PFP ปลื้ม คว้า 4 รางวัลใหญ่ Prime Minister’s Export Award 2026 ตั้งเป้าโต 15%
ตอกย้ำภาพผู้นำอาหารทะเลแปรรูป ต่อยอดความเชื่อมั่นแบรนด์คนไทย เสริมแกร่งขยายตลาดโลก
กลุ่มบริษัท พี.เอฟ.พี. ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ คว้า 4 รางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2569 (Prime Minister's Export Award 2026) พร้อมกันในครั้งเดียว ได้แก่ Best Exporter, Best Thai Brand, Best Halal และ Best Green & Sustainable Exporter สะท้อนความแข็งแกร่งขององค์กรไทยที่มีศักยภาพครบทุกมิติ ตั้งแต่การผลิต การส่งออก การสร้างมาตรฐานฮาลาล ไปจนถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธีและเป็นผู้มอบรางวัล ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล จัดโดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
โดยมีทีมผู้บริหารที่เข้ารับรางวัลทั้ง 4 สาขา ประกอบด้วย นายทวี ปิยะพัฒนา ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท พี.เอฟ.พี. รับรางวัล Best Exporter นางสาวปิยกาญจน์ ปิยะพัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด รับรางวัล Best Thai Brand นางสาวนาเฟียฮันต์ เด็งโด ผู้จัดการฝ่ายตลาดต่างประเทศ รับรางวัล Best Halal และนางสาวพวงเล็ก เอี่ยมชำนาญ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน รับรางวัล Best Green & Sustainable Exporter
นายทวี ปิยะพัฒนา ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท พี.เอฟ.พี. กล่าวว่า การได้รับรางวัลทั้ง 4 สาขาในครั้งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของบริษัทฯ และการได้รับรางวัลไม่ได้สะท้อนเพียงแค่ความสำเร็จด้านการส่งออก แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพ มาตรฐาน นวัตกรรม และแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ PFP ยึดมั่นมาอย่างต่อเนื่อง
"การส่งออกไม่ใช่เพียงการนำสินค้าไปจำหน่ายในต่างประเทศ แต่คือการส่งต่อคุณค่าและศักยภาพของประเทศไทยไปสู่สายตาชาวโลก รางวัลครั้งนี้ จึงเป็นทั้งความภาคภูมิใจและความรับผิดชอบ ที่ผลักดันให้เราต้องพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้ง 4 รางวัลนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันว่า แนวทางธุรกิจที่เราดำเนินมาตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ทั้งการพัฒนาคุณภาพ การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการรักษาความไว้วางใจของลูกค้า ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ขณะเดียวกัน ยังเป็นกำลังใจให้พนักงานทุกคนร่วมกันยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน”
จุดแข็งที่ทำให้ PFP เติบโต คือการไม่หยุดอยู่กับความสำเร็จเดิม แต่ผสานความเชี่ยวชาญของทีมวิจัยและพัฒนา เข้ากับความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และความเข้าใจผู้บริโภค เพื่อเปลี่ยนแนวคิดให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่าง ผลิตได้จริง และตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละตลาด ในด้านคุณภาพและมาตรฐาน PFP ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาหารตลอดทั้งกระบวนการ ตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ การผลิต การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการส่งมอบ โดยผลิตภัณฑ์ต้องมีคุณภาพสม่ำเสมอ ตรวจสอบย้อนกลับได้ และสอดคล้องกับข้อกำหนดของแต่ละประเทศ รวมถึงมาตรฐาน ฮาลาล ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล
ทางด้าน นางสาวปิยกาญจน์ ปิยะพัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด กลุ่มบริษัท พี.เอฟ.พี. กล่าวเสริมอีกว่า "สำหรับ PFP รางวัล Prime Minister's Export Award 2026 คือ ความสำเร็จ ที่เกิดจากการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนภายในองค์กร ที่ร่วมกันพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และจะถูกนำไปต่อยอดเป็นเครื่องมือสร้างความเชื่อมั่น เสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม พร้อมเปิดโอกาสสู่ความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่ และยกระดับบทบาทของ PFP จากผู้ผลิตและผู้ส่งออก สู่การเป็นพันธมิตรด้านนวัตกรรมอาหารทะเลระดับโลก โดยมีเป้าหมายไม่ใช่เพียงการเพิ่มยอดขาย แต่คือการสร้างความไว้วางใจในระยะยาว และเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งการได้รับรางวัลในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนสำคัญในการต่อยอดการเติบโตในตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นการเป็นผู้ส่งออกที่มีศักยภาพ การสร้างแบรนด์ไทยให้ได้รับการยอมรับในตลาดโลก การรักษามาตรฐานฮาลาลที่สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และการดำเนินธุรกิจที่เติบโตควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
อ่านต่อเรื่องนี้ขอเชิญชวนส่งผลงานเข้าร่วมประกวด 2026 ASEAN–China Micro Drama Contest ลุ้นเงินรางวัลกว่า 6 ล้านบาท“ก่อนหน้านี้ PFP ตั้งเป้ายอดขายสำหรับตลาดต่างประเทศในปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 1,300 ล้านบาท (ราว 11,000 ตัน) การที่บริษัทฯ ได้รับรางวัลทั้ง 4 สาขา ในครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและลูกค้า ประกอบกับแผนธุรกิจในช่วงไตรมาส 4 ที่บริษัทฯ คาดว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเจรจากับลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ รวมถึง สนับสนุนการนำเสนอสินค้าในตลาดที่มีศักยภาพ จึงประเมินว่ายอดขายปีนี้มีแนวโน้มขยับจากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้อยู่ที่จำนวนประมาณ 1,500 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 15% โดยเฉพาะตลาดที่เน้นความสำคัญกับมาตรฐานของผู้ผลิตและมาตรฐานฮาลาล อย่างเช่นตลาดมุสลิม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ให้ความสำคัญกับการขยายตลาดในกลุ่มประเทศสมาชิกองค์การ ความร่วมมืออิสลาม (OIC) ซึ่งปัจจุบัน PFP ส่งสินค้าไปไปยังประเทศในกลุ่มนี้แล้ว 11 ประเทศ และตั้งเป้าจะขยายเพิ่มขึ้นเป็น 25 ประเทศ ภายใน 5 ปีข้างหน้าอีกด้วย” นางสาวปิยกาญจน์ ปิยะพัฒนา กล่าว
ปัจจุบัน PFP ส่งออกสินค้าไปยัง 40 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทั้งทวีปยุโรป อเมริกาเหนือ โอเชียเนีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา พร้อมทั้งมีพันธมิตรทางธุรกิจมากกว่า 50 ราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของฐานตลาด และเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจที่มีอยู่ทั่วทุกภูมิภาค โดยมี จีน เป็นตลาดหลังที่ทำยอดขายสูงสุด รวมไปถึง อินโดนีเซีย ที่เป็นตลาดสำคัญ เพราะเป็นตลาดใหญ่ที่มีผู้บริโภคชาวมุสลิมอาศัยอยู่จำนวนมาก นอกจากนี้ PFP ยังตั้งเป้าหมายขยายตลาดส่งออกจาก 40 ประเทศ เพิ่มขึ้นเป็น 50 ประเทศ ภายในอีก 5 ปี ควบคู่ไปกับการเดินหน้ายกระดับด้านนวัตกรรมอาหาร มาตรฐานฮาลาล และความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง เพื่อสร้างและขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดโลกให้เติบโตต่อไปในภายภาคหน้า
อัปเดตข้อมูลข่าวสารและติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ : https://www.facebook.com/PFPThailand