<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" href="https://prnewsplus.com/assets/xsl/rss.xsl"?>
<rss version="2.0"
     xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
     xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
     xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
     xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/">
    <channel>
        <title>PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส - ข่าวทั้งหมด</title>
        <link>https://prnewsplus.com</link>
        <description>ศูนย์รวมข่าวประชาสัมพันธ์ธุรกิจ เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์ - แพลตฟอร์ม PR Subscription สำหรับ SME และเอเจนซี่</description>
        <language>th</language>
        <copyright>Copyright 2026 PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส. All rights reserved.</copyright>
        <managingEditor>prnewsplus.th@gmail.com (PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส)</managingEditor>
        <webMaster>prnewsplus.th@gmail.com (PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส)</webMaster>
        <lastBuildDate>Thu, 09 Apr 2026 20:24:32 +0700</lastBuildDate>
        <generator>PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส</generator>
        <docs>https://www.rssboard.org/rss-specification</docs>
        <ttl>60</ttl>

        <image>
            <url>https://prnewsplus.com/assets/images/logo.png</url>
            <title>PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส</title>
            <link>https://prnewsplus.com</link>
            <width>144</width>
            <height>40</height>
        </image>

        <atom:link href="https://prnewsplus.com/feed.php" rel="self" type="application/rss+xml"/>

        <item>
            <title>MSC จัดงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 โชว์ผลประกอบการพร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/finance/3846-msc-จัดงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี-2569-โชว์ผลประกอบการพร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/finance/3846-msc-จัดงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี-2569-โชว์ผลประกอบการพร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน</guid>
            <pubDate>Thu, 09 Apr 2026 15:19:57 +0700</pubDate>
            <dc:creator>CCD</dc:creator>
            <category>การเงิน / การลงทุน</category>
            <description><![CDATA[MSC จัดงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 โชว์ผลประกอบการพร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ “MSC” ดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมากว่า 40 ปี จัดงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เพื่อรายงานผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา พร้อมเผยความสำเร็จและทิศทางการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นรับทราบและพิจารณาอนุมัติระเบียบวาระต่างๆ ของบริษัทฯ</p><p><br></p><p>การประชุมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการบริษัท และผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วม นำโดย คุณสรรพิชญ์ เศรษฐพรพงศ์ ประธานกรรมการ, คุณกิตติ เตชะทวีกิจกุล รองประธานกรรมการ และ ดร.วิรัช อภิเมธีธำรง ประธานกรรมการตรวจสอบ เพื่อชี้แจงข้อมูลพร้อมตอบข้อซักถามแก่ผู้ถือหุ้นอย่างโปร่งใส โดยงานจัดขึ้นเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร G ชั้น 2 สำนักงานใหญ่</p><p><br></p><p>โดยภาพรวมการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา MSC ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในการให้บริการโซลูชันไอทีครบวงจร พร้อมก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ และสร้างรากฐานแห่งอนาคตที่ยั่งยืน รองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ส่งมอบความสำเร็จต่อลูกค้าองค์กรในยุคดิจิทัล และผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น</p><p><br></p><p>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ: คุณกีรนาถ เดชเดโช โทร: 02-089-4351 อีเมล: keeradec@metrosystems.co.th เว็บไซต์: www.metrosystems.co.th</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d4d890a763d_1775556752.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d4d890a763d_1775556752.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>กรมการท่องเที่ยวผนึกกำลังตำรวจท่องเที่ยว ลุยจับบริษัททัวร์ “นอมินีภูเก็ต”</title>
            <link>https://prnewsplus.com/travel/3847-กรมการท่องเที่ยวผนึกกำลังตำรวจท่องเที่ยว-ลุยจับบริษัททัวร์-นอมินีภูเก็ต</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/travel/3847-กรมการท่องเที่ยวผนึกกำลังตำรวจท่องเที่ยว-ลุยจับบริษัททัวร์-นอมินีภูเก็ต</guid>
            <pubDate>Thu, 09 Apr 2026 15:19:56 +0700</pubDate>
            <dc:creator>นภัชชา อภิชาภัทรวิช</dc:creator>
            <category>ท่องเที่ยว / โรงแรม</category>
            <description><![CDATA[กรมการท่องเที่ยวผนึกกำลังตำรวจท่องเที่ยว ลุยจับบริษัททัวร์ “นอมินีภูเก็ต”
สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ 2569...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-center"><strong>กรมการท่องเที่ยวผนึกกำลังตำรวจท่องเที่ยว ลุยจับบริษัททัวร์ “นอมินีภูเก็ต”</strong></p><p class="ql-align-center"><strong>สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ 2569</strong></p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">วันนี้ (7 เมษายน 2569) กรมการท่องเที่ยวร่วมกับกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต </p><p class="ql-align-justify"> เพื่อติดตามสถานการณ์การท่องเที่ยว พร้อมบูรณาการความร่วมมือยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 </p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify"><strong>นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว</strong> เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ถือเป็นช่วง High Season </p><p class="ql-align-justify"> ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก กรมการท่องเที่ยวจึงได้มอบหมายให้ <strong>นายบุญเสริม ขันแก้ว รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว</strong> <strong>ในฐานะนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กลาง</strong> พร้อมด้วย นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขาภาคใต้ เขต 2 (จังหวัดภูเก็ต) ลงพื้นที่ร่วมกับ พลตำรวจโท ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ยกระดับมาตรการเชิงรุกในการควบคุมและป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย</p><p class="ql-align-justify"> ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างรอบด้าน โดยมีการประชุมติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในพื้นที่ พร้อมตรวจพนักงานผู้ให้บริการเรือนำเที่ยว ณ ท่าเทียบเรือ รอยัล ภูเก็ต มารีน่า เพื่อตรวจสารเสพติดกัปตันเรือและพนักงานประจำเรือ สร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว ขณะที่กรมการท่องเที่ยวได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับมาตรฐานการให้บริการ</p><p class="ql-align-justify"> ที่เหมาะสม การดูแลนักท่องเที่ยว และการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">นอกจากนี้ ได้รับรายงานจากนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้ เขต 2 ซึ่งร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ตรวจพบการกระทำผิดกฎหมายธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว 2 ราย รายแรกเข้าข่ายเป็นนอมินี ซึ่งมีโครงสร้างกรรมการไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้ขาดคุณสมบัติ</p><p class="ql-align-justify"> ตามมาตรา 17 (1) (ก) กำหนดให้กรรมการของบริษัทเกินกึ่งหนึ่งต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย จึงดำเนินการ</p><p class="ql-align-justify"> เพิกถอนใบอนุญาต สำหรับรายที่สอง ประกอบธุรกิจโดยมีสถานที่ตั้งไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 22/2 การประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่มีสาขา ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวสาขาจากนายทะเบียนด้วย จึงดำเนินการปรับพินัยตามกฎหมายต่อไป</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify"><strong>อธิบดีกรมการท่องเที่ยว</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรมการท่องเที่ยวจะร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่องกับผู้ประกอบการที่กระทำผิดกฎหมาย พร้อมยกระดับมาตรฐานการให้บริการ</p><p class="ql-align-justify"> ของบริษัทนำเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงขอความร่วมมือ</p><p class="ql-align-justify"> ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนจากการจัดทัวร์ราคาถูกที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย และแนะนำให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการบริษัทนำเที่ยวที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องได้ที่เว็บไซต์กรมการท่องเที่ยว <a href="http://www.dot.go.th/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="color: windowtext;">www.dot.go.th</a> เพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d4efb049181_1775562672.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d4efb049181_1775562672.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Digital Billing &amp; Payment Platform</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/3848-digital-billing-payment-platform</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/3848-digital-billing-payment-platform</guid>
            <pubDate>Thu, 09 Apr 2026 15:19:54 +0700</pubDate>
            <dc:creator>ธนพร คลองประเสริฐ</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[พลิกโฉมการวางบิลสู่ยุคดิจิทัล รับบิล – ส่งบิล – ชำระเงิน ครบจบในระบบเดียว...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>เคยมั้ย ? วางบิลช้า เงินเข้าไม่ทันใจ เอกสารซ้ำซ้อน ติดตามยาก ทำให้กระแสเงินสะดุด&nbsp;</p><p><br></p><p>มาเปลี่ยนเกมให้ง่ายขึ้นด้วย Digital Billing &amp; Payment&nbsp;</p><p>รวมทุกขั้นตอน “รับบิล–ส่งบิล–ชำระเงิน” ไว้ในระบบเดียว&nbsp;</p><p>ลดงานซ้ำ เพิ่มความเร็ว ให้ทุกธุรกรรมแม่นยำขึ้นกว่าเดิม 🚀&nbsp;</p><p>.&nbsp;</p><p>ในงานสัมมนาออนไลน์ หัวข้อ "Digital Billing &amp; Payment Platform"&nbsp;</p><p>📅 วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569&nbsp;</p><p>⏰ 14.00 – 15.30 น. | เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย</p><p><br></p><p>👉 ลงทะเบียนได้ที่&nbsp;<a href="https://onebinar.one.th/online-seminar/NZZXZG" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="color: rgb(35, 44, 96);">https://onebinar.one.th/online-seminar/NZZXZG</a><a href="https://onebinar.one.th/online-seminar/NZZXZG&amp;nbsp;" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="color: rgb(35, 44, 96);">&nbsp;</a></p><p>(ทั้งการลงทะเบียน และการรับชม ทำได้ในลิงก์เดียว)&nbsp;</p><p>สามารถลงทะเบียนได้ ตั้งแต่วันนี้ - 29 เมษายน พ.ศ. 2569&nbsp;</p><p>.</p><p>📱ติดต่อเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทะเบียนงานสัมมนาได้ที่&nbsp;</p><p>Email: Onebinar@inet.co.th&nbsp;</p><p>Tel: 065-507-4539 (คุณอภิสรา) 098-246-5948 (คุณธนพร)</p><p><br></p><p>#DigitalBilling #PaymentPlatform #DigitalTransformation #eBilling #ePayment</p><p>#ธุรกิจดิจิทัล #ระบบวางบิล #สัมมนาออนไลน์ #Webinarฟรี</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d6085816ebc_1775634520.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d6085816ebc_1775634520.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>GIT ลุยเชียงใหม่! เปิดโครงการ “GIT RE WORTH” ยกระดับผู้ประกอบการเครื่องประดับไทย ชูนวัตกรรมผสานวัสดุ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/3849-git-ลุยเชียงใหม่-เปิดโครงการ-git-re-worth-ยกระดับผู้ประกอบการเครื่องประดับไทย-ชูนวัตกรรมผสานวัสดุ</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/3849-git-ลุยเชียงใหม่-เปิดโครงการ-git-re-worth-ยกระดับผู้ประกอบการเครื่องประดับไทย-ชูนวัตกรรมผสานวัสดุ</guid>
            <pubDate>Thu, 09 Apr 2026 15:19:43 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Chopetch Sansuk</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[เชียงใหม่, 7 เมษายน 2569 – สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย เปิดตัว โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าต้นแบบที่มีอัตลักษณ์ (GIT RE WORTH) อย่างเป็นทางการ โด...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify"><strong>เชียงใหม่, 7 เมษายน 2569</strong> – สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย เปิดตัว <strong>โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าต้นแบบที่มีอัตลักษณ์ (GIT RE WORTH) </strong>อย่างเป็นทางการ โดย<strong>นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ</strong> เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ณ ห้องศรีภูมิ โรงแรมอโมร่า ท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ </p><p class="ql-align-justify">โครงการดังกล่าวดำเนินภายใต้แนวคิด <strong>“RE WORTH”</strong> ที่มุ่งสร้างคุณค่าใหม่ให้กับวัสดุ ทรัพยากร และทุนทางวัฒนธรรม ผ่านการออกแบบและนวัตกรรมร่วมสมัย โดยส่งเสริมการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นและอัตลักษณ์ไทยมาต่อยอด ผสานกับการใช้วัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาสินค้าต้นแบบที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างยั่งยืน</p><p class="ql-align-justify">นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย โดยเฉพาะในพื้นที่เชียงใหม่ มีจุดแข็งด้านงานฝีมือที่ประณีตและมีรากฐานทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น GIT จึงมุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ <strong>โดยเชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมวัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและตอบโจทย์ตลาดโลกในปัจจุบัน</strong></p><p class="ql-align-justify">นอกจากนี้ GIT ยังขยายการดำเนินโครงการสู่ระดับภูมิภาค ครอบคลุมทั้ง 4 ภาคของประเทศ เพื่อกระจายโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้และการพัฒนาอย่างทั่วถึง โดยมุ่งหวังให้เกิดผลงานที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่หลากหลาย ทั้งในมิติของวัฒนธรรม สุนทรียศาสตร์ และการเลือกใช้วัสดุจากทรัพยากรในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะเป็นจุดแข็งสำคัญในการสร้างความแตกต่างในตลาดสากล</p><p class="ql-align-justify">สำหรับโครงการนี้ GIT ได้ออกแบบกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนและลดข้อจำกัดของผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ตั้งแต่ กิจกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้ในรูปแบบกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาและต่อยอดแนวคิด การสนับสนุนทุนเพื่อสร้างต้นแบบ ไปจนถึงการเชื่อมโยงสู่เวทีแสดงสินค้า เพื่อให้ผู้ประกอบการ 10 รายสุดท้ายจากทั่วประเทศ ได้ทดลองตลาดจริงและต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจในระดับนานาชาติ</p><p class="ql-align-justify">สำหรับการจัดอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างเข้มข้นให้แก่ช่างฝีมือและผู้ประกอบการ ผ่าน 2 หลักสูตรหลัก โดยเริ่มต้นที่ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นภาคแรก ได้แก่</p><ul><li class="ql-align-justify"><strong>หลักสูตร A: Eco &amp; Alternative Materials (ต่อยอดวัสดุรักษ์โลก สู่จิวเวลรี่แห่งอนาคต)</strong> จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6–7 เมษายน 2569 โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาร่วมให้ความรู้ ทั้งในด้านการนำทุนวัฒนธรรมมาออกแบบเครื่องประดับร่วมสมัย การสร้างเรื่องราวให้กับแบรนด์ (Brand Story Building) ตลอดจนกลยุทธ์การตลาดและการจัดแสดงสินค้า (Visual Merchandising)</li><li class="ql-align-justify"><strong>หลักสูตร B: Track B Collaboration &amp; Combination (จับคู่สร้างสรรค์ ผสานวัสดุสุดล้ำ)</strong> จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–9 เมษายน 2569 ซึ่งเน้นการทำเวิร์กช็อปร่วมสร้างสรรค์ (Co-Creation) ผสมผสานแนวคิดงานคราฟต์และการผสานวัสดุสู่แนวคิดต้นแบบโดยทีมคณาจารย์จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง</li></ul><p class="ql-align-justify">ไฮไลต์ของโครงการในปีนี้ คือ<strong>ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับทุนสนับสนุนในการพัฒนาสินค้าต้นแบบ พร้อมโอกาสเข้าร่วมแสดงผลงานในเวทีสำคัญระดับนานาชาติ </strong>อาทิ Bangkok Gems and Jewelry Fair และ Bangkok Jewelry Week 2026 รวมถึงการคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพจำนวน 10 ราย เพื่อเข้าร่วมจัดแสดงสินค้าในต่างประเทศอีกด้วย</p><p class="ql-align-justify">โครงการดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนผู้ประกอบการไทยจากการพัฒนาเชิงแนวคิดสู่การสร้างโอกาสทางธุรกิจจริง และยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่การแข่งขันในเวทีโลกอย่างยั่งยืน</p><p>ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการในภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง สามารถสมัครเข้าอบรมเชิงปฏิบัติการ และติดตามข่าวสารของโครงการได้ที่ Facebook Page: The Gem and Jewelry Institute of Thailand</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d722b04ba0d_1775706800.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d722b04ba0d_1775706800.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ปลุกความเป็นผู้นำแห่งอนาคต! เปิดตัวเวิร์คช็อปพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ระดับสากล “Trailblaze Next Gen” เ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/3850-ปลุกความเป็นผู้นำแห่งอนาคต-เปิดตัวเวิร์คช็อปพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ระดับสากล-trailblaze-next-gen-เ</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/3850-ปลุกความเป็นผู้นำแห่งอนาคต-เปิดตัวเวิร์คช็อปพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ระดับสากล-trailblaze-next-gen-เ</guid>
            <pubDate>Thu, 09 Apr 2026 15:19:42 +0700</pubDate>
            <dc:creator>preechai sereekittikul</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[กรุงเทพฯ, เมษายน 2569 – เทรลเบลซ์ มิสชั่น (Trailblaze Mission) เอเจนซีด้านสื่อประชาสัมพันธ์และการสื่อสารครบวงจรสัญชาติไทย ได้เปิดตัวโครงการ “เทรลเบลซ์ เน็กซ์เจน” (Trailblaze Next Gen) อันเป็นเวิร์คช็...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ, เมษายน 2569 – เทรลเบลซ์ มิสชั่น (Trailblaze Mission) เอเจนซีด้านสื่อประชาสัมพันธ์และการสื่อสารครบวงจรสัญชาติไทย ได้เปิดตัวโครงการ “เทรลเบลซ์ เน็กซ์เจน” (Trailblaze Next Gen) อันเป็นเวิร์คช็อปพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำระดับนานาชาติภายใต้สถาบัน เทรลเบลซ์ อะคาเดมี (Trailblaze Academy) อันเป็นบริษัทย่อยด้านการศึกษาของ เทรลเบลซ์ มิสชั่น มุ่งหวังสร้างคนรุ่นใหม่ที่เป็นผู้นำทางความคิดสร้างสรรค์และวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล เพื่อตอบสนองการส่งมอบทักษะให้กับพลเมืองโลกในโลกยุคดิจิตอลที่ต้องมีการปรับตัว นำเสนอไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนสังคมโลก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>โปรแกรม เทรลเบลซ์ เน็กซ์เจน มีหลักสูตรที่ถูกออกแบบขึ้นให้มีความหลากหลายทางเนื้อหาจากแวดวงต่างๆที่จำเป็นต่อโลกยุคดิจิตอล เพื่อก่อให้เกิดการเรียนรู้แบบสหวิทยาการ (Interdisciplinary Learning) โดยตัวเวิร์คช็อปนี้จะใช้เวลา 3 วันเต็มในการเข้าร่วม ผู้เข้ารับการอบรมจะได้ร่วมทำกิจกรรมแบบมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive Activities) อีกทั้งมีโอกาสในการสรรค์สร้างไอเดียใหม่ๆ อันนำมาสู่โครงการที่สามารถนำไปต่อยอดได้จริง ซึ่งหากไอเดียไหนมีศักยภาพที่จะเกิดขึ้นและเติบโตได้จริง เจ้าของโปรเจ็กมีสิทธิ์ลุ้นชิงรางวัลเงินทุนพัฒนาต่อยอดไอเดียจากทางโครงการ พร้อมกับการได้ขึ้นแท่นเป็น Global Ambassador ประจำโครงการเพื่อเป็นตัวแทนผู้นำยุคใหม่ อีกทั้งผู้ที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้ยังจะได้สิทธิพิเศษหลากหลาย อาทิเช่น โอกาสในการนำเสนอโครงการ การร่วมกิจกรรมเวิรคชอปต่าง ๆ กับสื่อชั้นนำ และโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษอื่นๆจากทาง เทรลเบลซ์ อคาเดมี</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ เทรลเบลซ์ เน็กซ์เจน ยังถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้เข้าร่วมจากนานาประเทศ เนื้อหาและกิจกรรมทุกอย่างจะถูกดำเนินด้วยภาษาอังกฤษ โดยเป้าหมายของ เทรลเบลซ์ เน็กซ์เจน คือการสร้างสภาวะแวดล้อมที่มีความเป็นสากล และจะจัดอบรมขึ้นในประเทศอื่นๆในอนาคต ซึ่งการจัดงานในครั้งแรกนี้จะจัดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทยเป็นครั้งแรกที่มาพร้อมกับธีม “Where living heritage sustains the future of leadership” ด้วยอินไซต์ที่เห็นว่าวัฒนธรรมความเป็นไทยนั้นมีคุณสมบัติที่นำมาซึ่งยั่งยืนพอเพียงในหลากหลายมิติอ้นนำมาซึ่งการหล่อหลอมผู้นำแห่งอนาคตที่พร้อมสร้างการเปลี่ยนด้วยความหยั่งยืนแบบไทยๆนี้สู่ระดับโลก ในแต่ละช่วงเวลาภายใต้โปรแกรมนี้ก็จะมี ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ผู้ประสบความสําเร็จที่เป็นแบบอย่าง ผลัดเปลี่ยนกันมามอบความรู้ที่หลากหลายที่นำไปต่อยอดได้จริงและสอดคล้องกันกับธีมงานในครั้งนี้ ซึ่งนับ ว่าเทรลเบลซ์ เน็กซ์เจน ก็ยังเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำหรับการสร้างเครือข่ายคนรู้จักจากวงการที่หลากหลายเช่นกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำหรับผู้ที่สนใจและที่มีสิทธ์เข้าร่วมโครงการนี้เบื้องต้นจะต้องเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีไอเดียสร้างสรรค์อายุและมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพของตัวเอง โดยสามารถดูรายละเอียดและเกณฑ์การสมัครเพิ่มเติม อีกทั้งข่าวสาร ค่าธรรมเนียมหลักสูตร วัน เวลา และ สถานที่จัดงานที่จะมีประกาศขึ้นในเร็วๆนี้ได้ทางเพจเฟสบุ๊ก:</p><p><br></p><p>Trailblaze Next Gen</p><p><br></p><p>เทรลเบลซ์ เน็กซ์เจน ถือเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของคนไทยที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับนานาชาติ สุดท้ายนี้ทาง เทรลเบลซ์ อะคาเดมี ภายใต้ เทรลเบลซ์ มิสชั่น ขอเชิญชวนเยาวชนคนรุ่นใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศมาร่วมทำเวิร์คช็อปปลุกศักยภาพความเป็นผู้นำแห่งอนาคต เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆสู่สังคมไทยและสังคมโลก มาพบกันได้ที่ เทรลเบลซ์ เน็กซ์เจน ในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 นี้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d760c2ca49c_1775722690.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d760c2ca49c_1775722690.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Journey of Longevity พลิกนิยามการท่องเที่ยวใกล้กรุง สู่เส้นทางสุขยั่งยืนกับ 7 เมืองน่าเที่ยวภาคกลาง</title>
            <link>https://prnewsplus.com/travel/3845-journey-of-longevity-พลิกนิยามการท่องเที่ยวใกล้กรุง-สู่เส้นทางสุขยั่งยืนกับ-7-เมืองน่าเที่ยวภาคกลาง</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/travel/3845-journey-of-longevity-พลิกนิยามการท่องเที่ยวใกล้กรุง-สู่เส้นทางสุขยั่งยืนกับ-7-เมืองน่าเที่ยวภาคกลาง</guid>
            <pubDate>Tue, 07 Apr 2026 13:58:47 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Siritorn Pannarin</dc:creator>
            <category>ท่องเที่ยว / โรงแรม</category>
            <description><![CDATA[การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ, Ascend Travel , บริษัทรถเช่า ทรู ลีสซิ่ง , gettgo และ Sanook.com เปิดตัวเส้นทาง Journey of Longevity...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ&nbsp;โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ, Ascend Travel , บริษัทรถเช่า ทรู ลีสซิ่ง , gettgo และ Sanook.com เปิดตัวเส้นทาง Journey of Longevity สุขยั่งยืนกับ 7 เมืองน่าเที่ยวภาคกลางมุ่งเน้นกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ได้ออกเดินทาง “ใกล้กรุง” เพื่อ “เติมพลังชีวิตและสุขภาพ” ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์&nbsp;Wellness Retreat, Local Experience ใช้ชีวิตแบบ “Work-Life Balance” ในพื้นที่ ชัยนาท, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, สุพรรณบุรี และ อ่างทอง พร้อมจัดทำโปรโมชั่นรวบรวม ที่พัก ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและยั่งยืนในพื้นที่เมืองน่าเที่ยวภาคกลาง ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน – 15 มิถุนายน 2569</strong></p><p><br></p><p><strong>นางสาววรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง กล่าวว่า </strong>ปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิตและสุขภาพ” มากขึ้น โดยมองว่าสุขภาวะที่ดีเป็นพื้นฐานสำคัญของการใช้ชีวิต ส่งผลให้การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) กลายเป็นเทรนด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง การเดินทางในรูปแบบ “Rest &amp; Recharge” จึงสะท้อนความต้องการพักผ่อนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ลดความเครียดจากการทำงาน และใช้วันหยุดอย่างคุณค่า ซึ่งภูมิภาคภาคกลางมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็น “Hub of Wellness Travel” ด้วยความพร้อมด้านอาหารสุขภาพ วิถีชุมชนที่เรียบง่าย ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และความสะดวกในการเดินทาง เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวระยะสั้น ทั้งรูปแบบสุดสัปดาห์ (Weekend Getaway) หรือ One Day Trip ใกล้กรุงเทพมหานคร&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้ดำเนินการร่วมกับพันธมิตร นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวภายใต้แคมเปญ “Journey of Longevity” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความยั่งยืนใน 7 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ ชัยนาท, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, สุพรรณบุรี และ อ่างทอง ชวนนักท่องเที่ยวออกเดินทาง “ใกล้กรุง” เพื่อ “เติมพลังชีวิตและสุขภาพ” ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ที่หลากหลาย Local Experience และการใช้ชีวิตอย่างสมดุลในรูปแบบ “Work-Life Balance” ที่ผสานการพักผ่อน การดูแลสุขภาพ และการเรียนรู้วิถีท้องถิ่นอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><strong>นพ.ดิตถพงษ์ บุญอำพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ (S Spine and Joint Hospital) กล่าวว่า</strong> ในหลายประเทศทั่วโลก มีแนวคิดที่น่าสนใจคือการ ‘จ่ายใบสั่งเที่ยวแทนใบสั่งยา’ เพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพกายและใจ เราเชื่อว่าแนวคิดนี้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยอย่างมาก เพราะสุขภาพที่ดีไม่ได้เกิดจากการรักษาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากวิถีชีวิตที่สมดุล ในฐานะโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูก ข้อ และระบบการเคลื่อนไหว เราพบว่าโรคยอดนิยมของคนเมืองในปัจจุบัน ไม่ใช่โรคที่ซับซ้อน แต่คือความเสื่อมจากไลฟ์สไตล์—อาการปวดหลังเรื้อรัง ออฟฟิศซินโดรม ข้ออักเสบจากการใช้งานหนัก สิ่งเหล่านี้ล้วนสัมพันธ์กับจังหวะชีวิตที่เร่งรีบและความเครียดสะสม การเข้าร่วมแคมเปญ Journey of Longevity จึงเป็นมากกว่าการสนับสนุนการท่องเที่ยว เพราะการแพทย์ยุคใหม่ต้องทำงานควบคู่กับการป้องกัน เราเชื่อว่าการเดินทางใกล้กรุง การใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาติ เป็นเสมือน ‘Wellness Prescription’ สำหรับคนทำงานยุคใหม่ ให้ได้ Rest &amp; Recharge เพื่อการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ” โรงพยาบาลมอบส่วนลดพิเศษ</p><p><br></p><ul><li>สำหรับนักท่องเที่ยวที่ซื้อที่พัก หรือ กิจกรรมในแคมเปญ มอบส่วนลด 75 % จำนวน 1,500 สิทธิ์โปรแกรมที่เข้าร่วม ได้แก่ </li></ul><ol><li>กายภาพ (ตรวจ moti ก่อน) </li><li>ตรวจ moti physio (ตรวจสมดุลมัดกล้ามเนื้อด้วยระบบ AI)</li><li>Bone density ตรวจมวลกระดูก&nbsp;&nbsp;</li></ol><p><br></p><ul><li>สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ที่เห็นข่าวประชาสัมพันธ์แคมเปญ ผ่านช่องทางสื่อ มอบส่วนลด 50 % จำนวน 1,500 สิทธ์ โปรแกรมที่เข้าร่วม ได้แก่</li></ul><ol><li>กายภาพ (ตรวจ moti ก่อน) </li><li>ตรวจ moti physio (ตรวจสมดุลมัดกล้ามเนื้อด้วยระบบ AI)</li><li>Bone density ตรวจมวลกระดูก&nbsp;&nbsp;</li></ol><p><br></p><p><strong>เกริกพงศ์ งาทวีสุข General Manager and Founder of Ascend Travel กล่าวว่า</strong> มีความตั้งใจที่จะเป็นมากกว่าแพลตฟอร์มจองที่พัก แต่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนพฤติกรรมการเดินทางเชิงคุณภาพ ภายใต้แคมเปญ Journey of Longevity เราเห็นโอกาสในการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะคนเมืองที่ต้องการพักผ่อนระยะสั้น ได้ตัดสินใจออกเดินทางง่ายขึ้น เพื่อสร้างแรงจูงใจอย่างเป็นรูปธรรม Ascend Travel มอบสิทธิประโยชน์ Cash Back 20% สำหรับทุกการจองที่พักผ่านแพลตฟอร์ม ในโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการใน 7 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ ชัยนาท, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, สุพรรณบุรี และ อ่างทอง เป้าหมายของเราคือทำให้การเดินทางใกล้กรุงเป็นเรื่องเข้าถึงง่าย ทั้งในมิติของเวลา งบประมาณ และประสบการณ์ที่ได้รับ เพราะการท่องเที่ยวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนสถานที่พักผ่อน แต่คือการลงทุนเพื่อสุขภาพกายและใจ เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นการ ‘เติมพลังชีวิตและสุขภาพ’ อย่างแท้จริง” Ascend Travel&nbsp;มอบสิทธิประโยชน์ Cash Back 20% สำหรับทุกการจองที่พักขั้นต่ำ 1,500 บาทผ่านแพลตฟอร์ม ในโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการใน 7 จังหวัดเมืองน่าเที่ยว จองที่พัก คลิก ! <a href="https://www.ascendtravel.com/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://www.ascendtravel.com/</a></p><p><br></p><p><strong>บริษัท ทรู ลีสซิ่ง จำกัด</strong> ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถเช่าหลากหลายรูปแบบ เพื่อใช้ในธุรกิจและเดินทางท่องเที่ยว&nbsp;มุ่งมั่นที่จะเสนอประสบการณ์เดินทางที่แตกต่าง มีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Journey of Longevity ซึ่งมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความยั่งยืนในภาคกลาง เราเข้าใจว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยเฉพาะคนเมืองที่ต้องการ ‘Rest &amp; Recharge’ ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่น จึงมอบส่วนลดพิเศษ 15% สำหรับบริการรถเช่าขับเอง และบริการรถมินิโค้ช Mercedes-Benz Sprinter พร้อมพนักงานขับรถมืออาชีพ เพื่อรองรับการเดินทางครอบคลุมทางสู่ 7&nbsp;จังหวัดเมืองน่าเที่ยว&nbsp;ทรู ลีสซิ่งยินดีมอบส่วนลดพิเศษ 15% สำหรับบริการ</p><p><br></p><ul><li>รถเช่าขับเอง กรอกโปรโมชั่น CODE SD152026 จองที่ <a href="https://trueleasing.co.th/th/selfdrive" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://trueleasing.co.th/th/selfdrive</a></li><li>บริการรถมินิโค้ช Mercedes-Benz Sprinter พร้อมพนักงานขับรถมืออาชีพ กรอกโปรโมชั่น CODE MN152026 จองที่ <a href="https://trueleasing.co.th/th/minicoach" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://trueleasing.co.th/th/minicoach</a></li></ul><p><br></p><p><strong>นายวรวัฒน์ โรจน์รังษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด กล่าวว่า</strong> เรามองว่าการเดินทางใกล้กรุงในครั้งนี้ เป็นมากกว่าทริปพักผ่อน แต่คือการลงทุนเพื่อสุขภาพกายและใจ การมีประกันที่เหมาะสมกับช่วงเวลาเดินทาง ช่วยลดความกังวล เพิ่มความคล่องตัว และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่น gettgo เห็นแนวโน้มของการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ที่ผู้คนต้องการออกไปพักผ่อน รับประสบการณ์ใหม่ ๆ และดูแลสุขภาพกายใจไปพร้อมกัน เราจึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ทุกการเดินทางมีความอุ่นใจมากยิ่งขึ้น และเป็นอีกหนึ่งเพื่อนร่วมทางที่ช่วยเปลี่ยนความตั้งใจอยากพักผ่อน ให้กลายเป็นการออกเดินทางจริง ด้วยโซลูชันประกันภัยที่เข้าถึงง่าย รวดเร็ว และคุ้มค่า เพื่อให้ทุกคนสามารถออกไป ‘เติมพลังชีวิตและสุขภาพ’ ได้อย่างมั่นใจในทุกกิโลเมตรและเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวสะดวกและอุ่นใจมากยิ่งขึ้น gettgo มอบส่วนลด 20% สำหรับประกันรถยนต์ระยะสั้น 30, 90 และ 180 วัน จากวิริยะประกันภัย เพียงใช้โค้ด GGTAT20&nbsp;สำหรับผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวใน 7 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ ชัยนาท, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, สุพรรณบุรี และอ่างทอง ซื้อประกันภัยออนไลน์ คลิก <a href="https://s.gettgo.com/prtatlongivity" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://s.gettgo.com/prtatlongivity</a></p><p><br></p><p><strong>พบกับมิติใหม่ของการเดินทางแนะนำเส้นทาง Journey of Longevity สุขยั่งยืนกับ 7 เมืองน่าเที่ยวภาคกลาง พร้อมดีลส่วนลดสูงสุด 75% ภายใต้แคมเปญ Journey of Longevity จากความร่วมมือของพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ, Ascend Travel , ทรู ลีสซิ่ง , gettgo ร่วมมอบสิทธิประโยชน์และดีลสุดพิเศษตลอดระยะเวลาแคมเปญ เพื่อสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวออกเดินทาง “ใกล้กรุง” เติมพลังชีวิตและสุขภาพอย่างคุ้มค่า ครบทั้งมิติการดูแลสุขภาพ การเดินทาง ที่พัก และความอุ่นใจในทุกเส้นทาง&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong>ติดตามข้อมูลและโปรโมชันท่องเที่ยว ได้ที่ </strong><a href="https://journeyoflongevity.com/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>https://journeyoflongevity.com/</strong></a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d4bde097b6d_1775549920.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d4bde097b6d_1775549920.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>‘อาร์สยาม’ ปลุกตำนาน! จับเพลง ‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’ เขย่าใหม่  ให้ ‘ต้นข้าว อาร์สยาม’ ร้อง-เต้น</title>
