<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" href="https://prnewsplus.com/assets/xsl/rss.xsl"?>
<rss version="2.0"
     xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
     xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
     xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
     xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/">
    <channel>
        <title>PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส - ข่าวทั้งหมด</title>
        <link>https://prnewsplus.com</link>
        <description>ศูนย์รวมข่าวประชาสัมพันธ์ธุรกิจ เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์ - แพลตฟอร์ม PR Subscription สำหรับ SME และเอเจนซี่</description>
        <language>th</language>
        <copyright>Copyright 2026 PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส. All rights reserved.</copyright>
        <managingEditor>prnewsplus.th@gmail.com (PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส)</managingEditor>
        <webMaster>prnewsplus.th@gmail.com (PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส)</webMaster>
        <lastBuildDate>Wed, 15 Apr 2026 05:46:11 +0700</lastBuildDate>
        <generator>PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส</generator>
        <docs>https://www.rssboard.org/rss-specification</docs>
        <ttl>60</ttl>

        <image>
            <url>https://prnewsplus.com/assets/images/logo.png</url>
            <title>PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส</title>
            <link>https://prnewsplus.com</link>
            <width>144</width>
            <height>40</height>
        </image>

        <atom:link href="https://prnewsplus.com/feed.php" rel="self" type="application/rss+xml"/>

        <item>
            <title>Insta360 GO Ultra กล้องจิ๋ว 53 กรัม ที่ถ่าย 4K60fps ได้จริงในปี 2569</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/3855-insta360-go-ultra-review-2026</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/3855-insta360-go-ultra-review-2026</guid>
            <pubDate>Tue, 14 Apr 2026 19:45:43 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[Insta360 GO Ultra กล้อง Action Cam ขนาดเล็กกว่าคุกกี้ Oreo หนักแค่ 53 กรัม แต่มาพร้อม Sensor 1/1.28" ถ่าย 4K60fps แบตอึด 200 นาที และกันน้ำ 10 เมตร ดีที่สุดในซีรีส์ GO ณ ปี 2569...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<h2>กล้องเล็กกว่าคุกกี้ Oreo แต่ถ่าย 4K ได้สบาย — Insta360 GO Ultra มาถึงแล้ว</h2><p>ลองนึกภาพกล้องที่เล็กพอใส่กระเป๋าเสื้อ หนักแค่ 53 กรัม แต่ถ่ายวิดีโอ 4K60fps ได้ราวกับกล้อง Action Cam ระดับ Pro ฟังดูเหมือนโฆษณาเกินจริงใช่ไหม? แต่นั่นคือสิ่งที่ Insta360 GO Ultra ทำได้จริง ๆ ในปี 2569 นี้ กล้องตัวนี้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อ 21 สิงหาคม 2568 และกลายเป็นขวัญใจของ Content Creator ไปทั่วโลกตั้งแต่วันแรก แล้วมันดีแค่ไหน? เราแกะให้ฟังทีละประเด็นเลย</p><p><br></p><h2>ดีไซน์และขนาด — เล็กกว่าที่คิด ใช้งานง่ายกว่าที่คาด</h2><p>Insta360 GO Ultra มีขนาดตัวกล้องหลัก (Standalone Camera) แค่ 46×45.7×18.3 มม. น้ำหนัก 53 กรัม เล็กและเบาจนแทบไม่รู้สึกว่าพกอยู่ มี 2 สีให้เลือกคือ Arctic White (ขาว) และ Midnight Black (ดำ) ทั้งสองสีดีไซน์สะอาดตา ตัวกล้องมีกริปยางด้านข้าง ถือแล้วไม่ลื่น ควบคุมด้วยปุ่มแค่ 3 ปุ่ม ใครที่ไม่เคยใช้กล้อง Action Cam มาก่อนก็เรียนรู้ได้ภายใน 5 นาที</p><p>และที่สำคัญ ตัวกล้องหลักกันน้ำได้ถึง IPX8 ดำน้ำลึก 10 เมตร แต่ Action Pod (ตัวจอ) กันน้ำได้แค่ IPX4 หรือกันละอองน้ำเท่านั้น ต้องระวังถ้าคิดจะลุยน้ำแบบจริงจัง</p><p class="ql-align-center"><img src="https://prnewsplus.com/uploads/posts/content/2026/04/69de2f687ac1e_1776168808.webp"></p><p><br></p><h2>Sensor ใหญ่ขึ้น 221% — นี่คือเหตุผลหลักที่ต้องอัปเกรด</h2><p>จุดขายที่ใหญ่ที่สุดของ GO Ultra คือ Sensor 1/1.28 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่า GO 3S รุ่นก่อนหน้าถึง 221% ภาษาคนถ่ายรูปแปลว่า รับแสงได้มากขึ้นมหาศาล ถ่ายในที่มืดหรือแสงน้อยได้คมชัดกว่าเดิมหลายขุม นักรีวิวต่างประเทศหลายคนทดสอบแล้วพบว่าภาพกลางคืนของ GO Ultra ใกล้เคียงกับ Ace Pro 2 ที่เป็นรุ่น Flagship ราคาสูงกว่ามาก</p><p>นอกจากนี้ยังรองรับ Active HDR และ PureVideo Mode ที่ช่วยให้สีสันสมจริง ดีเทลชัดแม้แสงน้อย บวกกับ AI Chip 5nm สำหรับประมวลผลภาพแบบ Real-time ถ้าคุณชอบถ่ายหน้าค่ำหรือในร่ม ตัวนี้คือคำตอบที่ดีที่สุดในกลุ่มกล้องจิ๋วตอนนี้</p><p><br></p><h2>4K60fps และแบต 200 นาที — ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ซีรีส์ GO</h2><p>GO 3S ถ่าย 4K ได้แค่ 30fps แต่ GO Ultra ยกระดับขึ้นเป็น 4K60fps นั่นหมายความว่าวิดีโอ Slow Motion ที่ Smooth ขึ้นเป็นเท่าตัว เหมาะกับถ่ายทุกอย่าง ไม่ว่าจะวิ่ง ปีนเขา ขี่จักรยาน หรือแค่อยากได้ภาพที่ลื่นไหลดูดีบน TikTok และ Reels</p><p>ส่วนเรื่องแบตเตอรี่ ตัวกล้อง Standalone อยู่ได้ 70 นาที แต่พอรวมกับ Action Pod จะขึ้นไปเป็น 200 นาที และชาร์จจาก 0 ถึง 80% ในเวลาแค่ 12 นาที เร็วมากจนแทบไม่ต้องรอ แถมรองรับ microSD สูงสุด 2TB เป็นครั้งแรกในซีรีส์ GO ไม่ต้องกังวลเรื่องความจำเต็มอีกต่อไป</p><p><br></p><h2>Action Pod และหน้าจอ Flip — ถ่าย Vlog ได้ทันทีโดยไม่ต้องพลิกกล้อง</h2><p>Action Pod คือสิ่งที่ทำให้ GO Ultra แตกต่างจากกล้อง Action Cam ทั่วไปมากที่สุด มาพร้อมหน้าจอ Flip 2.5 นิ้ว พับขึ้นดูตัวเองได้ทันที เหมาะมากสำหรับ Vlogger ที่ถ่ายคนเดียว หรือพ่อแม่ที่อยากเห็นหน้าลูกตอนถ่ายแบบ Real-time</p><p>Pod ยังทำหน้าที่เป็นทั้ง Remote Control และ Charger สำหรับตัวกล้องหลักด้วย ส่วนระบบ Magnetic Mount ติดได้ทุกพื้นผิวโลหะ ไม่ว่าจะเป็นหมวก เสื้อผ้า กระเป๋า รถ หรือแม้แต่ติดให้เด็กเล็กวิ่งเล่น แอป Insta360 ฟรีบน iOS และ Android ช่วยตัดต่อแบบ AI Auto Edit สร้าง Reels ได้ภายในไม่กี่นาที</p><p><br></p><h2>GO Ultra เหมาะกับใครบ้าง — และใครที่ยังไม่จำเป็นต้องซื้อ</h2><p>ควรซื้อถ้าคุณเป็น Vlogger ที่อยากได้คุณภาพดีแต่ไม่อยากแบกกล้องหนัก, เป็นพ่อแม่อยากเก็บช่วงเวลาของลูกแบบมุม POV ที่แตกต่าง, หรือชอบกีฬากลางแจ้ง ปีนเขา ดำน้ำตื้น เที่ยวทะเล กล้องตัวนี้รองรับได้หมด</p><p>แต่ถ้าคุณต้องการ 8K หรือทำงาน Commercial ระดับ Professional อาจต้องดู Ace Pro 2 แทน ราคา GO Ultra อยู่ที่ประมาณ 449 USD หรือราว 15,000 กว่าบาท ซึ่งถือว่าคุ้มมากสำหรับสิ่งที่ได้รับทั้งหมด</p><p><br></p><h2>สรุป — Insta360 GO Ultra คือกล้องจิ๋วที่ดีที่สุดในตลาดปี 2569</h2><p>Sensor ใหญ่ขึ้น 221%, 4K60fps, แบต 200 นาที, กันน้ำ 10 เมตร, microSD 2TB และชาร์จ 80% ใน 12 นาที ทุกอย่างที่ GO 3S เคยขาด GO Ultra อุดช่องโหว่ได้หมดในตัวเดียว ถ้าคุณกำลังมองหากล้อง Action Cam ที่พกสะดวก คุณภาพดี ใช้ได้ทุกสถานการณ์ทั้งวัน ตัวนี้ตอบโจทย์ครบที่สุดในปีนี้ </p><p><br></p><p>ถ้าตัดสินใจแล้ว <a href="https://s.shopee.co.th/9Ke6Nkj37j" rel="noopener noreferrer" target="_blank"><strong>สั่งซื้อ Insta360 GO Ultra ผ่าน Shopee</strong></a> ได้เลย สะดวก ปลอดภัย มีรับประกัน</p><p><br></p><p>ติดตามข่าวเทคโนโลยีและ Gadget เพิ่มเติมได้ที่ PRNewsPlus.com สื่อธุรกิจและไลฟ์สไตล์ที่คุณไว้ใจได้</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69de36f668e26_1776170742.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69de36f668e26_1776170742.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Spice Garden Cafe สัมผัสรสชาติหน้าร้อนใจกลางเชียงใหม่</title>
            <link>https://prnewsplus.com/food/3851-spice-garden-cafe-สัมผัสรสชาติหน้าร้อนใจกลางเชียงใหม่</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/food/3851-spice-garden-cafe-สัมผัสรสชาติหน้าร้อนใจกลางเชียงใหม่</guid>
            <pubDate>Tue, 14 Apr 2026 18:50:18 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Marketing Spice Garden</dc:creator>
            <category>อาหาร / เครื่องดื่ม</category>
            <description><![CDATA[เปิดตัวเมนูใหม่ “Tropical Summer Menu” ที่ Spice Garden Cafe สัมผัสประสบการณ์ความสดชื่นครั้งใหม่ ใจกลางเชียงใหม่...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปิดตัวเมนูใหม่ “Tropical Summer Menu” ที่ Spice Garden Cafe สัมผัสรสชาติหน้าร้อนใจกลางเชียงใหม่</strong></p><p><br></p><p>เชียงใหม่, ประเทศไทย – Spice Garden Cafe ขอเชิญทุกท่านมาสัมผัสประสบการณ์ความสดชื่นครั้งใหม่กับการเปิดตัว&nbsp;<strong>“Tropical Summer Menu”</strong>&nbsp;เมนูอาหารและเครื่องดื่มต้อนรับฤดูร้อน ที่ผสานความสดใหม่ของวัตถุดิบเข้ากับรสชาติทรอปิคอลอย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศสวนสีเขียวใจกลางเมือง</p><p><strong>โอเอซิสแห่งความผ่อนคลายในบรรยากาศสวนธรรมชาติ</strong></p><p>เพียงก้าวเข้าสู่ Spice Garden Cafe คุณจะได้พบกับพื้นที่สีเขียวร่มรื่น ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดออกจากความวุ่นวายของเมือง เหมาะสำหรับการพักผ่อนในทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นบรันช์สบาย ๆ ยามสาย จิบเครื่องดื่มยามบ่าย หรือดินเนอร์เบา ๆ ในยามเย็น</p><p><strong>เมนูอาหารหน้าร้อน สด เบา และเต็มไปด้วยรสชาติ</strong></p><p>เมนูใหม่ในฤดูกาลนี้เน้นความสดใหม่และเบาสบาย เหมาะสำหรับอากาศร้อนของเชียงใหม่ พร้อมคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเพื่อมอบประสบการณ์การรับประทานที่ลงตัว</p><p>เมนูแนะนำ ได้แก่</p><ul><li>สลัดผลไม้ทรอปิคอล เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัดรสเปรี้ยวสดชื่น</li><li>แซนด์วิชและแรปโฮมเมด</li><li>พาสต้าเบา ๆ ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล</li><li>เมนูบรันช์สไตล์สวน เหมาะสำหรับการแบ่งปัน</li></ul><p><br></p><p><strong>เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ เติมความสดชื่นในทุกแก้ว</strong></p><p>คลายร้อนด้วยเครื่องดื่มสีสันสดใส ที่ออกแบบมาเพื่อเติมพลังให้กับวันของคุณ</p><p>ไฮไลต์เครื่องดื่ม ได้แก่</p><ul><li>Passion Fruit Soda เปรี้ยวซ่า สดชื่น</li><li>Mango Smoothie เนื้อเนียน หอมหวาน</li><li>Coconut Refreshers ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ริมทะเล</li><li>Watermelon &amp; Citrus Cooler สดชื่น ดับกระหาย</li></ul><p>ลูกค้าสามารถเลือกสไตล์เครื่องดื่มได้ทั้งแบบน้ำผลไม้ สมูทตี้ หรือโซดา ให้เข้ากับอารมณ์ในแต่ละวัน</p><p><br></p><p><strong>มากกว่าคาเฟ่…คือประสบการณ์หน้าร้อนที่สมบูรณ์แบบ</strong></p><p>Spice Garden Cafe ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับรับประทานอาหาร แต่ยังเป็นจุดหมายสำหรับการพักผ่อนและใช้เวลาคุณภาพ ด้วย</p><ul><li>ที่นั่งสวนกลางแจ้ง (Alfresco)</li><li>พื้นที่ Pet-Friendly</li><li>มุมถ่ายรูปสวยสไตล์ Instagram</li></ul><p>เหมาะสำหรับ</p><ul><li>บรันช์วันหยุดกับเพื่อน</li><li>นัดพบแบบสบาย ๆ</li><li>จิบชายามบ่าย พร้อมของหวาน</li><li>เดตในบรรยากาศผ่อนคลายช่วงหน้าร้อน</li><li><br></li></ul><p>ร่วมสัมผัสความสดชื่นของฤดูร้อนนี้ได้แล้ววันนี้ที่ Spice Garden Cafe และค้นพบรสชาติใหม่ที่ทำให้ทุกวันของคุณสดใสมากกว่าที่เคย</p><p><br></p><p>www.spicegardenchiangmai.com</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d8897bee34f_1775798651.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d8897bee34f_1775798651.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ทำความรู้จัก ลุงแก่น ขนมจีบ ซาลาเปา ธุรกิจซาลาเปาขายส่งที่ตอบโจทย์คนอยากเริ่มต้นอาชีพ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/food/3852-ทำความรู้จัก-ลุงแก่น-ขนมจีบ-ซาลาเปา-ธุรกิจซาลาเปาขายส่งที่ตอบโจทย์คนอยากเริ่มต้นอาชีพ</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/food/3852-ทำความรู้จัก-ลุงแก่น-ขนมจีบ-ซาลาเปา-ธุรกิจซาลาเปาขายส่งที่ตอบโจทย์คนอยากเริ่มต้นอาชีพ</guid>
            <pubDate>Tue, 14 Apr 2026 18:50:16 +0700</pubDate>
            <dc:creator>siwat thongchuang</dc:creator>
            <category>อาหาร / เครื่องดื่ม</category>
            <description><![CDATA[ลุงแก่น ขนมจีบ ซาลาเปา คือแบรนด์ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารประเภทติ่มซำ โดยเฉพาะ “ซาลาเปา” และ “ขนมจีบ” ในรูปแบบซาลาเปาขายส่ง ที่เน้นการขายในเชิง B2B...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p> อ้างอิงข้อมูลจาก <a href="https://lungkaen.com/lungkaen-salapao/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">ลุงแก่น ขนมจีบ ซาลาเปา </a>คือแบรนด์ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารประเภทติ่มซำ โดยเฉพาะ <a href="https://lungkaen.com/shumai-bao-menu-profit/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">“ซาลาเปา”</a> และ <a href="https://lungkaen.com/shumai-bao-easy-food-business/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">“ขนมจีบ”</a> ในรูปแบบซาลาเปาขายส่ง ที่เน้นการขายในเชิง B2B และการสร้างอาชีพให้กับผู้ที่ต้องการนำสินค้าไปขายต่อ จุดเด่นสำคัญของแบรนด์คือการเป็นโรงงานผลิตเอง มีมาตรฐานรองรับ และมีระบบสนับสนุนตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ</p><p><br></p><p>ธุรกิจของลุงแก่นไม่ได้เป็นแค่ร้านขายอาหารทั่วไป แต่ถูกวาง Positioning ให้เป็น “โมเดลสร้างอาชีพ” สำหรับพ่อค้าแม่ค้า หรือผู้เริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็ก ที่ต้องการสินค้าต้นทุนต่ำ กำไรชัดเจน และสามารถเริ่มขายได้ทันที</p><p><br></p><p>ลุงแก่น ขนมจีบ ซาลาเปา เหมาะกับใคร</p><p>ธุรกิจนี้เหมาะกับกลุ่มที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจแบบ Low Risk เช่น</p><p><br></p><p>คนที่อยากเริ่มขายของแต่ไม่มีสูตรเอง</p><p>ผู้ที่ต้องการสินค้าไปขายหน้าร้านหรือเดลิเวอรี่</p><p>คนที่ต้องการรายได้เสริม</p><p>ผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการเพิ่มสินค้าในร้าน</p><p>รวมถึงเหมาะกับคนที่ต้องการทำธุรกิจแบบ “ไม่ต้องสร้างแบรนด์เองตั้งแต่ต้น” เพราะสามารถใช้แบรนด์ลุงแก่นในการขายได้ทันที</p><p><br></p><p><a href="https://lungkaen.com/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">ลุงแก่น ขนมจีบ ซาลาเปา คือธุรกิจซาลาเปา ขายส่ง</a> ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นทั้ง “ผู้ผลิตอาหาร” และ “แพลตฟอร์มสร้างอาชีพ” ในเวลาเดียวกัน</p><p><br></p><p>สรุป ลุงแก่น ขนมจีบ ซาลาเปา คืออะไร</p><p><br></p><p>ลุงแก่น ขนมจีบ ซาลาเปา คือธุรกิจซาลาเปา ขายส่ง ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นทั้ง “ผู้ผลิตอาหาร” และ “แพลตฟอร์มสร้างอาชีพ” ในเวลาเดียวกัน</p><p><br></p><p>หากอ่านแล้วสนใจ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-1148745 </p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69dc857a0d643_1776059770.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69dc857a0d643_1776059770.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>FasterCapital backs SHN Miami Inc. through EquityPilot to refine execution</title>
            <link>https://prnewsplus.com/finance/3853-fastercapital-backs-shn-miami-inc-through-equitypilot-to-refine-execution</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/finance/3853-fastercapital-backs-shn-miami-inc-through-equitypilot-to-refine-execution</guid>
            <pubDate>Tue, 14 Apr 2026 18:50:15 +0700</pubDate>
            <dc:creator>SHN Real Estate</dc:creator>
            <category>การเงิน / การลงทุน</category>
            <description><![CDATA[FasterCapital has selected SHN Miami Inc. to join its EquityPilot program, aiming to accelerate execution, rapidly validate pipeline projects, and strengthen investor readiness....]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>Dubai, UAE — 15 Mar 2026</p><p>Here’s a clean, professional English translation, ready to use for press or investor communication:</p><p>&nbsp;</p><p>FasterCapital has selected SHN Miami Inc. to join EquityPilot, a program designed to support companies scaling technology-driven real estate development and achieving concrete execution milestones. The partnership will focus on rapid validation of projects under development and strengthening market-launch readiness during the first 30–60 days.</p><p>FasterCapital and EquityPilot will prioritize execution support and operational planning in the initial 30–60 days to help SHN Miami Inc. translate its proprietary platform and projects into measurable milestones and investor-ready materials.</p><p>Why does it matter?</p><p>The luxury real estate market is increasingly rewarding digital customer journeys, prefabrication, and programmatic development approaches that reduce sales timelines and validate demand before significant capital deployment. SHN’s platform addresses these shifts by combining online sales tools, configurators, and development process automation to reduce acquisition risk and accelerate pre-sales.</p><p>What does the startup offer?</p><p>SHN Miami Inc. operates a technology platform for real estate development that integrates a customer journey management system, an e-commerce sales engine, and a web application featuring configurators and interactive tools. The company applies these tools to ongoing projects to optimize pre-sales, SPV (Special Purpose Vehicle) structuring, and construction delivery using innovative building systems, high-precision prefabrication, and sustainability features.</p><p>Why now?</p><p>SHN’s transition to a U.S.-based operational structure aims to access larger pools of capital and a more favorable development ecosystem. By validating demand through pre-sales and option-based acquisitions, SHN seeks to reduce upfront capital exposure while accelerating project launches in high-demand destinations.</p><p>What will FasterCapital provide?</p><p>•	Execution-focused mentoring, including milestone definition and operational KPIs</p><p>•	Guidance on investor materials and fundraising readiness (with no guarantees of outcomes)</p><p>•	Connections with key ecosystem stakeholders to test channels and pitching strategies</p><p>•	Support in refining the product–customer journey and go-to-market sequencing</p><p>Program plan (first 30–60 days)</p><p>Initial work plan: FasterCapital and SHN will define a 60-day execution plan including milestone prioritization, investor pitch and data room preparation, customer journey optimization, and a commercialization checklist for the e-commerce experience. The objective is to convert pipeline opportunities into concrete results and measurable progress.</p><p>Management comment</p><p>“Hesham Zreik, Founder and CEO of FasterCapital, stated: ‘We are excited to support SHN Miami Inc. through EquityPilot. Our team will focus on implementation milestones and on building connections between the startup and the right ecosystem stakeholders.’”</p><p>Next 90 days</p><p>In the next 90 days, SHN and FasterCapital will work toward defined objectives, including the preparation of investor materials, prioritization of short-term project activation, and initial commercialization testing of the platform’s services with third parties.</p><p>About SHN Miami Inc.</p><p>SHN Miami Inc. was founded by Enrico Arras and operates with a technology-driven model for luxury real estate development. The company combines proprietary digital sales tools, configurators, and project execution processes with prefabricated construction systems and sustainability features. SHN aims to validate market demand through pre-sales and option agreements, limiting capital exposure while scaling a replicable development model.</p><p>About FasterCapital</p><p>FasterCapital is a global venture builder and online incubator dedicated to co-funding and co-founding innovative startups. Founded in 2014, it is now a leading venture builder in terms of number of startups supported, capital invested, and capital raised. It supports startups worldwide through various programs, including financial assistance, business development, and technical support. The EquityPilot program is designed to help early-stage startups build scalable solutions through mentorship, strategic guidance, and network support.</p><p>Media Contact</p><p>Enrico Arras</p><p>Email: e.arras@secondhomenow.com</p><p>Phone: +39 352 0500802</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69dc8d7e4bdf1_1776061822.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69dc8d7e4bdf1_1776061822.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>MSC จัดงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 โชว์ผลประกอบการพร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/finance/3846-msc-จัดงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี-2569-โชว์ผลประกอบการพร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/finance/3846-msc-จัดงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี-2569-โชว์ผลประกอบการพร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน</guid>
            <pubDate>Thu, 09 Apr 2026 15:19:57 +0700</pubDate>
            <dc:creator>CCD</dc:creator>
            <category>การเงิน / การลงทุน</category>
            <description><![CDATA[MSC จัดงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 โชว์ผลประกอบการพร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ “MSC” ดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมากว่า 40 ปี จัดงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เพื่อรายงานผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา พร้อมเผยความสำเร็จและทิศทางการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นรับทราบและพิจารณาอนุมัติระเบียบวาระต่างๆ ของบริษัทฯ</p><p><br></p><p>การประชุมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการบริษัท และผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วม นำโดย คุณสรรพิชญ์ เศรษฐพรพงศ์ ประธานกรรมการ, คุณกิตติ เตชะทวีกิจกุล รองประธานกรรมการ และ ดร.วิรัช อภิเมธีธำรง ประธานกรรมการตรวจสอบ เพื่อชี้แจงข้อมูลพร้อมตอบข้อซักถามแก่ผู้ถือหุ้นอย่างโปร่งใส โดยงานจัดขึ้นเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร G ชั้น 2 สำนักงานใหญ่</p><p><br></p><p>โดยภาพรวมการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา MSC ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในการให้บริการโซลูชันไอทีครบวงจร พร้อมก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ และสร้างรากฐานแห่งอนาคตที่ยั่งยืน รองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ส่งมอบความสำเร็จต่อลูกค้าองค์กรในยุคดิจิทัล และผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น</p><p><br></p><p>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ: คุณกีรนาถ เดชเดโช โทร: 02-089-4351 อีเมล: keeradec@metrosystems.co.th เว็บไซต์: www.metrosystems.co.th</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d4d890a763d_1775556752.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d4d890a763d_1775556752.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>กรมการท่องเที่ยวผนึกกำลังตำรวจท่องเที่ยว ลุยจับบริษัททัวร์ “นอมินีภูเก็ต”</title>
            <link>https://prnewsplus.com/travel/3847-กรมการท่องเที่ยวผนึกกำลังตำรวจท่องเที่ยว-ลุยจับบริษัททัวร์-นอมินีภูเก็ต</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/travel/3847-กรมการท่องเที่ยวผนึกกำลังตำรวจท่องเที่ยว-ลุยจับบริษัททัวร์-นอมินีภูเก็ต</guid>
            <pubDate>Thu, 09 Apr 2026 15:19:56 +0700</pubDate>
            <dc:creator>นภัชชา อภิชาภัทรวิช</dc:creator>
            <category>ท่องเที่ยว / โรงแรม</category>
            <description><![CDATA[กรมการท่องเที่ยวผนึกกำลังตำรวจท่องเที่ยว ลุยจับบริษัททัวร์ “นอมินีภูเก็ต”
สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ 2569...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-center"><strong>กรมการท่องเที่ยวผนึกกำลังตำรวจท่องเที่ยว ลุยจับบริษัททัวร์ “นอมินีภูเก็ต”</strong></p><p class="ql-align-center"><strong>สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ 2569</strong></p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">วันนี้ (7 เมษายน 2569) กรมการท่องเที่ยวร่วมกับกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต </p><p class="ql-align-justify"> เพื่อติดตามสถานการณ์การท่องเที่ยว พร้อมบูรณาการความร่วมมือยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 </p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify"><strong>นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว</strong> เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ถือเป็นช่วง High Season </p><p class="ql-align-justify"> ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก กรมการท่องเที่ยวจึงได้มอบหมายให้ <strong>นายบุญเสริม ขันแก้ว รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว</strong> <strong>ในฐานะนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กลาง</strong> พร้อมด้วย นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขาภาคใต้ เขต 2 (จังหวัดภูเก็ต) ลงพื้นที่ร่วมกับ พลตำรวจโท ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ยกระดับมาตรการเชิงรุกในการควบคุมและป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย</p><p class="ql-align-justify"> ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างรอบด้าน โดยมีการประชุมติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในพื้นที่ พร้อมตรวจพนักงานผู้ให้บริการเรือนำเที่ยว ณ ท่าเทียบเรือ รอยัล ภูเก็ต มารีน่า เพื่อตรวจสารเสพติดกัปตันเรือและพนักงานประจำเรือ สร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว ขณะที่กรมการท่องเที่ยวได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับมาตรฐานการให้บริการ</p><p class="ql-align-justify"> ที่เหมาะสม การดูแลนักท่องเที่ยว และการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">นอกจากนี้ ได้รับรายงานจากนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้ เขต 2 ซึ่งร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ตรวจพบการกระทำผิดกฎหมายธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว 2 ราย รายแรกเข้าข่ายเป็นนอมินี ซึ่งมีโครงสร้างกรรมการไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้ขาดคุณสมบัติ</p><p class="ql-align-justify"> ตามมาตรา 17 (1) (ก) กำหนดให้กรรมการของบริษัทเกินกึ่งหนึ่งต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย จึงดำเนินการ</p><p class="ql-align-justify"> เพิกถอนใบอนุญาต สำหรับรายที่สอง ประกอบธุรกิจโดยมีสถานที่ตั้งไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 22/2 การประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่มีสาขา ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวสาขาจากนายทะเบียนด้วย จึงดำเนินการปรับพินัยตามกฎหมายต่อไป</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify"><strong>อธิบดีกรมการท่องเที่ยว</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรมการท่องเที่ยวจะร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่องกับผู้ประกอบการที่กระทำผิดกฎหมาย พร้อมยกระดับมาตรฐานการให้บริการ</p><p class="ql-align-justify"> ของบริษัทนำเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงขอความร่วมมือ</p><p class="ql-align-justify"> ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนจากการจัดทัวร์ราคาถูกที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย และแนะนำให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการบริษัทนำเที่ยวที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องได้ที่เว็บไซต์กรมการท่องเที่ยว <a href="http://www.dot.go.th/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="color: windowtext;">www.dot.go.th</a> เพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d4efb049181_1775562672.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d4efb049181_1775562672.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Digital Billing &amp; Payment Platform</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/3848-digital-billing-payment-platform</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/3848-digital-billing-payment-platform</guid>
            <pubDate>Thu, 09 Apr 2026 15:19:54 +0700</pubDate>
            <dc:creator>ธนพร คลองประเสริฐ</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[พลิกโฉมการวางบิลสู่ยุคดิจิทัล รับบิล – ส่งบิล – ชำระเงิน ครบจบในระบบเดียว...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>เคยมั้ย ? วางบิลช้า เงินเข้าไม่ทันใจ เอกสารซ้ำซ้อน ติดตามยาก ทำให้กระแสเงินสะดุด&nbsp;</p><p><br></p><p>มาเปลี่ยนเกมให้ง่ายขึ้นด้วย Digital Billing &amp; Payment&nbsp;</p><p>รวมทุกขั้นตอน “รับบิล–ส่งบิล–ชำระเงิน” ไว้ในระบบเดียว&nbsp;</p><p>ลดงานซ้ำ เพิ่มความเร็ว ให้ทุกธุรกรรมแม่นยำขึ้นกว่าเดิม 🚀&nbsp;</p><p>.&nbsp;</p><p>ในงานสัมมนาออนไลน์ หัวข้อ "Digital Billing &amp; Payment Platform"&nbsp;</p><p>📅 วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569&nbsp;</p><p>⏰ 14.00 – 15.30 น. | เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย</p><p><br></p><p>👉 ลงทะเบียนได้ที่&nbsp;<a href="https://onebinar.one.th/online-seminar/NZZXZG" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="color: rgb(35, 44, 96);">https://onebinar.one.th/online-seminar/NZZXZG</a><a href="https://onebinar.one.th/online-seminar/NZZXZG&amp;nbsp;" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="color: rgb(35, 44, 96);">&nbsp;</a></p><p>(ทั้งการลงทะเบียน และการรับชม ทำได้ในลิงก์เดียว)&nbsp;</p><p>สามารถลงทะเบียนได้ ตั้งแต่วันนี้ - 29 เมษายน พ.ศ. 2569&nbsp;</p><p>.</p><p>📱ติดต่อเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทะเบียนงานสัมมนาได้ที่&nbsp;</p><p>Email: Onebinar@inet.co.th&nbsp;</p><p>Tel: 065-507-4539 (คุณอภิสรา) 098-246-5948 (คุณธนพร)</p><p><br></p><p>#DigitalBilling #PaymentPlatform #DigitalTransformation #eBilling #ePayment</p><p>#ธุรกิจดิจิทัล #ระบบวางบิล #สัมมนาออนไลน์ #Webinarฟรี</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d6085816ebc_1775634520.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d6085816ebc_1775634520.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>GIT ลุยเชียงใหม่! เปิดโครงการ “GIT RE WORTH” ยกระดับผู้ประกอบการเครื่องประดับไทย ชูนวัตกรรมผสานวัสดุ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/3849-git-ลุยเชียงใหม่-เปิดโครงการ-git-re-worth-ยกระดับผู้ประกอบการเครื่องประดับไทย-ชูนวัตกรรมผสานวัสดุ</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/3849-git-ลุยเชียงใหม่-เปิดโครงการ-git-re-worth-ยกระดับผู้ประกอบการเครื่องประดับไทย-ชูนวัตกรรมผสานวัสดุ</guid>
