li>
  <li><a href="https://www.kavout.com/market-lens/what-s-behind-whoop-s-soaring-10-billion-valuation">Kavout – What's Behind WHOOP's Soaring $10 Billion Valuation</a></li>
  <li><a href="https://www.whoop.com/us/en/advanced-labs/">WHOOP – Advanced Labs</a></li>
</ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a4d8686e3ad2.png" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a4d8686e3ad2.png" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>WHOOP คุ้มค่าแค่ไหน? ถอดต้นทุนจริง 1–3 ปี และใครควร (หรือไม่ควร) สมัครสมาชิก</title>
            <link>https://prnewsplus.com/products/4210-whoop-คมคาแคไหน-ถอดตนทนจรง-13-ป-และใครควร-หรอไมควร-สมครสมาชก</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/products/4210-whoop-คมคาแคไหน-ถอดตนทนจรง-13-ป-และใครควร-หรอไมควร-สมครสมาชก</guid>
            <pubDate>Thu, 09 Jul 2026 23:56:53 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>สินค้าและบริการ</category>
            <description><![CDATA[WHOOP ไม่ได้ขายนาฬิกา แต่ขาย "การเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ" แบบ subscription รายปี บทความนี้ถอดต้นทุนสะสม 1–3 ปีจริง เปรียบเทียบกับ Apple Watch, Oura และ Garmin พร้อมเช็กว่าคนแบบไหนเหมาะ — และใครควรข้ามไปเลย...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>$199 ต่อปี ฟังดูไม่แพง — แต่ถ้าใช้ติดต่อกัน 3 ปีโดยไม่รู้ตัว คุณอาจจ่ายเงินซื้อ WHOOP ไปแล้วถึง $597 โดยที่ยังไม่ได้เป็นเจ้าของอุปกรณ์สักชิ้น นั่นคือสิ่งที่ทำให้คำถามว่า "WHOOP คุ้มค่าจริงไหม?" ซับซ้อนกว่าแค่การเปรียบเทียบฟีเจอร์ บทความนี้จะเจาะตัวเลขต้นทุนสะสม โมเดลธุรกิจที่ต่างจากสมาร์ทวอทช์ทุกเจ้า และช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าเหมาะกับคุณหรือเปล่า</p>

<h2>WHOOP คุ้มค่าหรือไม่ ต้องเข้าใจโมเดลธุรกิจก่อน</h2>
<p>WHOOP เป็น wearable เพียงรายเดียวในตลาดหลักที่ให้ฮาร์ดแวร์ฟรี แต่อุปกรณ์จะ<strong>หยุดทำงานทันทีที่คุณหยุดจ่าย</strong> นี่คือหัวใจของโมเดลธุรกิจที่แตกต่างจากสมาร์ทแวร์ทุกเจ้าในตลาด</p>
<p>คุณไม่ได้จ่ายเงินเพื่อเซ็นเซอร์บนข้อมือ แต่จ่ายเพื่อ Recovery Score, เป้าหมาย Strain, Sleep Coach, การวิเคราะห์ Journal และระบบ App ที่แปลงข้อมูล HRV ดิบให้กลายเป็นการตัดสินใจในชีวิตประจำวันได้จริง</p>
<p>เปรียบง่ายๆ คือการ "เช่า" ระบบปฏิบัติการสุขภาพ ไม่ใช่การ "ซื้อ" อุปกรณ์ ถ้าเข้าใจจุดนี้แล้ว การคำนวณต้นทุนจะชัดเจนขึ้นทันที</p>

<h2>ราคาจริงปี 2569: 3 แผน ต้นทุนต่างกันมากกว่าที่คิด</h2>
<p>WHOOP ปรับโครงสร้างราคาใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2568 พร้อมกับการเปิดตัว WHOOP 5.0 และ WHOOP MG โดยเปลี่ยนจากแผนเดียว $239/ปี เป็นโครงสร้าง 3 ระดับ</p>
<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>แผน</th>
      <th>ราคา/ปี</th>
      <th>ราคา/เดือน</th>
      <th>อุปกรณ์ที่ได้</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td>WHOOP One</td>
      <td>$199</td>
      <td>~$25</td>
      <td>WHOOP 5.0</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>WHOOP Peak</td>
      <td>$239</td>
      <td>~$30</td>
      <td>WHOOP 5.0</td>
    </tr>
    <tr>
      <td>WHOOP Life</td>
      <td>$359</td>
      <td>~$40</td>
      <td>WHOOP MG</td>
    </tr>
  </tbody>
</table>
<p>จุดที่น่ากังวลที่สุดคือการแยกฟีเจอร์ <strong>Healthspan</strong> (การวัดอายุทางชีวภาพ) ออกจากแผนพื้นฐาน ฟีเจอร์ที่เคยรวมอยู่ที่ราคา $239 ถูกย้ายไปอยู่ระดับ Peak ขึ้นไปเท่านั้น ผู้ใช้แผน One จึงได้รับประสบการณ์ที่ลดลงจากเดิม</p>

<h2>ถอดต้นทุนสะสม 3 ปี: ตัวเลขที่ทำให้ต้องคิดใหม่</h2>
<p>Apple Watch และ Garmin ไม่มีค่าสมาชิกรายเดือน ในขณะที่ Oura เก็บ $5.99/เดือน (หรือ $69.99/ปี) และ WHOOP ใช้ระบบ subscription-only ล้วนๆ ลองดูตัวเลขสะสม 3 ปีเต็มๆ</p>
<table>
  <thead>
    <tr>
      <th>อุปกรณ์</th>
      <th>ปีที่ 1</th>
      <th>ปีที่ 2</th>
      <th>ปีที่ 3</th>
      <th>รวม 3 ปี</th>
    </tr>
  </thead>
  <tbody>
    <tr>
      <td>WHOOP One</td>
      <td>$199</td>
      <td>$199</td>
      <td>$199</td>
      <td><strong>$597</strong></td>
    </tr>
    <tr>
      <td>WHOOP Peak</td>
      <td>$239</td>
      <td>$239</td>
      <td>$239</td>
      <td><strong>$717</strong></td>
    </tr>
    <tr>
      <td>WHOOP Life (MG)</td>
      <td>$359</td>
      <td>$359</td>
      <td>$359</td>
      <td><strong>$1,077</strong></td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Apple Watch SE</td>
      <td>$249 (ครั้งเดียว)</td>
      <td>$0</td>
      <td>$0</td>
      <td><strong>~$249</strong></td>
    </tr>
    <tr>
      <td>Oura Ring 4</td>
      <td>$299 + $70</td>
      <td>$70</td>
      <td>$70</td>
      <td><strong>~$509</strong></td>
    </tr>
  </tbody>
</table>