            <link>https://prnewsplus.com/entertainment/3844-อาร์สยาม-ปลุกตำนาน-จับเพลง-แน่นอก-ไชโยยกออก-เขย่าใหม่-ให้-ต้นข้าว-อาร์สยาม-ร้อง-เต้น</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/entertainment/3844-อาร์สยาม-ปลุกตำนาน-จับเพลง-แน่นอก-ไชโยยกออก-เขย่าใหม่-ให้-ต้นข้าว-อาร์สยาม-ร้อง-เต้น</guid>
            <pubDate>Tue, 07 Apr 2026 13:08:24 +0700</pubDate>
            <dc:creator>กษมา แก้วก่า</dc:creator>
            <category>บันเทิง</category>
            <description><![CDATA[‘อาร์สยาม’ ปลุกตำนาน! จับเพลง ‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’ เขย่าใหม่ 
ให้ ‘ต้นข้าว อาร์สยาม’ ร้อง-เต้น ชวน Challenge สนั่น TikTok...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify">สมกับเป็นค่ายเพลงลูกทุ่งชื่อดัง <strong>‘อาร์สยาม’ </strong>ในเครือ <strong>‘อาร์เอส มิวสิค’ </strong>ที่วันนี้ มาปลุกตำนานแดนซ์ฮิตยุค 2013 ที่มียอดชมในยูทูปกว่า 200 ล้านวิว ‘<strong>รักต้องเปิด (แน่นอก) [Splash Out]’</strong> ของกลุ่มศิลปิน <strong>‘3.2.1 KAMIKAZE</strong> <strong>feat.</strong> <strong>ใบเตย อาร์สยาม’</strong> นำมาเขย่าใหม่ เป็นเวอร์ชันสุดมัน <strong>‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’</strong> ที่ได้สาวลูกทุ่งพลังสดใส ‘<strong>ต้นข้าว อาร์สยาม’ (เขมนาฏ&nbsp;ธจิรมงคลกิตต์)</strong> มาร้อง มาขยับ มาชวนทุกคนโยกตามแบบหยุดไม่ได้ พร้อมเติมสีสันใหม่ด้วยท่อนแรป 4 ภาค เพิ่มความสนุก ความแปลกใหม่ และความใกล้ชิดแบบเข้าถึงคนทั่วประเทศ</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยเพลง <strong>‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’</strong> ได้หยิบอินไซด์ชีวิตจริงของคนยุคนี้ ที่มีทั้งรายจ่าย ค่าบิล ค่าน้ำ ค่าไฟ และภาระรอบตัวมาถ่ายทอดผ่านจังหวะแดนซ์สนุกๆ ฟังง่าย จำไว พร้อมท่อนฮุกติดหู <strong><em>‘ถ้าแน่นอก Yeah ก็ยกออก Yeah</em>’ </strong>ที่ฟังปุ๊บก็อยากร้องตาม เต้นตามทันที </p><p class="ql-align-justify">	ซึ่งงานนี้ ไม่ได้มีดีแค่ความสนุก แต่ยังต่อยอดเป็น Dance Challenge บน TikTok ได้แบบเต็มตัว ด้วยจังหวะที่คุ้นหู ท่อนจำง่าย และพลังของ <strong>‘ต้นข้าว อาร์สยาม’ </strong>ที่พร้อมปลุกเพลงนี้ให้กลับมาไวรัลอีกครั้งบนโลกโซเชียล โดย <strong>‘สาวต้นข้าว’</strong> เผยว่า</p><p class="ql-align-justify">	“ดีใจมากเลยค่ะ ที่ได้เป็นคนถ่ายทอดเพลงฮิตในตำนานอย่าง ‘<strong>รักต้องเปิด (แน่นอก)’</strong> ที่นำมา Re-Arrange ใหม่ให้เป็นเวอร์ชันสุดมันกับ <strong>‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’</strong> ด้วยฝีมือการแต่งเนื้อร้องของ <strong>‘นนทิปัญจม์ ณัชชาณัฏฐ์</strong>’ นักเขียน นักดนตรีรุ่นใหม่ ที่ทำให้เพลงนี้มีสีสัน สนุกสนาน และลงตัวมาก</p><p class="ql-align-justify">	เลยอยากเชิญชวนทุกคนที่ <strong>‘แน่นอก’</strong> กับภาระต่างๆ มา <strong>‘ยกออก’</strong> กันนะคะ กับกิจกรรม TikTok Challenge <strong>‘แดนซ์ดีมีไชโย’</strong> โดยอัดคลิปเต้นด้วยแผ่นเสียงเพลง <strong>‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’</strong> โพสต์คลิปบน TikTok ส่วนตัว ติดแฮชแท็ก <strong>#แดนซ์ดีมีไชโย </strong>คนไหนเต้นเริ่ด เต้นถูกใจคณะกรรมการ มีสิทธ์ได้รับ <strong>‘ทองคำ และรางวัลอีกมายมาย’ </strong>ติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ช่องทาง <strong>Facebook RsiamMusic</strong> และ<strong>เงินไชโย</strong> เลยนะคะ เอ้า!ใครพร้อมแล้วมาเต้นกันเลยค่ะ!” </p><p class="ql-align-justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ฟังเพลง <strong>‘แน่นอก (ไชโยยกออก)’</strong> ของ ‘<strong>ต้นข้าว อาร์สยาม’ </strong>ได้ทุกสตรีมมิ่ง แพลตฟอร์มแล้ววันนี้</p><p><strong>#ต้นข้าวอาร์สยาม #Rsiammusic #แน่นอกไชโยยกออก #แดนซ์ดีมีไชโย</strong></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d49eb566329_1775541941.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d49eb566329_1775541941.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.พะเยา นำทีมยกระดับ “Borderless Healthcare” สู่ศูนย์กลางส่งเสริมสุขภาพช่องปากเชิง</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/3843-คณะทันตแพทยศาสตร์-มพะเยา-นำทีมยกระดับ-borderless-healthcare-สู่ศูนย์กลางส่งเสริมสุขภาพช่องปากเชิง</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/3843-คณะทันตแพทยศาสตร์-มพะเยา-นำทีมยกระดับ-borderless-healthcare-สู่ศูนย์กลางส่งเสริมสุขภาพช่องปากเชิง</guid>
            <pubDate>Tue, 07 Apr 2026 13:02:12 +0700</pubDate>
            <dc:creator>งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยพะเยา</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา นำทีมผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนิสิต ลงพื้นที่ดำเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ภายใต้โมเดล “Borderless Healthcare”...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><br></p><p>คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา นำทีมผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนิสิต ลงพื้นที่ดำเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ภายใต้โมเดล “Borderless Healthcare” เพื่อดูแลผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่แบบสหสาขาวิชาชีพ ครอบคลุมประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กและครอบครัวในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “การส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพช่องปากผู้ป่วยปากแหว่งและเพดานโหว่ ครั้งที่ 2/2568” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 โดยมี ศาสตราจารย์ ทันตแพทย์หญิง ดร.พัชราวรรณ ศรีศิลปนันทน์ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ เป็นผู้นำการดำเนินงาน ร่วมกับคณะผู้บริหารและทีมสหสาขาวิชาชีพจากหลากหลายสาขา</p><p><br></p><p>โครงการนี้มุ่งเน้นการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม (Holistic Approach) ครอบคลุมทั้งด้านการรักษา การส่งเสริมสุขภาพ และการพัฒนาศักยภาพทางร่างกาย โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านทันตกรรมและวิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลสู่ระดับสากล</p><p>การดำเนินงานประกอบด้วย 3 มิติสำคัญ ได้แก่</p><p> <strong>Clinical Excellence</strong> การตรวจและส่งเสริมสุขภาพช่องปากอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง</p><p> <strong>Physical Performance Tracking</strong> การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อติดตามพัฒนาการทางร่างกายของผู้ป่วย ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมโครงการจากทั้ง 3 ประเทศ</p><p> และ <strong>Cross-Border Community</strong> การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับภูมิภาค</p><p><br></p><p>การเข้าร่วมของครอบครัวผู้ป่วยจากทั้งประเทศไทย เมียนมา และ สปป.ลาว อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพด้านการแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพช่องปากของมหาวิทยาลัยพะเยา ในฐานะศูนย์กลางด้านสุขภาพของภูมิภาค</p><p><br></p><p>ภายในโครงการยังมีการมอบรางวัล “พลังบวก” (Positive Energy Award) เพื่อเชิดชูเด็กและครอบครัวต้นแบบที่มีวินัยในการดูแลสุขภาพช่องปาก สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม</p><p><br></p><p>ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยพะเยาในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สู่ความเป็นนานาชาติ พร้อมยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเชิงรุกของภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d48b9faa250_1775537055.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d48b9faa250_1775537055.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>TOYOX สนับสนุน “ก้าวเพื่อน้อง ปีที่ 6” มอบทุนการศึกษากับมูลนิธิก้าวคนละก้าว</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/3841-toyox-สนับสนุน-ก้าวเพื่อน้อง-ปีที่-6-มอบทุนการศึกษากับมูลนิธิก้าวคนละก้าว</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/3841-toyox-สนับสนุน-ก้าวเพื่อน้อง-ปีที่-6-มอบทุนการศึกษากับมูลนิธิก้าวคนละก้าว</guid>
            <pubDate>Mon, 06 Apr 2026 22:10:53 +0700</pubDate>
            <dc:creator>เกษฎาภรณ์ สำเริงรัมย์</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[TOYOX สนับสนุน “ก้าวเพื่อน้อง ปีที่ 6” มอบทุนการศึกษา พร้อมร่วมสร้าง Green Run ในงาน Crayon Shinchan Amazing Thailand Fun Run 2026 กับมูลนิธิก้าวคนละก้าว...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify"><strong style="background-color: transparent;">TOYOX สนับสนุน “ก้าวเพื่อน้อง ปีที่ 6” มอบทุนการศึกษา พร้อมร่วมสร้าง Green Run ในงาน Crayon Shinchan Amazing Thailand Fun Run 2026 กับมูลนิธิก้าวคนละก้าว&nbsp;</strong></p><p><br></p><p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">บริษัท ทีทีที คอร์ปอเรชั่น จำกัด (TTT Corporation) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สายยางอุตสาหกรรมภายใต้แบรนด์ TOYOX เดินหน้าส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยให้การสนับสนุนโครงการ “ก้าวเพื่อน้อง ปีที่ 6” เพื่อร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลน พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตในระยะยาว</span></p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">นอกจากการสนับสนุนด้านการศึกษาแล้ว TOYOX ยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน “Crayon Shinchan Amazing Thailand Fun Run 2026” โดยนำแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมมาประยุกต์ใช้ ภายใต้รูปแบบ “Green Run” เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมงานในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน</span></p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">ภายในงาน มีการจัดเตรียมจุดคัดแยกขยะ เพื่อรณรงค์ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมตระหนักถึงการลดปริมาณขยะและการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งยังมีการดูแลพื้นที่สีเขียวโดยใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการใช้อุปกรณ์สายยางคุณภาพจาก TOYOX เพื่อคงความสดชื่นและความสวยงามของพื้นที่ตลอดระยะเวลาการจัดงาน</span></p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">นอกจากนี้ TOYOX ยังได้ร่วมสนับสนุนของรางวัลภายในงาน โดยมอบผลิตภัณฑ์สายยาง TOYOX จำนวน 8 รางวัล เพื่อส่งเสริมแนวคิดการใช้น้ำอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพในชีวิตประจำวันแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม</span></p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">การดำเนินงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ TOYOX ในการมีส่วนร่วมสร้างสรรค์สังคม ผ่านการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษา ควบคู่ไปกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน</span></p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์: </span><a href="https://ttt-corporation.co.th/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="background-color: transparent; color: rgb(17, 85, 204);">https://ttt-corporation.co.th/</a><span style="background-color: transparent;"> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หรือ LINE : @toyox (</span><a href="https://lin.ee/WQmyTkb" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="background-color: transparent; color: rgb(17, 85, 204);">https://lin.ee/WQmyTkb</a><span style="background-color: transparent;">)&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หรือ Facebook: สายยางต้อง TOYOX - by TTT Corporation &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หรือ โทร. 02-729-5334-6</span></p><p><br></p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d36be9b0763_1775463401.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d36be9b0763_1775463401.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>เปิดวาร์ป 2 ไอเท็มจากร้าน ADJ: ชุดเดรส &#039;ซักง่าย-ไม่ยับ&#039; คู่กับกระเป๋าตัวอึดราคาหลักร้อย!</title>
            <link>https://prnewsplus.com/products/3842-เปิดวาร์ป-2-ไอเท็มจากร้าน-adj-ชุดเดรส-ซักง่าย-ไม่ยับ-คู่กับกระเป๋าตัวอึดราคาหลักร้อย</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/products/3842-เปิดวาร์ป-2-ไอเท็มจากร้าน-adj-ชุดเดรส-ซักง่าย-ไม่ยับ-คู่กับกระเป๋าตัวอึดราคาหลักร้อย</guid>
            <pubDate>Mon, 06 Apr 2026 22:10:52 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Nuttinee s</dc:creator>
            <category>สินค้าและบริการ</category>
            <description><![CDATA[ป้ายยา 2 ไอเท็มเด็ดจาก ADJ! ชุดเดรส Royal Robbins กันเลอะ-ไม่ยับ คู่กระเป๋า Outdoor Products สุดอึดหลักร้อย ตอบโจทย์สายลุยคนรุ่นใหม่ ให้ชีวิตง่ายขึ้น 300%...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>      ในยุคที่การใช้ชีวิตต้องการความคล่องตัว (Mobility) และฟังก์ชัน (Function) มาควบคู่กับดีไซน์ที่ Timeless การเลือกไอเท็มคู่ใจสักชิ้นจึงไม่ใช่แค่เรื่องของแฟชั่น แต่เป็นเรื่องของ "Lifestyle Solution" วันนี้ <a href="https://the-adjective.com" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>The Adjective (ADJ)</strong></a> ร้านที่รวม Multi-brand แฟชั่นระดับโลกที่คัดสรรเฉพาะแบรนด์ที่มี DNA ชัดเจน ทั้งในเรื่องของความทนทาน (Durability) และความคลาสสิค</p><p>      ไม่ว่าคุณจะเป็นสาย Outdoor ที่ชอบเดินทาง หรือพนักงานออฟฟิศ ที่ต้องรับมือกับความวุ่นวายในแต่ละวัน ไอเท็มจาก <strong>Royal Robbins</strong> และ <strong>Outdoor Products</strong> คือคำตอบที่จะทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นแบบ 300%</p><p><br></p><h2><strong>ไปทำความรู้จักกับ 2 ไอเท็มเด็ดที่เป็น "Hidden Gems" ของร้านในซีซันนี้กัน</strong></h2><p><br></p><h3><strong>1. </strong><a href="https://the-adjective.com/products/womens-spotless-traveler-dress-s-s-royal-robbins" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>Royal Robbins: Spotless Traveler Dress S/S</strong></a> <strong>นิยามใหม่ของเดรสเดินทาง: สวยเนี้ยบ จบปัญหาคราบเลอะ</strong></h3><p>หากพูดถึงแบรนด์ <strong>Royal Robbins</strong> หลายคนอาจนึกถึงเสื้อผ้าเดินป่าระดับตำนานจากอเมริกา แต่รู้หรือไม่ว่าเทคโนโลยีผ้าของเขานั้น "ล้ำ" จนกลายเป็นไอเท็มโปรดของเหล่า Traveler ทั่วโลก โดยเฉพาะรุ่น <strong>Spotless Traveler Dress S/S</strong> ที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงที่ต้องการความดูดีในสไตล์มินิมอล แต่ไม่อยากเสียเวลากับการดูแลรักษาที่ยุ่งยาก</p><p>ราคา: 3,900 บาท</p><h4><strong>ทำไมต้อง Spotless Traveler Dress?</strong></h4><ul><li><strong>HeiQ Stain Away Technology (PFC-Free):</strong> โดยปกติแล้ว สารกันน้ำหรือกันคราบในเสื้อผ้าเอ้าท์ดอร์มักใช้สารกลุ่ม <em>Perfluorinated Chemicals (PFCs)</em> ซึ่งเป็นสารเคมีที่ย่อยสลายยาก และส่งผลเสียต่อระบบนิเวศในระยะยาว แต่ <strong>HeiQ Stain Away</strong> ที่ Royal Robbins เลือกใช้นั้น <strong>ปราศจากสาร PFCs 100%</strong> ซึ่งเทคโนโลยีนี้ช่วยให้คราบสกปรกที่เป็นของเหลว (Water-based stains) เช่น กาแฟ ไวน์ หรือคราบอาหาร ไม่ฝังลึกลงในใยผ้า เพียงแค่ใช้น้ำล้างเบาๆ คราบก็จะหลุดออกอย่างง่ายดาย เหมาะกับสายลุยสุดๆ</li><li><strong>Safe for Skin &amp; Planet: </strong>การไม่มีสาร PFCs หมายความว่าชุดเดรสตัวนี้ปลอดภัยต่อผิวสัมผัส ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง  และไม่ทิ้งสารตกค้างที่เป็นอันตราย ต่อแหล่งน้ำในทุกครั้งที่คุณซักผ้าอีกด้วย</li><li><strong>เนื้อผ้า Technical Fabric ที่เหนือกว่า:</strong> ผลิตจากส่วนผสมของ Polyester และ Elastane ให้สัมผัสที่นุ่มสบายแต่ยืดหยุ่นได้ถึง 4 ทิศทาง (<strong>4-Way Stretch</strong>) ช่วยให้ทุกการเคลื่อนไหวไม่ติดขัด ระบายอากาศได้ยอดเยี่ยม (Breathable) และที่สำคัญที่สุดคือ <strong>"Wrinkle Resistant"</strong> หรือ<strong>ผ้าไม่ยับง่าย</strong>นั่นเอง ต่อให้คุณพับเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทางที่อัดแน่น แค่หยิบออกมาสะบัดก็พร้อมใส่ได้ทันทีโดยไม่ต้องง้อเตารีด</li><li><strong>ฟังก์ชันที่คิดมาเพื่อคุณ:</strong> นอกจากดีไซน์คอวีที่ดูโปร่งและทันสมัย ชุดนี้ยังมี <strong>Hidden Zip Pocket</strong> หรือกระเป๋าซ่อนสำหรับเก็บเงินหรือบัตรสำคัญเวลาเดินทาง และยังมีค่ากันแดด <strong>UPF 40+</strong> ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดเมืองไทยได้เป็นอย่างดี</li></ul><p><strong>The Adjective DNA:</strong> การเลือก Royal Robbins เข้ามาจำหน่าย สะท้อนถึงความเชื่อของร้านที่ว่า "เสื้อผ้าที่ดีต้องช่วยซัพพอร์ตการใช้ชีวิต" ชุดเดรสตัวนี้จึงไม่ใช่แค่ชุดสวย แต่มันคือเทคโนโลยีที่คุณสวมใส่ได้จริงในทุกวัน</p><h3><br></h3><h3><strong>2. </strong><a href="https://the-adjective.com/products/2508-one-strap-bag-outdoor-products" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>Outdoor Products: 2508 ONE STRAP BAG</strong></a> <strong>กระเป๋าถือใบเล็กทรงซาลาเปา รุ่นตำนานจากอเมริกาในราคาหลักร้อย</strong></h3><p>ถัดมาที่ไอเท็มเสริมลุคให้ดูน่ารักแถมคล่องตัวยิ่งขึ้นสำหรับคุณผู้หญิง กับแบรนด์ <strong>Outdoor Products</strong> แบรนด์กระเป๋าจากแคลิฟอร์เนียที่สร้างชื่อเสียงมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1973 โดยรุ่น <strong>2508 ONE STRAP BAG</strong> คือไอเท็มที่รวมความ "เรียบ ง่าย ทน จุ" เอาไว้ในใบเดียว</p><p>ราคา: 850 บาท</p><h4><strong>ไฮไลต์เด็ดของ 2508 ONE STRAP BAG</strong></h4><ul><li><strong>Design &amp; Versatility:</strong> ตัวกระเป๋ามาในดีไซน์ที่คนไทยนิยมเรียกว่า <strong>"ทรงซาลาเปา"</strong> หรือทรงขนมจีบ ด้วยรูปทรงที่โค้งมน ดูน่ารัก จะใช้เป็น <strong>กระเป๋าถือใบเล็ก</strong> คล้องแขนเก๋ๆ ก็เข้ากับทุกลุค ตั้งแต่ชุดเดรสมินิมอล ไปจนถึงลุคสายลุย</li><li><strong>Heavy-Duty Materials:</strong> DNA ของ Outdoor Products คือความอึด แม้หน้าตาจะดูน่ารักแบบทรงซาลาเปา แต่เลือกใช้วัสดุผ้าที่มีความทน (Heavy-duty) ทนทานต่อการเสียดสี มั่นใจได้ในมาตรฐานความทนทานแบบอเมริกัน</li><li><strong>Capacity ที่ลงตัว (เล็กแต่จุ):</strong> แม้ภายนอกจะดูคอมแพคแบบ <strong>Mini Bag</strong> แต่ด้วยก้นกระเป๋าที่กว้างทำให้ภายในสามารถบรรจุของจำเป็นพื้นฐาน (Daily Essentials) ได้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน กระเป๋าสตางค์ พาวเวอร์แบงค์ หรือของจุกจิกของสาวๆ ทำให้วันเบาๆ ของคุณคล่องตัวที่สุด</li><li><strong>Unbeatable Value:</strong> ด้วยราคาเพียง <strong>850 บาท</strong> ทำให้กระเป๋าทรงซาลาเปารุ่นนี้กลายเป็นไอเท็มที่คุ้มค่าที่สุดใบหนึ่งในร้าน ADJ เมื่อเทียบกับอายุการใช้งานที่ยาวนานหลายปี และดีไซน์ที่ไม่มีวันตกยุค</li></ul><h3><br></h3><h3><strong>เป็นเจ้าของไอเท็มเด็ดได้แล้ววันนี้ที่ร้าน ADJ (The Adjective)</strong></h3><p>หากคุณกำลังมองหาไอเท็มที่ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชัน ดีไซน์ และความคุ้มค่า แวะมาสัมผัสเนื้อผ้า และลองสวมใส่ได้ที่<strong>ร้าน ADJ</strong> ทุกสาขา หรือสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกสบายได้ตลอด 24 ชั่วโมง</p><p><strong>ช่องทางการติดตามและสั่งซื้อ:</strong></p><ul><li><strong>Official Website:</strong> <a href="https://the-adjective.com" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">the-adjective.com</a></li><li><strong>Line:</strong> <a href="https://page.line.me/@theadjective" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">@TheAdjective</a></li><li><strong>Tiktok:</strong> <a href="https://www.tiktok.com/@the_adjectiveth" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">The Adjective TH</a></li><li><strong>Instagram:</strong> <a href="https://www.instagram.com/theadjective/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">theadjective</a></li><li><strong>Facebook:</strong> <a href="https://web.facebook.com/TheAdjective" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">The Adjective</a></li><li><strong>Shopee:</strong> <a href="https://shopee.co.th/theadjective_flagship_store" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">The Adjective Flagship Store</a></li><li><strong>Lazada:</strong> <a href="https://www.lazada.co.th/shop/the-adjective" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">The Adjective Shop</a></li></ul><p><strong>ค้นหาสาขาใกล้บ้านคุณ:</strong> <a href="https://the-adjective.com/pages/location" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">The Adjective Store Locations</a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d3b65b42301_1775482459.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d3b65b42301_1775482459.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>อินเตอร์ไฟเบอร์ คอนเทนเนอร์ ต้อนรับนิสิตจุฬาฯ เปิดประสบการณ์เรียนรู้ “การผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก”</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/3840-อินเตอร์ไฟเบอร์-คอนเทนเนอร์-ต้อนรับนิสิตจุฬาฯ-เปิดประสบการณ์เรียนรู้-การผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/3840-อินเตอร์ไฟเบอร์-คอนเทนเนอร์-ต้อนรับนิสิตจุฬาฯ-เปิดประสบการณ์เรียนรู้-การผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก</guid>
            <pubDate>Mon, 06 Apr 2026 14:54:13 +0700</pubDate>
            <dc:creator>บจก.อินเตอร์ไฟเบอร์ คอนเทนเนอร์</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[อินเตอร์ไฟเบอร์ คอนเทนเนอร์ เปิดโรงงานต้อนรับนิสิตจุฬาฯ เรียนรู้กระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมแนวคิด Design for Manufacturing...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>	เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 บริษัท อินเตอร์ไฟเบอร์ คอนเทนเนอร์ จำกัด ให้การต้อนรับคณาจารย์และนิสิตชั้นปีที่ 1 สาขาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 50 คน ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิต ณ โรงงานของบริษัทฯ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียน และเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่ภาคอุตสาหกรรมจริง</p><p><br></p><p>	การเยี่ยมชมครั้งนี้ นิสิตได้เรียนรู้ภาพรวมของกระบวนการผลิต “บรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก” แบบครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการขึ้นรูปแผ่นกระดาษลูกฟูก การผลิตกล่อง การตรวจสอบคุณภาพสินค้า ไปจนถึงการเตรียมส่งมอบให้ลูกค้า โดยครอบคลุมทั้งรูปแบบการผลิตแบบ Mass Production และการผลิตแบบ On Demand ที่ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัลเพื่อสร้างสรรค์สื่อการตลาด (POSM)</p><p><br></p><p>	หนึ่งในไฮไลต์ของกิจกรรม คือการสาธิตการผลิตชั้นวางสินค้าจากกระดาษลูกฟูก ซึ่งเปิดโอกาสให้นิสิตได้เห็นการทำงานของเครื่องจักรในสายการผลิตจริง พร้อมเรียนรู้ระบบควบคุมคุณภาพที่ได้มาตรฐานในทุกขั้นตอน นอกจากนี้ ทีมผู้เชี่ยวชาญของบริษัทฯ ยังได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน Design for Manufacturing การวางแผนการผลิต การบริหารจัดการต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพในสายงานโปรดักชัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับนักออกแบบอุตสาหกรรมในการพัฒนาผลงานที่สามารถผลิตได้จริงในระดับอุตสาหกรรม บรรยากาศภายในกิจกรรมเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง นิสิตให้ความสนใจ ซักถาม และมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง</p><p><br></p><p>	บริษัท อินเตอร์ไฟเบอร์ คอนเทนเนอร์ จำกัด มุ่งมั่นในการสนับสนุนภาคการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดโอกาสให้สถาบันการศึกษาเข้ามาเรียนรู้กระบวนการทำงานในภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต</p><p><br></p><p>ติดต่อเยี่ยมชมโรงงานที่เบอร์ 02-421-9999 ฝ่ายการตลาดและการสื่อสารองค์กร</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d3667369473_1775462003.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d3667369473_1775462003.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>สัปดาห์แห่งการ &quot;Breakthrough&quot; — เมื่อพลังธาตุไฟพุ่งพล่านก่อนสงกรานต์ 2569</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/3839-ดวงธุรกิจรายสัปดาห์-6-12-เมษายน-2569</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/3839-ดวงธุรกิจรายสัปดาห์-6-12-เมษายน-2569</guid>
            <pubDate>Mon, 06 Apr 2026 07:00:04 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[เจาะลึกดวงธุรกิจรายสัปดาห์ 6 – 12 เมษายน 2569 วิเคราะห์พลังธาตุไฟหนุนดวงมหาเศรษฐี ราศีกรกฎ-มังกรเตรียมรับทรัพย์ จังหวะปิดดีลทองของชาวราศีเมษ-ตุลย์ พร้อมตารางสีมงคลและทิศเรียกทรัพย์ประจำสัปดาห์ที่นักธุรกิจห้ามพลาด!...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>สัปดาห์ที่ 6 – 12 เมษายน 2569 นี้ ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาของการเตรียมตัวหยุดยาว แต่ในทางโหราศาสตร์ธุรกิจ นี่คือช่วงที่ <strong>ธาตุไฟ (Fire Element)</strong> ทำงานร่วมกับ <strong>ดาวอังคาร</strong> อย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดแรงขับเคลื่อน (Drive) ในการปิดยอดและเคลียร์โปรเจกต์ที่ค้างคามาตั้งแต่ต้นปี ใครที่จับจังหวะถูกจะสามารถสร้าง "New High" ได้ก่อนสิ้นสุดไตรมาสแรกของปีไทย</p><h3><strong>🔥 กลุ่มที่ 1: "Business Hero" — ราศีที่การเจรจาทรงพลัง ปิดดีลได้เฉียบขาด</strong></h3><p><strong>ราศีเมษ (Aries)</strong></p><p>ดาวประจำตัวโคจรอยู่ในตำแหน่งที่ให้คุณด้านอำนาจและการตัดสินใจ หากคุณมีแผนจะนำเสนอ Project ใหญ่ หรือขออนุมัติงบประมาณจากบอร์ดบริหาร สัปดาห์นี้คือ "นาทีทอง"</p><ul><li><strong>💡 แนะนำ:</strong> เน้นการเจรจาใน <strong>วันอังคารช่วง 10:30–12:00 น.</strong> พลังงานธาตุไฟจะช่วยให้คำพูดของคุณดูน่าเชื่อถือและมีพลังโน้มน้าวสูง</li></ul><p><strong>ราศีตุลย์ (Libra)</strong></p><p>ดวงชะตาเด่นเรื่อง "Consensus" หรือการสร้างความเห็นพ้อง เหมาะมากสำหรับนักธุรกิจที่ต้องการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท หรือการทำสัญญาที่ต้องพึ่งพาการยินยอมจากหลายฝ่าย</p><ul><li><strong>💡 แนะนำ:</strong> การนัดทานข้าวเพื่อคุยธุรกิจในบรรยากาศกึ่งทางการจะช่วยให้ปิดดีลได้ง่ายขึ้น</li></ul><p><br></p><h3><strong>💰 กลุ่มที่ 2: "Wealth Magnet" — ราศีที่กระแสเงินสดไหลเข้าและโชคลาภเด่น</strong></h3><p><strong>ราศีกรกฎ (Cancer)</strong></p><p>หยิบจับอะไรเป็นเงินเป็นทอง โดยเฉพาะคนที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ "บ้าน ที่ดิน หรือของตกแต่ง" จะมีกระแสเงินสดไหลเข้ามืออย่างต่อเนื่องจากยอดค้างชำระเดิม</p><ul><li><strong>💡 แนะนำ:</strong> เป็นจังหวะดีที่จะ Re-invest ในสินทรัพย์ที่มั่นคง หรือซื้อทองคำเก็บไว้เสริมฮวงจุ้ยการเงิน</li></ul><p><strong>ราศีมังกร (Capricorn)</strong></p><p>โชคลาภมักมาจาก "คอนเนกชันเก่า" เพื่อนฝูงหรือลูกค้าเก่าจะกลับมาพร้อมโปรเจกต์ใหม่ที่สร้างกำไรให้คุณอย่างรวดเร็ว (Quick Win)</p><ul><li><strong>💡 แนะนำ:</strong> หากกำลังทำ <strong>Affiliate Marketing</strong> หรือช่องทางออนไลน์ สัปดาห์นี้ยอด Conversion จะสูงขึ้นเป็นพิเศษ</li></ul><p><br></p><h3><strong>🎨 ตารางสรุป: สีมงคลและทิศเรียกทรัพย์ (6 – 12 เมษายน 2569)</strong></h3><h3><strong>กลุ่มราศีสีมงคลเรียกทรัพย์ทิศมงคลส่งเสริมธุรกิจ</strong></h3><h3 class="ql-align-center"><img src="https://prnewsplus.com/uploads/posts/content/2026/04/69d282f074c74_1775403760.webp"></h3><p><strong>⚠️ สัญญาณจากดาว: ระวังความใจร้อนและระบบ IT</strong></p><p>ในช่วงสัปดาห์นี้ แม้พลังธาตุไฟจะส่งผลดีต่อความรวดเร็ว แต่ <strong>ดาวพุธ (Mercury)</strong> ยังคงมีจังหวะโคจรที่ "ไม่นิ่ง" ส่งผลกระทบต่อระบบหลังบ้าน (Back-end) และความปลอดภัยทางไซเบอร์</p><p><br></p><p><strong>สิ่งที่นักธุรกิจควรระวัง:</strong></p><ol><li><strong>การโอนเงินผิดบัญชี:</strong> ตรวจสอบเลขบัญชีและยอดเงินซ้ำทุกครั้งก่อนกด Confirm</li><li><strong>Server Down:</strong> หากทำธุรกิจ E-commerce ควรเตรียมทีม Support ไว้รองรับช่วง Traffic พุ่งสูง</li><li><strong>อารมณ์ชั่ววูบ:</strong> หลีกเลี่ยงการตอบโต้คอมเมนต์หรืออีเมลในขณะที่อารมณ์ไม่คงที่</li></ol><p><br></p><h3><strong>❓ FAQ — คำถามที่พบบ่อยประจำสัปดาห์</strong></h3><ul><li><strong>ถาม: วันไหนเหมาะที่สุดสำหรับการ "เปิดตัวสินค้าใหม่" ในสัปดาห์นี้?</strong></li><li class="ql-indent-1"><strong>ตอบ:</strong> วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2569 ช่วงเวลา 08:30–10:30 น. เป็นฤกษ์มงคลที่ส่งเสริมความมั่นคงและการเติบโตในระยะยาว</li><li><strong>ถาม: สัปดาห์นี้ควรลงทุนในสินทรัพย์ประเภทไหน?</strong></li><li class="ql-indent-1"><strong>ตอบ:</strong> พลังธาตุไม้และไฟส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาด (Green Energy) และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จะมียอดขายพุ่งสูงในช่วงสงกรานต์</li><li><strong>ถาม: สีที่ควรเลี่ยงในสัปดาห์นี้คือสีอะไร?</strong></li><li class="ql-indent-1"><strong>ตอบ:</strong> สีดำสนิทและสีน้ำเงินเข้มจัด อาจทำให้พลังงานด้านความคิดสร้างสรรค์ของคุณลดทอนลงในสัปดาห์ที่มีพลังธาตุไฟนำแบบนี้</li></ul><p><br></p><p><em>ติดตามวิเคราะห์ดวงธุรกิจเชิงลึกแบบนี้ได้ทุกสัปดาห์ที่ </em><a href="https://prnewsplus.com" rel="noopener noreferrer" target="_blank"><strong><em>PRNewsPlus.com</em></strong></a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d2839468bac_1775403924.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69d2839468bac_1775403924.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>หน้าสวยเป๊ะมีมิติ ครบจบในตลับเดียวด้วย KMA Shape &amp; Shine Palette</title>
