🎗ขอน้อมถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา🎗
0%

ก้าวสำคัญของเทคโนโลยีไฮโดรเจน ไต้หวัน

Default Avatar Dej
28 พฤษภาคม 2568
อ่าน 5 นาที
25
ก้าวสำคัญของเทคโนโลยีไฮโดรเจน ไต้หวัน

สรุปเนื้อหา

รายงานจากไต้หวัน: ก้าวสำคัญของเทคโนโลยีไฮโดรเจน...เมื่อ "รัตนพัฒน์ ปีวิเศษกุลเดช" สัมผัสของจริง             สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน "รัตนพัฒน์ ปีวิเศษกุลเดช" กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับความตื่นเต้นจากการเดินทางไปศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยีพลังงาน ณ ประเทศไต้หวัน...

รายงานจากไต้หวัน: ก้าวสำคัญของเทคโนโลยีไฮโดรเจน...เมื่อ "รัตนพัฒน์ ปีวิเศษกุลเดช" สัมผัสของจริง

            สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน "รัตนพัฒน์ ปีวิเศษกุลเดช" กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับความตื่นเต้นจากการเดินทางไปศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยีพลังงาน ณ ประเทศไต้หวัน หนึ่งในผู้เล่นสำคัญในภูมิภาคเอเชียที่กำลังเร่งพัฒนาพลังงานสะอาด เพื่อก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero Emission อย่างจริงจัง และหัวใจสำคัญที่ผมได้สัมผัสในทริปนี้คือ เทคโนโลยีการผลิตไฮโดรเจน ที่ไต้หวันกำลังผลักดันอย่างเต็มที่

ในฐานะนักวิชาการอิสระ ผมได้มีโอกาสเยี่ยมชมทั้งสถาบันวิจัยชั้นนำ โรงงานผลิตอุปกรณ์สำคัญ และพูดคุยกับนักวิจัยและผู้ประกอบการภาคเอกชนหลายท่าน ทำให้ผมได้เห็นภาพรวมของภูมิทัศน์ไฮโดรเจนของไต้หวันที่น่าสนใจและแตกต่างจากมุมมองที่เรามักจะเห็นจากรายงานทั่วไป

ความมุ่งมั่นที่จับต้องได้: ไฮโดรเจนในฐานะยุทธศาสตร์ชาติ

           สิ่งที่สัมผัสได้ทันทีเมื่อมาถึงไต้หวันคือ ความมุ่งมั่นระดับชาติ ที่ผลักดันไฮโดรเจนเป็นหนึ่งในเสาหลักของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน พวกเขาไม่ได้มองไฮโดรเจนแค่เป็น "เชื้อเพลิงทางเลือก" แต่เป็น "พลังงานยุทธศาสตร์" ที่จะช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว รัฐบาลไต้หวันได้ประกาศแผนที่นำทางด้านไฮโดรเจนที่ชัดเจน โดยเฉพาะการมุ่งเน้นไปที่การพัฒนา Green Hydrogen หรือไฮโดรเจนที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการลดคาร์บอน

เทคโนโลยีการผลิตที่หลากหลาย: ไม่ได้มีแค่ Electrolysis

          เมื่อพูดถึงการผลิตไฮโดรเจน เรามักจะนึกถึงกระบวนการ Electrolysis (การแยกน้ำด้วยไฟฟ้า) เป็นอันดับแรก ซึ่งในไต้หวันก็มีการลงทุนในเทคโนโลยีนี้อย่างมาก โดยเฉพาะในส่วนของการพัฒนา Electrolyzer ที่มีประสิทธิภาพสูงและต้นทุนต่ำ แต่สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจคือ ความหลากหลายของแนวทางการวิจัยและพัฒนา ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ Electrolysis แบบดั้งเดิมเท่านั้น

