NER คาดการณ์ว่าเมื่อโรงงานผลิตยางแท่งแห่งที่ 3 ก่อสร้างแล้วเสร็จจะเริ่มทยอยติดตั้งสายการผลิต โดยในปี พ.ศ. 2569 กำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 675,000 ตันต่อปี (เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2568 อีก 159,400 ตัน) และในปี พ.ศ. 2570 เมื่อเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต จะเพิ่มขึ้นเป็น 835,600 ตันต่อปี (เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2569 อีก 160,600 ตัน) สรุปแล้วโรงงานแห่งใหม่นี้จะเพิ่มกำลังการผลิตรวมของบริษัทจาก 515,600 ตันต่อปี เป็น 835,600 ตันต่อปี หรือเพิ่มขึ้นทั้งหมด 320,000 ตันต่อปี คิดเป็นอัตราการเติบโต 62% ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันในตลาดโลก โรงงานแห่งใหม่นี้จึงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันศักยภาพการผลิตของบริษัทฯ ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง รองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นทั้งจากลูกค้ารายเดิมและรายใหม่ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย
นอกจากนี้ NER ยังส่งเสริมเกษตรกรในการปลูกยางพาราที่ได้มาตรฐานตามข้อกำหนด EUDR เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิตทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ รวมทั้งปรับกลยุทธ์ด้านการลดปริมาณการป้องกันความเสี่ยง จาก 100% เป็น 80% เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไร จากสถานการณ์วัตถุดิบที่มีปริมาณตึงตัว ที่ผ่านมา NER จะทำการป้องกันความเสี่ยงด้านราคา 100% ของยอดขาย ถึงแม้จะทำให้กำไรมีความสม่ำเสมอ แต่ต้องแลกด้วยการเก็บสินค้าคงคลังยางพาราที่สูง เพราะปกติต้องเก็บยางพารา 4-5 เดือน ก่อนถึงวันส่งมอบสินค้า ทำให้ NER มีมูลค่าสินค้าคงคลังสูงกว่าคู่แข่ง แต่เมื่อราคายางเป็นเทรนด์ขาขึ้น NER จะไม่ได้ประโยชน์ เพราะได้ล็อกทั้งต้นทุนและราคาขายยางพาราไปแล้ว
NER เชื่อมั่นว่าการขยายกำลังการผลิตในครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงและยั่งยืนทางธุรกิจในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันให้บริษัทก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยางพาราระดับภูมิภาคอย่างมั่นคง พร้อมกันนี้ NER ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาและดูแลพนักงานของเราในทุกระดับอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสร้างแรงจูงใจในการทำงาน พร้อมสนับสนุนให้พนักงานเติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน นอกจากนี้ NER ยังดำเนินกิจกรรมทางด้าน ESG อย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่ที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคม โดยยึดมั่นใน เป้าหมายหลักของการดำเนินธุรกิจ “NER สร้างคุณค่าที่มากกว่ายาง” และ วิสัยทัศน์ “เราคือผู้ผลิตยางธรรมชาติชั้นนำระดับโลก ที่มุ่งสร้างคุณค่าและอนาคตที่ยั่งยืนให้กับทุกชุมชนที่มีเรา” ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำด้านการผลิตยางธรรมชาติคุณภาพสูงที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยดำเนินธุรกิจด้วยความสุจริต โปร่งใส และยุติธรรม พร้อมตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสังคมในทุกมิติ บริษัทฯ จะเดินหน้าเติบโตอย่างมั่นคง
สร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมยางพาราอย่างต่อเนื่อง นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ กล่าวในท้ายสุด NER เผยกลยุทธ์เสริมแกร่งปี 2025 ตั้งเป้าโต 24% เดินหน้าสร้างโรงงานแห่งที่ 3 รองรับออเดอร์ทั้งในและต่างประเทศ
สรุปเนื้อหา
บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER เผยผลประกอบการปีที่ผ่านมา (2567) กำไร 1,652 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.91% ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ เติบโต 24% หรือ 500,000 ตัน พร้อมตอกย้ำศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งและกลยุทธ์บริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ...
