อ่านต่อเรื่องนี้เทพไทย คว้ารางวัลใหญ่ ‘ธุรกิจเพื่อสังคมแห่งปี 2569’
ด้าน ดร.สุวิทย์ ธรณินทร์พานิช ประธานกรรมการ มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน เสริมว่า การจัดทำโครงการ "วิจัยและพัฒนาตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ" จะใช้แพลตฟอร์มกลางในการติดตามว่าครัวเรือนที่มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์ มีการผลิตพลังงานสะอาด หรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณเท่าไร โดยแพลตฟอร์มนี้จะยังช่วยคำนวณการแลกเปลี่ยนปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้เป็นคะแนน เพื่อนำไปแลกกับสินค้าหรือบริการของภาคธุรกิจอย่าง "โฮมโปร" ซึ่งเราคาดว่าโครงการฯ จะสามารถสร้างประโยชน์ครอบคลุมถึง 3 ด้าน คือ การสร้างรายได้ให้ภาคครัวเรือน, การทำธุรกิจตามแนวเศรษฐกิจหมุนเวียนของภาคธุรกิจ และสามารถสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทย
ด้าน รศ.วงกต วงศ์อภัย ผู้แทนสถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดทำโครงการฯ ในครั้งนี้ สิ่งสำคัญของกระบวนการทั้งหมด ไม่ใช่เพียงการได้คาร์บอนเครดิตกลับมา แต่ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบของภาคส่วนต่าง ๆ ที่มาเข้าร่วมกับโครงการฯ เพื่อช่วยกันลดผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นประเด็นสำคัญในระดับโลก อีกทั้งการแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตกับคะแนนที่ใช้แลกสินค้าหรือบริการจาก "โฮมโปร" ยังสามารถช่วยจูงใจให้ประชาชนหันมาให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดมากขึ้น ช่วยสร้างประโยชน์ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน พร้อมเป็นส่วนสำคัญที่นำไปสู่เป้าหมายเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต
ในปีที่ผ่านมา โฮมโปร เป็นหนึ่งในองค์กรธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการเดินหน้าแผนงานลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคครัวเรือน โดยในปี 2023-2024 มีผู้บริโภคใช้บริการติดตั้ง Home Solar by HomePro รวมทั้งหมด 324 ครัวเรือน เทียบเท่ากับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1,200 ตันต่อปี ในระยะเวลา 2 ปี ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงกว่า 2,400 ตันคาร์บอน หรือเทียบเท่ากับปลูกต้นไม้ 240,000 ต้น
สำหรับในปี 2025 นี้ โฮมโปรคาดหวังว่า ว่าการร่วมมือกับโครงการวิจัยและพัฒนาตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ จะมีการแจกคะแนนโฮมการ์ดรวมกว่า 3 ล้านคะแนน และมีเป้าหมายครัวเรือนร่วมโครงการไม่ต่ำกว่า 300 ครัวเรือน สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงไม่ต่ำกว่า 1,200 ตันคาร์บอน หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 120,000 ต้น โฮมโปร ชวน "รักษ์โลก แลกแต้ม เปลี่ยนแสงแดดเป็นคะแนน Home Card" ด้วยการติด Home Solar "ประหยัดไฟ-ประหยัดเงิน-รับแต้มลดโลกร้อน"
สรุปเนื้อหา
โฮมโปร เดินหน้าภารกิจ Net Zero Emissions ร่วมกับภาครัฐ-เอกชน มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เซ็น MOU โครงการ "วิจัยและพัฒนาตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ" ผลักดันให้ผู้บริโภคใช้พลังงานสะอาด ผ่านการติดตั้งโซลาร์เซลล์...
