PR+
NEWSPLUS
Business & Lifestyle News
0%
Advertisement

เปิดภาพจำแห่งความสูญเสีย สู่ชีวิตใหม่หลังภัยพิบัติ มูลนิธิศุภนิมิตฯ กว่าทศวรรษแห่งการตั้งรับกับภัยธรรมชาติในอนาคต

Default Avatar DSK4277
19 ธันวาคม 2567 11:58 น. อ่าน 5 นาที
157
เปิดภาพจำแห่งความสูญเสีย สู่ชีวิตใหม่หลังภัยพิบัติ มูลนิธิศุภนิมิตฯ กว่าทศวรรษแห่งการตั้งรับกับภัยธรรมชาติในอนาคต

สรุปเนื้อหา

กระแสตื่นตัวเรื่องภัยพิบัติ สร้างความตระหนักรู้ให้กับคนไทยเป็นอย่างมาก และหากจะพูดถึงเหตุการณ์ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยและสร้างความสะเทือนใจไปทั่วโลก คงต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2547 กับเหตุการณ์ คลื่นยักษ์สึนามิ ที่ซัดถล่มภาคใต้ฝั่งอันดามัน โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่...

กระแสตื่นตัวเรื่องภัยพิบัติ สร้างความตระหนักรู้ให้กับคนไทยเป็นอย่างมาก และหากจะพูดถึงเหตุการณ์ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยและสร้างความสะเทือนใจไปทั่วโลก คงต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2547 กับเหตุการณ์ คลื่นยักษ์สึนามิ ที่ซัดถล่มภาคใต้ฝั่งอันดามัน โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ แม้จะผ่านไปนานแล้ว ร่องรอยความเสียหาย และความช่วยเหลือจากหลายฝ่ายก็ยังคงดำเนินอยู่ ปัจจุบันมีการพัฒนาระบบเตือนภัยและแผนรับมือภัยพิบัติที่ดีขึ้นแต่ความเสี่ยงต่อการเกิดสึนามิในอนาคต ยังคงฝังอยู่ในใจคนพื้นที่อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เช่นเดียวกับ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ที่ยังคงลงพื้นที่ ติดตาม ให้ความช่วยเหลือกับเด็กและชุมชนในพื้นที่ประสบภัยอยู่อย่างต่อเนื่อง นายตะวัน ทรายอ่อน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาจัดการภัยพิบัติ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี พาเราย้อนกลับไปทบทวนถึงเหตุการณ์ในวันนั้น วันที่สึนามิพรากคนที่รักให้จากไปแบบไม่มีวันกลับถึง 3 ชีวิต ครอบครัว ทรัพย์สิน กลืนหายไปในชั่วพริบตา “ผมเกิดและโตในครอบครัวชาวประมง ที่จังหวัดพังงา ผมจำได้ว่าวันที่เกิดเหตุการณ์สึนามิ วันนั้นปู่กับพ่อผมนำเรือออกทะเล ส่วนผมอยู่บ้าน คลื่นลูกใหญ่ซัดเรือแตก พ่อรอดแต่ปู่จมหายไปกลางทะเล เพียงไม่กี่นาที คลื่นที่ซัดเข้าฝั่ง ก็พัดเอาร่างของย่าและอาผมกลับลงไปด้วย ส่วนผมและคนอื่น ๆ รอดมาได้เพราะเกาะอยู่บนต้นไม้ หลังจากนั้นเราก็ได้ไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ทางจังหวัดจัดให้ บรรยากาศในช่วงนั้นต่างเต็มไปด้วยความโศกเศร้าสูญเสียที่ยากจะบรรยาย แม้จะผ่านมานานแล้วแต่ภาพจำเหล่านั้นผมเชื่อว่าผู้ประสบภัยที่ยังมีชีวิตอยู่ไม่เคยลืมแน่นอน รวมทั้งตัวผมด้วย” แต่บนความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีตามมาอยู่ เมื่อความช่วยเหลือหลั่งไหลเข้ามายังพื้นที่ประสบเหตุ “ในช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่โกลาหลมาก แต่ศุภนิมิตฯ ก็ยังอยู่เคียงข้างครอบครัวผมและทุกคนในชุมชนตั้งแต่วันแรก เพราะสึนามิยังไม่เคยเกิดขึ้นในไทยมาก่อน ส่วนใหญ่เสียชีวิตด้วยการจมน้ำ ไม่รู้วิธีรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ ศุภนิมิตฯ เข้ามาฟื้นฟูทั้งสภาพจิตใจ ส่งเสริมอาชีพให้ชุมชนสนับสนุนอุปกรณ์ทำกิน และผมก็ได้เข้าร่วม โครงการอุปการะเด็ก ใน จ.พังงา ตั้งแต่นั้นมา จนมาถึง โครงการส่งน้องจบ ป.