<p>ช่องว่างระหว่าง Apple Watch SE กับ WHOOP One tier หลัง 3 ปีอยู่ที่ประมาณ $348 และยิ่งห่างกันมากขึ้นตามจำนวนปีที่ใช้งาน ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกว่า WHOOP ไม่คุ้ม แต่บอกว่าต้องใช้ข้อมูลนั้น "อย่างจริงจัง" ถึงจะเกิดมูลค่าคืนมา</p>

<h2>ยกเลิกแล้วเกิดอะไรขึ้น? คำถามที่คนส่วนใหญ่ลืมถาม</h2>
<p>เมื่อยกเลิก subscription สายรัด WHOOP จะกลายเป็นแค่กำไลธรรมดาที่ไม่มีฟังก์ชันใดๆ ต่างจาก Apple Watch หรือ Garmin ที่ยังใช้งานได้ปกติแม้ไม่ต่ออายุบริการ</p>
<p>สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก่อนยกเลิก: การยกเลิกก่อนครบสัญญาอาจทำไม่ได้จนกว่าจะสิ้นสุดระยะเวลา และคุณอาจสูญเสียการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพในอดีตได้ WHOOP อนุญาตให้ดาวน์โหลด (export) Health Data ก่อนยกเลิกได้ แนะนำให้ทำก่อนเสมอ</p>
<p>เมื่อหมดสมาชิกแล้ว การวิเคราะห์เชิงลึก เทรนด์ระยะยาว และ AI Coaching จะหยุดทำงานทั้งหมด ข้อมูลดิบที่เคย export ไว้จะกลายเป็นแค่ตัวเลขที่ไม่มีระบบแปลความหมายให้อีกต่อไป</p>

<h2>WHOOP คุ้มค่ากับใคร — และใครควรเลือกอุปกรณ์อื่น</h2>
<h3>✅ WHOOP เหมาะกับคุณถ้า</h3>
<ul>
  <li>ออกกำลังกายจริงจัง <strong>≥ 4–5 วัน/สัปดาห์</strong> และต้องการตัวเลข Recovery ก่อนตัดสินใจว่าจะฝึกหนักหรือเบาในแต่ละวัน</li>
  <li>ไม่ต้องการหน้าจอหรือ notification รบกวน เพราะ WHOOP ไม่มีหน้าจอโดยเจตนา</li>
  <li>ยินดีจ่ายค่าสมาชิกรายปีเพื่อข้อมูลเชิงลึกระยะยาวที่นำไปใช้เปลี่ยนพฤติกรรมได้จริง</li>
  <li>ต้องการ tracking แบบ 24/7 โดยไม่ต้องถอดอุปกรณ์</li>
</ul>
<h3>❌ WHOOP ไม่เหมาะกับคุณถ้า</h3>
<ul>
  <li>ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพทั่วไป เช่น เดิน ทำโยคะ หรือออกกำลังกาย 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ — WHOOP ถือว่า overkill และ fitness tracker พื้นฐานหรือ Apple Watch ให้สิ่งที่คุณต้องการในราคาต่ำกว่ามาก</li>
  <li>ต้องการดูนาฬิกา รับสาย หรือ notification จากแอปในอุปกรณ์เดียวกัน</li>
  <li>เพิ่งเริ่มต้นกับการ track HRV เป็นครั้งแรก และยังไม่แน่ใจว่าจะใช้ข้อมูลนี้ทำอะไร</li>
  <li>ซื้ออุปกรณ์แล้วมักลืมดู — ค่าสมาชิกสะสมหลายพันบาทต่อปีจะไม่คุ้มค่าเลยในกรณีนี้</li>
</ul>

<h2>ทางเลือกอื่นที่น่าพิจารณาในปี 2569</h2>
<p>ในปี 2569 WHOOP ยากที่จะแนะนำให้กับผู้ใช้ทั่วไป เพราะมีตัวเลือกที่ถูกกว่าและยืดหยุ่นกว่าเกิดขึ้นแล้วหลายเจ้า Fitbit Air ลดราคาเข้าสู่ตลาด screenless tracking, Oura Ring พัฒนาด้านการ track การนอนหลับอย่างต่อเนื่อง และ Garmin มีฐานข้อมูลที่ครอบคลุมโดยไม่มีค่าสมาชิกรายเดือน</p>
<p>สำหรับผู้ที่ track recovery โดยเฉพาะ Garmin นำในด้านนี้ และถ้ามี Apple Watch อยู่แล้ว สามารถใช้แอป third-party เพื่อคำนวณ Recovery Score แบบ WHOOP ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม</p>

<h2>ทดลองก่อนตัดสินใจ: WHOOP มี Free Trial 30 วัน</h2>
<p>สมาชิกใหม่สามารถทดลองใช้ WHOOP ฟรี 30 วันก่อนตัดสินใจสมัครสมาชิก โดยเลือกแผน One, Peak หรือ Life ได้หลังจากครบ trial</p>
<p>นี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการทดสอบว่าคุณจะ "ใช้ข้อมูลเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม" จริงๆ หรือแค่ดูตัวเลขแล้วเฉยๆ ถ้าหลัง 30 วันยังไม่ได้ปรับเปลี่ยนการฝึกหรือการนอนเลยแม้แต่ครั้งเดียว นั่นคือสัญญาณว่า WHOOP อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการ</p>

<h2>สรุป: WHOOP คุ้มค่า — แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคน</h2>
<p>WHOOP เก่งในเรื่องเดียวคือทำให้ Recovery รู้สึกเหมือน "ระบบปฏิบัติการประจำวัน" ด้วย App ที่ให้ภาพรวมว่าคุณฝึกหนักแค่ไหน ฟื้นตัวได้ดีแค่ไหน และต้องการนอนเท่าไหร่ สำหรับนักกีฬาที่ใช้ข้อมูลนี้อย่างจริงจัง วงจรนี้มีประโยชน์มาก</p>
<p>แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ "ซื้ออุปกรณ์แล้วลืมดู" หรือออกกำลังกายเพื่อสุขภาพทั่วไป ค่าสมาชิกสะสมหลายพันบาทต่อปีอาจไม่คุ้มค่าเท่ากับการลงทุนกับอุปกรณ์ที่ซื้อครั้งเดียวและเป็นเจ้าของได้จริง</p>
<p>กฎง่ายๆ ก่อนตัดสินใจ: ถ้าคุณจะดูคะแนน Recovery ก่อนตัดสินใจทุกวันว่าจะฝึกหนักหรือพัก WHOOP คุ้มค่า ถ้าไม่ใช่ — มีตัวเลือกอื่นที่ถูกกว่าและเหมาะกว่ารออยู่</p>

<h3>แหล่งอ้างอิง</h3>
<ul>
  <li><a href="https://trackervs.com/pricing/whoop-pricing/">TrackerVS – WHOOP Pricing</a></li>
  <li><a href="https://www.myhrv.com/posts/is-whoop-worth-it">MyHRV – Is WHOOP Worth It?</a></li>
  <li><a href="https://askvora.com/blog/is-whoop-still-worth-it-2026">AskVora – Is WHOOP Still Worth It 2026?</a></li>
  <li><a href="https://livity-app.com/en/blog/best-whoop-alternatives">Livity – Best WHOOP Alternatives</a></li>
  <li><a href="https://www.sensai.fit/blog/apple-watch-vs-oura-ring-vs-whoop-vs-garmin">Sensai – Apple Watch vs Oura Ring vs WHOOP vs Garmin</a></li>
  <li><a href="https://support.whoop.com/s/article/Free-Trial-FAQ">WHOOP Support – Free Trial FAQ</a></li>
  <li><a href="https://orbitmoney.io/cancel/whoop">OrbitMoney – How to Cancel WHOOP</a></li>
</ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a4f01fd9e2c0.png" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/auto/2026-07/auto_6a4f01fd9e2c0.png" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ซักผ้าร้านสะดวกซักหน้าฝน อบผ้ายังไงให้แห้งไว สีไม่ซีด</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/4195-ซกผารานสะดวกซกหนาฝน-อบผายงไงใหแหงไว-สไมซด</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/4195-ซกผารานสะดวกซกหนาฝน-อบผายงไงใหแหงไว-สไมซด</guid>
            <pubDate>Thu, 09 Jul 2026 13:30:23 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[รวมเทคนิคซัก-อบผ้าที่ร้านสะดวกซักช่วงหน้าฝน พร้อมวิธีอบผ้าถนอมสีไม่ให้ซีด เลือกโปรแกรมอบให้เหมาะกับผ้าแต่ละแบบ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>หน้าฝนคือช่วงที่ร้านสะดวกซักกลายเป็นตัวช่วยสำคัญ เพราะตากผ้าเองไม่แห้งและเสี่ยงกลิ่นอับ</strong> แต่การอบผ้าด้วยความร้อนสูงบ่อยๆ ก็อาจทำให้สีผ้าซีดเร็วกว่าที่ควร บทความนี้รวมเทคนิคซัก-อบผ้าที่ร้านสะดวกซักให้ได้ผ้าแห้งสนิท หอม และสีไม่ซีดง่าย</p><h2>ทำไมหน้าฝนต้องพึ่งร้านสะดวกซัก</h2><p>ช่วงฝนตกต่อเนื่อง การตากผ้าที่บ้านมักแห้งไม่สนิท ทำให้เกิดกลิ่นอับและเสี่ยงเชื้อราสะสมในเนื้อผ้า เครื่องอบผ้าที่ร้านสะดวกซักใช้อุณหภูมิสูงและระบบหมุนเวียนอากาศที่ช่วยให้ผ้าแห้งเร็วกว่าตากธรรมชาติมาก บางระบบใช้เวลาอบเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงสำหรับผ้าจำนวนมาก และความร้อนระดับสูงยังช่วยฆ่าเชื้อโรคและไรฝุ่นไปในตัว ทำให้ร้านสะดวกซักกลายเป็นทางเลือกที่คนเมืองพึ่งพามากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงฝนตกพายุเข้าถี่ๆ</p><h2>ทำไมอบผ้าบ่อยๆ ถึงทำให้สีซีด</h2><p>ความร้อนสูงจากเครื่องอบเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เส้นใยผ้าเสื่อมสภาพเร็วขึ้นและสีตกซีดเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะผ้าสีเข้มหรือผ้าที่ผ่านการย้อมสีแบบไม่ทนความร้อน ยิ่งอบซ้ำๆ ด้วยอุณหภูมิสูงบ่อยครั้ง เนื้อผ้าและสีก็ยิ่งเสื่อมเร็วขึ้นตามไปด้วย</p><h2>เทคนิคอบผ้าถนอมสี ไม่ให้ซีดเร็ว</h2><p><strong>1. กลับผ้าด้านในออกก่อนอบเสมอ</strong> วิธีนี้ช่วยถนอมกระดุมและสีผ้าโดยตรง เพราะด้านนอกของผ้าที่สัมผัสแสงและการเสียดสีน้อยกว่าจะไม่ซีดเร็วเท่าด้านที่โดนความร้อนเต็มๆ</p><p><strong>2. แยกผ้าสีเข้มกับผ้าสีอ่อนก่อนอบ</strong> นอกจากป้องกันสีตกใส่กันแล้ว ยังช่วยให้เลือกอุณหภูมิอบที่เหมาะกับแต่ละกลุ่มสีได้ตรงจุดกว่า</p><p><strong>3. เลือกโปรแกรมอบให้เหมาะกับเนื้อผ้า</strong> เครื่องอบผ้าส่วนใหญ่มีโปรแกรมให้เลือกตามระดับความแห้งและความร้อน เช่น โหมดที่ผ้ายังมีความชื้นเล็กน้อยเหมาะสำหรับผ้าที่จะรีดต่อทันที กับโหมดที่อบจนแห้งสนิทพร้อมแขวนเข้าตู้เลย เลือกให้เหมาะกับผ้าจะช่วยลดความร้อนสะสมที่ไม่จำเป็น</p><p><strong>4. หลีกเลี่ยงการอบผ้าบางประเภทด้วยความร้อนสูง</strong> ผ้าที่มีความยืดหยุ่นสูงอย่างชุดว่ายน้ำหรือชุดออกกำลังกาย รวมถึงผ้าหนังหรือหนังเทียม ไม่ควรนำเข้าเครื่องอบเด็ดขาด เพราะความร้อนสูงอาจทำให้เสียรูปทรงและสีผิดเพี้ยนได้ ควรผึ่งลมแทน</p><p><strong>5. อย่าอบผ้าจนแห้งเกินความจำเป็น</strong> การอบซ้ำหรืออบนานเกินไปเพื่อความชัวร์ ยิ่งเพิ่มความร้อนสะสมโดยไม่จำเป็น เลือกรอบเวลาที่พอดีกับปริมาณผ้าจะช่วยถนอมสีได้มากกว่า</p><h2>เทคนิคซักผ้าหน้าฝนให้หอม ไม่อับชื้น</h2><ul><li><strong>อย่าปล่อยผ้าทิ้งไว้ในเครื่องซักนานเกินไป</strong> หลังซักเสร็จควรนำเข้าเครื่องอบทันที เพราะความชื้นสะสมนานทำให้เกิดกลิ่นอับได้ง่ายในหน้าฝน</li><li><strong>ใช้น้ำส้มสายชูเล็กน้อยช่วยลดกลิ่นอับ</strong> เป็นเทคนิคที่หลายคนใช้เสริมกับน้ำยาซักผ้าปกติในช่วงหน้าฝน</li><li><strong>ตรวจสอบว่าผ้าแห้งสนิทก่อนเก็บเข้าตู้</strong> หากยังมีความชื้นหลงเหลือ ควรผึ่งเพิ่มก่อน เพราะการเก็บผ้าชื้นเข้าตู้เสี่ยงกลิ่นอับและเชื้อราสะสม</li><li><strong>ใช้ถุงซิลิก้าเจลหรือไม้ซีดาร์ในตู้เสื้อผ้า</strong> ช่วยดูดความชื้นและป้องกันกลิ่นอับสะสมในระยะยาว</li></ul><h2>สรุป</h2><p>ร้านสะดวกซักเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์หน้าฝนได้ดี ทั้งเรื่องความเร็วและการฆ่าเชื้อ แต่การอบผ้าด้วยความร้อนสูงก็มีผลต่ออายุสีผ้าโดยตรง การกลับผ้าด้านใน แยกสี เลือกโปรแกรมอบให้เหมาะ และไม่อบนานเกินจำเป็น คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผ้าแห้งไวและสียังสดใสไปได้นานขึ้น</p><h2>บทความที่เกี่ยวข้อง</h2><ul><li><a href="https://prnewsplus.com/lifestyle/4197-%E0%B8%A7%E0%B8%98%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A2" rel="noopener noreferrer" target="_blank">วิธีเลือกน้ำยาซักผ้าถนอมสีสำหรับผ้าที่ซักบ่อย</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/lifestyle/4199-%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%99-%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%81" rel="noopener noreferrer" target="_blank">แยกผ้าก่อนซักยังไงไม่ให้สีตกใส่กัน (สำหรับมือใหม่ร้านสะดวกซัก)</a></li><li><a href="https://prnewsplus.com/lifestyle/4201-%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%A1-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%9D%E0%B8%99" rel="noopener noreferrer" target="_blank">เทียบร้านสะดวกซักแฟรนไชส์ยอดนิยม เลือกยังไงให้เหมาะกับหน้าฝน</a></li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4e98cc15368_1783535820.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4e98cc15368_1783535820.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>5 ประโยชน์ของ AI ที่ช่วยยกระดับธุรกิจ E-Commerce</title>