            <pubDate>Thu, 09 Apr 2026 15:19:43 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Chopetch Sansuk</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[เชียงใหม่, 7 เมษายน 2569 – สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย เปิดตัว โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าต้นแบบที่มีอัตลักษณ์ (GIT RE WORTH) อย่างเป็นทางการ โด...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify"><strong>เชียงใหม่, 7 เมษายน 2569</strong> – สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย เปิดตัว <strong>โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าต้นแบบที่มีอัตลักษณ์ (GIT RE WORTH) </strong>อย่างเป็นทางการ โดย<strong>นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ</strong> เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ณ ห้องศรีภูมิ โรงแรมอโมร่า ท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ </p><p class="ql-align-justify">โครงการดังกล่าวดำเนินภายใต้แนวคิด <strong>“RE WORTH”</strong> ที่มุ่งสร้างคุณค่าใหม่ให้กับวัสดุ ทรัพยากร และทุนทางวัฒนธรรม ผ่านการออกแบบและนวัตกรรมร่วมสมัย โดยส่งเสริมการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นและอัตลักษณ์ไทยมาต่อยอด ผสานกับการใช้วัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาสินค้าต้นแบบที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างยั่งยืน</p><p class="ql-align-justify">นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย โดยเฉพาะในพื้นที่เชียงใหม่ มีจุดแข็งด้านงานฝีมือที่ประณีตและมีรากฐานทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น GIT จึงมุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ <strong>โดยเชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมวัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและตอบโจทย์ตลาดโลกในปัจจุบัน</strong></p><p class="ql-align-justify">นอกจากนี้ GIT ยังขยายการดำเนินโครงการสู่ระดับภูมิภาค ครอบคลุมทั้ง 4 ภาคของประเทศ เพื่อกระจายโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้และการพัฒนาอย่างทั่วถึง โดยมุ่งหวังให้เกิดผลงานที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่หลากหลาย ทั้งในมิติของวัฒนธรรม สุนทรียศาสตร์ และการเลือกใช้วัสดุจากทรัพยากรในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะเป็นจุดแข็งสำคัญในการสร้างความแตกต่างในตลาดสากล</p><p class="ql-align-justify">สำหรับโครงการนี้ GIT ได้ออกแบบกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนและลดข้อจำกัดของผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ตั้งแต่ กิจกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้ในรูปแบบกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาและต่อยอดแนวคิด การสนับสนุนทุนเพื่อสร้างต้นแบบ ไปจนถึงการเชื่อมโยงสู่เวทีแสดงสินค้า เพื่อให้ผู้ประกอบการ 10 รายสุดท้ายจากทั่วประเทศ ได้ทดลองตลาดจริงและต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจในระดับนานาชาติ</p><p class="ql-align-justify">สำหรับการจัดอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างเข้มข้นให้แก่ช่างฝีมือและผู้ประกอบการ ผ่าน 2 หลักสูตรหลัก โดยเริ่มต้นที่ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นภาคแรก ได้แก่</p><ul><li class="ql-align-justify"><strong>หลักสูตร A: Eco &amp; Alternative Materials (ต่อยอดวัสดุรักษ์โลก สู่จิวเวลรี่แห่งอนาคต)</strong> จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6–7 เมษายน 2569 โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาร่วมให้ความรู้ ทั้งในด้านการนำทุนวัฒนธรรมมาออกแบบเครื่องประดับร่วมสมัย การสร้างเรื่องราวให้กับแบรนด์ (Brand Story Building) ตลอดจนกลยุทธ์การตลาดและการจัดแสดงสินค้า (Visual Merchandising)</li><li class="ql-align-justify"><strong>หลักสูตร B: Track B Collaboration &amp; Combination (จับคู่สร้างสรรค์ ผสานวัสดุสุดล้ำ)</strong> จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–9 เมษายน 2569 ซึ่งเน้นการทำเวิร์กช็อปร่วมสร้างสรรค์ (Co-Creation) ผสมผสานแนวคิดงานคราฟต์และการผสานวัสดุสู่แนวคิดต้นแบบโดยทีมคณาจารย์จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง</li></ul><p class="ql-align-justify">ไฮไลต์ของโครงการในปีนี้ คือ<strong>ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับทุนสนับสนุนในการพัฒนาสินค้าต้นแบบ พร้อมโอกาสเข้าร่วมแสดงผลงานในเวทีสำคัญระดับนานาชาติ </strong>อาทิ Bangkok Gems and Jewelry Fair และ Bangkok Jewelry Week 2026 รวมถึงการคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพจำนวน 10 ราย เพื่อเข้าร่วมจัดแสดงสินค้าในต่างประเทศอีกด้วย</p><p class="ql-align-justify">โครงการดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนผู้ประกอบการไทยจากการพัฒนาเชิงแนวคิดสู่การสร้างโอกาสทางธุรกิจจริง และยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่การแข่งขันในเวทีโลกอย่างยั่งยืน</p><p>ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการในภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง สามารถสมัครเข้าอบรมเชิงปฏิบัติการ และติดตามข่าวสารของโครงการได้ที่ Facebook Page: The Gem and Jewelry Institute of Thailand</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d722b04ba0d_1775706800.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d722b04ba0d_1775706800.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ปลุกความเป็นผู้นำแห่งอนาคต! เปิดตัวเวิร์คช็อปพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ระดับสากล “Trailblaze Next Gen” เ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/3850-ปลุกความเป็นผู้นำแห่งอนาคต-เปิดตัวเวิร์คช็อปพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ระดับสากล-trailblaze-next-gen-เ</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/3850-ปลุกความเป็นผู้นำแห่งอนาคต-เปิดตัวเวิร์คช็อปพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ระดับสากล-trailblaze-next-gen-เ</guid>
            <pubDate>Thu, 09 Apr 2026 15:19:42 +0700</pubDate>
            <dc:creator>preechai sereekittikul</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[กรุงเทพฯ, เมษายน 2569 – เทรลเบลซ์ มิสชั่น (Trailblaze Mission) เอเจนซีด้านสื่อประชาสัมพันธ์และการสื่อสารครบวงจรสัญชาติไทย ได้เปิดตัวโครงการ “เทรลเบลซ์ เน็กซ์เจน” (Trailblaze Next Gen) อันเป็นเวิร์คช็...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ, เมษายน 2569 – เทรลเบลซ์ มิสชั่น (Trailblaze Mission) เอเจนซีด้านสื่อประชาสัมพันธ์และการสื่อสารครบวงจรสัญชาติไทย ได้เปิดตัวโครงการ “เทรลเบลซ์ เน็กซ์เจน” (Trailblaze Next Gen) อันเป็นเวิร์คช็อปพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำระดับนานาชาติภายใต้สถาบัน เทรลเบลซ์ อะคาเดมี (Trailblaze Academy) อันเป็นบริษัทย่อยด้านการศึกษาของ เทรลเบลซ์ มิสชั่น มุ่งหวังสร้างคนรุ่นใหม่ที่เป็นผู้นำทางความคิดสร้างสรรค์และวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล เพื่อตอบสนองการส่งมอบทักษะให้กับพลเมืองโลกในโลกยุคดิจิตอลที่ต้องมีการปรับตัว นำเสนอไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนสังคมโลก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>โปรแกรม เทรลเบลซ์ เน็กซ์เจน มีหลักสูตรที่ถูกออกแบบขึ้นให้มีความหลากหลายทางเนื้อหาจากแวดวงต่างๆที่จำเป็นต่อโลกยุคดิจิตอล เพื่อก่อให้เกิดการเรียนรู้แบบสหวิทยาการ (Interdisciplinary Learning) โดยตัวเวิร์คช็อปนี้จะใช้เวลา 3 วันเต็มในการเข้าร่วม ผู้เข้ารับการอบรมจะได้ร่วมทำกิจกรรมแบบมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive Activities) อีกทั้งมีโอกาสในการสรรค์สร้างไอเดียใหม่ๆ อันนำมาสู่โครงการที่สามารถนำไปต่อยอดได้จริง ซึ่งหากไอเดียไหนมีศักยภาพที่จะเกิดขึ้นและเติบโตได้จริง เจ้าของโปรเจ็กมีสิทธิ์ลุ้นชิงรางวัลเงินทุนพัฒนาต่อยอดไอเดียจากทางโครงการ พร้อมกับการได้ขึ้นแท่นเป็น Global Ambassador ประจำโครงการเพื่อเป็นตัวแทนผู้นำยุคใหม่ อีกทั้งผู้ที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้ยังจะได้สิทธิพิเศษหลากหลาย อาทิเช่น โอกาสในการนำเสนอโครงการ การร่วมกิจกรรมเวิรคชอปต่าง ๆ กับสื่อชั้นนำ และโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษอื่นๆจากทาง เทรลเบลซ์ อคาเดมี</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ เทรลเบลซ์ เน็กซ์เจน ยังถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้เข้าร่วมจากนานาประเทศ เนื้อหาและกิจกรรมทุกอย่างจะถูกดำเนินด้วยภาษาอังกฤษ โดยเป้าหมายของ เทรลเบลซ์ เน็กซ์เจน คือการสร้างสภาวะแวดล้อมที่มีความเป็นสากล และจะจัดอบรมขึ้นในประเทศอื่นๆในอนาคต ซึ่งการจัดงานในครั้งแรกนี้จะจัดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทยเป็นครั้งแรกที่มาพร้อมกับธีม “Where living heritage sustains the future of leadership” ด้วยอินไซต์ที่เห็นว่าวัฒนธรรมความเป็นไทยนั้นมีคุณสมบัติที่นำมาซึ่งยั่งยืนพอเพียงในหลากหลายมิติอ้นนำมาซึ่งการหล่อหลอมผู้นำแห่งอนาคตที่พร้อมสร้างการเปลี่ยนด้วยความหยั่งยืนแบบไทยๆนี้สู่ระดับโลก ในแต่ละช่วงเวลาภายใต้โปรแกรมนี้ก็จะมี ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ผู้ประสบความสําเร็จที่เป็นแบบอย่าง ผลัดเปลี่ยนกันมามอบความรู้ที่หลากหลายที่นำไปต่อยอดได้จริงและสอดคล้องกันกับธีมงานในครั้งนี้ ซึ่งนับ ว่าเทรลเบลซ์ เน็กซ์เจน ก็ยังเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำหรับการสร้างเครือข่ายคนรู้จักจากวงการที่หลากหลายเช่นกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำหรับผู้ที่สนใจและที่มีสิทธ์เข้าร่วมโครงการนี้เบื้องต้นจะต้องเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีไอเดียสร้างสรรค์อายุและมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพของตัวเอง โดยสามารถดูรายละเอียดและเกณฑ์การสมัครเพิ่มเติม อีกทั้งข่าวสาร ค่าธรรมเนียมหลักสูตร วัน เวลา และ สถานที่จัดงานที่จะมีประกาศขึ้นในเร็วๆนี้ได้ทางเพจเฟสบุ๊ก:</p><p><br></p><p>Trailblaze Next Gen</p><p><br></p><p>เทรลเบลซ์ เน็กซ์เจน ถือเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของคนไทยที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับนานาชาติ สุดท้ายนี้ทาง เทรลเบลซ์ อะคาเดมี ภายใต้ เทรลเบลซ์ มิสชั่น ขอเชิญชวนเยาวชนคนรุ่นใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศมาร่วมทำเวิร์คช็อปปลุกศักยภาพความเป็นผู้นำแห่งอนาคต เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆสู่สังคมไทยและสังคมโลก มาพบกันได้ที่ เทรลเบลซ์ เน็กซ์เจน ในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 นี้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d760c2ca49c_1775722690.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d760c2ca49c_1775722690.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Journey of Longevity พลิกนิยามการท่องเที่ยวใกล้กรุง สู่เส้นทางสุขยั่งยืนกับ 7 เมืองน่าเที่ยวภาคกลาง</title>
            <link>https://prnewsplus.com/travel/3845-journey-of-longevity-พลิกนิยามการท่องเที่ยวใกล้กรุง-สู่เส้นทางสุขยั่งยืนกับ-7-เมืองน่าเที่ยวภาคกลาง</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/travel/3845-journey-of-longevity-พลิกนิยามการท่องเที่ยวใกล้กรุง-สู่เส้นทางสุขยั่งยืนกับ-7-เมืองน่าเที่ยวภาคกลาง</guid>
            <pubDate>Tue, 07 Apr 2026 13:58:47 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Siritorn Pannarin</dc:creator>
            <category>ท่องเที่ยว / โรงแรม</category>
            <description><![CDATA[การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ, Ascend Travel , บริษัทรถเช่า ทรู ลีสซิ่ง , gettgo และ Sanook.com เปิดตัวเส้นทาง Journey of Longevity...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ&nbsp;โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ, Ascend Travel , บริษัทรถเช่า ทรู ลีสซิ่ง , gettgo และ Sanook.com เปิดตัวเส้นทาง Journey of Longevity สุขยั่งยืนกับ 7 เมืองน่าเที่ยวภาคกลางมุ่งเน้นกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ได้ออกเดินทาง “ใกล้กรุง” เพื่อ “เติมพลังชีวิตและสุขภาพ” ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์&nbsp;Wellness Retreat, Local Experience ใช้ชีวิตแบบ “Work-Life Balance” ในพื้นที่ ชัยนาท, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, สุพรรณบุรี และ อ่างทอง พร้อมจัดทำโปรโมชั่นรวบรวม ที่พัก ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและยั่งยืนในพื้นที่เมืองน่าเที่ยวภาคกลาง ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน – 15 มิถุนายน 2569</strong></p><p><br></p><p><strong>นางสาววรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง กล่าวว่า </strong>ปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิตและสุขภาพ” มากขึ้น โดยมองว่าสุขภาวะที่ดีเป็นพื้นฐานสำคัญของการใช้ชีวิต ส่งผลให้การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) กลายเป็นเทรนด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง การเดินทางในรูปแบบ “Rest &amp; Recharge” จึงสะท้อนความต้องการพักผ่อนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ลดความเครียดจากการทำงาน และใช้วันหยุดอย่างคุณค่า ซึ่งภูมิภาคภาคกลางมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็น “Hub of Wellness Travel” ด้วยความพร้อมด้านอาหารสุขภาพ วิถีชุมชนที่เรียบง่าย ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และความสะดวกในการเดินทาง เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวระยะสั้น ทั้งรูปแบบสุดสัปดาห์ (Weekend Getaway) หรือ One Day Trip ใกล้กรุงเทพมหานคร&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้ดำเนินการร่วมกับพันธมิตร นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวภายใต้แคมเปญ “Journey of Longevity” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความยั่งยืนใน 7 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ ชัยนาท, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, สุพรรณบุรี และ อ่างทอง ชวนนักท่องเที่ยวออกเดินทาง “ใกล้กรุง” เพื่อ “เติมพลังชีวิตและสุขภาพ” ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ที่หลากหลาย Local Experience และการใช้ชีวิตอย่างสมดุลในรูปแบบ “Work-Life Balance” ที่ผสานการพักผ่อน การดูแลสุขภาพ และการเรียนรู้วิถีท้องถิ่นอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><strong>นพ.ดิตถพงษ์ บุญอำพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ (S Spine and Joint Hospital) กล่าวว่า</strong> ในหลายประเทศทั่วโลก มีแนวคิดที่น่าสนใจคือการ ‘จ่ายใบสั่งเที่ยวแทนใบสั่งยา’ เพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพกายและใจ เราเชื่อว่าแนวคิดนี้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยอย่างมาก เพราะสุขภาพที่ดีไม่ได้เกิดจากการรักษาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากวิถีชีวิตที่สมดุล ในฐานะโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูก ข้อ และระบบการเคลื่อนไหว เราพบว่าโรคยอดนิยมของคนเมืองในปัจจุบัน ไม่ใช่โรคที่ซับซ้อน แต่คือความเสื่อมจากไลฟ์สไตล์—อาการปวดหลังเรื้อรัง ออฟฟิศซินโดรม ข้ออักเสบจากการใช้งานหนัก สิ่งเหล่านี้ล้วนสัมพันธ์กับจังหวะชีวิตที่เร่งรีบและความเครียดสะสม การเข้าร่วมแคมเปญ Journey of Longevity จึงเป็นมากกว่าการสนับสนุนการท่องเที่ยว เพราะการแพทย์ยุคใหม่ต้องทำงานควบคู่กับการป้องกัน เราเชื่อว่าการเดินทางใกล้กรุง การใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาติ เป็นเสมือน ‘Wellness Prescription’ สำหรับคนทำงานยุคใหม่ ให้ได้ Rest &amp; Recharge เพื่อการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ” โรงพยาบาลมอบส่วนลดพิเศษ</p><p><br></p><ul><li>สำหรับนักท่องเที่ยวที่ซื้อที่พัก หรือ กิจกรรมในแคมเปญ มอบส่วนลด 75 % จำนวน 1,500 สิทธิ์โปรแกรมที่เข้าร่วม ได้แก่ </li></ul><ol><li>กายภาพ (ตรวจ moti ก่อน) </li><li>ตรวจ moti physio (ตรวจสมดุลมัดกล้ามเนื้อด้วยระบบ AI)</li><li>Bone density ตรวจมวลกระดูก&nbsp;&nbsp;</li></ol><p><br></p><ul><li>สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ที่เห็นข่าวประชาสัมพันธ์แคมเปญ ผ่านช่องทางสื่อ มอบส่วนลด 50 % จำนวน 1,500 สิทธ์ โปรแกรมที่เข้าร่วม ได้แก่</li></ul><ol><li>กายภาพ (ตรวจ moti ก่อน) </li><li>ตรวจ moti physio (ตรวจสมดุลมัดกล้ามเนื้อด้วยระบบ AI)</li><li>Bone density ตรวจมวลกระดูก&nbsp;&nbsp;</li></ol><p><br></p><p><strong>เกริกพงศ์ งาทวีสุข General Manager and Founder of Ascend Travel กล่าวว่า</strong> มีความตั้งใจที่จะเป็นมากกว่าแพลตฟอร์มจองที่พัก แต่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนพฤติกรรมการเดินทางเชิงคุณภาพ ภายใต้แคมเปญ Journey of Longevity เราเห็นโอกาสในการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะคนเมืองที่ต้องการพักผ่อนระยะสั้น ได้ตัดสินใจออกเดินทางง่ายขึ้น เพื่อสร้างแรงจูงใจอย่างเป็นรูปธรรม Ascend Travel มอบสิทธิประโยชน์ Cash Back 20% สำหรับทุกการจองที่พักผ่านแพลตฟอร์ม ในโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการใน 7 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ ชัยนาท, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, สุพรรณบุรี และ อ่างทอง เป้าหมายของเราคือทำให้การเดินทางใกล้กรุงเป็นเรื่องเข้าถึงง่าย ทั้งในมิติของเวลา งบประมาณ และประสบการณ์ที่ได้รับ เพราะการท่องเที่ยวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนสถานที่พักผ่อน แต่คือการลงทุนเพื่อสุขภาพกายและใจ เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นการ ‘เติมพลังชีวิตและสุขภาพ’ อย่างแท้จริง” Ascend Travel&nbsp;มอบสิทธิประโยชน์ Cash Back 20% สำหรับทุกการจองที่พักขั้นต่ำ 1,500 บาทผ่านแพลตฟอร์ม ในโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการใน 7 จังหวัดเมืองน่าเที่ยว จองที่พัก คลิก ! <a href="https://www.ascendtravel.com/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://www.ascendtravel.com/</a></p><p><br></p><p><strong>บริษัท ทรู ลีสซิ่ง จำกัด</strong> ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถเช่าหลากหลายรูปแบบ เพื่อใช้ในธุรกิจและเดินทางท่องเที่ยว&nbsp;มุ่งมั่นที่จะเสนอประสบการณ์เดินทางที่แตกต่าง มีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Journey of Longevity ซึ่งมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความยั่งยืนในภาคกลาง เราเข้าใจว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยเฉพาะคนเมืองที่ต้องการ ‘Rest &amp; Recharge’ ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่น จึงมอบส่วนลดพิเศษ 15% สำหรับบริการรถเช่าขับเอง และบริการรถมินิโค้ช Mercedes-Benz Sprinter พร้อมพนักงานขับรถมืออาชีพ เพื่อรองรับการเดินทางครอบคลุมทางสู่ 7&nbsp;จังหวัดเมืองน่าเที่ยว&nbsp;ทรู ลีสซิ่งยินดีมอบส่วนลดพิเศษ 15% สำหรับบริการ</p><p><br></p><ul><li>รถเช่าขับเอง กรอกโปรโมชั่น CODE SD152026 จองที่ <a href="https://trueleasing.co.th/th/selfdrive" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://trueleasing.co.th/th/selfdrive</a></li><li>บริการรถมินิโค้ช Mercedes-Benz Sprinter พร้อมพนักงานขับรถมืออาชีพ กรอกโปรโมชั่น CODE MN152026 จองที่ <a href="https://trueleasing.co.th/th/minicoach" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://trueleasing.co.th/th/minicoach</a></li></ul><p><br></p><p><strong>นายวรวัฒน์ โรจน์รังษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด กล่าวว่า</strong> เรามองว่าการเดินทางใกล้กรุงในครั้งนี้ เป็นมากกว่าทริปพักผ่อน แต่คือการลงทุนเพื่อสุขภาพกายและใจ การมีประกันที่เหมาะสมกับช่วงเวลาเดินทาง ช่วยลดความกังวล เพิ่มความคล่องตัว และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่น gettgo เห็นแนวโน้มของการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ที่ผู้คนต้องการออกไปพักผ่อน รับประสบการณ์ใหม่ ๆ และดูแลสุขภาพกายใจไปพร้อมกัน เราจึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ทุกการเดินทางมีความอุ่นใจมากยิ่งขึ้น และเป็นอีกหนึ่งเพื่อนร่วมทางที่ช่วยเปลี่ยนความตั้งใจอยากพักผ่อน ให้กลายเป็นการออกเดินทางจริง ด้วยโซลูชันประกันภัยที่เข้าถึงง่าย รวดเร็ว และคุ้มค่า เพื่อให้ทุกคนสามารถออกไป ‘เติมพลังชีวิตและสุขภาพ’ ได้อย่างมั่นใจในทุกกิโลเมตรและเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวสะดวกและอุ่นใจมากยิ่งขึ้น gettgo มอบส่วนลด 20% สำหรับประกันรถยนต์ระยะสั้น 30, 90 และ 180 วัน จากวิริยะประกันภัย เพียงใช้โค้ด GGTAT20&nbsp;สำหรับผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวใน 7 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ ชัยนาท, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, สุพรรณบุรี และอ่างทอง ซื้อประกันภัยออนไลน์ คลิก <a href="https://s.gettgo.com/prtatlongivity" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://s.gettgo.com/prtatlongivity</a></p><p><br></p><p><strong>พบกับมิติใหม่ของการเดินทางแนะนำเส้นทาง Journey of Longevity สุขยั่งยืนกับ 7 เมืองน่าเที่ยวภาคกลาง พร้อมดีลส่วนลดสูงสุด 75% ภายใต้แคมเปญ Journey of Longevity จากความร่วมมือของพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ, Ascend Travel , ทรู ลีสซิ่ง , gettgo ร่วมมอบสิทธิประโยชน์และดีลสุดพิเศษตลอดระยะเวลาแคมเปญ เพื่อสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวออกเดินทาง “ใกล้กรุง” เติมพลังชีวิตและสุขภาพอย่างคุ้มค่า ครบทั้งมิติการดูแลสุขภาพ การเดินทาง ที่พัก และความอุ่นใจในทุกเส้นทาง&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong>ติดตามข้อมูลและโปรโมชันท่องเที่ยว ได้ที่ </strong><a href="https://journeyoflongevity.com/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>https://journeyoflongevity.com/</strong></a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d4bde097b6d_1775549920.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d4bde097b6d_1775549920.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>‘อาร์สยาม’ ปลุกตำนาน! จับเพลง ‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’ เขย่าใหม่  ให้ ‘ต้นข้าว อาร์สยาม’ ร้อง-เต้น</title>
            <link>https://prnewsplus.com/entertainment/3844-อาร์สยาม-ปลุกตำนาน-จับเพลง-แน่นอก-ไชโยยกออก-เขย่าใหม่-ให้-ต้นข้าว-อาร์สยาม-ร้อง-เต้น</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/entertainment/3844-อาร์สยาม-ปลุกตำนาน-จับเพลง-แน่นอก-ไชโยยกออก-เขย่าใหม่-ให้-ต้นข้าว-อาร์สยาม-ร้อง-เต้น</guid>
            <pubDate>Tue, 07 Apr 2026 13:08:24 +0700</pubDate>
            <dc:creator>กษมา แก้วก่า</dc:creator>
            <category>บันเทิง</category>
            <description><![CDATA[‘อาร์สยาม’ ปลุกตำนาน! จับเพลง ‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’ เขย่าใหม่ 
ให้ ‘ต้นข้าว อาร์สยาม’ ร้อง-เต้น ชวน Challenge สนั่น TikTok...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify">สมกับเป็นค่ายเพลงลูกทุ่งชื่อดัง <strong>‘อาร์สยาม’ </strong>ในเครือ <strong>‘อาร์เอส มิวสิค’ </strong>ที่วันนี้ มาปลุกตำนานแดนซ์ฮิตยุค 2013 ที่มียอดชมในยูทูปกว่า 200 ล้านวิว ‘<strong>รักต้องเปิด (แน่นอก) [Splash Out]’</strong> ของกลุ่มศิลปิน <strong>‘3.2.1 KAMIKAZE</strong> <strong>feat.</strong> <strong>ใบเตย อาร์สยาม’</strong> นำมาเขย่าใหม่ เป็นเวอร์ชันสุดมัน <strong>‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’</strong> ที่ได้สาวลูกทุ่งพลังสดใส ‘<strong>ต้นข้าว อาร์สยาม’ (เขมนาฏ&nbsp;ธจิรมงคลกิตต์)</strong> มาร้อง มาขยับ มาชวนทุกคนโยกตามแบบหยุดไม่ได้ พร้อมเติมสีสันใหม่ด้วยท่อนแรป 4 ภาค เพิ่มความสนุก ความแปลกใหม่ และความใกล้ชิดแบบเข้าถึงคนทั่วประเทศ</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยเพลง <strong>‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’</strong> ได้หยิบอินไซด์ชีวิตจริงของคนยุคนี้ ที่มีทั้งรายจ่าย ค่าบิล ค่าน้ำ ค่าไฟ และภาระรอบตัวมาถ่ายทอดผ่านจังหวะแดนซ์สนุกๆ ฟังง่าย จำไว พร้อมท่อนฮุกติดหู <strong><em>‘ถ้าแน่นอก Yeah ก็ยกออก Yeah</em>’ </strong>ที่ฟังปุ๊บก็อยากร้องตาม เต้นตามทันที </p><p class="ql-align-justify">	ซึ่งงานนี้ ไม่ได้มีดีแค่ความสนุก แต่ยังต่อยอดเป็น Dance Challenge บน TikTok ได้แบบเต็มตัว ด้วยจังหวะที่คุ้นหู ท่อนจำง่าย และพลังของ <strong>‘ต้นข้าว อาร์สยาม’ </strong>ที่พร้อมปลุกเพลงนี้ให้กลับมาไวรัลอีกครั้งบนโลกโซเชียล โดย <strong>‘สาวต้นข้าว’</strong> เผยว่า</p><p class="ql-align-justify">	“ดีใจมากเลยค่ะ ที่ได้เป็นคนถ่ายทอดเพลงฮิตในตำนานอย่าง ‘<strong>รักต้องเปิด (แน่นอก)’</strong> ที่นำมา Re-Arrange ใหม่ให้เป็นเวอร์ชันสุดมันกับ <strong>‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’</strong> ด้วยฝีมือการแต่งเนื้อร้องของ <strong>‘นนทิปัญจม์ ณัชชาณัฏฐ์</strong>’ นักเขียน นักดนตรีรุ่นใหม่ ที่ทำให้เพลงนี้มีสีสัน สนุกสนาน และลงตัวมาก</p><p class="ql-align-justify">	เลยอยากเชิญชวนทุกคนที่ <strong>‘แน่นอก’</strong> กับภาระต่างๆ มา <strong>‘ยกออก’</strong> กันนะคะ กับกิจกรรม TikTok Challenge <strong>‘แดนซ์ดีมีไชโย’</strong> โดยอัดคลิปเต้นด้วยแผ่นเสียงเพลง <strong>‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’</strong> โพสต์คลิปบน TikTok ส่วนตัว ติดแฮชแท็ก <strong>#แดนซ์ดีมีไชโย </strong>คนไหนเต้นเริ่ด เต้นถูกใจคณะกรรมการ มีสิทธ์ได้รับ <strong>‘ทองคำ และรางวัลอีกมายมาย’ </strong>ติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ช่องทาง <strong>Facebook RsiamMusic</strong> และ<strong>เงินไชโย</strong> เลยนะคะ เอ้า!ใครพร้อมแล้วมาเต้นกันเลยค่ะ!” </p><p class="ql-align-justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ฟังเพลง <strong>‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’</strong> ของ ‘<strong>ต้นข้าว อาร์สยาม’ </strong>ได้ทุกสตรีมมิ่ง แพลตฟอร์มแล้ววันนี้</p><p><strong>#ต้นข้าวอาร์สยาม #Rsiammusic #แน่นอกไชโยยกออก #แดนซ์ดีมีไชโย</strong></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d49eb566329_1775541941.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d49eb566329_1775541941.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.พะเยา นำทีมยกระดับ “Borderless Healthcare” สู่ศูนย์กลางส่งเสริมสุขภาพช่องปากเชิง</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/3843-คณะทันตแพทยศาสตร์-มพะเยา-นำทีมยกระดับ-borderless-healthcare-สู่ศูนย์กลางส่งเสริมสุขภาพช่องปากเชิง</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/3843-คณะทันตแพทยศาสตร์-มพะเยา-นำทีมยกระดับ-borderless-healthcare-สู่ศูนย์กลางส่งเสริมสุขภาพช่องปากเชิง</guid>
            <pubDate>Tue, 07 Apr 2026 13:02:12 +0700</pubDate>
            <dc:creator>งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยพะเยา</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา นำทีมผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนิสิต ลงพื้นที่ดำเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ภายใต้โมเดล “Borderless Healthcare”...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><br></p><p>คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา นำทีมผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนิสิต ลงพื้นที่ดำเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ภายใต้โมเดล “Borderless Healthcare” เพื่อดูแลผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่แบบสหสาขาวิชาชีพ ครอบคลุมประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กและครอบครัวในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “การส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพช่องปากผู้ป่วยปากแหว่งและเพดานโหว่ ครั้งที่ 2/2568” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 โดยมี ศาสตราจารย์ ทันตแพทย์หญิง ดร.พัชราวรรณ ศรีศิลปนันทน์ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ เป็นผู้นำการดำเนินงาน ร่วมกับคณะผู้บริหารและทีมสหสาขาวิชาชีพจากหลากหลายสาขา</p><p><br></p><p>โครงการนี้มุ่งเน้นการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม (Holistic Approach) ครอบคลุมทั้งด้านการรักษา การส่งเสริมสุขภาพ และการพัฒนาศักยภาพทางร่างกาย โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านทันตกรรมและวิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลสู่ระดับสากล</p><p>การดำเนินงานประกอบด้วย 3 มิติสำคัญ ได้แก่</p><p> <strong>Clinical Excellence</strong> การตรวจและส่งเสริมสุขภาพช่องปากอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง</p><p> <strong>Physical Performance Tracking</strong> การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อติดตามพัฒนาการทางร่างกายของผู้ป่วย ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมโครงการจากทั้ง 3 ประเทศ</p><p> และ <strong>Cross-Border Community</strong> การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับภูมิภาค</p><p><br></p><p>การเข้าร่วมของครอบครัวผู้ป่วยจากทั้งประเทศไทย เมียนมา และ สปป.ลาว อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพด้านการแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพช่องปากของมหาวิทยาลัยพะเยา ในฐานะศูนย์กลางด้านสุขภาพของภูมิภาค</p><p><br></p><p>ภายในโครงการยังมีการมอบรางวัล “พลังบวก” (Positive Energy Award) เพื่อเชิดชูเด็กและครอบครัวต้นแบบที่มีวินัยในการดูแลสุขภาพช่องปาก สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม</p><p><br></p><p>ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยพะเยาในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สู่ความเป็นนานาชาติ พร้อมยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเชิงรุกของภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d48b9faa250_1775537055.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d48b9faa250_1775537055.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>TOYOX สนับสนุน “ก้าวเพื่อน้อง ปีที่ 6” มอบทุนการศึกษากับมูลนิธิก้าวคนละก้าว</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/3841-toyox-สนับสนุน-ก้าวเพื่อน้อง-ปีที่-6-มอบทุนการศึกษากับมูลนิธิก้าวคนละก้าว</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/3841-toyox-สนับสนุน-ก้าวเพื่อน้อง-ปีที่-6-มอบทุนการศึกษากับมูลนิธิก้าวคนละก้าว</guid>
            <pubDate>Mon, 06 Apr 2026 22:10:53 +0700</pubDate>