ตรี ผมเลือกเรียนในสาขาจัดการภัยพิบัติ และปัจจุบัน ผมกำลังฝึกงานอยู่ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อทำตามความฝันที่อยากจะใช้ความรู้ด้านเทคโนโลยีการป้องกันภัยพิบัติ และคาดคะเนการเกิดภัยธรรมชาติที่ได้เรียนมากลับไปพัฒนาบ้านเกิด สร้างเกราะป้องกันภัยด้วยการให้ความรู้กับคนในชุมชนด้านการเอาตัวรอดเมื่อเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ เพราะไม่อยากให้ภาพจำในอดีตเกิดขึ้นกับทุกคนในชุมชนเพียงเพราะเราขาดความรู้และความเข้าใจในการเอาตัวรอด เราได้สร้างภาคีเครือข่ายกับคนรุ่นใหม่ในแต่ละชุมชนเป็นสื่อกลางให้เด็ก ๆ และชุมชนรู้จักวิธีการรับมือกับภัยธรรมชาติได้อย่างทันท่วงทีด้วยครับ” ด้าน ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เผยถึงแนวนโยบายการรับมือกับภัยพิบัติของมูลนิธิศุภนิมิตฯ เพื่อเตรียมพร้อมในพื้นที่ดูแลของมูลนิธิฯ ว่า “สึนามิเมื่อปี 2547 ยังคงเป็นภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ โดยมีผู้เสียชีวิตประมาณ 230,000 รายใน 14 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย ในช่วงที่เกิดภัยพิบัติ World Vision(ศุภนิมิตสากล) ดำเนินการตามแนวทาง First In, Last Out โดยเราให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินด้านการช่วยชีวิตมาเป็นอันดับแรก จากนั้น จึงดำเนินการตามแผนในระยะยาว เพื่อช่วยเหลือครอบครัวในด้านต่าง ๆ ให้ฟื้นตัวได้ และสร้างบ้านใหม่ กรณีของน้องตะวัน เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดี ถึงผลกระทบและความพยายามร่วมกันของเรา ที่ทำสำเร็จตลอด 20 ปีหลังเกิดเหตุ เรารู้สึกขอบคุณที่เห็นเขาและชุมชนของเขา พัฒนาฟื้นฟูตนเองขึ้นมาได้ และเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติได้ดีขึ้น นอกเหนือจากประเทศไทยแล้ว World Vision ยังได้ให้ความช่วยเหลือใน 4 ประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ได้แก่ อินโดนีเซีย ศรีลังกา อินเดีย และเมียนมาร์ ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้คนมากกว่า 1 ล้านคนภายใน 90 วันแรกหลังเกิดเหตุผ่านการมอบสิ่งของจำเป็นในการช่วยชีวิต เช่น อาหาร น้ำ ชุดสุขอนามัย พื้นที่สำหรับเด็ก และผู้คนอีก 1.1 ล้านคน สำหรับความพยายามในการบำรุงและฟื้นฟู เช่น การสร้างบ้านและโรงเรียน การเสริมสร้างศักยภาพในการดำรงชีพ และการศึกษา ตลอดจนการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน เช่น การปลูกป่าชายเลนทดแทน เป็นต้น แม้เวลาจะผ่านมานานแล้ว แต่ศุภนิมิตฯ เรายังลงพื้นที่ ติดตามความคืบหน้า ทำกิจกรรมกับเยาวชนและชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เราทำงานภายใต้แผนการดำเนินงานด้านลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (Disaster Risk Reduction : DRR) ให้กับชุมชนและโรงเรียน มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังมีการเปิดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ในพื้นที่ดำเนินงานทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ รวมทั้ง พื้นที่ภาคใต้ที่เคยประสบกับภัยพิบัติสึนามิ เพื่อเป็นการให้เด็ก ครอบครัวและชุมชน ได้ป้องกัน เฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมเมื่อต้องประสบกับภัยพิบัติในทุกรูปแบบ” ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง กล่าว. กว่า 20 ปีที่เรื่องราวของนายตะวัน ทรายอ่อน หนึ่งในตัวอย่างของผู้ได้รับผลกระทบ ยังคงถูกพูดถึงและหยิบยกขึ้นมาเป็นบุคคลต้นแบบที่เป็นเด็กในโครงการอุปการะของศุภนิมิตฯ ได้รับการช่วยเหลือฟื้นฟูด้านต่าง ๆ ตามแผนนโยบายรับมือภัยพิบัติ จนในวันนี้เติบโตเป็นบุคลากรคุณภาพ ที่พร้อมจะส่งต่อความช่วยเหลือให้สังคมและชุมชนของเขาต่อไปได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพรวมความสำเร็จของการดำเนินงานตามพันธกิจของศุภนิมิตฯ ในการช่วยเหลือและแผนงานด้านตอบสนองภัยพิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมและสร้างความยั่งยืนให้ชุมชนด้วย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและอัพเดทความเคลื่อนไหวได้ที่ https://www.facebook.com/worldvisionthailand หรือ โทร. 02 022 9200
Advertisement