สารบัญ
อ่านต่อเรื่องนี้เทพไทย คว้ารางวัลใหญ่ ‘ธุรกิจเพื่อสังคมแห่งปี 2569’
ด้าน ดร.สุวิทย์ ธรณินทร์พานิช ประธานกรรมการ มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน เสริมว่า การจัดทำโครงการ "วิจัยและพัฒนาตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ" จะใช้แพลตฟอร์มกลางในการติดตามว่าครัวเรือนที่มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์ มีการผลิตพลังงานสะอาด หรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณเท่าไร โดยแพลตฟอร์มนี้จะยังช่วยคำนวณการแลกเปลี่ยนปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้เป็นคะแนน เพื่อนำไปแลกกับสินค้าหรือบริการของภาคธุรกิจอย่าง "โฮมโปร" ซึ่งเราคาดว่าโครงการฯ จะสามารถสร้างประโยชน์ครอบคลุมถึง 3 ด้าน คือ การสร้างรายได้ให้ภาคครัวเรือน, การทำธุรกิจตามแนวเศรษฐกิจหมุนเวียนของภาคธุรกิจ และสามารถสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทย
ด้าน รศ.วงกต วงศ์อภัย ผู้แทนสถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดทำโครงการฯ ในครั้งนี้ สิ่งสำคัญของกระบวนการทั้งหมด ไม่ใช่เพียงการได้คาร์บอนเครดิตกลับมา แต่ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบของภาคส่วนต่าง ๆ ที่มาเข้าร่วมกับโครงการฯ เพื่อช่วยกันลดผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นประเด็นสำคัญในระดับโลก อีกทั้งการแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตกับคะแนนที่ใช้แลกสินค้าหรือบริการจาก "โฮมโปร" ยังสามารถช่วยจูงใจให้ประชาชนหันมาให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดมากขึ้น ช่วยสร้างประโยชน์ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน พร้อมเป็นส่วนสำคัญที่นำไปสู่เป้าหมายเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต
ในปีที่ผ่านมา โฮมโปร เป็นหนึ่งในองค์กรธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการเดินหน้าแผนงานลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคครัวเรือน โดยในปี 2023-2024 มีผู้บริโภคใช้บริการติดตั้ง Home Solar by HomePro รวมทั้งหมด 324 ครัวเรือน เทียบเท่ากับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1,200 ตันต่อปี ในระยะเวลา 2 ปี ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงกว่า 2,400 ตันคาร์บอน หรือเทียบเท่ากับปลูกต้นไม้ 240,000 ต้น
สำหรับในปี 2025 นี้ โฮมโปรคาดหวังว่า ว่าการร่วมมือกับโครงการวิจัยและพัฒนาตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ จะมีการแจกคะแนนโฮมการ์ดรวมกว่า 3 ล้านคะแนน และมีเป้าหมายครัวเรือนร่วมโครงการไม่ต่ำกว่า 300 ครัวเรือน สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงไม่ต่ำกว่า 1,200 ตันคาร์บอน หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 120,000 ต้น ข่าวประชาสัมพันธ์นี้เผยแพร่โดย PR400 ข้อเท็จจริงในข่าวเป็นความรับผิดชอบของผู้ส่ง · นโยบายบรรณาธิการ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1 ข่าวนี้เกี่ยวกับอะไร?
โฮมโปร เดินหน้าภารกิจ Net Zero Emissions ร่วมกับภาครัฐ-เอกชน มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เซ็น MOU โครงการ "วิจัยและพัฒนาตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ" ผล...
2 ใครเป็นผู้เผยแพร่ข่าวนี้?
ข่าวนี้เผยแพร่โดย PR400 ผ่านทาง PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส ศูนย์รวมข่าวประชาสัมพันธ์ของไทย
3 ข่าวนี้อยู่ในหมวดหมู่อะไร?
ข่าวนี้อยู่ในหมวดหมู่ "ธุรกิจ / การตลาด" ท่านสามารถอ่านข่าวอื่นๆ ในหมวดนี้ได้ที่ PRNewsPlus พีอาร์นิวส์พลัส
4 ข่าวนี้เผยแพร่เมื่อไหร่?
ข่าวนี้เผยแพร่เมื่อ 20 มีนาคม 2568 และมีผู้อ่านแล้ว 45 ครั้ง
เกี่ยวกับผู้เผยแพร่
ข่าวอื่นจากPR400
โฮมโปร” คว้า 2 รางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026
ธุรกิจ / การตลาด · 1 เดือนที่แล้ว
CEA to Launch “Bangkok International Content Market 2026”
อีเว้นท์ · 3 เดือนที่แล้ว
TRT แจกปันผล 61.6 ล้านบาท หุ้นละ 0.20 บาท สะท้อนความเชื่อมั่นธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง
การเงิน / การลงทุน · 4 เดือนที่แล้ว
เมกาโฮม เปิดเกมใหม่ ผ่านหนังโฆษณาออนไลน์ “ช่างเลือกเมกาโฮม”
ธุรกิจ / การตลาด · 6 เดือนที่แล้ว
อยากเผยแพร่ข่าวของคุณบ้าง?
ลงข่าวแรกฟรี 1 ชิ้น • เผยแพร่ทันที • Do-Follow backlink
บทความที่เกี่ยวข้อง
หลังคาไวนิลขยับบทบาทสู่ “หลังคาหลัก” ของบ้านยุคใหม่ ตอบโจทย์วัสดุเบา ลดความร้อน ไม่รั่วซึม
ไทยช่วยไทยพลัส ไม่ใช่เงินฟรี: 4 เงื่อนไขที่คนส่วนใหญ่อ่านข้ามและอาจเสียสิทธิ์โดยไม่รู้
เปิดกิจการด้วยเงิน 10,000 บาท: 4 ไอเดียธุรกิจที่คืนทุนได้ใน 60 วัน เหมาะกับมนุษย์เงินเดือนที่ยังไม่ลาออก
G’nite จับมือ 7-Eleven เดินหน้าขยายแคมเปญ พักไม่ผิด นำ G’nite Gummy เข้าถึง Night Routine ของคนไทย