            <dc:creator>เกษฎาภรณ์ สำเริงรัมย์</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[TOYOX สนับสนุน “ก้าวเพื่อน้อง ปีที่ 6” มอบทุนการศึกษา พร้อมร่วมสร้าง Green Run ในงาน Crayon Shinchan Amazing Thailand Fun Run 2026 กับมูลนิธิก้าวคนละก้าว...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify"><strong style="background-color: transparent;">TOYOX สนับสนุน “ก้าวเพื่อน้อง ปีที่ 6” มอบทุนการศึกษา พร้อมร่วมสร้าง Green Run ในงาน Crayon Shinchan Amazing Thailand Fun Run 2026 กับมูลนิธิก้าวคนละก้าว&nbsp;</strong></p><p><br></p><p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">บริษัท ทีทีที คอร์ปอเรชั่น จำกัด (TTT Corporation) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สายยางอุตสาหกรรมภายใต้แบรนด์ TOYOX เดินหน้าส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยให้การสนับสนุนโครงการ “ก้าวเพื่อน้อง ปีที่ 6” เพื่อร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลน พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตในระยะยาว</span></p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">นอกจากการสนับสนุนด้านการศึกษาแล้ว TOYOX ยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน “Crayon Shinchan Amazing Thailand Fun Run 2026” โดยนำแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมมาประยุกต์ใช้ ภายใต้รูปแบบ “Green Run” เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมงานในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน</span></p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">ภายในงาน มีการจัดเตรียมจุดคัดแยกขยะ เพื่อรณรงค์ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมตระหนักถึงการลดปริมาณขยะและการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งยังมีการดูแลพื้นที่สีเขียวโดยใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการใช้อุปกรณ์สายยางคุณภาพจาก TOYOX เพื่อคงความสดชื่นและความสวยงามของพื้นที่ตลอดระยะเวลาการจัดงาน</span></p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">นอกจากนี้ TOYOX ยังได้ร่วมสนับสนุนของรางวัลภายในงาน โดยมอบผลิตภัณฑ์สายยาง TOYOX จำนวน 8 รางวัล เพื่อส่งเสริมแนวคิดการใช้น้ำอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพในชีวิตประจำวันแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม</span></p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">การดำเนินงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ TOYOX ในการมีส่วนร่วมสร้างสรรค์สังคม ผ่านการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษา ควบคู่ไปกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน</span></p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์: </span><a href="https://ttt-corporation.co.th/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="background-color: transparent; color: rgb(17, 85, 204);">https://ttt-corporation.co.th/</a><span style="background-color: transparent;"> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หรือ LINE : @toyox (</span><a href="https://lin.ee/WQmyTkb" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="background-color: transparent; color: rgb(17, 85, 204);">https://lin.ee/WQmyTkb</a><span style="background-color: transparent;">)&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หรือ Facebook: สายยางต้อง TOYOX - by TTT Corporation &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หรือ โทร. 02-729-5334-6</span></p><p><br></p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d36be9b0763_1775463401.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d36be9b0763_1775463401.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>เปิดวาร์ป 2 ไอเท็มจากร้าน ADJ: ชุดเดรส &#039;ซักง่าย-ไม่ยับ&#039; คู่กับกระเป๋าตัวอึดราคาหลักร้อย!</title>
            <link>https://prnewsplus.com/products/3842-เปิดวาร์ป-2-ไอเท็มจากร้าน-adj-ชุดเดรส-ซักง่าย-ไม่ยับ-คู่กับกระเป๋าตัวอึดราคาหลักร้อย</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/products/3842-เปิดวาร์ป-2-ไอเท็มจากร้าน-adj-ชุดเดรส-ซักง่าย-ไม่ยับ-คู่กับกระเป๋าตัวอึดราคาหลักร้อย</guid>
            <pubDate>Mon, 06 Apr 2026 22:10:52 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Nuttinee s</dc:creator>
            <category>สินค้าและบริการ</category>
            <description><![CDATA[ป้ายยา 2 ไอเท็มเด็ดจาก ADJ! ชุดเดรส Royal Robbins กันเลอะ-ไม่ยับ คู่กระเป๋า Outdoor Products สุดอึดหลักร้อย ตอบโจทย์สายลุยคนรุ่นใหม่ ให้ชีวิตง่ายขึ้น 300%...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>      ในยุคที่การใช้ชีวิตต้องการความคล่องตัว (Mobility) และฟังก์ชัน (Function) มาควบคู่กับดีไซน์ที่ Timeless การเลือกไอเท็มคู่ใจสักชิ้นจึงไม่ใช่แค่เรื่องของแฟชั่น แต่เป็นเรื่องของ "Lifestyle Solution" วันนี้ <a href="https://the-adjective.com" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>The Adjective (ADJ)</strong></a> ร้านที่รวม Multi-brand แฟชั่นระดับโลกที่คัดสรรเฉพาะแบรนด์ที่มี DNA ชัดเจน ทั้งในเรื่องของความทนทาน (Durability) และความคลาสสิค</p><p>      ไม่ว่าคุณจะเป็นสาย Outdoor ที่ชอบเดินทาง หรือพนักงานออฟฟิศ ที่ต้องรับมือกับความวุ่นวายในแต่ละวัน ไอเท็มจาก <strong>Royal Robbins</strong> และ <strong>Outdoor Products</strong> คือคำตอบที่จะทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นแบบ 300%</p><p><br></p><h2><strong>ไปทำความรู้จักกับ 2 ไอเท็มเด็ดที่เป็น "Hidden Gems" ของร้านในซีซันนี้กัน</strong></h2><p><br></p><h3><strong>1. </strong><a href="https://the-adjective.com/products/womens-spotless-traveler-dress-s-s-royal-robbins" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>Royal Robbins: Spotless Traveler Dress S/S</strong></a> <strong>นิยามใหม่ของเดรสเดินทาง: สวยเนี้ยบ จบปัญหาคราบเลอะ</strong></h3><p>หากพูดถึงแบรนด์ <strong>Royal Robbins</strong> หลายคนอาจนึกถึงเสื้อผ้าเดินป่าระดับตำนานจากอเมริกา แต่รู้หรือไม่ว่าเทคโนโลยีผ้าของเขานั้น "ล้ำ" จนกลายเป็นไอเท็มโปรดของเหล่า Traveler ทั่วโลก โดยเฉพาะรุ่น <strong>Spotless Traveler Dress S/S</strong> ที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงที่ต้องการความดูดีในสไตล์มินิมอล แต่ไม่อยากเสียเวลากับการดูแลรักษาที่ยุ่งยาก</p><p>ราคา: 3,900 บาท</p><h4><strong>ทำไมต้อง Spotless Traveler Dress?</strong></h4><ul><li><strong>HeiQ Stain Away Technology (PFC-Free):</strong> โดยปกติแล้ว สารกันน้ำหรือกันคราบในเสื้อผ้าเอ้าท์ดอร์มักใช้สารกลุ่ม <em>Perfluorinated Chemicals (PFCs)</em> ซึ่งเป็นสารเคมีที่ย่อยสลายยาก และส่งผลเสียต่อระบบนิเวศในระยะยาว แต่ <strong>HeiQ Stain Away</strong> ที่ Royal Robbins เลือกใช้นั้น <strong>ปราศจากสาร PFCs 100%</strong> ซึ่งเทคโนโลยีนี้ช่วยให้คราบสกปรกที่เป็นของเหลว (Water-based stains) เช่น กาแฟ ไวน์ หรือคราบอาหาร ไม่ฝังลึกลงในใยผ้า เพียงแค่ใช้น้ำล้างเบาๆ คราบก็จะหลุดออกอย่างง่ายดาย เหมาะกับสายลุยสุดๆ</li><li><strong>Safe for Skin &amp; Planet: </strong>การไม่มีสาร PFCs หมายความว่าชุดเดรสตัวนี้ปลอดภัยต่อผิวสัมผัส ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง  และไม่ทิ้งสารตกค้างที่เป็นอันตราย ต่อแหล่งน้ำในทุกครั้งที่คุณซักผ้าอีกด้วย</li><li><strong>เนื้อผ้า Technical Fabric ที่เหนือกว่า:</strong> ผลิตจากส่วนผสมของ Polyester และ Elastane ให้สัมผัสที่นุ่มสบายแต่ยืดหยุ่นได้ถึง 4 ทิศทาง (<strong>4-Way Stretch</strong>) ช่วยให้ทุกการเคลื่อนไหวไม่ติดขัด ระบายอากาศได้ยอดเยี่ยม (Breathable) และที่สำคัญที่สุดคือ <strong>"Wrinkle Resistant"</strong> หรือ<strong>ผ้าไม่ยับง่าย</strong>นั่นเอง ต่อให้คุณพับเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทางที่อัดแน่น แค่หยิบออกมาสะบัดก็พร้อมใส่ได้ทันทีโดยไม่ต้องง้อเตารีด</li><li><strong>ฟังก์ชันที่คิดมาเพื่อคุณ:</strong> นอกจากดีไซน์คอวีที่ดูโปร่งและทันสมัย ชุดนี้ยังมี <strong>Hidden Zip Pocket</strong> หรือกระเป๋าซ่อนสำหรับเก็บเงินหรือบัตรสำคัญเวลาเดินทาง และยังมีค่ากันแดด <strong>UPF 40+</strong> ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดเมืองไทยได้เป็นอย่างดี</li></ul><p><strong>The Adjective DNA:</strong> การเลือก Royal Robbins เข้ามาจำหน่าย สะท้อนถึงความเชื่อของร้านที่ว่า "เสื้อผ้าที่ดีต้องช่วยซัพพอร์ตการใช้ชีวิต" ชุดเดรสตัวนี้จึงไม่ใช่แค่ชุดสวย แต่มันคือเทคโนโลยีที่คุณสวมใส่ได้จริงในทุกวัน</p><h3><br></h3><h3><strong>2. </strong><a href="https://the-adjective.com/products/2508-one-strap-bag-outdoor-products" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>Outdoor Products: 2508 ONE STRAP BAG</strong></a> <strong>กระเป๋าถือใบเล็กทรงซาลาเปา รุ่นตำนานจากอเมริกาในราคาหลักร้อย</strong></h3><p>ถัดมาที่ไอเท็มเสริมลุคให้ดูน่ารักแถมคล่องตัวยิ่งขึ้นสำหรับคุณผู้หญิง กับแบรนด์ <strong>Outdoor Products</strong> แบรนด์กระเป๋าจากแคลิฟอร์เนียที่สร้างชื่อเสียงมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1973 โดยรุ่น <strong>2508 ONE STRAP BAG</strong> คือไอเท็มที่รวมความ "เรียบ ง่าย ทน จุ" เอาไว้ในใบเดียว</p><p>ราคา: 850 บาท</p><h4><strong>ไฮไลต์เด็ดของ 2508 ONE STRAP BAG</strong></h4><ul><li><strong>Design &amp; Versatility:</strong> ตัวกระเป๋ามาในดีไซน์ที่คนไทยนิยมเรียกว่า <strong>"ทรงซาลาเปา"</strong> หรือทรงขนมจีบ ด้วยรูปทรงที่โค้งมน ดูน่ารัก จะใช้เป็น <strong>กระเป๋าถือใบเล็ก</strong> คล้องแขนเก๋ๆ ก็เข้ากับทุกลุค ตั้งแต่ชุดเดรสมินิมอล ไปจนถึงลุคสายลุย</li><li><strong>Heavy-Duty Materials:</strong> DNA ของ Outdoor Products คือความอึด แม้หน้าตาจะดูน่ารักแบบทรงซาลาเปา แต่เลือกใช้วัสดุผ้าที่มีความทน (Heavy-duty) ทนทานต่อการเสียดสี มั่นใจได้ในมาตรฐานความทนทานแบบอเมริกัน</li><li><strong>Capacity ที่ลงตัว (เล็กแต่จุ):</strong> แม้ภายนอกจะดูคอมแพคแบบ <strong>Mini Bag</strong> แต่ด้วยก้นกระเป๋าที่กว้างทำให้ภายในสามารถบรรจุของจำเป็นพื้นฐาน (Daily Essentials) ได้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน กระเป๋าสตางค์ พาวเวอร์แบงค์ หรือของจุกจิกของสาวๆ ทำให้วันเบาๆ ของคุณคล่องตัวที่สุด</li><li><strong>Unbeatable Value:</strong> ด้วยราคาเพียง <strong>850 บาท</strong> ทำให้กระเป๋าทรงซาลาเปารุ่นนี้กลายเป็นไอเท็มที่คุ้มค่าที่สุดใบหนึ่งในร้าน ADJ เมื่อเทียบกับอายุการใช้งานที่ยาวนานหลายปี และดีไซน์ที่ไม่มีวันตกยุค</li></ul><h3><br></h3><h3><strong>เป็นเจ้าของไอเท็มเด็ดได้แล้ววันนี้ที่ร้าน ADJ (The Adjective)</strong></h3><p>หากคุณกำลังมองหาไอเท็มที่ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชัน ดีไซน์ และความคุ้มค่า แวะมาสัมผัสเนื้อผ้า และลองสวมใส่ได้ที่<strong>ร้าน ADJ</strong> ทุกสาขา หรือสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกสบายได้ตลอด 24 ชั่วโมง</p><p><strong>ช่องทางการติดตามและสั่งซื้อ:</strong></p><ul><li><strong>Official Website:</strong> <a href="https://the-adjective.com" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">the-adjective.com</a></li><li><strong>Line:</strong> <a href="https://page.line.me/@theadjective" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">@TheAdjective</a></li><li><strong>Tiktok:</strong> <a href="https://www.tiktok.com/@the_adjectiveth" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">The Adjective TH</a></li><li><strong>Instagram:</strong> <a href="https://www.instagram.com/theadjective/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">theadjective</a></li><li><strong>Facebook:</strong> <a href="https://web.facebook.com/TheAdjective" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">The Adjective</a></li><li><strong>Shopee:</strong> <a href="https://shopee.co.th/theadjective_flagship_store" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">The Adjective Flagship Store</a></li><li><strong>Lazada:</strong> <a href="https://www.lazada.co.th/shop/the-adjective" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">The Adjective Shop</a></li></ul><p><strong>ค้นหาสาขาใกล้บ้านคุณ:</strong> <a href="https://the-adjective.com/pages/location" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">The Adjective Store Locations</a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d3b65b42301_1775482459.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d3b65b42301_1775482459.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>อินเตอร์ไฟเบอร์ คอนเทนเนอร์ ต้อนรับนิสิตจุฬาฯ เปิดประสบการณ์เรียนรู้ “การผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก”</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/3840-อินเตอร์ไฟเบอร์-คอนเทนเนอร์-ต้อนรับนิสิตจุฬาฯ-เปิดประสบการณ์เรียนรู้-การผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/3840-อินเตอร์ไฟเบอร์-คอนเทนเนอร์-ต้อนรับนิสิตจุฬาฯ-เปิดประสบการณ์เรียนรู้-การผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก</guid>
            <pubDate>Mon, 06 Apr 2026 14:54:13 +0700</pubDate>
            <dc:creator>บจก.อินเตอร์ไฟเบอร์ คอนเทนเนอร์</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[อินเตอร์ไฟเบอร์ คอนเทนเนอร์ เปิดโรงงานต้อนรับนิสิตจุฬาฯ เรียนรู้กระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมแนวคิด Design for Manufacturing...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>	เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 บริษัท อินเตอร์ไฟเบอร์ คอนเทนเนอร์ จำกัด ให้การต้อนรับคณาจารย์และนิสิตชั้นปีที่ 1 สาขาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 50 คน ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิต ณ โรงงานของบริษัทฯ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียน และเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่ภาคอุตสาหกรรมจริง</p><p><br></p><p>	การเยี่ยมชมครั้งนี้ นิสิตได้เรียนรู้ภาพรวมของกระบวนการผลิต “บรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก” แบบครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการขึ้นรูปแผ่นกระดาษลูกฟูก การผลิตกล่อง การตรวจสอบคุณภาพสินค้า ไปจนถึงการเตรียมส่งมอบให้ลูกค้า โดยครอบคลุมทั้งรูปแบบการผลิตแบบ Mass Production และการผลิตแบบ On Demand ที่ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัลเพื่อสร้างสรรค์สื่อการตลาด (POSM)</p><p><br></p><p>	หนึ่งในไฮไลต์ของกิจกรรม คือการสาธิตการผลิตชั้นวางสินค้าจากกระดาษลูกฟูก ซึ่งเปิดโอกาสให้นิสิตได้เห็นการทำงานของเครื่องจักรในสายการผลิตจริง พร้อมเรียนรู้ระบบควบคุมคุณภาพที่ได้มาตรฐานในทุกขั้นตอน นอกจากนี้ ทีมผู้เชี่ยวชาญของบริษัทฯ ยังได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน Design for Manufacturing การวางแผนการผลิต การบริหารจัดการต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพในสายงานโปรดักชัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับนักออกแบบอุตสาหกรรมในการพัฒนาผลงานที่สามารถผลิตได้จริงในระดับอุตสาหกรรม บรรยากาศภายในกิจกรรมเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง นิสิตให้ความสนใจ ซักถาม และมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง</p><p><br></p><p>	บริษัท อินเตอร์ไฟเบอร์ คอนเทนเนอร์ จำกัด มุ่งมั่นในการสนับสนุนภาคการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดโอกาสให้สถาบันการศึกษาเข้ามาเรียนรู้กระบวนการทำงานในภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต</p><p><br></p><p>ติดต่อเยี่ยมชมโรงงานที่เบอร์ 02-421-9999 ฝ่ายการตลาดและการสื่อสารองค์กร</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d3667369473_1775462003.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d3667369473_1775462003.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>สัปดาห์แห่งการ &quot;Breakthrough&quot; — เมื่อพลังธาตุไฟพุ่งพล่านก่อนสงกรานต์ 2569</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/3839-ดวงธุรกิจรายสัปดาห์-6-12-เมษายน-2569</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/3839-ดวงธุรกิจรายสัปดาห์-6-12-เมษายน-2569</guid>
            <pubDate>Mon, 06 Apr 2026 07:00:04 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[เจาะลึกดวงธุรกิจรายสัปดาห์ 6 – 12 เมษายน 2569 วิเคราะห์พลังธาตุไฟหนุนดวงมหาเศรษฐี ราศีกรกฎ-มังกรเตรียมรับทรัพย์ จังหวะปิดดีลทองของชาวราศีเมษ-ตุลย์ พร้อมตารางสีมงคลและทิศเรียกทรัพย์ประจำสัปดาห์ที่นักธุรกิจห้ามพลาด!...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>สัปดาห์ที่ 6 – 12 เมษายน 2569 นี้ ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาของการเตรียมตัวหยุดยาว แต่ในทางโหราศาสตร์ธุรกิจ นี่คือช่วงที่ <strong>ธาตุไฟ (Fire Element)</strong> ทำงานร่วมกับ <strong>ดาวอังคาร</strong> อย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดแรงขับเคลื่อน (Drive) ในการปิดยอดและเคลียร์โปรเจกต์ที่ค้างคามาตั้งแต่ต้นปี ใครที่จับจังหวะถูกจะสามารถสร้าง "New High" ได้ก่อนสิ้นสุดไตรมาสแรกของปีไทย</p><h3><strong>🔥 กลุ่มที่ 1: "Business Hero" — ราศีที่การเจรจาทรงพลัง ปิดดีลได้เฉียบขาด</strong></h3><p><strong>ราศีเมษ (Aries)</strong></p><p>ดาวประจำตัวโคจรอยู่ในตำแหน่งที่ให้คุณด้านอำนาจและการตัดสินใจ หากคุณมีแผนจะนำเสนอ Project ใหญ่ หรือขออนุมัติงบประมาณจากบอร์ดบริหาร สัปดาห์นี้คือ "นาทีทอง"</p><ul><li><strong>💡 แนะนำ:</strong> เน้นการเจรจาใน <strong>วันอังคารช่วง 10:30–12:00 น.</strong> พลังงานธาตุไฟจะช่วยให้คำพูดของคุณดูน่าเชื่อถือและมีพลังโน้มน้าวสูง</li></ul><p><strong>ราศีตุลย์ (Libra)</strong></p><p>ดวงชะตาเด่นเรื่อง "Consensus" หรือการสร้างความเห็นพ้อง เหมาะมากสำหรับนักธุรกิจที่ต้องการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท หรือการทำสัญญาที่ต้องพึ่งพาการยินยอมจากหลายฝ่าย</p><ul><li><strong>💡 แนะนำ:</strong> การนัดทานข้าวเพื่อคุยธุรกิจในบรรยากาศกึ่งทางการจะช่วยให้ปิดดีลได้ง่ายขึ้น</li></ul><p><br></p><h3><strong>💰 กลุ่มที่ 2: "Wealth Magnet" — ราศีที่กระแสเงินสดไหลเข้าและโชคลาภเด่น</strong></h3><p><strong>ราศีกรกฎ (Cancer)</strong></p><p>หยิบจับอะไรเป็นเงินเป็นทอง โดยเฉพาะคนที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ "บ้าน ที่ดิน หรือของตกแต่ง" จะมีกระแสเงินสดไหลเข้ามืออย่างต่อเนื่องจากยอดค้างชำระเดิม</p><ul><li><strong>💡 แนะนำ:</strong> เป็นจังหวะดีที่จะ Re-invest ในสินทรัพย์ที่มั่นคง หรือซื้อทองคำเก็บไว้เสริมฮวงจุ้ยการเงิน</li></ul><p><strong>ราศีมังกร (Capricorn)</strong></p><p>โชคลาภมักมาจาก "คอนเนกชันเก่า" เพื่อนฝูงหรือลูกค้าเก่าจะกลับมาพร้อมโปรเจกต์ใหม่ที่สร้างกำไรให้คุณอย่างรวดเร็ว (Quick Win)</p><ul><li><strong>💡 แนะนำ:</strong> หากกำลังทำ <strong>Affiliate Marketing</strong> หรือช่องทางออนไลน์ สัปดาห์นี้ยอด Conversion จะสูงขึ้นเป็นพิเศษ</li></ul><p><br></p><h3><strong>🎨 ตารางสรุป: สีมงคลและทิศเรียกทรัพย์ (6 – 12 เมษายน 2569)</strong></h3><h3><strong>กลุ่มราศีสีมงคลเรียกทรัพย์ทิศมงคลส่งเสริมธุรกิจ</strong></h3><h3 class="ql-align-center"><img src="https://prnewsplus.com/uploads/posts/content/2026/04/69d282f074c74_1775403760.webp"></h3><p><strong>⚠️ สัญญาณจากดาว: ระวังความใจร้อนและระบบ IT</strong></p><p>ในช่วงสัปดาห์นี้ แม้พลังธาตุไฟจะส่งผลดีต่อความรวดเร็ว แต่ <strong>ดาวพุธ (Mercury)</strong> ยังคงมีจังหวะโคจรที่ "ไม่นิ่ง" ส่งผลกระทบต่อระบบหลังบ้าน (Back-end) และความปลอดภัยทางไซเบอร์</p><p><br></p><p><strong>สิ่งที่นักธุรกิจควรระวัง:</strong></p><ol><li><strong>การโอนเงินผิดบัญชี:</strong> ตรวจสอบเลขบัญชีและยอดเงินซ้ำทุกครั้งก่อนกด Confirm</li><li><strong>Server Down:</strong> หากทำธุรกิจ E-commerce ควรเตรียมทีม Support ไว้รองรับช่วง Traffic พุ่งสูง</li><li><strong>อารมณ์ชั่ววูบ:</strong> หลีกเลี่ยงการตอบโต้คอมเมนต์หรืออีเมลในขณะที่อารมณ์ไม่คงที่</li></ol><p><br></p><h3><strong>❓ FAQ — คำถามที่พบบ่อยประจำสัปดาห์</strong></h3><ul><li><strong>ถาม: วันไหนเหมาะที่สุดสำหรับการ "เปิดตัวสินค้าใหม่" ในสัปดาห์นี้?</strong></li><li class="ql-indent-1"><strong>ตอบ:</strong> วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2569 ช่วงเวลา 08:30–10:30 น. เป็นฤกษ์มงคลที่ส่งเสริมความมั่นคงและการเติบโตในระยะยาว</li><li><strong>ถาม: สัปดาห์นี้ควรลงทุนในสินทรัพย์ประเภทไหน?</strong></li><li class="ql-indent-1"><strong>ตอบ:</strong> พลังธาตุไม้และไฟส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาด (Green Energy) และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จะมียอดขายพุ่งสูงในช่วงสงกรานต์</li><li><strong>ถาม: สีที่ควรเลี่ยงในสัปดาห์นี้คือสีอะไร?</strong></li><li class="ql-indent-1"><strong>ตอบ:</strong> สีดำสนิทและสีน้ำเงินเข้มจัด อาจทำให้พลังงานด้านความคิดสร้างสรรค์ของคุณลดทอนลงในสัปดาห์ที่มีพลังธาตุไฟนำแบบนี้</li></ul><p><br></p><p><em>ติดตามวิเคราะห์ดวงธุรกิจเชิงลึกแบบนี้ได้ทุกสัปดาห์ที่ </em><a href="https://prnewsplus.com" rel="noopener noreferrer" target="_blank"><strong><em>PRNewsPlus.com</em></strong></a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d2839468bac_1775403924.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d2839468bac_1775403924.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>หน้าสวยเป๊ะมีมิติ ครบจบในตลับเดียวด้วย KMA Shape &amp; Shine Palette</title>
            <link>https://prnewsplus.com/health/3835-หน้าสวยเป๊ะมีมิติ-ครบจบในตลับเดียวด้วย-kma-shape-shine-palette</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/health/3835-หน้าสวยเป๊ะมีมิติ-ครบจบในตลับเดียวด้วย-kma-shape-shine-palette</guid>
            <pubDate>Fri, 03 Apr 2026 17:21:38 +0700</pubDate>
            <dc:creator>บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน)</dc:creator>
            <category>สุขภาพ / ความงาม</category>
            <description><![CDATA[หน้าสวยเป๊ะมีมิติ ครบจบในตลับเดียวด้วย KMA Shape & Shine Palette...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: rgb(5, 5, 5);">เครื่องสำอาง&nbsp;</span>	<span style="color: rgb(5, 5, 5);">KMA&nbsp;ในเครือ โอซีซี แนะนำไอเทมใหม่&nbsp;</span><strong style="color: rgb(5, 5, 5);">Shape &amp; Shine Palette&nbsp;</strong><span style="color: rgb(5, 5, 5);">พาเลตต์&nbsp;3-in-1&nbsp;ที่</span>	<span style="color: rgb(5, 5, 5);">รวมคอนทัวร์ บลัช และไฮไลท์ แบบ</span>	<span style="color: rgb(5, 5, 5);">&nbsp;Light-Reflecting&nbsp;ช่วยสร้างกรอบหน้า เติมสีสัน เพิ่มความสวยให้ใบหน้าแลดูมีมิติ ผิวโกลว์เล่นแสงอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยเนื้อสัมผัส&nbsp;Soft Matte Powder&nbsp;เนียนละเอียด เกลี่ยง่าย เม็ดสีชัด ติดทน สามารถเลเยอร์เพิ่มความเข้มได้ตามต้องการ พร้อมเฉดสีที่ถูกพัฒนาขึ้นให้เหมาะกับโทนผิวคนไทยและเอเชีย สามารถใช้งานได้ครบทุกสีในตลับเดียว&nbsp;</span>		<span style="color: rgb(5, 5, 5);">มีให้เลือก&nbsp;</span>	<span style="color: rgb(5, 5, 5);">2&nbsp;โทนสี เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ได้แก่&nbsp;01 STAY COOL&nbsp;สำหรับผิวขาวถึงขาวอมชมพู ให้ลุคใสละมุน และ&nbsp;02 STAY WARM&nbsp;สำหรับผิวโทนเหลืองถึงน้ำผึ้ง ให้ลุคสุขภาพดี</span>	<span style="color: rgb(5, 5, 5);">&nbsp;</span>	<span style="color: rgb(5, 5, 5);">วางจำหน่ายแล้ววันนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ที่&nbsp;</span>	<a href="https://shop.kma-cosmetics.com/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="color: rgb(5, 99, 193);">https://shop.kma-cosmetics.com</a>	<span style="color: rgb(5, 5, 5);">, TikTok, Shopee, Lazada,&nbsp;Konvy&nbsp;รวมถึงห้างสรรพสินค้า และร้านเครื่องสำอางชั้นนำทั่วประเทศ</span></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ce18321989b_1775114290.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ce18321989b_1775114290.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>เมกาโฮม เปิดเกมใหม่ ผ่านหนังโฆษณาออนไลน์ “ช่างเลือกเมกาโฮม”</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/3836-เมกาโฮม-เปิดเกมใหม่-ผ่านหนังโฆษณาออนไลน์-ช่างเลือกเมกาโฮม</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/3836-เมกาโฮม-เปิดเกมใหม่-ผ่านหนังโฆษณาออนไลน์-ช่างเลือกเมกาโฮม</guid>
            <pubDate>Fri, 03 Apr 2026 17:21:36 +0700</pubDate>
            <dc:creator>พรภวิษย์ กาญจนมาศ</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[เกิดอะไรขึ้น? ทำไมช่วงนี้ช่างยิ้มทั้ง….วัน !! คำถามที่หลายคนเริ่มสังเกต กลายเป็นจุดเริ่มต้นของหนังโฆษณาออนไลน์ชุดใหม่ “ช่างเลือกเมกาโฮม” ที่ไม่ได้เพียงชวนให้คนคลิกดูเพียงอย่างเดียว...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>เกิดอะไรขึ้น? ทำไมช่วงนี้ช่างยิ้มทั้ง….วัน !!</strong> คำถามที่หลายคนเริ่มสังเกต กลายเป็นจุดเริ่มต้นของหนังโฆษณาออนไลน์ชุดใหม่ <strong>“ช่างเลือกเมกาโฮม”</strong> ที่ไม่ได้เพียงชวนให้คนคลิกดูเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่หนังโฆษณาฯ ชุดนี้กำลังถ่ายทอด เป็นมากกว่าแค่การเรียกความสนใจ เพราะภายใต้โทนเล่าเรื่องที่ดูเบาและเข้าถึงง่าย <strong>เมกาโฮมกำลังค่อยๆ พาคนดูไปเห็น “ความจริงหน้างานชีวิตช่าง” ว่า เบื้องหลังรอยยิ้ม ไม่ได้เกิดจากเรื่องเล็กน้อย หากแต่เกิดจากการที่งานเดินต่อได้ ของไม่ขาด งานไม่สะดุด และมี “ตัวเลือกที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น” ที่ช่วยให้ช่างมั่นใจ และสามารถรับผิดชอบงานตรงหน้าได้จนจบ</strong></p><p><strong>คุณอุไรวรรณ ตันติพิริยะกิจ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจปฏิบัติการและการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร</strong> กล่าวว่า ในมุมของเมกาโฮม (บริษัทในเครือฯ ภายใต้การดูแลของโฮมโปร) การจัดทำหนังโฆษณาออนไลน์ชุดนี้ สะท้อนการยกระดับแบรนด์ขึ้นอย่างชัดเจน ว่าเมกาโฮมไม่ได้ต้องการเป็นร้านขายของ หรือเน้นแค่โปรดีๆ เพียงอย่างเดียว แต่เราขอยืนยันเรื่อง <strong>“ผลลัพธ์งานช่าง”</strong> ที่เข้าใจชีวิตจริง พร้อมอยู่เคียงข้าง และยกย่องความเชี่ยวชาญของช่างในฐานะผู้ตัดสินใจสำคัญในหน้างาน</p><p>หนังโฆษณาออนไลน์ “ช่างเลือกเมกาโฮม ทำให้ภาพจำของเมกาโฮมชัดเจนขึ้นว่า เราไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและงานช่างเท่านั้น แต่เป็น <strong>‘ร้านที่เลือกข้างช่าง’</strong> และออกแบบประสบการณ์ให้ช่าง เลือกซื้อได้สะดวก รวดเร็ว คุ้มค่า และมั่นใจมากขึ้น ขณะเดียวกันเมื่อต้องเจองานยาก งานเร่ง หรืองานที่พลาดไม่ได้ เมกาโฮมก็พร้อมเป็นตัวเลือกที่ช่วยแบกความเสี่ยงไปด้วยกัน”</p><p>เมกาโฮม ได้เสริมน้ำหนักให้หนังโฆษณาฯ ชุดนี้ ด้วยอินไซต์สำคัญว่า “ช่างคือคนที่รับความเสี่ยงหลายด้าน” เพราะหน้างาน หากเกิดปัญหาหรือความเสียหาย ช่างจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบก่อน ของขาดช่างก็โดนก่อน งานช้าช่างก็เสียเครดิต และของที่เสียหายก็เป็นช่างที่ต้องควักเงินซ่อมเอง—เรื่องเหล่านี้ ทำให้การมาที่เมกาโฮม ไม่ใช่เรื่องของราคาอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการลดโอกาสผิดพลาด ลดต้นทุนที่มองไม่เห็น และรักษาความต่อเนื่องของรายได้จากงานถัดไปด้วย</p><p>ด้วยเหตุนี้ เมกาโฮมจึงนำ <strong>4 หัวใจหลักของธุรกิจ</strong>อย่าง <strong>“ถูก ครบ ไว และน่าเชื่อถือ”</strong> มาใช้ในหนังโฆษณาออนไลน์ชุดนี้ ถ่ายทอดให้เห็นผลลัพธ์ของงานช่างอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการ<strong>ช่วยควบคุมต้นทุน ช่วยจบงานไว เลือกของครบในที่เดียว และลดความเสียหายตั้งแต่ต้นทาง</strong></p><p>คอนเซ็ปต์ของหนังโฆษณาฯ ชุดนี้คือ การทำให้คนดู <strong>“รู้ว่าเมกาโฮมคือใคร และทำไมต้องเลือกเมกาโฮม”</strong> ผ่านการเล่าเรื่องที่ตรงไปตรงมา แต่สร้างภาพจำชัดว่า <strong>เมกาโฮม คือ ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและงานช่างแบบครบวงจรที่ตอบโจทย์ช่าง-ผู้รับเหมา-สาย DIY รุ่นใหม่ ได้จริง</strong> ทั้งเรื่องสินค้าครบ ราคาคุ้ม บริการดี และความน่าเชื่อถือ โดยถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของช่างหลากหลายรูปแบบที่ “ยิ้ม” จากผลลัพธ์ของการมี <strong>“ตัวเลือกที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น”</strong> ไม่ว่าจะเป็น</p><ul><li><strong>สินค้าคุณภาพ ที่ช่วยให้งานจบไวและไม่ต้องแก้ซ้ำ</strong></li><li><strong>บริการส่งฟรี 40 กิโลเมตร ลดการวิ่งหาของจากหลายๆ ที่</strong></li><li><strong>โปรโมชันที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มกำไร</strong></li><li><strong>ส่วนลด 3% สำหรับสมาชิกช่าง ตั้งแต่บาทแรก</strong></li></ul><p><strong>ทั้งหมดนี้ทำให้หนังโฆษณาออนไลน์ชุดนี้ ไม่ได้เพียงแค่ขายสินค้า แต่ถ่ายทอดความรู้สึกว่า “เมกาโฮม คือแบรนด์ที่คัดสรรสิ่งที่ “คุ้มและใช่” เพื่อให้ช่างและลูกค้า สามารถทำงานได้ลื่นไหล และจบงานได้อย่างมั่นใจ</strong></p><p><strong>รับชมหนังโฆษณาออนไลน์ “ช่างเลือกเมกาโฮม” ได้ที่ : </strong><a href="https://www.youtube.com/watch?v=df8XKYY8PPw" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>https://www.youtube.com/watch?v=df8XKYY8PPw</strong></a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ce1d39ee145_1775115577.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ce1d39ee145_1775115577.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Cummins เสริมศักยภาพเจ้าของเรือไทย ด้วยเครื่องยนต์ KTA38 &amp; KTA50 มาตรฐานระดับโลก</title>
            <link>https://prnewsplus.com/products/3837-cummins-เสริมศักยภาพเจ้าของเรือไทย-ด้วยเครื่องยนต์-kta38-kta50-มาตรฐานระดับโลก</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/products/3837-cummins-เสริมศักยภาพเจ้าของเรือไทย-ด้วยเครื่องยนต์-kta38-kta50-มาตรฐานระดับโลก</guid>
            <pubDate>Fri, 03 Apr 2026 17:21:35 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Cummins DKSH</dc:creator>
            <category>สินค้าและบริการ</category>