            <link>https://prnewsplus.com/events/4212-5-ประโยชน์ของ-ai-ที่ช่วยยกระดับธุรกิจ-e-commerce</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/events/4212-5-ประโยชน์ของ-ai-ที่ช่วยยกระดับธุรกิจ-e-commerce</guid>
            <pubDate>Thu, 09 Jul 2026 09:20:37 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Kanokwan CEA</dc:creator>
            <category>อีเว้นท์</category>
            <description><![CDATA[บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ 5 ประโยชน์สำคัญของการนำ AI มาใช้ในธุรกิจ E-Commerce ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>AI กุญแจสำคัญสู่การเติบโตของธุรกิจ E-Commerce ในยุคที่การแข่งขันของธุรกิจ E-Commerce ทวีความรุนแรงขึ้น การเพิ่มยอดขายเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ธุรกิจจำเป็นต้องบริหารต้นทุน ทำงานได้รวดเร็ว และมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกขั้นตอน ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ AI (Artificial Intelligence) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญ</p><p><br></p><p>AI ไม่เพียงช่วยทำงานซ้ำ ๆ ให้เป็นระบบอัตโนมัติ แต่ยังช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า และสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำ ตั้งแต่การบริหารข้อมูลสินค้า การตลาด การบริการลูกค้า ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการขายในทุกช่องทาง</p><p>บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ 5 ประโยชน์สำคัญของการนำ AI มาใช้ในธุรกิจ E-Commerce ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในยุคดิจิทัล</p><p><br></p><p>1. นำสินค้าออกสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น (Faster Time-to-Market)</p><p>AI ช่วยลดระยะเวลาในการเตรียมข้อมูลสินค้าและจัดการแคตตาล็อกจากหลายสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง ด้วยความสามารถในการสร้างคำอธิบายสินค้า ดึงคุณลักษณะของสินค้า และเผยแพร่ข้อมูลไปยังหลายช่องทางพร้อมกัน ทำให้ธุรกิจสามารถเปิดตัวสินค้าใหม่ได้รวดเร็ว เพิ่มโอกาสในการแข่งขันและตอบสนองความต้องการของตลาดได้ทันเวลา</p><p><br></p><p>2. ลดต้นทุนการดำเนินงาน (Reduced Operational Cost)</p><p>AI ช่วยลดภาระงานที่ต้องทำด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการกรอกข้อมูลสินค้า การตอบคำถามลูกค้าผ่าน Chatbot หรือการติดตามสต๊อกสินค้าแบบอัตโนมัติ ส่งผลให้ธุรกิจลดต้นทุนด้านแรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสามารถขยายธุรกิจได้โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนบุคลากรในสัดส่วนเดียวกัน</p><p><br></p><p>3. เพิ่มอัตราการปิดการขาย (Higher Conversion Rates)</p><p>AI ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า เพื่อนำเสนอสินค้า โปรโมชั่น และราคาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลแบบเรียลไทม์ ส่งผลให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ลดการละทิ้งตะกร้าสินค้า (Cart Abandonment) และเพิ่มมูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ย (Average Order Value) ซึ่งช่วยผลักดันยอดขายให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><br></p><p>4. สร้างประสบการณ์ที่สอดคล้องในทุกช่องทางการขาย (Better Cross-Channel Consistency)</p><p>AI ช่วยจัดการข้อมูลสินค้าให้มีความถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ Marketplace หรือ Social Commerce ทำให้ลูกค้าได้รับข้อมูล ราคา และรายละเอียดสินค้าที่สอดคล้องกันทุกแพลตฟอร์ม ลดความสับสน และสร้างประสบการณ์การซื้อที่ราบรื่น</p><p><br></p><p>5. สร้างความเชื่อมั่นและความภักดีต่อแบรนด์ (Improved Customer Trust)</p><p>AI ช่วยให้ข้อมูลสต๊อกสินค้าเป็นปัจจุบัน พร้อมตอบคำถามลูกค้าได้อย่างรวดเร็วตลอดเวลา ทำให้ลูกค้าได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ในทุกขั้นตอนของการซื้อ เมื่อประสบการณ์ที่ดีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยสร้างความไว้วางใจ เพิ่มโอกาสในการกลับมาซื้อซ้ำ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ในระยะยาว</p><p><br></p><p>AI กำลังเปลี่ยนบทบาทจาก "เทคโนโลยีทางเลือก" สู่ "เครื่องมือสำคัญ" ที่ช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จของธุรกิจ E-Commerce ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า หรือสร้างยอดขายจากข้อมูลเชิงลึกที่แม่นยำ</p><p>สำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน การนำ AI มาประยุกต์ใช้ไม่ใช่เพียงการลงทุนด้านเทคโนโลยี