            <link>https://prnewsplus.com/health/3835-หน้าสวยเป๊ะมีมิติ-ครบจบในตลับเดียวด้วย-kma-shape-shine-palette</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/health/3835-หน้าสวยเป๊ะมีมิติ-ครบจบในตลับเดียวด้วย-kma-shape-shine-palette</guid>
            <pubDate>Fri, 03 Apr 2026 17:21:38 +0700</pubDate>
            <dc:creator>บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน)</dc:creator>
            <category>สุขภาพ / ความงาม</category>
            <description><![CDATA[หน้าสวยเป๊ะมีมิติ ครบจบในตลับเดียวด้วย KMA Shape & Shine Palette...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: rgb(5, 5, 5);">เครื่องสำอาง&nbsp;</span>	<span style="color: rgb(5, 5, 5);">KMA&nbsp;ในเครือ โอซีซี แนะนำไอเทมใหม่&nbsp;</span><strong style="color: rgb(5, 5, 5);">Shape &amp; Shine Palette&nbsp;</strong><span style="color: rgb(5, 5, 5);">พาเลตต์&nbsp;3-in-1&nbsp;ที่</span>	<span style="color: rgb(5, 5, 5);">รวมคอนทัวร์ บลัช และไฮไลท์ แบบ</span>	<span style="color: rgb(5, 5, 5);">&nbsp;Light-Reflecting&nbsp;ช่วยสร้างกรอบหน้า เติมสีสัน เพิ่มความสวยให้ใบหน้าแลดูมีมิติ ผิวโกลว์เล่นแสงอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยเนื้อสัมผัส&nbsp;Soft Matte Powder&nbsp;เนียนละเอียด เกลี่ยง่าย เม็ดสีชัด ติดทน สามารถเลเยอร์เพิ่มความเข้มได้ตามต้องการ พร้อมเฉดสีที่ถูกพัฒนาขึ้นให้เหมาะกับโทนผิวคนไทยและเอเชีย สามารถใช้งานได้ครบทุกสีในตลับเดียว&nbsp;</span>		<span style="color: rgb(5, 5, 5);">มีให้เลือก&nbsp;</span>	<span style="color: rgb(5, 5, 5);">2&nbsp;โทนสี เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ได้แก่&nbsp;01 STAY COOL&nbsp;สำหรับผิวขาวถึงขาวอมชมพู ให้ลุคใสละมุน และ&nbsp;02 STAY WARM&nbsp;สำหรับผิวโทนเหลืองถึงน้ำผึ้ง ให้ลุคสุขภาพดี</span>	<span style="color: rgb(5, 5, 5);">&nbsp;</span>	<span style="color: rgb(5, 5, 5);">วางจำหน่ายแล้ววันนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ที่&nbsp;</span>	<a href="https://shop.kma-cosmetics.com/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="color: rgb(5, 99, 193);">https://shop.kma-cosmetics.com</a>	<span style="color: rgb(5, 5, 5);">, TikTok, Shopee, Lazada,&nbsp;Konvy&nbsp;รวมถึงห้างสรรพสินค้า และร้านเครื่องสำอางชั้นนำทั่วประเทศ</span></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ce18321989b_1775114290.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ce18321989b_1775114290.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>เมกาโฮม เปิดเกมใหม่ ผ่านหนังโฆษณาออนไลน์ “ช่างเลือกเมกาโฮม”</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/3836-เมกาโฮม-เปิดเกมใหม่-ผ่านหนังโฆษณาออนไลน์-ช่างเลือกเมกาโฮม</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/3836-เมกาโฮม-เปิดเกมใหม่-ผ่านหนังโฆษณาออนไลน์-ช่างเลือกเมกาโฮม</guid>
            <pubDate>Fri, 03 Apr 2026 17:21:36 +0700</pubDate>
            <dc:creator>พรภวิษย์ กาญจนมาศ</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[เกิดอะไรขึ้น? ทำไมช่วงนี้ช่างยิ้มทั้ง….วัน !! คำถามที่หลายคนเริ่มสังเกต กลายเป็นจุดเริ่มต้นของหนังโฆษณาออนไลน์ชุดใหม่ “ช่างเลือกเมกาโฮม” ที่ไม่ได้เพียงชวนให้คนคลิกดูเพียงอย่างเดียว...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>เกิดอะไรขึ้น? ทำไมช่วงนี้ช่างยิ้มทั้ง….วัน !!</strong> คำถามที่หลายคนเริ่มสังเกต กลายเป็นจุดเริ่มต้นของหนังโฆษณาออนไลน์ชุดใหม่ <strong>“ช่างเลือกเมกาโฮม”</strong> ที่ไม่ได้เพียงชวนให้คนคลิกดูเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่หนังโฆษณาฯ ชุดนี้กำลังถ่ายทอด เป็นมากกว่าแค่การเรียกความสนใจ เพราะภายใต้โทนเล่าเรื่องที่ดูเบาและเข้าถึงง่าย <strong>เมกาโฮมกำลังค่อยๆ พาคนดูไปเห็น “ความจริงหน้างานชีวิตช่าง” ว่า เบื้องหลังรอยยิ้ม ไม่ได้เกิดจากเรื่องเล็กน้อย หากแต่เกิดจากการที่งานเดินต่อได้ ของไม่ขาด งานไม่สะดุด และมี “ตัวเลือกที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น” ที่ช่วยให้ช่างมั่นใจ และสามารถรับผิดชอบงานตรงหน้าได้จนจบ</strong></p><p><strong>คุณอุไรวรรณ ตันติพิริยะกิจ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจปฏิบัติการและการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร</strong> กล่าวว่า ในมุมของเมกาโฮม (บริษัทในเครือฯ ภายใต้การดูแลของโฮมโปร) การจัดทำหนังโฆษณาออนไลน์ชุดนี้ สะท้อนการยกระดับแบรนด์ขึ้นอย่างชัดเจน ว่าเมกาโฮมไม่ได้ต้องการเป็นร้านขายของ หรือเน้นแค่โปรดีๆ เพียงอย่างเดียว แต่เราขอยืนยันเรื่อง <strong>“ผลลัพธ์งานช่าง”</strong> ที่เข้าใจชีวิตจริง พร้อมอยู่เคียงข้าง และยกย่องความเชี่ยวชาญของช่างในฐานะผู้ตัดสินใจสำคัญในหน้างาน</p><p>หนังโฆษณาออนไลน์ “ช่างเลือกเมกาโฮม ทำให้ภาพจำของเมกาโฮมชัดเจนขึ้นว่า เราไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและงานช่างเท่านั้น แต่เป็น <strong>‘ร้านที่เลือกข้างช่าง’</strong> และออกแบบประสบการณ์ให้ช่าง เลือกซื้อได้สะดวก รวดเร็ว คุ้มค่า และมั่นใจมากขึ้น ขณะเดียวกันเมื่อต้องเจองานยาก งานเร่ง หรืองานที่พลาดไม่ได้ เมกาโฮมก็พร้อมเป็นตัวเลือกที่ช่วยแบกความเสี่ยงไปด้วยกัน”</p><p>เมกาโฮม ได้เสริมน้ำหนักให้หนังโฆษณาฯ ชุดนี้ ด้วยอินไซต์สำคัญว่า “ช่างคือคนที่รับความเสี่ยงหลายด้าน” เพราะหน้างาน หากเกิดปัญหาหรือความเสียหาย ช่างจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบก่อน ของขาดช่างก็โดนก่อน งานช้าช่างก็เสียเครดิต และของที่เสียหายก็เป็นช่างที่ต้องควักเงินซ่อมเอง—เรื่องเหล่านี้ ทำให้การมาที่เมกาโฮม ไม่ใช่เรื่องของราคาอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการลดโอกาสผิดพลาด ลดต้นทุนที่มองไม่เห็น และรักษาความต่อเนื่องของรายได้จากงานถัดไปด้วย</p><p>ด้วยเหตุนี้ เมกาโฮมจึงนำ <strong>4 หัวใจหลักของธุรกิจ</strong>อย่าง <strong>“ถูก ครบ ไว และน่าเชื่อถือ”</strong> มาใช้ในหนังโฆษณาออนไลน์ชุดนี้ ถ่ายทอดให้เห็นผลลัพธ์ของงานช่างอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการ<strong>ช่วยควบคุมต้นทุน ช่วยจบงานไว เลือกของครบในที่เดียว และลดความเสียหายตั้งแต่ต้นทาง</strong></p><p>คอนเซ็ปต์ของหนังโฆษณาฯ ชุดนี้คือ การทำให้คนดู <strong>“รู้ว่าเมกาโฮมคือใคร และทำไมต้องเลือกเมกาโฮม”</strong> ผ่านการเล่าเรื่องที่ตรงไปตรงมา แต่สร้างภาพจำชัดว่า <strong>เมกาโฮม คือ ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและงานช่างแบบครบวงจรที่ตอบโจทย์ช่าง-ผู้รับเหมา-สาย DIY รุ่นใหม่ ได้จริง</strong> ทั้งเรื่องสินค้าครบ ราคาคุ้ม บริการดี และความน่าเชื่อถือ โดยถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของช่างหลากหลายรูปแบบที่ “ยิ้ม” จากผลลัพธ์ของการมี <strong>“ตัวเลือกที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น”</strong> ไม่ว่าจะเป็น</p><ul><li><strong>สินค้าคุณภาพ ที่ช่วยให้งานจบไวและไม่ต้องแก้ซ้ำ</strong></li><li><strong>บริการส่งฟรี 40 กิโลเมตร ลดการวิ่งหาของจากหลายๆ ที่</strong></li><li><strong>โปรโมชันที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มกำไร</strong></li><li><strong>ส่วนลด 3% สำหรับสมาชิกช่าง ตั้งแต่บาทแรก</strong></li></ul><p><strong>ทั้งหมดนี้ทำให้หนังโฆษณาออนไลน์ชุดนี้ ไม่ได้เพียงแค่ขายสินค้า แต่ถ่ายทอดความรู้สึกว่า “เมกาโฮม คือแบรนด์ที่คัดสรรสิ่งที่ “คุ้มและใช่” เพื่อให้ช่างและลูกค้า สามารถทำงานได้ลื่นไหล และจบงานได้อย่างมั่นใจ</strong></p><p><strong>รับชมหนังโฆษณาออนไลน์ “ช่างเลือกเมกาโฮม” ได้ที่ : </strong><a href="https://www.youtube.com/watch?v=df8XKYY8PPw" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>https://www.youtube.com/watch?v=df8XKYY8PPw</strong></a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ce1d39ee145_1775115577.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ce1d39ee145_1775115577.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Cummins เสริมศักยภาพเจ้าของเรือไทย ด้วยเครื่องยนต์ KTA38 &amp; KTA50 มาตรฐานระดับโลก</title>
            <link>https://prnewsplus.com/products/3837-cummins-เสริมศักยภาพเจ้าของเรือไทย-ด้วยเครื่องยนต์-kta38-kta50-มาตรฐานระดับโลก</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/products/3837-cummins-เสริมศักยภาพเจ้าของเรือไทย-ด้วยเครื่องยนต์-kta38-kta50-มาตรฐานระดับโลก</guid>
            <pubDate>Fri, 03 Apr 2026 17:21:35 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Cummins DKSH</dc:creator>
            <category>สินค้าและบริการ</category>
            <description><![CDATA[พลังขับเคลื่อนระดับโลก ตอบโจทย์ทุกการใช้งานทางทะเล...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong>คัมมิ่นส์ (Cummins)</strong> คือผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันพลังงานและเครื่องยนต์ดีเซล ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า <strong>100 ปี</strong> และเครือข่ายการดำเนินงานมากกว่า <strong>9,000 แห่งในกว่า 190 ประเทศทั่วโลก</strong> รวมถึงประเทศไทย ซึ่ง Cummins ดำเนินธุรกิจผ่านการร่วมทุนในนาม <strong>บริษัท คัมมิ่นส์ ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด</strong> หรือ <strong>Cummins DKSH (Thailand) Limited</strong> <strong>ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพียงรายเดียวในประเทศไทย</strong></p><p>&nbsp;</p><p>Cummins ตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาดเครื่องยนต์เรือของประเทศไทย ด้วยการเน้นย้ำคุณค่าของ <strong>เครื่องยนต์เรือ Cummins รุ่น KTA38 </strong>และ<strong> KTA50</strong> ซึ่งได้รับการใช้งานและพิสูจน์แล้วในตลาดไทย โดยชูจุดเด่นด้าน<strong>ความปลอดภัย ความเชื่อถือได้ และความทนทาน</strong> เพื่อตอบสนองความต้องการของการใช้งานทางทะเลเชิงพาณิชย์และการปฏิบัติงานเฉพาะทางที่ต้องการมาตรฐานสูงสุดในการดำเนินงาน</p><p>&nbsp;</p><p><strong>อุตสาหกรรมทางทะเล</strong>เป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ<strong>ความปลอดภัยเป็นอันดับแรก</strong> เครื่องยนต์เรือ <strong>Cummins รุ่น KTA38 </strong>และ<strong> KTA50</strong> ได้รับการออกแบบให้การทำงานมี<strong>ความเสถียรและต่อเนื่อง</strong> ช่วยลดความเสี่ยงจากการหยุดทำงานโดยไม่คาดคิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของลูกเรือ เรือ และทรัพย์สิน เครื่องยนต์ทั้งสองรุ่นได้รับการพิสูจน์แล้วจากการใช้งานจริงใน <strong>เรือพาณิชย์และเรือปฏิบัติงานพิเศษ </strong>ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย</p><p>&nbsp;</p><p>นอกเหนือจากสมรรถนะและความปลอดภัย <strong>เครื่องยนต์เรือ Cummins</strong> ยังได้รับการพัฒนาให้<strong>รองรับการใช้งานกับเรือหลากหลายประเภท</strong> ครอบคลุมทุกภารกิจทางทะเล ไม่ว่าจะเป็น<strong>เรือยอร์ช (Yacht)</strong> สำหรับการท่องเที่ยวและการใช้งานระดับพรีเมียม, <strong>เรือเร็ว (Speed Boat)</strong> ที่ต้องการพลังขับเคลื่อนและความคล่องตัวสูง, <strong>เรือคาตามารัน (Catamaran)</strong> ซึ่งเน้นเสถียรภาพและการรองรับผู้โดยสาร, รวมถึง<strong>เรือข้ามฟาก (Ferry Boat)</strong> ที่ต้องการความเชื่อถือได้ในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;</p><p>นอกจากนี้เครื่องยนต์ Cummins ยังเหมาะสมสำหรับการใช้งานใน<strong>เรือเชิงพาณิชย์และเรือปฏิบัติงานเฉพาะทาง</strong> อาทิ<strong>เรือสลากจูง (Tug Boat)</strong> ที่ต้องรองรับภาระงานหนักและแรงบิดสูง, <strong>เรือประมง (Fishing Boat)</strong> ซึ่งต้องการความทนทานและความพร้อมในการทำงานระยะยาว ตลอดจน<strong>เรือเพื่อการป้องกันและลาดตระเวน (Marine for Defense) </strong>ที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับ<strong>ความปลอดภัย ความเสถียร และความพร้อมใช้งานของระบบเครื่องยนต์</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>Cummins รุ่น KTA38</strong> เป็นเครื่องยนต์เรือขนาด <strong>38 ลิตร</strong> ที่โดดเด่นด้าน<strong>ความสมดุลระหว่างพลังขับเคลื่อนและความปลอดภัย </strong>โครงสร้างเครื่องยนต์ได้รับการออกแบบให้ <strong>แข็งแรงและมีความเสถียรสูง</strong> สามารถรองรับการทำงานต่อเนื่องภายใต้โหลดสูงได้อย่างมั่นใจ ช่วยลดความเสี่ยงจากการขัดข้องของเครื่องยนต์ระหว่างการเดินเรือ และเพิ่มความปลอดภัยในการปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมทางทะเลที่ท้าทาย</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ในขณะที่ <strong>Cummins รุ่น KTA50</strong> ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางสำหรับ <strong>เรือขนาดใหญ่และภารกิจที่ต้องการกำลังขับสูง</strong> เครื่องยนต์ขนาด <strong>50 ลิตร</strong> รุ่นนี้มีชื่อเสียงด้าน<strong>ความแข็งแกร่งและความทนทาน</strong> สามารถทำงานภายใต้โหลดหนักอย่างต่อเนื่องโดยยังคงรักษา<strong>ความเสถียรของระบบ</strong> ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับการเดินเรือและการปฏิบัติงานในระยะยาว</p><p>&nbsp;</p><p>หนึ่งในจุดขายสำคัญด้านความปลอดภัยของเครื่องยนต์เรือ Cummins คือ <strong>การออกแบบที่เน้นความเชื่อถือได้ (Proven Reliability)</strong> ด้วยเทคโนโลยีที่ผ่านการทดสอบและใช้งานจริงมาอย่างยาวนาน ช่วยลดโอกาสการเกิดความล้มเหลวของระบบเครื่องยนต์ในระหว่างการปฏิบัติงาน อีกทั้งการออกแบบที่เอื้อต่อ <strong>การตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ</strong> ยังช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการดำเนินงาน</p><p>&nbsp;</p><p>สำหรับผู้ประกอบการในประเทศไทย <strong>เครือข่ายบริการหลังการขายของ Cummins DKSH (Thailand)</strong> ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความมั่นใจด้านความปลอดภัย ด้วยการสนับสนุนจาก<strong>ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ อะไหล่แท้ และมาตรฐานการบริการระดับสากล</strong> ทำให้เครื่องยนต์ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และพร้อมใช้งานตลอดอายุการใช้งาน</p><p>&nbsp;</p><p><strong>เครื่องยนต์เรือ Cummins รุ่น KTA38 </strong>และ <strong>KTA50</strong> ยังได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับ <strong>มาตรฐานและข้อกำหนดด้านการใช้งานทางทะเล </strong>รองรับสภาพแวดล้อมการทำงานที่รุนแรง ทั้งด้านอุณหภูมิ ความชื้น และการใช้งานต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงและยกระดับความปลอดภัยในการดำเนินงานทางทะเล</p><p>&nbsp;</p><p>ด้วยการผสาน <strong>ความปลอดภัย สมรรถนะ ความทนทาน และการสนับสนุนที่เชื่อถือได้</strong> <strong>เครื่องยนต์เรือ</strong> <strong>Cummins รุ่น KTA38</strong> และ<strong> KTA50</strong> ยังคงเป็น <strong>โซลูชันหลักที่สามารถรองรับเรือทุกประเภท</strong> และเป็นตัวเลือกที่ผู้ประกอบการทางทะเลในประเทศไทยไว้วางใจ สำหรับการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>บริษัท คัมมิ่นส์ ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทร่วมทุนซึ่งก่อตั้งขึ้นหลังจากความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จกว่า <strong>62</strong> ปีระหว่าง คัมมิ่นส์ และ ดีเคเอสเอช เราเป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์คัมมิ่นส์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย และลาว ครอบคลุม 4 กลุ่มธุรกิจหลักในกลุ่มเครื่องยนต์ดีเซล เครื่องกำเนิดไฟฟ้า อะไหล่และไส้กรอง รวมถึงบริการหลังการขาย อาทิ การฝึกอบรม การให้คำแนะนำปรึกษา ศูนย์บริการซ่อมบำรุงโดยช่างเทคนิคที่ได้รับการฝึกอบรมโดยเฉพาะ เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคส่วนต่างๆ อย่างครบวงจร <a href="https://www.cumminsdkshthailand.com/products/engine-diesel/marine/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="color: rgb(0, 176, 240);">&nbsp;cumminsdkshthailand.com</a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ce25abb7842_1775117739.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ce25abb7842_1775117739.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>KMA ตอกย้ำศักยภาพแบรนด์เครื่องสำอางไทย ในงาน EVEANDBOY T-BEAUTY FEST</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/3838-kma-ตอกย้ำศักยภาพแบรนด์เครื่องสำอางไทย-ในงาน-eveandboy-t-beauty-fest</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/3838-kma-ตอกย้ำศักยภาพแบรนด์เครื่องสำอางไทย-ในงาน-eveandboy-t-beauty-fest</guid>
            <pubDate>Fri, 03 Apr 2026 17:21:33 +0700</pubDate>
            <dc:creator>นัชชา ปรักกัมนนท์</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[ธีรดา อำพันวงษ์ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน EVEANDBOY T-BEAUTY FEST...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ธีรดา อำพันวงษ์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร&nbsp;บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน&nbsp;EVEANDBOY T-BEAUTY FEST&nbsp;พร้อมให้สัมภาษณ์ในโอกาสที่แบรนด์&nbsp;KMA Cosmetics&nbsp;ในเครือ โอซีซี กรุ๊ป ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางไทยที่ได้รับการรีวิวจาก&nbsp;KOL&nbsp;และ&nbsp;TikToker&nbsp;ชาวต่างชาติ และได้รับการคัดเลือกโดย&nbsp;EVEANDBOY (อีฟแอนด์บอย)&nbsp;ร้านมัลติแบรนด์จำหน่ายเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงามชั้นนำของประเทศไทย ณ อีฟแอนด์บอย สาขาเซ็นเตอร์พอยท์ สยามสแควร์&nbsp;(แฟล็กชิปสโตร์)&nbsp;เมื่อเร็ว ๆ นี้</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69cf8fa4dab57_1775210404.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69cf8fa4dab57_1775210404.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>เสริมทักษะ Coding &amp; AI</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/3834-เสริมทักษะ-coding-ai</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/3834-เสริมทักษะ-coding-ai</guid>
            <pubDate>Thu, 02 Apr 2026 13:33:29 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Nisa S.</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[ดีป้า เปิดตัวโครงการ Coding Thailand 2026: AI Inspires the Future เดินหน้าเสริมทักษะ Coding และ AI แก่เยาวชนไทย...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify">	<strong>ดร.วาริน</strong> <strong>รัชนานุสรณ์</strong> รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เป็นประธานในงานแถลงข่าวเปิดตัว<strong>โครงการ</strong> <strong>Coding</strong> <strong>Thailand</strong> <strong>2026:</strong> <strong>AI</strong> <strong>Inspires</strong> <strong>the</strong> <strong>Future</strong> เดินหน้าเสริมทักษะ Coding และ AI แก่เยาวชนไทย ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา โดยมี <strong> ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์</strong> พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากเครือข่ายพันธมิตร ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นำโดย <strong>สุภารัตน์ จูระมงคล, รพีพร วงศ์ทองคำ, จุฑามาศ งามจิตรกุล</strong> และสถาบันการศึกษา ครู นักเรียน เข้าร่วมงาน ณ ชั้น 9 อาคารสยามสเคป สยามสแควร์ เมื่อเร็ว ๆ นี้</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ce0d007916e_1775111424.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ce0d007916e_1775111424.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ รับรางวัล “ผู้ทำคุณประโยชน์แก่กระทรวงศึกษาธิการ” ประจำปี 2569</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/3832-มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ-รับรางวัล-ผู้ทำคุณประโยชน์แก่กระทรวงศึกษาธิการ-ประจำปี-2569</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/3832-มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ-รับรางวัล-ผู้ทำคุณประโยชน์แก่กระทรวงศึกษาธิการ-ประจำปี-2569</guid>
            <pubDate>Thu, 02 Apr 2026 11:34:44 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Konnarit Wongvorachart</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ เข้ารับรางวัล “ผู้ทำคุณประโยชน์แก่กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี 2569” ในพิธีที่จัดขึ้น ณ หอประชุมคุรุสภา เพื่อยกย่ององค์กรและบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและพัฒนาการศึกษาไทย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในโอกาสนี้ นายธีระชัย ขันธิกุล กรรมการ รองเลข...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ เข้ารับรางวัล “ผู้ทำคุณประโยชน์แก่กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี 2569” ในพิธีที่จัดขึ้น ณ หอประชุมคุรุสภา เพื่อยกย่ององค์กรและบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและพัฒนาการศึกษาไทย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในโอกาสนี้ นายธีระชัย ขันธิกุล กรรมการ รองเลขาธิการ และผู้ช่วยรองเหรัญญิก เป็นตัวแทนมูลนิธิฯ เข้ารับรางวัลแทน นายศรชัย กุสันใจ รองประธานกรรมการมูลนิธิ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้มอบใบประกาศเกียรติคุณและเข็มที่ระลึก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภายในพิธีมีการมอบประกาศเกียรติคุณและเข็มที่ระลึก “เสมาคุณูปการ” ให้แก่ผู้ทำคุณประโยชน์จำนวน 80 ราย พร้อมทั้งร่วมแสดงความยินดีและบันทึกภาพเป็นที่ระลึก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะในการสนับสนุนด้านการศึกษาและพัฒนาสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ccd3dd311a5_1775031261.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ccd3dd311a5_1775031261.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>5 เหตุผลทำไม Cold Chainถึงเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมยายุคใหม่</title>
            <link>https://prnewsplus.com/events/3833-5-เหตุผลทำไม-cold-chainถึงเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมยายุคใหม่</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/events/3833-5-เหตุผลทำไม-cold-chainถึงเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมยายุคใหม่</guid>
            <pubDate>Thu, 02 Apr 2026 11:34:43 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Kanokwan CEA</dc:creator>
            <category>อีเว้นท์</category>
            <description><![CDATA[Cold Chain ไม่ใช่แค่ระบบควบคุมอุณหภูมิ…แต่คือมาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรมยา ในโลกของ Pharma คุณภาพของยาไม่ใช่แค่เรื่องของประสิทธิภาพ แต่คือความปลอดภัยของชีวิตผู้ป่วย...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>Cold Chain ไม่ใช่แค่ระบบควบคุมอุณหภูมิ…แต่คือมาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรมยา ในโลกของ Pharma คุณภาพของยาไม่ใช่แค่เรื่องของประสิทธิภาพ แต่คือความปลอดภัยของชีวิตผู้ป่วย</p><p><br></p><p>Cold Chain จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ในการรักษาคุณภาพของยาและวัคซีนให้คงสภาพสมบูรณ์ตลอดทั้งซัพพลายเชน ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงมือผู้ใช้งาน เพราะทุกองศาที่เปลี่ยนไป อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามมาตรฐานระดับสากล และนี่คือเหตุผลสำคัญ ที่ Cold Chain กลายเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมยาในยุคปัจจุบัน</p><p><br></p><p>1. บทบาทที่กำหนดคุณภาพชีวิต ที่ธุรกิจมองข้ามไม่ได้</p><p><br></p><p>Cold chain มีบทบาทสำคัญอย่างมากในอุตสาหกรรมยา ดังนี้</p><p><br></p><p>การรักษาประสิทธิภาพของยา (Preservation of Efficacy): Cold chain ช่วยรักษาความคงตัวและประสิทธิภาพของยา รวมถึงวัคซีน โดยควบคุมอุณหภูมิระหว่างการจัดเก็บและการขนส่ง</p><p><br></p><p>ความปลอดภัยและสุขภาพของผู้ป่วย (Safety and Patient Health):การควบคุมอุณหภูมิช่วยป้องกันความเสียหายของยา ทำให้มั่นใจได้ว่ายายังคงคุณภาพ ลดความเสี่ยงจากการเก็บหรือขนส่งในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม</p><p><br></p><p>ผลกระทบต่อสาธารณสุข (Public Health Impact): Cold chain ช่วยให้วัคซีนและยาถูกส่งถึงผู้ป่วยในสภาพที่สมบูรณ์ พร้อมใช้งาน ลดความล่าช้าในการรักษา และช่วยป้องกันวิกฤตด้านสาธารณสุขในช่วงการระบาดของโรค</p><p><br></p><p>ความต่อเนื่องทางธุรกิจและภาพลักษณ์ (Business Continuity and Reputation): Cold chain ที่มีประสิทธิภาพช่วยรักษาความน่าเชื่อถือของแบรนด์และความต่อเนื่องทางธุรกิจ ด้วยการส่งมอบสินค้าอย่างปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้ลูกค้า และลดความเสียหายทางการเงิน</p><p><br></p><p>2. ระบบจัดเก็บอุณหภูมิที่แม่นยำ รักษามาตรฐานสินค้า</p><p><br></p><p>การจัดเก็บแบบควบคุมอุณหภูมิ: จุดเริ่มต้นของ Cold Chain ที่ได้มาตรฐาน ในอุตสาหกรรมยา “การเก็บรักษา” ไม่ใช่แค่การเก็บสินค้าแต่คือการรักษาคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของยาในทุกองศาตัวอย่างโซลูชันที่ใช้ในการจัดเก็บ มีดังนี้:</p><p><br></p><p>ตู้เย็นสำหรับยา (Pharmaceutical Refrigerators):ออกแบบมาเพื่อเก็บยา วัคซีน และชีววัตถุ โดยควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงประมาณ 2°C ถึง 8°C</p><p><br></p><p>ตู้แช่แข็งสำหรับยา (Pharmaceutical Freezers):ใช้สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องเก็บในอุณหภูมิต่ำมาก โดยทั่วไปอยู่ในช่วง -20°C ถึง -80°C ตู้แช่อุณหภูมิต่ำพิเศษมีความสำคัญสำหรับวัคซีนและชีววัตถุบางประเภท</p><p><br></p><p>คลังสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold Storage Warehouses):สถานที่สำหรับจัดเก็บยาจำนวนมากที่ต้องควบคุมอุณหภูมิอย่างเฉพาะเจาะจง โดยใช้ระบบควบคุมสภาพอากาศขั้นสูงเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่</p><p><br></p><p>การตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน (Validation and Qualification):มีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าสถานที่จัดเก็บเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด รวมถึงการทำแผนที่อุณหภูมิ (temperature mapping) เพื่อระบุจุดที่ร้อนหรือเย็นเกินไป</p><p><br></p><p>3. ระบบการขนส่งที่ใช่ คงคุณภาพสินค้าจากต้นทางถึงปลาย</p><p><br></p><p>การขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ: ทุกองศาคือความปลอดภัยของผู้ป่วยในอุตสาหกรรมยา การขนส่งไม่ใช่แค่การเคลื่อนย้ายสินค้า แต่คือการ “รักษาคุณภาพ” ตลอดเส้นทาง ตัวอย่างรูปแบบการขนส่ง มีดังนี้:</p><p><br></p><p>รถบรรทุกควบคุมอุณหภูมิ (Reefer Trucks):ติดตั้งระบบทำความเย็นเพื่อขนส่งยาในอุณหภูมิที่กำหนด เหมาะสำหรับการขนส่งทางถนน และมีบทบาทสำคัญในการรักษา cold chain</p><p><br></p><p>ตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิ (Refrigerated Containers):ใช้สำหรับการขนส่งทางเรือและทางอากาศ ช่วยควบคุมอุณหภูมิของยาให้อยู่ในช่วงที่กำหนดตลอดการขนส่ง เหมาะสำหรับการขนส่งระหว่างประเทศ</p><p><br></p><p>การขนส่งทางอากาศ (Air Freight): เหมาะสำหรับการขนส่งยาที่ต้องการความรวดเร็ว โดยสายการบินมีบริการ cold chain โดยเฉพาะ เช่น ห้องบรรทุกสินค้าที่ควบคุมอุณหภูมิ และขั้นตอนการจัดการเฉพาะทาง</p><p><br></p><p>การขนส่งทางทะเล (Sea Freight): เหมาะสำหรับการขนส่งสินค้าปริมาณมากในระยะทางไกล โดยใช้ตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิ (reefers) ซึ่งเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในการรักษา cold chain ระหว่างการขนส่งทางทะเล</p><p><br></p><p>4.ทุกองศา ทุกตำแหน่ง ต้องควบคุมได้ ด้วยข้อมูลเรียลไทม์</p><p><br></p><p>เทคโนโลยี Monitoring &amp; Tracking: มองเห็นทุกความเสี่ยง ก่อนเกิดความเสียหาย ในโลกของ Cold Chain การตรวจสอบแบบต่อเนื่องและการติดตามแบบเรียลไทม์ เป็นหัวใจสำคัญในการรักษาคุณภาพของสินค้า ตัวอย่างเทคโนโลยีที่ใช้ มีดังนี้:</p><p><br></p><p>เครื่องบันทึกอุณหภูมิ (Temperature Data Loggers):อุปกรณ์ที่ใช้บันทึกข้อมูลอุณหภูมิตลอดซัพพลายเชน โดยสามารถเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง และแจ้งเตือนเมื่ออุณหภูมิผิดปกติ</p><p><br></p><p>เซ็นเซอร์ไร้สาย (Wireless Sensors):อุปกรณ์ที่ช่วยตรวจสอบอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ โดยส่งข้อมูลไปยังระบบส่วนกลาง ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันทีเมื่อเกิดความผิดปกติ</p><p><br></p><p>ระบบติดตาม GPS (GPS Tracking):การใช้เทคโนโลยี GPS ร่วมกับเซ็นเซอร์อุณหภูมิ เพื่อติดตามตำแหน่งและอุณหภูมิของสินค้าแบบเรียลไทม์ ช่วยให้สามารถควบคุมและมองเห็นสถานะของการขนส่งได้ตลอดเวลา</p><p><br></p><p>แพลตฟอร์ม IoT (IoT Platforms):แพลตฟอร์ม Internet of Things (IoT) ที่รวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์และเซ็นเซอร์ต่าง ๆ เพื่อให้เห็นภาพรวมของ cold chain ทั้งระบบ พร้อมใช้การวิเคราะห์ขั้นสูงในการคาดการณ์ปัญหา และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโลจิสติกส์</p><p><br></p><p>5.โซลูชันบรรจุภัณฑ์ กุญแจสำคัญในการรักษาคุณภาพ</p><p><br></p><p>Packaging Solutions: ด่านสุดท้ายที่ปกป้องคุณภาพยาในทุกการขนส่ง ในระบบ Cold Chain“บรรจุภัณฑ์” ไม่ใช่แค่สิ่งห่อหุ้มสินค้า แต่คือเกราะป้องกันที่รักษาอุณหภูมิและคุณภาพของยาในทุกระยะทาง ตัวอย่างโซลูชันที่ใช้ มีดังนี้:</p><p><br></p><p>กล่องบรรจุแบบฉนวน (Insulated Shippers):กล่องหรือภาชนะที่บุด้วยวัสดุกันความร้อน ช่วยรักษาอุณหภูมิภายใน เหมาะสำหรับการขนส่งระยะสั้นตู้หรือ</p><p><br></p><p>กล่องควบคุมอุณหภูมิ (Thermal Containers):ภาชนะที่มีความแข็งแรงและมีฉนวนคุณภาพสูง พร้อมระบบทำความเย็นขั้นสูง เหมาะสำหรับการขนส่งและจัดเก็บระยะยาว</p><p><br></p><p>วัสดุเปลี่ยนสถานะ (Phase Change Materials - PCMs):วัสดุที่สามารถดูดซับหรือปล่อยความร้อนที่อุณหภูมิที่กำหนด ช่วยรักษาอุณหภูมิภายในบรรจุภัณฑ์ให้คงที่ ใช้ได้ทั้งในระบบทำความเย็นแบบ passive และ active</p><p><br></p><p>เจลแพ็ค (Gel Packs):แผ่นหรือถุงเจลที่ผ่านการแช่เย็นล่วงหน้า ใส่ในบรรจุภัณฑ์เพื่อเพิ่มความเย็น ช่วยรักษาอุณหภูมิให้เหมาะสมได้นานขึ้นระหว่างการขนส่ง</p><p><br></p><p>สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและโซลูชันใหม่ในอุตสาหกรรม pharmaceutical cold chain logistics งาน Cold Chain Exhibition คือเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้ให้บริการเทคโนโลยีโลจิสติกส์ ระบบตรวจสอบอุณหภูมิ เทคโนโลยี IoT บรรจุภัณฑ์ควบคุมอุณหภูมิ และโซลูชันด้าน vaccine logistics จากผู้พัฒนาชั้นนำของอุตสาหกรรม</p><p><br></p><p>Cold Chain Exhibition 2026 (CCE) "จุดนัดพบแห่งอนาคต Cold Chain"</p><p><br></p><p>&nbsp;1-2-3 กรกฎาคม 2569</p><p><br></p><p>ไบเทค บางนา Hall 101</p><p><br></p><p>ลงทะเบียนจองบูธเเสดงสินค้า https://coldchainexhibition.com/TExhibitor-Registration</p><p><br></p><p>ฟรี! ลงทะเบียนเข้าชมงาน https://coldchainexhibition.com/visitor-registration</p><p><br></p><p>Line OA : https://lin.ee/AI1c8DW</p><p><br></p><p>TikTok : https://www.tiktok.com/@connectexpositionasia</p><p><br></p><p>สอบถามโทร 02 001 8538 , 086 328 5818</p><p><br></p><p>เยี่ยมชมเราที่ https://coldchainexhibition.com</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69cde92628975_1775102246.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69cde92628975_1775102246.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>CEC เซ็นทรัล เอ็นจิเนียริ่ง วิศวกรที่ปรึกษาครบวงจร พร้อมให้บริการภาครัฐ อุตสาหกรรม และอสังหาริมทรัพย</title>
            <link>https://prnewsplus.com/realestate/3830-cec-เซ็นทรัล-เอ็นจิเนียริ่ง-วิศวกรที่ปรึกษาครบวงจร-พร้อมให้บริการภาครัฐ-อุตสาหกรรม-และอสังหาริมทรัพย</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/realestate/3830-cec-เซ็นทรัล-เอ็นจิเนียริ่ง-วิศวกรที่ปรึกษาครบวงจร-พร้อมให้บริการภาครัฐ-อุตสาหกรรม-และอสังหาริมทรัพย</guid>
            <pubDate>Wed, 01 Apr 2026 14:05:42 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Dev Cee</dc:creator>
            <category>อสังหาริมทรัพย์</category>
