🎗 ขอน้อมถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา 🎗
PR+
NEWSPLUS
Business & Lifestyle News
0%
Advertisement
บทความบรรณาธิการ ไลฟ์สไตล์

ทำไมคนฉลาดยังดูดวง? จิตวิทยาเบื้องหลัง "สายมู" ที่นักวิจัยไขปริศนาไว้แล้ว

NEW
PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส กองบรรณาธิการ
24 กรกฎาคม 2569 11:00 น. อ่าน 5 นาที
7
ทำไมคนฉลาดยังดูดวง? จิตวิทยาเบื้องหลัง "สายมู" ที่นักวิจัยไขปริศนาไว้แล้ว
PRNEWSPLUS.COM

สรุปเนื้อหา

ตลาดมูเตลูและโหราศาสตร์ทั่วโลกมีมูลค่าราว 5.6 แสนล้านบาท ในปี 2567 และผู้ที่ใช้บริการดูดวงส่วนใหญ่ในไทยจบการศึกษาระดับปริญญาตรี — สองข้อเท็จจริงนี้ตอบคำถามได้ชัดว่า จิตวิทยาสายมูไม่ใช่เรื่องของความโง่หรือฉลาด...

ตลาดมูเตลูและโหราศาสตร์ทั่วโลกมีมูลค่าราว 5.6 แสนล้านบาท ในปี 2567 และผู้ที่ใช้บริการดูดวงส่วนใหญ่ในไทยจบการศึกษาระดับปริญญาตรี — สองข้อเท็จจริงนี้ตอบคำถามได้ชัดว่า จิตวิทยาสายมูไม่ใช่เรื่องของความโง่หรือฉลาด แต่เป็นกลไกที่สมองมนุษย์ทุกคนใช้รับมือกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ในชีวิต

ตัวเลขที่บอกว่ากระแสนี้ไม่ธรรมดา

ข้อมูลจากวิจัยกรุงศรีชี้ว่าตลาดมูเตลูโลกจะพุ่งไปถึง 1.3 ล้านล้านบาท ในปี 2577 หรือเติบโต 9.1% ต่อปี ขณะที่ในไทยเอง ยอดขายสินค้ามูเตลูบนแพลตฟอร์มออนไลน์ก็ไต่ระดับอย่างต่อเนื่อง

ปี มูลค่ายอดขายออนไลน์ (ไทย)
2564 61.28 ล้านบาท
2565 152.03 ล้านบาท
2566 231 ล้านบาท

ข้อมูลจากหอสมุดรัฐสภาแสดงให้เห็นว่าในเวลาเพียง 2 ปี ตัวเลขเกือบสี่เท่าตัว และนี่ยังเป็นแค่ยอดออนไลน์เท่านั้น ยังไม่นับร้านค้า วัด หรือหมอดูที่รับลูกค้าโดยตรง

จิตวิทยาสายมู ข้อที่ 1: สมองกลัว "ไม่รู้" มากกว่า "รู้ว่าจะแย่"

ฟังดูขัดกับสัญชาตญาณ แต่การวิจัยปี 2016 พบว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลลัพธ์เชิงลบทำให้เกิดความเครียดมากกว่าการรู้ชัดว่าสิ่งแย่ๆ จะเกิดขึ้นแน่ๆ เสียอีก

พูดง่ายๆ คือ สมองทนกับ "ไม่รู้ว่าจะโดนไล่ออกไหม" ได้ยากกว่า "รู้แล้วว่าโดนไล่ออก" การศึกษาปี 2017 ก็ยืนยันในทิศทางเดียวกันว่าความเครียดมักมีต้นตอมาจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคต

นั่นแหละคือเหตุผลว่าทำไมคนถึงดูดวง โหราศาสตร์อาจไม่ได้ให้คำตอบที่ถูกต้อง 100% แต่มันให้ "กรอบ" ในการมองอนาคต และสมองก็พอใจกับกรอบนั้น มากกว่าการลอยอยู่กลางความว่างเปล่าที่ไม่มีทิศทาง

จิตวิทยาสายมู ข้อที่ 2: ดูดวงคือ Coping Mechanism ชนิดหนึ่ง

ถ้าตัดคำว่า "งมงาย" ออกจากสมการ สิ่งที่โหราศาสตร์ทำได้จริงๆ คือทำหน้าที่เป็นกลไกรับมือกับความเครียด (Coping Mechanism) รูปแบบหนึ่ง

ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่คาดเดาไม่ได้ — ทั้งหมดนี้คือตัวกระตุ้นที่ทำให้คนรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถควบคุมชีวิตได้ ข้อมูล Social Listening ช่วงมกราคม–กุมภาพันธ์ 2569 ของบริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ก็ยืนยันว่าพฤติกรรมสายมูยุคนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการความมั่นคงและความมั่นใจในตัวเองเป็นหลัก

การได้ยินว่า "เดือนนี้ดาวเสาร์เอื้ออำนวย งานการจะดีขึ้น" อาจไม่ใช่ความจริงทางดาราศาสตร์ แต่มันเป็น "แสงไฟ" ที่ทำให้คนกล้าก้าวต่อ และบางครั้งความกล้านั้นเองที่ทำให้สิ่งดีๆ เกิดขึ้นจริง

จิตวิทยาสายมู ข้อที่ 3: Barnum Effect — ทำไมดวงถึงรู้สึก "แม่นจัง"

เคยอ่านดวงแล้วรู้สึกว่า "นี่มันพูดถึงฉันชัดมาก" ทั้งที่คำทำนายนั้นเขียนถึงคนอีกหลายล้านคนในราศีเดียวกัน? นั่นคือ Barnum Effect

Barnum Effect คือ Cognitive Bias ที่ทำให้สมองรับเอาคำอธิบายกว้างๆ และคลุมเครือมาตีความว่า "นั่นคือฉัน" งานวิจัยปี 2025 ใน International Journal of Trends in Emerging Research and Development พบว่าความเชื่อว่าดวงชะตาตรงกับตัวตนของตนนั้นเกิดจากอคติทางความคิดนี้และการถ่ายทอดทางวัฒนธรรม ไม่ใช่เพราะโหราศาสตร์แม่นยำจริงๆ

ลองนึกถึงคำทำนายแบบนี้: "คุณเป็นคนที่ดูแข็งแกร่งภายนอก แต่ข้างในต้องการใครสักคนที่เข้าใจคุณจริงๆ" — ประโยคนี้ใช้ได้กับคนแทบทุกคนบนโลก แต่สมองของเราจะรู้สึกว่ามันพูดถึงเราโดยเฉพาะ

จิตวิทยาสายมู ข้อที่ 4: Re-enchantment — โลกสมัยใหม่ยิ่งทำให้คนอยากเชื่อ

หลายคนคิดว่าโลกที่ก้าวหน้าขึ้นจะทำให้ความเชื่อเรื่องดวงชะตาเลือนหายไป แต่เกิดขึ้นตรงกันข้าม

นักวิชาการเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "Re-enchantment" หรือ "การหวนกลับมาของความหลงใหล" ในสังคมสมัยใหม่ กล่าวคือ ความเชื่อและพิธีกรรมไม่ได้หายไปตามความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ แต่กลับขยายตัวและปรับรูปแบบให้เข้ากับยุคสมัย

อ่านต่อเรื่องนี้สัปดาห์แห่งการ "Breakthrough" — เมื่อพลังธาตุไฟพุ่งพล่านก่อนสงกรานต์ 2569

ในยุค 2569 ปรากฏการณ์นี้ยิ่งชัดขึ้น เพราะคนรุ่นใหม่เข้าถึงข่าวร้าย ความเครียด และความไม่แน่นอนได้เร็วและง่ายกว่าเดิมผ่านโลกออนไลน์ พฤติกรรมสายมูจึงไม่ใช่แค่การขอพรโชคลาภอีกต่อไป แต่กลายเป็นสิ่งที่ต้อง "สวมใส่ได้" "เข้าถึงง่าย" และ "สะท้อนตัวตน" ได้ในเวลาเดียวกัน

ใครคือ "สายมู" ในไทย? ภาพที่งานวิจัยวาดไว้

งานวิจัยของพิไลรัตน์ รุจิวณิชย์กุล วาดภาพผู้ใช้บริการดูดวงในไทยได้ชัดเจน

  • เพศ: ผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
  • การศึกษา: ระดับปริญญาตรีมากที่สุด
  • ฐานะ: ระดับปานกลาง
  • เรื่องที่ถามมากที่สุด: ความรัก/ครอบครัว, การงาน, การศึกษา, สุขภาพ

สิ่งที่น่าสนใจคือ 4 เรื่องที่คนดูดวงมากที่สุด ล้วนเป็น 4 เรื่องที่มีความไม่แน่นอนสูงที่สุดในชีวิต และเป็นเรื่องที่ "ควบคุมได้ยาก" ที่สุดด้วย ซึ่งตรงกับทฤษฎีจิตวิทยาที่อธิบายไปข้างต้นแทบทุกข้อ