แต่คือการลงทุนเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว ผู้ประกอบการที่เริ่มใช้ AI ได้ก่อนและใช้อย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็ว ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ดีกว่า และพร้อมก้าวสู่อนาคตของ E-Commerce ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์</p><p><br></p><p>ค้นพบเทคโนโลยีและความรู้ที่จะพลิกโฉมธุรกิจได้ที่งาน </p><p><br></p><p>📌AI x Ecom Summit (AIES) พลิกโฉมธุรกิจ E-Commerce,D2Cและธุรกิจค้าปลีก ด้วย AI</p><p>📆 24-25 กันยายน 2569</p><p>📍ไบเทค บางนา</p><p>✅ลงทะเบียนจองบูธเเสดงสินค้า : https://aixecomsummit.com/exhibitor-registration</p><p>✅ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน : https://aixecomsummit.com/visitor-registration</p><p>✅Line OA : https://lin.ee/AI1c8DW</p><p>✅TikTok : https://www.tiktok.com/@connectexpositionasia</p><p>✅สอบถามโทร 02 001 8538 , 086 328 5818</p><p>🖱เยี่ยมชมเราที่ https://aixecomsummit.com/</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f0435e30dd_1783563317.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4f0435e30dd_1783563317.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ดีป้า เปิดเวที Coding &amp; AI ติดปีกเยาวชนภาคใต้ตอนล่าง</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/4193-ดีป้า-เปิดเวที-coding-ai-ติดปีกเยาวชนภาคใต้ตอนล่าง</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/4193-ดีป้า-เปิดเวที-coding-ai-ติดปีกเยาวชนภาคใต้ตอนล่าง</guid>
            <pubDate>Wed, 08 Jul 2026 21:40:12 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Nisa S.</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[ดีป้า เปิดกิจกรรม Regional Coding & AI Competition ภาคใต้ตอนล่าง ภายใต้โครงการ Coding Thailand 2026: AI Inspires the Future เดินหน้าสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ด้าน Coding และ AI ให้แก่เยาวชน...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify"><strong>ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ </strong>ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เป็นประธานเปิด<strong>กิจกรรม Regional Coding &amp; AI Competition ภาคใต้ตอนล่าง </strong>ภายใต้<strong>โครงการ Coding Thailand 2026: AI Inspires the Future </strong>เดินหน้าสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ด้าน Coding และ AI ให้แก่เยาวชนไทย ผ่านกิจกรรมเวิร์กชอปและการพัฒนาผลงานนวัตกรรมที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เพื่อเตรียมความพร้อมนักเรียนระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา ก้าวสู่โลกดิจิทัลในอนาคต โดยมี<strong> ผศ.ดร.แจ่มจันทร์ ศรีอรุณรัศมี, ณัฏกฤษ สมดอก, วรวิทย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา, ชัยชนัตถ์ ชาญศิลปกุล, ผศ.ดร.สัญชัย เอียดปราบ, ดร.สมภพ ลิ้มสุนทรากูล, นภณัฏฐ์ ทองตัน </strong>และ<strong>รพีพัฒน์ นำนาผล </strong>พร้อมด้วยสถาบันการศึกษา ครู และนักเรียน เข้าร่วมงาน ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จังหวัดสงขลา เมื่อเร็ว ๆ นี้</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4e1c8511ef8_1783504005.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4e1c8511ef8_1783504005.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซสินค้าอนิเมะญี่ปุ่น “AniMeEon” เปิดตัวแคมเปญมอบส่วนลด 10% สำหรับการสั่งซื้อครั้งแ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/promotions/4192-เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซสินค้าอนิเมะญี่ปุ่น-animeeon-เปิดตัวแคมเปญมอบส่วนลด-10-สำหรับการสั่งซื้อครั้งแ</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/promotions/4192-เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซสินค้าอนิเมะญี่ปุ่น-animeeon-เปิดตัวแคมเปญมอบส่วนลด-10-สำหรับการสั่งซื้อครั้งแ</guid>
            <pubDate>Wed, 08 Jul 2026 16:47:16 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Hiroko Tomoyose</dc:creator>
            <category>โปรโมชั่น</category>
            <description><![CDATA[BeeCruise จัดแคมเปญลด 10% เมื่อสั่งซื้อครั้งแรก (ขั้นต่ำ 3,000 เยน) บนเว็บอนิเมะ “AniMeEon” สำหรับลูกค้าใหม่ในอเมริกาเหนือและเอเชียรวมไทย ช่วง 3-14 ก.ค. 2026]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4e1e3b865af_1783504443.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4e1e3b865af_1783504443.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>NT เปิดบ้านเสริมศักยภาพผู้นำรับมือภัยคุกคามไซเบอร์</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/4191-nt-เปิดบ้านเสริมศักยภาพผู้นำรับมือภัยคุกคามไซเบอร์</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/4191-nt-เปิดบ้านเสริมศักยภาพผู้นำรับมือภัยคุกคามไซเบอร์</guid>