            <description><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด (CEC) ผู้นำด้านวิศวกรรมและการให้คำปรึกษาแบบครบวงจร ให้บริการออกแบบ ควบคุมงานก่อสร้าง และบริหารโครงการ โดยทีมวิศวกรมืออาชีพที่ยึดมั่นในมาตรฐานระดั...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท เซ็นทรัล เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด (CEC) ผู้ให้บริการด้านวิศวกรรมและการให้คำปรึกษาแบบครบวงจร ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ประกาศความพร้อมในการให้บริการแก่ลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้วยทีมวิศวกรมืออาชีพที่มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี</p><p><strong>บริการหลักของ CEC ครอบคลุมทุกด้านวิศวกรรม</strong></p><p>CEC ให้บริการออกแบบวิศวกรรมครบวงจร ได้แก่ การออกแบบโครงสร้างอาคาร การออกแบบระบบ MEP (ระบบเครื่องกล ไฟฟ้า และสุขาภิบาล) ระบบป้องกันอัคคีภัยและระบบดับเพลิง การออกแบบระบบบำบัดน้ำเสีย การจัดการพลังงานในอุตสาหกรรม รวมถึงการบริหารโครงการก่อสร้างและการขออนุญาตก่อสร้างตามกฎหมาย</p><p>นอกจากนี้ CEC ยังเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเฉพาะทาง ได้แก่ การออกแบบระบบท่อและการวิเคราะห์ความเค้น (Pipe Stress Analysis) วิศวกรรมภาชนะรับแรงดัน (Pressure Vessel) และการจำลองทางวิศวกรรม (Engineering Simulation) ซึ่งเป็นที่ต้องการสูงในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม</p><p><strong>ผลงานที่ผ่านมาของ CEC</strong></p><p>ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี CEC ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ CP Meiji, Electrolux Thailand, Kingboard Laminate, Thai Beverage Can, โรงพยาบาลธนบุรี, โรงพยาบาลซาเปียน, คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยขอนแก่น และองค์การเภสัชกรรม เป็นต้น</p><p><br></p><p>CEC พร้อมให้บริการแก่ทุกกลุ่ม ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องการวิศวกรรมเฉพาะทาง รวมถึงโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ห้างสรรพสินค้า และ Logistics Center</p><p>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและขอรับคำปรึกษาฟรีได้ที่</p><p><br></p><ul><li><strong>เว็บไซต์:</strong> <a href="https://www.cec.co.th" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://www.cec.co.th</a></li><li><strong>อีเมล:</strong> <a href="mailto:contact@cec.co.th" rel="noopener noreferrer" target="_blank">contact@cec.co.th</a></li><li><strong>โทร:</strong> 086-999-4799 / 089-926-9395</li><li><strong>LINE:</strong> @cec</li></ul><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69cca518a4596_1775019288.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69cca518a4596_1775019288.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ม.กรุงเทพ ผนึกภาครัฐ–เอกชน จัด “แด่น้องผู้มีความหวัง ครั้งที่ 33” เติมฝันเด็กด้อยโอกาสกว่า 1,000 คน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/csr/3831-มกรุงเทพ-ผนึกภาครัฐเอกชน-จัด-แด่น้องผู้มีความหวัง-ครั้งที่-33-เติมฝันเด็กด้อยโอกาสกว่า-1000-คน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/csr/3831-มกรุงเทพ-ผนึกภาครัฐเอกชน-จัด-แด่น้องผู้มีความหวัง-ครั้งที่-33-เติมฝันเด็กด้อยโอกาสกว่า-1000-คน</guid>
            <pubDate>Wed, 01 Apr 2026 14:05:40 +0700</pubDate>
            <dc:creator>fernseelee 98</dc:creator>
            <category>กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)</category>
            <description><![CDATA[โครงการ “แด่น้องผู้มีความหวัง ประจำปี 2569 ครั้งที่ 33” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28–29 มีนาคม 2569 ณ หาดเตยงาม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อส่งต่อความรักให้แก่เด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาสจากทั่วประเทศ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">โครงการ “แด่น้องผู้มีความหวัง ประจำปี 2569 ครั้งที่ 33” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28–29 มีนาคม 2569 ณ หาดเตยงาม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี PTT GC และ คณะนิเทศศาสตร์&nbsp; มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อส่งต่อความรักและโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาสจากทั่วประเทศ</span></p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อริชัย อรรคอุดม คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยว่า โครงการแด่น้องผู้มีความหวังในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 33 การจัดโครงการในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง GC กองทุนเพื่อเพื่อน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ และสมาคมภริยาทหารเรือ เพื่อร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลน ได้รับทั้งความรู้ ประสบการณ์ และแรงบันดาลใจในการก้าวต่อไปในชีวิต โดยมีเด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาส เด็กพิการซ้ำซ้อน และเด็กกำพร้าจากทั่วประเทศ เข้าร่วมกว่า 1,000 คน พร้อมกันนี้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารแบรนด์และการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ ได้เห็นความสำคัญของโครงการแด่น้องผู้มีความหวังที่มุ่งเน้นในการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย สมองและจิตใจ ที่สอดคล้องกับแนวคิด SDGs 10 เรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ โดยมุ่งเน้นความเท่าเทียมของเด็กผู้ด้อยโอกาส จึงได้นำนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางสังคม&nbsp;</span></p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">โครงการแด่น้องผู้มีความหวังมีเป้าหมายเพื่อมอบโอกาสทางการเรียนรู้และประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่าแก่เด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนสร้างความสุข กำลังใจ และแรงผลักดันในการพัฒนาตนเอง ภายในงานมีการจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ ซุ้มอาหาร เครื่องดื่ม ไอศกรีม แจกของรางวัล และซุ้มกิจกรรม ที่มุ่งสร้างความสนุกสนานและแรงบันดาลใจ&nbsp;</span></p><p><br></p><p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">ทั้งนี้ เด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาสจำนวนมากยังคงเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม การสนับสนุนจากทุกภาคส่วนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเติมเต็มโอกาส สร้างพลังใจ และเสริมศักยภาพ เพื่อให้พวกเขาเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคต</span></p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify"><span style="background-color: transparent;">กิจกรรมในครั้งนี้มีคุณเชาวนี พันธุ์พฤกษ์ ผู้จัดการฝ่ายหน่วยงานบริหารกิจการเพื่อสังคม บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ และผศ.ดร.อริชัย อรรคอุดม คณบดีคณะนิเทศศาสตร์, รศ.ดร.วิโรจน์ สุทธิสีมา ผู้อำนวยการหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารแบรนด์และการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ พร้อมด้วยอาจารย์ประจำหลักสูตร นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารแบรนด์และการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย</span></p><p><br></p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ccc373f3920_1775027059.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/04/69ccc373f3920_1775027059.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>TTT Corporation ฉลอง 20 ปี เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมด้วยสายยาง TOYOX</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/3829-ttt-corporation-ฉลอง-20-ปี-เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน-พร้อมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมด้วยสายยาง-toyox</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/3829-ttt-corporation-ฉลอง-20-ปี-เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน-พร้อมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมด้วยสายยาง-toyox</guid>
            <pubDate>Tue, 31 Mar 2026 18:12:29 +0700</pubDate>
            <dc:creator>เกษฎาภรณ์ สำเริงรัมย์</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[บริษัท ทีทีที คอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ภายใต้แนวคิด “20th Anniversary: Growing Together With Trust”  เพื่อขอบคุณพันธมิตรทางธุรกิจและตัวแทนจำหน่าย สายยาง TOYOX จากทั่วประเทศ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><span style="background-color: transparent;">บริษัท ทีทีที คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สายยางอุตสาหกรรมคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์ TOYOX จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ภายใต้แนวคิด “20th Anniversary: Growing Together With Trust”&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เพื่อขอบคุณพันธมิตรทางธุรกิจและร้านค้าตัวแทนจำหน่าย สายยาง TOYOX จากทั่วประเทศ ที่ร่วมเติบโตเคียงข้างกันมาอย่างต่อเนื่องตลอดสองทศวรรษ โดยงานจัดขึ้น ณ True Digital Park ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง</span></p><p><br></p><p><span style="background-color: transparent;">ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา TTT Corporation มุ่งมั่นคัดสรรและส่งต่อ สายยาง TOYOX ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อรองรับการใช้งานในหลากหลายภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการผลิต อาหารและเครื่องดื่ม เกษตรกรรม และงานระบบต่าง ๆ โดย TOYOX ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ ความทนทาน และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้กับผู้ใช้งานในภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างต่อเนื่อง</span></p><p><br></p><p><span style="background-color: transparent;">ความสำเร็จของ TTT Corporation ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์ TOYOX เท่านั้น แต่ยังเกิดจากความร่วมมือของเครือข่ายพันธมิตรทั่วประเทศ ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งต่อ สายยาง TOYOX ไปยังผู้ใช้งานในทุกภาคส่วน</span></p><p><br></p><p><span style="background-color: transparent;">ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณธนา เธียรอัจฉริยะ หรือ “คุณโจ้” นักธุรกิจและนักการตลาดชื่อดัง &nbsp; มาเป็น Guest Speaker &nbsp; ถ่ายทอดมุมมองในหัวข้อ “เมื่อแม่น้ำเปลี่ยนทิศคนทำธุรกิจต้องปรับตัวอย่างไร” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและแนวคิดในการปรับตัวให้กับพันธมิตรของ TOYOX และผู้ประกอบการในยุคที่โลกธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</span></p><p><br></p><p><span style="background-color: transparent;">นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพันธมิตรการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางธุรกิจ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; และกิจกรรมความบันเทิงที่ช่วยสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเครือข่ายผู้จัดจำหน่าย TOYOX ทั่วประเทศ</span></p><p><br></p><p><span style="background-color: transparent;">การจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จในอดีต แต่ยังสะท้อนถึงทิศทางในอนาคตของ TTT Corporation ในการเดินหน้าพัฒนาและขยายตลาด สายยางTOYOX อย่างต่อเนื่องพร้อมยกระดับมาตรฐานการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมไทย</span></p><p><br></p><p><span style="background-color: transparent;">TTT Corporation เชื่อมั่นว่า “ความไว้วางใจและความร่วมมือ” คือหัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน และพร้อมเดินหน้าสร้างคุณค่าให้กับพันธมิตรและลูกค้าทั่วประเทศ ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพอย่าง TOYOX ที่ยังคงเป็นทางเลือกหลักของภาคอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน</span></p><p><br></p><p><span style="background-color: transparent;">สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์: </span><a href="https://ttt-corporation.co.th/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="background-color: transparent; color: rgb(17, 85, 204);">https://ttt-corporation.co.th/</a><span style="background-color: transparent;"> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หรือ LINE : @toyox (</span><a href="https://lin.ee/WQmyTkb" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="background-color: transparent; color: rgb(17, 85, 204);">https://lin.ee/WQmyTkb</a><span style="background-color: transparent;">)&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หรือ Facebook: สายยางต้อง TOYOX - by TTT Corporation &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หรือ โทร. 02-729-5334-6</span></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69cb9a67b1a46_1774951015.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69cb9a67b1a46_1774951015.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Aquaria Restaurant Chiang Mai ย่านคูเมือง เปิดตัวเมนูใหม่  ประสบการณ์อาหารอิตาเลียนที่ดียิ่งกว่าเดิม</title>
            <link>https://prnewsplus.com/food/3827-aquaria-restaurant-chiang-mai-ย่านคูเมือง-เปิดตัวเมนูใหม่-ประสบการณ์อาหารอิตาเลียนที่ดียิ่งกว่าเดิม</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/food/3827-aquaria-restaurant-chiang-mai-ย่านคูเมือง-เปิดตัวเมนูใหม่-ประสบการณ์อาหารอิตาเลียนที่ดียิ่งกว่าเดิม</guid>
            <pubDate>Tue, 31 Mar 2026 14:33:21 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Marketing Spice Garden</dc:creator>
            <category>อาหาร / เครื่องดื่ม</category>
            <description><![CDATA[หากคุณกำลังมองหาร้านอาหารอิตาเลียนบรรยากาศดีในย่านคูเมือง ท่าแพของเชียงใหม่ที่มอบทั้งรสชาติระดับพรีเมี่ยมและประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าจดจำ Aquaria Restaurant คือหนึ่งในร้านที่ไม่ควรพลาด...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: rgb(36, 45, 46);">หากคุณกำลังมองหาร้านอาหารอิตาเลียนบรรยากาศดีในย่านคูเมือง ท่าแพ&nbsp;Old Town ของเชียงใหม่ (Chiang Mai) ที่มอบทั้งรสชาติระดับพรีเมี่ยมและประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าจดจำ Aquaria Restaurant Chiang Mai คือหนึ่งในร้านที่ไม่ควรพลาด</span></p><p><br></p><p>ล่าสุด Aquaria Restaurant ได้ปรับเปลี่ยนเมนูใหม่ โดยเพิ่มไลน์ Premium Grill Menu และ Bruschetta หลากหลายรสชาติพร้อมทั้งนำวัตถุดิบจากฟาร์มท้องถิ่นในเชียงใหม่มาสร้างสรรค์เป็นเมนูพิเศษ เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น</p><p>ด้วยแนวคิด Italian Dining Experience ผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่น ทำให้ทุกจานอาหารของ Aquaria มีทั้งความเป็นอิตาเลียนผสมผสานความสดใหม่จากเชียงใหม่</p><p>เมนู Premium Grill ไฮไลต์ใหม่ของ Aquaria Restaurant</p><p>หนึ่งในจุดเด่นของเมนูใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจจากนักชิมใน Chiang Mai คือ Premium Grill Menu ที่เน้นวัตถุดิบคุณภาพสูงและเทคนิคการย่างที่ดึงรสชาติธรรมชาติของอาหารออกมาได้อย่างสมบูรณ์</p><p>เมนูย่างของ Aquaria ได้รับแรงบันดาลใจจากครัวอิตาเลียนแบบดั้งเดิม ที่เน้นความเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยรสชาติ</p><p>ตัวอย่างเมนูที่น่าสนใจ ได้แก่</p><p><br></p><p>Grilled Wagyu Beef Orzo with Truffle Sauce ครีมทรัฟเฟิลออร์โซกับเนื้อวากิวย่าง</p><p>Andaman seabass Pan seared in Arrabiatta sauce and black mussels ปลากะพงอันดามันย่างกระทะ เสิร์ฟพร้อมซอสอาราเบียตต้า และหอยแมลงภู่ดำ</p><p>Double Cooked Chicken Thigh with Asian Slaw and Grilled Banana</p><p>เมนูย่างที่สามารถจับคู่กับไวน์อิตาเลียนได้อย่างลงตัว</p><p>กลิ่นหอมจากการย่างไฟช่วยเพิ่มมิติของรสชาติ ทำให้เมนูเหล่านี้เหมาะสำหรับมื้อดินเนอร์พิเศษ หรือการรับประทานอาหารร่วมกับเพื่อนและครอบครัว</p><p><br></p><p>Bruschetta หลากหลายรสชาติ เมนูเรียกน้ำย่อยที่ต้องลอง อีกหนึ่งเมนูใหม่ที่เพิ่มเข้ามาใน Aquaria Restaurant Chiang Mai คือ Bruschetta Selection เมนูเรียกน้ำย่อยสไตล์อิตาเลียนที่เป็นที่นิยมทั่วโลก</p><p>Bruschetta คือขนมปังกรอบที่ย่างจนหอม เสิร์ฟพร้อมท็อปปิ้งสดใหม่หลากหลายแบบ ซึ่งเหมาะสำหรับการเริ่มต้นมื้ออาหารอย่างเบา ๆ</p><p><br></p><p>ตัวอย่างรสชาติที่น่าสนใจ เช่น</p><p>Burrata Chiang Mai Tomato บรูสเก็ตต้า บูราต้าชีสกับมะเขือเทศเชียงใหม่</p><p>Double Hams &amp; Cheeses&nbsp;Mascapone Cheese,&nbsp;Mozzarella Cheese,&nbsp;Parma Ham and Baconบรูสเก็ตต้า ดับเบิ้ลแฮมแอนด์ชีสมาสคาโปนชีส มอซซาเรลลาชีส&nbsp;พาร์มาแฮม และเบคอน</p><p>Burrata Truffle บรูสเก็ตต้า บูราต้าชีสทรัฟเฟิล</p><p>Chorizo Gorgonzola and Mozzarella Cheese บรูสเก็ตต้าโชริโซ กอร์กอนโซลาชีส และมอซซาเรลลาชีส</p><p><br></p><p>เมนูเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีรสชาติสดใหม่ แต่ยังสะท้อนถึงความเรียบง่ายและความสมดุลของอาหารอิตาเลียนแบบแท้จริง วัตถุดิบจากฟาร์มเชียงใหม่ สดใหม่และมีคุณภาพหนึ่งในแนวคิดสำคัญของเมนูใหม่ของ Aquaria คือ Farm to Table Concept โดยเลือกใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรและฟาร์มท้องถิ่นในพื้นที่รอบ Chiang Mai</p><p><br></p><p>วัตถุดิบเหล่านี้ช่วยให้ทุกจานอาหารมีความสดใหม่และมีคุณภาพสูง เช่น ผักสลัดออร์แกนิก มะเขือเทศสดจากฟาร์มท้องถิ่น สมุนไพรสด ผลผลิตตามฤดูกาล</p><p>การใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นไม่เพียงช่วยยกระดับรสชาติของอาหาร แต่ยังช่วยสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ และสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับเมนูของร้านประสบการณ์ดินเนอร์ที่สมบูรณ์แบบใน Old Town Chiang Mai นอกจากอาหารคุณภาพแล้ว บรรยากาศของ Aquaria Restaurant Chiang Mai ยังเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ร้านนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักชิมใน Chiang Mai</p><p><br></p><p>จุดเด่นของร้าน ได้แก่</p><p>บรรยากาศอบอุ่นและมีเอกลักษณ์</p><p>เมนูอาหารอิตาเลียนแท้</p><p>วัตถุดิบคุณภาพจากทั้งต่างประเทศและฟาร์มเชียงใหม่</p><p>เหมาะสำหรับดินเนอร์พิเศษหรือมื้ออาหารกับคนสำคัญ</p><p>ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ ทำให้ Aquaria กลายเป็นหนึ่งในร้านอาหารอิตาเลียนที่น่าค้นหาในย่าน Old Town คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Aquaria RestaurantAquaria Restaurant อยู่ที่ไหน : Aquaria Restaurant Chiang Mai ตั้งอยู่ในย่าน Old Town ของ Chiang Mai ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ และสามารถเดินทางได้สะดวก</p><p><br></p><p>เมนูใหม่ของ Aquaria มีอะไรบ้าง : เมนูใหม่เน้น Premium Grill, Bruschetta หลากหลายรสชาติ และอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากฟาร์มเชียงใหม่</p><p>Aquaria เหมาะกับโอกาสแบบไหน : เหมาะสำหรับดินเนอร์กับเพื่อน ครอบครัว หรือ Romantic Dinner ในเชียงใหม่</p><p><br></p><p>สัมผัสเมนูใหม่ของ Aquaria Restaurant วันนี้</p><p>หากคุณกำลังมองหาร้านอาหารอิตาเลียนที่มีเอกลักษณ์ใน Chiang Mai เมนูใหม่ของ Aquaria Restaurant Chiang Maiพร้อมมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่แตกต่าง ตั้งแต่เมนู Bruschetta เบา ๆ ไปจนถึง Premium Grill จานหลักที่เต็มไปด้วยรสชาติ</p><p><br></p><p>ทุกจานถูกสร้างสรรค์ด้วยความตั้งใจ เพื่อให้มื้ออาหารของคุณกลายเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ</p><p><br></p><p>www.spicegardenchiangmai.com</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69cb6f9ed464b_1774940062.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69cb6f9ed464b_1774940062.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ไม่พัก! กรมการท่องเที่ยวล็อคเป้า “ลิตเติ้ลทัวร์” ลักลอบจัดทัวร์เถื่อนพัทยา-เกาะล้าน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/3825-ไม่พัก-กรมการท่องเที่ยวล็อคเป้า-ลิตเติ้ลทัวร์-ลักลอบจัดทัวร์เถื่อนพัทยา-เกาะล้าน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/3825-ไม่พัก-กรมการท่องเที่ยวล็อคเป้า-ลิตเติ้ลทัวร์-ลักลอบจัดทัวร์เถื่อนพัทยา-เกาะล้าน</guid>
            <pubDate>Mon, 30 Mar 2026 16:55:10 +0700</pubDate>
            <dc:creator>นภัชชา อภิชาภัทรวิช</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[กรมการท่องเที่ยวร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่ชลบุรีตรวจสอบและจับกุมทัวร์เถื่อน ภายหลังได้รับแจ้งเบาะแสการจัดนำเที่ยวผ่านแอปพลิเคชันไลน์...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-center"><strong>ไม่พัก! กรมการท่องเที่ยวล็อคเป้า “ลิตเติ้ลทัวร์” ลักลอบจัดทัวร์เถื่อนพัทยา-เกาะล้าน</strong></p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">กรมการท่องเที่ยวร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่ชลบุรีตรวจสอบและจับกุมทัวร์เถื่อน ภายหลังได้รับแจ้งเบาะแสการจัดนำเที่ยวผ่านแอปพลิเคชันไลน์</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify"><strong>นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว</strong> เปิดเผยว่า สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคตะวันออก (จังหวัดชลบุรี) ได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีผู้จัดรายการนำเที่ยวโดยใช้ชื่อ “ลิตเติ้ลทัวร์” จัดนำเที่ยวพื้นที่พัทยาและเกาะล้าน จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 28–30 มีนาคม 2569 โดยมีการประชาสัมพันธ์</p><p class="ql-align-justify"> และเชิญชวนนักท่องเที่ยวผ่านกลุ่มในแอปพลิเคชันไลน์ จากการตรวจสอบพบว่า “ลิตเติ้ลทัวร์” ไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว และบุคคลที่ดำเนินการนำเที่ยวก็ไม่ได้เป็นผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ได้รับใบอนุญาต </p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคตะวันออก พร้อมด้วยตำรวจท่องเที่ยว จึงร่วมกันลงพื้นที่ติดตามพฤติการณ์พบว่า “ลิตเติ้ลทัวร์” ได้นำนักท่องเที่ยวประมาณ 40 ราย เดินทางมายังเกาะล้าน พัทยา </p><p class="ql-align-justify"> โดยใช้รถบัสหมายเลขทะเบียน 30-0336 จึงได้ดำเนินการเข้าจับกุมผู้กระทำความผิดดังกล่าวในข้อหา “ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับสูงสุดถึง 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” </p><p class="ql-align-justify"> พร้อมจัดทำบันทึกการจับกุมส่งให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify"><strong>อธิบดีกรมการท่องเที่ยว</strong> กล่าวย้ำว่า “กรมการท่องเที่ยวขอย้ำเตือนผู้ประกอบการให้ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และขอให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการบริษัทนำเที่ยวที่ได้รับใบอนุญาต เพื่อความปลอดภัย</p><p class="ql-align-justify"> และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย หากพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่กรมการท่องเที่ยว สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขาทั้ง 8 สาขา หรือศูนย์ปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหา</p><p class="ql-align-justify"> การประกอบธุรกิจท่องเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (ศปต.) โทร 0 2141 3200”&nbsp;</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca485c8ef8d_1774864476.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca485c8ef8d_1774864476.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>MSC พบผู้ลงทุนในงาน Opportunity Day Year End 2025</title>
            <link>https://prnewsplus.com/finance/3824-msc-พบผู้ลงทุนในงาน-opportunity-day-year-end-2025</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/finance/3824-msc-พบผู้ลงทุนในงาน-opportunity-day-year-end-2025</guid>
            <pubDate>Mon, 30 Mar 2026 16:48:50 +0700</pubDate>
            <dc:creator>บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</dc:creator>
            <category>การเงิน / การลงทุน</category>
            <description><![CDATA[MSC พบผู้ลงทุนในงาน Opportunity Day Year End 2025...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>นายสุรเดช เลิศธรรมจักร์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานธุรกิจ บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ “MSC” ผู้ให้บริการอย่างเป็นเลิศแก่ลูกค้าด้วยโซลูชันไอทีที่ดีที่สุด เสนอผลการดำเนินงานประจำปี 2568 และทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 มุ่งเน้นเทคโนโลยี AI การขยายตลาดองค์กรขนาดใหญ่ พร้อมทั้งสร้างพันธมิตรระยะยาวกับลูกค้าในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) ผ่านช่องทางออนไลน์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2569 ณ อาคารสำนักงานใหญ่</p><p><br></p><p>MSC ดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีมากว่า 40 ปี ทั้งผู้บริหารและพนักงานพร้อมก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ เพื่อสร้างรากฐานแห่งอนาคตที่ยั่งยืน รองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และส่งมอบความสำเร็จต่อลูกค้าองค์กรในยุคดิจิทัล&nbsp;</p><p><br></p><p>โดยผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมเติบโต 3% เพิ่มขึ้นประมาณ 235 ล้านบาท จากการเติบโตของธุรกิจซอฟแวร์ การบริการ และโซลูชันด้าน AI ขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 0.4% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิลดลง 34% หรือประมาณ 87 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2567 มีรายการพิเศษจากการชนะคดีความและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน&nbsp;</p><p><br></p><p>สำหรับการเติบโตของธุรกิจในปีที่ผ่านมาได้รับแรงสนับสนุนจากหลายกลุ่มโซลูชัน ได้แก่ Business Application, Data และ AI เติบโต 20%, Cloud Business เติบโต 15% และ Managed Services เติบโต 5%</p><p>ขณะเดียวกัน โครงสร้างรายได้ของบริษัทเริ่มเปลี่ยนไปตามแนวโน้มของอุตสาหกรรม โดยรายได้จากซอฟต์แวร์เติบโต 14% ขณะที่รายได้จากฮาร์ดแวร์ลดลง 7% เนื่องจากองค์กรหันไปใช้บริการ Cloud และบริการแบบ Subscription มากขึ้น</p><p><br></p><p>สำหรับปี 2569 บริษัทวางกลยุทธ์สำคัญเพื่อขับเคลื่อนการเติบโต ได้แก่</p><p>•  ปรับโครงสร้างธุรกิจเป็นกลุ่มธุรกิจย่อย เพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญในแต่ละโซลูชัน</p><p>•  ขยายตลาดลูกค้าองค์กรระดับ Enterprise เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ เช่น พลังงาน Healthcare และภาครัฐ</p><p>•  สร้างพันธมิตรระยะยาวกับลูกค้า โดยเน้นการเป็นพันธมิตรในการวางแผนการลงทุนด้าน IT ร่วมกัน</p><p>•  เสริมความร่วมมือกับพันธมิตรเทคโนโลยี ตั้งแต่ระดับทักษะจนไปถึงการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจร่วมกัน</p><p>•  เน้นเทคโนโลยีและนวัตกรรม AI เพื่อสนับสนุนการจัดการองค์ความรู้ขององค์กร รวมถึงเพิ่มระบบ Automation และประสิทธิภาพการดำเนินงานให้กับองค์กรลูกค้า</p><p>•  เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภายใน เพื่อเพิ่ม Productivity และ Cost Efficiency</p><p>•  พัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับคนรุ่นใหม่ที่จะนำพาองค์กรเติบโตต่อไป</p><p><br></p><p>MSC มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการดำเนินธุรกิจภายใต้หลัก ESG และการกำกับดูแลที่โปร่งใส โดยได้รับ CAC, CGR ระดับดีเลิศ, ESG Rating ระดับ AA พร้อมการรับรองมาตรฐาน ISO เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ</p><p><br></p><p>“เมโทรซิสเต็มส์ไม่เพียงมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร ธุรกิจ และชุมชน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันในอนาคต”&nbsp;</p><p><br></p><p>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:นักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) โทร: 02-089-4000 email: ir@metrosystems.co.th website: www.metrosystems.co.th</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca44fb66e61_1774863611.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca44fb66e61_1774863611.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>สัมผัสเสน่ห์ American Heritage กับ Royal Robbins คอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่ร้าน ADJ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/products/3823-สัมผัสเสน่ห์-american-heritage-กับ-royal-robbins-คอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่ร้าน-adj</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/products/3823-สัมผัสเสน่ห์-american-heritage-กับ-royal-robbins-คอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่ร้าน-adj</guid>
            <pubDate>Mon, 30 Mar 2026 15:08:49 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Nuttinee s</dc:creator>
            <category>สินค้าและบริการ</category>
            <description><![CDATA[ADJ ผู้นำเข้าแฟชั่นมัลติแบรนด์ระดับพรีเมียม ชวนคุณย้อนรอยตำนานการผจญภัยกับ Royal Robbins แบรนด์เสื้อผ้า Outdoor ณ ร้าน The Adjective ชั้น 1 CentralWorld...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://the-adjective.com/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>The Adjective</strong></a> ผู้นำเข้าแฟชั่นมัลติแบรนด์ระดับพรีเมียม ชวนคุณย้อนรอยตำนานการผจญภัยกับ <strong>Royal Robbins (รอยัล โรบบินส์)</strong> แบรนด์เสื้อผ้า Outdoor ระดับตำนานจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ผสมผสานความคลาสสิกแบบ <strong>American Heritage</strong> เข้ากับฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัย มีสไตล์ พร้อมเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่เน้นความยั่งยืนและการใช้งานแบบอเนกประสงค์ (Versatility) พร้อมให้เหล่าบรรดานักเดินทางและผู้ที่หลงใหลในแฟชั่นสายลุยได้สัมผัสแล้ววันนี้ที่ร้าน ADJ CentralWorld (ชั้น 1)</p><p><br></p><h2><strong>ตำนานแห่ง Yosemite: DNA ที่เริ่มจากความรักในธรรมชาติ จากยอดเขาเขาสู่ไลฟ์สไตล์คนเมือง</strong></h2><p><a href="https://the-adjective.com/collections/royal-robbins" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>Royal Robbins</strong></a> ไม่ใช่เพียงแค่แบรนด์เสื้อผ้า แต่คือมรดกทางวัฒนธรรมที่ก่อตั้งโดย <strong>Royal</strong> และ <strong>Liz Robbins</strong> สองสามีภรรยานักปีนเขาระดับตำนานผู้พิชิตหน้าผาในอุทยานแห่งชาติ Yosemite ช่วงยุค 1960 ด้วยจิตวิญญาณที่ต้องการเสื้อผ้าที่ "ทนทานพอสำหรับการปีนเขา แต่สุภาพพอสำหรับมื้อค่ำ" ทำให้ Royal Robbins กลายเป็นแบรนด์ที่บุกเบิกสไตล์ <strong>Classic Outdoor</strong> ที่เน้นความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยฟังก์ชัน (Functional Simplicity) ทำให้ DNA ของแบรนด์มีความโดดเด่นในเรื่อง <strong>“Go Everywhere”</strong> หรือเสื้อผ้าที่สามารถใส่ไปลุยทางไกล เดินป่า หรือจะใส่เดินเที่ยวในเมืองได้อย่างไร้รอยต่อ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทั่วโลกให้การยอมรับ</p><p><br></p><h2><strong>จุดเด่นแบรนด์ Royal Robbins ที่เป็นเอกลักษณ์: ฟังก์ชันที่มาพร้อมความยั่งยืน</strong></h2><p>คอลเลกชันนี้ Royal Robbins ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม:</p><ul><li><strong>Eco-Friendly Materials:</strong> การเลือกใช้เส้นใยธรรมชาติและวัสดุรีไซเคิล ช่วยลดผลกระทบต่อโลกแต่ยังคงความทนทานสูง</li><li><strong>Performance Features:</strong> เทคโนโลยีเนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม (Breathability), ป้องกันรังสียูวี (UPF Protection) และแห้งไว (Quick-dry) เหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย</li><li><strong>Timeless Design:</strong> ดีไซน์ที่อยู่เหนือกาลเวลา ไม่เน้นแฟชั่นที่มาไวไปไว แต่เน้นความคลาสสิกสไตล์ American Heritage ที่หยิบมาใส่ได้ทุกโอกาสในทุกๆวัน</li></ul><h3><br></h3><h2><strong>American Heritage: ความคลาสสิกที่อยู่เหนือกาลเวลา</strong></h2><p>เสน่ห์ของ Royal Robbins ในคอลเลกชันนี้คือการนำเอาดีไซน์ดั้งเดิมที่เป็นไอคอนิกของแบรนด์มาปัดฝุ่นใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นอเมริกันแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นทรงกางเกงที่เป็นเอกลักษณ์ หรือเสื้อเชิ้ตที่ให้ลุคสมบุกสมบันแต่ยังดูดีในทุกสถานการณ์ เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาเสื้อผ้าที่มีเรื่องราวและไม่ล้าสมัยตามกาลเวลา</p><p><br></p><h3><strong>พบกับ Royal Robbins คอลเลกชันใหม่ได้ที่ร้าน ADJ</strong></h3><p>ร่วมสัมผัสความประณีตและการออกแบบที่คำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลักกับ <strong>Royal Robbins</strong> ได้ที่ร้าน <a href="https://maps.app.goo.gl/Q6uyco3C7ZKXNEmu8" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">ADJ<strong> สาขา CentralWorld</strong></a> แหล่งรวมไอเทมสำหรับสาย Outdoor ที่หลงใหลในกลิ่นอายความคลาสสิกและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน</p><p><br></p><p><strong>ช่องทางติดตามข่าวสารและช้อปออนไลน์:</strong></p><ul><li>Website: <a href="https://the-adjective.com/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://the-adjective.com/</a></li><li>Facebook/Instagram: The Adjective</li><li>LINE OA : <a href="https://lin.ee/8YmJJ8R" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">@TheAdjective</a></li></ul>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca2ed7abdbb_1774857943.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca2ed7abdbb_1774857943.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Cafe Buongiorno ปักหมุดสุขุมวิท 49 สร้างสีสันประสบการณ์อิตาเลียน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/food/3822-cafe-buongiorno-ปักหมุดสุขุมวิท-49-สร้างสีสันประสบการณ์อิตาเลียน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/food/3822-cafe-buongiorno-ปักหมุดสุขุมวิท-49-สร้างสีสันประสบการณ์อิตาเลียน</guid>
