0%
Advertisement
โฆษณา
ลงโฆษณาที่นี่
970 x 250
ติดต่อเรา

เปิดภาพจำแห่งความสูญเสีย สู่ชีวิตใหม่หลังภัยพิบัติ มูลนิธิศุภนิมิตฯ กว่าทศวรรษแห่งการตั้งรับกับภัยธรรมชาติในอนาคต

Default Avatar DSK4277
19 ธันวาคม 2567
อ่าน 5 นาที
110
เปิดภาพจำแห่งความสูญเสีย สู่ชีวิตใหม่หลังภัยพิบัติ มูลนิธิศุภนิมิตฯ กว่าทศวรรษแห่งการตั้งรับกับภัยธรรมชาติในอนาคต

สรุปเนื้อหา

กระแสตื่นตัวเรื่องภัยพิบัติ สร้างความตระหนักรู้ให้กับคนไทยเป็นอย่างมาก และหากจะพูดถึงเหตุการณ์ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยและสร้างความสะเทือนใจไปทั่วโลก คงต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2547 กับเหตุการณ์ คลื่นยักษ์สึนามิ ที่ซัดถล่มภาคใต้ฝั่งอันดามัน โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่...

กระแสตื่นตัวเรื่องภัยพิบัติ สร้างความตระหนักรู้ให้กับคนไทยเป็นอย่างมาก และหากจะพูดถึงเหตุการณ์ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยและสร้างความสะเทือนใจไปทั่วโลก คงต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2547 กับเหตุการณ์ คลื่นยักษ์สึนามิ ที่ซัดถล่มภาคใต้ฝั่งอันดามัน โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ แม้จะผ่านไปนานแล้ว ร่องรอยความเสียหาย และความช่วยเหลือจากหลายฝ่ายก็ยังคงดำเนินอยู่ ปัจจุบันมีการพัฒนาระบบเตือนภัยและแผนรับมือภัยพิบัติที่ดีขึ้นแต่ความเสี่ยงต่อการเกิดสึนามิในอนาคต ยังคงฝังอยู่ในใจคนพื้นที่อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เช่นเดียวกับ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ที่ยังคงลงพื้นที่ ติดตาม ให้ความช่วยเหลือกับเด็กและชุมชนในพื้นที่ประสบภัยอยู่อย่างต่อเนื่อง นายตะวัน ทรายอ่อน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาจัดการภัยพิบัติ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี พาเราย้อนกลับไปทบทวนถึงเหตุการณ์ในวันนั้น วันที่สึนามิพรากคนที่รักให้จากไปแบบไม่มีวันกลับถึง 3 ชีวิต ครอบครัว ทรัพย์สิน กลืนหายไปในชั่วพริบตา “ผมเกิดและโตในครอบครัวชาวประมง ที่จังหวัดพังงา ผมจำได้ว่าวันที่เกิดเหตุการณ์สึนามิ วันนั้นปู่กับพ่อผมนำเรือออกทะเล ส่วนผมอยู่บ้าน คลื่นลูกใหญ่ซัดเรือแตก พ่อรอดแต่ปู่จมหายไปกลางทะเล เพียงไม่กี่นาที คลื่นที่ซัดเข้าฝั่ง ก็พัดเอาร่างของย่าและอาผมกลับลงไปด้วย ส่วนผมและคนอื่น ๆ รอดมาได้เพราะเกาะอยู่บนต้นไม้ หลังจากนั้นเราก็ได้ไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ทางจังหวัดจัดให้ บรรยากาศในช่วงนั้นต่างเต็มไปด้วยความโศกเศร้าสูญเสียที่ยากจะบรรยาย แม้จะผ่านมานานแล้วแต่ภาพจำเหล่านั้นผมเชื่อว่าผู้ประสบภัยที่ยังมีชีวิตอยู่ไม่เคยลืมแน่นอน รวมทั้งตัวผมด้วย” แต่บนความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีตามมาอยู่ เมื่อความช่วยเหลือหลั่งไหลเข้ามายังพื้นที่ประสบเหตุ “ในช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่โกลาหลมาก แต่ศุภนิมิตฯ ก็ยังอยู่เคียงข้างครอบครัวผมและทุกคนในชุมชนตั้งแต่วันแรก เพราะสึนามิยังไม่เคยเกิดขึ้นในไทยมาก่อน ส่วนใหญ่เสียชีวิตด้วยการจมน้ำ ไม่รู้วิธีรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ ศุภนิมิตฯ เข้ามาฟื้นฟูทั้งสภาพจิตใจ ส่งเสริมอาชีพให้ชุมชนสนับสนุนอุปกรณ์ทำกิน และผมก็ได้เข้าร่วม โครงการอุปการะเด็ก ใน จ.พังงา ตั้งแต่นั้นมา จนมาถึง โครงการส่งน้องจบ ป.