            <pubDate>Wed, 08 Jul 2026 10:33:44 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Ronkanid Mettripan</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[NT เปิดบ้านเสริมศักยภาพผู้นำรับมือภัยคุกคามไซเบอร์...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify"><strong>NT หนุนองค์ความรู้ Next-Gen SOC, Sovereign Cloud และ AI ให้กับคณะผู้บริหารระดับสูงในหลักสูตรอบรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ “Executive CISO” รุ่นที่ 3 ของ สกมช. เสริมศักยภาพผู้นำรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ ขับเคลื่อนความมั่นคงดิจิทัลของประเทศ</strong></p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify">	<span>บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT โดย </span><strong>พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์</strong><span> กรรมการผู้จัดการใหญ่ ต้อนรับ </span><strong>พลตรี ธีรวุฒิ วิทยากรณ์</strong><span> รองเลขาธิการคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และ </span><strong>พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ</strong><span> ประธานรุ่นหลักสูตรประกาศนียบัตรด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 3 หรือ Executive CISO#3 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งดำเนินการจัดอบรม</span>โดยสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน ณ อาคาร NT บางรัก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เทคโนโลยีความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ตลอดจนแนวทางการประยุกต์ใช้นวัตกรรมรองรับความพร้อมด้านภัยคุกคามไซเบอร์ที่ทวีความซับซ้อนในยุคดิจิทัล</p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify">	<strong>พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์</strong><span> กล่าวว่า ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในปัจจุบันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล การเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศด้าน Cybersecurity ที่เข้มแข็ง จะช่วยให้ทุกภาคส่วนสามารถรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมย้ำว่า NT ในฐานะองค์กรโทรคมนาคมแห่งชาติ พร้อมสนับสนุนทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล บริการโทรคมนาคม และการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อร่วมขับเคลื่อนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมดิจิทัลของประเทศอย่างยั่งยืน</span></p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify">	<span>ขณะที่ </span><strong>พลตรี ธีรวุฒิ วิทยากรณ์</strong><span> กล่าวว่า การศึกษาดูงานครั้งนี้เป็นกิจกรรมสำคัญของหลักสูตร Executive CISO รุ่นที่ 3 ที่เปิดโอกาสให้คณะผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงขององค์กรชั้นนำ แลกเปลี่ยนมุมมองด้านการบริหาร Cybersecurity และต่อยอดองค์ความรู้สู่การกำหนดนโยบายและกลยุทธ์ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการด้าน Cybersecurity ของหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพและพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต</span></p><p class="ql-align-justify">	<span>นับเป็นความร่วมมือระหว่าง NT และ สกมช. ในการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพผู้นำด้านความมั่นคงปลอดภัย</span></p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify"><span>ไซเบอร์ ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ อาทิ การยกระดับศูนย์เฝ้าระวังและตอบสนองต่อภัยคุกคามไซเบอร์ในยุค AI-Driven การพัฒนาและให้บริการ AI บนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่มีความมั่นคงปลอดภัย ตลอดจนบทบาทของระบบโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลและเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนแนวทางการเสริมสร้าง Cyber Resilience และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กร รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ซึ่งจะช่วยยกระดับความมั่นคงปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เสริมสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการภาครัฐและภาคธุรกิจ และสนับสนุนการพัฒนาประเทศสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างมั่นคงและยั่งยืน</span></p><p class="ql-align-center">	<span>*****************************</span></p><p><br></p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4dc1fd7a10c_1783480829.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4dc1fd7a10c_1783480829.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ยกขบวน 3 เดือนแห่งความร่วมมือสุดเอ็กซ์คลูซีฟ บนรูฟท็อป</title>
            <link>https://prnewsplus.com/travel/4186-ม็อกซี่-แบงคอก-ราชประสงค์-ยกขบวน-3-เดือนแห่งความร่วมมือสุดเอ็กซ์คลูซีฟ-บนรูฟท็อป</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/travel/4186-ม็อกซี่-แบงคอก-ราชประสงค์-ยกขบวน-3-เดือนแห่งความร่วมมือสุดเอ็กซ์คลูซีฟ-บนรูฟท็อป</guid>
            <pubDate>Wed, 08 Jul 2026 01:56:10 +0700</pubDate>