            <pubDate>Mon, 30 Mar 2026 14:20:39 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส</dc:creator>
            <category>อาหาร / เครื่องดื่ม</category>
            <description><![CDATA[Cafe Buongiorno ปักหมุดสุขุมวิท 49 สร้างสีสันประสบการณ์อิตาเลียน
พร้อมเฉลิมฉลองเกียรติยศ Commendatore Enzo Peroni จากประเทศอิตาลี...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify">แวดวงอาหารและไลฟ์สไตล์ในกรุงเทพฯ คึกคักอีกครั้งกับการเปิดตัวของ Cafe Buongiorno บนถนนสุขุมวิท 49 ที่พร้อมยกระดับประสบการณ์อาหารอิตาเลียนด้วยการผสานรสชาติแบบต้นตำรับเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย ตอบโจทย์ทั้งนักชิมและคนเมืองที่มองหาประสบการณ์ใหม่ในบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นมากกว่าร้านอาหาร แต่เป็น “จุดหมายปลายทาง” สำหรับการใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่ “Cafe Buongiorno Per Tutti” ที่นำเสนอเมนูอิตาเลียนต้นตำรับยอดนิยม ปรุงสดใหม่ด้วยวัตถุดิบคุณภาพ และ “Café Buongiorno Gelateria” โซนเจลาโตที่ถ่ายทอดความสนุกของรสชาติ ผ่านการสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่และหลากหลาย ตั้งแต่รสคลาสสิกไปจนถึงรสชาติที่คาดไม่ถึง</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ Gelato Bar ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างชัดเจน ด้วยแนวคิด “Beyond Imagination” นำเสนอเจลาโตสไตล์อาร์ติซานที่ผลิตอย่างพิถีพิถัน พร้อมรสชาติที่หลากหลาย อาทิ เลมอนอิตาเลี่ยนเบซิล ไวน์แดง และเบียร์ ควบคู่กับรสยอดนิยมอย่างพิสตาชิโอ ช็อกโกแลต และวานิลลา ตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ชื่นชอบความคลาสสิกและผู้ที่ต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">การเปิดตัวนี้นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ Commendatore Enzo Peroni ผู้ก่อตั้งและผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ ซึ่งล่าสุดได้รับการเลื่อนยศจาก Cavaliere สู่ “Commendatore” หนึ่งในเกียรติยศสูงสุดจากเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Order of Merit of the Italian Republic โดยรัฐบาลอิตาลี เพื่อยกย่องบทบาทอันโดดเด่นในการเผยแพร่วัฒนธรรมและอาหารอิตาเลียนสู่เวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">การได้รับเกียรติยศในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Commendatore Enzo Peroni ในการนำเสนอ “Systema Italia” เส้นทางการใช้ชีวิตของชาวอิตาเลี่ยนอย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคในแต่ละประเทศที่แบรนด์เข้าไปดำเนินธุรกิจ รวมถึงประเทศไทยซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญในภูมิภาคเอเชีย</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">ในด้านการออกแบบ Cafe Buongiorno สุขุมวิท 49 ถ่ายทอดเสน่ห์ของคาเฟ่อิตาเลียนร่วมสมัยได้อย่างมีชีวิตชีวา ด้วยการผสานองค์ประกอบของความอบอุ่น ความเรียบง่าย และความเป็นกันเอง สร้างบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงคาเฟ่ท้องถิ่นในอิตาลี ขณะเดียวกันยังคงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการพื้นที่สำหรับการพักผ่อน พบปะสังสรรค์ หรือใช้เวลาในช่วงวันหยุดอย่างมีคุณภาพ</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">แขกผู้มาเยือนสามารถเพลิดเพลินกับเมนูอาหารอิตาเลียนที่ปรุงสดใหม่ในทุกจาน ควบคู่ไปกับเจลาโตแบบอาร์ติซานที่เน้นคุณภาพและความคิดสร้างสรรค์ในทุกรายละเอียด สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ที่ต้องการให้ทุกมื้ออาหารเป็นมากกว่าการรับประทาน แต่เป็นประสบการณ์ที่สร้างความสุขและความทรงจำที่ดี</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">“สำหรับผม อาหารอิตาเลียนคือความสุข ความคิดสร้างสรรค์ และการแบ่งปัน เราตั้งใจให้คาเฟ่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ผู้คนจะได้ค้นพบมิติใหม่ของเจลาโต และสัมผัสประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและน่าจดจำ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งกับการได้รับตำแหน่ง Commendatore และยินดีที่ได้ร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาสำคัญนี้ไปพร้อมกับทุกคนในประเทศไทย” Commendatore Enzo Peroni กล่าว</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">ด้วยการผสานอย่างลงตัวระหว่างอาหารอิตาเลียนต้นตำรับ ความคิดสร้างสรรค์ด้านเจลาโต และบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ Cafe Buongiorno สุขุมวิท 49 พร้อมก้าวขึ้นเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่สำหรับคนรักอาหาร นักชิม และผู้ที่หลงใหลในวัฒนธรรมอิตาเลียน ใจกลางกรุงเทพฯ</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca2424a4e03_1774855204.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca2424a4e03_1774855204.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ผลงานจากครีเอเตอร์ชาวญี่ปุ่นกว่า 150 ราย เผยแพร่สู่ 8 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก “Creator Toy &amp; Art Dis</title>
            <link>https://prnewsplus.com/events/3821-ผลงานจากครีเอเตอร์ชาวญี่ปุ่นกว่า-150-ราย-เผยแพร่สู่-8-ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก-creator-toy-art-dis</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/events/3821-ผลงานจากครีเอเตอร์ชาวญี่ปุ่นกว่า-150-ราย-เผยแพร่สู่-8-ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก-creator-toy-art-dis</guid>
            <pubDate>Mon, 30 Mar 2026 13:54:30 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Hiroko Tomoyose</dc:creator>
            <category>อีเว้นท์</category>
            <description><![CDATA[AniMeEon จัดงาน “Creator Toy & Art Discovery 2026” รวบรวมผลงานครีเอเตอร์ญี่ปุ่นกว่า 150 ราย เปิดขายสู่ 8 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลกจนถึง 5 เม.ย.นี้...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>BeeCruise Inc. ผู้ดำเนินการเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ “AniMeEon” ซึ่งจัดส่งสินค้าป๊อปคัลเจอร์จากญี่ปุ่นไปยังลูกค้าทั่วโลก ขอประกาศการจัดงานออนไลน์มาร์เก็ตระดับโลกแบบจำกัดระยะเวลา “Creator Toy &amp; Art Discovery 2026 (CTD)” เป็นครั้งแรก โดยรวบรวมไอเท็มที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์จากครีเอเตอร์ชาวญี่ปุ่นมานำเสนอแก่ผู้ชมทั่วโลก</p><p><br></p><p>งานจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2026 (วันจันทร์) เวลา 12:00 น. จนถึงวันที่ 5 เมษายน 2026 (วันอาทิตย์) เวลา 23:59 น. ตามเวลาญี่ปุ่น เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ โดยมีผลงานจากครีเอเตอร์ในญี่ปุ่นกว่า 150 รายมารวมไว้ในที่เดียว เปิดโอกาสให้ค้นพบครีเอเตอร์ทอย งานศิลปะ และสินค้าไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนมุมมองสร้างสรรค์อันหลากหลาย นอกจากนี้ ภายในงานยังมีสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะ CTD ของสมนาคุณสำหรับผู้ซื้อ และกิจกรรมแจกของรางวัลหลากหลายตลอดช่วงเวลาจัดงาน</p><p><br></p><p>CTD เปิดให้สั่งซื้อสินค้าได้ไม่เพียงในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมลูกค้าในเกาหลีใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน แคนาดา สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และไทย เพื่อส่งต่อพลังความคิดสร้างสรรค์จากญี่ปุ่นสู่เวทีโลก</p><p><br></p><p><strong>เว็บไซต์จำหน่ายสินค้า: </strong><a href="https://animeeon.com/ja/apps/search/ctd" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>https://animeeon.com/ja/apps/search/ctd</strong></a></p><p><br></p><p><strong>ข้อมูลกิจกรรม</strong></p><p>ระยะเวลาจัดงาน: 30 มีนาคม 2026 (วันจันทร์) เวลา 12:00 น. – 5 เมษายน 2026 (วันอาทิตย์) เวลา 23:59 น. ตามเวลาญี่ปุ่น</p><p>เว็บไซต์ทางการ: <a href="https://ctd.animeeon.com/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://ctd.animeeon.com/</a></p><p>เว็บไซต์จำหน่ายสินค้า: <a href="https://animeeon.com/ja/apps/search/ctd" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://animeeon.com/ja/apps/search/ctd</a></p><p>Instagram ทางการ: <a href="https://www.instagram.com/ctdglobal.info/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://www.instagram.com/ctdglobal.info/</a></p><p>X ทางการ: <a href="https://x.com/ctdglobal_info" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://x.com/ctdglobal_info</a></p><p>ของสมนาคุณสำหรับผู้ซื้อ: สำหรับผู้ที่มียอดซื้อครบ 10,000 เยนขึ้นไปต่อหนึ่งคำสั่งซื้อ (รวมภาษี) รับการ์ดสะสมสุ่มลาย CTD ออริจินัลแบบ 3 ใบ 1 ชุด ซึ่งใช้ภาพจากครีเอเตอร์ที่เข้าร่วมงาน</p><p><br></p><p>สำหรับลูกค้าในต่างประเทศ เงื่อนไขยอดซื้อเพื่อรับของสมนาคุณจะใช้เกณฑ์ตามสกุลเงินท้องถิ่นที่กำหนด</p><p>ของสมนาคุณอย่างเป็นทางการของ CTD ไม่ใช่รายการสำหรับผู้มาก่อนมีสิทธิ์ก่อน แต่จะมอบให้แก่ผู้ที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขครบถ้วนทุกท่าน</p><p>ผู้ซื้อไม่สามารถเลือกลายของการ์ดได้ และครีเอเตอร์บางรายอาจไม่ได้รวมอยู่ในลายการ์ดของสมนาคุณนี้</p><p><br></p><p><strong>เกี่ยวกับ AniMeEon</strong></p><p>AniMeEon คือร้านค้าออนไลน์ระดับโลกที่ดำเนินการโดย BeeCruise โดยเน้นจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับอนิเมะและเกมจากญี่ปุ่น พร้อมมอบสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้แฟน ๆ ทั่วโลกสามารถเลือกซื้อสินค้าเกี่ยวกับผลงานจากญี่ปุ่นได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังสนับสนุนการขยายตัวของคอมมูนิตี้แฟนคลับข้ามพรมแดน นอกจากนี้ AniMeEon ยังเดินหน้าส่งต่อเสน่ห์ของป๊อปคัลเจอร์ญี่ปุ่นในหลายมิติผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น “Creator Toy &amp; Art Discovery” อีกด้วย</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca1df09404d_1774853616.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca1df09404d_1774853616.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>RIDDARA กระแสแรงใน Motor Show 2026 ยอดจองทะลุ 1,000 คัน ภายใน 5 วัน เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคกระบะพลังงานใหม่ในไทย</title>
            <link>https://prnewsplus.com/automotive/3820-riddara-กระแสแรงใน-motor-show-2026-ยอดจองทะลุ-1000-คัน-ภายใน-5-วัน-เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคกระบะพลังงานใหม่ในไทย</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/automotive/3820-riddara-กระแสแรงใน-motor-show-2026-ยอดจองทะลุ-1000-คัน-ภายใน-5-วัน-เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคกระบะพลังงานใหม่ในไทย</guid>
            <pubDate>Mon, 30 Mar 2026 13:50:42 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ยานยนต์</category>
            <description><![CDATA[ยอดจองพุ่งแรง ทางเลือกใหม่ของผู้ใช้งานไทย
ภายในงาน RIDDARA ได้รับความสนใจอย่างมากจากกลุ่มผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์และผู้ประกอบการ SME ในหลากหลายอุตสาหกรรม...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-center"><strong>&nbsp;</strong></p><p class="ql-align-justify"><strong>กรุงเทพฯ,&nbsp;มีนาคม&nbsp;2569</strong>&nbsp;– GEELY RIDDARA (ริดดารา) สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในงาน&nbsp;Bangkok International Motor Show 2026&nbsp;ด้วยยอดจองสะสมทะลุ&nbsp;<strong>1,000&nbsp;คัน ภายในระยะเวลาเพียง&nbsp;5&nbsp;วัน</strong>&nbsp;นับตั้งแต่วันเปิดให้ประชาชนเข้าชม สะท้อนถึงกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคชาวไทย และตอกย้ำการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแบรนด์ดาวเด่นของงานในปีนี้ ความสำเร็จดังกล่าวไม่เพียงเป็นการทำลายสถิติยอดจองของแบรนด์ แต่ยังสะท้อนถึงแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านของตลาดรถกระบะไทย จากเครื่องยนต์สันดาปสู่&nbsp;<strong>รถกระบะพลังงานใหม่ (NEV Pickup)</strong>&nbsp;อย่างชัดเจน</p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify"><img src="https://prnewsplus.com/uploads/posts/content/2026/03/69ca1ce90a93b_1774853353.webp">...</p><p class="ql-align-center"><strong>&nbsp;</strong></p><p class="ql-align-justify"><strong>ยอดจองพุ่งแรง ทางเลือกใหม่ของผู้ใช้งานไทย</strong></p><p class="ql-align-justify">ภายในงาน&nbsp;RIDDARA&nbsp;ได้รับความสนใจอย่างมากจากกลุ่มผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์และผู้ประกอบการSME&nbsp;ในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นค้าปลีก ค้าส่ง งานก่อสร้าง หรือโลจิสติกส์ ซึ่งมองหาทางเลือกใหม่ในการลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจในระยะยาว</p><p class="ql-align-center"><strong>&nbsp;</strong></p><p class="ql-align-justify">หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันยอดจองอย่างต่อเนื่อง คือ&nbsp;<strong>ต้นทุนการใช้งานที่ต่ำอย่างมีนัยสำคัญ</strong>&nbsp;โดย&nbsp;RIDDARA&nbsp;มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพียงประมาณ&nbsp;<strong>0.8–1&nbsp;บาทต่อกิโลเมตร</strong>&nbsp;หรือเพียง&nbsp;20%&nbsp;ของรถกระบะดีเซลทั่วไปที่มีต้นทุนราว&nbsp;4&nbsp;บาทต่อกิโลเมตร ส่งผลให้ผู้ใช้งานที่มีระยะทางเฉลี่ย&nbsp;200&nbsp;กิโลเมตรต่อวัน สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้สูงถึง&nbsp;<strong>16,000–18,000&nbsp;บาทต่อเดือน</strong></p><p class="ql-align-center"><br></p><p class="ql-align-justify">นอกจากนี้ รุ่น&nbsp;ECON&nbsp;ในรูปแบบกระบะ 4 ประตูยังมีราคาเริ่มต้นเพียง&nbsp;<strong>739,000&nbsp;บาท</strong>&nbsp;ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงรถกระบะพลังงานใหม่ได้ง่ายยิ่งขึ้น และมีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับรถกระบะในระดับเดียวกัน</p><p class="ql-align-justify">ด้วยโครงสร้างราคาที่โดดเด่น&nbsp;RIDDARA&nbsp;มีระดับราคาที่&nbsp;<strong>ต่ำกว่ารถกระบะเครื่องยนต์ดีเซลในหลายรุ่น</strong>&nbsp;และยังอยู่ในระดับเพียง&nbsp;<strong>ประมาณครึ่งหนึ่งของรถกระบะพลังงานใหม่จากแบรนด์เจ้าตลาดในอนาคต</strong>&nbsp;ทำให้กลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและผู้ประกอบการ</p><p class="ql-align-center"><strong>&nbsp;</strong></p><p class="ql-align-justify"><strong>สมรรถนะเหนือชั้น ตอกย้ำแนวคิด “พลังงานใหม่คุ้มกว่าน้ำมัน”</strong></p><p class="ql-align-justify">RIDDARA&nbsp;ไม่ได้โดดเด่นเพียงด้านความประหยัด แต่ยังมอบสมรรถนะที่เหนือกว่ารถกระบะเครื่องยนต์สันดาปในหลายมิติ</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รุ่น&nbsp;<strong>RD6</strong>&nbsp;ให้แรงบิดสูงสุด&nbsp;595&nbsp;นิวตันเมตร และกำลัง&nbsp;315 kW&nbsp;พร้อมอัตราเร่ง&nbsp;0–100&nbsp;กม./ชม. ภายใน&nbsp;4.5&nbsp;วินาที</p><p class="ql-align-justify">·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รุ่น&nbsp;<strong>ECON</strong>&nbsp;ให้แรงบิด&nbsp;385&nbsp;นิวตันเมตร และกำลัง&nbsp;200 kW&nbsp;พร้อมสมรรถนะที่โดดเด่นแม้ในสภาพบรรทุกเต็ม</p><p class="ql-align-justify"><strong>รองรับการใช้งานหลากหลาย:</strong></p><p class="ql-align-justify">·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;RD6&nbsp;มาพร้อมโหมดการขับขี่&nbsp;7&nbsp;รูปแบบ รองรับการใช้งานแบบออฟโรด</p><p class="ql-align-justify">·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ECON&nbsp;มาพร้อมโหมด&nbsp;Eco / Standard / Sport&nbsp;เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในหลากหลายสภาพถนน</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify"><strong>ประสบการณ์ใหม่ของกระบะ: ใช้งานแบบกระบะ ขับสบายแบบ&nbsp;SUV</strong></p><p class="ql-align-justify">RIDDARA&nbsp;ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของรถกระบะ ด้วยช่วงล่างแบบอิสระทั้ง&nbsp;4&nbsp;ล้อ ที่ให้ความนุ่มนวลในระดับเดียวกับรถยนต์&nbsp;SUV&nbsp;ขณะที่<strong>ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า</strong>&nbsp;ให้แรงบิดทันทีและการเร่งที่ต่อเนื่องไร้แรงกระตุก ด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง&nbsp;6.1&nbsp;เมตร และระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS)&nbsp;ช่วยให้การควบคุมรถทำได้ง่าย แม้ในสภาพการใช้งานที่ต้องบรรทุกหนัก</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify"><strong>ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้วยรางวัลระดับประเทศ</strong></p><p class="ql-align-justify">ควบคู่กับความสำเร็จด้านยอดจอง&nbsp;RIDDARA&nbsp;ยังได้รับการยอมรับจากวงการยานยนต์ไทย โดย<strong>RIDDARA RD6 ECON 2WD&nbsp;คว้ารางวัล “Best 2WD Pickup EV”&nbsp;ในงาน&nbsp;CAR OF THE YEAR 2026</strong>&nbsp;ซึ่งจัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) สะท้อนถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทั้งในด้านสมรรถนะ ความคุ้มค่า และความเหมาะสมต่อการใช้งานจริงในประเทศไทย</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify"><strong>บทสรุป: จุดเปลี่ยนของตลาดกระบะไทยสู่ยุคพลังงานใหม่</strong></p><p class="ql-align-justify">ความสำเร็จของ&nbsp;RIDDARA&nbsp;ในงาน&nbsp;Motor Show 2026&nbsp;แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า&nbsp;<strong>รถกระบะพลังงานใหม่กำลังกลายเป็นทางเลือกหลักของผู้ใช้งานไทย</strong></p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">RIDDARA&nbsp;ไม่ได้เป็นเพียงอีกหนึ่งตัวเลือก แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญที่ช่วย “เปลี่ยนเกม” ของตลาดรถกระบะ ด้วยการผสาน&nbsp;<strong>สมรรถนะ ความประหยัด และความสะดวกสบาย</strong>&nbsp;เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว</p><p class="ql-align-center">###</p><p class="ql-align-justify"><strong>&nbsp;</strong></p><p class="ql-align-justify"><strong>เกี่ยวกับ&nbsp;GEELY RIDDARA</strong></p><p class="ql-align-justify">GEELY RIDDARA&nbsp;เป็นแบรนด์รถกระบะพลังงานใหม่ในเครือ&nbsp;GEELY AUTO GROUP&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทรถยนต์ชั้นนำระดับโลกที่มุ่งมั่นในการพัฒนายานยนต์พลังงานใหม่ โดยนำจุดแข็งด้านเทคโนโลยี การผลิต และการควบคุมคุณภาพ มาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและไลฟ์สไตล์</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">ปัจจุบัน&nbsp;GEELY RIDDARA&nbsp;ครองส่วนแบ่งอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของตลาดรถกระบะพลังงานใหม่ในประเทศจีน</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca1d4254ea1_1774853442.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69ca1d4254ea1_1774853442.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>We Are Social Thailand จับมือ Monde Nissin บุกโลก Roblox เปิดตัวมหาอำนาจความสนุก “SUMO WORLD”</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/3819-we-are-social-thailand-จับมือ-monde-nissin-บุกโลก-roblox-เปิดตัวมหาอำนาจความสนุก-sumo-world</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/3819-we-are-social-thailand-จับมือ-monde-nissin-บุกโลก-roblox-เปิดตัวมหาอำนาจความสนุก-sumo-world</guid>
            <pubDate>Mon, 30 Mar 2026 11:28:02 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Thitichay Warakulthanaset</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[ครั้งแรกกับการสร้าง Full Experience บน Roblox เชื่อมโลกขนมและเกมเข้าด้วยกัน  ชูคอนเซปต์ขนมเติมพลังตัวจริงยามเล่นเกม พร้อมแก้ Pain Point เด็กยุคใหม่ด้วยการสร้างคอมมูนิตี้ที่ปลอดภัยและกิจกรรมสุด Exclusi...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p><strong style="background-color: transparent;">We Are Social Thailand</strong><span style="background-color: transparent;"> เอเจนซี่ผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลระดับโลก จับมือคุณเพียงจิต นิลคูหา, Marketing Head จาก&nbsp; </span><strong style="background-color: transparent;">Monde Nissin</strong><span style="background-color: transparent;"> ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารและขนมขบเคี้ยว เจ้าของแบรนด์ </span><strong style="background-color: transparent;">“SUMO Mini Cookies”</strong><span style="background-color: transparent;">&nbsp; ประกาศแคมเปญสุดยิ่งใหญ่แห่งปี บุกแพลตฟอร์ม </span><strong style="background-color: transparent;">Roblox</strong><span style="background-color: transparent;"> สร้างปรากฏการณ์ความบันเทิงรูปแบบใหม่ให้กับเด็กไทย ภายใต้แบรนด์ </span><strong style="background-color: transparent;">“SUMO Mini Cookies”</strong><span style="background-color: transparent;"> ชูคอนเซปต์ขนมเติมพลังตัวจริงยามเล่นเกม พร้อมแก้ Pain Point เด็กยุคใหม่ด้วยการสร้างคอมมูนิตี้ที่ปลอดภัยและกิจกรรมสุด Exclusive ร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์เกมเมอร์ชื่อดัง ตั้งแต่ 7 มีนาคมถึง 31 พฤษภาคม 2569 นี้</span></p><p><br></p><p><strong style="background-color: transparent;">คุณปัฐวีร์ อภิวัชรเจริญสิน</strong><span style="background-color: transparent;"> รองผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ </span><strong style="background-color: transparent;">We Are Social Thailand</strong><span style="background-color: transparent;"> ระบุว่าพฤติกรรมของกลุ่ม Gen Alpha เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดย Social Media ในรูปแบบเดิมไม่ใช่พื้นที่หลักในการปฏิสัมพันธ์อีกต่อไป แต่ได้เคลื่อนย้ายเข้าสู่ </span><strong style="background-color: transparent;">Gaming Platform</strong><span style="background-color: transparent;"> อย่าง </span><strong style="background-color: transparent;">Roblox</strong><span style="background-color: transparent;"> ซึ่งกลายเป็น "พื้นที่ทางสังคมใหม่" ที่ผู้คนใช้เวลาและมีปฏิสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม แคมเปญ </span><strong style="background-color: transparent;">SUMO World บนแพลตฟอร์ม Roblox</strong><span style="background-color: transparent;"> จึงถูกออกแบบมาเพื่อหลอมรวมแบรนด์เข้ากับระบบนิเวศนี้อย่างกลมกลืน โดยเปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้โฆษณาที่ขัดจังหวะความสนุก" มาเป็น "ผู้สร้างประสบการณ์" ที่เข้าไปเติมเต็มโลกของเด็กๆ ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น</span></p><p><br></p><p><span style="background-color: transparent;">หัวใจสำคัญของแคมเปญนี้มาจากความเข้าใจใน Insight ของเด็กไทย (People) ที่มีความหลงใหล (Passion) ในการเล่นเกม โดยเฉพาะบน Roblox (Platform) แต่บ่อยครั้งที่การเล่นเกมคนเดียวอาจทำให้เกิดความเหงาหรือขาดแรงจูงใจ </span><strong style="background-color: transparent;">We Are Social Thailand</strong><span style="background-color: transparent;"> จึงใช้ความเชี่ยวชาญด้านคอมมูนิตี้ออกแบบประสบการณ์แบบ </span><strong style="background-color: transparent;">Native Engagement </strong><span style="background-color: transparent;">เพื่อแก้ Pain Point ดังกล่าว โดยสร้างระบบที่ทำให้เด็กๆ ยังคงปฎิสัมพันธ์กับเพื่อนในช่วงปิดเทอม ได้ทำความรู้จักเพื่อนใหม่และเข้าถึงไอดอลในดวงใจได้จริง ภายใต้แนวคิด “เมื่อเล่นเกม นึกถึง </span><strong style="background-color: transparent;">SUMO Mini Cookies </strong><span style="background-color: transparent;">เพื่อนคู่ใจที่คอยเติมพลัง พร้อมลุยในสิ่งที่ชอบไปด้วยกัน”</span></p><p><br></p><p><br></p><p><strong style="background-color: transparent;">ไฮไลท์สำคัญของแคมเปญ:</strong></p><ul><li><strong style="background-color: transparent;">SUMO World - Brand Hub in Roblox:</strong><span style="background-color: transparent;"> สร้างแมพพิเศษของ SUMO Mini Cookies ที่ทำหน้าที่เป็น "ศูนย์กลาง" (Portal) เชื่อมต่อไปยัง 3 แมพที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย มอบประสบการณ์แบบ Full Experience ที่ลื่นไหลและตื่นตาตื่นใจ</span></li><li><strong style="background-color: transparent;">Squad System &amp; Influencer Engagement:</strong><span style="background-color: transparent;"> แก้ Pain Point เรื่องการไม่มีเพื่อนเล่น ด้วยระบบทีมที่มีหัวหน้าเผ่าเป็น </span><strong style="background-color: transparent;">Gaming Influencer</strong><span style="background-color: transparent;"> ขวัญใจเด็กๆ ให้ผู้เล่นได้ใกล้ชิดและร่วมแข่ง tournament กับไอดอลในดวงใจแบบ Real-time</span></li><li><strong style="background-color: transparent;">Limited Edition UGC:</strong><span style="background-color: transparent;"> แจกไอเทมและสกิน (User Generated Content) สุดพิเศษที่มีจำนวนจำกัด ให้เด็กๆ ได้สะสมและนำไปอวด (Flex) ในโลกของ Roblox เพื่อสร้างความภูมิใจและตัวตนในคอมมูนิตี้</span></li><li><strong style="background-color: transparent;">Safe Community:</strong><span style="background-color: transparent;"> พื้นที่ปลอดภัยที่เปิดโอกาสให้เด็กที่มีความสนใจเดียวกันมาแลกเปลี่ยนความชอบและสร้างมิตรภาพใหม่ๆ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ผ่านการพูดคุยภายในแมพ หรือพูดคุยภายใน discord</span></li></ul><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong style="background-color: transparent;">กลยุทธ์ 360 Full Loop จากโลกออนไลน์สู่ตะกร้าช้อปปิ้ง</strong><span style="background-color: transparent;"> แคมเปญนี้ไม่เพียงแต่สร้าง Awareness ในโลกดิจิทัล แต่ยังเชื่อมโยงสู่ยอดขายจริง (Physical Sale) ด้วยกลยุทธ์ </span><strong style="background-color: transparent;">Repurchase Mechanic</strong><span style="background-color: transparent;"> ที่ออกแบบมาให้ผู้เล่นสามารถนำการซื้อสินค้า SUMO Mini Cookies ในชีวิตจริง มาแลกเปลี่ยนเป็นโทเคนภายในเกมเพื่อแลกซื้อไอเทม UGC สุดพิเศษ และสร้างประสบการณ์การเล่นเกมให้กับแฟนเกม Roblox สร้างวงจรการซื้อซ้ำและผูกพันกับแบรนด์อย่างยั่งยืน</span></p><p><span style="background-color: transparent;">แคมเปญนี้เปิดตัวในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ที่เด็กๆ ต้องห่างจากเพื่อนที่โรงเรียน </span><strong style="background-color: transparent;">SUMO</strong><span style="background-color: transparent;"> จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นโซลูชันแก้ความเหงาและเชื่อมเด็กๆเข้ากับเพื่อนๆผ่านกิจกรรมที่เด็กๆรัก โดยการสร้าง </span><strong style="background-color: transparent;">Safe Community</strong><span style="background-color: transparent;"> บน Roblox ที่เด็กๆ สามารถเข้ามาเจอเพื่อนใหม่ และร่วมเล่นกิจกรรมในรูปแบบทีมกับไอดอลในดวงใจ</span></p><p><br></p><p><strong style="background-color: transparent;">คุณณัฐชนัน เชียภานุมาศ, </strong><strong style="background-color: transparent; color: rgb(10, 10, 10);">ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์</strong><strong style="background-color: transparent;">จาก We Are Social Thailand</strong><span style="background-color: transparent;"> กล่าวว่า:</span></p><p><em style="background-color: transparent;">"เราไม่ได้มอง Roblox เป็นแค่สนามเด็กเล่น แต่เรามองเป็นพื้นที่ทางสังคมที่สำคัญที่สุดพื้นที่หนึ่งของเด็กไทย ความท้าทายคือการพาแบรนด์ SUMO เข้าไปอยู่ในจุดนั้นอย่างถูกที่ถูกเวลา เราใช้ความเข้าใจในพฤติกรรมเชิงลึกเพื่อสร้างประสบการณ์ที่เด็กๆ อยากเข้าร่วมจริงๆ และเป็นแบรนด์ที่เด็กจะรักและแชร์ประสบการณ์ไปด้วยกัน ไม่ใช่แค่โฆษณาที่พวกเขาอยากกดข้าม"</em></p><p><span style="background-color: transparent;">ร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่และเติมพลังความสนุกไปกับ SUMO Mini Cookies บน Roblox ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569</span></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c9fb9bc1eec_1774844827.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c9fb9bc1eec_1774844827.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ซิลลิค ฟาร์มา เดินหน้านวัตกรรม Cold Chain ในไทย ชู eZCooler ยกระดับซัพพลายเชนสุขภาพอย่างยั่งยืน พร้อ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/3818-ซิลลิค-ฟาร์มา-เดินหน้านวัตกรรม-cold-chain-ในไทย-ชู-ezcooler-ยกระดับซัพพลายเชนสุขภาพอย่างยั่งยืน-พร้อ</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/3818-ซิลลิค-ฟาร์มา-เดินหน้านวัตกรรม-cold-chain-ในไทย-ชู-ezcooler-ยกระดับซัพพลายเชนสุขภาพอย่างยั่งยืน-พร้อ</guid>
            <pubDate>Mon, 30 Mar 2026 10:11:49 +0700</pubDate>
