ในยุคที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน คนไทยโดยเฉลี่ยใช้เวลากับหน้าจอมากกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า Digital Wellness หรือสุขภาวะทางดิจิทัล ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ
Digital Wellness คืออะไร?
Digital Wellness คือแนวคิดการใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติและสมดุล เพื่อให้อุปกรณ์ดิจิทัลเป็นเครื่องมือที่เสริมคุณภาพชีวิต ไม่ใช่สิ่งที่มาควบคุมหรือทำลายสุขภาพของเรา หัวใจสำคัญคือการตระหนักรู้ว่าเราใช้เทคโนโลยีอย่างไร และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสม
ผลกระทบจากการใช้หน้าจอมากเกินไป
การจ้องหน้าจอเป็นเวลานานส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจหลายด้าน ได้แก่ อาการปวดตา ตาแห้ง และ Computer Vision Syndrome นอกจากนี้ยังทำให้เกิดอาการปวดคอ ไหล่ และหลังจากท่านั่งที่ไม่ถูกต้อง การใช้โซเชียลมีเดียมากเกินไปยังเชื่อมโยงกับความวิตกกังวล ซึมเศร้า และการนอนไม่หลับอีกด้วย
5 วิธีสร้าง Digital Wellness ในชีวิตประจำวัน
1. ตรวจสอบ Screen Time อย่างสม่ำเสมอ
ขั้นตอนแรกของการเริ่มต้น Digital Wellness คือการรู้จักพฤติกรรมตัวเอง ใช้ฟีเจอร์ Screen Time บน iPhone หรือ Digital Wellbeing บน Android เพื่อติดตามว่าคุณใช้เวลากับแอปใดมากที่สุด ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าควรปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง
2. สร้างเขต No-Phone Zone ในบ้าน
กำหนดพื้นที่ปลอดโทรศัพท์ เช่น โต๊ะอาหารและห้องนอน การไม่พกโทรศัพท์เข้าห้องนอนช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น เพราะแสงสีฟ้าจากหน้าจอรบกวนการผลิตเมลาโทนิน ลองวางโทรศัพท์ไว้นอกห้องนอนและใช้นาฬิกาปลุกแบบดั้งเดิมแทน
3. ทำ Notification Detox
การแจ้งเตือนที่ดังตลอดเวลาทำให้สมาธิหลุดและเพิ่มความเครียดโดยไม่รู้ตัว ลองปิดการแจ้งเตือนของแอปที่ไม่จำเป็น เหลือเพียงแอปสำคัญอย่างโทรศัพท์และข้อความ คุณจะรู้สึกถึงความแตกต่างภายในสัปดาห์แรก
4. ลอง Digital Sabbath สัปดาห์ละครั้ง
กำหนดหนึ่งวันต่อสัปดาห์เป็นวันพักจากโซเชียลมีเดีย หรือลดการใช้โทรศัพท์ให้เหลือน้อยที่สุด ใช้เวลานี้ทำกิจกรรมอื่น เช่น อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย หรือใช้เวลากับครอบครัว การหยุดพักจากโลกออนไลน์ช่วยให้จิตใจสดใสและพร้อมกลับมาใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ
5. ฝึก Mindful Scrolling
ก่อนเปิดแอปโซเชียลมีเดีย ลองถามตัวเองว่า "ฉันจะดูอะไร และจะใช้เวลานานเท่าไหร่?" การตั้งเป้าหมายก่อนเริ่มใช้งานช่วยป้องกันการ scroll อย่างไร้จุดหมายจนหมดเวลาไปหลายชั่วโมง ลองตั้งนาฬิกาจับเวลา 15-20 นาทีเพื่อเตือนตัวเอง
..
สรุป: ใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติ
Digital Wellness ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเลิกใช้เทคโนโลยีหรือกลายเป็นคนล้าหลัง แต่คือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับอุปกรณ์ดิจิทัล ให้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ไม่ใช่สิ่งที่มาแย่งเวลาและพลังงานจากสิ่งสำคัญในชีวิตจริง เริ่มต้นวันนี้ด้วยการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ แล้วคุณจะรู้สึกถึงความแตกต่างในไม่ช้า