            <dc:creator>เตรียมพร้อม กลิ่นหอม</dc:creator>
            <category>ท่องเที่ยว / โรงแรม</category>
            <description><![CDATA[ผ่าน สาโท ซัง รูฟท็อป บาร์...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://www.marriott.com/th/hotels/bkkox-moxy-bangkok-ratchaprasong/overview/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์</a> โรงแรมม็อกซี่แห่งแรกของประเทศไทยและใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก พร้อมห้องพักจำนวน 504 ห้อง ใจกลางย่านราชประสงค์ ชวนทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหาร เครื่องดื่ม และความบันเทิงเหนือเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ ผ่านกิจกรรมความร่วมมือสุดเอ็กซ์คลูซีฟตลอด 3 เดือน ณ สาโท ซัง รูฟท็อป บาร์ (ชั้น 32) ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2569 โดยรวบรวมเชฟ มิกโซโลจิสต์ และพันธมิตรด้านไลฟ์สไตล์ชั้นนำ มาร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ ตอกย้ำให้ สาโท ซัง รูฟท็อป บาร์ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านอาหาร เครื่องดื่ม และการสังสรรค์ที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร         </p><p class="ql-align-center">  </p><p class="ql-align-justify">ประเดิมเดือนกรกฎาคมด้วยความร่วมมือสุดเอ็กซ์คลูซีฟระหว่าง สาโท ซัง รูฟท็อป บาร์ นำโดยเชฟกาวิณวิชญ์ พีรศักดิ์โสภณ และห้องอาหารญี่ปุ่น คิสซึอิเซน ณ โรงแรม แบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ นำโดยเชฟยูอิชิ มิตซุย ตลอดทั้งเดือน แขกจะได้ลิ้มลองเมนูอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารญี่ปุ่น พร้อมค็อกเทลซิกเนเจอร์ลิมิเต็ดเอดิชัน 4 รายการ ที่ร่วมรังสรรค์โดยมิกโซโลจิสต์จากทั้งสองห้องอาหาร</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">ความร่วมมือครั้งนี้จะปิดท้ายด้วยกิจกรรม Four Hands สุดพิเศษ 2 ค่ำคืน โดยเริ่มในวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.00-22.00 น. ณ สาโท ซัง รูฟท็อป บาร์ ก่อนที่ทีมงานสาโท ซัง จะยกทีมไปร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์สุดพิเศษที่ ห้องอาหารญี่ปุ่น คิสซึอิเซน ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 (เมนู a la carte และเครื่องดื่มซิกเนเจอร์เท่านั้น) นอกจากนี้ เมนูพิเศษจากความร่วมมือครั้งนี้ยังเปิดให้บริการระหว่างวันที่ 1-30 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ความอร่อยตลอดทั้งเดือน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://marrstar.box.com/s/qqo4zoxs7i3ol5gh8rqxawq9wers8t33" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://marrstar.box.com/s/qqo4zoxs7i3ol5gh8rqxawq9wers8t33</a></p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">ความพิเศษยังคงต่อเนื่องในเดือนสิงหาคมกับความร่วมมือห้องอาหารญี่ปุ่นทาคุมิ ณ โรงแรมจุบีลี เพรสทีจน์ รัชดาภิเษก นำโดย เชฟนิลตรา สุวรรณคำ ที่จะมอบประสบการณ์ผ่านค็อกเทลรังสรรค์พิเศษ กิจกรรมด้านไลฟ์สไตล์ และกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟอีกมากมาย ก่อนปิดท้ายซีรีส์ในเดือนกันยายนด้วยความร่วมมือด้านอาหารครั้งพิเศษ นำโดยเชฟอัตสึชิ โยชิดะ หัวหน้าเชฟอาหารญี่ปุ่นประจำโรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพและผู้ดูแลการดำเนินงานด้านอาหารของ ห้องอาหารชิซานะ นามิ ณ ศูนย์การค้าเอราวัณ แบงค็อก</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">ตลอดระยะเวลา 3 เดือน แขกจะได้ค้นพบเมนูใหม่ ค็อกเทลซิกเนเจอร์ และประสบการณ์สุดพิเศษที่เปิดให้บริการในช่วงเวลาจำกัด สร้างเหตุผลใหม่ให้กลับมาสัมผัสสีสันและความสนุกที่ สาโท ซัง รูฟท็อป บาร์ ได้ในทุกเดือน</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">นอกเหนือจากกิจกรรมบนรูฟท็อปแล้ว ม็อกซี่ บาร์ แอนด์ เรสเตอรองต์ (ชั้น 9) ยังเปิดตัว The Yum Bar พร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารไทยรสชาติจัดจ้านในรูปแบบแชร์ริ่งทุกวัน เวลา 16.00-23.00 น. ควบคู่กับ Coffee O'clock ที่พร้อมเสิร์ฟกาแฟสเปเชียลตี เบเกอรี่ และของว่างยามบ่าย ทุกวัน เวลา 12.00-16.00 น. ผู้สนใจสามารถดูเมนูล่าสุดได้ที่ <a href="http://www.moxybarandrestaurantbangkok.com/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">www.moxybarandrestaurantbangkok.com</a> </p><p class="ql-align-justify"> </p><p> แขกผู้เข้าพักและผู้มาใช้บริการยังสามารถเพลิดเพลินกับสิทธิประโยชน์ด้านอาหารและเครื่องดื่มสุดพิเศษผ่านแคมเปญ Eat Out with Marriott Bonvoy #ATTHEMOXY ได้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 สมาชิกแมริออท บอนวอย สามารถสะสมคะแนนจากการรับประทานอาหารที่ร่วมรายการได้ แม้ไม่ได้เข้าพัก พร้อมอิ่มอร่อยกับข้อเสนอสุดคุ้มที่ ม็อกซี่ บาร์ แอนด์ เรสเตอรองต์ และ สาโท ซัง รูฟท็อป บาร์</p><p class="ql-align-justify"> </p><p>ณ ม็อกซี่ บาร์ แอนด์ เรสเตอรองต์ สมาชิกสามารถเลือกอิ่มอร่อยกับ 2 เซ็ตเมนู ได้แก่ Moxy Sexy Thai และ Western Wow Magic ในราคา 890 บาทสุทธิต่อชุด แต่ละชุดประกอบด้วยอาหารเรียกน้ำย่อย อาหารจานหลัก และของหวาน