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1 ข่าวนี้เกี่ยวกับอะไร?

กระแสตื่นตัวเรื่องภัยพิบัติ สร้างความตระหนักรู้ให้กับคนไทยเป็นอย่างมาก และหากจะพูดถึงเหตุการณ์ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยและสร้างความสะเทือนใจไปทั่วโลก คงต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2547 กับเหตุการณ์ คล...

2 ใครเป็นผู้เผยแพร่ข่าวนี้?

ข่าวนี้เผยแพร่โดย DSK4277 ผ่านทาง PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส ศูนย์รวมข่าวประชาสัมพันธ์ชั้นนำของประเทศไทย

3 ข่าวนี้อยู่ในหมวดหมู่อะไร?

ข่าวนี้อยู่ในหมวดหมู่ "กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)" ท่านสามารถอ่านข่าวอื่นๆ ในหมวดนี้ได้ที่ PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส

4 ข่าวนี้เผยแพร่เมื่อไหร่?

ข่าวนี้เผยแพร่เมื่อ 19 ธันวาคม 2567 และมีผู้อ่านแล้ว 157 ครั้ง

แชร์:

เกี่ยวกับผู้เผยแพร่

157 ครั้ง 1 ปีที่แล้ว เผยแพร่ทันที

อยากเผยแพร่ข่าวของคุณบ้าง?

ลงข่าวแรกฟรี 1 ชิ้น • เผยแพร่ทันที • Do-Follow backlink

Advertisement
โฆษณา
ลงโฆษณาที่นี่
728 x 90
ติดต่อเรา

บทความที่เกี่ยวข้อง

MSC ตอกย้ำผู้นำองค์กรไอทีสีเขียว คว้าการรับรอง Carbon Footprint for Organization (CFO) ต่อเนื่องปี 2
กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)

MSC ตอกย้ำผู้นำองค์กรไอทีสีเขียว คว้าการรับรอง Carbon Footprint for Organization (CFO) ต่อเนื่องปี 2

29 วันที่แล้ว 48
สกินโนวา ผนึกกำลังสมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย สนับสนุนวงการกีฬาไทย พร้อมเดินหน้า CSR
กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)

สกินโนวา ผนึกกำลังสมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทย สนับสนุนวงการกีฬาไทย พร้อมเดินหน้า CSR

1 เดือนที่แล้ว 29
“บุกสวน ชวนฟิน กินทุเรียนนาป่า” เกษตรเมืองเพชรบูรณ์หนุนท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้สู่ชุมชน
กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)

“บุกสวน ชวนฟิน กินทุเรียนนาป่า” เกษตรเมืองเพชรบูรณ์หนุนท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้สู่ชุมชน

1 เดือนที่แล้ว 97
ท่ายาง Book Club ขับเคลื่อนการอ่าน เพียงหนึ่งหน้าก็เปลี่ยนชุมชนได้
กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)

ท่ายาง Book Club ขับเคลื่อนการอ่าน เพียงหนึ่งหน้าก็เปลี่ยนชุมชนได้

1 เดือนที่แล้ว 99
กระแสแรง! "เชอรี่" ฐิติพร แต่งพลกรัง เบอร์ 2 ผู้สมัคร ส.ก. หนองแขม ม้ามืดที่ชาวบ้านพูดถึงมากที่สุดใน
กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)

กระแสแรง! "เชอรี่" ฐิติพร แต่งพลกรัง เบอร์ 2 ผู้สมัคร ส.ก. หนองแขม ม้ามืดที่ชาวบ้านพูดถึงมากที่สุดใน

1 เดือนที่แล้ว 96

คัดลอกลิงก์สำเร็จ!

คัดลอกลิงก์พร้อมข้อความแล้ว
นำไปแชร์ต่อได้เลย

เชื่อมั่นโดย:
SSL Secured
Verified News

แจ้งให้ทราบ — เราใช้ Google Analytics เพื่อปรับปรุงประสบการณ์บริการ ดูรายละเอียด