            <description><![CDATA[พลังขับเคลื่อนระดับโลก ตอบโจทย์ทุกการใช้งานทางทะเล...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>คัมมิ่นส์ (Cummins)</strong> คือผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันพลังงานและเครื่องยนต์ดีเซล ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า <strong>100 ปี</strong> และเครือข่ายการดำเนินงานมากกว่า <strong>9,000 แห่งในกว่า 190 ประเทศทั่วโลก</strong> รวมถึงประเทศไทย ซึ่ง Cummins ดำเนินธุรกิจผ่านการร่วมทุนในนาม <strong>บริษัท คัมมิ่นส์ ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด</strong> หรือ <strong>Cummins DKSH (Thailand) Limited</strong> <strong>ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพียงรายเดียวในประเทศไทย</strong></p><p>&nbsp;</p><p>Cummins ตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาดเครื่องยนต์เรือของประเทศไทย ด้วยการเน้นย้ำคุณค่าของ <strong>เครื่องยนต์เรือ Cummins รุ่น KTA38 </strong>และ<strong> KTA50</strong> ซึ่งได้รับการใช้งานและพิสูจน์แล้วในตลาดไทย โดยชูจุดเด่นด้าน<strong>ความปลอดภัย ความเชื่อถือได้ และความทนทาน</strong> เพื่อตอบสนองความต้องการของการใช้งานทางทะเลเชิงพาณิชย์และการปฏิบัติงานเฉพาะทางที่ต้องการมาตรฐานสูงสุดในการดำเนินงาน</p><p>&nbsp;</p><p><strong>อุตสาหกรรมทางทะเล</strong>เป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ<strong>ความปลอดภัยเป็นอันดับแรก</strong> เครื่องยนต์เรือ <strong>Cummins รุ่น KTA38 </strong>และ<strong> KTA50</strong> ได้รับการออกแบบให้การทำงานมี<strong>ความเสถียรและต่อเนื่อง</strong> ช่วยลดความเสี่ยงจากการหยุดทำงานโดยไม่คาดคิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของลูกเรือ เรือ และทรัพย์สิน เครื่องยนต์ทั้งสองรุ่นได้รับการพิสูจน์แล้วจากการใช้งานจริงใน <strong>เรือพาณิชย์และเรือปฏิบัติงานพิเศษ </strong>ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย</p><p>&nbsp;</p><p>นอกเหนือจากสมรรถนะและความปลอดภัย <strong>เครื่องยนต์เรือ Cummins</strong> ยังได้รับการพัฒนาให้<strong>รองรับการใช้งานกับเรือหลากหลายประเภท</strong> ครอบคลุมทุกภารกิจทางทะเล ไม่ว่าจะเป็น<strong>เรือยอร์ช (Yacht)</strong> สำหรับการท่องเที่ยวและการใช้งานระดับพรีเมียม, <strong>เรือเร็ว (Speed Boat)</strong> ที่ต้องการพลังขับเคลื่อนและความคล่องตัวสูง, <strong>เรือคาตามารัน (Catamaran)</strong> ซึ่งเน้นเสถียรภาพและการรองรับผู้โดยสาร, รวมถึง<strong>เรือข้ามฟาก (Ferry Boat)</strong> ที่ต้องการความเชื่อถือได้ในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;</p><p>นอกจากนี้เครื่องยนต์ Cummins ยังเหมาะสมสำหรับการใช้งานใน<strong>เรือเชิงพาณิชย์และเรือปฏิบัติงานเฉพาะทาง</strong> อาทิ<strong>เรือสลากจูง (Tug Boat)</strong> ที่ต้องรองรับภาระงานหนักและแรงบิดสูง, <strong>เรือประมง (Fishing Boat)</strong> ซึ่งต้องการความทนทานและความพร้อมในการทำงานระยะยาว ตลอดจน<strong>เรือเพื่อการป้องกันและลาดตระเวน (Marine for Defense) </strong>ที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับ<strong>ความปลอดภัย ความเสถียร และความพร้อมใช้งานของระบบเครื่องยนต์</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>Cummins รุ่น KTA38</strong> เป็นเครื่องยนต์เรือขนาด <strong>38 ลิตร</strong> ที่โดดเด่นด้าน<strong>ความสมดุลระหว่างพลังขับเคลื่อนและความปลอดภัย </strong>โครงสร้างเครื่องยนต์ได้รับการออกแบบให้ <strong>แข็งแรงและมีความเสถียรสูง</strong> สามารถรองรับการทำงานต่อเนื่องภายใต้โหลดสูงได้อย่างมั่นใจ ช่วยลดความเสี่ยงจากการขัดข้องของเครื่องยนต์ระหว่างการเดินเรือ และเพิ่มความปลอดภัยในการปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมทางทะเลที่ท้าทาย</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ในขณะที่ <strong>Cummins รุ่น KTA50</strong> ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางสำหรับ <strong>เรือขนาดใหญ่และภารกิจที่ต้องการกำลังขับสูง</strong> เครื่องยนต์ขนาด <strong>50 ลิตร</strong> รุ่นนี้มีชื่อเสียงด้าน<strong>ความแข็งแกร่งและความทนทาน</strong> สามารถทำงานภายใต้โหลดหนักอย่างต่อเนื่องโดยยังคงรักษา<strong>ความเสถียรของระบบ</strong> ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับการเดินเรือและการปฏิบัติงานในระยะยาว</p><p>&nbsp;</p><p>หนึ่งในจุดขายสำคัญด้านความปลอดภัยของเครื่องยนต์เรือ Cummins คือ <strong>การออกแบบที่เน้นความเชื่อถือได้ (Proven Reliability)</strong> ด้วยเทคโนโลยีที่ผ่านการทดสอบและใช้งานจริงมาอย่างยาวนาน ช่วยลดโอกาสการเกิดความล้มเหลวของระบบเครื่องยนต์ในระหว่างการปฏิบัติงาน อีกทั้งการออกแบบที่เอื้อต่อ <strong>การตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ</strong> ยังช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการดำเนินงาน</p><p>&nbsp;</p><p>สำหรับผู้ประกอบการในประเทศไทย <strong>เครือข่ายบริการหลังการขายของ Cummins DKSH (Thailand)</strong> ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความมั่นใจด้านความปลอดภัย ด้วยการสนับสนุนจาก<strong>ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ อะไหล่แท้ และมาตรฐานการบริการระดับสากล</strong> ทำให้เครื่องยนต์ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และพร้อมใช้งานตลอดอายุการใช้งาน</p><p>&nbsp;</p><p><strong>เครื่องยนต์เรือ Cummins รุ่น KTA38 </strong>และ <strong>KTA50</strong> ยังได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับ <strong>มาตรฐานและข้อกำหนดด้านการใช้งานทางทะเล </strong>รองรับสภาพแวดล้อมการทำงานที่รุนแรง ทั้งด้านอุณหภูมิ ความชื้น และการใช้งานต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงและยกระดับความปลอดภัยในการดำเนินงานทางทะเล</p><p>&nbsp;</p><p>ด้วยการผสาน <strong>ความปลอดภัย สมรรถนะ ความทนทาน และการสนับสนุนที่เชื่อถือได้</strong> <strong>เครื่องยนต์เรือ</strong> <strong>Cummins รุ่น KTA38</strong> และ<strong> KTA50</strong> ยังคงเป็น <strong>โซลูชันหลักที่สามารถรองรับเรือทุกประเภท</strong> และเป็นตัวเลือกที่ผู้ประกอบการทางทะเลในประเทศไทยไว้วางใจ สำหรับการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>บริษัท คัมมิ่นส์ ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทร่วมทุนซึ่งก่อตั้งขึ้นหลังจากความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จกว่า <strong>62</strong> ปีระหว่าง คัมมิ่นส์ และ ดีเคเอสเอช เราเป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์คัมมิ่นส์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย และลาว ครอบคลุม 4 กลุ่มธุรกิจหลักในกลุ่มเครื่องยนต์ดีเซล เครื่องกำเนิดไฟฟ้า อะไหล่และไส้กรอง รวมถึงบริการหลังการขาย อาทิ การฝึกอบรม การให้คำแนะนำปรึกษา ศูนย์บริการซ่อมบำรุงโดยช่างเทคนิคที่ได้รับการฝึกอบรมโดยเฉพาะ เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคส่วนต่างๆ อย่างครบวงจร <a href="https://www.cumminsdkshthailand.com/products/engine-diesel/marine/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="color: rgb(0, 176, 240);">&nbsp;cumminsdkshthailand.com</a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ce25abb7842_1775117739.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ce25abb7842_1775117739.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>KMA ตอกย้ำศักยภาพแบรนด์เครื่องสำอางไทย ในงาน EVEANDBOY T-BEAUTY FEST</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/3838-kma-ตอกย้ำศักยภาพแบรนด์เครื่องสำอางไทย-ในงาน-eveandboy-t-beauty-fest</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/3838-kma-ตอกย้ำศักยภาพแบรนด์เครื่องสำอางไทย-ในงาน-eveandboy-t-beauty-fest</guid>
            <pubDate>Fri, 03 Apr 2026 17:21:33 +0700</pubDate>
            <dc:creator>นัชชา ปรักกัมนนท์</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[ธีรดา อำพันวงษ์ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน EVEANDBOY T-BEAUTY FEST...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ธีรดา อำพันวงษ์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร&nbsp;บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน&nbsp;EVEANDBOY T-BEAUTY FEST&nbsp;พร้อมให้สัมภาษณ์ในโอกาสที่แบรนด์&nbsp;KMA Cosmetics&nbsp;ในเครือ โอซีซี กรุ๊ป ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางไทยที่ได้รับการรีวิวจาก&nbsp;KOL&nbsp;และ&nbsp;TikToker&nbsp;ชาวต่างชาติ และได้รับการคัดเลือกโดย&nbsp;EVEANDBOY (อีฟแอนด์บอย)&nbsp;ร้านมัลติแบรนด์จำหน่ายเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงามชั้นนำของประเทศไทย ณ อีฟแอนด์บอย สาขาเซ็นเตอร์พอยท์ สยามสแควร์&nbsp;(แฟล็กชิปสโตร์)&nbsp;เมื่อเร็ว ๆ นี้</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69cf8fa4dab57_1775210404.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69cf8fa4dab57_1775210404.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>เสริมทักษะ Coding &amp; AI</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/3834-เสริมทักษะ-coding-ai</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/3834-เสริมทักษะ-coding-ai</guid>
            <pubDate>Thu, 02 Apr 2026 13:33:29 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Nisa S.</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[ดีป้า เปิดตัวโครงการ Coding Thailand 2026: AI Inspires the Future เดินหน้าเสริมทักษะ Coding และ AI แก่เยาวชนไทย...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify">	<strong>ดร.วาริน</strong> <strong>รัชนานุสรณ์</strong> รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เป็นประธานในงานแถลงข่าวเปิดตัว<strong>โครงการ</strong> <strong>Coding</strong> <strong>Thailand</strong> <strong>2026:</strong> <strong>AI</strong> <strong>Inspires</strong> <strong>the</strong> <strong>Future</strong> เดินหน้าเสริมทักษะ Coding และ AI แก่เยาวชนไทย ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา โดยมี <strong> ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์</strong> พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากเครือข่ายพันธมิตร ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นำโดย <strong>สุภารัตน์ จูระมงคล, รพีพร วงศ์ทองคำ, จุฑามาศ งามจิตรกุล</strong> และสถาบันการศึกษา ครู นักเรียน เข้าร่วมงาน ณ ชั้น 9 อาคารสยามสเคป สยามสแควร์ เมื่อเร็ว ๆ นี้</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ce0d007916e_1775111424.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ce0d007916e_1775111424.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ รับรางวัล “ผู้ทำคุณประโยชน์แก่กระทรวงศึกษาธิการ” ประจำปี 2569</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/3832-มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ-รับรางวัล-ผู้ทำคุณประโยชน์แก่กระทรวงศึกษาธิการ-ประจำปี-2569</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/3832-มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ-รับรางวัล-ผู้ทำคุณประโยชน์แก่กระทรวงศึกษาธิการ-ประจำปี-2569</guid>
            <pubDate>Thu, 02 Apr 2026 11:34:44 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Konnarit Wongvorachart</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ เข้ารับรางวัล “ผู้ทำคุณประโยชน์แก่กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี 2569” ในพิธีที่จัดขึ้น ณ หอประชุมคุรุสภา เพื่อยกย่ององค์กรและบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและพัฒนาการศึกษาไทย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในโอกาสนี้ นายธีระชัย ขันธิกุล กรรมการ รองเลข...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ เข้ารับรางวัล “ผู้ทำคุณประโยชน์แก่กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี 2569” ในพิธีที่จัดขึ้น ณ หอประชุมคุรุสภา เพื่อยกย่ององค์กรและบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและพัฒนาการศึกษาไทย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในโอกาสนี้ นายธีระชัย ขันธิกุล กรรมการ รองเลขาธิการ และผู้ช่วยรองเหรัญญิก เป็นตัวแทนมูลนิธิฯ เข้ารับรางวัลแทน นายศรชัย กุสันใจ รองประธานกรรมการมูลนิธิ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้มอบใบประกาศเกียรติคุณและเข็มที่ระลึก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภายในพิธีมีการมอบประกาศเกียรติคุณและเข็มที่ระลึก “เสมาคุณูปการ” ให้แก่ผู้ทำคุณประโยชน์จำนวน 80 ราย พร้อมทั้งร่วมแสดงความยินดีและบันทึกภาพเป็นที่ระลึก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะในการสนับสนุนด้านการศึกษาและพัฒนาสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ccd3dd311a5_1775031261.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ccd3dd311a5_1775031261.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>5 เหตุผลทำไม Cold Chainถึงเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมยายุคใหม่</title>
            <link>https://prnewsplus.com/events/3833-5-เหตุผลทำไม-cold-chainถึงเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมยายุคใหม่</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/events/3833-5-เหตุผลทำไม-cold-chainถึงเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมยายุคใหม่</guid>
            <pubDate>Thu, 02 Apr 2026 11:34:43 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Kanokwan CEA</dc:creator>
            <category>อีเว้นท์</category>
            <description><![CDATA[Cold Chain ไม่ใช่แค่ระบบควบคุมอุณหภูมิ…แต่คือมาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรมยา ในโลกของ Pharma คุณภาพของยาไม่ใช่แค่เรื่องของประสิทธิภาพ แต่คือความปลอดภัยของชีวิตผู้ป่วย...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>Cold Chain ไม่ใช่แค่ระบบควบคุมอุณหภูมิ…แต่คือมาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรมยา ในโลกของ Pharma คุณภาพของยาไม่ใช่แค่เรื่องของประสิทธิภาพ แต่คือความปลอดภัยของชีวิตผู้ป่วย</p><p><br></p><p>Cold Chain จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ในการรักษาคุณภาพของยาและวัคซีนให้คงสภาพสมบูรณ์ตลอดทั้งซัพพลายเชน ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงมือผู้ใช้งาน เพราะทุกองศาที่เปลี่ยนไป อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามมาตรฐานระดับสากล และนี่คือเหตุผลสำคัญ ที่ Cold Chain กลายเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมยาในยุคปัจจุบัน</p><p><br></p><p>1. บทบาทที่กำหนดคุณภาพชีวิต ที่ธุรกิจมองข้ามไม่ได้</p><p><br></p><p>Cold chain มีบทบาทสำคัญอย่างมากในอุตสาหกรรมยา ดังนี้</p><p><br></p><p>การรักษาประสิทธิภาพของยา (Preservation of Efficacy): Cold chain ช่วยรักษาความคงตัวและประสิทธิภาพของยา รวมถึงวัคซีน โดยควบคุมอุณหภูมิระหว่างการจัดเก็บและการขนส่ง</p><p><br></p><p>ความปลอดภัยและสุขภาพของผู้ป่วย (Safety and Patient Health):การควบคุมอุณหภูมิช่วยป้องกันความเสียหายของยา ทำให้มั่นใจได้ว่ายายังคงคุณภาพ ลดความเสี่ยงจากการเก็บหรือขนส่งในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม</p><p><br></p><p>ผลกระทบต่อสาธารณสุข (Public Health Impact): Cold chain ช่วยให้วัคซีนและยาถูกส่งถึงผู้ป่วยในสภาพที่สมบูรณ์ พร้อมใช้งาน ลดความล่าช้าในการรักษา และช่วยป้องกันวิกฤตด้านสาธารณสุขในช่วงการระบาดของโรค</p><p><br></p><p>ความต่อเนื่องทางธุรกิจและภาพลักษณ์ (Business Continuity and Reputation): Cold chain ที่มีประสิทธิภาพช่วยรักษาความน่าเชื่อถือของแบรนด์และความต่อเนื่องทางธุรกิจ ด้วยการส่งมอบสินค้าอย่างปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้ลูกค้า และลดความเสียหายทางการเงิน</p><p><br></p><p>2. ระบบจัดเก็บอุณหภูมิที่แม่นยำ รักษามาตรฐานสินค้า</p><p><br></p><p>การจัดเก็บแบบควบคุมอุณหภูมิ: จุดเริ่มต้นของ Cold Chain ที่ได้มาตรฐาน ในอุตสาหกรรมยา “การเก็บรักษา” ไม่ใช่แค่การเก็บสินค้าแต่คือการรักษาคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของยาในทุกองศาตัวอย่างโซลูชันที่ใช้ในการจัดเก็บ มีดังนี้:</p><p><br></p><p>ตู้เย็นสำหรับยา (Pharmaceutical Refrigerators):ออกแบบมาเพื่อเก็บยา วัคซีน และชีววัตถุ โดยควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงประมาณ 2°C ถึง 8°C</p><p><br></p><p>ตู้แช่แข็งสำหรับยา (Pharmaceutical Freezers):ใช้สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องเก็บในอุณหภูมิต่ำมาก โดยทั่วไปอยู่ในช่วง -20°C ถึง -80°C ตู้แช่อุณหภูมิต่ำพิเศษมีความสำคัญสำหรับวัคซีนและชีววัตถุบางประเภท</p><p><br></p><p>คลังสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold Storage Warehouses):สถานที่สำหรับจัดเก็บยาจำนวนมากที่ต้องควบคุมอุณหภูมิอย่างเฉพาะเจาะจง โดยใช้ระบบควบคุมสภาพอากาศขั้นสูงเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่</p><p><br></p><p>การตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน (Validation and Qualification):มีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าสถานที่จัดเก็บเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด รวมถึงการทำแผนที่อุณหภูมิ (temperature mapping) เพื่อระบุจุดที่ร้อนหรือเย็นเกินไป</p><p><br></p><p>3. ระบบการขนส่งที่ใช่ คงคุณภาพสินค้าจากต้นทางถึงปลาย</p><p><br></p><p>การขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ: ทุกองศาคือความปลอดภัยของผู้ป่วยในอุตสาหกรรมยา การขนส่งไม่ใช่แค่การเคลื่อนย้ายสินค้า แต่คือการ “รักษาคุณภาพ” ตลอดเส้นทาง ตัวอย่างรูปแบบการขนส่ง มีดังนี้:</p><p><br></p><p>รถบรรทุกควบคุมอุณหภูมิ (Reefer Trucks):ติดตั้งระบบทำความเย็นเพื่อขนส่งยาในอุณหภูมิที่กำหนด เหมาะสำหรับการขนส่งทางถนน และมีบทบาทสำคัญในการรักษา cold chain</p><p><br></p><p>ตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิ (Refrigerated Containers):ใช้สำหรับการขนส่งทางเรือและทางอากาศ ช่วยควบคุมอุณหภูมิของยาให้อยู่ในช่วงที่กำหนดตลอดการขนส่ง เหมาะสำหรับการขนส่งระหว่างประเทศ</p><p><br></p><p>การขนส่งทางอากาศ (Air Freight): เหมาะสำหรับการขนส่งยาที่ต้องการความรวดเร็ว โดยสายการบินมีบริการ cold chain โดยเฉพาะ เช่น ห้องบรรทุกสินค้าที่ควบคุมอุณหภูมิ และขั้นตอนการจัดการเฉพาะทาง</p><p><br></p><p>การขนส่งทางทะเล (Sea Freight): เหมาะสำหรับการขนส่งสินค้าปริมาณมากในระยะทางไกล โดยใช้ตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิ (reefers) ซึ่งเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในการรักษา cold chain ระหว่างการขนส่งทางทะเล</p><p><br></p><p>4.ทุกองศา ทุกตำแหน่ง ต้องควบคุมได้ ด้วยข้อมูลเรียลไทม์</p><p><br></p><p>เทคโนโลยี Monitoring &amp; Tracking: มองเห็นทุกความเสี่ยง ก่อนเกิดความเสียหาย ในโลกของ Cold Chain การตรวจสอบแบบต่อเนื่องและการติดตามแบบเรียลไทม์ เป็นหัวใจสำคัญในการรักษาคุณภาพของสินค้า ตัวอย่างเทคโนโลยีที่ใช้ มีดังนี้:</p><p><br></p><p>เครื่องบันทึกอุณหภูมิ (Temperature Data Loggers):อุปกรณ์ที่ใช้บันทึกข้อมูลอุณหภูมิตลอดซัพพลายเชน โดยสามารถเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง และแจ้งเตือนเมื่ออุณหภูมิผิดปกติ</p><p><br></p><p>เซ็นเซอร์ไร้สาย (Wireless Sensors):อุปกรณ์ที่ช่วยตรวจสอบอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ โดยส่งข้อมูลไปยังระบบส่วนกลาง ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันทีเมื่อเกิดความผิดปกติ</p><p><br></p><p>ระบบติดตาม GPS (GPS Tracking):การใช้เทคโนโลยี GPS ร่วมกับเซ็นเซอร์อุณหภูมิ เพื่อติดตามตำแหน่งและอุณหภูมิของสินค้าแบบเรียลไทม์ ช่วยให้สามารถควบคุมและมองเห็นสถานะของการขนส่งได้ตลอดเวลา</p><p><br></p><p>แพลตฟอร์ม IoT (IoT Platforms):แพลตฟอร์ม Internet of Things (IoT) ที่รวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์และเซ็นเซอร์ต่าง ๆ เพื่อให้เห็นภาพรวมของ cold chain ทั้งระบบ พร้อมใช้การวิเคราะห์ขั้นสูงในการคาดการณ์ปัญหา และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโลจิสติกส์</p><p><br></p><p>5.โซลูชันบรรจุภัณฑ์ กุญแจสำคัญในการรักษาคุณภาพ</p><p><br></p><p>Packaging Solutions: ด่านสุดท้ายที่ปกป้องคุณภาพยาในทุกการขนส่ง ในระบบ Cold Chain“บรรจุภัณฑ์” ไม่ใช่แค่สิ่งห่อหุ้มสินค้า แต่คือเกราะป้องกันที่รักษาอุณหภูมิและคุณภาพของยาในทุกระยะทาง ตัวอย่างโซลูชันที่ใช้ มีดังนี้:</p><p><br></p><p>กล่องบรรจุแบบฉนวน (Insulated Shippers):กล่องหรือภาชนะที่บุด้วยวัสดุกันความร้อน ช่วยรักษาอุณหภูมิภายใน เหมาะสำหรับการขนส่งระยะสั้นตู้หรือ</p><p><br></p><p>กล่องควบคุมอุณหภูมิ (Thermal Containers):ภาชนะที่มีความแข็งแรงและมีฉนวนคุณภาพสูง พร้อมระบบทำความเย็นขั้นสูง เหมาะสำหรับการขนส่งและจัดเก็บระยะยาว</p><p><br></p><p>วัสดุเปลี่ยนสถานะ (Phase Change Materials - PCMs):วัสดุที่สามารถดูดซับหรือปล่อยความร้อนที่อุณหภูมิที่กำหนด ช่วยรักษาอุณหภูมิภายในบรรจุภัณฑ์ให้คงที่ ใช้ได้ทั้งในระบบทำความเย็นแบบ passive และ active</p><p><br></p><p>เจลแพ็ค (Gel Packs):แผ่นหรือถุงเจลที่ผ่านการแช่เย็นล่วงหน้า ใส่ในบรรจุภัณฑ์เพื่อเพิ่มความเย็น ช่วยรักษาอุณหภูมิให้เหมาะสมได้นานขึ้นระหว่างการขนส่ง</p><p><br></p><p>สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและโซลูชันใหม่ในอุตสาหกรรม pharmaceutical cold chain logistics งาน Cold Chain Exhibition คือเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้ให้บริการเทคโนโลยีโลจิสติกส์ ระบบตรวจสอบอุณหภูมิ เทคโนโลยี IoT บรรจุภัณฑ์ควบคุมอุณหภูมิ และโซลูชันด้าน vaccine logistics จากผู้พัฒนาชั้นนำของอุตสาหกรรม</p><p><br></p><p>Cold Chain Exhibition 2026 (CCE) "จุดนัดพบแห่งอนาคต Cold Chain"</p><p><br></p><p>&nbsp;1-2-3 กรกฎาคม 2569</p><p><br></p><p>ไบเทค บางนา Hall 101</p><p><br></p><p>ลงทะเบียนจองบูธเเสดงสินค้า https://coldchainexhibition.com/TExhibitor-Registration</p><p><br></p><p>ฟรี! ลงทะเบียนเข้าชมงาน https://coldchainexhibition.com/visitor-registration</p><p><br></p><p>Line OA : https://lin.ee/AI1c8DW</p><p><br></p><p>TikTok : https://www.tiktok.com/@connectexpositionasia</p><p><br></p><p>สอบถามโทร 02 001 8538 , 086 328 5818</p><p><br></p><p>เยี่ยมชมเราที่ https://coldchainexhibition.com</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69cde92628975_1775102246.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69cde92628975_1775102246.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>CEC เซ็นทรัล เอ็นจิเนียริ่ง วิศวกรที่ปรึกษาครบวงจร พร้อมให้บริการภาครัฐ อุตสาหกรรม และอสังหาริมทรัพย</title>
            <link>https://prnewsplus.com/realestate/3830-cec-เซ็นทรัล-เอ็นจิเนียริ่ง-วิศวกรที่ปรึกษาครบวงจร-พร้อมให้บริการภาครัฐ-อุตสาหกรรม-และอสังหาริมทรัพย</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/realestate/3830-cec-เซ็นทรัล-เอ็นจิเนียริ่ง-วิศวกรที่ปรึกษาครบวงจร-พร้อมให้บริการภาครัฐ-อุตสาหกรรม-และอสังหาริมทรัพย</guid>
            <pubDate>Wed, 01 Apr 2026 14:05:42 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Dev Cee</dc:creator>
            <category>อสังหาริมทรัพย์</category>
            <description><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด (CEC) ผู้นำด้านวิศวกรรมและการให้คำปรึกษาแบบครบวงจร ให้บริการออกแบบ ควบคุมงานก่อสร้าง และบริหารโครงการ โดยทีมวิศวกรมืออาชีพที่ยึดมั่นในมาตรฐานระดั...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท เซ็นทรัล เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด (CEC) ผู้ให้บริการด้านวิศวกรรมและการให้คำปรึกษาแบบครบวงจร ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ประกาศความพร้อมในการให้บริการแก่ลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้วยทีมวิศวกรมืออาชีพที่มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี</p><p><strong>บริการหลักของ CEC ครอบคลุมทุกด้านวิศวกรรม</strong></p><p>CEC ให้บริการออกแบบวิศวกรรมครบวงจร ได้แก่ การออกแบบโครงสร้างอาคาร การออกแบบระบบ MEP (ระบบเครื่องกล ไฟฟ้า และสุขาภิบาล) ระบบป้องกันอัคคีภัยและระบบดับเพลิง การออกแบบระบบบำบัดน้ำเสีย การจัดการพลังงานในอุตสาหกรรม รวมถึงการบริหารโครงการก่อสร้างและการขออนุญาตก่อสร้างตามกฎหมาย</p><p>นอกจากนี้ CEC ยังเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเฉพาะทาง ได้แก่ การออกแบบระบบท่อและการวิเคราะห์ความเค้น (Pipe Stress Analysis) วิศวกรรมภาชนะรับแรงดัน (Pressure Vessel) และการจำลองทางวิศวกรรม (Engineering Simulation) ซึ่งเป็นที่ต้องการสูงในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม</p><p><strong>ผลงานที่ผ่านมาของ CEC</strong></p><p>ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี CEC ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ CP Meiji, Electrolux Thailand, Kingboard Laminate, Thai Beverage Can, โรงพยาบาลธนบุรี, โรงพยาบาลซาเปียน, คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยขอนแก่น และองค์การเภสัชกรรม เป็นต้น</p><p><br></p><p>CEC พร้อมให้บริการแก่ทุกกลุ่ม ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องการวิศวกรรมเฉพาะทาง รวมถึงโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ห้างสรรพสินค้า และ Logistics Center</p><p>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและขอรับคำปรึกษาฟรีได้ที่</p><p><br></p><ul><li><strong>เว็บไซต์:</strong> <a href="https://www.cec.co.th" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://www.cec.co.th</a></li><li><strong>อีเมล:</strong> <a href="mailto:contact@cec.co.th" rel="noopener noreferrer" target="_blank">contact@cec.co.th</a></li><li><strong>โทร:</strong> 086-999-4799 / 089-926-9395</li><li><strong>LINE:</strong> @cec</li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69cca518a4596_1775019288.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69cca518a4596_1775019288.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ม.กรุงเทพ ผนึกภาครัฐ–เอกชน จัด “แด่น้องผู้มีความหวัง ครั้งที่ 33” เติมฝันเด็กด้อยโอกาสกว่า 1,000 คน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/csr/3831-มกรุงเทพ-ผนึกภาครัฐเอกชน-จัด-แด่น้องผู้มีความหวัง-ครั้งที่-33-เติมฝันเด็กด้อยโอกาสกว่า-1000-คน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/csr/3831-มกรุงเทพ-ผนึกภาครัฐเอกชน-จัด-แด่น้องผู้มีความหวัง-ครั้งที่-33-เติมฝันเด็กด้อยโอกาสกว่า-1000-คน</guid>
            <pubDate>Wed, 01 Apr 2026 14:05:40 +0700</pubDate>
            <dc:creator>fernseelee 98</dc:creator>
            <category>กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)</category>
            <description><![CDATA[โครงการ “แด่น้องผู้มีความหวัง ประจำปี 2569 ครั้งที่ 33” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28–29 มีนาคม 2569 ณ หาดเตยงาม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อส่งต่อความรักให้แก่เด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาสจากทั่วประเทศ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">โครงการ “แด่น้องผู้มีความหวัง ประจำปี 2569 ครั้งที่ 33” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28–29 มีนาคม 2569 ณ หาดเตยงาม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี PTT GC และ คณะนิเทศศาสตร์&nbsp; มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อส่งต่อความรักและโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาสจากทั่วประเทศ</span></p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อริชัย อรรคอุดม คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยว่า โครงการแด่น้องผู้มีความหวังในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 33 การจัดโครงการในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง GC กองทุนเพื่อเพื่อน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ และสมาคมภริยาทหารเรือ เพื่อร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลน ได้รับทั้งความรู้ ประสบการณ์ และแรงบันดาลใจในการก้าวต่อไปในชีวิต โดยมีเด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาส เด็กพิการซ้ำซ้อน และเด็กกำพร้าจากทั่วประเทศ เข้าร่วมกว่า 1,000 คน พร้อมกันนี้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารแบรนด์และการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ ได้เห็นความสำคัญของโครงการแด่น้องผู้มีความหวังที่มุ่งเน้นในการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย สมองและจิตใจ ที่สอดคล้องกับแนวคิด SDGs 10 เรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ โดยมุ่งเน้นความเท่าเทียมของเด็กผู้ด้อยโอกาส จึงได้นำนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางสังคม&nbsp;</span></p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">โครงการแด่น้องผู้มีความหวังมีเป้าหมายเพื่อมอบโอกาสทางการเรียนรู้และประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่าแก่เด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนสร้างความสุข กำลังใจ และแรงผลักดันในการพัฒนาตนเอง ภายในงานมีการจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ ซุ้มอาหาร เครื่องดื่ม ไอศกรีม แจกของรางวัล และซุ้มกิจกรรม ที่มุ่งสร้างความสนุกสนานและแรงบันดาลใจ&nbsp;</span></p><p><br></p><p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">ทั้งนี้ เด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาสจำนวนมากยังคงเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม การสนับสนุนจากทุกภาคส่วนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเติมเต็มโอกาส สร้างพลังใจ และเสริมศักยภาพ เพื่อให้พวกเขาเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคต</span></p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">กิจกรรมในครั้งนี้มีคุณเชาวนี พันธุ์พฤกษ์ ผู้จัดการฝ่ายหน่วยงานบริหารกิจการเพื่อสังคม บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ และผศ.ดร.อริชัย อรรคอุดม คณบดีคณะนิเทศศาสตร์, รศ.ดร.วิโรจน์ สุทธิสีมา ผู้อำนวยการหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารแบรนด์และการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ พร้อมด้วยอาจารย์ประจำหลักสูตร นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารแบรนด์และการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย</span></p><p><br></p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ccc373f3920_1775027059.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ccc373f3920_1775027059.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>TTT Corporation ฉลอง 20 ปี เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมด้วยสายยาง TOYOX</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/3829-ttt-corporation-ฉลอง-20-ปี-เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน-พร้อมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมด้วยสายยาง-toyox</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/3829-ttt-corporation-ฉลอง-20-ปี-เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน-พร้อมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมด้วยสายยาง-toyox</guid>
            <pubDate>Tue, 31 Mar 2026 18:12:29 +0700</pubDate>