ถ่ายทอดเสน่ห์ของอาหารไทยรสชาติจัดจ้าน ควบคู่กับเมนูอาหารตะวันตกร่วมสมัยที่รับประทานได้ในทุกโอกาส        </p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">สำหรับผู้ที่ชื่นชอบบรรยากาศบนรูฟท็อป สาโท ซัง รูฟท็อป บาร์ นำเสนอ 2 ประสบการณ์สุดพิเศษสำหรับสมาชิกแมริออท บอนวอย ได้แก่ TOKYO-BKK Bites ราคา 1,190 บาทสุทธิ ที่จับคู่ของว่างซิกเนเจอร์กับเครื่องดื่มคราฟต์ค็อกเทลอย่างลงตัว และ High-Flying Feast ราคา 1,590 บาทสุทธิ เซ็ตเมนูสำหรับการแบ่งปันที่คัดสรรอาหารจานเด่นของห้องอาหาร พร้อมเครื่องดื่มค็อกเทลรังสรรค์พิเศษ ท่ามกลางวิวเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพมหานคร</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">เติมเต็มความสุขในทุกวันกับโปรโมชั่น Happy Hour ซื้อ 1 แถม 1 สำหรับอาหารและเครื่องดื่มที่ร่วมรายการ ทุกวัน เวลา 16.00-18.00 น. และ 21.00-23.00 น. พร้อมเพิ่มสีสันในทุกค่ำคืนด้วยการแสดงจากดีเจ ตั้งแต่เวลา 17.00-19.00 น. และขยายความสนุกจนถึง 22.00 น. ทุกวันศุกร์และวันเสาร์ สร้างบรรยากาศที่เหมาะสำหรับการนัดสังสรรค์หลังเลิกงาน พบปะเพื่อนฝูง หรือใช้เวลายามค่ำคืนบนรูฟท็อปใจกลางกรุงเทพฯ</p><p class="ql-align-justify"> </p><p>นอกเหนือจากการสร้างสรรค์ประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่ม ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ยังคงเดินหน้าส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ด้วยการเลือกใช้ข้าวอินทรีย์ 100% จาก กลุ่มเกษตรกรบ้านต้นข้าว จังหวัดอำนาจเจริญ โดยทำงานร่วมกับเกษตรกรโดยตรง เพื่อสนับสนุนรายได้ที่เป็นธรรม เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และส่งเสริมแนวทางการเกษตรที่ยั่งยืน ควบคู่กับการส่งมอบวัตถุดิบคุณภาพสดใหม่ผ่านแนวคิด "จากแหล่งผลิต (ฟาร์ม) สู่โต๊ะอาหาร" ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้     </p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นมา ความร่วมมือดังกล่าวได้ขยายผลไปสู่พนักงานของโรงแรมและครอบครัว ที่สามารถเลือกซื้อข้าวอินทรีย์จากแหล่งเดียวกันเพื่อนำไปรับประทานหรือแบ่งปันให้คนที่รัก สะท้อนความเชื่อของม็อกซี่ที่ว่าการบริการที่มีความหมาย เริ่มต้นจากผู้คน ชุมชน และการเชื่อมโยงที่ยั่งยืน</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">เพื่อให้ทุกคนไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ยังเปิดตัว Moxy Buzz ศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารของโรงแรม ที่รวบรวมกิจกรรมความร่วมมือบนรูฟท็อป กิจกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่ม โปรโมชั่น ความบันเทิง และทุกเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้น #ATTHEMOXY ดาวน์โหลด Moxy Buzz ได้ที่ <a href="https://marrstar.box.com/s/wmgde37u90fxcpqhd27m7tqrvzzvdjz0" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://marrstar.box.com/s/wmgde37u90fxcpqhd27m7tqrvzzvdjz0</a></p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">จากกิจกรรมความร่วมมือสุดเอ็กซ์คลูซีฟบนรูฟท็อป ประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มที่เต็มไปด้วยสีสัน ความบันเทิงในทุกค่ำคืน ไปจนถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนร่วมกับชุมชน ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ยังคงนำเสนอประสบการณ์การเข้าพักและการสังสรรค์รูปแบบใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นการจิบค็อกเทลยามพระอาทิตย์ตกที่ สาโท ซัง รูฟท็อป บาร์ ลิ้มลองเมนูใหม่ที่ ม็อกซี่ บาร์ แอนด์ เรสเตอรองต์ รับสิทธิประโยชน์สุดพิเศษจากแมริออท บอนวอย หรือติดตามทุกกิจกรรมผ่าน Moxy Buzz ทุกคนสามารถร่วมสัมผัสทุกความสนุกที่กำลังเกิดขึ้น #ATTHEMOXY</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร. 02 209 5999 อีเมล moxy.bkkox.rsvn@moxyhotels.com หรือเยี่ยมชม <a href="https://www.marriott.com/en-us/hotels/bkkox-moxy-bangkok-ratchaprasong/dining/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://www.marriott.com/en-us/hotels/bkkox-moxy-bangkok-ratchaprasong/dining/</a></p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">ดูข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่</p><p class="ql-align-justify"> </p><p class="ql-align-justify">·       ม็อกซี่ บาร์ แอนด์ เรสเตอรองต์ (ชั้น 9): <a href="http://www.moxybarandrestaurantbangkok.com/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">www.moxybarandrestaurantbangkok.com</a></p><p class="ql-align-justify">·       สาโท ซัง รูฟท็อป บาร์ (ชั้น 32): <a href="http://www.satosanrooftopbar.com/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">www.satosanrooftopbar.com</a></p><p class="ql-align-justify">·       LINE Official Account: @MoxyBangkok และ @SatoSanRooftopBar</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4ce2828ccdc_1783423618.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/07/6a4ce2828ccdc_1783423618.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
    </channel>
</rss>