สารบัญ
NER คาดการณ์ว่าเมื่อโรงงานผลิตยางแท่งแห่งที่ 3 ก่อสร้างแล้วเสร็จจะเริ่มทยอยติดตั้งสายการผลิต โดยในปี พ.ศ. 2569 กำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 675,000 ตันต่อปี (เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2568 อีก 159,400 ตัน) และในปี พ.ศ. 2570 เมื่อเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต จะเพิ่มขึ้นเป็น 835,600 ตันต่อปี (เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2569 อีก 160,600 ตัน) สรุปแล้วโรงงานแห่งใหม่นี้จะเพิ่มกำลังการผลิตรวมของบริษัทจาก 515,600 ตันต่อปี เป็น 835,600 ตันต่อปี หรือเพิ่มขึ้นทั้งหมด 320,000 ตันต่อปี คิดเป็นอัตราการเติบโต 62% ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันในตลาดโลก โรงงานแห่งใหม่นี้จึงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันศักยภาพการผลิตของบริษัทฯ ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง รองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นทั้งจากลูกค้ารายเดิมและรายใหม่ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย
นอกจากนี้ NER ยังส่งเสริมเกษตรกรในการปลูกยางพาราที่ได้มาตรฐานตามข้อกำหนด EUDR เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิตทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ รวมทั้งปรับกลยุทธ์ด้านการลดปริมาณการป้องกันความเสี่ยง จาก 100% เป็น 80% เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไร จากสถานการณ์วัตถุดิบที่มีปริมาณตึงตัว ที่ผ่านมา NER จะทำการป้องกันความเสี่ยงด้านราคา 100% ของยอดขาย ถึงแม้จะทำให้กำไรมีความสม่ำเสมอ แต่ต้องแลกด้วยการเก็บสินค้าคงคลังยางพาราที่สูง เพราะปกติต้องเก็บยางพารา 4-5 เดือน ก่อนถึงวันส่งมอบสินค้า ทำให้ NER มีมูลค่าสินค้าคงคลังสูงกว่าคู่แข่ง แต่เมื่อราคายางเป็นเทรนด์ขาขึ้น NER จะไม่ได้ประโยชน์ เพราะได้ล็อกทั้งต้นทุนและราคาขายยางพาราไปแล้ว
NER เชื่อมั่นว่าการขยายกำลังการผลิตในครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงและยั่งยืนทางธุรกิจในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันให้บริษัทก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยางพาราระดับภูมิภาคอย่างมั่นคง พร้อมกันนี้ NER ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาและดูแลพนักงานของเราในทุกระดับอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสร้างแรงจูงใจในการทำงาน พร้อมสนับสนุนให้พนักงานเติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน นอกจากนี้ NER ยังดำเนินกิจกรรมทางด้าน ESG อย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่ที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคม โดยยึดมั่นใน เป้าหมายหลักของการดำเนินธุรกิจ “NER สร้างคุณค่าที่มากกว่ายาง” และ วิสัยทัศน์ “เราคือผู้ผลิตยางธรรมชาติชั้นนำระดับโลก ที่มุ่งสร้างคุณค่าและอนาคตที่ยั่งยืนให้กับทุกชุมชนที่มีเรา” ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำด้านการผลิตยางธรรมชาติคุณภาพสูงที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยดำเนินธุรกิจด้วยความสุจริต โปร่งใส และยุติธรรม พร้อมตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสังคมในทุกมิติ บริษัทฯ จะเดินหน้าเติบโตอย่างมั่นคง
สร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมยางพาราอย่างต่อเนื่อง นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ กล่าวในท้ายสุด ข่าวประชาสัมพันธ์นี้เผยแพร่โดย PR_Commu ข้อเท็จจริงในข่าวเป็นความรับผิดชอบของผู้ส่ง · นโยบายบรรณาธิการ
เกี่ยวกับผู้เผยแพร่
ข่าวอื่นจากPR_Commu
“ว.เทคโนโลยีพระมหาไถ่ฯ หนองคาย” เปิดศูนย์อาชีพคนพิการ ปั้น “บาริสต้า” สู่มืออาชีพ
การศึกษา · 16 วันที่แล้ว
ว.เทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคายฯ ร่วมสร้างอาชีพคนพิการ ผ่าน 7 หลักสูตรนวัตกรรมตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่
การศึกษา · 4 เดือนที่แล้ว
คณะหลักสูตร SCL#6 ดูงานศูนย์ KIDC สจล. เพื่อการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ
ไอที / เทคโนโลยี · 4 เดือนที่แล้ว
depa เปิดรับสมัครหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 6 (SCL#6)
ไอที / เทคโนโลยี · 8 เดือนที่แล้ว
อยากเผยแพร่ข่าวของคุณบ้าง?
ลงข่าวแรกฟรี 1 ชิ้น • เผยแพร่ทันที • Do-Follow backlink
บทความที่เกี่ยวข้อง
“พาชัย จันทร์พิทักษ์” คว้ารางวัล “Young Rising Star CEO Awards” ตอกย้ำผู้นำองค์กรรุ่นใหม่
แฟรนไชส์ต่ำกว่า 1 แสนบาท ที่คืนทุนได้จริงใน 6 เดือน: 6 แบรนด์ไทยที่มีตัวเลขพิสูจน์
แฟรนไชส์ต่ำกว่า 5 หมื่น vs เกิน 5 แสน: ตัวเลขกำไรจริงก่อนตัดสินใจเปิดร้าน
Peak Flowers ชวนร้านดอกไม้ท้องถิ่นทั่วไทยร่วมเครือข่าย รับออเดอร์ดอกไม้จากต่างประเทศ ไม่มีค่าสมัคร

