Plant-Based Diet คือรูปแบบการกินอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว และเมล็ดต่างๆ สิ่งสำคัญคือ Plant-Based Diet ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องงดเนื้อสัตว์ 100% แต่เป็นการเลือกเพิ่มสัดส่วนอาหารจากพืชให้มากขึ้นในชีวิตประจำวัน โดยยังคงสามารถรับประทานเนื้อสัตว์ได้ในปริมาณที่เหมาะสม
ประโยชน์ของ Plant-Based Diet
ด้านสุขภาพ
งานวิจัยล่าสุดจากคณะกรรมการ EAT-Lancet Commission ระบุว่า หากผู้คนทั่วโลกหันมาใช้แนวทาง "Planetary Health Diet" ที่เน้นพืชเป็นหลัก จะสามารถลดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ถึง 15 ล้านคนต่อปี และลดความเสี่ยงจากโรคเรื้อรังได้มากถึง 27%
นอกจากนี้ งานวิจัยจาก Harvard University ยังพบว่า ผู้ที่เริ่มกินอาหาร Plant-Based ตั้งแต่วัยกลางคน มีโอกาสแก่ตัวอย่างสุขภาพดีเมื่ออายุ 70 ปี มากกว่ากลุ่มที่กินเนื้อสัตว์เป็นหลักถึง 86% โดยเฉพาะในเรื่องของการลดความเสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวานชนิดที่ 2 และโรคมะเร็งบางประเภท
ประโยชน์ด้านสุขภาพที่สำคัญ ได้แก่ การลดระดับ LDL คอเลสเตอรอล การควบคุมน้ำหนักได้ดีขึ้น การปรับปรุงความไวต่ออินซูลิน และการเสริมสร้างสุขภาพลำไส้ด้วยใยอาหารจากพืช
ด้านสิ่งแวดล้อม
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Nutrition พบว่า การเปลี่ยนจากอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนมาเป็น Plant-Based Diet สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 46% ลดการใช้พื้นที่ดินลง 33% และลดการใช้น้ำลง 7% การผลิตอาหารจากพืชใช้ทรัพยากรน้อยกว่าการเลี้ยงปศุสัตว์อย่างมาก โดยอาหารจากพืชปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าเนื้อสัตว์ถึง 10-50 เท่า
เริ่มต้น Plant-Based Diet อย่างไร
1. เริ่มจาก Meatless Monday
วิธีที่ง่ายที่สุดคือการเริ่มงดเนื้อสัตว์ 1 วันต่อสัปดาห์ก่อน เช่น ทุกวันจันทร์ จากนั้นค่อยๆ เพิ่มจำนวนวันขึ้นตามความสะดวกของคุณ การเปลี่ยนแปลงทีละน้อยจะช่วยให้ร่างกายและพฤติกรรมการกินปรับตัวได้ง่ายขึ้น
2. สลับเนื้อสัตว์ด้วยโปรตีนพืช
ปัจจุบันมีแหล่งโปรตีนจากพืชหลากหลายให้เลือก ได้แก่ เต้าหู้และถั่วเหลือง ซึ่งเป็นโปรตีนสมบูรณ์ที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน เทมเป้ หรือถั่วเหลืองหมัก ที่ย่อยง่ายและมีโปรไบโอติก ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วลูกไก่ ถั่วเลนทิล ถั่วแดง ที่อุดมด้วยใยอาหารและโปรตีน รวมถึง Seitan หรือกลูเตนข้าวสาลี ที่ให้โปรตีนสูงถึง 25 กรัมต่อ 100 กรัม
แนวโน้มล่าสุดของโปรตีนพืชยังรวมถึงโปรตีนจากถั่วลันเตา (Pea Protein) ที่กำลังเป็นที่นิยมมาก โปรตีนจากเห็ดและไมโคโปรตีน และโปรตีนจากถั่ว Fava Bean ที่เริ่มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น
3. เรียนรู้เมนูใหม่ๆ
ลองทำอาหารจากพืชที่หลากหลาย เช่น แกงเขียวหวานเต้าหู้ ผัดไทยใส่เทมเป้ สลัดควินัวถั่วลูกไก่ เบอร์เกอร์ถั่วดำ หรือซุปเลนทิลแบบอินเดีย การทำอาหารด้วยตัวเองช่วยให้คุณควบคุมส่วนผสมและคุณค่าทางอาหารได้ดีขึ้น

ข้อควรระวังสำหรับ Plant-Based Diet
การกิน Plant-Based Diet อย่างถูกวิธีควรดูแลให้ได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยเฉพาะสารอาหารที่อาจได้รับไม่เพียงพอ ได้แก่ วิตามิน B12 ที่พบมากในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ควรพิจารณาทานอาหารเสริมหรืออาหารที่เสริมวิตามิน B12 วิตามิน D ที่ควรได้รับจากแสงแดดหรืออาหารเสริม แคลเซียม ที่ควรได้รับจากผักใบเขียวเข้ม เต้าหู้แข็ง หรือนมพืชที่เสริมแคลเซียม ธาตุเหล็ก ที่ควรทานคู่กับอาหารที่มีวิตามินซีสูงเพื่อเพิ่มการดูดซึม และกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่ได้จากเมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดเจีย หรือวอลนัท
สรุป: Plant-Based Diet ไม่ใช่การงดเนื้อสัตว์อย่างสิ้นเชิง แต่เป็นการเลือกกินพืชมากขึ้นอย่างสมดุล งานวิจัยล่าสุดยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในการกินก็สามารถสร้างความแตกต่างได้ ทั้งต่อสุขภาพของคุณและสุขภาพของโลกใบนี้