กยศ. เตรียมฟ้องลูกหนี้กว่า 100,000 ราย ในปี 2569 และเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีอีกกว่า 80,000 ราย แต่มีทางออกที่ทำได้ตอนนี้เลย นั่นคือการ ปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. ออนไลน์ ซึ่งให้สิทธิ์ลดเบี้ยปรับ 100% ขยายเวลาผ่อนสูงสุด 15 ปี และปลดผู้ค้ำประกันทันทีที่ทำสัญญา
ทำไมปี 2569 ถึงเป็นปีสำคัญสำหรับลูกหนี้ กยศ.
ไม่ใช่แค่ข่าวลือ กยศ. ยืนยันชัดเจนว่าในปีนี้จะเดินหน้าดำเนินคดีกับผู้กู้ที่ค้างชำระตามสัญญาอย่างจริงจัง ตัวเลขที่น่าตื่นตัวคือมีผู้กู้ที่คาดว่าจะถูกฟ้องคดีกว่า 1 แสนราย และเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีอีกกว่า 80,000 ราย
ข่าวดีคือ กยศ. ไม่ได้ต้องการเอาเรื่อง แต่เร่งประชาสัมพันธ์ให้ลูกหนี้รีบเข้ามาทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ก่อนถูกฟ้อง เพราะ ถ้าทำสัญญาได้แล้ว กยศ. จะงดฟ้องหรือบังคับคดีทันที
กฎหมายใหม่เปลี่ยนอะไรบ้าง? เจาะตัวเลขให้เห็นชัด
พ.ร.บ. กยศ. ฉบับแก้ไข (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 ถือเป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กองทุน มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 3 เรื่องหลัก ดังนี้
1. เบี้ยปรับลดฮวบจาก 18% เหลือ 0.5%
เดิมผู้กู้ที่ผิดนัดต้องเจอเบี้ยปรับสูงถึง 12–18% หรือบางกลุ่ม 7.5% ต่อปี ซึ่งทำให้หนี้พอกเร็วมาก แต่กฎหมายใหม่กำหนดให้เบี้ยปรับเหลือเพียง 0.5% ต่อปี เท่านั้น ส่วนดอกเบี้ยเงินกู้ก็ยังคงเดิมที่ 1% ต่อปี ของเงินต้นคงเหลือ
2. เปลี่ยนลำดับตัดชำระหนี้ใหม่
เดิมเงินที่จ่ายไปถูกตัดดอกเบี้ยและเบี้ยปรับก่อน ทำให้เงินต้นแทบไม่ลด แต่กฎหมายใหม่กำหนดลำดับใหม่ว่าต้องตัด "เงินต้นที่ครบกำหนด → ดอกเบี้ย → เบี้ยปรับ" ตามลำดับ ส่งผลให้หนี้ลดเร็วขึ้นจริง
3. คำนวณหนี้ใหม่ย้อนหลัง และมีเงินคืน
กยศ. นำรายการชำระหนี้ของผู้กู้ทุกรายตั้งแต่วันครบกำหนดครั้งแรกมาคำนวณใหม่ทั้งหมด ผลที่ได้คือมีถึง 286,362 บัญชี ที่จ่ายเงินเกินยอดหนี้ใหม่ รวมมูลค่า 3,399.13 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 7 พ.ค. 2568)
กยศ. จะทยอยคืนเงินให้ครบภายใน เดือนกันยายน 2569 โดยผู้ที่มีเงินส่วนเกินสามารถลงทะเบียนขอรับคืนได้ที่เว็บไซต์ กยศ. และดูยอดหนี้ที่คำนวณใหม่ได้ผ่านแอป กยศ.Connect ซึ่งแสดงผลตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2568
ปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. ได้อะไรบ้าง? เปรียบเทียบให้ชัด
หลายคนยังลังเลว่าคุ้มไหมที่จะเข้าร่วม ลองดูตารางเปรียบเทียบก่อน-หลังทำสัญญา
| เงื่อนไข | ก่อนทำสัญญา | หลังทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ |
|---|---|---|
| การถูกฟ้องคดี | เสี่ยงถูกฟ้อง/บังคับคดี | กยศ. งดฟ้อง/บังคับคดีทันที |
| ระยะเวลาผ่อน | ตามสัญญาเดิม | ขยายได้สูงสุด 15 ปี (ไม่เกินอายุ 65 ปี) |
| เบี้ยปรับเดิมที่ค้าง | ต้องจ่ายทั้งหมด | ลด 100% เมื่อผ่อนครบตามสัญญา |
| ผู้ค้ำประกัน | ยังมีภาระค้ำประกัน | ปลดภาระทันทีที่ทำสัญญา |
| ยอดหักเงินเดือน | ถูกหักเพิ่ม 3,000 บาท/เดือน | ลดลงตามยอดที่คำนวณใหม่ |
ใครบ้างที่เข้าร่วมได้? ครอบคลุมทุกสถานะ
จุดเด่นของมาตรการนี้คือ ไม่ได้จำกัดเฉพาะคนที่ยังไม่ถูกฟ้อง กยศ. เปิดให้ทำสัญญาถึง 4 กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่มก่อนฟ้องคดี — ค้างชำระแต่ยังไม่ถูกดำเนินการทางกฎหมาย
- กลุ่มบอกเลิกสัญญาแล้ว แต่ยังไม่ฟ้อง — กยศ. ยุติสัญญาเดิมแล้ว แต่ยังรับสัญญาใหม่ได้
- กลุ่มที่ฟ้องคดีแล้ว แต่ศาลยังไม่มีคำพิพากษา — ยังทันสมัครได้
- ผู้ค้ำประกัน — พ้นภาระทันทีที่ผู้กู้หลักทำสัญญาใหม่
หมายความว่าแม้จะรู้สึกว่าสายเกินไปแล้ว แต่ถ้ายังไม่มีคำพิพากษา ก็ยังมีโอกาสอยู่
วิธีทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ ทำได้เองจากบ้าน
กยศ. ออกแบบระบบให้ทำได้ทั้งหมดผ่านออนไลน์ ไม่ต้องเดินทางไปสาขา มีขั้นตอนหลักดังนี้
- เข้าเว็บไซต์ www.studentloan.or.th หรือระบบ e-Contract ที่ slfregis.studentloan.or.th
- ยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD หรือ กยศ.Connect
- เลือกแผนผ่อนชำระที่เหมาะกับรายได้ ระบบจะคำนวณยอดต่อเดือนให้เห็นทันที
- ยืนยันและทำสัญญาดิจิทัลให้เสร็จสิ้น
ณ เดือนพฤษภาคม 2568 มีผู้กู้เข้ามาทำสัญญาแล้วรวม 662,710 บัญชี แบ่งเป็นออนไลน์ 401,248 บัญชี และแบบกระดาษ 261,462 บัญชี ตัวเลขนี้บอกว่าคนที่ยังไม่ได้ทำ อาจเสียเปรียบกว่าคนที่รีบทำไปแล้ว
เรื่องหักเงินเดือน: สิ่งที่คนกลัวที่สุด
หนึ่งในความกังวลใหญ่ที่สุดของลูกหนี้คือ กยศ. แจ้งนายจ้างให้หักเงินเดือนเพิ่ม รายละ 3,000 บาทต่อเดือน สำหรับผู้กู้ที่มีสถานะค้างชำระ
แต่ถ้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ยอดหักจะลดลงตามระยะเวลาที่ขยายออกไป และ กยศ. จะส่งข้อมูลยอดหักใหม่ไปยังนายจ้างโดยตรง ไม่ต้องไปติดตามเองให้เสียเวลา
เงื่อนไขที่ทำให้เสียสิทธิ์ทั้งหมด ต้องระวัง
ได้สิทธิ์มาแล้วก็อาจหลุดได้ ถ้าไม่ระวัง 2 เรื่องนี้
- ผิดนัดสะสมเกิน 6 งวด — ถือว่าสัญญาสิ้นสุดทันที และจะไม่ได้รับส่วนลดเบี้ยปรับ 100% ที่รอมาทั้งหมด
- อายุเกิน 65 ปี ณ วันสิ้นสุดระยะเวลาผ่อนตามสัญญาใหม่ — ซึ่งต้องคำนวณให้ดีก่อนเลือกแผนผ่อน
สรุปคือ เมื่อทำสัญญาแล้ว ต้องวางแผนการเงินให้ผ่อนได้ต่อเนื่อง อย่าปล่อยให้ขาดเกิน 6 งวดเด็ดขาด