            <dc:creator>เกษฎาภรณ์ สำเริงรัมย์</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[บริษัท ทีทีที คอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ภายใต้แนวคิด “20th Anniversary: Growing Together With Trust”  เพื่อขอบคุณพันธมิตรทางธุรกิจและตัวแทนจำหน่าย สายยาง TOYOX จากทั่วประเทศ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><span style="background-color: transparent;">บริษัท ทีทีที คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สายยางอุตสาหกรรมคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์ TOYOX จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ภายใต้แนวคิด “20th Anniversary: Growing Together With Trust”&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เพื่อขอบคุณพันธมิตรทางธุรกิจและร้านค้าตัวแทนจำหน่าย สายยาง TOYOX จากทั่วประเทศ ที่ร่วมเติบโตเคียงข้างกันมาอย่างต่อเนื่องตลอดสองทศวรรษ โดยงานจัดขึ้น ณ True Digital Park ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง</span></p><p><br></p><p><span style="background-color: transparent;">ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา TTT Corporation มุ่งมั่นคัดสรรและส่งต่อ สายยาง TOYOX ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อรองรับการใช้งานในหลากหลายภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการผลิต อาหารและเครื่องดื่ม เกษตรกรรม และงานระบบต่าง ๆ โดย TOYOX ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ ความทนทาน และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้กับผู้ใช้งานในภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างต่อเนื่อง</span></p><p><br></p><p><span style="background-color: transparent;">ความสำเร็จของ TTT Corporation ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์ TOYOX เท่านั้น แต่ยังเกิดจากความร่วมมือของเครือข่ายพันธมิตรทั่วประเทศ ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งต่อ สายยาง TOYOX ไปยังผู้ใช้งานในทุกภาคส่วน</span></p><p><br></p><p><span style="background-color: transparent;">ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณธนา เธียรอัจฉริยะ หรือ “คุณโจ้” นักธุรกิจและนักการตลาดชื่อดัง &nbsp; มาเป็น Guest Speaker &nbsp; ถ่ายทอดมุมมองในหัวข้อ “เมื่อแม่น้ำเปลี่ยนทิศคนทำธุรกิจต้องปรับตัวอย่างไร” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและแนวคิดในการปรับตัวให้กับพันธมิตรของ TOYOX และผู้ประกอบการในยุคที่โลกธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</span></p><p><br></p><p><span style="background-color: transparent;">นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพันธมิตรการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางธุรกิจ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; และกิจกรรมความบันเทิงที่ช่วยสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเครือข่ายผู้จัดจำหน่าย TOYOX ทั่วประเทศ</span></p><p><br></p><p><span style="background-color: transparent;">การจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จในอดีต แต่ยังสะท้อนถึงทิศทางในอนาคตของ TTT Corporation ในการเดินหน้าพัฒนาและขยายตลาด สายยางTOYOX อย่างต่อเนื่องพร้อมยกระดับมาตรฐานการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมไทย</span></p><p><br></p><p><span style="background-color: transparent;">TTT Corporation เชื่อมั่นว่า “ความไว้วางใจและความร่วมมือ” คือหัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน และพร้อมเดินหน้าสร้างคุณค่าให้กับพันธมิตรและลูกค้าทั่วประเทศ ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพอย่าง TOYOX ที่ยังคงเป็นทางเลือกหลักของภาคอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน</span></p><p><br></p><p><span style="background-color: transparent;">สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์: </span><a href="https://ttt-corporation.co.th/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="background-color: transparent; color: rgb(17, 85, 204);">https://ttt-corporation.co.th/</a><span style="background-color: transparent;"> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หรือ LINE : @toyox (</span><a href="https://lin.ee/WQmyTkb" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="background-color: transparent; color: rgb(17, 85, 204);">https://lin.ee/WQmyTkb</a><span style="background-color: transparent;">)&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หรือ Facebook: สายยางต้อง TOYOX - by TTT Corporation &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หรือ โทร. 02-729-5334-6</span></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69cb9a67b1a46_1774951015.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69cb9a67b1a46_1774951015.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Aquaria Restaurant Chiang Mai ย่านคูเมือง เปิดตัวเมนูใหม่  ประสบการณ์อาหารอิตาเลียนที่ดียิ่งกว่าเดิม</title>
            <link>https://prnewsplus.com/food/3827-aquaria-restaurant-chiang-mai-ย่านคูเมือง-เปิดตัวเมนูใหม่-ประสบการณ์อาหารอิตาเลียนที่ดียิ่งกว่าเดิม</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/food/3827-aquaria-restaurant-chiang-mai-ย่านคูเมือง-เปิดตัวเมนูใหม่-ประสบการณ์อาหารอิตาเลียนที่ดียิ่งกว่าเดิม</guid>
            <pubDate>Tue, 31 Mar 2026 14:33:21 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Marketing Spice Garden</dc:creator>
            <category>อาหาร / เครื่องดื่ม</category>
            <description><![CDATA[หากคุณกำลังมองหาร้านอาหารอิตาเลียนบรรยากาศดีในย่านคูเมือง ท่าแพของเชียงใหม่ที่มอบทั้งรสชาติระดับพรีเมี่ยมและประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าจดจำ Aquaria Restaurant คือหนึ่งในร้านที่ไม่ควรพลาด...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: rgb(36, 45, 46);">หากคุณกำลังมองหาร้านอาหารอิตาเลียนบรรยากาศดีในย่านคูเมือง ท่าแพ&nbsp;Old Town ของเชียงใหม่ (Chiang Mai) ที่มอบทั้งรสชาติระดับพรีเมี่ยมและประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าจดจำ Aquaria Restaurant Chiang Mai คือหนึ่งในร้านที่ไม่ควรพลาด</span></p><p><br></p><p>ล่าสุด Aquaria Restaurant ได้ปรับเปลี่ยนเมนูใหม่ โดยเพิ่มไลน์ Premium Grill Menu และ Bruschetta หลากหลายรสชาติพร้อมทั้งนำวัตถุดิบจากฟาร์มท้องถิ่นในเชียงใหม่มาสร้างสรรค์เป็นเมนูพิเศษ เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น</p><p>ด้วยแนวคิด Italian Dining Experience ผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่น ทำให้ทุกจานอาหารของ Aquaria มีทั้งความเป็นอิตาเลียนผสมผสานความสดใหม่จากเชียงใหม่</p><p>เมนู Premium Grill ไฮไลต์ใหม่ของ Aquaria Restaurant</p><p>หนึ่งในจุดเด่นของเมนูใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจจากนักชิมใน Chiang Mai คือ Premium Grill Menu ที่เน้นวัตถุดิบคุณภาพสูงและเทคนิคการย่างที่ดึงรสชาติธรรมชาติของอาหารออกมาได้อย่างสมบูรณ์</p><p>เมนูย่างของ Aquaria ได้รับแรงบันดาลใจจากครัวอิตาเลียนแบบดั้งเดิม ที่เน้นความเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยรสชาติ</p><p>ตัวอย่างเมนูที่น่าสนใจ ได้แก่</p><p><br></p><p>Grilled Wagyu Beef Orzo with Truffle Sauce ครีมทรัฟเฟิลออร์โซกับเนื้อวากิวย่าง</p><p>Andaman seabass Pan seared in Arrabiatta sauce and black mussels ปลากะพงอันดามันย่างกระทะ เสิร์ฟพร้อมซอสอาราเบียตต้า และหอยแมลงภู่ดำ</p><p>Double Cooked Chicken Thigh with Asian Slaw and Grilled Banana</p><p>เมนูย่างที่สามารถจับคู่กับไวน์อิตาเลียนได้อย่างลงตัว</p><p>กลิ่นหอมจากการย่างไฟช่วยเพิ่มมิติของรสชาติ ทำให้เมนูเหล่านี้เหมาะสำหรับมื้อดินเนอร์พิเศษ หรือการรับประทานอาหารร่วมกับเพื่อนและครอบครัว</p><p><br></p><p>Bruschetta หลากหลายรสชาติ เมนูเรียกน้ำย่อยที่ต้องลอง อีกหนึ่งเมนูใหม่ที่เพิ่มเข้ามาใน Aquaria Restaurant Chiang Mai คือ Bruschetta Selection เมนูเรียกน้ำย่อยสไตล์อิตาเลียนที่เป็นที่นิยมทั่วโลก</p><p>Bruschetta คือขนมปังกรอบที่ย่างจนหอม เสิร์ฟพร้อมท็อปปิ้งสดใหม่หลากหลายแบบ ซึ่งเหมาะสำหรับการเริ่มต้นมื้ออาหารอย่างเบา ๆ</p><p><br></p><p>ตัวอย่างรสชาติที่น่าสนใจ เช่น</p><p>Burrata Chiang Mai Tomato บรูสเก็ตต้า บูราต้าชีสกับมะเขือเทศเชียงใหม่</p><p>Double Hams &amp; Cheeses&nbsp;Mascapone Cheese,&nbsp;Mozzarella Cheese,&nbsp;Parma Ham and Baconบรูสเก็ตต้า ดับเบิ้ลแฮมแอนด์ชีสมาสคาโปนชีส มอซซาเรลลาชีส&nbsp;พาร์มาแฮม และเบคอน</p><p>Burrata Truffle บรูสเก็ตต้า บูราต้าชีสทรัฟเฟิล</p><p>Chorizo Gorgonzola and Mozzarella Cheese บรูสเก็ตต้าโชริโซ กอร์กอนโซลาชีส และมอซซาเรลลาชีส</p><p><br></p><p>เมนูเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีรสชาติสดใหม่ แต่ยังสะท้อนถึงความเรียบง่ายและความสมดุลของอาหารอิตาเลียนแบบแท้จริง วัตถุดิบจากฟาร์มเชียงใหม่ สดใหม่และมีคุณภาพหนึ่งในแนวคิดสำคัญของเมนูใหม่ของ Aquaria คือ Farm to Table Concept โดยเลือกใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรและฟาร์มท้องถิ่นในพื้นที่รอบ Chiang Mai</p><p><br></p><p>วัตถุดิบเหล่านี้ช่วยให้ทุกจานอาหารมีความสดใหม่และมีคุณภาพสูง เช่น ผักสลัดออร์แกนิก มะเขือเทศสดจากฟาร์มท้องถิ่น สมุนไพรสด ผลผลิตตามฤดูกาล</p><p>การใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นไม่เพียงช่วยยกระดับรสชาติของอาหาร แต่ยังช่วยสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ และสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับเมนูของร้านประสบการณ์ดินเนอร์ที่สมบูรณ์แบบใน Old Town Chiang Mai นอกจากอาหารคุณภาพแล้ว บรรยากาศของ Aquaria Restaurant Chiang Mai ยังเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ร้านนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักชิมใน Chiang Mai</p><p><br></p><p>จุดเด่นของร้าน ได้แก่</p><p>บรรยากาศอบอุ่นและมีเอกลักษณ์</p><p>เมนูอาหารอิตาเลียนแท้</p><p>วัตถุดิบคุณภาพจากทั้งต่างประเทศและฟาร์มเชียงใหม่</p><p>เหมาะสำหรับดินเนอร์พิเศษหรือมื้ออาหารกับคนสำคัญ</p><p>ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ ทำให้ Aquaria กลายเป็นหนึ่งในร้านอาหารอิตาเลียนที่น่าค้นหาในย่าน Old Town คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Aquaria RestaurantAquaria Restaurant อยู่ที่ไหน : Aquaria Restaurant Chiang Mai ตั้งอยู่ในย่าน Old Town ของ Chiang Mai ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ และสามารถเดินทางได้สะดวก</p><p><br></p><p>เมนูใหม่ของ Aquaria มีอะไรบ้าง : เมนูใหม่เน้น Premium Grill, Bruschetta หลากหลายรสชาติ และอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากฟาร์มเชียงใหม่</p><p>Aquaria เหมาะกับโอกาสแบบไหน : เหมาะสำหรับดินเนอร์กับเพื่อน ครอบครัว หรือ Romantic Dinner ในเชียงใหม่</p><p><br></p><p>สัมผัสเมนูใหม่ของ Aquaria Restaurant วันนี้</p><p>หากคุณกำลังมองหาร้านอาหารอิตาเลียนที่มีเอกลักษณ์ใน Chiang Mai เมนูใหม่ของ Aquaria Restaurant Chiang Maiพร้อมมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่แตกต่าง ตั้งแต่เมนู Bruschetta เบา ๆ ไปจนถึง Premium Grill จานหลักที่เต็มไปด้วยรสชาติ</p><p><br></p><p>ทุกจานถูกสร้างสรรค์ด้วยความตั้งใจ เพื่อให้มื้ออาหารของคุณกลายเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ</p><p><br></p><p>www.spicegardenchiangmai.com</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69cb6f9ed464b_1774940062.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69cb6f9ed464b_1774940062.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ไม่พัก! กรมการท่องเที่ยวล็อคเป้า “ลิตเติ้ลทัวร์” ลักลอบจัดทัวร์เถื่อนพัทยา-เกาะล้าน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/3825-ไม่พัก-กรมการท่องเที่ยวล็อคเป้า-ลิตเติ้ลทัวร์-ลักลอบจัดทัวร์เถื่อนพัทยา-เกาะล้าน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/3825-ไม่พัก-กรมการท่องเที่ยวล็อคเป้า-ลิตเติ้ลทัวร์-ลักลอบจัดทัวร์เถื่อนพัทยา-เกาะล้าน</guid>
            <pubDate>Mon, 30 Mar 2026 16:55:10 +0700</pubDate>
            <dc:creator>นภัชชา อภิชาภัทรวิช</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[กรมการท่องเที่ยวร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่ชลบุรีตรวจสอบและจับกุมทัวร์เถื่อน ภายหลังได้รับแจ้งเบาะแสการจัดนำเที่ยวผ่านแอปพลิเคชันไลน์...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-center"><strong>ไม่พัก! กรมการท่องเที่ยวล็อคเป้า “ลิตเติ้ลทัวร์” ลักลอบจัดทัวร์เถื่อนพัทยา-เกาะล้าน</strong></p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">กรมการท่องเที่ยวร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่ชลบุรีตรวจสอบและจับกุมทัวร์เถื่อน ภายหลังได้รับแจ้งเบาะแสการจัดนำเที่ยวผ่านแอปพลิเคชันไลน์</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify"><strong>นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว</strong> เปิดเผยว่า สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคตะวันออก (จังหวัดชลบุรี) ได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีผู้จัดรายการนำเที่ยวโดยใช้ชื่อ “ลิตเติ้ลทัวร์” จัดนำเที่ยวพื้นที่พัทยาและเกาะล้าน จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 28–30 มีนาคม 2569 โดยมีการประชาสัมพันธ์</p><p class="ql-align-justify"> และเชิญชวนนักท่องเที่ยวผ่านกลุ่มในแอปพลิเคชันไลน์ จากการตรวจสอบพบว่า “ลิตเติ้ลทัวร์” ไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว และบุคคลที่ดำเนินการนำเที่ยวก็ไม่ได้เป็นผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ได้รับใบอนุญาต </p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคตะวันออก พร้อมด้วยตำรวจท่องเที่ยว จึงร่วมกันลงพื้นที่ติดตามพฤติการณ์พบว่า “ลิตเติ้ลทัวร์” ได้นำนักท่องเที่ยวประมาณ 40 ราย เดินทางมายังเกาะล้าน พัทยา </p><p class="ql-align-justify"> โดยใช้รถบัสหมายเลขทะเบียน 30-0336 จึงได้ดำเนินการเข้าจับกุมผู้กระทำความผิดดังกล่าวในข้อหา “ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับสูงสุดถึง 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” </p><p class="ql-align-justify"> พร้อมจัดทำบันทึกการจับกุมส่งให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify"><strong>อธิบดีกรมการท่องเที่ยว</strong> กล่าวย้ำว่า “กรมการท่องเที่ยวขอย้ำเตือนผู้ประกอบการให้ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และขอให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการบริษัทนำเที่ยวที่ได้รับใบอนุญาต เพื่อความปลอดภัย</p><p class="ql-align-justify"> และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย หากพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่กรมการท่องเที่ยว สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขาทั้ง 8 สาขา หรือศูนย์ปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหา</p><p class="ql-align-justify"> การประกอบธุรกิจท่องเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (ศปต.) โทร 0 2141 3200”&nbsp;</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca485c8ef8d_1774864476.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca485c8ef8d_1774864476.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>MSC พบผู้ลงทุนในงาน Opportunity Day Year End 2025</title>
            <link>https://prnewsplus.com/finance/3824-msc-พบผู้ลงทุนในงาน-opportunity-day-year-end-2025</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/finance/3824-msc-พบผู้ลงทุนในงาน-opportunity-day-year-end-2025</guid>
            <pubDate>Mon, 30 Mar 2026 16:48:50 +0700</pubDate>
            <dc:creator>บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</dc:creator>
            <category>การเงิน / การลงทุน</category>
            <description><![CDATA[MSC พบผู้ลงทุนในงาน Opportunity Day Year End 2025...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>นายสุรเดช เลิศธรรมจักร์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานธุรกิจ บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ “MSC” ผู้ให้บริการอย่างเป็นเลิศแก่ลูกค้าด้วยโซลูชันไอทีที่ดีที่สุด เสนอผลการดำเนินงานประจำปี 2568 และทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 มุ่งเน้นเทคโนโลยี AI การขยายตลาดองค์กรขนาดใหญ่ พร้อมทั้งสร้างพันธมิตรระยะยาวกับลูกค้าในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) ผ่านช่องทางออนไลน์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2569 ณ อาคารสำนักงานใหญ่</p><p><br></p><p>MSC ดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีมากว่า 40 ปี ทั้งผู้บริหารและพนักงานพร้อมก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ เพื่อสร้างรากฐานแห่งอนาคตที่ยั่งยืน รองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และส่งมอบความสำเร็จต่อลูกค้าองค์กรในยุคดิจิทัล&nbsp;</p><p><br></p><p>โดยผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมเติบโต 3% เพิ่มขึ้นประมาณ 235 ล้านบาท จากการเติบโตของธุรกิจซอฟแวร์ การบริการ และโซลูชันด้าน AI ขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 0.4% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิลดลง 34% หรือประมาณ 87 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2567 มีรายการพิเศษจากการชนะคดีความและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน&nbsp;</p><p><br></p><p>สำหรับการเติบโตของธุรกิจในปีที่ผ่านมาได้รับแรงสนับสนุนจากหลายกลุ่มโซลูชัน ได้แก่ Business Application, Data และ AI เติบโต 20%, Cloud Business เติบโต 15% และ Managed Services เติบโต 5%</p><p>ขณะเดียวกัน โครงสร้างรายได้ของบริษัทเริ่มเปลี่ยนไปตามแนวโน้มของอุตสาหกรรม โดยรายได้จากซอฟต์แวร์เติบโต 14% ขณะที่รายได้จากฮาร์ดแวร์ลดลง 7% เนื่องจากองค์กรหันไปใช้บริการ Cloud และบริการแบบ Subscription มากขึ้น</p><p><br></p><p>สำหรับปี 2569 บริษัทวางกลยุทธ์สำคัญเพื่อขับเคลื่อนการเติบโต ได้แก่</p><p>•  ปรับโครงสร้างธุรกิจเป็นกลุ่มธุรกิจย่อย เพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญในแต่ละโซลูชัน</p><p>•  ขยายตลาดลูกค้าองค์กรระดับ Enterprise เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ เช่น พลังงาน Healthcare และภาครัฐ</p><p>•  สร้างพันธมิตรระยะยาวกับลูกค้า โดยเน้นการเป็นพันธมิตรในการวางแผนการลงทุนด้าน IT ร่วมกัน</p><p>•  เสริมความร่วมมือกับพันธมิตรเทคโนโลยี ตั้งแต่ระดับทักษะจนไปถึงการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจร่วมกัน</p><p>•  เน้นเทคโนโลยีและนวัตกรรม AI เพื่อสนับสนุนการจัดการองค์ความรู้ขององค์กร รวมถึงเพิ่มระบบ Automation และประสิทธิภาพการดำเนินงานให้กับองค์กรลูกค้า</p><p>•  เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภายใน เพื่อเพิ่ม Productivity และ Cost Efficiency</p><p>•  พัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับคนรุ่นใหม่ที่จะนำพาองค์กรเติบโตต่อไป</p><p><br></p><p>MSC มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการดำเนินธุรกิจภายใต้หลัก ESG และการกำกับดูแลที่โปร่งใส โดยได้รับ CAC, CGR ระดับดีเลิศ, ESG Rating ระดับ AA พร้อมการรับรองมาตรฐาน ISO เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ</p><p><br></p><p>“เมโทรซิสเต็มส์ไม่เพียงมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร ธุรกิจ และชุมชน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันในอนาคต”&nbsp;</p><p><br></p><p>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:นักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) โทร: 02-089-4000 email: ir@metrosystems.co.th website: www.metrosystems.co.th</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca44fb66e61_1774863611.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca44fb66e61_1774863611.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>สัมผัสเสน่ห์ American Heritage กับ Royal Robbins คอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่ร้าน ADJ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/products/3823-สัมผัสเสน่ห์-american-heritage-กับ-royal-robbins-คอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่ร้าน-adj</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/products/3823-สัมผัสเสน่ห์-american-heritage-กับ-royal-robbins-คอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่ร้าน-adj</guid>
            <pubDate>Mon, 30 Mar 2026 15:08:49 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Nuttinee s</dc:creator>
            <category>สินค้าและบริการ</category>
            <description><![CDATA[ADJ ผู้นำเข้าแฟชั่นมัลติแบรนด์ระดับพรีเมียม ชวนคุณย้อนรอยตำนานการผจญภัยกับ Royal Robbins แบรนด์เสื้อผ้า Outdoor ณ ร้าน The Adjective ชั้น 1 CentralWorld...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://the-adjective.com/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>The Adjective</strong></a> ผู้นำเข้าแฟชั่นมัลติแบรนด์ระดับพรีเมียม ชวนคุณย้อนรอยตำนานการผจญภัยกับ <strong>Royal Robbins (รอยัล โรบบินส์)</strong> แบรนด์เสื้อผ้า Outdoor ระดับตำนานจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ผสมผสานความคลาสสิกแบบ <strong>American Heritage</strong> เข้ากับฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัย มีสไตล์ พร้อมเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่เน้นความยั่งยืนและการใช้งานแบบอเนกประสงค์ (Versatility) พร้อมให้เหล่าบรรดานักเดินทางและผู้ที่หลงใหลในแฟชั่นสายลุยได้สัมผัสแล้ววันนี้ที่ร้าน ADJ CentralWorld (ชั้น 1)</p><p><br></p><h2><strong>ตำนานแห่ง Yosemite: DNA ที่เริ่มจากความรักในธรรมชาติ จากยอดเขาเขาสู่ไลฟ์สไตล์คนเมือง</strong></h2><p><a href="https://the-adjective.com/collections/royal-robbins" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>Royal Robbins</strong></a> ไม่ใช่เพียงแค่แบรนด์เสื้อผ้า แต่คือมรดกทางวัฒนธรรมที่ก่อตั้งโดย <strong>Royal</strong> และ <strong>Liz Robbins</strong> สองสามีภรรยานักปีนเขาระดับตำนานผู้พิชิตหน้าผาในอุทยานแห่งชาติ Yosemite ช่วงยุค 1960 ด้วยจิตวิญญาณที่ต้องการเสื้อผ้าที่ "ทนทานพอสำหรับการปีนเขา แต่สุภาพพอสำหรับมื้อค่ำ" ทำให้ Royal Robbins กลายเป็นแบรนด์ที่บุกเบิกสไตล์ <strong>Classic Outdoor</strong> ที่เน้นความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยฟังก์ชัน (Functional Simplicity) ทำให้ DNA ของแบรนด์มีความโดดเด่นในเรื่อง <strong>“Go Everywhere”</strong> หรือเสื้อผ้าที่สามารถใส่ไปลุยทางไกล เดินป่า หรือจะใส่เดินเที่ยวในเมืองได้อย่างไร้รอยต่อ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทั่วโลกให้การยอมรับ</p><p><br></p><h2><strong>จุดเด่นแบรนด์ Royal Robbins ที่เป็นเอกลักษณ์: ฟังก์ชันที่มาพร้อมความยั่งยืน</strong></h2><p>คอลเลกชันนี้ Royal Robbins ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม:</p><ul><li><strong>Eco-Friendly Materials:</strong> การเลือกใช้เส้นใยธรรมชาติและวัสดุรีไซเคิล ช่วยลดผลกระทบต่อโลกแต่ยังคงความทนทานสูง</li><li><strong>Performance Features:</strong> เทคโนโลยีเนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม (Breathability), ป้องกันรังสียูวี (UPF Protection) และแห้งไว (Quick-dry) เหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย</li><li><strong>Timeless Design:</strong> ดีไซน์ที่อยู่เหนือกาลเวลา ไม่เน้นแฟชั่นที่มาไวไปไว แต่เน้นความคลาสสิกสไตล์ American Heritage ที่หยิบมาใส่ได้ทุกโอกาสในทุกๆวัน</li></ul><h3><br></h3><h2><strong>American Heritage: ความคลาสสิกที่อยู่เหนือกาลเวลา</strong></h2><p>เสน่ห์ของ Royal Robbins ในคอลเลกชันนี้คือการนำเอาดีไซน์ดั้งเดิมที่เป็นไอคอนิกของแบรนด์มาปัดฝุ่นใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นอเมริกันแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นทรงกางเกงที่เป็นเอกลักษณ์ หรือเสื้อเชิ้ตที่ให้ลุคสมบุกสมบันแต่ยังดูดีในทุกสถานการณ์ เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาเสื้อผ้าที่มีเรื่องราวและไม่ล้าสมัยตามกาลเวลา</p><p><br></p><h3><strong>พบกับ Royal Robbins คอลเลกชันใหม่ได้ที่ร้าน ADJ</strong></h3><p>ร่วมสัมผัสความประณีตและการออกแบบที่คำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลักกับ <strong>Royal Robbins</strong> ได้ที่ร้าน <a href="https://maps.app.goo.gl/Q6uyco3C7ZKXNEmu8" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">ADJ<strong> สาขา CentralWorld</strong></a> แหล่งรวมไอเทมสำหรับสาย Outdoor ที่หลงใหลในกลิ่นอายความคลาสสิกและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน</p><p><br></p><p><strong>ช่องทางติดตามข่าวสารและช้อปออนไลน์:</strong></p><ul><li>Website: <a href="https://the-adjective.com/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://the-adjective.com/</a></li><li>Facebook/Instagram: The Adjective</li><li>LINE OA : <a href="https://lin.ee/8YmJJ8R" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">@TheAdjective</a></li></ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca2ed7abdbb_1774857943.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca2ed7abdbb_1774857943.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Cafe Buongiorno ปักหมุดสุขุมวิท 49 สร้างสีสันประสบการณ์อิตาเลียน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/food/3822-cafe-buongiorno-ปักหมุดสุขุมวิท-49-สร้างสีสันประสบการณ์อิตาเลียน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/food/3822-cafe-buongiorno-ปักหมุดสุขุมวิท-49-สร้างสีสันประสบการณ์อิตาเลียน</guid>
            <pubDate>Mon, 30 Mar 2026 14:20:39 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส</dc:creator>
            <category>อาหาร / เครื่องดื่ม</category>
            <description><![CDATA[Cafe Buongiorno ปักหมุดสุขุมวิท 49 สร้างสีสันประสบการณ์อิตาเลียน
พร้อมเฉลิมฉลองเกียรติยศ Commendatore Enzo Peroni จากประเทศอิตาลี...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify">แวดวงอาหารและไลฟ์สไตล์ในกรุงเทพฯ คึกคักอีกครั้งกับการเปิดตัวของ Cafe Buongiorno บนถนนสุขุมวิท 49 ที่พร้อมยกระดับประสบการณ์อาหารอิตาเลียนด้วยการผสานรสชาติแบบต้นตำรับเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย ตอบโจทย์ทั้งนักชิมและคนเมืองที่มองหาประสบการณ์ใหม่ในบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นมากกว่าร้านอาหาร แต่เป็น “จุดหมายปลายทาง” สำหรับการใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่ “Cafe Buongiorno Per Tutti” ที่นำเสนอเมนูอิตาเลียนต้นตำรับยอดนิยม ปรุงสดใหม่ด้วยวัตถุดิบคุณภาพ และ “Café Buongiorno Gelateria” โซนเจลาโตที่ถ่ายทอดความสนุกของรสชาติ ผ่านการสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่และหลากหลาย ตั้งแต่รสคลาสสิกไปจนถึงรสชาติที่คาดไม่ถึง</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ Gelato Bar ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างชัดเจน ด้วยแนวคิด “Beyond Imagination” นำเสนอเจลาโตสไตล์อาร์ติซานที่ผลิตอย่างพิถีพิถัน พร้อมรสชาติที่หลากหลาย อาทิ เลมอนอิตาเลี่ยนเบซิล ไวน์แดง และเบียร์ ควบคู่กับรสยอดนิยมอย่างพิสตาชิโอ ช็อกโกแลต และวานิลลา ตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ชื่นชอบความคลาสสิกและผู้ที่ต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">การเปิดตัวนี้นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ Commendatore Enzo Peroni ผู้ก่อตั้งและผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ ซึ่งล่าสุดได้รับการเลื่อนยศจาก Cavaliere สู่ “Commendatore” หนึ่งในเกียรติยศสูงสุดจากเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Order of Merit of the Italian Republic โดยรัฐบาลอิตาลี เพื่อยกย่องบทบาทอันโดดเด่นในการเผยแพร่วัฒนธรรมและอาหารอิตาเลียนสู่เวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">การได้รับเกียรติยศในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Commendatore Enzo Peroni ในการนำเสนอ “Systema Italia” เส้นทางการใช้ชีวิตของชาวอิตาเลี่ยนอย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคในแต่ละประเทศที่แบรนด์เข้าไปดำเนินธุรกิจ รวมถึงประเทศไทยซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญในภูมิภาคเอเชีย</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">ในด้านการออกแบบ Cafe Buongiorno สุขุมวิท 49 ถ่ายทอดเสน่ห์ของคาเฟ่อิตาเลียนร่วมสมัยได้อย่างมีชีวิตชีวา ด้วยการผสานองค์ประกอบของความอบอุ่น ความเรียบง่าย และความเป็นกันเอง สร้างบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงคาเฟ่ท้องถิ่นในอิตาลี ขณะเดียวกันยังคงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการพื้นที่สำหรับการพักผ่อน พบปะสังสรรค์ หรือใช้เวลาในช่วงวันหยุดอย่างมีคุณภาพ</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">แขกผู้มาเยือนสามารถเพลิดเพลินกับเมนูอาหารอิตาเลียนที่ปรุงสดใหม่ในทุกจาน ควบคู่ไปกับเจลาโตแบบอาร์ติซานที่เน้นคุณภาพและความคิดสร้างสรรค์ในทุกรายละเอียด สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ที่ต้องการให้ทุกมื้ออาหารเป็นมากกว่าการรับประทาน แต่เป็นประสบการณ์ที่สร้างความสุขและความทรงจำที่ดี</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">“สำหรับผม อาหารอิตาเลียนคือความสุข ความคิดสร้างสรรค์ และการแบ่งปัน เราตั้งใจให้คาเฟ่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ผู้คนจะได้ค้นพบมิติใหม่ของเจลาโต และสัมผัสประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและน่าจดจำ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งกับการได้รับตำแหน่ง Commendatore และยินดีที่ได้ร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาสำคัญนี้ไปพร้อมกับทุกคนในประเทศไทย” Commendatore Enzo Peroni กล่าว</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">ด้วยการผสานอย่างลงตัวระหว่างอาหารอิตาเลียนต้นตำรับ ความคิดสร้างสรรค์ด้านเจลาโต และบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ Cafe Buongiorno สุขุมวิท 49 พร้อมก้าวขึ้นเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่สำหรับคนรักอาหาร นักชิม และผู้ที่หลงใหลในวัฒนธรรมอิตาเลียน ใจกลางกรุงเทพฯ</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca2424a4e03_1774855204.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca2424a4e03_1774855204.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ผลงานจากครีเอเตอร์ชาวญี่ปุ่นกว่า 150 ราย เผยแพร่สู่ 8 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก “Creator Toy &amp; Art Dis</title>
            <link>https://prnewsplus.com/events/3821-ผลงานจากครีเอเตอร์ชาวญี่ปุ่นกว่า-150-ราย-เผยแพร่สู่-8-ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก-creator-toy-art-dis</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/events/3821-ผลงานจากครีเอเตอร์ชาวญี่ปุ่นกว่า-150-ราย-เผยแพร่สู่-8-ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก-creator-toy-art-dis</guid>
            <pubDate>Mon, 30 Mar 2026 13:54:30 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Hiroko Tomoyose</dc:creator>
            <category>อีเว้นท์</category>