ดูดวงอย่างไรให้เป็นพลังบวก ไม่ใช่ความกังวล

การรู้จักกลไกทางจิตวิทยาเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าต้อง "เลิก" ดูดวง แต่ทำให้ "รู้เท่าทัน" ตัวเองมากขึ้น

ถ้าดวงทำให้รู้สึกมีกำลังใจ กล้าตัดสินใจ และมองอนาคตในแง่บวก — นั่นคือ Coping Mechanism ที่ได้ผล แต่ถ้าดวงทำให้รู้สึกหวาดกลัว ไม่กล้าทำอะไร หรือฝากชะตาชีวิตทั้งหมดไว้กับคำทำนาย — นั่นคือจุดที่ควรหยุดคิดทบทวน

ท้ายที่สุด การเข้าใจว่าสมองกำลังทำอะไรอยู่ คือวิธีที่ดีที่สุดในการใช้ความเชื่อให้เป็นแรงผลักดัน ไม่ใช่โซ่ที่ล่ามชีวิตเอาไว้

แหล่งอ้างอิง

Advertisement

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1 Barnum Effect คืออะไร และเกี่ยวข้องกับการดูดวงอย่างไร?

Barnum Effect คือ Cognitive Bias ที่ทำให้สมองรับเอาคำอธิบายกว้างๆ คลุมเครือ มาตีความว่าพูดถึงตัวเองโดยเฉพาะ งานวิจัยปี 2025 พบว่านี่คือสาเหตุหลักที่คนรู้สึกว่าดวงชะตา "แม่น" ไม่ใช่เพราะโหราศาสตร์มีความเที่ยงตรงจริงๆ

2 ทำไมคนที่มีการศึกษาสูงถึงยังดูดวง?

งานวิจัยพบว่ากลุ่มผู้ดูดวงส่วนใหญ่ในไทยจบปริญญาตรี เพราะการดูดวงไม่ใช่เรื่องของระดับการศึกษา แต่เป็นกลไกจิตวิทยาที่สมองทุกคนใช้รับมือกับความไม่แน่นอน โดยเฉพาะในเรื่องที่ควบคุมได้ยาก เช่น ความรัก การงาน และสุขภาพ

3 ตลาดมูเตลูในไทยโตเร็วแค่ไหน?

ยอดขายสินค้ามูเตลูออนไลน์ในไทยเพิ่มจาก 61.28 ล้านบาทในปี 2564 เป็น 231 ล้านบาทในปี 2566 หรือเกือบ 4 เท่าใน 2 ปี ขณะที่ตลาดโลกคาดว่าจะเติบโตจาก 5.6 แสนล้านบาทเป็น 1.3 ล้านล้านบาทภายในปี 2577

4 Re-enchantment คืออะไร และทำไมถึงเกิดขึ้นในยุคที่โลกก้าวหน้าขึ้น?

Re-enchantment คือปรากฏการณ์ที่ความเชื่อและพิธีกรรมไม่ได้เลือนหายไปตามความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ แต่กลับขยายตัวและปรับรูปแบบใหม่ เพราะโลกดิจิทัลทำให้คนเข้าถึงความเครียดและข่าวร้ายได้ง่ายกว่าเดิม ความต้องการสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจจึงยิ่งสูงขึ้น

5 เรื่องอะไรที่คนไทยนิยมถามหมอดูมากที่สุด?

จากงานวิจัยของพิไลรัตน์ รุจิวณิชย์กุล 4 เรื่องที่คนถามมากที่สุดคือ ความรักและปัญหาครอบครัว, การงาน, การศึกษา และการเจ็บป่วย ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องที่มีความไม่แน่นอนสูงและควบคุมได้ยากในชีวิตจริง

แชร์:
7 ครั้ง 2 ชั่วโมงที่แล้ว เผยแพร่ทันที

อยากเผยแพร่ข่าวของคุณบ้าง?

ลงข่าวแรกฟรี 1 ชิ้น • เผยแพร่ทันที • Do-Follow backlink

Advertisement
โฆษณา
ลงโฆษณาที่นี่
728 x 90
ติดต่อเรา

คัดลอกลิงก์สำเร็จ!

คัดลอกลิงก์พร้อมข้อความแล้ว
นำไปแชร์ต่อได้เลย

เชื่อมั่นโดย:
SSL Secured
Verified News

แจ้งให้ทราบ — เราใช้ Google Analytics เพื่อปรับปรุงประสบการณ์บริการ ดูรายละเอียด