“ฟันเฟืองเล็กบนหน้ากระดาษ สู่ฟันเฟืองเล็กบนเวทีชีวิต… เพราะทุกคนก็ทำได้”
บันทึกเรื่องราวจากเวที Author’s Salon : Talk & Workshop คุย คิด เขียน
31 ตุลาคม 2569 เป็นอีกหนึ่งวันที่มีความหมายสำหรับพรเพ็ญ ดารารัตน์ วันที่ได้พาตัวเองก้าวขึ้นไปนั่งบนเวที Author’s Salon ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวจากหนังสือ “ฟันเฟืองเล็กที่ยิ่งใหญ่ ฉบับนักวิทยาศาสตร์”
ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการไปพูดถึงหนังสือที่ตัวเองเขียน แต่เป็นโอกาสที่จะได้ย้อนกลับมามองเส้นทางชีวิต
การทำงาน และความคิดหลายอย่างที่หล่อหลอมให้พรเพ็ญเป็นพรเพ็ญในวันนี้
พรเพ็ญเลือกหัวข้อกิจกรรมว่า Talk & Workshop: คุย คิด เขียน เปลี่ยนฟันเฟืองเล็ก ขับเคลื่อนใจให้ทำได้ เพราะเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงในชีวิตไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรื่องใหญ่เสมอไป บางครั้งอาจเริ่มต้นจากการสนทนาธรรมดา คำถามเล็ก ๆ หรือความคิดบางอย่างที่เราไม่เคยให้เวลากับมันมาก่อน
บนเวทีวันนั้น พรเพ็ญมีพี่ชวนคุยมาร่วมแลกเปลี่ยนเรื่องราว โดยเริ่มต้นจากคำว่า “ฟันเฟืองเล็ก” ซึ่งเป็นหัวใจของหนังสือเล่มนี้
พรเพ็ญเล่าว่า ฟันเฟืองเป็นเพียงชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของเครื่องจักร แต่หากขาดฟันเฟืองบางตัวไป ระบบทั้งหมดก็อาจไม่สามารถขับเคลื่อนได้ เช่นเดียวกับการทำงานในฐานะนักวิทยาศาสตร์สายสนับสนุนที่บางครั้งเราอาจไม่ได้เป็นคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ไม่ได้เป็นชื่อที่ปรากฏอยู่ในความสำเร็จทุกครั้ง แต่เราก็มีส่วนสำคัญในการทำให้งานวิจัยและการเรียนรู้เดินหน้าต่อไป
สิ่งที่พรเพ็ญอยากถ่ายทอดผ่านหนังสือเล่มนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องราวของอาชีพนักวิทยาศาสตร์ แต่เป็นเรื่องของการมองเห็นคุณค่าของคนตัวเล็ก ๆ ที่อาจกำลังทำงานอยู่เบื้องหลัง และบางครั้งอาจลืมไปว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ทุกวันมีความหมายมากเพียงใด
จากเรื่องราวชีวิต เราค่อย ๆ เดินเข้าสู่ช่วงของการคิดและตั้งคำถาม
พรเพ็ญเชื่อว่าความสงสัยเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานวิทยาศาสตร์หรือการใช้ชีวิต เมื่อพบปัญหา เราอาจเริ่มต้นด้วยคำถามว่า “ทำไมถึงเป็นแบบนี้” แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการถามต่อว่า “แล้วเราจะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร”
คำถามเล็ก ๆ เหล่านี้ทำให้เราเริ่มมองเห็นทางเลือกใหม่ และไม่จำเป็นต้องรอให้มีคำตอบที่สมบูรณ์แบบก่อนจึงจะลงมือทำ เพราะการเรียนรู้จำนวนมากเกิดขึ้นระหว่างทางที่เราได้ทดลอง ได้พบข้อผิดพลาด และได้ปรับปรุงตัวเอง
พรเพ็ญอยากชวนทุกคนที่มีความฝันหรือมีสิ่งที่อยากทำ แต่ยังไม่กล้าเริ่มต้น ลองลดขนาดของเป้าหมายลงก่อน จากสิ่งที่ดูยิ่งใหญ่และอาจทำให้เรารู้สึกกลัว เปลี่ยนเป็นคำถามง่าย ๆ ว่า
“วันนี้ฉันสามารถทำอะไรได้หนึ่งอย่างบ้าง”
เพราะเราไม่จำเป็นต้องรอให้พร้อมที่สุด ไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด และไม่จำเป็นต้องเป็นฟันเฟืองขนาดใหญ่ก่อนจึงจะเริ่มต้นได้