            <description><![CDATA[AniMeEon จัดงาน “Creator Toy & Art Discovery 2026” รวบรวมผลงานครีเอเตอร์ญี่ปุ่นกว่า 150 ราย เปิดขายสู่ 8 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลกจนถึง 5 เม.ย.นี้...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>BeeCruise Inc. ผู้ดำเนินการเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ “AniMeEon” ซึ่งจัดส่งสินค้าป๊อปคัลเจอร์จากญี่ปุ่นไปยังลูกค้าทั่วโลก ขอประกาศการจัดงานออนไลน์มาร์เก็ตระดับโลกแบบจำกัดระยะเวลา “Creator Toy &amp; Art Discovery 2026 (CTD)” เป็นครั้งแรก โดยรวบรวมไอเท็มที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์จากครีเอเตอร์ชาวญี่ปุ่นมานำเสนอแก่ผู้ชมทั่วโลก</p><p><br></p><p>งานจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2026 (วันจันทร์) เวลา 12:00 น. จนถึงวันที่ 5 เมษายน 2026 (วันอาทิตย์) เวลา 23:59 น. ตามเวลาญี่ปุ่น เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ โดยมีผลงานจากครีเอเตอร์ในญี่ปุ่นกว่า 150 รายมารวมไว้ในที่เดียว เปิดโอกาสให้ค้นพบครีเอเตอร์ทอย งานศิลปะ และสินค้าไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนมุมมองสร้างสรรค์อันหลากหลาย นอกจากนี้ ภายในงานยังมีสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะ CTD ของสมนาคุณสำหรับผู้ซื้อ และกิจกรรมแจกของรางวัลหลากหลายตลอดช่วงเวลาจัดงาน</p><p><br></p><p>CTD เปิดให้สั่งซื้อสินค้าได้ไม่เพียงในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมลูกค้าในเกาหลีใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน แคนาดา สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และไทย เพื่อส่งต่อพลังความคิดสร้างสรรค์จากญี่ปุ่นสู่เวทีโลก</p><p><br></p><p><strong>เว็บไซต์จำหน่ายสินค้า: </strong><a href="https://animeeon.com/ja/apps/search/ctd" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>https://animeeon.com/ja/apps/search/ctd</strong></a></p><p><br></p><p><strong>ข้อมูลกิจกรรม</strong></p><p>ระยะเวลาจัดงาน: 30 มีนาคม 2026 (วันจันทร์) เวลา 12:00 น. – 5 เมษายน 2026 (วันอาทิตย์) เวลา 23:59 น. ตามเวลาญี่ปุ่น</p><p>เว็บไซต์ทางการ: <a href="https://ctd.animeeon.com/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://ctd.animeeon.com/</a></p><p>เว็บไซต์จำหน่ายสินค้า: <a href="https://animeeon.com/ja/apps/search/ctd" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://animeeon.com/ja/apps/search/ctd</a></p><p>Instagram ทางการ: <a href="https://www.instagram.com/ctdglobal.info/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://www.instagram.com/ctdglobal.info/</a></p><p>X ทางการ: <a href="https://x.com/ctdglobal_info" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://x.com/ctdglobal_info</a></p><p>ของสมนาคุณสำหรับผู้ซื้อ: สำหรับผู้ที่มียอดซื้อครบ 10,000 เยนขึ้นไปต่อหนึ่งคำสั่งซื้อ (รวมภาษี) รับการ์ดสะสมสุ่มลาย CTD ออริจินัลแบบ 3 ใบ 1 ชุด ซึ่งใช้ภาพจากครีเอเตอร์ที่เข้าร่วมงาน</p><p><br></p><p>สำหรับลูกค้าในต่างประเทศ เงื่อนไขยอดซื้อเพื่อรับของสมนาคุณจะใช้เกณฑ์ตามสกุลเงินท้องถิ่นที่กำหนด</p><p>ของสมนาคุณอย่างเป็นทางการของ CTD ไม่ใช่รายการสำหรับผู้มาก่อนมีสิทธิ์ก่อน แต่จะมอบให้แก่ผู้ที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขครบถ้วนทุกท่าน</p><p>ผู้ซื้อไม่สามารถเลือกลายของการ์ดได้ และครีเอเตอร์บางรายอาจไม่ได้รวมอยู่ในลายการ์ดของสมนาคุณนี้</p><p><br></p><p><strong>เกี่ยวกับ AniMeEon</strong></p><p>AniMeEon คือร้านค้าออนไลน์ระดับโลกที่ดำเนินการโดย BeeCruise โดยเน้นจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับอนิเมะและเกมจากญี่ปุ่น พร้อมมอบสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้แฟน ๆ ทั่วโลกสามารถเลือกซื้อสินค้าเกี่ยวกับผลงานจากญี่ปุ่นได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังสนับสนุนการขยายตัวของคอมมูนิตี้แฟนคลับข้ามพรมแดน นอกจากนี้ AniMeEon ยังเดินหน้าส่งต่อเสน่ห์ของป๊อปคัลเจอร์ญี่ปุ่นในหลายมิติผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น “Creator Toy &amp; Art Discovery” อีกด้วย</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca1df09404d_1774853616.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca1df09404d_1774853616.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>RIDDARA กระแสแรงใน Motor Show 2026 ยอดจองทะลุ 1,000 คัน ภายใน 5 วัน เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคกระบะพลังงานใหม่ในไทย</title>
            <link>https://prnewsplus.com/automotive/3820-riddara-กระแสแรงใน-motor-show-2026-ยอดจองทะลุ-1000-คัน-ภายใน-5-วัน-เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคกระบะพลังงานใหม่ในไทย</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/automotive/3820-riddara-กระแสแรงใน-motor-show-2026-ยอดจองทะลุ-1000-คัน-ภายใน-5-วัน-เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคกระบะพลังงานใหม่ในไทย</guid>
            <pubDate>Mon, 30 Mar 2026 13:50:42 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ยานยนต์</category>
            <description><![CDATA[ยอดจองพุ่งแรง ทางเลือกใหม่ของผู้ใช้งานไทย
ภายในงาน RIDDARA ได้รับความสนใจอย่างมากจากกลุ่มผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์และผู้ประกอบการ SME ในหลากหลายอุตสาหกรรม...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-center"><strong>&nbsp;</strong></p><p class="ql-align-justify"><strong>กรุงเทพฯ,&nbsp;มีนาคม&nbsp;2569</strong>&nbsp;– GEELY RIDDARA (ริดดารา) สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในงาน&nbsp;Bangkok International Motor Show 2026&nbsp;ด้วยยอดจองสะสมทะลุ&nbsp;<strong>1,000&nbsp;คัน ภายในระยะเวลาเพียง&nbsp;5&nbsp;วัน</strong>&nbsp;นับตั้งแต่วันเปิดให้ประชาชนเข้าชม สะท้อนถึงกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคชาวไทย และตอกย้ำการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแบรนด์ดาวเด่นของงานในปีนี้ ความสำเร็จดังกล่าวไม่เพียงเป็นการทำลายสถิติยอดจองของแบรนด์ แต่ยังสะท้อนถึงแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านของตลาดรถกระบะไทย จากเครื่องยนต์สันดาปสู่&nbsp;<strong>รถกระบะพลังงานใหม่ (NEV Pickup)</strong>&nbsp;อย่างชัดเจน</p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify"><img src="https://prnewsplus.com/uploads/posts/content/2026/03/69ca1ce90a93b_1774853353.webp">...</p><p class="ql-align-center"><strong>&nbsp;</strong></p><p class="ql-align-justify"><strong>ยอดจองพุ่งแรง ทางเลือกใหม่ของผู้ใช้งานไทย</strong></p><p class="ql-align-justify">ภายในงาน&nbsp;RIDDARA&nbsp;ได้รับความสนใจอย่างมากจากกลุ่มผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์และผู้ประกอบการSME&nbsp;ในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นค้าปลีก ค้าส่ง งานก่อสร้าง หรือโลจิสติกส์ ซึ่งมองหาทางเลือกใหม่ในการลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจในระยะยาว</p><p class="ql-align-center"><strong>&nbsp;</strong></p><p class="ql-align-justify">หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันยอดจองอย่างต่อเนื่อง คือ&nbsp;<strong>ต้นทุนการใช้งานที่ต่ำอย่างมีนัยสำคัญ</strong>&nbsp;โดย&nbsp;RIDDARA&nbsp;มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพียงประมาณ&nbsp;<strong>0.8–1&nbsp;บาทต่อกิโลเมตร</strong>&nbsp;หรือเพียง&nbsp;20%&nbsp;ของรถกระบะดีเซลทั่วไปที่มีต้นทุนราว&nbsp;4&nbsp;บาทต่อกิโลเมตร ส่งผลให้ผู้ใช้งานที่มีระยะทางเฉลี่ย&nbsp;200&nbsp;กิโลเมตรต่อวัน สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้สูงถึง&nbsp;<strong>16,000–18,000&nbsp;บาทต่อเดือน</strong></p><p class="ql-align-center"><br></p><p class="ql-align-justify">นอกจากนี้ รุ่น&nbsp;ECON&nbsp;ในรูปแบบกระบะ 4 ประตูยังมีราคาเริ่มต้นเพียง&nbsp;<strong>739,000&nbsp;บาท</strong>&nbsp;ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงรถกระบะพลังงานใหม่ได้ง่ายยิ่งขึ้น และมีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับรถกระบะในระดับเดียวกัน</p><p class="ql-align-justify">ด้วยโครงสร้างราคาที่โดดเด่น&nbsp;RIDDARA&nbsp;มีระดับราคาที่&nbsp;<strong>ต่ำกว่ารถกระบะเครื่องยนต์ดีเซลในหลายรุ่น</strong>&nbsp;และยังอยู่ในระดับเพียง&nbsp;<strong>ประมาณครึ่งหนึ่งของรถกระบะพลังงานใหม่จากแบรนด์เจ้าตลาดในอนาคต</strong>&nbsp;ทำให้กลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและผู้ประกอบการ</p><p class="ql-align-center"><strong>&nbsp;</strong></p><p class="ql-align-justify"><strong>สมรรถนะเหนือชั้น ตอกย้ำแนวคิด “พลังงานใหม่คุ้มกว่าน้ำมัน”</strong></p><p class="ql-align-justify">RIDDARA&nbsp;ไม่ได้โดดเด่นเพียงด้านความประหยัด แต่ยังมอบสมรรถนะที่เหนือกว่ารถกระบะเครื่องยนต์สันดาปในหลายมิติ</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รุ่น&nbsp;<strong>RD6</strong>&nbsp;ให้แรงบิดสูงสุด&nbsp;595&nbsp;นิวตันเมตร และกำลัง&nbsp;315 kW&nbsp;พร้อมอัตราเร่ง&nbsp;0–100&nbsp;กม./ชม. ภายใน&nbsp;4.5&nbsp;วินาที</p><p class="ql-align-justify">·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รุ่น&nbsp;<strong>ECON</strong>&nbsp;ให้แรงบิด&nbsp;385&nbsp;นิวตันเมตร และกำลัง&nbsp;200 kW&nbsp;พร้อมสมรรถนะที่โดดเด่นแม้ในสภาพบรรทุกเต็ม</p><p class="ql-align-justify"><strong>รองรับการใช้งานหลากหลาย:</strong></p><p class="ql-align-justify">·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;RD6&nbsp;มาพร้อมโหมดการขับขี่&nbsp;7&nbsp;รูปแบบ รองรับการใช้งานแบบออฟโรด</p><p class="ql-align-justify">·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ECON&nbsp;มาพร้อมโหมด&nbsp;Eco / Standard / Sport&nbsp;เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในหลากหลายสภาพถนน</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify"><strong>ประสบการณ์ใหม่ของกระบะ: ใช้งานแบบกระบะ ขับสบายแบบ&nbsp;SUV</strong></p><p class="ql-align-justify">RIDDARA&nbsp;ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของรถกระบะ ด้วยช่วงล่างแบบอิสระทั้ง&nbsp;4&nbsp;ล้อ ที่ให้ความนุ่มนวลในระดับเดียวกับรถยนต์&nbsp;SUV&nbsp;ขณะที่<strong>ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า</strong>&nbsp;ให้แรงบิดทันทีและการเร่งที่ต่อเนื่องไร้แรงกระตุก ด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง&nbsp;6.1&nbsp;เมตร และระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS)&nbsp;ช่วยให้การควบคุมรถทำได้ง่าย แม้ในสภาพการใช้งานที่ต้องบรรทุกหนัก</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify"><strong>ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้วยรางวัลระดับประเทศ</strong></p><p class="ql-align-justify">ควบคู่กับความสำเร็จด้านยอดจอง&nbsp;RIDDARA&nbsp;ยังได้รับการยอมรับจากวงการยานยนต์ไทย โดย<strong>RIDDARA RD6 ECON 2WD&nbsp;คว้ารางวัล “Best 2WD Pickup EV”&nbsp;ในงาน&nbsp;CAR OF THE YEAR 2026</strong>&nbsp;ซึ่งจัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) สะท้อนถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทั้งในด้านสมรรถนะ ความคุ้มค่า และความเหมาะสมต่อการใช้งานจริงในประเทศไทย</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify"><strong>บทสรุป: จุดเปลี่ยนของตลาดกระบะไทยสู่ยุคพลังงานใหม่</strong></p><p class="ql-align-justify">ความสำเร็จของ&nbsp;RIDDARA&nbsp;ในงาน&nbsp;Motor Show 2026&nbsp;แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า&nbsp;<strong>รถกระบะพลังงานใหม่กำลังกลายเป็นทางเลือกหลักของผู้ใช้งานไทย</strong></p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">RIDDARA&nbsp;ไม่ได้เป็นเพียงอีกหนึ่งตัวเลือก แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญที่ช่วย “เปลี่ยนเกม” ของตลาดรถกระบะ ด้วยการผสาน&nbsp;<strong>สมรรถนะ ความประหยัด และความสะดวกสบาย</strong>&nbsp;เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว</p><p class="ql-align-center">###</p><p class="ql-align-justify"><strong>&nbsp;</strong></p><p class="ql-align-justify"><strong>เกี่ยวกับ&nbsp;GEELY RIDDARA</strong></p><p class="ql-align-justify">GEELY RIDDARA&nbsp;เป็นแบรนด์รถกระบะพลังงานใหม่ในเครือ&nbsp;GEELY AUTO GROUP&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทรถยนต์ชั้นนำระดับโลกที่มุ่งมั่นในการพัฒนายานยนต์พลังงานใหม่ โดยนำจุดแข็งด้านเทคโนโลยี การผลิต และการควบคุมคุณภาพ มาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและไลฟ์สไตล์</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">ปัจจุบัน&nbsp;GEELY RIDDARA&nbsp;ครองส่วนแบ่งอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของตลาดรถกระบะพลังงานใหม่ในประเทศจีน</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca1d4254ea1_1774853442.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca1d4254ea1_1774853442.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>We Are Social Thailand จับมือ Monde Nissin บุกโลก Roblox เปิดตัวมหาอำนาจความสนุก “SUMO WORLD”</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/3819-we-are-social-thailand-จับมือ-monde-nissin-บุกโลก-roblox-เปิดตัวมหาอำนาจความสนุก-sumo-world</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/3819-we-are-social-thailand-จับมือ-monde-nissin-บุกโลก-roblox-เปิดตัวมหาอำนาจความสนุก-sumo-world</guid>
            <pubDate>Mon, 30 Mar 2026 11:28:02 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Thitichay Warakulthanaset</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[ครั้งแรกกับการสร้าง Full Experience บน Roblox เชื่อมโลกขนมและเกมเข้าด้วยกัน  ชูคอนเซปต์ขนมเติมพลังตัวจริงยามเล่นเกม พร้อมแก้ Pain Point เด็กยุคใหม่ด้วยการสร้างคอมมูนิตี้ที่ปลอดภัยและกิจกรรมสุด Exclusi...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong style="background-color: transparent;">We Are Social Thailand</strong><span style="background-color: transparent;"> เอเจนซี่ผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลระดับโลก จับมือคุณเพียงจิต นิลคูหา, Marketing Head จาก&nbsp; </span><strong style="background-color: transparent;">Monde Nissin</strong><span style="background-color: transparent;"> ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารและขนมขบเคี้ยว เจ้าของแบรนด์ </span><strong style="background-color: transparent;">“SUMO Mini Cookies”</strong><span style="background-color: transparent;">&nbsp; ประกาศแคมเปญสุดยิ่งใหญ่แห่งปี บุกแพลตฟอร์ม </span><strong style="background-color: transparent;">Roblox</strong><span style="background-color: transparent;"> สร้างปรากฏการณ์ความบันเทิงรูปแบบใหม่ให้กับเด็กไทย ภายใต้แบรนด์ </span><strong style="background-color: transparent;">“SUMO Mini Cookies”</strong><span style="background-color: transparent;"> ชูคอนเซปต์ขนมเติมพลังตัวจริงยามเล่นเกม พร้อมแก้ Pain Point เด็กยุคใหม่ด้วยการสร้างคอมมูนิตี้ที่ปลอดภัยและกิจกรรมสุด Exclusive ร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์เกมเมอร์ชื่อดัง ตั้งแต่ 7 มีนาคมถึง 31 พฤษภาคม 2569 นี้</span></p><p><br></p><p><strong style="background-color: transparent;">คุณปัฐวีร์ อภิวัชรเจริญสิน</strong><span style="background-color: transparent;"> รองผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ </span><strong style="background-color: transparent;">We Are Social Thailand</strong><span style="background-color: transparent;"> ระบุว่าพฤติกรรมของกลุ่ม Gen Alpha เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดย Social Media ในรูปแบบเดิมไม่ใช่พื้นที่หลักในการปฏิสัมพันธ์อีกต่อไป แต่ได้เคลื่อนย้ายเข้าสู่ </span><strong style="background-color: transparent;">Gaming Platform</strong><span style="background-color: transparent;"> อย่าง </span><strong style="background-color: transparent;">Roblox</strong><span style="background-color: transparent;"> ซึ่งกลายเป็น "พื้นที่ทางสังคมใหม่" ที่ผู้คนใช้เวลาและมีปฏิสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม แคมเปญ </span><strong style="background-color: transparent;">SUMO World บนแพลตฟอร์ม Roblox</strong><span style="background-color: transparent;"> จึงถูกออกแบบมาเพื่อหลอมรวมแบรนด์เข้ากับระบบนิเวศนี้อย่างกลมกลืน โดยเปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้โฆษณาที่ขัดจังหวะความสนุก" มาเป็น "ผู้สร้างประสบการณ์" ที่เข้าไปเติมเต็มโลกของเด็กๆ ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น</span></p><p><br></p><p><span style="background-color: transparent;">หัวใจสำคัญของแคมเปญนี้มาจากความเข้าใจใน Insight ของเด็กไทย (People) ที่มีความหลงใหล (Passion) ในการเล่นเกม โดยเฉพาะบน Roblox (Platform) แต่บ่อยครั้งที่การเล่นเกมคนเดียวอาจทำให้เกิดความเหงาหรือขาดแรงจูงใจ </span><strong style="background-color: transparent;">We Are Social Thailand</strong><span style="background-color: transparent;"> จึงใช้ความเชี่ยวชาญด้านคอมมูนิตี้ออกแบบประสบการณ์แบบ </span><strong style="background-color: transparent;">Native Engagement </strong><span style="background-color: transparent;">เพื่อแก้ Pain Point ดังกล่าว โดยสร้างระบบที่ทำให้เด็กๆ ยังคงปฎิสัมพันธ์กับเพื่อนในช่วงปิดเทอม ได้ทำความรู้จักเพื่อนใหม่และเข้าถึงไอดอลในดวงใจได้จริง ภายใต้แนวคิด “เมื่อเล่นเกม นึกถึง </span><strong style="background-color: transparent;">SUMO Mini Cookies </strong><span style="background-color: transparent;">เพื่อนคู่ใจที่คอยเติมพลัง พร้อมลุยในสิ่งที่ชอบไปด้วยกัน”</span></p><p><br></p><p><br></p><p><strong style="background-color: transparent;">ไฮไลท์สำคัญของแคมเปญ:</strong></p><ul><li><strong style="background-color: transparent;">SUMO World - Brand Hub in Roblox:</strong><span style="background-color: transparent;"> สร้างแมพพิเศษของ SUMO Mini Cookies ที่ทำหน้าที่เป็น "ศูนย์กลาง" (Portal) เชื่อมต่อไปยัง 3 แมพที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย มอบประสบการณ์แบบ Full Experience ที่ลื่นไหลและตื่นตาตื่นใจ</span></li><li><strong style="background-color: transparent;">Squad System &amp; Influencer Engagement:</strong><span style="background-color: transparent;"> แก้ Pain Point เรื่องการไม่มีเพื่อนเล่น ด้วยระบบทีมที่มีหัวหน้าเผ่าเป็น </span><strong style="background-color: transparent;">Gaming Influencer</strong><span style="background-color: transparent;"> ขวัญใจเด็กๆ ให้ผู้เล่นได้ใกล้ชิดและร่วมแข่ง tournament กับไอดอลในดวงใจแบบ Real-time</span></li><li><strong style="background-color: transparent;">Limited Edition UGC:</strong><span style="background-color: transparent;"> แจกไอเทมและสกิน (User Generated Content) สุดพิเศษที่มีจำนวนจำกัด ให้เด็กๆ ได้สะสมและนำไปอวด (Flex) ในโลกของ Roblox เพื่อสร้างความภูมิใจและตัวตนในคอมมูนิตี้</span></li><li><strong style="background-color: transparent;">Safe Community:</strong><span style="background-color: transparent;"> พื้นที่ปลอดภัยที่เปิดโอกาสให้เด็กที่มีความสนใจเดียวกันมาแลกเปลี่ยนความชอบและสร้างมิตรภาพใหม่ๆ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ผ่านการพูดคุยภายในแมพ หรือพูดคุยภายใน discord</span></li></ul><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong style="background-color: transparent;">กลยุทธ์ 360 Full Loop จากโลกออนไลน์สู่ตะกร้าช้อปปิ้ง</strong><span style="background-color: transparent;"> แคมเปญนี้ไม่เพียงแต่สร้าง Awareness ในโลกดิจิทัล แต่ยังเชื่อมโยงสู่ยอดขายจริง (Physical Sale) ด้วยกลยุทธ์ </span><strong style="background-color: transparent;">Repurchase Mechanic</strong><span style="background-color: transparent;"> ที่ออกแบบมาให้ผู้เล่นสามารถนำการซื้อสินค้า SUMO Mini Cookies ในชีวิตจริง มาแลกเปลี่ยนเป็นโทเคนภายในเกมเพื่อแลกซื้อไอเทม UGC สุดพิเศษ และสร้างประสบการณ์การเล่นเกมให้กับแฟนเกม Roblox สร้างวงจรการซื้อซ้ำและผูกพันกับแบรนด์อย่างยั่งยืน</span></p><p><span style="background-color: transparent;">แคมเปญนี้เปิดตัวในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ที่เด็กๆ ต้องห่างจากเพื่อนที่โรงเรียน </span><strong style="background-color: transparent;">SUMO</strong><span style="background-color: transparent;"> จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นโซลูชันแก้ความเหงาและเชื่อมเด็กๆเข้ากับเพื่อนๆผ่านกิจกรรมที่เด็กๆรัก โดยการสร้าง </span><strong style="background-color: transparent;">Safe Community</strong><span style="background-color: transparent;"> บน Roblox ที่เด็กๆ สามารถเข้ามาเจอเพื่อนใหม่ และร่วมเล่นกิจกรรมในรูปแบบทีมกับไอดอลในดวงใจ</span></p><p><br></p><p><strong style="background-color: transparent;">คุณณัฐชนัน เชียภานุมาศ, </strong><strong style="background-color: transparent; color: rgb(10, 10, 10);">ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์</strong><strong style="background-color: transparent;">จาก We Are Social Thailand</strong><span style="background-color: transparent;"> กล่าวว่า:</span></p><p><em style="background-color: transparent;">"เราไม่ได้มอง Roblox เป็นแค่สนามเด็กเล่น แต่เรามองเป็นพื้นที่ทางสังคมที่สำคัญที่สุดพื้นที่หนึ่งของเด็กไทย ความท้าทายคือการพาแบรนด์ SUMO เข้าไปอยู่ในจุดนั้นอย่างถูกที่ถูกเวลา เราใช้ความเข้าใจในพฤติกรรมเชิงลึกเพื่อสร้างประสบการณ์ที่เด็กๆ อยากเข้าร่วมจริงๆ และเป็นแบรนด์ที่เด็กจะรักและแชร์ประสบการณ์ไปด้วยกัน ไม่ใช่แค่โฆษณาที่พวกเขาอยากกดข้าม"</em></p><p><span style="background-color: transparent;">ร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่และเติมพลังความสนุกไปกับ SUMO Mini Cookies บน Roblox ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569</span></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c9fb9bc1eec_1774844827.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c9fb9bc1eec_1774844827.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ซิลลิค ฟาร์มา เดินหน้านวัตกรรม Cold Chain ในไทย ชู eZCooler ยกระดับซัพพลายเชนสุขภาพอย่างยั่งยืน พร้อ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/3818-ซิลลิค-ฟาร์มา-เดินหน้านวัตกรรม-cold-chain-ในไทย-ชู-ezcooler-ยกระดับซัพพลายเชนสุขภาพอย่างยั่งยืน-พร้อ</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/3818-ซิลลิค-ฟาร์มา-เดินหน้านวัตกรรม-cold-chain-ในไทย-ชู-ezcooler-ยกระดับซัพพลายเชนสุขภาพอย่างยั่งยืน-พร้อ</guid>
            <pubDate>Mon, 30 Mar 2026 10:11:49 +0700</pubDate>
            <dc:creator>นัฏภรณ์ ไชยสิริยะสวัสดิ์</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[นวัตกรรมด้านโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain) อย่าง “eZCooler” โซลูชันควบคุมอุณหภูมิ สำหรับการจัดเก็บและขนส่งยาที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผลิตภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์ที่มีความอ่...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ในขณะที่ทั่วโลกต้องเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และมุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากทั่วโลก โดยทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างเร่งขับเคลื่อนและสนับสนุนนโยบายเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว </p><p>&nbsp;</p><p><span style="color: black;">ซิลลิค</span> ฟาร์มา (Zuellig Pharma) ในฐานะผู้นำด้านโซลูชันสุขภาพแบบครบวงจรในประเทศไทย ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความยั่งยืนจึงได้พัฒนาและลงทุนด้านนวัตกรรมสีเขียวอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมาเพื่อยกระดับประสิทธิภาพของระบบซัพพลายเชน ซึ่งนับเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการให้บริการด้านสุขภาพของประเทศไทยท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริษัทจึงมุ่งมั่นดำเนินงานด้านระบบซัพพลายเชนให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านคุณภาพและการกำกับดูแล เพื่อให้ทุกภาคส่วนมั่นใจได้ว่า ยาและวัคซีนจะคงประสิทธิภาพและคุณภาพอย่างสมบูรณ์ตลอดกระบวนการกระจายยาและเวชภัณฑ์ไปยังโรงพยาบาล คลินิก และร้านขายยาทั่วประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงการผสานเทคโนโลยีเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านซัพพลายเชนของซิลลิค ฟาร์มา อย่างเป็นรูปธรรม</p><p>&nbsp;</p><p>นวัตกรรมด้านโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain) อย่าง “eZCooler” โซลูชันควบคุมอุณหภูมิ สำหรับการจัดเก็บและขนส่งยาที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผลิตภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์ที่มีความอ่อนไหวต่ออุณหภูมิ เช่น วัคซีนโปลิโอชนิดหยอด (OPV) ที่ต้องเก็บในช่องแช่แข็ง -15 ถึง -25 องศาเซลเซียส<sup>1</sup> </p><p class="ql-align-center"><span style="color: rgb(78, 167, 46);">&nbsp;</span></p><p>โดย eZCooler สามารถควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงมาตรฐานที่กำหนดในอุณหภูมิระหว่าง -15 ถึง -25 &nbsp;องศาเซลเซียส และ 2-8 องศาเศลเซียสได้นานถึง 72 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ด้วยระยะทางการขนส่งที่ไกลที่สุดในประเทศไทยที่เคยให้บริการมา คือ ระยะทางไป-กลับรวม 1,985 กิโลเมตร eZCooler ช่วยลดการใช้พลังงานของระบบทำความเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีสภาพอากาศร้อนชื้น นอกจากนั้นยังมีความปลอดภัยสำหรับการขนส่งสินค้าคืนจากพื้นที่ห่างไกล พร้อมทั้งรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้กล่อง eZCooler ยังมีขนาดบรรจุที่หลากหลายตั้งแต่ขนาดเล็กสุดที่ 8 ลิตร ไปจนถึงขนาดใหญ่ที่สุด 960 ลิตร </p><p>&nbsp;</p><p>ในมิติของการขนส่งและการกระจายสินค้า eZCooler สามารถเพิ่มความแม่นยำของการควบคุมอุณหภูมิในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายอย่างประเทศไทย ลดความเสี่ยงด้านการจัดการสินค้า ช่วยให้สามารถควบคุมอุณหภูมิไปจนถึงที่หมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบการปล่อยคาร์บอนได้อีกด้วย </p><p>&nbsp;</p><p><strong>คุณพักตร์นลิน บูลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด &nbsp;</strong>กล่าวว่า “<span style="color: black;">หนึ่งในกลยุทธ์ขององค์กร คือ การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบสุขภาพ ผ่านการพัฒนาซัพ</span>พลายเชนที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ควบคู่กับการนำเสนอโซลูชันที่เชื่อถือได้ และการดำเนินงานอย่างยั่งยืน เราเชื่อว่า ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะเป็นพลังสำคัญในการช่วยยกระดับทั้งการเข้าถึงการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนและการพัฒนามาตรฐานของระบบสุขภาพโดยรวมเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคตได้อย่างแข็งแกร่ง”</p><p>&nbsp;</p><p>ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma)<span style="color: rgb(78, 167, 46);"> </span>ยังได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้กับกระบวนการดำเนินงานในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความคล่องตัว ความโปร่งใส และความแม่นยำในการบริหารจัดการข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น ระบบบริหารจัดการการขนส่ง FarEye Transport Management System (TMS) ยกระดับการควบคุมและติดตามการขนส่งสินค้า ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็นข้อมูลการขนส่งแบบเรียลไทม์ (end-to-end visibility) สนับสนุนการบริหารจัดการต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมความแม่นยำในการส่งมอบสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพและข้อกำหนดด้านเวลาซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมสุขภาพ การพัฒนาแอปพลิเคชัน EZ Rx ที่ช่วยให้ร้านยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสามารถสั่งซื้อและติดตามสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์ การเปิดตัว AI-Powered Chatbot เพื่อสนับสนุนการให้ข้อมูลและบริการลูกค้าอย่างรวดเร็วทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดจนการนำ AI มาช่วยจัดทำใบสั่งซื้อ (AI-enabled Purchase Order Generation) ในระยะเฟส 1 เพื่อลดขั้นตอนการทำงานที่ต้องอาศัยการดำเนินการด้วยตนเองและเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของกระบวนการทำงาน</p><p>&nbsp;</p><p>นวัตกรรม eZCooler รวมถึงนวัตกรรมด้านดิจิทัลและโซลูชันที่พัฒนาอย่างเป็นระบบนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของซิลลิค ฟาร์มา ในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับประสิทธิภาพระบบซัพพลายเชน และการให้บริการในอุตสาหกรรมสุขภาพไทย พร้อมตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านโซลูชันสุขภาพแบบครบวงจร ด้วยประสบการณ์การดำเนินงานในประเทศไทยกว่า 70 ปี อันเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรบริษัทยาและเวชภัณฑ์ระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย</p><p class="ql-align-center">###</p><p class="ql-align-center">&nbsp;</p><p>แหล่งอ้างอิง&nbsp;</p><p>1.&nbsp;ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพของวัคซีน.&nbsp;คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(ศูนย์รังสิต).&nbsp;สถาบันวัคซีนแห่งชาติ.&nbsp;<a href="https://guruvaccine.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%99/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="color: blue;">https://guruvaccine.com/ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพของวัคซีน</a>&nbsp;</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c9dee1bebae_1774837473.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c9dee1bebae_1774837473.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>เจาะดึงดูดทรัพย์! เช็กดวงนักธุรกิจและคนทำงาน 31 มี.ค. – 6 เม.ย. 2569 ราศีไหนดีลใหญ่ผ่านฉลุย?</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/3817-/lifestyle/business-horoscope-31mar-6apr-2569</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/3817-/lifestyle/business-horoscope-31mar-6apr-2569</guid>
            <pubDate>Mon, 30 Mar 2026 03:19:16 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[เช็กดวงธุรกิจและการเงิน 31 มี.ค. – 6 เม.ย. 2569 ราศีไหนปิดดีลได้, ราศีไหนต้องระวัง พร้อมสีมงคลและทิศเรียกทรัพย์ฉบับคนทำงานจริง...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>สัปดาห์ส่งท้ายมีนาคมเข้าสู่เมษายน 2569 นี้ไม่ใช่สัปดาห์ธรรมดา — พลังของ&nbsp;<strong>ธาตุไม้</strong>&nbsp;และ&nbsp;<strong>ธาตุไฟ</strong>&nbsp;กำลังก่อตัวพร้อมกัน ส่งผลต่อการตัดสินใจทางธุรกิจ ทิศทางการลงทุน และแรงผลักดันส่วนตัวอย่างตรงไปตรงมา มาดูกันว่าสัปดาห์นี้ใครเป็น "ดาวรุ่ง" และใครควร "ถอยเพื่อก้าว"</p><h2>🔥 กลุ่มที่ 1: "Business Hero" — ราศีที่เจรจาและปิดดีลได้คล่องที่สุด</h2><h3>ราศีเมษ (เกิดเดือนเมษายน)</h3><p>พลัง ธาตุไฟ เริ่มหนุนดวงชะตาเต็มตัว คนที่ทำธุรกิจสาย Tech หรือ Digital Marketing จะมีโอกาสปิดดีลแบบไม่คาดฝัน โดยเฉพาะดีลที่ค้างคาอยู่นาน</p><p>💡&nbsp;<strong>แนะนำ:</strong>&nbsp;นำเสนองานในวันอังคารช่วง 09:00–10:30 น. พลังงานช่วงนี้เอื้อต่อการโน้มน้าวและการตัดสินใจของคู่เจรจาเป็นพิเศษ</p><h3>ราศีธนู (เกิดเดือนธันวาคม)</h3><p>ดาวพฤหัสส่งเสริมเรื่อง "หุ้นส่วน" อย่างชัดเจนสัปดาห์นี้ ถ้ามีแผนเซ็นสัญญาหรือเปิดโปรเจกต์ใหม่กับ Partner ต่างชาติ นี่คือจังหวะที่ดีที่สุดในรอบไตรมาส</p><h2>💰 กลุ่มที่ 2: "Wealth Magnet" — ราศีที่กระแสเงินสดและการลงทุนไหลดี</h2><h3>ราศีกุมภ์</h3><p>กระแสเงินไหลเข้าดีในสัปดาห์นี้ แต่มีจุดระวังคือแนวโน้มใช้จ่ายตามอารมณ์และการลงทุนที่ยังไม่ได้คิดรอบด้าน</p><p>💡&nbsp;<strong>แนะนำ:</strong>&nbsp;ถ้าจะเพิ่มพอร์ตการลงทุน เน้นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงก่อน ยังไม่ใช่เวลา lock เงินระยะยาว</p><h3>ราศีพิจิก</h3><p>โดดเด่นเรื่องรายได้จากช่องทางที่เคยทำทิ้งไว้ — Passive Income, Affiliate, หรือคอร์สออนไลน์ที่ไม่ได้ขยับมานาน มีโอกาสฟื้นตัวหรือเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในสัปดาห์นี้</p><h2>🎨 ตารางสรุป: สีมงคลและทิศเรียกทรัพย์ประจำสัปดาห์</h2><h2>ราศีสีมงคลเรียกทรัพย์🔥 กลุ่มธาตุไฟ (เมษ, สิงห์, ธนู)แดงทับทิม, เขียวเหนี่ยวทรัพย์🌍 กลุ่มธาตุดิน (พฤษภ, กันย์, มังกร)ส้มอิฐ, เหลืองทอง💨 กลุ่มธาตุลม (เมถุน, ตุลย์, กุมภ์)ฟ้าสดใส, เทาเงิน💧 กลุ่มธาตุน้ำ (กรกฏ, พิจิก, มีน)ขาวสะอาด, น้ำเงินเข้ม⚠️ สัญญาณจากดาว: ดาวพุธ Retrograde สัปดาห์นี้</h2><p>ในโหราศาสตร์เชิงธุรกิจ สัปดาห์นี้&nbsp;<strong>ดาวพุธ</strong>&nbsp;เข้าสู่ช่วงโคจรพักร (Retrograde) เล็กน้อย ซึ่งมีผลต่อการสื่อสาร การตัดสินใจเร็ว และระบบดิจิทัล</p><p>สิ่งที่ควรระวังในสัปดาห์นี้:</p><ul><li>การส่ง Email สำคัญโดยไม่ตรวจทาน</li><li>การ Launch แคมเปญโฆษณาโดยไม่ทดสอบ Audience ก่อน</li><li>การลงนามสัญญาโดยไม่อ่านเงื่อนไขให้ครบ</li></ul><p>💡&nbsp;<strong>คำแนะนำ:</strong>&nbsp;ช่วงดาวพุธ Retrograde ไม่ใช่เวลาเริ่มต้นสิ่งใหม่โดยไม่จำเป็น แต่เหมาะมากสำหรับการ&nbsp;<strong>ทบทวน ปรับปรุง และ revisit สิ่งที่ค้างอยู่</strong></p><h2>❓ FAQ — คำถามที่คนถามบ่อย</h2><p><strong>ถาม: สัปดาห์นี้ราศีไหนมีเกณฑ์ได้งานใหม่หรือเลื่อนตำแหน่ง?</strong></p><p>ตอบ: ราศีเมถุนและราศีกันย์มีพลังงานดาวส่งเสริมในด้านผลงานและการมองเห็น ทำให้ความสามารถโดดเด่นขึ้นในสายตาผู้บริหารได้ง่ายกว่าปกติ</p><p><strong>ถาม: วันมงคลที่สุดในสัปดาห์นี้สำหรับเริ่มต้นธุรกิจใหม่คือวันไหน?</strong></p><p>ตอบ: วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 ช่วง 11:00–13:00 น. ถือเป็นช่วงที่พลังงานเอื้อต่อการเปิดตัวสินค้าหรือจดทะเบียนธุรกิจมากที่สุดในสัปดาห์นี้</p><p><strong>ถาม: สีมงคลสัปดาห์นี้คืออะไร?</strong></p><p>ตอบ: ขึ้นอยู่กับธาตุประจำราศี กลุ่มธาตุไฟแนะนำสีแดงทับทิมหรือเขียว กลุ่มธาตุน้ำแนะนำขาวหรือน้ำเงินเข้ม</p><p><strong>ถาม: ดาวพุธ Retrograde ส่งผลต่อธุรกิจออนไลน์อย่างไร?</strong></p><p>ตอบ: มักเกิดความผิดพลาดด้านการสื่อสาร เช่น Email ส่งผิด, ระบบขัดข้อง, หรือการตีความสัญญาคลาดเคลื่อน แนะนำให้ตรวจสอบซ้ำก่อนดำเนินการสำคัญทุกครั้ง</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c98943e4cc2_1774815555.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c98943e4cc2_1774815555.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>สงครามอิหร่านกระทบไทยอย่างไร ราคาน้ำมัน-เศรษฐกิจ 2569</title>