ตรี ผมเลือกเรียนในสาขาจัดการภัยพิบัติ และปัจจุบัน ผมกำลังฝึกงานอยู่ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อทำตามความฝันที่อยากจะใช้ความรู้ด้านเทคโนโลยีการป้องกันภัยพิบัติ และคาดคะเนการเกิดภัยธรรมชาติที่ได้เรียนมากลับไปพัฒนาบ้านเกิด สร้างเกราะป้องกันภัยด้วยการให้ความรู้กับคนในชุมชนด้านการเอาตัวรอดเมื่อเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ เพราะไม่อยากให้ภาพจำในอดีตเกิดขึ้นกับทุกคนในชุมชนเพียงเพราะเราขาดความรู้และความเข้าใจในการเอาตัวรอด เราได้สร้างภาคีเครือข่ายกับคนรุ่นใหม่ในแต่ละชุมชนเป็นสื่อกลางให้เด็ก ๆ และชุมชนรู้จักวิธีการรับมือกับภัยธรรมชาติได้อย่างทันท่วงทีด้วยครับ” ด้าน ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เผยถึงแนวนโยบายการรับมือกับภัยพิบัติของมูลนิธิศุภนิมิตฯ เพื่อเตรียมพร้อมในพื้นที่ดูแลของมูลนิธิฯ ว่า “สึนามิเมื่อปี 2547 ยังคงเป็นภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ โดยมีผู้เสียชีวิตประมาณ 230,000 รายใน 14 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย ในช่วงที่เกิดภัยพิบัติ World Vision(ศุภนิมิตสากล) ดำเนินการตามแนวทาง First In, Last Out โดยเราให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินด้านการช่วยชีวิตมาเป็นอันดับแรก จากนั้น จึงดำเนินการตามแผนในระยะยาว เพื่อช่วยเหลือครอบครัวในด้านต่าง ๆ ให้ฟื้นตัวได้ และสร้างบ้านใหม่ กรณีของน้องตะวัน เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดี ถึงผลกระทบและความพยายามร่วมกันของเรา ที่ทำสำเร็จตลอด 20 ปีหลังเกิดเหตุ เรารู้สึกขอบคุณที่เห็นเขาและชุมชนของเขา พัฒนาฟื้นฟูตนเองขึ้นมาได้ และเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติได้ดีขึ้น นอกเหนือจากประเทศไทยแล้ว World Vision ยังได้ให้ความช่วยเหลือใน 4 ประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ได้แก่ อินโดนีเซีย ศรีลังกา อินเดีย และเมียนมาร์ ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้คนมากกว่า 1 ล้านคนภายใน 90 วันแรกหลังเกิดเหตุผ่านการมอบสิ่งของจำเป็นในการช่วยชีวิต เช่น อาหาร น้ำ ชุดสุขอนามัย พื้นที่สำหรับเด็ก และผู้คนอีก 1.1 ล้านคน สำหรับความพยายามในการบำรุงและฟื้นฟู เช่น การสร้างบ้านและโรงเรียน การเสริมสร้างศักยภาพในการดำรงชีพ และการศึกษา ตลอดจนการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน เช่น การปลูกป่าชายเลนทดแทน เป็นต้น แม้เวลาจะผ่านมานานแล้ว แต่ศุภนิมิตฯ เรายังลงพื้นที่ ติดตามความคืบหน้า ทำกิจกรรมกับเยาวชนและชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เราทำงานภายใต้แผนการดำเนินงานด้านลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (Disaster Risk Reduction : DRR) ให้กับชุมชนและโรงเรียน มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังมีการเปิดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ในพื้นที่ดำเนินงานทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ รวมทั้ง พื้นที่ภาคใต้ที่เคยประสบกับภัยพิบัติสึนามิ เพื่อเป็นการให้เด็ก ครอบครัวและชุมชน ได้ป้องกัน เฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมเมื่อต้องประสบกับภัยพิบัติในทุกรูปแบบ” ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง กล่าว. กว่า 20 ปีที่เรื่องราวของนายตะวัน ทรายอ่อน หนึ่งในตัวอย่างของผู้ได้รับผลกระทบ ยังคงถูกพูดถึงและหยิบยกขึ้นมาเป็นบุคคลต้นแบบที่เป็นเด็กในโครงการอุปการะของศุภนิมิตฯ ได้รับการช่วยเหลือฟื้นฟูด้านต่าง ๆ ตามแผนนโยบายรับมือภัยพิบัติ จนในวันนี้เติบโตเป็นบุคลากรคุณภาพ ที่พร้อมจะส่งต่อความช่วยเหลือให้สังคมและชุมชนของเขาต่อไปได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพรวมความสำเร็จของการดำเนินงานตามพันธกิจของศุภนิมิตฯ ในการช่วยเหลือและแผนงานด้านตอบสนองภัยพิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมและสร้างความยั่งยืนให้ชุมชนด้วย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและอัพเดทความเคลื่อนไหวได้ที่ https://www.facebook.com/worldvisionthailand หรือ โทร. 02 022 9200