เมื่อมาถึงช่วงสุดท้ายของกิจกรรม พรเพ็ญอยากให้เรื่องราวที่เราพูดคุยกันไม่ได้จบลงเพียงเสียงปรบมือ หรือความรู้สึกดี ๆ ที่เกิดขึ้นชั่วขณะ แต่อยากให้ทุกคนได้พาความคิดบางอย่างกลับไปลงมือทำจริง
จึงเป็นที่มาของกิจกรรมเขียนการ์ดให้ตัวเอง โดยชวนผู้เข้าร่วมตอบคำถามว่า
“ภายใน 7 วันข้างหน้า ฉันอยากลงมือทำอะไรหนึ่งอย่าง เพื่อให้ชีวิตของฉันดีขึ้นหรือเข้าใกล้สิ่งที่ฉันต้องการมากขึ้น”
เป็นการเขียนที่ไม่ต้องใช้ถ้อยคำสวยหรู ไม่จำเป็นต้องเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ อาจเป็นเพียงการอ่านหนังสือวันละ 10 นาที การโทรศัพท์หาคนที่คิดถึง การเริ่มต้นทำงานที่เลื่อนมานาน หรือการให้เวลากับตัวเองมากขึ้น
อ่านต่อเรื่องนี้BMG Softtech เปิดตัว Smart School Lite เช็กชื่อนักเรียน 3 วิธี เริ่มต้น 19,900 บาทสิ่งสำคัญคือการเขียนสิ่งที่เราอยากทำจริง ๆ พร้อมกำหนดว่าจะเริ่มต้นเมื่อไร เพื่อให้การ์ดใบนั้นไม่ใช่เพียงความตั้งใจ แต่เป็นคำสัญญาเล็ก ๆ ที่เรามอบให้กับตัวเองเท่านั้น แต่หากเราจะเปลี่ยนใจให้เราทำได้จริง
สำหรับพรเพ็ญ กิจกรรมนี้สะท้อนความตั้งใจของหนังสือเล่มนี้ได้อย่างชัดเจน เพราะการอ่านทำให้เราเกิดความคิด การคิดทำให้เราเห็นความเป็นไปได้ และการลงมือทำต่างหากที่จะทำให้ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริง
เมื่อมองย้อนกลับไป ภาพบนเวที Author’s Salon มีอะไรมากกว่าการพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือ มีทั้งรอยยิ้ม การรับฟัง การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และความตั้งใจของผู้คนที่มาร่วมกิจกรรม
พรเพ็ญรู้สึกขอบคุณพี่ผู้ชวนคุย ผู้ร่วมกิจกรรม ทีมงาน และทุกคนที่สละเวลามานั่งฟังเรื่องราวของฟันเฟืองเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง 50 นาทีมีผลต่อชีวิตทุกคนได้อย่างแท้จริง จากคนทำงานวิทยาศาสตร์ที่เคยถ่ายทอดเรื่องราวผ่านการทำงานและตัวหนังสือ วันนี้ได้มีโอกาสนำเรื่องราวเหล่านั้นมาเล่าด้วยน้ำเสียงของตัวเองบนเวทีจริง ๆ
นี่อาจเป็นอีกหนึ่งก้าวเล็ก ๆ ของนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่มีความฝันอยากเขียน อยากแบ่งปันความรู้ และอยากสร้างพื้นที่ให้ผู้คนได้เรียนรู้ร่วมกัน
พรเพ็ญไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ หรือมีคำตอบที่แค่คำพูดสวยหรูให้กับทุกคน แต่เชื่อว่าประสบการณ์ของคนธรรมดาคนหนึ่งอาจเป็นประโยชน์กับใครบางคนได้ และหากเรื่องราวที่เราแบ่งปันทำให้ใครสักคนกลับไป มองเห็นคุณค่าของตัวเอง หรือ กล้าที่จะเริ่มต้นทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ นั่นก็เป็นความหมายที่ดีมากแล้ว
เพราะบางครั้ง การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ไม่ได้เริ่มจากคนที่ยิ่งใหญ่ แต่เริ่มจากคนธรรมดาที่ตัดสินใจลงมือทำสิ่งเล็ก ๆ อย่างจริงจัง
และสำหรับพรเพ็ญ เวที Author’s Salon ตรงกับวันฮาโลวีนปีนี้ที่ทำให้คนจำได้ การได้พูดถึงหนังสือเท่านั้น แต่เป็นอีกหนึ่งหน้าบันทึกที่ทำให้รู้ว่า ฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่เคยเขียนถึงในหนังสือ วันนี้กำลังได้ขับเคลื่อนความฝันของตัวเองไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว
คิดได้ว่าต้องพบกันอีกในเวทีอื่นๆต่อไป
ขอบคุณค่ะ
พรเพ็ญ ดารารัตน์
นักวิทยาศาสตร์และนักเขียนอิสระ