            <link>https://prnewsplus.com/finance/3816-iran-war-impact-thailand-oil-2569</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/finance/3816-iran-war-impact-thailand-oil-2569</guid>
            <pubDate>Mon, 30 Mar 2026 02:30:31 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>การเงิน / การลงทุน</category>
            <description><![CDATA[สงครามสหรัฐ-อิหร่านปะทุ 28 ก.พ. 2569 ราคาน้ำมันโลกพุ่ง 110 ดอลลาร์ กระทบไทยทั้งราคาน้ำมัน ค่าครองชีพ และตลาดหุ้น เช็กผลกระทบครบทุกด้านได้ที่นี่...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<h2>สงครามอิหร่าน 2569 เริ่มต้นอย่างไร?</h2><p>วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศในหลายพื้นที่ของอิหร่าน นับเป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลางในรอบหลายทศวรรษ และส่งผลสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกรวมถึงไทยทันที ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นแตะระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากระดับ 67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก่อนเกิดสงคราม และยังมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่องตามพัฒนาการของสถานการณ์</p><h2>ทำไมสงครามอิหร่านถึงกระทบราคาน้ำมันไทย?</h2><p>อิหร่านเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก โดยผลิตน้ำมันวันละประมาณ 3 ล้านบาร์เรล และส่งออกวันละ 1.6 ล้านบาร์เรล เมื่อเกิดสงครามและการส่งออกหยุดชะงัก ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกลดลงทันที ราคาจึงพุ่งสูงขึ้น 5–10% ในทันที นอกจากนี้อิหร่านยังประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก คิดเป็นสัดส่วนถึง 20% ของน้ำมันที่ซื้อขายกันทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกเกิดความตื่นตระหนกอย่างรุนแรง</p><h2>ผลกระทบต่อไทยโดยตรง 5 ด้าน</h2><p>ไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศในสัดส่วนสูงมาก ทำให้เมื่อราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้น ผลกระทบที่ตามมามีอย่างน้อย 5 ด้าน ได้แก่</p><p>ด้านแรก ราคาน้ำมันในประเทศพุ่งสูง ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลขายปลีกในไทยปรับขึ้นตามทันที ประชาชนรับภาระโดยตรงจากค่าเดินทางและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น</p><p>ด้านที่สอง ต้นทุนสินค้าและบริการสูงขึ้น ราคาพลังงานที่แพงขึ้นส่งต่อไปยังต้นทุนการผลิต การขนส่ง และโลจิสติกส์ทุกประเภท ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นตาม</p><p>ด้านที่สาม ตลาดหุ้นไทยผันผวน ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ร่วงหนักถึง 61.75 จุด หรือราว 4% ในวันเปิดทำการแรกหลังเกิดสงคราม จากแรงเทขายของนักลงทุนที่ตื่นตระหนก</p><p>ด้านที่สี่ การส่งออกได้รับผลกระทบ ต้นทุนการขนส่งทางเรือเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากเส้นทางหลายเส้นต้องเบี่ยงหลีกเลี่ยงพื้นที่ขัดแย้ง ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกไทย</p><p>ด้านที่ห้า เงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น แม้ปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อของไทยยังอยู่ในระดับต่ำ แต่หากสงครามยืดเยื้อ แรงกดดันด้านราคาพลังงานอาจดันเงินเฟ้อให้ปรับสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง</p><h2>3 ฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้น</h2><p>นักวิเคราะห์เศรษฐกิจประเมิน 3 สถานการณ์ที่เป็นไปได้ ฉากทัศน์แรกคือสงครามยุติเร็ว หากเจรจาสำเร็จและสงครามสิ้นสุดภายใน 1–2 เดือน ราคาน้ำมันจะค่อยๆ ปรับตัวลดลงสู่ระดับปกติ และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจะอยู่ในวงจำกัด ฉากทัศน์ที่สองคือสงครามยืดเยื้อ 3–6 เดือน ราคาน้ำมันอาจแตะ 120–130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กระทบ GDP ไทยลดลง 0.5–1.0% ฉากทัศน์ที่สามคือสงครามบานปลาย หากซาอุดีอาระเบีย UAE หรือประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นเข้าร่วมความขัดแย้ง ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และกระทบเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง</p><h2>รัฐบาลไทยรับมืออย่างไร?</h2><p>รัฐบาลไทยเพิ่งอนุมัติมาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน 7 ขั้นตอน รวมถึงการปรับเพิ่มสำรองน้ำมันฉุกเฉินจาก 65 วัน เป็น 95 วัน เพื่อป้องกันภาวะน้ำมันขาดแคลนเฉียบพลัน อย่างไรก็ตาม ประชาชนไทยกว่า 78.91% ยังคงกังวลว่าการสู้รบจะส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ตามผลสำรวจของสวนดุสิตโพลที่สำรวจระหว่างวันที่ 3–6 มีนาคม 2569</p><h2>ประชาชนรับมืออย่างไรในช่วงนี้?</h2><p>ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ สิ่งที่ประชาชนทั่วไปทำได้เพื่อลดผลกระทบ ได้แก่ การประหยัดการใช้น้ำมันด้วยวิธีต่างๆ ที่กล่าวไปแล้ว การวางแผนการเงินรองรับค่าครองชีพที่อาจสูงขึ้น การติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเพื่อวางแผนได้ทันท่วงที และสำหรับธุรกิจ ควรพิจารณาทำสัญญาซื้อน้ำมันล่วงหน้าหรือป้องกันความเสี่ยงด้านราคา (Hedging) ไว้บ้าง</p><h2>สรุป: ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด</h2><p>สงครามในตะวันออกกลางครั้งนี้เป็นปัจจัยภายนอกที่อยู่เหนือการควบคุมของไทย แต่การติดตามข้อมูลอย่างถูกต้องและรวดเร็ว จะช่วยให้ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจรับมือและปรับตัวได้ทันก่อนที่ผลกระทบจะลุกลาม ติดตามข่าวสารพลังงาน เศรษฐกิจ และธุรกิจได้ที่&nbsp;<a href="https://prnewsplus.com/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">PRNewsPlus.com</a>&nbsp;แพลตฟอร์มข่าวประชาสัมพันธ์ที่อัปเดตทุกวัน</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c97dd6b8e4b_1774812630.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c97dd6b8e4b_1774812630.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>กต ร่วมกับ มท จัดโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการประสานงาน ด้านการภัยพิบัติของไทยในกรอบอาเซียน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/3815-กต-ร่วมกับ-มท-จัดโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการประสานงาน-ด้านการภัยพิบัติของไทยในกรอบอาเซียน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/3815-กต-ร่วมกับ-มท-จัดโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการประสานงาน-ด้านการภัยพิบัติของไทยในกรอบอาเซียน</guid>
            <pubDate>Sat, 28 Mar 2026 11:53:19 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Nantanach Lertpittayapoom</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 นายเชษฐพันธ์ มากสัมพันธ์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เปิดงาน “โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการประสานงานด้านการจัดการภัยพิบัติของไทยในกรอบอาเซียน” ณ กระทรวงต่างประเทศ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ซึ่งจัดโดยกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;และศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในการจัดการภัยพิบัติ&nbsp;(AHA Centre)&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า&nbsp;80 คน ประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคประชาสังคม ตลอดจนสถานเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกอาเซียนและคู่เจรจา และองค์การระหว่างประเทศ&nbsp;</p><p>	ในช่วงพิธีเปิด&nbsp;รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศย้ำว่าไทยให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมความร่วมมือด้านการจัดการภัยพิบัติในภูมิภาคอาเซียน&nbsp;และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า&nbsp;โครงการ<strong>เสริมสร้างความเข้มแข็งในการประสานงานด้านการจัดการภัยพิบัติของไทยในกรอบอาเซียน</strong>จะช่วยให้การประสานงานของทุกภาคส่วนมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และย้ำว่า&nbsp;ไทยจะมีบทบาทที่แข็งขันต่อไปในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการจัดการภัยพิบัติของอาเซียน&nbsp;ในช่วงการกล่าวต้อนรับ&nbsp;นายวาทยุทธ วิจารณ์กัยกิจ รักษาการอธิบดีกรมอาเซียนได้แจ้งถึงวัตถุประสงค์การจัดโครงการฯ&nbsp;โดยเฉพาะการส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกด้านการจัดภัยพิบัติในกรอบอาเซียนและเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการประสานงานของหน่วยงานไทย ตามเอกสารมาตรฐานวิธีปฏิบัติของอาเซียน&nbsp;(SASOP)&nbsp;ในส่วนของนายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกล่าวเสริมถึงบทบาทไทยในการจัดการภัยพิบัติในกรอบอาเซียน&nbsp;</p><p>	ในช่วงการอภิปราย ดร. ซีธู เพ เทียน ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ&nbsp;AHA Centre&nbsp;และผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ และสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA)&nbsp;ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติของอาเซียน และการประสานงานระหว่างหน่วยงานไทย กลไกอาเซียน และหุ้นส่วนระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการได้ฝึกซ้อมการประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาในสถานการณ์จำลอง&nbsp;(Tabletop Exercise)&nbsp;ทั้งในกรณีที่ประเทศไทยเป็นฝ่ายขอรับความช่วยเหลือและประเทศไทยเป็นฝ่ายให้ความช่วยเหลือ&nbsp;</p><p>	ในวันที่ 27 มีนาคม 2569 ผู้เข้าร่วมการประชุมฯ มีกำหนดเข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานที่คลังเก็บสิ่งของช่วยเหลือและระบบโลจิสติกส์เพื่อช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติฉุกเฉินของอาเซียน&nbsp;(Disaster Emergency Logistics System for ASEAN: DELSA)&nbsp;ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 16 จังหวัดชัยนาท เพื่อรับฟังบรรยายเกี่ยวกับบทบาทของ&nbsp;DELSA&nbsp;ชัยนาท&nbsp;กับกลไกการจัดการภัยพิบัติในระดับภูมิภาค</p><p><br></p><p class="ql-align-center">	<strong><em>&nbsp;</em></strong></p><p class="ql-align-center"><strong><em>The Ministry of Foreign Affairs&nbsp;together with&nbsp;the Ministry of Interior&nbsp;Organises“Thailand’s Efforts to Strengthen ASEAN’s Coordination&nbsp;In Disaster Management and Tabletop Exercise”</em></strong></p><p class="ql-align-center"><br></p><p class="ql-align-justify">	On 26&nbsp;March 2026,&nbsp;H.E.&nbsp;Mr. Chettaphan Maksamphan, Deputy Permanent Secretary&nbsp;for&nbsp;Foreign Affairs&nbsp;of Thailand&nbsp;presided over&nbsp;the Special Programme,&nbsp;“Thailand’s Efforts to Strengthen ASEAN’s Coordination in Disaster Management and Tabletop Exercise&nbsp;” at Vithes Samosorn, Ministry of Foreign Affairs. The event was&nbsp;co-organised by the Department of&nbsp;ASEAN Affairs, in cooperation with&nbsp;the Department of Disaster Prevention and Mitigation (DDPM), with the support of&nbsp;the ASEAN Coordinating Centre for Humanitarian Assistance on disaster management (AHA Centre).&nbsp;Over&nbsp;80&nbsp;representatives&nbsp;from government agencies,&nbsp;civil society,&nbsp;as well as embassies&nbsp;of ASEAN Member States and Dialogue Partners and international organisations&nbsp;attended the&nbsp;event.</p><p class="ql-align-justify">	At&nbsp;the&nbsp;opening ceremony, the Deputy Permanent Secretary&nbsp;reaffirmed Thailand’s commitment to&nbsp;join the region’s efforts in strengthening&nbsp;ASEAN’sdisaster management mechanisms and cooperation.&nbsp;DPS Chetthaphan expressed hope that&nbsp;the&nbsp;programme could&nbsp;promote greater synergy&nbsp;among all&nbsp;stakeholders and enhance&nbsp;efficient and effective&nbsp;disaster relief.&nbsp;In his welcoming remarks,&nbsp;Mr. Vathayudh Vichankaiyakij,&nbsp;Acting&nbsp;Director-General of the Department of ASEAN Affairs,&nbsp;stated&nbsp;the key objectives of&nbsp;the Department for organising&nbsp;the Programmewhich&nbsp;aims&nbsp;at enhancing understanding&nbsp;of the existing ASEAN disaster management&nbsp;mechanisms, and&nbsp;strengthening&nbsp;coordination&nbsp;among relevant Thai agencies&nbsp;in&nbsp;accordance with the ASEAN Standard Operating Procedure for Regional Standby Arrangements and Coordination of Joint Disaster Relief and Emergency Response Operations&nbsp;(SASOP)&nbsp;and also&nbsp;discussed&nbsp;how&nbsp;Thailand&nbsp;canplay&nbsp;more active&nbsp;role in disaster management cooperation&nbsp;in the ASEAN framework.&nbsp;In addition, Mr. Saharat Wongsakulwiwat, Deputy Director-General of DDPM, highlighted&nbsp;Thailand’s role&nbsp;and contribution&nbsp;in&nbsp;ASEAN’s&nbsp;disaster management.&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">	During the&nbsp;panel discussion, the Director of&nbsp;Operations of the AHA Centre,&nbsp;and&nbsp;experts from government agencies and UN OCHA,&nbsp;shared views and experiences in disaster management and coordination among Thai&nbsp;agencies, ASEAN mechanisms, and international frameworks.&nbsp;During the&nbsp;Tabletop&nbsp;Exercise,&nbsp;participants&nbsp;actively engaged&nbsp;n&nbsp;scenario-based&nbsp;disaster response&nbsp;simulations.&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">	On 27 March 2026, the Ministry of Foreign Affairs&nbsp;will&nbsp;organise a study visit to Disaster Emergency Logistics System&nbsp;for ASEAN (DELSA) in Chainat Province&nbsp;to&nbsp;learn more about&nbsp;role of&nbsp;DELSA Chainat&nbsp;in ASEAN’s&nbsp;disaster management mechanism.</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c6b77da0615_1774630781.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c6b77da0615_1774630781.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>โรงพยาบาล บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ ได้รับรางวัล Ocean Life Hospital Awards 2025 ไทยสมุทรประกันชีวิต</title>
            <link>https://prnewsplus.com/insurance/3814-โรงพยาบาล-บีแคร์-เมดิคอลเซ็นเตอร์-ได้รับรางวัล-ocean-life-hospital-awards-2025-ไทยสมุทรประกันชีวิต</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/insurance/3814-โรงพยาบาล-บีแคร์-เมดิคอลเซ็นเตอร์-ได้รับรางวัล-ocean-life-hospital-awards-2025-ไทยสมุทรประกันชีวิต</guid>
            <pubDate>Fri, 27 Mar 2026 17:43:18 +0700</pubDate>
            <dc:creator>ชนกนาถ แสงสนธิ์</dc:creator>
            <category>ประกันภัย / ประกันชีวิต</category>
            <description><![CDATA[โรงพยาบาล บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ ได้รับรางวัล Ocean Life Hospital Awards 2025 ประเภท Smart Medical Management Award จาก บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ OCEAN LIFE ไทยสมุทร...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify">	โรงพยาบาล บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ ได้รับรางวัล Ocean Life Hospital Awards 2025 ประเภท Smart Medical Management Award จาก บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ OCEAN LIFE ไทยสมุทร ซึ่งเป็นรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติสถานพยาบาลเครือข่ายที่มีมาตรฐานการให้บริการด้านสุขภาพที่เป็นเลิศ และมีบทบาทสำคัญในการดูแลลูกค้าของบริษัทฯ ด้วยคุณภาพ ความใส่ใจ และความเป็นมืออาชีพ โดยมี คุณชนัญชิดา จอมแสง ผู้บริหารฝ่ายการตลาด เป็นตัวแทนในการรับรางวัลดังกล่าว โดยมีจัดงานมอบรางวัล ณ แกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี ในวันที่ 26 มีนาคม 2569</p><p class="ql-align-justify">	รางวัลดังกล่าว สะท้อนถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่าง OCEAN LIFE ไทยสมุทร และ โรงพยาบาล บี.แคร์ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมดิคอลเซ็นเตอร์ ในการร่วมกันยกระดับคุณภาพการประกันสุขภาพ และพัฒนามาตรฐานการให้บริการทางการแพทย์ให้มีความครอบคลุม มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพของลูกค้าในทุกมิติ</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c65c021fee5_1774607362.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c65c021fee5_1774607362.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>10 วิธีประหยัดค่าไฟหน้าร้อน 2569 แอร์เย็นฉ่ำ บิลไม่พุ่ง</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/3813-10-วิธีประหยัดค่าไฟหน้าร้อน-2569-แอร์เย็นฉ่ำ-บิลไม่พุ่ง</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/3813-10-วิธีประหยัดค่าไฟหน้าร้อน-2569-แอร์เย็นฉ่ำ-บิลไม่พุ่ง</guid>
            <pubDate>Fri, 27 Mar 2026 13:29:35 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[อากาศร้อน 40 องศา แอร์ก็ต้องเปิด แต่ไม่ต้องให้บิลค่าไฟช็อก รวม 10 วิธีใช้แอร์อย่างถูกต้อง ประหยัดได้จริงหลายร้อยถึงพันบาทต่อเดือน...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<h2>หน้าร้อน 2569 ร้อนแรงสุดในรอบหลายปี ค่าไฟพุ่งตาม</h2><p>เดือนมีนาคม–เมษายน 2569 อุณหภูมิในหลายจังหวัดพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ทุกบ้านต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมากขึ้นกว่าเดิม และนั่นหมายถึงบิลค่าไฟที่พุ่งสูงตามมาทันที รู้หรือไม่ว่าหากอุณหภูมิภายนอกเพิ่มขึ้นเพียง 1 องศา แอร์จะใช้พลังงานเพิ่มขึ้นถึง 3% และถ้าเราลดอุณหภูมิแอร์ลง 1 องศา จะกินไฟเพิ่มอีกถึง 10% แต่ถ้ารู้วิธีใช้แอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง ประหยัดค่าไฟได้จริงหลายร้อยถึงพันบาทต่อเดือน</p><h2>1. ตั้งอุณหภูมิแอร์ที่ 27 องศา + เปิดพัดลมช่วย</h2><p>หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือการตั้งแอร์ที่ 25 องศาเพราะคิดว่าประหยัดไฟที่สุด แท้จริงแล้ว 25 องศาคืออุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกสบาย แต่ถ้าเปิดพัดลมเป่าร่วมด้วย การตั้งแอร์ที่ 27 องศาให้ความรู้สึกเย็นสบายใกล้เคียงกัน ในขณะที่คอมเพรสเซอร์ทำงานน้อยลง กินไฟน้อยลง และประหยัดค่าไฟได้จริง เพราะพัดลมกินไฟเพียง 40–60 วัตต์ เทียบกับแอร์ที่กินหลักร้อยถึงพันวัตต์</p><p class="ql-align-center"><br></p><h2>2. ล้างแอร์ทุก 6 เดือน — ประหยัดค่าไฟได้ถึง 10%</h2><p>แอร์ที่ใช้งานมานานโดยไม่ล้างจะมีฝุ่นและสิ่งสกปรกสะสมในแผ่นกรอง ทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้นและกินไฟมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว การล้างแอร์ทุก 6 เดือนช่วยประหยัดค่าไฟได้ถึง 10% นอกจากนี้ยังควรถอดแผ่นกรองอากาศมาล้างทำความสะอาดเองทุก 2–3 เดือน ซึ่งทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องเรียกช่าง</p><h2>3. ระบายความร้อนในห้องก่อนเปิดแอร์ 10–15 นาที</h2><p>ก่อนเปิดแอร์ ควรเปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้ประมาณ 10–15 นาทีเพื่อระบายความร้อนที่สะสมอยู่ในห้องออกไปก่อน เพราะถ้าเปิดแอร์ในห้องที่ร้อนจัด แอร์ต้องทำงานหนักมากในช่วงแรกเพื่อดึงอุณหภูมิลงมา ทำให้กินไฟสูงกว่าปกติ หลังระบายความร้อนแล้วจึงปิดประตูหน้าต่าง และปิดม่านให้สนิทเพื่อป้องกันแสงแดดส่องเข้า</p><h2>4. ใช้แอร์ในพื้นที่ปิด — ห้ามเปิดพื้นที่โล่ง</h2><p>การเปิดแอร์ในห้องที่ไม่มีประตูกั้น เช่น ห้องโถง บันได หรือพื้นที่เชื่อมต่อกับห้องอื่น ทำให้แอร์ต้องทำงานหนักมากขึ้นหลายเท่าตัว และยังไม่เย็นอีกด้วย ควรกั้นพื้นที่ด้วยฉากหรือม่านหนา และตรวจสอบว่าประตูหน้าต่างทุกบานปิดสนิทก่อนเปิดใช้แอร์เสมอ</p><h2>5. ตั้งเวลาปิดแอร์อัตโนมัติก่อนตื่นนอน</h2><p>ในช่วงนอนหลับ อุณหภูมิร่างกายจะลดลงตามธรรมชาติ ทำให้ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ตลอดคืน ลองตั้ง Timer ปิดแอร์ให้ดับก่อนตื่น 1–1.5 ชั่วโมง เฉพาะช่วงดึกที่อากาศเย็นลงตามธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงเท่านี้ก็ประหยัดค่าไฟได้อีกหลายหน่วยต่อคืน</p><h2>6. เปลี่ยนมาใช้แอร์อินเวอร์เตอร์ (Inverter)</h2><p>แอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ประหยัดพลังงานมากกว่าแอร์ธรรมดาถึง 20–30% เพราะคอมเพรสเซอร์ทำงานต่อเนื่องในรอบต่ำแทนการสตาร์ท-ดับซ้ำๆ ซึ่งกินไฟมากกว่า สำหรับบ้านที่ใช้แอร์วันละ 8 ชั่วโมงขึ้นไป การเปลี่ยนมาใช้แอร์อินเวอร์เตอร์ระดับ 5 ดาว คืนทุนได้ใน 2–3 ปีและประหยัดไปอีกหลายสิบปี</p><h2>7. ติดฉนวนกันความร้อน ม่านกันแสง UV</h2><p>ฉนวนกันความร้อนและม่านกันแสง UV ช่วยลดความร้อนที่ส่งผ่านเข้ามาทางหลังคา ผนัง และหน้าต่างได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ห้องเย็นขึ้นเองตามธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งแอร์มาก การลงทุนติดฟิล์มกรองแสง UV ที่กระจกหน้าต่างด้านที่รับแดดช่วงบ่าย ราคาเริ่มต้นเพียงไม่กี่พันบาท แต่ประหยัดค่าไฟได้ยาวนานหลายปี</p><h2>8. ปิดอุปกรณ์ที่ให้ความร้อนขณะเปิดแอร์</h2><p>เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ปล่อยความร้อน เช่น เตารีด กาน้ำร้อน ไมโครเวฟ เตาไฟฟ้า หรือแม้แต่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ล้วนทำให้อุณหภูมิในห้องสูงขึ้น บังคับให้แอร์ต้องทำงานหนักขึ้นโดยไม่จำเป็น ควรปิดหรือย้ายอุปกรณ์เหล่านี้ออกจากห้องที่เปิดแอร์ และหลีกเลี่ยงการเข้าออกห้องบ่อยๆ เพราะทำให้ความเย็นสูญเสียออกไปทุกครั้ง</p><h2>9. ติดตั้งโซลาร์เซลล์ — แก้ปัญหาค่าไฟในระยะยาว</h2><p>สำหรับบ้านที่ใช้ไฟสูงในช่วงกลางวัน โซลาร์เซลล์เป็นทางออกระยะยาวที่คุ้มค่าที่สุด เพราะแดดแรงสุดในช่วงกลางวันตรงกับเวลาที่แอร์ทำงานหนักที่สุดพอดี ปัจจุบันราคาแผงโซลาร์ลดลงมากและมีโปรแกรมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากหลายธนาคาร ระยะคืนทุนอยู่ที่ประมาณ 5–7 ปี หลังจากนั้นไฟฟ้าแทบฟรีอีกกว่า 20 ปี</p><p class="ql-align-center"><img src="https://prnewsplus.com/uploads/posts/content/2026/03/69c6239380c46_1774592915.webp"></p><h2>10. ตรวจสอบค่าไฟออนไลน์และวางแผนการใช้</h2><p>การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) มีแอปพลิเคชันให้ติดตามยอดใช้ไฟแบบ real-time การดูยอดใช้ไฟเป็นประจำทุกสัปดาห์ช่วยให้รู้ว่าช่วงไหนใช้ไฟมากผิดปกติและสามารถปรับพฤติกรรมได้ทันก่อนบิลแพง นอกจากนี้ควรเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เท่านั้นเมื่อต้องซื้อใหม่</p><h2>สรุป: ประหยัดค่าไฟหน้าร้อนได้จริง 500–2,000 บาทต่อเดือน</h2><p>เพียงแค่ปรับพฤติกรรมการใช้แอร์ให้ถูกต้อง ตั้งอุณหภูมิ 27 องศาพร้อมพัดลม ล้างแอร์สม่ำเสมอ และลดการรั่วไหลของความเย็น สามารถประหยัดค่าไฟได้จริง 500–2,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับจำนวนแอร์และพฤติกรรมการใช้งาน ในหน้าร้อนที่ร้อนแรงเช่นนี้ ไม่ต้องทนร้อน แค่ใช้ให้เป็นก็อยู่รอดได้</p><p>ติดตามข่าวสารด้านพลังงาน เศรษฐกิจ และการลดค่าใช้จ่ายได้ที่&nbsp;<a href="https://prnewsplus.com/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">PRNewsPlus.com</a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c623cf55f26_1774592975.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c623cf55f26_1774592975.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>10 วิธีเอาตัวรอดยุคน้ำมันแพง 2569 ลดค่าใช้จ่ายได้จริงหลักพัน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/3812-10-วิธีเอาตัวรอดยุคน้ำมันแพง-2569-ลดค่าใช้จ่ายได้จริงหลักพัน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/3812-10-วิธีเอาตัวรอดยุคน้ำมันแพง-2569-ลดค่าใช้จ่ายได้จริงหลักพัน</guid>
            <pubDate>Fri, 27 Mar 2026 12:08:37 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[รวม 10 วิธีเอาตัวรอดยุคน้ำมันแพง 2569 ปรับพฤติกรรมขับขี่ เลือกพลังงานทางเลือก และบริหารค่าใช้จ่ายให้ประหยัดได้จริงหลักพันบาทต่อเดือน อ่านเลย...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<h2>ราคาน้ำมันพุ่ง คนไทยต้องรับมืออย่างไร?</h2><p>ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2568 ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของคนไทยทุกกลุ่ม ทั้งค่าเดินทาง ต้นทุนสินค้า และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่หากรู้จักวิธีรับมือที่ถูกต้อง คุณสามารถลดภาระค่าน้ำมันได้จริงโดยไม่ต้องเปลี่ยนไลฟ์สไตล์มากนัก</p><h2>1. ปรับพฤติกรรมขับขี่ — ประหยัดได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุน</h2><p>วิธีที่ประหยัดได้เร็วที่สุดคือการเปลี่ยนนิสัยขับรถ การรักษาความเร็วคงที่ที่ 80–90 กม./ชม. บนทางหลวงช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานในรอบที่มีประสิทธิภาพสูงสุด หลีกเลี่ยงการเร่ง-เบรกกะทันหัน ดับเครื่องเมื่อจอดนิ่งเกิน 1 นาที และเปิด Eco Mode เมื่อขับในเมือง เพียงเท่านี้ประหยัดน้ำมันได้ทันที 15–20%</p><h2>2. ดูแลรักษารถให้อยู่ในสภาพดีเสมอ</h2><p>รถที่ขาดการดูแลสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าปกติโดยที่เราไม่รู้ตัว สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจลมยางทุกสัปดาห์ ยางที่แฟบเพียง 10 PSI จากค่ามาตรฐานเพิ่มการสิ้นเปลืองน้ำมันถึง 3–5% นอกจากนี้ควรเปลี่ยนกรองอากาศตามกำหนด ใช้น้ำมันเครื่องตามสเปกผู้ผลิต และลดน้ำหนักของที่ไม่จำเป็นในรถออก</p><h2>3. เลือกประเภทน้ำมันให้ถูกต้อง</h2><p>การเติมน้ำมันออกเทนสูงกว่าที่จำเป็นไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพ แต่เพิ่มค่าใช้จ่ายโดยเปล่าประโยชน์ รถยนต์ทั่วไปส่วนใหญ่รองรับแก๊สโซฮอล์ E20 ซึ่งราคาถูกกว่าน้ำมันเบนซิน 95 ประมาณ 2–5 บาทต่อลิตร ควรตรวจสอบออกเทนที่แนะนำในคู่มือรถก่อนเติมเสมอ</p><h2>4. วางแผนเส้นทางก่อนออกเดินทาง</h2><p>การติดอยู่ในรถนิ่งๆ บนถนนที่รถติดคือการเผาน้ำมันโดยไม่ได้ไปไหน ใช้ Google Maps หรือ Waze เลือกช่วงเวลาออกเดินทางที่หลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน รวมทริปธุระหลายอย่างให้อยู่ในเส้นทางเดียวกัน และชอปปิงออนไลน์แทนขับไปห้างสำหรับสินค้าที่ไม่ต้องลองก่อน</p><h2>5. คาร์พูลกับเพื่อนร่วมทาง — ลดค่าใช้จ่ายได้ทันที 50%</h2><p>การผลัดกันขับกับเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนบ้านที่เดินทางเส้นทางเดียวกัน ช่วยลดค่าน้ำมันได้ทันที 50% ตัวอย่างเช่น หากเติมน้ำมัน 3,000 บาทต่อเดือน การคาร์พูล 2 คนผลัดกันขับประหยัดได้คนละ 1,500 บาทต่อเดือน หรือ 18,000 บาทต่อปี</p><h2>6. ใช้ระบบขนส่งสาธารณะให้คุ้มค่า</h2><p>สำหรับคนในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ BTS MRT และรถเมล์ NGV ครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้นและประหยัดกว่าขับรถเองในพื้นที่รถติดมาก การใช้บัตร Rabbit Card หรือบัตรแมงมุมยังช่วยลดค่าโดยสารสะสมได้อีกด้วย</p><h2>7. Work from Home — ไม่ขับเลย ไม่เสียค่าน้ำมันเลย</h2><p>การทำงานจากบ้านเพียง 2–3 วันต่อสัปดาห์ประหยัดค่าน้ำมันได้มากที่สุดในบรรดาทุกวิธี หลายองค์กรยังมีนโยบาย Hybrid Work รองรับอยู่ ลองเจรจากับหัวหน้าในวันที่งานทำ remote ได้จริง หรือรวม meeting ทุกอย่างไว้วันเดียว แล้วไปออฟฟิศแค่ครั้งเดียวต่อสัปดาห์</p><h2>8. พิจารณาพลังงานทางเลือก EV / NGV / LPG</h2><p>พลังงานทางเลือกเป็นทางออกระยะยาวที่ดีที่สุด รถ EV มีค่าชาร์จไฟสำหรับวิ่ง 100 กม. เพียงประมาณ 40–60 บาท เทียบกับค่าน้ำมัน 180–250 บาทสำหรับระยะทางเดียวกัน ถูกกว่ากันถึง 70% สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนรถ การติดตั้งระบบ NGV หรือ LPG เป็นตัวเลือกกลางที่คุ้มทุนได้เร็วกว่า</p><p class="ql-align-center"><img src="https://prnewsplus.com/uploads/posts/content/2026/03/69c61026990da_1774587942.webp"></p><h2>9. ใช้บัตรเครดิตและสิทธิพิเศษที่ปั๊มให้เป็น</h2><p>ถ้าต้องเติมน้ำมันอยู่แล้ว ควรได้รับส่วนลดหรือเงินคืนจากทุกครั้งที่เติม บัตรเครดิตที่ให้ cashback ที่ปั๊มน้ำมันปกติอยู่ที่ 3–6% ของยอดเติม นอกจากนี้การสมัครสมาชิก PTT Life, Bangchak Be Member หรือ IRPC Club และดาวน์โหลดแอปของปั๊มจะช่วยให้เข้าถึงโปรโมชันราคาพิเศษที่มีเฉพาะในแอปได้</p><h2>10. ติดตามราคาน้ำมันและปรับแผนตลอดเวลา</h2><p>ราคาน้ำมันเปลี่ยนทุกสัปดาห์ตามราคาตลาดโลกและนโยบายรัฐบาล การติดตามผ่านเว็บไซต์กรมธุรกิจพลังงาน (doeb.go.th) ซึ่งประกาศราคาอ้างอิงรายวัน และการใช้ Google Maps เปรียบเทียบราคาปั๊มใกล้เคียงก่อนเติม ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นและไม่พลาดช่วงราคาถูก</p><h2>สรุป: ประหยัดได้จริงหลักพันบาทต่อเดือน</h2><p>สำหรับคนขับรถ 1,500–2,000 กม.ต่อเดือน หากทำตามวิธีทั้ง 10 ข้อข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤติกรรมขับขี่ ดูแลรักษารถ คาร์พูล หรือ WFH บางวัน สามารถประหยัดค่าน้ำมันได้ 1,500–3,000 บาทต่อเดือน หรือมากถึง 36,000 บาทต่อปี โดยไม่ต้องรอให้ราคาน้ำมันลงก็อยู่รอดได้</p><p>ติดตามข่าวสารด้านพลังงาน ธุรกิจ และเศรษฐกิจได้ที่&nbsp;<a href="https://prnewsplus.com/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">PRNewsPlus.com</a>&nbsp;แพลตฟอร์มเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ภาษาไทยชั้นนำ</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c610d567ae2_1774588117.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c610d567ae2_1774588117.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>สัญญาณแฝง &quot;สัตว์ขาดทองแดง&quot; ปัญหาเงียบในฟาร์มที่แก้ได้ด้วยคอปเปอร์ซัลเฟตคุณภาพ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/products/3810-สัญญาณแฝง-สัตว์ขาดทองแดง-ปัญหาเงียบในฟาร์มที่แก้ได้ด้วยคอปเปอร์ซัลเฟตคุณภาพ</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/products/3810-สัญญาณแฝง-สัตว์ขาดทองแดง-ปัญหาเงียบในฟาร์มที่แก้ได้ด้วยคอปเปอร์ซัลเฟตคุณภาพ</guid>
            <pubDate>Fri, 27 Mar 2026 11:20:30 +0700</pubDate>
            <dc:creator>MrACC chemical</dc:creator>
            <category>สินค้าและบริการ</category>