  • PEM Electrolyzer (Proton Exchange Membrane): โรงงานที่ผมได้เยี่ยมชม กำลังเร่งพัฒนาและผลิต PEM Electrolyzer ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะกับการเชื่อมต่อกับแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนสูงอย่างพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ด้วยคุณสมบัติที่สามารถปรับการทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง ผมได้เห็นต้นแบบของเครื่องผลิต Electrolyzer ที่มีขนาดกะทัดรัดขึ้น และกำลังทดสอบประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมจริง
  • Solid Oxide Electrolysis Cell (SOEC): นี่เป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจมากสำหรับไต้หวัน เนื่องจากพวกเขามีอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเหล็กกล้าที่ต้องการความร้อนสูง SOEC สามารถทำงานที่อุณหภูมิสูง ซึ่งช่วยลดพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในการแยกน้ำ และสามารถใช้ความร้อนเหลือทิ้งจากกระบวนการอุตสาหกรรมมาช่วยเสริมได้ นักวิจัยกำลังมุ่งเน้นการพัฒนาวัสดุและโครงสร้างของ SOEC เพื่อให้มีความทนทานและประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น
  • Bio-Hydrogen Production: ไต้หวันยังให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาการผลิตไฮโดรเจนจากชีวมวลและของเสียทางการเกษตร (Bio-hydrogen) ซึ่งเป็นแนวทางที่น่าสนใจสำหรับประเทศที่มีภาคเกษตรกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเทคโนโลยี Gasification และ Pyrolysis ที่แปลงชีวมวลให้เป็น Syngas แล้วนำไปผลิตไฮโดรเจนต่อ สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ผลิตไฮโดรเจนได้ แต่ยังช่วยจัดการของเสียและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคเกษตรกรรมอีกด้วย
  • Hydrogen from Industrial By-products: ผมได้เห็นการนำเทคโนโลยีการดักจับและใช้ไฮโดรเจนที่เกิดจากกระบวนการอุตสาหกรรมบางประเภท ซึ่งถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดการปล่อยของเสีย การนำไฮโดรเจนที่ถูกปล่อยทิ้งมาใช้ใหม่ ถือเป็นแนวคิดที่ชาญฉลาดและประหยัดต้นทุนในระยะแรก

การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและนวัตกรรมแบบองค์รวม

        สิ่งที่ไต้หวันกำลังทำคือการสร้าง Ecosystem ของไฮโดรเจนที่แข็งแกร่ง พวกเขาไม่ได้มองแค่การผลิต แต่ครอบคลุมไปถึง:

  • ระบบจัดเก็บและขนส่ง: มีการลงทุนในการวิจัยวัสดุสำหรับถังเก็บไฮโดรเจนแรงดันสูง และการศึกษาความเป็นไปได้ในการผสมไฮโดรเจนกับก๊าซธรรมชาติในท่อส่ง (Hydrogen Blending) เพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต
  • การใช้งานปลายทาง (End-use Applications): มีโครงการนำร่องที่น่าสนใจ เช่น การใช้เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Fuel Cells) ในรถยนต์ รถบัส และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการนำไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมบางแห่ง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการใช้งานจริง
  • การเชื่อมโยงภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม: สถาบันวิจัยของไต้หวันทำงานอย่างใกล้ชิดกับบริษัทเอกชน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ สิ่งนี้ช่วยเร่งให้งานวิจัยไม่หยุดอยู่แค่ในห้องทดลอง แต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง

สิ่งที่ไทยเรียนรู้จากไต้หวัน

         จากการไปสัมผัสเทคโนโลยีไฮโดรเจนของไต้หวัน ผมมองว่าประเทศไทยสามารถเรียนรู้ได้หลายประการ:

  1. ความสำคัญของการมีนโยบายระดับชาติที่ชัดเจน: ไต้หวันแสดงให้เห็นว่าการมีเป้าหมายและแผนที่นำทางที่แน่วแน่เป็นสิ่งจำเป็นในการดึงดูดการลงทุนและขับเคลื่อนอุตสาหกรรม
  2. การลงทุนใน R&D อย่างต่อเนื่อง: ไต้หวันไม่หยุดอยู่แค่การนำเข้าเทคโนโลยี แต่เน้นการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างนวัตกรรมของตนเอง ซึ่งจะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว
  3. ความหลากหลายของแนวทางการผลิต: การไม่จำกัดอยู่แค่เทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง แต่เปิดกว้างในการสำรวจแนวทางที่หลากหลาย เช่น Bio-hydrogen หรือการนำไฮโดรเจนจากของเสียอุตสาหกรรมมาใช้ใหม่ จะช่วยเพิ่มโอกาสและสร้างความยืดหยุ่นให้กับระบบพลังงาน
  4. การสร้าง Ecosystem ที่สมบูรณ์: การมองภาพรวมตั้งแต่การผลิต จัดเก็บ ขนส่ง และการใช้งาน จะช่วยให้การพัฒนาอุตสาหกรรมไฮโดรเจนเป็นไปอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ

        การเดินทางครั้งนี้ทำให้ผมมั่นใจว่า ไฮโดรเจนไม่ใช่แค่กระแส แต่เป็น ความเป็นจริงที่กำลังก่อร่างสร้างตัว ทั่วโลก ไต้หวันได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความก้าวหน้าที่น่าชื่นชมในการพัฒนาเทคโนโลยีไฮโดรเจน ซึ่งจะเป็นบทเรียนสำคัญให้ประเทศไทยได้นำมาปรับใช้ เพื่อก้าวสู่การเป็นประเทศที่มีพลังงานสะอาดและยั่งยืนในอนาคตครับ

รัตนพัฒน์ ปีวิเศษกุลเดช นักวิชาการอิสระ(อดีตกมธ.พลังงาน)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1 ข่าวนี้เกี่ยวกับอะไร?