            <dc:creator>นัฏภรณ์ ไชยสิริยะสวัสดิ์</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[นวัตกรรมด้านโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain) อย่าง “eZCooler” โซลูชันควบคุมอุณหภูมิ สำหรับการจัดเก็บและขนส่งยาที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผลิตภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์ที่มีความอ่...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ในขณะที่ทั่วโลกต้องเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และมุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากทั่วโลก โดยทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างเร่งขับเคลื่อนและสนับสนุนนโยบายเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว </p><p>&nbsp;</p><p><span style="color: black;">ซิลลิค</span> ฟาร์มา (Zuellig Pharma) ในฐานะผู้นำด้านโซลูชันสุขภาพแบบครบวงจรในประเทศไทย ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความยั่งยืนจึงได้พัฒนาและลงทุนด้านนวัตกรรมสีเขียวอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมาเพื่อยกระดับประสิทธิภาพของระบบซัพพลายเชน ซึ่งนับเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการให้บริการด้านสุขภาพของประเทศไทยท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริษัทจึงมุ่งมั่นดำเนินงานด้านระบบซัพพลายเชนให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านคุณภาพและการกำกับดูแล เพื่อให้ทุกภาคส่วนมั่นใจได้ว่า ยาและวัคซีนจะคงประสิทธิภาพและคุณภาพอย่างสมบูรณ์ตลอดกระบวนการกระจายยาและเวชภัณฑ์ไปยังโรงพยาบาล คลินิก และร้านขายยาทั่วประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงการผสานเทคโนโลยีเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านซัพพลายเชนของซิลลิค ฟาร์มา อย่างเป็นรูปธรรม</p><p>&nbsp;</p><p>นวัตกรรมด้านโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain) อย่าง “eZCooler” โซลูชันควบคุมอุณหภูมิ สำหรับการจัดเก็บและขนส่งยาที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผลิตภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์ที่มีความอ่อนไหวต่ออุณหภูมิ เช่น วัคซีนโปลิโอชนิดหยอด (OPV) ที่ต้องเก็บในช่องแช่แข็ง -15 ถึง -25 องศาเซลเซียส<sup>1</sup> </p><p class="ql-align-center"><span style="color: rgb(78, 167, 46);">&nbsp;</span></p><p>โดย eZCooler สามารถควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงมาตรฐานที่กำหนดในอุณหภูมิระหว่าง -15 ถึง -25 &nbsp;องศาเซลเซียส และ 2-8 องศาเศลเซียสได้นานถึง 72 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ด้วยระยะทางการขนส่งที่ไกลที่สุดในประเทศไทยที่เคยให้บริการมา คือ ระยะทางไป-กลับรวม 1,985 กิโลเมตร eZCooler ช่วยลดการใช้พลังงานของระบบทำความเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีสภาพอากาศร้อนชื้น นอกจากนั้นยังมีความปลอดภัยสำหรับการขนส่งสินค้าคืนจากพื้นที่ห่างไกล พร้อมทั้งรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้กล่อง eZCooler ยังมีขนาดบรรจุที่หลากหลายตั้งแต่ขนาดเล็กสุดที่ 8 ลิตร ไปจนถึงขนาดใหญ่ที่สุด 960 ลิตร </p><p>&nbsp;</p><p>ในมิติของการขนส่งและการกระจายสินค้า eZCooler สามารถเพิ่มความแม่นยำของการควบคุมอุณหภูมิในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายอย่างประเทศไทย ลดความเสี่ยงด้านการจัดการสินค้า ช่วยให้สามารถควบคุมอุณหภูมิไปจนถึงที่หมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบการปล่อยคาร์บอนได้อีกด้วย </p><p>&nbsp;</p><p><strong>คุณพักตร์นลิน บูลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด &nbsp;</strong>กล่าวว่า “<span style="color: black;">หนึ่งในกลยุทธ์ขององค์กร คือ การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบสุขภาพ ผ่านการพัฒนาซัพ</span>พลายเชนที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ควบคู่กับการนำเสนอโซลูชันที่เชื่อถือได้ และการดำเนินงานอย่างยั่งยืน เราเชื่อว่า ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะเป็นพลังสำคัญในการช่วยยกระดับทั้งการเข้าถึงการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนและการพัฒนามาตรฐานของระบบสุขภาพโดยรวมเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคตได้อย่างแข็งแกร่ง”</p><p>&nbsp;</p><p>ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma)<span style="color: rgb(78, 167, 46);"> </span>ยังได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้กับกระบวนการดำเนินงานในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความคล่องตัว ความโปร่งใส และความแม่นยำในการบริหารจัดการข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น ระบบบริหารจัดการการขนส่ง FarEye Transport Management System (TMS) ยกระดับการควบคุมและติดตามการขนส่งสินค้า ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็นข้อมูลการขนส่งแบบเรียลไทม์ (end-to-end visibility) สนับสนุนการบริหารจัดการต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมความแม่นยำในการส่งมอบสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพและข้อกำหนดด้านเวลาซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมสุขภาพ การพัฒนาแอปพลิเคชัน EZ Rx ที่ช่วยให้ร้านยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสามารถสั่งซื้อและติดตามสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์ การเปิดตัว AI-Powered Chatbot เพื่อสนับสนุนการให้ข้อมูลและบริการลูกค้าอย่างรวดเร็วทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดจนการนำ AI มาช่วยจัดทำใบสั่งซื้อ (AI-enabled Purchase Order Generation) ในระยะเฟส 1 เพื่อลดขั้นตอนการทำงานที่ต้องอาศัยการดำเนินการด้วยตนเองและเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของกระบวนการทำงาน</p><p>&nbsp;</p><p>นวัตกรรม eZCooler รวมถึงนวัตกรรมด้านดิจิทัลและโซลูชันที่พัฒนาอย่างเป็นระบบนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของซิลลิค ฟาร์มา ในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับประสิทธิภาพระบบซัพพลายเชน และการให้บริการในอุตสาหกรรมสุขภาพไทย พร้อมตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านโซลูชันสุขภาพแบบครบวงจร ด้วยประสบการณ์การดำเนินงานในประเทศไทยกว่า 70 ปี อันเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรบริษัทยาและเวชภัณฑ์ระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย</p><p class="ql-align-center">###</p><p class="ql-align-center">&nbsp;</p><p>แหล่งอ้างอิง&nbsp;</p><p>1.&nbsp;ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพของวัคซีน.&nbsp;คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(ศูนย์รังสิต).&nbsp;สถาบันวัคซีนแห่งชาติ.&nbsp;<a href="https://guruvaccine.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%99/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="color: blue;">https://guruvaccine.com/ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพของวัคซีน</a>&nbsp;</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c9dee1bebae_1774837473.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c9dee1bebae_1774837473.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>เจาะดึงดูดทรัพย์! เช็กดวงนักธุรกิจและคนทำงาน 31 มี.ค. – 6 เม.ย. 2569 ราศีไหนดีลใหญ่ผ่านฉลุย?</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/3817-/lifestyle/business-horoscope-31mar-6apr-2569</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/3817-/lifestyle/business-horoscope-31mar-6apr-2569</guid>
            <pubDate>Mon, 30 Mar 2026 03:19:16 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[เช็กดวงธุรกิจและการเงิน 31 มี.ค. – 6 เม.ย. 2569 ราศีไหนปิดดีลได้, ราศีไหนต้องระวัง พร้อมสีมงคลและทิศเรียกทรัพย์ฉบับคนทำงานจริง...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>สัปดาห์ส่งท้ายมีนาคมเข้าสู่เมษายน 2569 นี้ไม่ใช่สัปดาห์ธรรมดา — พลังของ&nbsp;<strong>ธาตุไม้</strong>&nbsp;และ&nbsp;<strong>ธาตุไฟ</strong>&nbsp;กำลังก่อตัวพร้อมกัน ส่งผลต่อการตัดสินใจทางธุรกิจ ทิศทางการลงทุน และแรงผลักดันส่วนตัวอย่างตรงไปตรงมา มาดูกันว่าสัปดาห์นี้ใครเป็น "ดาวรุ่ง" และใครควร "ถอยเพื่อก้าว"</p><h2>🔥 กลุ่มที่ 1: "Business Hero" — ราศีที่เจรจาและปิดดีลได้คล่องที่สุด</h2><h3>ราศีเมษ (เกิดเดือนเมษายน)</h3><p>พลัง ธาตุไฟ เริ่มหนุนดวงชะตาเต็มตัว คนที่ทำธุรกิจสาย Tech หรือ Digital Marketing จะมีโอกาสปิดดีลแบบไม่คาดฝัน โดยเฉพาะดีลที่ค้างคาอยู่นาน</p><p>💡&nbsp;<strong>แนะนำ:</strong>&nbsp;นำเสนองานในวันอังคารช่วง 09:00–10:30 น. พลังงานช่วงนี้เอื้อต่อการโน้มน้าวและการตัดสินใจของคู่เจรจาเป็นพิเศษ</p><h3>ราศีธนู (เกิดเดือนธันวาคม)</h3><p>ดาวพฤหัสส่งเสริมเรื่อง "หุ้นส่วน" อย่างชัดเจนสัปดาห์นี้ ถ้ามีแผนเซ็นสัญญาหรือเปิดโปรเจกต์ใหม่กับ Partner ต่างชาติ นี่คือจังหวะที่ดีที่สุดในรอบไตรมาส</p><h2>💰 กลุ่มที่ 2: "Wealth Magnet" — ราศีที่กระแสเงินสดและการลงทุนไหลดี</h2><h3>ราศีกุมภ์</h3><p>กระแสเงินไหลเข้าดีในสัปดาห์นี้ แต่มีจุดระวังคือแนวโน้มใช้จ่ายตามอารมณ์และการลงทุนที่ยังไม่ได้คิดรอบด้าน</p><p>💡&nbsp;<strong>แนะนำ:</strong>&nbsp;ถ้าจะเพิ่มพอร์ตการลงทุน เน้นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงก่อน ยังไม่ใช่เวลา lock เงินระยะยาว</p><h3>ราศีพิจิก</h3><p>โดดเด่นเรื่องรายได้จากช่องทางที่เคยทำทิ้งไว้ — Passive Income, Affiliate, หรือคอร์สออนไลน์ที่ไม่ได้ขยับมานาน มีโอกาสฟื้นตัวหรือเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในสัปดาห์นี้</p><h2>🎨 ตารางสรุป: สีมงคลและทิศเรียกทรัพย์ประจำสัปดาห์</h2><h2>ราศีสีมงคลเรียกทรัพย์🔥 กลุ่มธาตุไฟ (เมษ, สิงห์, ธนู)แดงทับทิม, เขียวเหนี่ยวทรัพย์🌍 กลุ่มธาตุดิน (พฤษภ, กันย์, มังกร)ส้มอิฐ, เหลืองทอง💨 กลุ่มธาตุลม (เมถุน, ตุลย์, กุมภ์)ฟ้าสดใส, เทาเงิน💧 กลุ่มธาตุน้ำ (กรกฏ, พิจิก, มีน)ขาวสะอาด, น้ำเงินเข้ม⚠️ สัญญาณจากดาว: ดาวพุธ Retrograde สัปดาห์นี้</h2><p>ในโหราศาสตร์เชิงธุรกิจ สัปดาห์นี้&nbsp;<strong>ดาวพุธ</strong>&nbsp;เข้าสู่ช่วงโคจรพักร (Retrograde) เล็กน้อย ซึ่งมีผลต่อการสื่อสาร การตัดสินใจเร็ว และระบบดิจิทัล</p><p>สิ่งที่ควรระวังในสัปดาห์นี้:</p><ul><li>การส่ง Email สำคัญโดยไม่ตรวจทาน</li><li>การ Launch แคมเปญโฆษณาโดยไม่ทดสอบ Audience ก่อน</li><li>การลงนามสัญญาโดยไม่อ่านเงื่อนไขให้ครบ</li></ul><p>💡&nbsp;<strong>คำแนะนำ:</strong>&nbsp;ช่วงดาวพุธ Retrograde ไม่ใช่เวลาเริ่มต้นสิ่งใหม่โดยไม่จำเป็น แต่เหมาะมากสำหรับการ&nbsp;<strong>ทบทวน ปรับปรุง และ revisit สิ่งที่ค้างอยู่</strong></p><h2>❓ FAQ — คำถามที่คนถามบ่อย</h2><p><strong>ถาม: สัปดาห์นี้ราศีไหนมีเกณฑ์ได้งานใหม่หรือเลื่อนตำแหน่ง?</strong></p><p>ตอบ: ราศีเมถุนและราศีกันย์มีพลังงานดาวส่งเสริมในด้านผลงานและการมองเห็น ทำให้ความสามารถโดดเด่นขึ้นในสายตาผู้บริหารได้ง่ายกว่าปกติ</p><p><strong>ถาม: วันมงคลที่สุดในสัปดาห์นี้สำหรับเริ่มต้นธุรกิจใหม่คือวันไหน?</strong></p><p>ตอบ: วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 ช่วง 11:00–13:00 น. ถือเป็นช่วงที่พลังงานเอื้อต่อการเปิดตัวสินค้าหรือจดทะเบียนธุรกิจมากที่สุดในสัปดาห์นี้</p><p><strong>ถาม: สีมงคลสัปดาห์นี้คืออะไร?</strong></p><p>ตอบ: ขึ้นอยู่กับธาตุประจำราศี กลุ่มธาตุไฟแนะนำสีแดงทับทิมหรือเขียว กลุ่มธาตุน้ำแนะนำขาวหรือน้ำเงินเข้ม</p><p><strong>ถาม: ดาวพุธ Retrograde ส่งผลต่อธุรกิจออนไลน์อย่างไร?</strong></p><p>ตอบ: มักเกิดความผิดพลาดด้านการสื่อสาร เช่น Email ส่งผิด, ระบบขัดข้อง, หรือการตีความสัญญาคลาดเคลื่อน แนะนำให้ตรวจสอบซ้ำก่อนดำเนินการสำคัญทุกครั้ง</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c98943e4cc2_1774815555.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c98943e4cc2_1774815555.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>สงครามอิหร่านกระทบไทยอย่างไร ราคาน้ำมัน-เศรษฐกิจ 2569</title>
            <link>https://prnewsplus.com/finance/3816-iran-war-impact-thailand-oil-2569</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/finance/3816-iran-war-impact-thailand-oil-2569</guid>
            <pubDate>Mon, 30 Mar 2026 02:30:31 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>การเงิน / การลงทุน</category>
            <description><![CDATA[สงครามสหรัฐ-อิหร่านปะทุ 28 ก.พ. 2569 ราคาน้ำมันโลกพุ่ง 110 ดอลลาร์ กระทบไทยทั้งราคาน้ำมัน ค่าครองชีพ และตลาดหุ้น เช็กผลกระทบครบทุกด้านได้ที่นี่...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<h2>สงครามอิหร่าน 2569 เริ่มต้นอย่างไร?</h2><p>วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศในหลายพื้นที่ของอิหร่าน นับเป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลางในรอบหลายทศวรรษ และส่งผลสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกรวมถึงไทยทันที ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นแตะระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากระดับ 67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก่อนเกิดสงคราม และยังมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่องตามพัฒนาการของสถานการณ์</p><h2>ทำไมสงครามอิหร่านถึงกระทบราคาน้ำมันไทย?</h2><p>อิหร่านเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก โดยผลิตน้ำมันวันละประมาณ 3 ล้านบาร์เรล และส่งออกวันละ 1.6 ล้านบาร์เรล เมื่อเกิดสงครามและการส่งออกหยุดชะงัก ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกลดลงทันที ราคาจึงพุ่งสูงขึ้น 5–10% ในทันที นอกจากนี้อิหร่านยังประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก คิดเป็นสัดส่วนถึง 20% ของน้ำมันที่ซื้อขายกันทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกเกิดความตื่นตระหนกอย่างรุนแรง</p><h2>ผลกระทบต่อไทยโดยตรง 5 ด้าน</h2><p>ไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศในสัดส่วนสูงมาก ทำให้เมื่อราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้น ผลกระทบที่ตามมามีอย่างน้อย 5 ด้าน ได้แก่</p><p>ด้านแรก ราคาน้ำมันในประเทศพุ่งสูง ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลขายปลีกในไทยปรับขึ้นตามทันที ประชาชนรับภาระโดยตรงจากค่าเดินทางและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น</p><p>ด้านที่สอง ต้นทุนสินค้าและบริการสูงขึ้น ราคาพลังงานที่แพงขึ้นส่งต่อไปยังต้นทุนการผลิต การขนส่ง และโลจิสติกส์ทุกประเภท ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นตาม</p><p>ด้านที่สาม ตลาดหุ้นไทยผันผวน ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ร่วงหนักถึง 61.75 จุด หรือราว 4% ในวันเปิดทำการแรกหลังเกิดสงคราม จากแรงเทขายของนักลงทุนที่ตื่นตระหนก</p><p>ด้านที่สี่ การส่งออกได้รับผลกระทบ ต้นทุนการขนส่งทางเรือเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากเส้นทางหลายเส้นต้องเบี่ยงหลีกเลี่ยงพื้นที่ขัดแย้ง ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกไทย</p><p>ด้านที่ห้า เงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น แม้ปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อของไทยยังอยู่ในระดับต่ำ แต่หากสงครามยืดเยื้อ แรงกดดันด้านราคาพลังงานอาจดันเงินเฟ้อให้ปรับสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง</p><h2>3 ฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้น</h2><p>นักวิเคราะห์เศรษฐกิจประเมิน 3 สถานการณ์ที่เป็นไปได้ ฉากทัศน์แรกคือสงครามยุติเร็ว หากเจรจาสำเร็จและสงครามสิ้นสุดภายใน 1–2 เดือน ราคาน้ำมันจะค่อยๆ ปรับตัวลดลงสู่ระดับปกติ และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจะอยู่ในวงจำกัด ฉากทัศน์ที่สองคือสงครามยืดเยื้อ 3–6 เดือน ราคาน้ำมันอาจแตะ 120–130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กระทบ GDP ไทยลดลง 0.5–1.0% ฉากทัศน์ที่สามคือสงครามบานปลาย หากซาอุดีอาระเบีย UAE หรือประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นเข้าร่วมความขัดแย้ง ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และกระทบเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง</p><h2>รัฐบาลไทยรับมืออย่างไร?</h2><p>รัฐบาลไทยเพิ่งอนุมัติมาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน 7 ขั้นตอน รวมถึงการปรับเพิ่มสำรองน้ำมันฉุกเฉินจาก 65 วัน เป็น 95 วัน เพื่อป้องกันภาวะน้ำมันขาดแคลนเฉียบพลัน อย่างไรก็ตาม ประชาชนไทยกว่า 78.91% ยังคงกังวลว่าการสู้รบจะส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ตามผลสำรวจของสวนดุสิตโพลที่สำรวจระหว่างวันที่ 3–6 มีนาคม 2569</p><h2>ประชาชนรับมืออย่างไรในช่วงนี้?</h2><p>ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ สิ่งที่ประชาชนทั่วไปทำได้เพื่อลดผลกระทบ ได้แก่ การประหยัดการใช้น้ำมันด้วยวิธีต่างๆ ที่กล่าวไปแล้ว การวางแผนการเงินรองรับค่าครองชีพที่อาจสูงขึ้น การติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเพื่อวางแผนได้ทันท่วงที และสำหรับธุรกิจ ควรพิจารณาทำสัญญาซื้อน้ำมันล่วงหน้าหรือป้องกันความเสี่ยงด้านราคา (Hedging) ไว้บ้าง</p><h2>สรุป: ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด</h2><p>สงครามในตะวันออกกลางครั้งนี้เป็นปัจจัยภายนอกที่อยู่เหนือการควบคุมของไทย แต่การติดตามข้อมูลอย่างถูกต้องและรวดเร็ว จะช่วยให้ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจรับมือและปรับตัวได้ทันก่อนที่ผลกระทบจะลุกลาม ติดตามข่าวสารพลังงาน เศรษฐกิจ และธุรกิจได้ที่&nbsp;<a href="https://prnewsplus.com/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">PRNewsPlus.com</a>&nbsp;แพลตฟอร์มข่าวประชาสัมพันธ์ที่อัปเดตทุกวัน</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c97dd6b8e4b_1774812630.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c97dd6b8e4b_1774812630.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>กต ร่วมกับ มท จัดโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการประสานงาน ด้านการภัยพิบัติของไทยในกรอบอาเซียน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/3815-กต-ร่วมกับ-มท-จัดโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการประสานงาน-ด้านการภัยพิบัติของไทยในกรอบอาเซียน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/3815-กต-ร่วมกับ-มท-จัดโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการประสานงาน-ด้านการภัยพิบัติของไทยในกรอบอาเซียน</guid>
            <pubDate>Sat, 28 Mar 2026 11:53:19 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Nantanach Lertpittayapoom</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 นายเชษฐพันธ์ มากสัมพันธ์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เปิดงาน “โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการประสานงานด้านการจัดการภัยพิบัติของไทยในกรอบอาเซียน” ณ กระทรวงต่างประเทศ...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ซึ่งจัดโดยกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;และศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในการจัดการภัยพิบัติ&nbsp;(AHA Centre)&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า&nbsp;80 คน ประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคประชาสังคม ตลอดจนสถานเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกอาเซียนและคู่เจรจา และองค์การระหว่างประเทศ&nbsp;</p><p>	ในช่วงพิธีเปิด&nbsp;รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศย้ำว่าไทยให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมความร่วมมือด้านการจัดการภัยพิบัติในภูมิภาคอาเซียน&nbsp;และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า&nbsp;โครงการ<strong>เสริมสร้างความเข้มแข็งในการประสานงานด้านการจัดการภัยพิบัติของไทยในกรอบอาเซียน</strong>จะช่วยให้การประสานงานของทุกภาคส่วนมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และย้ำว่า&nbsp;ไทยจะมีบทบาทที่แข็งขันต่อไปในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการจัดการภัยพิบัติของอาเซียน&nbsp;ในช่วงการกล่าวต้อนรับ&nbsp;นายวาทยุทธ วิจารณ์กัยกิจ รักษาการอธิบดีกรมอาเซียนได้แจ้งถึงวัตถุประสงค์การจัดโครงการฯ&nbsp;โดยเฉพาะการส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกด้านการจัดภัยพิบัติในกรอบอาเซียนและเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการประสานงานของหน่วยงานไทย ตามเอกสารมาตรฐานวิธีปฏิบัติของอาเซียน&nbsp;(SASOP)&nbsp;ในส่วนของนายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกล่าวเสริมถึงบทบาทไทยในการจัดการภัยพิบัติในกรอบอาเซียน&nbsp;</p><p>	ในช่วงการอภิปราย ดร. ซีธู เพ เทียน ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ&nbsp;AHA Centre&nbsp;และผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ และสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA)&nbsp;ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติของอาเซียน และการประสานงานระหว่างหน่วยงานไทย กลไกอาเซียน และหุ้นส่วนระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการได้ฝึกซ้อมการประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาในสถานการณ์จำลอง&nbsp;(Tabletop Exercise)&nbsp;ทั้งในกรณีที่ประเทศไทยเป็นฝ่ายขอรับความช่วยเหลือและประเทศไทยเป็นฝ่ายให้ความช่วยเหลือ&nbsp;</p><p>	ในวันที่ 27 มีนาคม 2569 ผู้เข้าร่วมการประชุมฯ มีกำหนดเข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานที่คลังเก็บสิ่งของช่วยเหลือและระบบโลจิสติกส์เพื่อช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติฉุกเฉินของอาเซียน&nbsp;(Disaster Emergency Logistics System for ASEAN: DELSA)&nbsp;ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 16 จังหวัดชัยนาท เพื่อรับฟังบรรยายเกี่ยวกับบทบาทของ&nbsp;DELSA&nbsp;ชัยนาท&nbsp;กับกลไกการจัดการภัยพิบัติในระดับภูมิภาค</p><p><br></p><p class="ql-align-center">	<strong><em>&nbsp;</em></strong></p><p class="ql-align-center"><strong><em>The Ministry of Foreign Affairs&nbsp;together with&nbsp;the Ministry of Interior&nbsp;Organises“Thailand’s Efforts to Strengthen ASEAN’s Coordination&nbsp;In Disaster Management and Tabletop Exercise”</em></strong></p><p class="ql-align-center"><br></p><p class="ql-align-justify">	On 26&nbsp;March 2026,&nbsp;H.E.&nbsp;Mr. Chettaphan Maksamphan, Deputy Permanent Secretary&nbsp;for&nbsp;Foreign Affairs&nbsp;of Thailand&nbsp;presided over&nbsp;the Special Programme,&nbsp;“Thailand’s Efforts to Strengthen ASEAN’s Coordination in Disaster Management and Tabletop Exercise&nbsp;” at Vithes Samosorn, Ministry of Foreign Affairs. The event was&nbsp;co-organised by the Department of&nbsp;ASEAN Affairs, in cooperation with&nbsp;the Department of Disaster Prevention and Mitigation (DDPM), with the support of&nbsp;the ASEAN Coordinating Centre for Humanitarian Assistance on disaster management (AHA Centre).&nbsp;Over&nbsp;80&nbsp;representatives&nbsp;from government agencies,&nbsp;civil society,&nbsp;as well as embassies&nbsp;of ASEAN Member States and Dialogue Partners and international organisations&nbsp;attended the&nbsp;event.</p><p class="ql-align-justify">	At&nbsp;the&nbsp;opening ceremony, the Deputy Permanent Secretary&nbsp;reaffirmed Thailand’s commitment to&nbsp;join the region’s efforts in strengthening&nbsp;ASEAN’sdisaster management mechanisms and cooperation.&nbsp;DPS Chetthaphan expressed hope that&nbsp;the&nbsp;programme could&nbsp;promote greater synergy&nbsp;among all&nbsp;stakeholders and enhance&nbsp;efficient and effective&nbsp;disaster relief.&nbsp;In his welcoming remarks,&nbsp;Mr. Vathayudh Vichankaiyakij,&nbsp;Acting&nbsp;Director-General of the Department of ASEAN Affairs,&nbsp;stated&nbsp;the key objectives of&nbsp;the Department for organising&nbsp;the Programmewhich&nbsp;aims&nbsp;at enhancing understanding&nbsp;of the existing ASEAN disaster management&nbsp;mechanisms, and&nbsp;strengthening&nbsp;coordination&nbsp;among relevant Thai agencies&nbsp;in&nbsp;accordance with the ASEAN Standard Operating Procedure for Regional Standby Arrangements and Coordination of Joint Disaster Relief and Emergency Response Operations&nbsp;(SASOP)&nbsp;and also&nbsp;discussed&nbsp;how&nbsp;Thailand&nbsp;canplay&nbsp;more active&nbsp;role in disaster management cooperation&nbsp;in the ASEAN framework.&nbsp;In addition, Mr. Saharat Wongsakulwiwat, Deputy Director-General of DDPM, highlighted&nbsp;Thailand’s role&nbsp;and contribution&nbsp;in&nbsp;ASEAN’s&nbsp;disaster management.&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">	During the&nbsp;panel discussion, the Director of&nbsp;Operations of the AHA Centre,&nbsp;and&nbsp;experts from government agencies and UN OCHA,&nbsp;shared views and experiences in disaster management and coordination among Thai&nbsp;agencies, ASEAN mechanisms, and international frameworks.&nbsp;During the&nbsp;Tabletop&nbsp;Exercise,&nbsp;participants&nbsp;actively engaged&nbsp;n&nbsp;scenario-based&nbsp;disaster response&nbsp;simulations.&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">	On 27 March 2026, the Ministry of Foreign Affairs&nbsp;will&nbsp;organise a study visit to Disaster Emergency Logistics System&nbsp;for ASEAN (DELSA) in Chainat Province&nbsp;to&nbsp;learn more about&nbsp;role of&nbsp;DELSA Chainat&nbsp;in ASEAN’s&nbsp;disaster management mechanism.</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c6b77da0615_1774630781.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c6b77da0615_1774630781.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>โรงพยาบาล บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ ได้รับรางวัล Ocean Life Hospital Awards 2025 ไทยสมุทรประกันชีวิต</title>
            <link>https://prnewsplus.com/insurance/3814-โรงพยาบาล-บีแคร์-เมดิคอลเซ็นเตอร์-ได้รับรางวัล-ocean-life-hospital-awards-2025-ไทยสมุทรประกันชีวิต</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/insurance/3814-โรงพยาบาล-บีแคร์-เมดิคอลเซ็นเตอร์-ได้รับรางวัล-ocean-life-hospital-awards-2025-ไทยสมุทรประกันชีวิต</guid>
            <pubDate>Fri, 27 Mar 2026 17:43:18 +0700</pubDate>
            <dc:creator>ชนกนาถ แสงสนธิ์</dc:creator>
            <category>ประกันภัย / ประกันชีวิต</category>
            <description><![CDATA[โรงพยาบาล บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ ได้รับรางวัล Ocean Life Hospital Awards 2025 ประเภท Smart Medical Management Award จาก บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ OCEAN LIFE ไทยสมุทร...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify">	โรงพยาบาล บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ ได้รับรางวัล Ocean Life Hospital Awards 2025 ประเภท Smart Medical Management Award จาก บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ OCEAN LIFE ไทยสมุทร ซึ่งเป็นรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติสถานพยาบาลเครือข่ายที่มีมาตรฐานการให้บริการด้านสุขภาพที่เป็นเลิศ และมีบทบาทสำคัญในการดูแลลูกค้าของบริษัทฯ ด้วยคุณภาพ ความใส่ใจ และความเป็นมืออาชีพ โดยมี คุณชนัญชิดา จอมแสง ผู้บริหารฝ่ายการตลาด เป็นตัวแทนในการรับรางวัลดังกล่าว โดยมีจัดงานมอบรางวัล ณ แกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี ในวันที่ 26 มีนาคม 2569</p><p class="ql-align-justify">	รางวัลดังกล่าว สะท้อนถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่าง OCEAN LIFE ไทยสมุทร และ โรงพยาบาล บี.แคร์ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมดิคอลเซ็นเตอร์ ในการร่วมกันยกระดับคุณภาพการประกันสุขภาพ และพัฒนามาตรฐานการให้บริการทางการแพทย์ให้มีความครอบคลุม มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพของลูกค้าในทุกมิติ</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c65c021fee5_1774607362.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c65c021fee5_1774607362.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>10 วิธีประหยัดค่าไฟหน้าร้อน 2569 แอร์เย็นฉ่ำ บิลไม่พุ่ง</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/3813-10-วิธีประหยัดค่าไฟหน้าร้อน-2569-แอร์เย็นฉ่ำ-บิลไม่พุ่ง</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/3813-10-วิธีประหยัดค่าไฟหน้าร้อน-2569-แอร์เย็นฉ่ำ-บิลไม่พุ่ง</guid>
            <pubDate>Fri, 27 Mar 2026 13:29:35 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[อากาศร้อน 40 องศา แอร์ก็ต้องเปิด แต่ไม่ต้องให้บิลค่าไฟช็อก รวม 10 วิธีใช้แอร์อย่างถูกต้อง ประหยัดได้จริงหลายร้อยถึงพันบาทต่อเดือน...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<h2>หน้าร้อน 2569 ร้อนแรงสุดในรอบหลายปี ค่าไฟพุ่งตาม</h2><p>เดือนมีนาคม–เมษายน 2569 อุณหภูมิในหลายจังหวัดพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ทุกบ้านต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมากขึ้นกว่าเดิม และนั่นหมายถึงบิลค่าไฟที่พุ่งสูงตามมาทันที รู้หรือไม่ว่าหากอุณหภูมิภายนอกเพิ่มขึ้นเพียง 1 องศา แอร์จะใช้พลังงานเพิ่มขึ้นถึง 3% และถ้าเราลดอุณหภูมิแอร์ลง 1 องศา จะกินไฟเพิ่มอีกถึง 10% แต่ถ้ารู้วิธีใช้แอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง ประหยัดค่าไฟได้จริงหลายร้อยถึงพันบาทต่อเดือน</p><h2>1. ตั้งอุณหภูมิแอร์ที่ 27 องศา + เปิดพัดลมช่วย</h2><p>หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือการตั้งแอร์ที่ 25 องศาเพราะคิดว่าประหยัดไฟที่สุด แท้จริงแล้ว 25 องศาคืออุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกสบาย แต่ถ้าเปิดพัดลมเป่าร่วมด้วย การตั้งแอร์ที่ 27 องศาให้ความรู้สึกเย็นสบายใกล้เคียงกัน ในขณะที่คอมเพรสเซอร์ทำงานน้อยลง กินไฟน้อยลง และประหยัดค่าไฟได้จริง เพราะพัดลมกินไฟเพียง 40–60 วัตต์ เทียบกับแอร์ที่กินหลักร้อยถึงพันวัตต์</p><p class="ql-align-center"><br></p><h2>2. ล้างแอร์ทุก 6 เดือน — ประหยัดค่าไฟได้ถึง 10%</h2><p>แอร์ที่ใช้งานมานานโดยไม่ล้างจะมีฝุ่นและสิ่งสกปรกสะสมในแผ่นกรอง ทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้นและกินไฟมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว การล้างแอร์ทุก 6 เดือนช่วยประหยัดค่าไฟได้ถึง 10% นอกจากนี้ยังควรถอดแผ่นกรองอากาศมาล้างทำความสะอาดเองทุก 2–3 เดือน ซึ่งทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องเรียกช่าง</p><h2>3. ระบายความร้อนในห้องก่อนเปิดแอร์ 10–15 นาที</h2><p>ก่อนเปิดแอร์ ควรเปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้ประมาณ 10–15 นาทีเพื่อระบายความร้อนที่สะสมอยู่ในห้องออกไปก่อน เพราะถ้าเปิดแอร์ในห้องที่ร้อนจัด แอร์ต้องทำงานหนักมากในช่วงแรกเพื่อดึงอุณหภูมิลงมา ทำให้กินไฟสูงกว่าปกติ หลังระบายความร้อนแล้วจึงปิดประตูหน้าต่าง และปิดม่านให้สนิทเพื่อป้องกันแสงแดดส่องเข้า</p><h2>4. ใช้แอร์ในพื้นที่ปิด — ห้ามเปิดพื้นที่โล่ง</h2><p>การเปิดแอร์ในห้องที่ไม่มีประตูกั้น เช่น ห้องโถง บันได หรือพื้นที่เชื่อมต่อกับห้องอื่น ทำให้แอร์ต้องทำงานหนักมากขึ้นหลายเท่าตัว และยังไม่เย็นอีกด้วย ควรกั้นพื้นที่ด้วยฉากหรือม่านหนา และตรวจสอบว่าประตูหน้าต่างทุกบานปิดสนิทก่อนเปิดใช้แอร์เสมอ</p><h2>5. ตั้งเวลาปิดแอร์อัตโนมัติก่อนตื่นนอน</h2><p>ในช่วงนอนหลับ อุณหภูมิร่างกายจะลดลงตามธรรมชาติ ทำให้ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ตลอดคืน ลองตั้ง Timer ปิดแอร์ให้ดับก่อนตื่น 1–1.5 ชั่วโมง เฉพาะช่วงดึกที่อากาศเย็นลงตามธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงเท่านี้ก็ประหยัดค่าไฟได้อีกหลายหน่วยต่อคืน</p><h2>6. เปลี่ยนมาใช้แอร์อินเวอร์เตอร์ (Inverter)</h2><p>แอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ประหยัดพลังงานมากกว่าแอร์ธรรมดาถึง 20–30% เพราะคอมเพรสเซอร์ทำงานต่อเนื่องในรอบต่ำแทนการสตาร์ท-ดับซ้ำๆ ซึ่งกินไฟมากกว่า สำหรับบ้านที่ใช้แอร์วันละ 8 ชั่วโมงขึ้นไป การเปลี่ยนมาใช้แอร์อินเวอร์เตอร์ระดับ 5 ดาว คืนทุนได้ใน 2–3 ปีและประหยัดไปอีกหลายสิบปี</p><h2>7. ติดฉนวนกันความร้อน ม่านกันแสง UV</h2><p>ฉนวนกันความร้อนและม่านกันแสง UV ช่วยลดความร้อนที่ส่งผ่านเข้ามาทางหลังคา ผนัง และหน้าต่างได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ห้องเย็นขึ้นเองตามธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งแอร์มาก การลงทุนติดฟิล์มกรองแสง UV ที่กระจกหน้าต่างด้านที่รับแดดช่วงบ่าย ราคาเริ่มต้นเพียงไม่กี่พันบาท แต่ประหยัดค่าไฟได้ยาวนานหลายปี</p><h2>8. ปิดอุปกรณ์ที่ให้ความร้อนขณะเปิดแอร์</h2><p>เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ปล่อยความร้อน เช่น เตารีด กาน้ำร้อน ไมโครเวฟ เตาไฟฟ้า หรือแม้แต่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ล้วนทำให้อุณหภูมิในห้องสูงขึ้น บังคับให้แอร์ต้องทำงานหนักขึ้นโดยไม่จำเป็น ควรปิดหรือย้ายอุปกรณ์เหล่านี้ออกจากห้องที่เปิดแอร์ และหลีกเลี่ยงการเข้าออกห้องบ่อยๆ เพราะทำให้ความเย็นสูญเสียออกไปทุกครั้ง</p><h2>9. ติดตั้งโซลาร์เซลล์ — แก้ปัญหาค่าไฟในระยะยาว</h2><p>สำหรับบ้านที่ใช้ไฟสูงในช่วงกลางวัน โซลาร์เซลล์เป็นทางออกระยะยาวที่คุ้มค่าที่สุด เพราะแดดแรงสุดในช่วงกลางวันตรงกับเวลาที่แอร์ทำงานหนักที่สุดพอดี ปัจจุบันราคาแผงโซลาร์ลดลงมากและมีโปรแกรมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากหลายธนาคาร ระยะคืนทุนอยู่ที่ประมาณ 5–7 ปี หลังจากนั้นไฟฟ้าแทบฟรีอีกกว่า 20 ปี</p><p class="ql-align-center"><img src="https://prnewsplus.com/uploads/posts/content/2026/03/69c6239380c46_1774592915.webp"></p><h2>10. ตรวจสอบค่าไฟออนไลน์และวางแผนการใช้</h2><p>การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) มีแอปพลิเคชันให้ติดตามยอดใช้ไฟแบบ real-time การดูยอดใช้ไฟเป็นประจำทุกสัปดาห์ช่วยให้รู้ว่าช่วงไหนใช้ไฟมากผิดปกติและสามารถปรับพฤติกรรมได้ทันก่อนบิลแพง นอกจากนี้ควรเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เท่านั้นเมื่อต้องซื้อใหม่</p><h2>สรุป: ประหยัดค่าไฟหน้าร้อนได้จริง 500–2,000 บาทต่อเดือน</h2><p>เพียงแค่ปรับพฤติกรรมการใช้แอร์ให้ถูกต้อง ตั้งอุณหภูมิ 27 องศาพร้อมพัดลม ล้างแอร์สม่ำเสมอ และลดการรั่วไหลของความเย็น สามารถประหยัดค่าไฟได้จริง 500–2,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับจำนวนแอร์และพฤติกรรมการใช้งาน ในหน้าร้อนที่ร้อนแรงเช่นนี้ ไม่ต้องทนร้อน แค่ใช้ให้เป็นก็อยู่รอดได้</p><p>ติดตามข่าวสารด้านพลังงาน เศรษฐกิจ และการลดค่าใช้จ่ายได้ที่&nbsp;<a href="https://prnewsplus.com/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">PRNewsPlus.com</a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c623cf55f26_1774592975.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c623cf55f26_1774592975.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>10 วิธีเอาตัวรอดยุคน้ำมันแพง 2569 ลดค่าใช้จ่ายได้จริงหลักพัน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/3812-10-วิธีเอาตัวรอดยุคน้ำมันแพง-2569-ลดค่าใช้จ่ายได้จริงหลักพัน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/3812-10-วิธีเอาตัวรอดยุคน้ำมันแพง-2569-ลดค่าใช้จ่ายได้จริงหลักพัน</guid>