            <description><![CDATA[ในการทำฟาร์มปศุสัตว์ยุคใหม่ เป้าหมายที่ทุกคนต้องการคือสัตว์ที่มีสุขภาพดีและให้ผลผลิตที่คุ้มค่าที่สุด มองข้ามแร่ธาตุรองอย่าง “ทองแดง” ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนระบบชีวภาพกว่า 30 ชนิดในร่างกายสัตว์...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ในการทำฟาร์มปศุสัตว์ยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นฟาร์มสุกร สัตว์ปีก หรือโคนม เป้าหมายที่ทุกคนต้องการคือสัตว์ที่มีสุขภาพดีและให้ผลผลิตที่คุ้มค่าที่สุด หลายครั้งเรามักทุ่มเทไปกับการคำนวณโปรตีนหรือพลังงาน จนอาจมองข้ามแร่ธาตุรองอย่าง “ทองแดง” ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนระบบชีวภาพกว่า 30 ชนิดในร่างกายสัตว์ ภาวะขาดทองแดงไม่ได้เกิดจากอาหารไม่เพียงพอเสมอไป แต่อาจเกิดจากแร่ธาตุอื่นในอาหารที่มากเกินไปจนไปขัดขวางการดูดซึม ซึ่งหากปล่อยไว้อาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่บั่นทอนกำไรของฟาร์มได้อย่างมหาศาล</p><p><br></p><p>สัญญาณแฝงที่ผู้เลี้ยงมักมองข้ามมีตั้งแต่ปัญหาเรื่องผิวหนังและขน เช่น ในวัวสีเข้มที่ขนเริ่มกลายเป็นสีสนิม หรือสัตว์ปีกที่ขนหยาบกระด้างไม่เงางาม เนื่องจากขาดเอนไซม์ที่ใช้สร้างเม็ดสีและดูแลเนื้อเยื่อ นอกจากนี้ยังมีปัญหาโครงสร้างกระดูกที่ไม่สมบูรณ์ในระดับไมโครสโคป ส่งผลให้สัตว์ขาอ่อนหรือบาดเจ็บง่ายเมื่ออายุมากขึ้น ที่น่ากลัวที่สุดคือ "ความไม่คุ้มทุน" ในการผลิต สัตว์อาจกินอาหารปกติแต่ร่างกายกลับเปลี่ยนเป็นน้ำหนักตัวได้น้อยลง รวมถึงระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอจนทำให้สัตว์ป่วยบ่อยแบบหาสาเหตุไม่ได้ การมองเห็นสัญญาณเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษามาตรฐานของฟาร์ม</p><p><br></p><p>ทางออกที่แม่นยำและได้รับความนิยมสูงในอุตสาหกรรมคือการใช้ "คอปเปอร์ซัลเฟต" (Copper Sulphate) ซึ่งเป็นแหล่งทองแดงที่คุ้มค่าและร่างกายสัตว์สามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยฟื้นฟูระบบเมตาบอลิซึมและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กลับมาแข็งแรง อย่างไรก็ตาม การใช้งานจำเป็นต้องผ่านการคำนวณปริมาณที่แม่นยำโดยนักโภชนาการสัตว์หรือสัตวแพทย์ เพื่อให้เหมาะสมกับสายพันธุ์และช่วงวัย เพราะหากให้น้อยไปก็ไม่เห็นผล หรือหากมากเกินไปก็อาจเกิดพิษต่อสัตว์ได้</p><p><br></p><p>สรุปได้ว่าการดูแลเรื่องแร่ธาตุทองแดงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ฟาร์มเติบโตได้อย่างยั่งยืน การทำความเข้าใจสัญญาณแฝงและการเลือกใช้สารเสริมที่มีคุณภาพอย่างถูกต้อง จะช่วยให้สัตว์เติบโตได้เต็มศักยภาพ ลดความสูญเสียที่ไม่จำเป็น และยกระดับมาตรฐานผลผลิตสู่ระดับสากลได้อย่างมั่นใจ</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c5f72f94599_1774581551.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c5f72f94599_1774581551.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>10 วิธีเอาตัวรอดยุคน้ำมันแพง 2568 ลดค่าใช้จ่ายได้จริงหลักพัน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/3811-10-วิธีเอาตัวรอดยุคน้ำมันแพง-2568-ลดค่าใช้จ่ายได้จริงหลักพัน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/3811-10-วิธีเอาตัวรอดยุคน้ำมันแพง-2568-ลดค่าใช้จ่ายได้จริงหลักพัน</guid>
            <pubDate>Fri, 27 Mar 2026 11:15:14 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[น้ำมันแพงกระทบทุกคน แต่ถ้ารู้วิธีรับมือที่ถูกต้อง ประหยัดค่าน้ำมันได้จริงกว่า 2,000 บาทต่อเดือนโดยไม่ต้องเปลี่ยนชีวิต...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<h2>ราคาน้ำมันพุ่ง คนไทยต้องรับมืออย่างไร?</h2><p>ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2568 ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของคนไทยทุกกลุ่ม ทั้งค่าเดินทาง ต้นทุนสินค้า และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่หากรู้จักวิธีรับมือที่ถูกต้อง คุณสามารถลดภาระค่าน้ำมันได้จริงโดยไม่ต้องเปลี่ยนไลฟ์สไตล์มากนัก</p><h2>1. ปรับพฤติกรรมขับขี่ — ประหยัดได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุน</h2><p>วิธีที่ประหยัดได้เร็วที่สุดคือการเปลี่ยนนิสัยขับรถ การรักษาความเร็วคงที่ที่ 80–90 กม./ชม. บนทางหลวงช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานในรอบที่มีประสิทธิภาพสูงสุด หลีกเลี่ยงการเร่ง-เบรกกะทันหัน ดับเครื่องเมื่อจอดนิ่งเกิน 1 นาที และเปิด Eco Mode เมื่อขับในเมือง เพียงเท่านี้ประหยัดน้ำมันได้ทันที 15–20%</p><h2>2. ดูแลรักษารถให้อยู่ในสภาพดีเสมอ</h2><p>รถที่ขาดการดูแลสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าปกติโดยที่เราไม่รู้ตัว สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจลมยางทุกสัปดาห์ ยางที่แฟบเพียง 10 PSI จากค่ามาตรฐานเพิ่มการสิ้นเปลืองน้ำมันถึง 3–5% นอกจากนี้ควรเปลี่ยนกรองอากาศตามกำหนด ใช้น้ำมันเครื่องตามสเปกผู้ผลิต และลดน้ำหนักของที่ไม่จำเป็นในรถออก</p><h2>3. เลือกประเภทน้ำมันให้ถูกต้อง</h2><p>การเติมน้ำมันออกเทนสูงกว่าที่จำเป็นไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพ แต่เพิ่มค่าใช้จ่ายโดยเปล่าประโยชน์ รถยนต์ทั่วไปส่วนใหญ่รองรับแก๊สโซฮอล์ E20 ซึ่งราคาถูกกว่าน้ำมันเบนซิน 95 ประมาณ 2–5 บาทต่อลิตร ควรตรวจสอบออกเทนที่แนะนำในคู่มือรถก่อนเติมเสมอ</p><h2>4. วางแผนเส้นทางก่อนออกเดินทาง</h2><p>การติดอยู่ในรถนิ่งๆ บนถนนที่รถติดคือการเผาน้ำมันโดยไม่ได้ไปไหน ใช้ Google Maps หรือ Waze เลือกช่วงเวลาออกเดินทางที่หลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน รวมทริปธุระหลายอย่างให้อยู่ในเส้นทางเดียวกัน และชอปปิงออนไลน์แทนขับไปห้างสำหรับสินค้าที่ไม่ต้องลองก่อน</p><h2>5. คาร์พูลกับเพื่อนร่วมทาง — ลดค่าใช้จ่ายได้ทันที 50%</h2><p>การผลัดกันขับกับเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนบ้านที่เดินทางเส้นทางเดียวกัน ช่วยลดค่าน้ำมันได้ทันที 50% ตัวอย่างเช่น หากเติมน้ำมัน 3,000 บาทต่อเดือน การคาร์พูล 2 คนผลัดกันขับประหยัดได้คนละ 1,500 บาทต่อเดือน หรือ 18,000 บาทต่อปี</p><h2>6. ใช้ระบบขนส่งสาธารณะให้คุ้มค่า</h2><p>สำหรับคนในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ BTS MRT และรถเมล์ NGV ครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้นและประหยัดกว่าขับรถเองในพื้นที่รถติดมาก การใช้บัตร Rabbit Card หรือบัตรแมงมุมยังช่วยลดค่าโดยสารสะสมได้อีกด้วย</p><h2>7. Work from Home — ไม่ขับเลย ไม่เสียค่าน้ำมันเลย</h2><p>การทำงานจากบ้านเพียง 2–3 วันต่อสัปดาห์ประหยัดค่าน้ำมันได้มากที่สุดในบรรดาทุกวิธี หลายองค์กรยังมีนโยบาย Hybrid Work รองรับอยู่ ลองเจรจากับหัวหน้าในวันที่งานทำ remote ได้จริง หรือรวม meeting ทุกอย่างไว้วันเดียว แล้วไปออฟฟิศแค่ครั้งเดียวต่อสัปดาห์</p><h2>8. พิจารณาพลังงานทางเลือก EV / NGV / LPG</h2><p>พลังงานทางเลือกเป็นทางออกระยะยาวที่ดีที่สุด รถ EV มีค่าชาร์จไฟสำหรับวิ่ง 100 กม. เพียงประมาณ 40–60 บาท เทียบกับค่าน้ำมัน 180–250 บาทสำหรับระยะทางเดียวกัน ถูกกว่ากันถึง 70% สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนรถ การติดตั้งระบบ NGV หรือ LPG เป็นตัวเลือกกลางที่คุ้มทุนได้เร็วกว่า</p><p class="ql-align-center"><br></p><h2>9. ใช้บัตรเครดิตและสิทธิพิเศษที่ปั๊มให้เป็น</h2><p>ถ้าต้องเติมน้ำมันอยู่แล้ว ควรได้รับส่วนลดหรือเงินคืนจากทุกครั้งที่เติม บัตรเครดิตที่ให้ cashback ที่ปั๊มน้ำมันปกติอยู่ที่ 3–6% ของยอดเติม นอกจากนี้การสมัครสมาชิก PTT Life, Bangchak Be Member หรือ IRPC Club และดาวน์โหลดแอปของปั๊มจะช่วยให้เข้าถึงโปรโมชันราคาพิเศษที่มีเฉพาะในแอปได้</p><h2>10. ติดตามราคาน้ำมันและปรับแผนตลอดเวลา</h2><p>ราคาน้ำมันเปลี่ยนทุกสัปดาห์ตามราคาตลาดโลกและนโยบายรัฐบาล การติดตามผ่านเว็บไซต์กรมธุรกิจพลังงาน (doeb.go.th) ซึ่งประกาศราคาอ้างอิงรายวัน และการใช้ Google Maps เปรียบเทียบราคาปั๊มใกล้เคียงก่อนเติม ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นและไม่พลาดช่วงราคาถูก</p><h2>สรุป: ประหยัดได้จริงหลักพันบาทต่อเดือน</h2><p>สำหรับคนขับรถ 1,500–2,000 กม.ต่อเดือน หากทำตามวิธีทั้ง 10 ข้อข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤติกรรมขับขี่ ดูแลรักษารถ คาร์พูล หรือ WFH บางวัน สามารถประหยัดค่าน้ำมันได้ 1,500–3,000 บาทต่อเดือน หรือมากถึง 36,000 บาทต่อปี โดยไม่ต้องรอให้ราคาน้ำมันลงก็อยู่รอดได้</p><p>ติดตามข่าวสารด้านพลังงาน ธุรกิจ และเศรษฐกิจได้ที่&nbsp;<a href="https://prnewsplus.com/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">PRNewsPlus.com</a>&nbsp;แพลตฟอร์มเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ภาษาไทยชั้นนำ</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c60451b9973_1774584913.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c60451b9973_1774584913.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>จับอาวุธทางการตลาด... ฝ่าวิกฤตแบบ “ฉลุย”</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/3809-จับอาวุธทางการตลาด-ฝ่าวิกฤตแบบ-ฉลุย</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/3809-จับอาวุธทางการตลาด-ฝ่าวิกฤตแบบ-ฉลุย</guid>
            <pubDate>Fri, 27 Mar 2026 09:30:37 +0700</pubDate>
            <dc:creator>ศูนย์หนังสือจุฬาฯ</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[เปิดตัวหนังสือ “อัจฉริยะการตลาด 0.1” ที่จะเปลี่ยนมุมมองการทำธุรกิจของคุณ
เข้าใจการตลาดแบบ “ง่าย แต่ลึก และใช้ได้จริง”...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify">ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ขอเชิญร่วมงานเสวนาเปิดตัวหนังสือ<strong>&nbsp;“อัจฉริยะการตลาด 0.1”&nbsp;</strong>เปิดมุมคิด มุมมอง และมมุมการใช้งานจริงๆ ที่ต้องใหม่ ชัด และได้ผลในโลกวิกฤต</p><p class="ql-align-justify">หนังสือที่จะพาทุกท่านจับอาวุธทางการตลาด ฝ่าวิกฤตไปแบบ “ฉลุย” “พุ่งฉิว”และได้ “เฉลิมฉลอง” ความสำเร็จที่พุ่ง “กระฉูด” อย่างยั่งยืนและสง่างาม</p><p class="ql-align-justify">	</p><p class="ql-align-justify">พบกับ&nbsp;<strong>ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล </strong>หัวหน้าภาควิชาการตลาด Chulalongkorn Business School<strong>&nbsp;</strong>(ผู้เขียน)</p><p class="ql-align-justify">ดำเนินรายการโดย&nbsp;<strong>คุณพิพัฒน์ วิทยาปัญญานนท์</strong>&nbsp;ผู้ประกาศข่าวช่อง ONE 31&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">	</p><p class="ql-align-justify">พบกัน<strong>วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569&nbsp;เวลา 18.00 – 18.50 น. ณ เวทีกลาง HALL 8</strong></p><p class="ql-align-justify"><strong>ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์</strong>&nbsp;ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 54 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 24</p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify">พร้อมรับชมผ่าน Facebook Live ได้ทางเพจ CHULA BOOK </p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c5eb99dd553_1774578585.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c5eb99dd553_1774578585.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>พิธีมอบรางวัลเกียรติคุณ ระดับชาติ โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กเยาวชน ประจำปี  2569</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/3806-พิธีมอบรางวัลเกียรติคุณ-ระดับชาติ-โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กเยาวชน-ประจำปี-2569</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/3806-พิธีมอบรางวัลเกียรติคุณ-ระดับชาติ-โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กเยาวชน-ประจำปี-2569</guid>
            <pubDate>Thu, 26 Mar 2026 14:19:19 +0700</pubDate>
            <dc:creator>ข่าว ไทออนไลน์</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[พิธีมอบรางวัลเกียรติคุณ ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน ประจำปี พ.ศ. 2569 จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ เพื่อยกย่องและเชิดชูเด็กและเยาวชนที่มีผลงานโดดเด่นด้านโครงงานคุณธรรม...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>พิธีมอบรางวัลเกียรติคุณ โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน ประจำปี พ.ศ. 2569</p><p><br></p><p>จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ สำหรับกิจกรรมการแข่งขันโครงงานคุณธรรม ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนไทยให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม</p><p><br></p><p>ในการนี้ ได้รับเกียรติอย่างยิ่งจาก ดร.ปรัชญวรรณ วนานันท์ ที่ปรึกษาด้านระบบบริหารจัดการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเกียรติคุณแก่เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งล้วนเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และแสดงออกถึงศักยภาพด้านคุณธรรมได้อย่างโดดเด่น</p><p><br></p><p>พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569 ณ สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ ความสำเร็จ และความอบอุ่น สะท้อนให้เห็นถึงพลังของเยาวชนไทยในการร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่ดีงาม</p><p><br></p><p>ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพทางความคิด การทำงานเป็นทีม และการนำหลักคุณธรรมมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง อันจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมไทยให้ยั่งยืนต่อไปในอนาคต</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c405cf0affd_1774454223.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c405cf0affd_1774454223.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>กรมการท่องเที่ยวลุยตรวจ “ทัวร์นอมินี” รับไฮซีซั่น-สงกรานต์ เสริมแกร่งภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย</title>
            <link>https://prnewsplus.com/travel/3807-กรมการท่องเที่ยวลุยตรวจ-ทัวร์นอมินี-รับไฮซีซั่น-สงกรานต์-เสริมแกร่งภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/travel/3807-กรมการท่องเที่ยวลุยตรวจ-ทัวร์นอมินี-รับไฮซีซั่น-สงกรานต์-เสริมแกร่งภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย</guid>
            <pubDate>Thu, 26 Mar 2026 14:19:17 +0700</pubDate>
            <dc:creator>นภัชชา อภิชาภัทรวิช</dc:creator>
            <category>ท่องเที่ยว / โรงแรม</category>
            <description><![CDATA[กรมการท่องเที่ยว เดินหน้ามาตรการกำกับดูแลบริษัทนำเที่ยวอย่างเข้มงวด บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (ศปต.) ลงพื้นท...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>กรมการท่องเที่ยวลุยตรวจ “ทัวร์นอมินี” รับไฮซีซั่น-สงกรานต์ เสริมแกร่งภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย</p><p><br></p><p>กรมการท่องเที่ยว เดินหน้ามาตรการกำกับดูแลบริษัทนำเที่ยวอย่างเข้มงวด บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (ศปต.) ลงพื้นที่ตรวจสอบและปราบปราม “ทัวร์นอมินี” ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ</p><p><br></p><p>นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า “ตั้งแต่ต้นปี 2569 กรมการท่องเที่ยวยังคงเดินหน้ามาตรการเชิงรุกในการกำกับดูแลบริษัทนำเที่ยวให้ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวโดยใช้คนไทย</p><p>เป็นตัวแทนอำพราง (ศปต.) ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทนำเที่ยวที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักทั่วประเทศ&nbsp;</p><p>ซึ่งดำเนินการแล้วใน 3 จังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต และล่าสุดชลบุรี ตรวจสอบบริษัทนำเที่ยวทั้งสิ้น 22 ราย พบการกระทำผิด 8 ราย โดยบางรายมีลักษณะเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทและมีจำนวนโครงสร้างกรรมการบริษัทไม่เป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงพฤติการณ์แอบอ้างใช้ข้อมูลบุคคลภายในบริษัท&nbsp;</p><p>ซึ่งเข้าข่ายลักษณะนอมินี มีบทลงโทษตามกฎหมายธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สูงสุด ตั้งแต่สั่งเพิกถอนใบอนุญาตและแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป”</p><p><br></p><p>อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรมการท่องเที่ยวจะดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง</p><p>กับผู้ประกอบการที่กระทำผิดกฎหมาย พร้อมยกระดับมาตรฐานการให้บริการของบริษัทนำเที่ยว เพื่อสร้าง</p><p>ความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และสนับสนุนให้การท่องเที่ยวไทยเติบโต</p><p>อย่างยั่งยืน โอกาสนี้ ขอให้บริษัทนำเที่ยวปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการบริษัทนำเที่ยวที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ได้รับบริการที่เป็นธรรม อันจะนำไปสู่ความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยโดยรวม”</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c4b78b53fe9_1774499723.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c4b78b53fe9_1774499723.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>BMG Smart School เปิดตัว Buyback Campaign ลดทันที 100,000 บาท สำหรับโรงเรียนที่ใช้ Face Scan เดิม</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/3808-bmg-smart-school-เปิดตัว-buyback-campaign-ลดทันที-100000-บาท-สำหรับโรงเรียนที่ใช้-face-scan-เดิม</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/3808-bmg-smart-school-เปิดตัว-buyback-campaign-ลดทันที-100000-บาท-สำหรับโรงเรียนที่ใช้-face-scan-เดิม</guid>
            <pubDate>Thu, 26 Mar 2026 14:19:16 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Tanasade Amornsin</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[BMG Softtech เปิดตัวแคมเปญ Buyback Campaign สำหรับสถานศึกษาที่เคยใช้ หรือกำลังใช้งานระบบสแกนใบหน้าอยู่ แต่ต้องการอัปเกรดสู่ระบบที่มีประสิทธิภาพและรองรับการใช้งานจริงในโรงเรียนมากยิ่งขึ้น...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>โดยระบบ <strong>BMG Smart School Face Scan</strong> เป็นระบบสแกนใบหน้าที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับบริบทของโรงเรียน สามารถตรวจจับใบหน้านักเรียนแบบ Passive (ไม่ต้องหยุดสแกน) ช่วยลดปัญหาความแออัดหน้าโรงเรียนในช่วงเช้า และลดภาระงานครูในการเช็คชื่อแบบเดิม</p><p><br></p><p>ระบบสามารถบันทึกข้อมูลการเข้า–ออกของนักเรียนแบบอัตโนมัติ เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบบริหารโรงเรียน พร้อมแสดงข้อมูลในรูปแบบ Dashboard ให้ผู้บริหารสามารถติดตามภาพรวมได้ทันที อีกทั้งยังสามารถแจ้งเตือนผู้ปกครองแบบเรียลไทม์ เพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับนักเรียน</p><p><br></p><p>แคมเปญ Buyback Campaign เปิดโอกาสให้โรงเรียนที่มีระบบเดิมอยู่แล้ว สามารถเปลี่ยนผ่านสู่ระบบใหม่ได้อย่างคุ้มค่า โดยเพียงแสดงหลักฐานการใช้งานระบบเดิม โรงเรียนจะได้รับ <strong>ส่วนลดทันที 100,000 บาท</strong></p><p><br></p><p>ส่วนลดดังกล่าวสามารถนำไปใช้เป็นส่วนลดค่าระบบ หรือปรับเป็นงบสำหรับเพิ่มอุปกรณ์ เช่น เพิ่มช่องทางเข้า–ออก เพื่อแก้ปัญหาความแออัดได้อย่างตรงจุด</p><p><br></p><p>แคมเปญนี้เหมาะสำหรับโรงเรียนที่ต้องการยกระดับสู่ <strong>Smart &amp; Secure School</strong> โดยใช้เทคโนโลยี AI ที่แม่นยำ และเชื่อมต่อข้อมูลทั้งโรงเรียนในระบบเดียว</p><p><br></p><p>ทั้งนี้ แคมเปญมีระยะเวลาจำกัด และจะสิ้นสุดภายในวันที่ <strong>15 พฤษภาคม 2569</strong> เพื่อให้โรงเรียนสามารถวางแผนการปรับเปลี่ยนระบบได้ทันก่อนเปิดภาคเรียนใหม่</p><p><br></p><p>ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</p><p>https://bmgsofttech.com/buyback-face-scan</p><p><br></p><p>หรือดูรายละเอียดระบบได้ที่</p><p>https://bmgsofttech.com/face-recognition-ai</p><p>https://bmgsofttech.com/solutions/face-recognition-school</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c4dd9565e26_1774509461.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c4dd9565e26_1774509461.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>MEDI LIFT : Facial Treatment</title>
            <link>https://prnewsplus.com/health/3805-medi-lift-facial-treatment</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/health/3805-medi-lift-facial-treatment</guid>
            <pubDate>Wed, 25 Mar 2026 18:39:28 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Phillip Wain Thailand</dc:creator>
            <category>สุขภาพ / ความงาม</category>
            <description><![CDATA[ปฏิบัติการยกกระชับกล้ามเนื้อชั้นลึก พร้อมผสาน
 เวชสำอางฝรั่งเศส - เยอรมนี สู่ผลลัพธ์ระดับ Medical Grade...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>	<strong>ฟิลิป เวน</strong> – ปัญหาผิวอ่อนล้า ร่วงโรยจากมลภาวะ &nbsp;และภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล ส่งสัญญาณสะท้อนในรูปแบบความหย่อนคล้อย ริ้วรอยแก่ก่อนวัย พร้อมปัญหาเม็ดสี</p><p>	<strong>MEDI LIFT </strong>โปรแกรมที่ถูกออกแบบ และพัฒนาเพื่อฟื้นฟูผิวหน้าในทุกมิติ ในการรีเซ็ตทั้งใบหน้า ด้วยเทคนิคการนวดแบบเฉพาะที่ฟิลิป เวน เพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณจุดเกาะต้น ของกรอบตา พวงแก้ม และกรอบหน้า เพื่อคืนความกระชับ และความอ่อนเยาว์ให้กับโครงสร้างผิวอย่างเป็นธรรมชาติ</p><p>	อีกทั้งร่วมกับการใช้ความล้ำหน้าของ <strong>Medi Skincare</strong> <strong>ลิขสิทธิ์เฉพาะที่ Phillip Wain</strong> แบรนด์ <strong>CUTHYS</strong> จากประเทศ<strong>ฝรั่งเศส</strong> ที่<strong>คิดค้นโดยแพทย์ผิวหนัง</strong> และ แบรนด์ <strong>QMS</strong> จาก<strong>ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ</strong>ประเทศ<strong>เยอรมนี</strong> ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องการฟื้นฟูผิวระดับเวชสำอาง&nbsp;</p><p>	Key Ingredient คือ <strong>HEXA PEPTIDE จากพืช </strong>ที่เน้นการทำงานเสมือน <strong>Botox</strong> ในการช่วยชะลอการหดตัวของกล้ามเนื้อบนใบหน้า ทำให้ริ้วรอยดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อม <strong>Nano Growth Factor จากยีสต์ธรรมชาติ</strong> ที่ช่วยฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก มอบความชุ่มชื้นยาวนานตลอด 24 ชั่วโมง</p><p>	และเพื่อให้มั่นใจว่าผิวหน้าที่ได้รับการฟื้นฟู และยกกระชับแล้ว จะกลับมาแน่นตึง แล้วจะได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง <strong>MEDI LIFT</strong> มีการกระตุ้นด้วย Microcurrent EMS ที่&nbsp;เข้ากระตุ้นกล้ามเนื้อมัดเล็ก และการสร้างคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p>	ด้วยการผสมผสานของ <strong>Medi Skincare ระดับยุโรป</strong> ,<strong>เทคโนโลยี Microcurrent</strong> และ<strong>เทคนิคการนวดเฉพาะทาง</strong> MEDI LIFT จึงไม่ใช่เพียงทรีตเม้นต์ดูแลหน้า แต่<strong>เป็นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้ผิวกลับมาดูอ่อนเยาว์ กระชับ และเปล่งประกายจากภายใน</strong> ทั้งหมดนี้พร้อมที่จะให้ท่านได้มาสัมผัสความเหนือระดับกับการย้อนวัย และยกกระชับ ที่ฟิลิป เวน คิดค้นขึ้นมาเป็นอย่างดี พร้อมรับส่วนลดพิเศษ 50% ต้อนรับฤดูกาลซัมเมอร์ เพียงแอดไลน์ @phillipwainth (มี@ข้างหน้า หรือที่ลิงก์ <strong>https://bit.ly/3yWcmDQ</strong>)</p><p><br></p><p class="ql-align-justify">ติ<strong>ดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ :- </strong>&nbsp;</p><p>Facebook: Phillip Wain Thailand /Line ID: @PhillipWainTH /www.phillipwain-thailand.co.th</p><p>******************************</p><p>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่&nbsp;ฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด ฟิลิป เวน (ประเทศไทย) โทร. 0-2541-1555&nbsp;</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c3c8b6a4022_1774438582.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c3c8b6a4022_1774438582.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Thailand Climate Law: ธุรกิจไทยต้องรู้ ก่อน พ.ร.บ.โลกร้อนบังคับใช้</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/3803-thailand-climate-law-ธุรกิจไทยต้องรู้-ก่อน-พรบโลกร้อนบังคับใช้</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/3803-thailand-climate-law-ธุรกิจไทยต้องรู้-ก่อน-พรบโลกร้อนบังคับใช้</guid>
            <pubDate>Wed, 25 Mar 2026 17:32:07 +0700</pubDate>
            <dc:creator>ณิชกานต์ คล้ายเจียม</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[เมื่อกฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังจะมีผลกับภาคธุรกิจไทย
องค์กรของคุณ “พร้อมแล้วหรือยัง?”

ร่วมอัปเดต พ.ร.บ.ล่าสุด พร้อมแนวทางที่ธุรกิจต้องเตรียมตัว ✨...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>Agenda&nbsp;</p><p>✨การเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจในการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร</p><p>✨ทิศทาง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย</p><p>✨การบริหารจัดการคาร์บอนและโอกาสจากคาร์บอนเครดิต</p><p>✨ถามตอบกับผู้เชี่ยวชาญ</p><p><br></p><p>📅 ในวันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569</p><p>⏰ 14.00 – 15.30 น.&nbsp;&nbsp;</p><p>‼️ลงทะเบียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย‼️</p><p><br></p><p><br></p><p>👉 ลงทะเบียนได้ที่ : https://onebinar.one.th/online-seminar/RP4H60</p><p>(ทั้งการลงทะเบียน และการรับชม ทำได้ในลิงก์เดียว)</p><p>สามารถลงทะเบียนได้ ตั้งแต่วันนี้ - 9 เมษายน พ.ศ. 2569</p><p><br></p><p>ติดต่อเพิ่มเติม</p><p>📱เกี่ยวกับการลงทะเบียนงานสัมมนาได้ที่</p><p>Email: Onebinar@inet.co.th</p><p>Tel: 065-507-4539 (คุณอภิสรา)</p><p>061-404-0152 (คุณณิชกานต์)</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c39bf2ce83d_1774427122.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c39bf2ce83d_1774427122.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>COLORFUL เปิดตัวเมนบอร์ด iGame Z890 ULTRA-S W และ iGame Z890M ULTRA Z</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/3804-colorful-เปิดตัวเมนบอร์ด-igame-z890-ultra-s-w-และ-igame-z890m-ultra-z</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/3804-colorful-เปิดตัวเมนบอร์ด-igame-z890-ultra-s-w-และ-igame-z890m-ultra-z</guid>
            <pubDate>Wed, 25 Mar 2026 17:32:05 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Nattacha Kempetch</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[Colorful เปิดตัวเมนบอร์ด iGame Z890 ULTRA-S W และ iGame Z890M ULTRA Z รุ่นใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra 200S Plus Series รุ่นล่าสุด...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify">บริษัท Colorful Technology จำกัด แบรนด์ชั้นนำด้านส่วนประกอบเกมมิ่งพีซี แล็ปท็อปเกมมิ่งและผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงไฮไฟ ประกาศเปิดตัวเมนบอร์ด iGame Z890 ULTRA-S W และ iGame Z890M ULTRA Z รุ่นใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra 200S Plus Series รุ่นล่าสุด เมนบอร์ดทั้งสองรุ่นในตระกูล iGame ULTRA Series ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์เกมเมอร์ ครีเอเตอร์ และผู้ใช้งานพีซีระดับสูง ซึ่งมาพร้อมโทนสีขาวที่ออกแบบมาให้เข้ากันอย่างลงตัวกับการ์ดจอ iGame ULTRA W Series รุ่นยอดนิยมของแบรนด์</p><p>&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">ด้วยการรองรับหน่วยความจำความเร็วสูง ระบบภาคจ่ายไฟที่แข็งแกร่ง และฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งาน เช่น กลไกการประกอบที่ง่ายขึ้นและการจัดการสายที่เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น ซีรีส์ iGame Z890 รุ่นใหม่นี้มุ่งมอบความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ ความสะดวกในการใช้งาน และดีไซน์ที่โดดเด่น สำหรับการประกอบพีซีประสิทธิภาพสูงในยุคปัจจุบัน</p><p>&nbsp;</p><p><strong>iGame Z890 ULTRA-S W</strong>     </p><p>&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">iGame Z890 ULTRA-S W ยังคงเอกลักษณ์งานออกแบบของซีรีส์ Ultra ด้วยโทนสีขาวเป็นหลัก ผสานองค์ประกอบสไตล์ Hip-Hop ได้อย่างโดดเด่น ดีไซน์แบบหลายชั้นช่วยเพิ่มมิติให้กับโลโก้ ขณะที่เพลทชื่อแบบ ARGB ที่ปรับแต่งได้ ช่วยเสริมความโดดเด่นด้านภาพลักษณ์ให้กับตัวเมนบอร์ด</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">เมื่อเทียบกับ iGame Z890 Ultra รุ่น ULTRA-S ได้อัปเกรดระบบระบายความร้อนด้วย ฮีตไปป์ และการออกแบบช่องทางไหลเวียนอากาศ พร้อมเลือกใช้ชิ้นส่วนโทนสีขาวทั้งหมด และเพิ่มกลไก Quick-Release เจเนอเรชันใหม่ สำหรับทั้งการ์ดจอและฮีตซิงก์ M.2 ช่วยให้ตัวเครื่องดูสะอาดตาและติดตั้งได้ง่ายยิ่งขึ้น</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">มาพร้อมดีไซน์ภาคจ่ายไฟ 20+1+1+1 เฟส ช่วยดึงประสิทธิภาพของ Intel Core Ultra 7 270K Plus ได้อย่างเต็มที่ รองรับหน่วยความจำ DDR5 ความเร็วสูงสุด 9600+ MHz และความจุสูงสุด 256GB มอบศักยภาพที่แข็งแกร่งสำหรับทั้งการเล่นเกมและงานด้าน AI รวมถึงการใช้งานแบบ Local Deployment ทำให้เป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสำหรับทั้งผู้ใช้งานระดับเอนธูเซียสต์และสายโปรดักทีฟิตี้</p><p>&nbsp;</p><p><strong>iGame Z890M ULTRA Z</strong>&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">COLORFUL ได้เปิดตัวเมนบอร์ดแบบ Zero-Cable รุ่นแรกของแบรนด์อย่าง iGame Z890M ULTRA Z โดยเมนบอร์ดรุ่นนี้ได้ยกเลิกการใช้หัวต่อไฟแบบดั้งเดิมทั้ง 24-pin เมนบอร์ด และ 8+8-pin CPU และเปลี่ยนมาใช้หัวต่อไฟแบบใหม่ 50-pin Direct-Plug ด้วยการใช้งานร่วมกับพาวเวอร์ซัพพลายที่ออกแบบเฉพาะ ระบบจ่ายไฟจะเชื่อมต่อเข้ากับเมนบอร์ดโดยตรงผ่าน Gold Fingers โดยไม่ต้องใช้สายไฟ ช่วยให้ภายในเคสดูสะอาด เรียบร้อย และลดความยุ่งยากในการจัดสายได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p class="ql-align-center">  </p><p><strong>คอนเนกเตอร์ด้านหลังแบบ 50-Pin</strong></p><p class="ql-align-justify">เมนบอร์ด iGame Z890M ULTRA Z ยังมาพร้อมคอนเนกเตอร์จ่ายไฟสำหรับการ์ดจอในซีรีส์ Ultra Z โดยรวมพอร์ตที่ใช้งานบ่อยอย่าง USB หน้าเคส, Audio และ Power Jumper ไว้ในจุดเชื่อมต่อเดียว ช่วยให้การติดตั้งเป็นระเบียบ สะดวก และลดความซับซ้อนของสายเชื่อมต่อแบบเดิม ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเทคโนโลยี Hidden Connector ตัวเมนบอร์ดยังคงเอกลักษณ์สไตล์ Hip-Hop ของตระกูล iGame Ultra ด้วยดีไซน์เกราะ “Hip-Hop Rhythm” พร้อมภาคจ่ายไฟ 14+1+1+1 เฟส (60A DrMOS) รองรับหน่วยความจำ 4 สล็อต สูงสุด 48GB ต่อสล็อต รวมสูงสุด 192GB ด้านการจัดเก็บข้อมูล มาพร้อม ช่อง M.2 จำนวน 4 ช่อง และ SATA 4 ช่อง โดยช่องหลักรองรับ PCIe 5.0 x4 ส่วนพอร์ตด้านหลังประกอบด้วย USB Type-A 6 ช่อง และ USB Type-C 2 ช่อง พร้อมระบบเครือข่ายความเร็วสูง 2.5G LAN + WiFi 7 ด้วยสเปกภาคจ่ายไฟที่แข็งแกร่งและความสามารถในการขยายที่ครบครัน เมนบอร์ดรุ่นนี้จึงตอบโจทย์ทั้งเกมเมอร์และผู้ใช้งานสายโปรดักทีฟิตี้ได้อย่างลงตัว</p><p>&nbsp;  &nbsp;</p><p class="ql-align-justify"><strong>ราคาและการวางจำหน่าย</strong></p><p class="ql-align-justify">สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางจำหน่ายและราคา โปรดติดต่อตัวแทน COLORFUL Technology ในพื้นที่ของคุณ</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p><strong>สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดตามช่องทางโซเชียลมีเดียของ COLORFUL ด้านล่าง หรือเยี่ยมชมที่ </strong><a href="https://en.colorful.cn/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>en.colorful.cn</strong></a></p><p><strong>Facebook:</strong>&nbsp;<a href="https://www.facebook.com/ColorfulGlobal/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://www.facebook.com/ColorfulGlobal/</a> </p><p> <strong>Instagram:</strong> <a href="https://www.instagram.com/colorfultechnology/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://www.instagram.com/colorfultechnology/</a></p><p> <strong>YouTube:</strong>&nbsp;<a href="https://www.youtube.com/channel/UCFCrgPOCH14pVVMMH2Nw-bA" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://www.youtube.com/channel/UCFCrgPOCH14pVVMMH2Nw-bA</a></p><p> <strong>TikTok:</strong> <a href="https://www.tiktok.com/@colorfultechnology" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://www.tiktok.com/@colorfultechnology</a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c3b8a4d9c7b_1774434468.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c3b8a4d9c7b_1774434468.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
    </channel>
</rss>