รายงานจากไต้หวัน: ก้าวสำคัญของเทคโนโลยีไฮโดรเจน...เมื่อ "รัตนพัฒน์ ปีวิเศษกุลเดช" สัมผัสของจริง             สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน "รัตนพัฒน์ ปีวิเศษกุลเดช" กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับความตื่นเต้นจ...

2 ใครเป็นผู้เผยแพร่ข่าวนี้?

ข่าวนี้เผยแพร่โดย Dej ผ่านทาง PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส ศูนย์รวมข่าวประชาสัมพันธ์ชั้นนำของประเทศไทย

3 ข่าวนี้อยู่ในหมวดหมู่อะไร?

ข่าวนี้อยู่ในหมวดหมู่ "กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)" ท่านสามารถอ่านข่าวอื่นๆ ในหมวดนี้ได้ที่ PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส

4 ข่าวนี้เผยแพร่เมื่อไหร่?

ข่าวนี้เผยแพร่เมื่อ 28 พฤษภาคม 2568 และมีผู้อ่านแล้ว 25 ครั้ง

แชร์:
25 ครั้ง 1 ปีที่แล้ว เผยแพร่ทันที

อยากเผยแพร่ข่าวของคุณบ้าง?

ลงข่าวแรกฟรี 1 ชิ้น • เผยแพร่ทันที • Do-Follow backlink

Advertisement
โฆษณา
ลงโฆษณาที่นี่
728 x 90
ติดต่อเรา

บทความที่เกี่ยวข้อง

Amari Don Muang Airport Bangkok Leads Overpass Upgrade to Enhance Community Safety and Access
กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)

Amari Don Muang Airport Bangkok Leads Overpass Upgrade to Enhance Community Safety and Access

6 วันที่แล้ว 89
MSC ส่งต่อโอกาสทางการศึกษา ผ่านพลังของเทคโนโลยี จากโครงการ Smart Classroom 2026
กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)

MSC ส่งต่อโอกาสทางการศึกษา ผ่านพลังของเทคโนโลยี จากโครงการ Smart Classroom 2026

7 วันที่แล้ว 30
“สวมหมวกนิรภัย อุ่นใจกับวัยจิ๋ว”
กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)

“สวมหมวกนิรภัย อุ่นใจกับวัยจิ๋ว”

14 วันที่แล้ว 185
สกินโนวา จับมือ ททท. มอบกันแดด Heliocare แก่โรงเรียนวัดบ้านฉาง มุ่งปกป้องผิวเด็กไทยจากภัยแสงแดดและรั
กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)

สกินโนวา จับมือ ททท. มอบกันแดด Heliocare แก่โรงเรียนวัดบ้านฉาง มุ่งปกป้องผิวเด็กไทยจากภัยแสงแดดและรั

19 วันที่แล้ว 55
สกินโนวา หนุนท่องเที่ยวเชิงกีฬาจับมือ ททท. มอบกันแดด Heliocare แก่โรงเรียนชุมชนวัดสุวรรณรังสรรค์
กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)

สกินโนวา หนุนท่องเที่ยวเชิงกีฬาจับมือ ททท. มอบกันแดด Heliocare แก่โรงเรียนชุมชนวัดสุวรรณรังสรรค์

19 วันที่แล้ว 55
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วมกับ กรมป่าไม้ สานต่อโครงการ J&T Forest ปีที่ 3   ตอกย้ำพันธกิจ ESG ฟื้นฟูระ
กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)

เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วมกับ กรมป่าไม้ สานต่อโครงการ J&T Forest ปีที่ 3 ตอกย้ำพันธกิจ ESG ฟื้นฟูระ

20 วันที่แล้ว 32

คัดลอกลิงก์สำเร็จ!

คัดลอกลิงก์พร้อมข้อความแล้ว
นำไปแชร์ต่อได้เลย

เชื่อมั่นโดย:
SSL Secured
Verified News

แจ้งให้ทราบ — เราใช้ Google Analytics เพื่อปรับปรุงประสบการณ์บริการ ดูรายละเอียด