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1 ข่าวนี้เกี่ยวกับอะไร?

กระแสตื่นตัวเรื่องภัยพิบัติ สร้างความตระหนักรู้ให้กับคนไทยเป็นอย่างมาก และหากจะพูดถึงเหตุการณ์ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยและสร้างความสะเทือนใจไปทั่วโลก คงต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2547 กับเหตุการณ์ คล...

2 ใครเป็นผู้เผยแพร่ข่าวนี้?

ข่าวนี้เผยแพร่โดย DSK4277 ผ่านทาง PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส ศูนย์รวมข่าวประชาสัมพันธ์ชั้นนำของประเทศไทย

3 ข่าวนี้อยู่ในหมวดหมู่อะไร?

ข่าวนี้อยู่ในหมวดหมู่ "กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)" ท่านสามารถอ่านข่าวอื่นๆ ในหมวดนี้ได้ที่ PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส

4 ข่าวนี้เผยแพร่เมื่อไหร่?

ข่าวนี้เผยแพร่เมื่อ 19 ธันวาคม 2567 และมีผู้อ่านแล้ว 110 ครั้ง

แชร์:
Advertisement
โฆษณา
ลงโฆษณาที่นี่
728 x 90
ติดต่อเรา

บทความที่เกี่ยวข้อง

สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ผนึกกำลัง “ไผ่ทองไอศครีม” ขยายพลังโครงการ DPU Brand Ambassado
กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)

สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ผนึกกำลัง “ไผ่ทองไอศครีม” ขยายพลังโครงการ DPU Brand Ambassado

1 วันที่แล้ว 10
โอซีซี ส่งต่อกำลังใจ ตัดผมให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาล
กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)

โอซีซี ส่งต่อกำลังใจ ตัดผมให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาล

6 วันที่แล้ว 2
ร่วมสมทบทุน “Run For Love” สานต่อ 10 ปี ‘ก้าวคนละก้าว’ เพื่อ รพ.บางสะพาน
กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)

ร่วมสมทบทุน “Run For Love” สานต่อ 10 ปี ‘ก้าวคนละก้าว’ เพื่อ รพ.บางสะพาน

10 วันที่แล้ว 15
MSC Marks 10th Anniversary of "Old Calendars Wanted" Project with Calendar Donation Handover
กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)

MSC Marks 10th Anniversary of "Old Calendars Wanted" Project with Calendar Donation Handover

10 วันที่แล้ว 29
MSC ส่งมอบปฏิทินจากโครงการปฏิทินเก่าเราขอ ครั้งที่ 10 ประจำปี 2569
กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)

MSC ส่งมอบปฏิทินจากโครงการปฏิทินเก่าเราขอ ครั้งที่ 10 ประจำปี 2569

16 วันที่แล้ว 29
"ชนุดม" รักษาการ ผอ.อ.อ.ป. แถลงนโยบายการดำเนินงาน ประจำปี 2569 พร้อมประกาศเจตจำนง "No Gift Policy"
กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)

"ชนุดม" รักษาการ ผอ.อ.อ.ป. แถลงนโยบายการดำเนินงาน ประจำปี 2569 พร้อมประกาศเจตจำนง "No Gift Policy"

25 วันที่แล้ว 60

คัดลอกลิงก์สำเร็จ!

คัดลอกลิงก์พร้อมข้อความแล้ว
นำไปแชร์ต่อได้เลย

เชื่อมั่นโดย:
SSL Secured
Verified News

แจ้งให้ทราบ — เราใช้ Google Analytics เพื่อปรับปรุงประสบการณ์บริการ ดูรายละเอียด