            <pubDate>Fri, 27 Mar 2026 12:08:37 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[รวม 10 วิธีเอาตัวรอดยุคน้ำมันแพง 2569 ปรับพฤติกรรมขับขี่ เลือกพลังงานทางเลือก และบริหารค่าใช้จ่ายให้ประหยัดได้จริงหลักพันบาทต่อเดือน อ่านเลย...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<h2>ราคาน้ำมันพุ่ง คนไทยต้องรับมืออย่างไร?</h2><p>ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2568 ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของคนไทยทุกกลุ่ม ทั้งค่าเดินทาง ต้นทุนสินค้า และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่หากรู้จักวิธีรับมือที่ถูกต้อง คุณสามารถลดภาระค่าน้ำมันได้จริงโดยไม่ต้องเปลี่ยนไลฟ์สไตล์มากนัก</p><h2>1. ปรับพฤติกรรมขับขี่ — ประหยัดได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุน</h2><p>วิธีที่ประหยัดได้เร็วที่สุดคือการเปลี่ยนนิสัยขับรถ การรักษาความเร็วคงที่ที่ 80–90 กม./ชม. บนทางหลวงช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานในรอบที่มีประสิทธิภาพสูงสุด หลีกเลี่ยงการเร่ง-เบรกกะทันหัน ดับเครื่องเมื่อจอดนิ่งเกิน 1 นาที และเปิด Eco Mode เมื่อขับในเมือง เพียงเท่านี้ประหยัดน้ำมันได้ทันที 15–20%</p><h2>2. ดูแลรักษารถให้อยู่ในสภาพดีเสมอ</h2><p>รถที่ขาดการดูแลสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าปกติโดยที่เราไม่รู้ตัว สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจลมยางทุกสัปดาห์ ยางที่แฟบเพียง 10 PSI จากค่ามาตรฐานเพิ่มการสิ้นเปลืองน้ำมันถึง 3–5% นอกจากนี้ควรเปลี่ยนกรองอากาศตามกำหนด ใช้น้ำมันเครื่องตามสเปกผู้ผลิต และลดน้ำหนักของที่ไม่จำเป็นในรถออก</p><h2>3. เลือกประเภทน้ำมันให้ถูกต้อง</h2><p>การเติมน้ำมันออกเทนสูงกว่าที่จำเป็นไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพ แต่เพิ่มค่าใช้จ่ายโดยเปล่าประโยชน์ รถยนต์ทั่วไปส่วนใหญ่รองรับแก๊สโซฮอล์ E20 ซึ่งราคาถูกกว่าน้ำมันเบนซิน 95 ประมาณ 2–5 บาทต่อลิตร ควรตรวจสอบออกเทนที่แนะนำในคู่มือรถก่อนเติมเสมอ</p><h2>4. วางแผนเส้นทางก่อนออกเดินทาง</h2><p>การติดอยู่ในรถนิ่งๆ บนถนนที่รถติดคือการเผาน้ำมันโดยไม่ได้ไปไหน ใช้ Google Maps หรือ Waze เลือกช่วงเวลาออกเดินทางที่หลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน รวมทริปธุระหลายอย่างให้อยู่ในเส้นทางเดียวกัน และชอปปิงออนไลน์แทนขับไปห้างสำหรับสินค้าที่ไม่ต้องลองก่อน</p><h2>5. คาร์พูลกับเพื่อนร่วมทาง — ลดค่าใช้จ่ายได้ทันที 50%</h2><p>การผลัดกันขับกับเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนบ้านที่เดินทางเส้นทางเดียวกัน ช่วยลดค่าน้ำมันได้ทันที 50% ตัวอย่างเช่น หากเติมน้ำมัน 3,000 บาทต่อเดือน การคาร์พูล 2 คนผลัดกันขับประหยัดได้คนละ 1,500 บาทต่อเดือน หรือ 18,000 บาทต่อปี</p><h2>6. ใช้ระบบขนส่งสาธารณะให้คุ้มค่า</h2><p>สำหรับคนในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ BTS MRT และรถเมล์ NGV ครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้นและประหยัดกว่าขับรถเองในพื้นที่รถติดมาก การใช้บัตร Rabbit Card หรือบัตรแมงมุมยังช่วยลดค่าโดยสารสะสมได้อีกด้วย</p><h2>7. Work from Home — ไม่ขับเลย ไม่เสียค่าน้ำมันเลย</h2><p>การทำงานจากบ้านเพียง 2–3 วันต่อสัปดาห์ประหยัดค่าน้ำมันได้มากที่สุดในบรรดาทุกวิธี หลายองค์กรยังมีนโยบาย Hybrid Work รองรับอยู่ ลองเจรจากับหัวหน้าในวันที่งานทำ remote ได้จริง หรือรวม meeting ทุกอย่างไว้วันเดียว แล้วไปออฟฟิศแค่ครั้งเดียวต่อสัปดาห์</p><h2>8. พิจารณาพลังงานทางเลือก EV / NGV / LPG</h2><p>พลังงานทางเลือกเป็นทางออกระยะยาวที่ดีที่สุด รถ EV มีค่าชาร์จไฟสำหรับวิ่ง 100 กม. เพียงประมาณ 40–60 บาท เทียบกับค่าน้ำมัน 180–250 บาทสำหรับระยะทางเดียวกัน ถูกกว่ากันถึง 70% สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนรถ การติดตั้งระบบ NGV หรือ LPG เป็นตัวเลือกกลางที่คุ้มทุนได้เร็วกว่า</p><p class="ql-align-center"><img src="https://prnewsplus.com/uploads/posts/content/2026/03/69c61026990da_1774587942.webp"></p><h2>9. ใช้บัตรเครดิตและสิทธิพิเศษที่ปั๊มให้เป็น</h2><p>ถ้าต้องเติมน้ำมันอยู่แล้ว ควรได้รับส่วนลดหรือเงินคืนจากทุกครั้งที่เติม บัตรเครดิตที่ให้ cashback ที่ปั๊มน้ำมันปกติอยู่ที่ 3–6% ของยอดเติม นอกจากนี้การสมัครสมาชิก PTT Life, Bangchak Be Member หรือ IRPC Club และดาวน์โหลดแอปของปั๊มจะช่วยให้เข้าถึงโปรโมชันราคาพิเศษที่มีเฉพาะในแอปได้</p><h2>10. ติดตามราคาน้ำมันและปรับแผนตลอดเวลา</h2><p>ราคาน้ำมันเปลี่ยนทุกสัปดาห์ตามราคาตลาดโลกและนโยบายรัฐบาล การติดตามผ่านเว็บไซต์กรมธุรกิจพลังงาน (doeb.go.th) ซึ่งประกาศราคาอ้างอิงรายวัน และการใช้ Google Maps เปรียบเทียบราคาปั๊มใกล้เคียงก่อนเติม ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นและไม่พลาดช่วงราคาถูก</p><h2>สรุป: ประหยัดได้จริงหลักพันบาทต่อเดือน</h2><p>สำหรับคนขับรถ 1,500–2,000 กม.ต่อเดือน หากทำตามวิธีทั้ง 10 ข้อข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤติกรรมขับขี่ ดูแลรักษารถ คาร์พูล หรือ WFH บางวัน สามารถประหยัดค่าน้ำมันได้ 1,500–3,000 บาทต่อเดือน หรือมากถึง 36,000 บาทต่อปี โดยไม่ต้องรอให้ราคาน้ำมันลงก็อยู่รอดได้</p><p>ติดตามข่าวสารด้านพลังงาน ธุรกิจ และเศรษฐกิจได้ที่&nbsp;<a href="https://prnewsplus.com/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">PRNewsPlus.com</a>&nbsp;แพลตฟอร์มเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ภาษาไทยชั้นนำ</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c610d567ae2_1774588117.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c610d567ae2_1774588117.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>สัญญาณแฝง &quot;สัตว์ขาดทองแดง&quot; ปัญหาเงียบในฟาร์มที่แก้ได้ด้วยคอปเปอร์ซัลเฟตคุณภาพ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/products/3810-สัญญาณแฝง-สัตว์ขาดทองแดง-ปัญหาเงียบในฟาร์มที่แก้ได้ด้วยคอปเปอร์ซัลเฟตคุณภาพ</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/products/3810-สัญญาณแฝง-สัตว์ขาดทองแดง-ปัญหาเงียบในฟาร์มที่แก้ได้ด้วยคอปเปอร์ซัลเฟตคุณภาพ</guid>
            <pubDate>Fri, 27 Mar 2026 11:20:30 +0700</pubDate>
            <dc:creator>MrACC chemical</dc:creator>
            <category>สินค้าและบริการ</category>
            <description><![CDATA[ในการทำฟาร์มปศุสัตว์ยุคใหม่ เป้าหมายที่ทุกคนต้องการคือสัตว์ที่มีสุขภาพดีและให้ผลผลิตที่คุ้มค่าที่สุด มองข้ามแร่ธาตุรองอย่าง “ทองแดง” ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนระบบชีวภาพกว่า 30 ชนิดในร่างกายสัตว์...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ในการทำฟาร์มปศุสัตว์ยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นฟาร์มสุกร สัตว์ปีก หรือโคนม เป้าหมายที่ทุกคนต้องการคือสัตว์ที่มีสุขภาพดีและให้ผลผลิตที่คุ้มค่าที่สุด หลายครั้งเรามักทุ่มเทไปกับการคำนวณโปรตีนหรือพลังงาน จนอาจมองข้ามแร่ธาตุรองอย่าง “ทองแดง” ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนระบบชีวภาพกว่า 30 ชนิดในร่างกายสัตว์ ภาวะขาดทองแดงไม่ได้เกิดจากอาหารไม่เพียงพอเสมอไป แต่อาจเกิดจากแร่ธาตุอื่นในอาหารที่มากเกินไปจนไปขัดขวางการดูดซึม ซึ่งหากปล่อยไว้อาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่บั่นทอนกำไรของฟาร์มได้อย่างมหาศาล</p><p><br></p><p>สัญญาณแฝงที่ผู้เลี้ยงมักมองข้ามมีตั้งแต่ปัญหาเรื่องผิวหนังและขน เช่น ในวัวสีเข้มที่ขนเริ่มกลายเป็นสีสนิม หรือสัตว์ปีกที่ขนหยาบกระด้างไม่เงางาม เนื่องจากขาดเอนไซม์ที่ใช้สร้างเม็ดสีและดูแลเนื้อเยื่อ นอกจากนี้ยังมีปัญหาโครงสร้างกระดูกที่ไม่สมบูรณ์ในระดับไมโครสโคป ส่งผลให้สัตว์ขาอ่อนหรือบาดเจ็บง่ายเมื่ออายุมากขึ้น ที่น่ากลัวที่สุดคือ "ความไม่คุ้มทุน" ในการผลิต สัตว์อาจกินอาหารปกติแต่ร่างกายกลับเปลี่ยนเป็นน้ำหนักตัวได้น้อยลง รวมถึงระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอจนทำให้สัตว์ป่วยบ่อยแบบหาสาเหตุไม่ได้ การมองเห็นสัญญาณเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษามาตรฐานของฟาร์ม</p><p><br></p><p>ทางออกที่แม่นยำและได้รับความนิยมสูงในอุตสาหกรรมคือการใช้ "คอปเปอร์ซัลเฟต" (Copper Sulphate) ซึ่งเป็นแหล่งทองแดงที่คุ้มค่าและร่างกายสัตว์สามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยฟื้นฟูระบบเมตาบอลิซึมและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กลับมาแข็งแรง อย่างไรก็ตาม การใช้งานจำเป็นต้องผ่านการคำนวณปริมาณที่แม่นยำโดยนักโภชนาการสัตว์หรือสัตวแพทย์ เพื่อให้เหมาะสมกับสายพันธุ์และช่วงวัย เพราะหากให้น้อยไปก็ไม่เห็นผล หรือหากมากเกินไปก็อาจเกิดพิษต่อสัตว์ได้</p><p><br></p><p>สรุปได้ว่าการดูแลเรื่องแร่ธาตุทองแดงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ฟาร์มเติบโตได้อย่างยั่งยืน การทำความเข้าใจสัญญาณแฝงและการเลือกใช้สารเสริมที่มีคุณภาพอย่างถูกต้อง จะช่วยให้สัตว์เติบโตได้เต็มศักยภาพ ลดความสูญเสียที่ไม่จำเป็น และยกระดับมาตรฐานผลผลิตสู่ระดับสากลได้อย่างมั่นใจ</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c5f72f94599_1774581551.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c5f72f94599_1774581551.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>10 วิธีเอาตัวรอดยุคน้ำมันแพง 2568 ลดค่าใช้จ่ายได้จริงหลักพัน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/3811-10-วิธีเอาตัวรอดยุคน้ำมันแพง-2568-ลดค่าใช้จ่ายได้จริงหลักพัน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/3811-10-วิธีเอาตัวรอดยุคน้ำมันแพง-2568-ลดค่าใช้จ่ายได้จริงหลักพัน</guid>
            <pubDate>Fri, 27 Mar 2026 11:15:14 +0700</pubDate>
            <dc:creator>PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[น้ำมันแพงกระทบทุกคน แต่ถ้ารู้วิธีรับมือที่ถูกต้อง ประหยัดค่าน้ำมันได้จริงกว่า 2,000 บาทต่อเดือนโดยไม่ต้องเปลี่ยนชีวิต...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<h2>ราคาน้ำมันพุ่ง คนไทยต้องรับมืออย่างไร?</h2><p>ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2568 ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของคนไทยทุกกลุ่ม ทั้งค่าเดินทาง ต้นทุนสินค้า และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่หากรู้จักวิธีรับมือที่ถูกต้อง คุณสามารถลดภาระค่าน้ำมันได้จริงโดยไม่ต้องเปลี่ยนไลฟ์สไตล์มากนัก</p><h2>1. ปรับพฤติกรรมขับขี่ — ประหยัดได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุน</h2><p>วิธีที่ประหยัดได้เร็วที่สุดคือการเปลี่ยนนิสัยขับรถ การรักษาความเร็วคงที่ที่ 80–90 กม./ชม. บนทางหลวงช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานในรอบที่มีประสิทธิภาพสูงสุด หลีกเลี่ยงการเร่ง-เบรกกะทันหัน ดับเครื่องเมื่อจอดนิ่งเกิน 1 นาที และเปิด Eco Mode เมื่อขับในเมือง เพียงเท่านี้ประหยัดน้ำมันได้ทันที 15–20%</p><h2>2. ดูแลรักษารถให้อยู่ในสภาพดีเสมอ</h2><p>รถที่ขาดการดูแลสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าปกติโดยที่เราไม่รู้ตัว สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจลมยางทุกสัปดาห์ ยางที่แฟบเพียง 10 PSI จากค่ามาตรฐานเพิ่มการสิ้นเปลืองน้ำมันถึง 3–5% นอกจากนี้ควรเปลี่ยนกรองอากาศตามกำหนด ใช้น้ำมันเครื่องตามสเปกผู้ผลิต และลดน้ำหนักของที่ไม่จำเป็นในรถออก</p><h2>3. เลือกประเภทน้ำมันให้ถูกต้อง</h2><p>การเติมน้ำมันออกเทนสูงกว่าที่จำเป็นไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพ แต่เพิ่มค่าใช้จ่ายโดยเปล่าประโยชน์ รถยนต์ทั่วไปส่วนใหญ่รองรับแก๊สโซฮอล์ E20 ซึ่งราคาถูกกว่าน้ำมันเบนซิน 95 ประมาณ 2–5 บาทต่อลิตร ควรตรวจสอบออกเทนที่แนะนำในคู่มือรถก่อนเติมเสมอ</p><h2>4. วางแผนเส้นทางก่อนออกเดินทาง</h2><p>การติดอยู่ในรถนิ่งๆ บนถนนที่รถติดคือการเผาน้ำมันโดยไม่ได้ไปไหน ใช้ Google Maps หรือ Waze เลือกช่วงเวลาออกเดินทางที่หลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน รวมทริปธุระหลายอย่างให้อยู่ในเส้นทางเดียวกัน และชอปปิงออนไลน์แทนขับไปห้างสำหรับสินค้าที่ไม่ต้องลองก่อน</p><h2>5. คาร์พูลกับเพื่อนร่วมทาง — ลดค่าใช้จ่ายได้ทันที 50%</h2><p>การผลัดกันขับกับเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนบ้านที่เดินทางเส้นทางเดียวกัน ช่วยลดค่าน้ำมันได้ทันที 50% ตัวอย่างเช่น หากเติมน้ำมัน 3,000 บาทต่อเดือน การคาร์พูล 2 คนผลัดกันขับประหยัดได้คนละ 1,500 บาทต่อเดือน หรือ 18,000 บาทต่อปี</p><h2>6. ใช้ระบบขนส่งสาธารณะให้คุ้มค่า</h2><p>สำหรับคนในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ BTS MRT และรถเมล์ NGV ครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้นและประหยัดกว่าขับรถเองในพื้นที่รถติดมาก การใช้บัตร Rabbit Card หรือบัตรแมงมุมยังช่วยลดค่าโดยสารสะสมได้อีกด้วย</p><h2>7. Work from Home — ไม่ขับเลย ไม่เสียค่าน้ำมันเลย</h2><p>การทำงานจากบ้านเพียง 2–3 วันต่อสัปดาห์ประหยัดค่าน้ำมันได้มากที่สุดในบรรดาทุกวิธี หลายองค์กรยังมีนโยบาย Hybrid Work รองรับอยู่ ลองเจรจากับหัวหน้าในวันที่งานทำ remote ได้จริง หรือรวม meeting ทุกอย่างไว้วันเดียว แล้วไปออฟฟิศแค่ครั้งเดียวต่อสัปดาห์</p><h2>8. พิจารณาพลังงานทางเลือก EV / NGV / LPG</h2><p>พลังงานทางเลือกเป็นทางออกระยะยาวที่ดีที่สุด รถ EV มีค่าชาร์จไฟสำหรับวิ่ง 100 กม. เพียงประมาณ 40–60 บาท เทียบกับค่าน้ำมัน 180–250 บาทสำหรับระยะทางเดียวกัน ถูกกว่ากันถึง 70% สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนรถ การติดตั้งระบบ NGV หรือ LPG เป็นตัวเลือกกลางที่คุ้มทุนได้เร็วกว่า</p><p class="ql-align-center"><br></p><h2>9. ใช้บัตรเครดิตและสิทธิพิเศษที่ปั๊มให้เป็น</h2><p>ถ้าต้องเติมน้ำมันอยู่แล้ว ควรได้รับส่วนลดหรือเงินคืนจากทุกครั้งที่เติม บัตรเครดิตที่ให้ cashback ที่ปั๊มน้ำมันปกติอยู่ที่ 3–6% ของยอดเติม นอกจากนี้การสมัครสมาชิก PTT Life, Bangchak Be Member หรือ IRPC Club และดาวน์โหลดแอปของปั๊มจะช่วยให้เข้าถึงโปรโมชันราคาพิเศษที่มีเฉพาะในแอปได้</p><h2>10. ติดตามราคาน้ำมันและปรับแผนตลอดเวลา</h2><p>ราคาน้ำมันเปลี่ยนทุกสัปดาห์ตามราคาตลาดโลกและนโยบายรัฐบาล การติดตามผ่านเว็บไซต์กรมธุรกิจพลังงาน (doeb.go.th) ซึ่งประกาศราคาอ้างอิงรายวัน และการใช้ Google Maps เปรียบเทียบราคาปั๊มใกล้เคียงก่อนเติม ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นและไม่พลาดช่วงราคาถูก</p><h2>สรุป: ประหยัดได้จริงหลักพันบาทต่อเดือน</h2><p>สำหรับคนขับรถ 1,500–2,000 กม.ต่อเดือน หากทำตามวิธีทั้ง 10 ข้อข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤติกรรมขับขี่ ดูแลรักษารถ คาร์พูล หรือ WFH บางวัน สามารถประหยัดค่าน้ำมันได้ 1,500–3,000 บาทต่อเดือน หรือมากถึง 36,000 บาทต่อปี โดยไม่ต้องรอให้ราคาน้ำมันลงก็อยู่รอดได้</p><p>ติดตามข่าวสารด้านพลังงาน ธุรกิจ และเศรษฐกิจได้ที่&nbsp;<a href="https://prnewsplus.com/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">PRNewsPlus.com</a>&nbsp;แพลตฟอร์มเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ภาษาไทยชั้นนำ</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c60451b9973_1774584913.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c60451b9973_1774584913.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>จับอาวุธทางการตลาด... ฝ่าวิกฤตแบบ “ฉลุย”</title>
            <link>https://prnewsplus.com/business/3809-จับอาวุธทางการตลาด-ฝ่าวิกฤตแบบ-ฉลุย</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/business/3809-จับอาวุธทางการตลาด-ฝ่าวิกฤตแบบ-ฉลุย</guid>
            <pubDate>Fri, 27 Mar 2026 09:30:37 +0700</pubDate>
            <dc:creator>ศูนย์หนังสือจุฬาฯ</dc:creator>
            <category>ธุรกิจ / การตลาด</category>
            <description><![CDATA[เปิดตัวหนังสือ “อัจฉริยะการตลาด 0.1” ที่จะเปลี่ยนมุมมองการทำธุรกิจของคุณ
เข้าใจการตลาดแบบ “ง่าย แต่ลึก และใช้ได้จริง”...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify">ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ขอเชิญร่วมงานเสวนาเปิดตัวหนังสือ<strong>&nbsp;“อัจฉริยะการตลาด 0.1”&nbsp;</strong>เปิดมุมคิด มุมมอง และมมุมการใช้งานจริงๆ ที่ต้องใหม่ ชัด และได้ผลในโลกวิกฤต</p><p class="ql-align-justify">หนังสือที่จะพาทุกท่านจับอาวุธทางการตลาด ฝ่าวิกฤตไปแบบ “ฉลุย” “พุ่งฉิว”และได้ “เฉลิมฉลอง” ความสำเร็จที่พุ่ง “กระฉูด” อย่างยั่งยืนและสง่างาม</p><p class="ql-align-justify">	</p><p class="ql-align-justify">พบกับ&nbsp;<strong>ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล </strong>หัวหน้าภาควิชาการตลาด Chulalongkorn Business School<strong>&nbsp;</strong>(ผู้เขียน)</p><p class="ql-align-justify">ดำเนินรายการโดย&nbsp;<strong>คุณพิพัฒน์ วิทยาปัญญานนท์</strong>&nbsp;ผู้ประกาศข่าวช่อง ONE 31&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">	</p><p class="ql-align-justify">พบกัน<strong>วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569&nbsp;เวลา 18.00 – 18.50 น. ณ เวทีกลาง HALL 8</strong></p><p class="ql-align-justify"><strong>ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์</strong>&nbsp;ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 54 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 24</p><p class="ql-align-justify"><br></p><p class="ql-align-justify">พร้อมรับชมผ่าน Facebook Live ได้ทางเพจ CHULA BOOK </p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c5eb99dd553_1774578585.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c5eb99dd553_1774578585.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>พิธีมอบรางวัลเกียรติคุณ ระดับชาติ โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กเยาวชน ประจำปี  2569</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/3806-พิธีมอบรางวัลเกียรติคุณ-ระดับชาติ-โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กเยาวชน-ประจำปี-2569</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/3806-พิธีมอบรางวัลเกียรติคุณ-ระดับชาติ-โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กเยาวชน-ประจำปี-2569</guid>
            <pubDate>Thu, 26 Mar 2026 14:19:19 +0700</pubDate>
            <dc:creator>ข่าว ไทออนไลน์</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[พิธีมอบรางวัลเกียรติคุณ ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน ประจำปี พ.ศ. 2569 จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ เพื่อยกย่องและเชิดชูเด็กและเยาวชนที่มีผลงานโดดเด่นด้านโครงงานคุณธรรม...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>พิธีมอบรางวัลเกียรติคุณ โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน ประจำปี พ.ศ. 2569</p><p><br></p><p>จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ สำหรับกิจกรรมการแข่งขันโครงงานคุณธรรม ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนไทยให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม</p><p><br></p><p>ในการนี้ ได้รับเกียรติอย่างยิ่งจาก ดร.ปรัชญวรรณ วนานันท์ ที่ปรึกษาด้านระบบบริหารจัดการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเกียรติคุณแก่เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งล้วนเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และแสดงออกถึงศักยภาพด้านคุณธรรมได้อย่างโดดเด่น</p><p><br></p><p>พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569 ณ สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ ความสำเร็จ และความอบอุ่น สะท้อนให้เห็นถึงพลังของเยาวชนไทยในการร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่ดีงาม</p><p><br></p><p>ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพทางความคิด การทำงานเป็นทีม และการนำหลักคุณธรรมมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง อันจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมไทยให้ยั่งยืนต่อไปในอนาคต</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c405cf0affd_1774454223.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c405cf0affd_1774454223.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>กรมการท่องเที่ยวลุยตรวจ “ทัวร์นอมินี” รับไฮซีซั่น-สงกรานต์ เสริมแกร่งภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย</title>
            <link>https://prnewsplus.com/travel/3807-กรมการท่องเที่ยวลุยตรวจ-ทัวร์นอมินี-รับไฮซีซั่น-สงกรานต์-เสริมแกร่งภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/travel/3807-กรมการท่องเที่ยวลุยตรวจ-ทัวร์นอมินี-รับไฮซีซั่น-สงกรานต์-เสริมแกร่งภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย</guid>
            <pubDate>Thu, 26 Mar 2026 14:19:17 +0700</pubDate>
            <dc:creator>นภัชชา อภิชาภัทรวิช</dc:creator>
            <category>ท่องเที่ยว / โรงแรม</category>
            <description><![CDATA[กรมการท่องเที่ยว เดินหน้ามาตรการกำกับดูแลบริษัทนำเที่ยวอย่างเข้มงวด บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (ศปต.) ลงพื้นท...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>กรมการท่องเที่ยวลุยตรวจ “ทัวร์นอมินี” รับไฮซีซั่น-สงกรานต์ เสริมแกร่งภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย</p><p><br></p><p>กรมการท่องเที่ยว เดินหน้ามาตรการกำกับดูแลบริษัทนำเที่ยวอย่างเข้มงวด บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (ศปต.) ลงพื้นที่ตรวจสอบและปราบปราม “ทัวร์นอมินี” ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ</p><p><br></p><p>นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า “ตั้งแต่ต้นปี 2569 กรมการท่องเที่ยวยังคงเดินหน้ามาตรการเชิงรุกในการกำกับดูแลบริษัทนำเที่ยวให้ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวโดยใช้คนไทย</p><p>เป็นตัวแทนอำพราง (ศปต.) ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทนำเที่ยวที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักทั่วประเทศ&nbsp;</p><p>ซึ่งดำเนินการแล้วใน 3 จังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต และล่าสุดชลบุรี ตรวจสอบบริษัทนำเที่ยวทั้งสิ้น 22 ราย พบการกระทำผิด 8 ราย โดยบางรายมีลักษณะเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทและมีจำนวนโครงสร้างกรรมการบริษัทไม่เป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงพฤติการณ์แอบอ้างใช้ข้อมูลบุคคลภายในบริษัท&nbsp;</p><p>ซึ่งเข้าข่ายลักษณะนอมินี มีบทลงโทษตามกฎหมายธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สูงสุด ตั้งแต่สั่งเพิกถอนใบอนุญาตและแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป”</p><p><br></p><p>อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรมการท่องเที่ยวจะดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง</p><p>กับผู้ประกอบการที่กระทำผิดกฎหมาย พร้อมยกระดับมาตรฐานการให้บริการของบริษัทนำเที่ยว เพื่อสร้าง</p><p>ความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และสนับสนุนให้การท่องเที่ยวไทยเติบโต</p><p>อย่างยั่งยืน โอกาสนี้ ขอให้บริษัทนำเที่ยวปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการบริษัทนำเที่ยวที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ได้รับบริการที่เป็นธรรม อันจะนำไปสู่ความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยโดยรวม”</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c4b78b53fe9_1774499723.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c4b78b53fe9_1774499723.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>BMG Smart School เปิดตัว Buyback Campaign ลดทันที 100,000 บาท สำหรับโรงเรียนที่ใช้ Face Scan เดิม</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/3808-bmg-smart-school-เปิดตัว-buyback-campaign-ลดทันที-100000-บาท-สำหรับโรงเรียนที่ใช้-face-scan-เดิม</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/3808-bmg-smart-school-เปิดตัว-buyback-campaign-ลดทันที-100000-บาท-สำหรับโรงเรียนที่ใช้-face-scan-เดิม</guid>
            <pubDate>Thu, 26 Mar 2026 14:19:16 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Tanasade Amornsin</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[BMG Softtech เปิดตัวแคมเปญ Buyback Campaign สำหรับสถานศึกษาที่เคยใช้ หรือกำลังใช้งานระบบสแกนใบหน้าอยู่ แต่ต้องการอัปเกรดสู่ระบบที่มีประสิทธิภาพและรองรับการใช้งานจริงในโรงเรียนมากยิ่งขึ้น...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>โดยระบบ <strong>BMG Smart School Face Scan</strong> เป็นระบบสแกนใบหน้าที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับบริบทของโรงเรียน สามารถตรวจจับใบหน้านักเรียนแบบ Passive (ไม่ต้องหยุดสแกน) ช่วยลดปัญหาความแออัดหน้าโรงเรียนในช่วงเช้า และลดภาระงานครูในการเช็คชื่อแบบเดิม</p><p><br></p><p>ระบบสามารถบันทึกข้อมูลการเข้า–ออกของนักเรียนแบบอัตโนมัติ เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบบริหารโรงเรียน พร้อมแสดงข้อมูลในรูปแบบ Dashboard ให้ผู้บริหารสามารถติดตามภาพรวมได้ทันที อีกทั้งยังสามารถแจ้งเตือนผู้ปกครองแบบเรียลไทม์ เพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับนักเรียน</p><p><br></p><p>แคมเปญ Buyback Campaign เปิดโอกาสให้โรงเรียนที่มีระบบเดิมอยู่แล้ว สามารถเปลี่ยนผ่านสู่ระบบใหม่ได้อย่างคุ้มค่า โดยเพียงแสดงหลักฐานการใช้งานระบบเดิม โรงเรียนจะได้รับ <strong>ส่วนลดทันที 100,000 บาท</strong></p><p><br></p><p>ส่วนลดดังกล่าวสามารถนำไปใช้เป็นส่วนลดค่าระบบ หรือปรับเป็นงบสำหรับเพิ่มอุปกรณ์ เช่น เพิ่มช่องทางเข้า–ออก เพื่อแก้ปัญหาความแออัดได้อย่างตรงจุด</p><p><br></p><p>แคมเปญนี้เหมาะสำหรับโรงเรียนที่ต้องการยกระดับสู่ <strong>Smart &amp; Secure School</strong> โดยใช้เทคโนโลยี AI ที่แม่นยำ และเชื่อมต่อข้อมูลทั้งโรงเรียนในระบบเดียว</p><p><br></p><p>ทั้งนี้ แคมเปญมีระยะเวลาจำกัด และจะสิ้นสุดภายในวันที่ <strong>15 พฤษภาคม 2569</strong> เพื่อให้โรงเรียนสามารถวางแผนการปรับเปลี่ยนระบบได้ทันก่อนเปิดภาคเรียนใหม่</p><p><br></p><p>ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</p><p>https://bmgsofttech.com/buyback-face-scan</p><p><br></p><p>หรือดูรายละเอียดระบบได้ที่</p><p>https://bmgsofttech.com/face-recognition-ai</p><p>https://bmgsofttech.com/solutions/face-recognition-school</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c4dd9565e26_1774509461.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c4dd9565e26_1774509461.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>MEDI LIFT : Facial Treatment</title>
            <link>https://prnewsplus.com/health/3805-medi-lift-facial-treatment</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/health/3805-medi-lift-facial-treatment</guid>
            <pubDate>Wed, 25 Mar 2026 18:39:28 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Phillip Wain Thailand</dc:creator>
            <category>สุขภาพ / ความงาม</category>
            <description><![CDATA[ปฏิบัติการยกกระชับกล้ามเนื้อชั้นลึก พร้อมผสาน
 เวชสำอางฝรั่งเศส - เยอรมนี สู่ผลลัพธ์ระดับ Medical Grade...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>	<strong>ฟิลิป เวน</strong> – ปัญหาผิวอ่อนล้า ร่วงโรยจากมลภาวะ &nbsp;และภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล ส่งสัญญาณสะท้อนในรูปแบบความหย่อนคล้อย ริ้วรอยแก่ก่อนวัย พร้อมปัญหาเม็ดสี</p><p>	<strong>MEDI LIFT </strong>โปรแกรมที่ถูกออกแบบ และพัฒนาเพื่อฟื้นฟูผิวหน้าในทุกมิติ ในการรีเซ็ตทั้งใบหน้า ด้วยเทคนิคการนวดแบบเฉพาะที่ฟิลิป เวน เพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณจุดเกาะต้น ของกรอบตา พวงแก้ม และกรอบหน้า เพื่อคืนความกระชับ และความอ่อนเยาว์ให้กับโครงสร้างผิวอย่างเป็นธรรมชาติ</p><p>	อีกทั้งร่วมกับการใช้ความล้ำหน้าของ <strong>Medi Skincare</strong> <strong>ลิขสิทธิ์เฉพาะที่ Phillip Wain</strong> แบรนด์ <strong>CUTHYS</strong> จากประเทศ<strong>ฝรั่งเศส</strong> ที่<strong>คิดค้นโดยแพทย์ผิวหนัง</strong> และ แบรนด์ <strong>QMS</strong> จาก<strong>ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ</strong>ประเทศ<strong>เยอรมนี</strong> ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องการฟื้นฟูผิวระดับเวชสำอาง&nbsp;</p><p>	Key Ingredient คือ <strong>HEXA PEPTIDE จากพืช </strong>ที่เน้นการทำงานเสมือน <strong>Botox</strong> ในการช่วยชะลอการหดตัวของกล้ามเนื้อบนใบหน้า ทำให้ริ้วรอยดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อม <strong>Nano Growth Factor จากยีสต์ธรรมชาติ</strong> ที่ช่วยฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก มอบความชุ่มชื้นยาวนานตลอด 24 ชั่วโมง</p><p>	และเพื่อให้มั่นใจว่าผิวหน้าที่ได้รับการฟื้นฟู และยกกระชับแล้ว จะกลับมาแน่นตึง แล้วจะได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง <strong>MEDI LIFT</strong> มีการกระตุ้นด้วย Microcurrent EMS ที่&nbsp;เข้ากระตุ้นกล้ามเนื้อมัดเล็ก และการสร้างคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p>	ด้วยการผสมผสานของ <strong>Medi Skincare ระดับยุโรป</strong> ,<strong>เทคโนโลยี Microcurrent</strong> และ<strong>เทคนิคการนวดเฉพาะทาง</strong> MEDI LIFT จึงไม่ใช่เพียงทรีตเม้นต์ดูแลหน้า แต่<strong>เป็นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้ผิวกลับมาดูอ่อนเยาว์ กระชับ และเปล่งประกายจากภายใน</strong> ทั้งหมดนี้พร้อมที่จะให้ท่านได้มาสัมผัสความเหนือระดับกับการย้อนวัย และยกกระชับ ที่ฟิลิป เวน คิดค้นขึ้นมาเป็นอย่างดี พร้อมรับส่วนลดพิเศษ 50% ต้อนรับฤดูกาลซัมเมอร์ เพียงแอดไลน์ @phillipwainth (มี@ข้างหน้า หรือที่ลิงก์ <strong>https://bit.ly/3yWcmDQ</strong>)</p><p><br></p><p class="ql-align-justify">ติ<strong>ดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ :- </strong>&nbsp;</p><p>Facebook: Phillip Wain Thailand /Line ID: @PhillipWainTH /www.phillipwain-thailand.co.th</p><p>******************************</p><p>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่&nbsp;ฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด ฟิลิป เวน (ประเทศไทย) โทร. 0-2541-1555&nbsp;</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c3c8b6a4022_1774438582.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c3c8b6a4022_1774438582.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>Thailand Climate Law: ธุรกิจไทยต้องรู้ ก่อน พ.ร.บ.โลกร้อนบังคับใช้</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/3803-thailand-climate-law-ธุรกิจไทยต้องรู้-ก่อน-พรบโลกร้อนบังคับใช้</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/3803-thailand-climate-law-ธุรกิจไทยต้องรู้-ก่อน-พรบโลกร้อนบังคับใช้</guid>
            <pubDate>Wed, 25 Mar 2026 17:32:07 +0700</pubDate>
            <dc:creator>ณิชกานต์ คล้ายเจียม</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[เมื่อกฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังจะมีผลกับภาคธุรกิจไทย
องค์กรของคุณ “พร้อมแล้วหรือยัง?”

ร่วมอัปเดต พ.ร.บ.ล่าสุด พร้อมแนวทางที่ธุรกิจต้องเตรียมตัว ✨...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>Agenda&nbsp;</p><p>✨การเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจในการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร</p><p>✨ทิศทาง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย</p><p>✨การบริหารจัดการคาร์บอนและโอกาสจากคาร์บอนเครดิต</p><p>✨ถามตอบกับผู้เชี่ยวชาญ</p><p><br></p><p>📅 ในวันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569</p><p>⏰ 14.00 – 15.30 น.&nbsp;&nbsp;</p><p>‼️ลงทะเบียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย‼️</p><p><br></p><p><br></p><p>👉 ลงทะเบียนได้ที่ : https://onebinar.one.th/online-seminar/RP4H60</p><p>(ทั้งการลงทะเบียน และการรับชม ทำได้ในลิงก์เดียว)</p><p>สามารถลงทะเบียนได้ ตั้งแต่วันนี้ - 9 เมษายน พ.ศ. 2569</p><p><br></p><p>ติดต่อเพิ่มเติม</p><p>📱เกี่ยวกับการลงทะเบียนงานสัมมนาได้ที่</p><p>Email: Onebinar@inet.co.th</p><p>Tel: 065-507-4539 (คุณอภิสรา)</p><p>061-404-0152 (คุณณิชกานต์)</p><p><br></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c39bf2ce83d_1774427122.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c39bf2ce83d_1774427122.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>COLORFUL เปิดตัวเมนบอร์ด iGame Z890 ULTRA-S W และ iGame Z890M ULTRA Z</title>
            <link>https://prnewsplus.com/technology/3804-colorful-เปิดตัวเมนบอร์ด-igame-z890-ultra-s-w-และ-igame-z890m-ultra-z</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/technology/3804-colorful-เปิดตัวเมนบอร์ด-igame-z890-ultra-s-w-และ-igame-z890m-ultra-z</guid>
            <pubDate>Wed, 25 Mar 2026 17:32:05 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Nattacha Kempetch</dc:creator>
            <category>ไอที / เทคโนโลยี</category>
            <description><![CDATA[Colorful เปิดตัวเมนบอร์ด iGame Z890 ULTRA-S W และ iGame Z890M ULTRA Z รุ่นใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra 200S Plus Series รุ่นล่าสุด...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p class="ql-align-justify">บริษัท Colorful Technology จำกัด แบรนด์ชั้นนำด้านส่วนประกอบเกมมิ่งพีซี แล็ปท็อปเกมมิ่งและผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงไฮไฟ ประกาศเปิดตัวเมนบอร์ด iGame Z890 ULTRA-S W และ iGame Z890M ULTRA Z รุ่นใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra 200S Plus Series รุ่นล่าสุด เมนบอร์ดทั้งสองรุ่นในตระกูล iGame ULTRA Series ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์เกมเมอร์ ครีเอเตอร์ และผู้ใช้งานพีซีระดับสูง ซึ่งมาพร้อมโทนสีขาวที่ออกแบบมาให้เข้ากันอย่างลงตัวกับการ์ดจอ iGame ULTRA W Series รุ่นยอดนิยมของแบรนด์</p><p>&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">ด้วยการรองรับหน่วยความจำความเร็วสูง ระบบภาคจ่ายไฟที่แข็งแกร่ง และฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งาน เช่น กลไกการประกอบที่ง่ายขึ้นและการจัดการสายที่เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น ซีรีส์ iGame Z890 รุ่นใหม่นี้มุ่งมอบความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ ความสะดวกในการใช้งาน และดีไซน์ที่โดดเด่น สำหรับการประกอบพีซีประสิทธิภาพสูงในยุคปัจจุบัน</p><p>&nbsp;</p><p><strong>iGame Z890 ULTRA-S W</strong>     </p><p>&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">iGame Z890 ULTRA-S W ยังคงเอกลักษณ์งานออกแบบของซีรีส์ Ultra ด้วยโทนสีขาวเป็นหลัก ผสานองค์ประกอบสไตล์ Hip-Hop ได้อย่างโดดเด่น ดีไซน์แบบหลายชั้นช่วยเพิ่มมิติให้กับโลโก้ ขณะที่เพลทชื่อแบบ ARGB ที่ปรับแต่งได้ ช่วยเสริมความโดดเด่นด้านภาพลักษณ์ให้กับตัวเมนบอร์ด</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">เมื่อเทียบกับ iGame Z890 Ultra รุ่น ULTRA-S ได้อัปเกรดระบบระบายความร้อนด้วย ฮีตไปป์ และการออกแบบช่องทางไหลเวียนอากาศ พร้อมเลือกใช้ชิ้นส่วนโทนสีขาวทั้งหมด และเพิ่มกลไก Quick-Release เจเนอเรชันใหม่ สำหรับทั้งการ์ดจอและฮีตซิงก์ M.2 ช่วยให้ตัวเครื่องดูสะอาดตาและติดตั้งได้ง่ายยิ่งขึ้น</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">มาพร้อมดีไซน์ภาคจ่ายไฟ 20+1+1+1 เฟส ช่วยดึงประสิทธิภาพของ Intel Core Ultra 7 270K Plus ได้อย่างเต็มที่ รองรับหน่วยความจำ DDR5 ความเร็วสูงสุด 9600+ MHz และความจุสูงสุด 256GB มอบศักยภาพที่แข็งแกร่งสำหรับทั้งการเล่นเกมและงานด้าน AI รวมถึงการใช้งานแบบ Local Deployment ทำให้เป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสำหรับทั้งผู้ใช้งานระดับเอนธูเซียสต์และสายโปรดักทีฟิตี้</p><p>&nbsp;</p><p><strong>iGame Z890M ULTRA Z</strong>&nbsp;</p><p class="ql-align-justify">COLORFUL ได้เปิดตัวเมนบอร์ดแบบ Zero-Cable รุ่นแรกของแบรนด์อย่าง iGame Z890M ULTRA Z โดยเมนบอร์ดรุ่นนี้ได้ยกเลิกการใช้หัวต่อไฟแบบดั้งเดิมทั้ง 24-pin เมนบอร์ด และ 8+8-pin CPU และเปลี่ยนมาใช้หัวต่อไฟแบบใหม่ 50-pin Direct-Plug ด้วยการใช้งานร่วมกับพาวเวอร์ซัพพลายที่ออกแบบเฉพาะ ระบบจ่ายไฟจะเชื่อมต่อเข้ากับเมนบอร์ดโดยตรงผ่าน Gold Fingers โดยไม่ต้องใช้สายไฟ ช่วยให้ภายในเคสดูสะอาด เรียบร้อย และลดความยุ่งยากในการจัดสายได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p class="ql-align-center">  </p><p><strong>คอนเนกเตอร์ด้านหลังแบบ 50-Pin</strong></p><p class="ql-align-justify">เมนบอร์ด iGame Z890M ULTRA Z ยังมาพร้อมคอนเนกเตอร์จ่ายไฟสำหรับการ์ดจอในซีรีส์ Ultra Z โดยรวมพอร์ตที่ใช้งานบ่อยอย่าง USB หน้าเคส, Audio และ Power Jumper ไว้ในจุดเชื่อมต่อเดียว ช่วยให้การติดตั้งเป็นระเบียบ สะดวก และลดความซับซ้อนของสายเชื่อมต่อแบบเดิม ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเทคโนโลยี Hidden Connector ตัวเมนบอร์ดยังคงเอกลักษณ์สไตล์ Hip-Hop ของตระกูล iGame Ultra ด้วยดีไซน์เกราะ “Hip-Hop Rhythm” พร้อมภาคจ่ายไฟ 14+1+1+1 เฟส (60A DrMOS) รองรับหน่วยความจำ 4 สล็อต สูงสุด 48GB ต่อสล็อต รวมสูงสุด 192GB ด้านการจัดเก็บข้อมูล มาพร้อม ช่อง M.2 จำนวน 4 ช่อง และ SATA 4 ช่อง โดยช่องหลักรองรับ PCIe 5.0 x4 ส่วนพอร์ตด้านหลังประกอบด้วย USB Type-A 6 ช่อง และ USB Type-C 2 ช่อง พร้อมระบบเครือข่ายความเร็วสูง 2.5G LAN + WiFi 7 ด้วยสเปกภาคจ่ายไฟที่แข็งแกร่งและความสามารถในการขยายที่ครบครัน เมนบอร์ดรุ่นนี้จึงตอบโจทย์ทั้งเกมเมอร์และผู้ใช้งานสายโปรดักทีฟิตี้ได้อย่างลงตัว</p><p>&nbsp;  &nbsp;</p><p class="ql-align-justify"><strong>ราคาและการวางจำหน่าย</strong></p><p class="ql-align-justify">สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางจำหน่ายและราคา โปรดติดต่อตัวแทน COLORFUL Technology ในพื้นที่ของคุณ</p><p class="ql-align-justify">&nbsp;</p><p><strong>สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดตามช่องทางโซเชียลมีเดียของ COLORFUL ด้านล่าง หรือเยี่ยมชมที่ </strong><a href="https://en.colorful.cn/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank"><strong>en.colorful.cn</strong></a></p><p><strong>Facebook:</strong>&nbsp;<a href="https://www.facebook.com/ColorfulGlobal/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://www.facebook.com/ColorfulGlobal/</a> </p><p> <strong>Instagram:</strong> <a href="https://www.instagram.com/colorfultechnology/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://www.instagram.com/colorfultechnology/</a></p><p> <strong>YouTube:</strong>&nbsp;<a href="https://www.youtube.com/channel/UCFCrgPOCH14pVVMMH2Nw-bA" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://www.youtube.com/channel/UCFCrgPOCH14pVVMMH2Nw-bA</a></p><p> <strong>TikTok:</strong> <a href="https://www.tiktok.com/@colorfultechnology" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank">https://www.tiktok.com/@colorfultechnology</a></p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c3b8a4d9c7b_1774434468.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c3b8a4d9c7b_1774434468.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>ไทย ดันกลไก Hotline-เกษตรปลอดการเผา-ระบบตรวจสอบย้อนกลับ เร่งแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน</title>
            <link>https://prnewsplus.com/lifestyle/3802-ไทย-ดันกลไก-hotline-เกษตรปลอดการเผา-ระบบตรวจสอบย้อนกลับ-เร่งแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/lifestyle/3802-ไทย-ดันกลไก-hotline-เกษตรปลอดการเผา-ระบบตรวจสอบย้อนกลับ-เร่งแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน</guid>
            <pubDate>Wed, 25 Mar 2026 14:17:24 +0700</pubDate>
            <dc:creator>นภัชชา อภิชาภัทรวิช</dc:creator>
            <category>ไลฟ์สไตล์</category>
            <description><![CDATA[ไทย ดันกลไก Hotline-เกษตรปลอดการเผา-ระบบตรวจสอบย้อนกลับ เร่งแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 24 มีนาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ เดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) ไทยแสดงความพร้อมในการทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะทำงานร่วมไทย–ลาว–เมียนมา เพื่อสนับสนุนทั้งในด้านวิชาการ เทคโนโลยี ในการเสริมศักยภาพการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อยกระดับการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนในภูมิภาคแม่โขงอย่างเป็นรูปธรรม</p><p>นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาประชุมหารือกับอธิบดีกรมสิ่งแวดล้อม ของ สปป.ลาว ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงานหลักด้านการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนของประเทศลาว และถ่ายทอดองค์ความรู้การดำเนินงานของประเทศไทยตามแนวปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP Zero Burning) และระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability System)” เพื่อส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดการเผาในประเทศและการนำเข้าสินค้าเกษตรปลอดการเผาจากต่างประเทศ</p><p>นายสุรินทร์ กล่าวว่า ได้พูดคุยถึงความร่วมมือกับ สปป. ลาวในอนาคต โดยจะผลักดันการใช้ช่องทางการสื่อสาร “WhatsApp Hotline CLEAR Sky” ในระดับอธิบดีของไทย ลาว และเมียนมา ให้การประสานงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทันสถานการณ์ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยตนได้เชิญท่านภัควัน พิสสะเม อธิบดีกรมสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว เข้าร่วมในกลุ่ม Hotline ดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกัน ประเทศไทยโดยกรมควบคุมมลพิษ ได้แสดงความพร้อมในการทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะทำงานร่วมไทย–ลาว–เมียนมา เพื่อสนับสนุนทั้งในด้านวิชาการ เทคโนโลยี ในการเสริมศักยภาพการดำเนินงานร่วมกันในภูมิภาคแม่โขงให้เข้มแข็ง</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาระบบแพลตฟอร์มกลางสำหรับติดตามสถานการณ์หมอกควันร่วมกันระหว่าง 3 ประเทศ เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยประเทศไทยได้ขอความร่วมมือจาก สปป.ลาว ในการสนับสนุนข้อมูลการตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อเชื่อมโยงระบบและยกระดับการแจ้งเตือนสถานการณ์คุณภาพอากาศในภูมิภาคแม่โขง</p><p>ในด้านมาตรการทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ของไทย ได้แจ้งแนวทางการขับเคลื่อนตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรอง และต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้า พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการส่งเสริมสินค้าเกษตรปลอดการเผา และลดปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากภาคการเกษตร</p><p>ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านในการร่วมกันแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศข้ามแดนอย่างยั่งยืน ผ่านกลไกความร่วมมือทั้งด้านนโยบาย เทคโนโลยี และการบังคับใช้มาตรการอย่างบูรณาการในระดับภูมิภาค นายสุรินทร์ กล่าว</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c38aa04748e_1774422688.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c38aa04748e_1774422688.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>BMG Softtech เปิดตัว EPP5 Online ดันโรงเรียนไทยสู่ยุคดิจิทัล ลดภาระงานครู ยกระดับมาตรฐานงานวิชาการ</title>
            <link>https://prnewsplus.com/education/3800-bmg-softtech-เปิดตัว-epp5-online-ดันโรงเรียนไทยสู่ยุคดิจิทัล-ลดภาระงานครู-ยกระดับมาตรฐานงานวิชาการ</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/education/3800-bmg-softtech-เปิดตัว-epp5-online-ดันโรงเรียนไทยสู่ยุคดิจิทัล-ลดภาระงานครู-ยกระดับมาตรฐานงานวิชาการ</guid>
            <pubDate>Tue, 24 Mar 2026 07:40:04 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Tanasade Amornsin</dc:creator>
            <category>การศึกษา</category>
            <description><![CDATA[BMG Softtech ผู้พัฒนาโซลูชันเทคโนโลยีเพื่อสถานศึกษา เปิดตัวแพลตฟอร์ม “EPP5 Online” ระบบงานวิชาการโรงเรียนรูปแบบใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน และยกระดับการจัดการข้อมูลทางการศึกษาในโรงเรี...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<h2><strong>EPP5 Online คืออะไร? ระบบ ปพ.5 ออนไลน์สำหรับโรงเรียนไทย</strong></h2><p>ปัจจุบัน โรงเรียนจำนวนมากยังคงเผชิญกับภาระงานด้านเอกสาร โดยเฉพาะงาน <strong>ปพ.5 การเช็กชื่อรายคาบ และการสรุปผลการเรียน</strong> ซึ่งมักต้องใช้หลายระบบหรือหลายไฟล์ ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนและความผิดพลาดในการทำงาน</p><p><strong>EPP5 Online</strong> จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็น <strong>ระบบ ปพ.5 ออนไลน์</strong> ที่รวมทุกข้อมูลไว้ในที่เดียว (Centralized System) ช่วยให้ครู ผู้บริหาร และผู้ปกครองเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์</p><h2><strong>ปัญหางานวิชาการในโรงเรียนไทย</strong></h2><p>ปัจจุบัน โรงเรียนจำนวนมากยังคงเผชิญกับภาระงานด้านเอกสาร โดยเฉพาะงาน <strong>ปพ.5 การเช็กชื่อรายคาบ และการสรุปผลการเรียน</strong> ซึ่งต้องใช้หลายระบบหรือหลายไฟล์ร่วมกัน</p><p>ส่งผลให้เกิดปัญหา:</p><ul><li>ข้อมูลซ้ำซ้อน</li><li>ความผิดพลาดในการบันทึก</li><li>ใช้เวลาทำงานจำนวนมาก</li></ul><p><strong>EPP5 Online</strong> คือ ระบบ ปพ.5 ออนไลน์ ที่ออกแบบมาเพื่อรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ในที่เดียว (Centralized System)</p><p>ช่วยให้:</p><ul><li>ครูจัดการข้อมูลได้ง่ายขึ้น</li><li>ผู้บริหารเห็นข้อมูลภาพรวม</li><li>ผู้ปกครองเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์</li></ul><p>ระบบนี้จึงกลายเป็น “แกนกลางข้อมูลโรงเรียน” ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน</p><h2><strong>จุดเด่นของระบบ EPP5 Online</strong></h2><p>ระบบ EPP5 Online ช่วยให้โรงเรียนสามารถ:</p><ul><li>ลดการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน</li><li>เชื่อมโยงข้อมูลการเรียน การเข้าเรียน และพฤติกรรม</li><li>สรุปผลการเรียนและเอกสาร ปพ.5 ได้อัตโนมัติ</li><li>ลดภาระงานครู และเพิ่มเวลาในการสอน</li></ul><p>ทั้งหมดนี้ช่วยให้โรงเรียนก้าวสู่ <strong>Smart School</strong> ได้อย่างเป็นรูปธรรม</p><p>EPP5 Online ไม่ได้เป็นเพียงระบบวิชาการ แต่สามารถต่อยอดไปสู่ระบบอื่น เช่น:</p><ul><li>ระบบ Face Recognition</li><li>ระบบบัตรนักเรียน</li><li>ระบบแจ้งเตือนผู้ปกครอง</li><li>ระบบบริหารโรงเรียนแบบครบวงจร</li></ul><p>ทำให้โรงเรียนไม่ต้องเปลี่ยนระบบใหม่ในอนาคต</p><p><br></p><h3><strong>&nbsp;ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ ปพ.5 ออนไลน์</strong></h3><p>สามารถอ่านบทวิเคราะห์เกี่ยวกับ <strong>ระบบ ปพ.5 ออนไลน์</strong> ได้ที่</p><p>👉 https://bmgsofttech.com/bmg-blog/what-is-pp5-school-system</p><p>ทดลองใช้งานระบบ EPP5 Online</p><p>👉 https://epp5.online</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c1c87830026_1774307448.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c1c87830026_1774307448.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>อ.อ.ป. ชวนผู้สนใจร่วมส่งผลงานการออกแบบโลโก้ ‘ครบรอบ 79 ปี’ พร้อมชิงเงินรางวัลรวม 20,000 บาท</title>
            <link>https://prnewsplus.com/csr/3799-ออป-ชวนผู้สนใจร่วมส่งผลงานการออกแบบโลโก้-ครบรอบ-79-ปี-พร้อมชิงเงินรางวัลรวม-20000-บาท</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/csr/3799-ออป-ชวนผู้สนใจร่วมส่งผลงานการออกแบบโลโก้-ครบรอบ-79-ปี-พร้อมชิงเงินรางวัลรวม-20000-บาท</guid>
            <pubDate>Mon, 23 Mar 2026 16:18:58 +0700</pubDate>
            <dc:creator>Benchamakorn Manoi</dc:creator>
            <category>กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)</category>
            <description><![CDATA[อ.อ.ป. ชวนผู้สนใจร่วมส่งผลงานการออกแบบโลโก้ ‘ครบรอบ 79 ปี’ พร้อมชิงเงินรางวัลรวม 20,000 บาท...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>นายชนุดม เพชรสังข์ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เปิดเผยว่า องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้กำหนดให้วันที่ “25 กรกฎาคมของทุกปี” เป็นวันคล้ายวันสถาปนา และในปี พ.ศ. 2569 นี้&nbsp;อ.อ.ป. มีวาระครบรอบปีที่ 79 จึงได้จัดกิจกรรม ‘ประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ (Logo)’ โดยเชิญชวน นักเรียน - นักศึกษา - บุคคลทั่วไป ที่มีความสนใจร่วมแสดงความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบตราสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงภารกิจ บทบาท หน้าที่สำคัญ และทิศทางการดำเนินงานของ อ.อ.ป.</p><p>&nbsp;</p><p>รักษาการแทน ผอ.อ.อ.ป. กล่าวต่อไปอีกว่า การออกแบบตราสัญลักษณ์ (Logo) ในครั้งนี้ จะต้องมีเอกลักษณ์ ทันสมัย สื่อถึงการครบรอบปีที่ 79 ของการดำเนินงาน และแสดงถึงภารกิจสำคัญของ อ.อ.ป. ที่เข้าใจง่าย&nbsp;มีองค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) การสื่อถึงชื่อหน่วยงาน และ (2) การสื่อถึงการสถาปนาของ อ.อ.ป. ครบรอบปีที่ 79 โดยมีเงินรางวัลรวม 20,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร โดยแบ่งเป็นรางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 8,000.- บาท, รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 เงินรางวัล 5,000.- บาท, รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 เงินรางวัล 3,000.- บาท และรางวัลชมเชย เงินรางวัล 1,000 บาท จำนวน 4 รางวัล</p><p>&nbsp;</p><p>สำหรับผู้สนใจสามารถศึกษาหลักเกณฑ์ เงื่อนไขการประกวด และดาวน์โหลดใบสมัคร ได้ที่ https://shorturl.asia/9TNyX และส่งผลงานได้จำนวน 3 ช่องทาง ได้แก่ (1) จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) : logo78fio@gmail.com (2) Google Form : https://forms.gle/nfEhiMsdanhqRydC9 และ (3) ส่งผลงานด้วยตนเองหรือไปรษณีย์ ได้ที่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร สำนักบริหารกลาง ชั้น 1 องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ 76 ถนนราชดำเนินนอก แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100 (ไปรษณีย์ให้ระบุหน้าซองว่า “ประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์”) และให้ถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ</p><p>&nbsp;</p><p>ทั้งนี้ สามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่ วันนี้ - วันที่ 24 เมษายน 2569 (ภายในเวลา 16.30 น.) โดยผลการประกวดฯ จะประกาศผลภายในเดือนพฤษภาคม 2569 สนใจสอบถามรายละเอียด (เพิ่มเติม) ได้ที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร โทร. 02 282 3243 ต่อ 1144 ในวันและเวลาราชการ</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c104e3171b9_1774257379.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c104e3171b9_1774257379.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
        <item>
            <title>จ่ายเพิ่มคุ้มไหม? ระบบ ADAS ช่วยลดอุบัติเหตุได้จริงหรือหลอก</title>
            <link>https://prnewsplus.com/automotive/3797-จ่ายเพิ่มคุ้มไหม-ระบบ-adas-ช่วยลดอุบัติเหตุได้จริงหรือหลอก</link>
            <guid isPermaLink="true">https://prnewsplus.com/automotive/3797-จ่ายเพิ่มคุ้มไหม-ระบบ-adas-ช่วยลดอุบัติเหตุได้จริงหรือหลอก</guid>
            <pubDate>Mon, 23 Mar 2026 14:20:49 +0700</pubDate>
            <dc:creator>อัฐ เลิศธนะแสงธรรม</dc:creator>
            <category>ยานยนต์</category>
            <description><![CDATA[การเลือกซื้อรถที่มีระบบ ADAS คือการลงทุนกับความปลอดภัยของตัวคุณและครอบครัว แต่อย่าลืมว่า "เทคโนโลยีเป็นเพียงผู้ช่วย" สติและการตัดสินใจยังเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด...]]></description>
            <content:encoded><![CDATA[<h1><strong>จ่ายเพิ่มคุ้มไหม? ระบบ ADAS ช่วยลดอุบัติเหตุได้จริงหรือหลอก</strong></h1><p>	หลายคนเวลาไปเลือกซื้อรถยนต์ใหม่มักจะเกิดคำถามเมื่อเห็นใบสเปกที่มีตัวย่อเต็มไปหมด โดยเฉพาะระบบ <strong>ADAS (Advanced Driver Assistance Systems)</strong> ที่มักมาพร้อมกับราคาตัวรถยนต์ที่สูงขึ้น หรืออยู่ในรุ่น Top เท่านั้น คำถามสำคัญ คือ<strong> "เงินที่จ่ายเพิ่มไปหลายหมื่นหรือหลักแสน มันคุ้มค่าจริงไหม?"</strong> หรือเป็นเพียงแค่การโชว์เทคโนโลยีกันแน่? </p><p><br></p><h2><strong>ระบบ ADAS คืออะไร? ทำไมถึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่</strong></h2><p>	<strong>ระบบ ADAS</strong> <strong>(Advanced Driver Assistance Systems)</strong> คือ "ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ" ที่ทำงานผ่านเซนเซอร์ (Sensors), เรดาร์ (Radar) และกล้องหน้ารถยนต์ (Cameras) เพื่อตรวจจับสภาพแวดล้อมรอบตัวรถ ประมวลผลด้วยระบบ AI และช่วยตัดสินใจแทนผู้ขับขี่ในเสี้ยววินาทีเพื่อป้องกันอุบัติเหตุหรือการชน</p><p>	ปัจจุบัน<strong>ระบบ ADAS</strong> กำลังพัฒนาไปสู่ระบบ <strong>V2X (Vehicle-to-Everything)</strong> คือ การที่รถยนต์ไม่ได้แค่ใช้เซนเซอร์ของตัวเองมอง แต่สามารถ<strong> "คุย"</strong> กับรถคันอื่น (V2V) หรือคุยกับสัญญาณไฟจราจร (V2I) เพื่อรับรู้เหตุการณ์ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น รถคันหน้าเบรกกะทันหันในระยะที่มองไม่เห็น หรือมีรถยนต์ฉุกเฉินกำลังวิ่งมาจากทางแยกข้างหน้า</p><p><br></p><h3><strong>5 ระบบ ADAS พื้นฐานที่ช่วยชีวิตได้จริง</strong></h3><ol><li><strong>AEB (Autonomous Emergency Braking)</strong> ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ เมื่อตรวจพบสิ่งกีดขวางด้านหน้ารถยนต์</li><li><strong>ACC (Adaptive Cruise Control)</strong> ระบบควบคุมความเร็วแปรผันตามรถยนต์คันหน้า ช่วยลดความเหนื่อยล้าเมื่อขับทางไกล</li><li><strong>LKA (Lane Keeping Assist)</strong> ระบบช่วยควบคุมรถยนต์ให้อยู่ในเลน ป้องกันการหลับในหรือวูบออกนอกทาง</li><li><strong>BSM (Blind Spot Monitoring)</strong> ระบบเตือนมุมอับสายตาขณะรถยนต์เปลี่ยนเลน</li><li><strong>RCTA (Rear Cross Traffic Alert)</strong> ระบบเตือนขณะถอยออกจากซองเมื่อมีรถยนต์วิ่งตัดผ่าน</li></ol><p><br></p><h2><strong>สถิติยืนยัน ADAS ลดอุบัติเหตุได้จริงหรือไม่?</strong></h2><p>	<strong>หน่วยงานความปลอดภัยทางหลวงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา</strong> หรือ <strong>NHTSA</strong> ได้ทำการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีความปลอดภัยกับอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุด (อัปเดตถึงปี 2025-2026) ชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญ</p><p>	·&nbsp;<strong>ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)</strong> ช่วยลดการชนท้ายได้เกือบครึ่งหนึ่ง <strong>(ลดลง 49% ในรถยนต์รุ่นปี 2015-2023)</strong></p><p>	·&nbsp;<strong>การพัฒนาของเทคโนโลยี</strong> ระบบ AEB มีประสิทธิภาพดีขึ้นเรื่อยๆ ตามปีผลิตที่ใหม่ขึ้น</p><p>	·&nbsp;<strong>ความปลอดภัยของคนเดินถนน</strong> ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติที่ตรวจจับคนเดินถนนได้ (Pedestrian AEB) ช่วยลดอุบัติเหตุการชนคนเดินถนนด้านหน้ารถยนต์ลงได้ 9%</p><p>	อย่างไรก็ตาม ระบบเหล่านี้ <strong>"ไม่ใช่ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ 100%"</strong> ในปี 2026 แม้เทคโนโลยีจะล้ำหน้าไปมาก แต่ความผิดพลาดจากสภาพอากาศ (ฝนตกหนัก, หมอกลงจัด) ยังคงเป็นข้อจำกัดที่ทำให้เซนเซอร์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ <a href="https://www.glassheroes.co.th/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A_ADAS_(Recalibrate)/6788a7e4e4fe700013900438" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="color: rgb(0, 0, 255);"><strong>(&nbsp;อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับเทียบระบบ ADAS&nbsp;)</strong></a></p><p><br></p><h2><strong>จ่ายเงินเพิ่มเพื่อ ADAS คุ้มค่าแค่ไหน?</strong></h2><p>หากคุณกำลังลังเลระหว่างรุ่น Standard กับรุ่นที่มี ADAS ให้พิจารณา 3 ปัจจัยนี้</p><h3>	<strong>1. ความปลอดภัยที่ตีค่าเป็นเงินไม่ได้</strong></h3><p>	การจ่ายเพิ่ม 50,000 - 100,000 บาท อาจดูเยอะในวันที่ซื้อรถยนต์ แต่หากระบบช่วยเบรกให้คุณเพียงแค่ "ครั้งเดียว" ก่อนจะชนท้ายรถยนต์คันอื่นหรือเดินชนคนเดินถนน มูลค่าความเสียหายและค่าเสียเวลาที่ประหยัดได้นั้นคุ้มค่ากว่าเงินที่จ่ายไปหลายเท่าตัว</p><h3>	<strong>2. ราคาขายต่อ (Resale Value)</strong></h3><p>	ในอนาคตอีก 4-5 ปีข้างหน้า รถที่ไม่มีระบบ ADAS พื้นฐานจะกลายเป็นรถยนต์ที่ล้าสมัยและขายต่อได้ยากกว่า เพราะผู้ซื้อรถยนต์มือสองในปี 2030 จะมองว่าระบบความปลอดภัยเหล่านี้คือ "มาตรฐานขั้นต่ำ"</p><h3>	<strong>3. เบี้ยประกันภัยรถยนต์</strong></h3><p>	ปัจจุบันบริษัทประกันภัยเริ่มมีการให้ส่วนลดเบี้ยประกันสำหรับรถยนต์ที่มีระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ เพราะสถิติบ่งชี้ว่าโอกาสการเกิดเคลมนั้นน้อยกว่า</p><p>	</p><h2><strong>สรุป จ่ายเพิ่มคุ้มไหม?</strong></h2><p>	<strong>คำตอบ คือ คุ้มค่าอย่างยิ่ง</strong> หากคุณมีงบประมาณเพียงพอ <u>การเลือกซื้อรถยนต์ที่มีระบบ ADAS คือการลงทุนกับความปลอดภัยของตัวคุณและครอบครัว</u> แต่อย่าลืมว่า <strong>"เทคโนโลยีเป็นเพียงผู้ช่วย"</strong> สติและการตัดสินใจของผู้ขับขี่ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดบนท้องถนน</p><p><br></p><h2><strong style="color: rgb(0, 0, 0);">ความปลอดภัยมั่นใจทุกเส้นทางที่&nbsp;</strong><a href="https://www.glassheroes.co.th/" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="color: rgb(255, 0, 0);"><strong>Glass Heroes</strong></a></h2><ul><li><strong style="color: rgb(0, 0, 0);">เครื่องมือมาตรฐานสากล</strong><span style="color: rgb(0, 0, 0);">&nbsp;เราใช้เทคโนโลยีการ Recalibrate ที่รองรับรถยนต์เกือบทุกรุ่นในตลาด ทั้งรถยนต์ญี่ปุ่น ยุโรป และรถ</span>ยนต์<span style="color: rgb(0, 0, 0);">ไฟฟ้า (EV) รวมถึงรถยนต์รุ่นใหม่ที่มีระบบ ADAS ในอนาคต</span></li><li><strong style="color: rgb(0, 0, 0);">ช่างผู้ชำนาญการ</strong><span style="color: rgb(0, 0, 0);">&nbsp;ทีมช่างผ่านการฝึกอบรมการตั้งค่าระบบ ADAS โดยเฉพาะ เข้าใจในทุกรายละเอียดของรถรุ่นใหม่ๆ</span></li><li><strong style="color: rgb(0, 0, 0);">การันตีความแม่นยำ</strong><span style="color: rgb(0, 0, 0);">&nbsp;เราตรวจสอบความพร้อมของระบบก่อนส่งมอบรถทุกคันพร้อมมอบ Certificate การปรับเทียบระบบ ADAS เพื่อให้คุณมั่นใจว่าระบบเบรกอัตโนมัติจะทำงานได้อย่างถูกต้องเมื่อถึงวินาทีสำคัญ</span></li></ul><p><span style="color: rgb(0, 0, 0);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span><strong style="color: rgb(0, 0, 0);">&nbsp;&nbsp;เพราะความปลอดภัย...รอไม่ได้</strong><span style="color: rgb(0, 0, 0);">&nbsp;หากกระจกหน้าของคุณมีรอยร้าว หรือถึงเวลาต้องเปลี่ยน อย่าลืมถามหาบริการ&nbsp;</span><strong style="color: rgb(0, 0, 0);">ADAS Recalibration</strong><span style="color: rgb(0, 0, 0);">&nbsp;เพื่อให้รถ</span>ยนต์<span style="color: rgb(0, 0, 0);">ของคุณกลับมาเป็นผู้ช่วยที่ไว้ใจได้ที่สุดอีกครั้ง</span></p><p>	<strong style="color: rgb(255, 0, 0);">Glass Heroes</strong><span style="color: rgb(51, 51, 51);">&nbsp;</span>ยังให้บริการ<strong style="color: rgb(51, 51, 51);">&nbsp;</strong><a href="https://www.glassheroes.co.th/%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87_Und_(Film)" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="color: rgb(0, 71, 178); background-color: initial;"><strong>ติดฟิล์มรถยนต์</strong></a><span style="color: rgb(51, 51, 51);">&nbsp;</span><a href="https://www.glassheroes.co.th/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C_Und_(Replace)/6788a7f4e4fe700013900455" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="color: rgb(0, 71, 178); background-color: initial;"><strong>เปลี่ยนกระจกรถยนต์</strong></a><span style="color: rgb(51, 51, 51);">&nbsp;</span>และ&nbsp;<a href="https://www.glassheroes.co.th/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A_ADAS_(Recalibrate)/6788a7e4e4fe700013900438" rel="noopener noreferrer nofollow" target="_blank" style="color: rgb(0, 71, 178);"><strong>ปรับเทียบระบบ ADAS</strong></a><span style="color: rgb(51, 51, 51);">&nbsp;</span>อย่างแม่นยำ สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ ไปจนถึงการรับประกันหลังการขายที่น่าเชื่อถือ<span style="color: rgb(51, 51, 51);">&nbsp;</span><strong style="color: rgb(255, 0, 0);">Glass Heroes</strong><span style="color: rgb(51, 51, 51);">&nbsp;</span>พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สบาย มั่นใจในความปลอดภัย และมีระดับให้กับรถยนต์ของคุณ</p>]]></content:encoded>
            <media:content url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c0e029c412b_1774247977.webp" medium="image"/>
            <enclosure url="https://prnewsplus.com/uploads/posts/2026/03/69c0e029c412b_1774247977.webp" type="image/jpeg" length="0"/>
        </item>
    </channel>
</rss>
