ทองคำเพิ่งทำ All-Time High ที่ $5,602 ต่อออนซ์ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 แล้วก็ถอยลงมาวนเวียนที่แถว $4,400 — ต่ำกว่าจุดสูงสุดเกือบ 22% แต่ยังสูงกว่าราคาเมื่อปีที่แล้วกว่า 31% ราคาทองคำปลายปี 2569 จะทะยานทะลุ $5,000 หรือดิ่งกลับ $4,000 อีกครั้ง? คำตอบอยู่ที่ 4 ตัวแปรที่กำลังดึงตลาดคนละทิศอย่างดุเดือด
ภาพรวมราคาทองคำ: จากยอดดอยสู่สมรภูมิ $4,400
ณ วันที่ 10 กันยายน 2569 ทองคำ Spot (XAU/USD) เกาะกลุ่มแถว $4,366–$4,408 ต่อออนซ์ โดยตลาดชะลอรอตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่กำลังจะออกมากำหนดทิศทางนโยบาย Fed
ก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม ทองคำเคยถูกกดลงแตะ $4,000 ต่อออนซ์ — แนวรับที่แข็งแกร่ง — ก่อนเด้งกลับขึ้นมา และในเดือนสิงหาคมก็พุ่งขึ้นถึง 16% แตะ $4,600 หลังดอลลาร์อ่อนตัวและความกังวลหนี้สาธารณะสหรัฐฯ กลับมาหลอกหลอนตลาดอีกรอบ
ตอนนี้ทองคำอยู่ในโหมด Sideway รอ Catalyst — และ 90 วันข้างหน้ามี Catalyst ขนาดใหญ่รออยู่ครบทุกด้าน
4 ตัวแปรชี้ขาดราคาทองคำปลายปี 2569
ตัวแปรที่ 1: Fed กับดอกเบี้ย — ดาบที่ห้อยเหนือทองคำ
ทองคำไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย ดังนั้นเมื่อดอกเบี้ยสูง ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือทองคำก็สูงตาม นี่คือเหตุผลที่ตลาดจับตาการประชุม Fed วันที่ 15–16 กันยายน 2569 อย่างใจจดใจจ่อ
ตัวเลข PPI เดือนสิงหาคมที่ออกมา "ร้อน" กว่าคาด — Headline PPI เพิ่มขึ้น 0.4% ต่อเดือน และ 5.4% ต่อปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ 0.1 จุด — ดัน Odds การขึ้นดอกเบี้ยพุ่งสู่ 60% ทันที
สัญญาณที่น่ากังวลยิ่งขึ้นคือ ในการประชุมเดือนกรกฎาคม มี กรรมการ Fed ถึง 3 คนที่ไม่เห็นด้วยกับมติ โดยทั้งสามสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย 25 bps — ครั้งแรกในรอบเกือบทศวรรษที่มีเสียง Dissent ขนาดนี้
Goldman Sachs ยังคงเป้าหมายปลายปีที่ $4,900 ต่อออนซ์ โดยมองว่าหากความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยลดลง ทองคำมีพื้นที่วิ่งขึ้น แต่ก็เตือนถึงความผันผวนระยะสั้นไปพร้อมกัน
ตัวแปรที่ 2: สงครามตะวันออกกลาง — ดาบสองคมที่คมทั้งสองข้าง
ปกติแล้วสงครามหนุนทองคำ เพราะนักลงทุนแห่ซื้อ Safe-haven แต่สงครามในตะวันออกกลางครั้งนี้มีมิติพิเศษที่ซับซ้อนกว่า
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยกระดับหนักหลังเกิดการปะทะทางทหารโดยตรง รวมถึงการปิด ช่องแคบ Hormuz ที่ส่งผลให้ราคา Brent Crude พุ่งแตะ $100 ต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
ผลลัพธ์? น้ำมันแพง → เงินเฟ้อพุ่ง → Fed ต้องขึ้นดอกเบี้ยตอบสนอง → ต้นทุนถือทองคำสูงขึ้น ดังนั้นสงครามจึงหนุนทองคำด้านหนึ่ง แต่กลับบีบทองคำจากอีกด้านผ่านเงินเฟ้อและดอกเบี้ย — ดาบสองคมที่คมจริงทั้งสองข้าง
ING ถึงขั้นระบุว่า "สงครามอิหร่าน" เป็น Headwind สำคัญต่อโลหะมีค่า และปรับลดเป้า Q4 ลงจาก $5,000 เหลือ $4,600
ตัวแปรที่ 3: ธนาคารกลางโลก — แรงซื้อเชิงโครงสร้างที่ไม่หยุด
ถ้าตัวแปรแรกสองข้อคือปัจจัยเสี่ยง ตัวแปรที่สามคือเสาหลักที่ค้ำทองคำเอาไว้ในระยะยาว
ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิ 244 ตันในไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส และเดือนมิถุนายน 2569 ยิ่งน่าตื่นตาขึ้น เมื่อตัวเลขพุ่งสู่ 100 ตันต่อเดือน (คำนวณแบบ Seasonally Adjusted 3 เดือน) จาก 66 ตันในเดือนก่อนหน้า
ผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดที่ระบุตัวตนได้คือ ธนาคารกลางจีน (PBoC) ซึ่งเพิ่มทองคำสำรอง 33 ตันในไตรมาสแรก และยังคงเป็นผู้ซื้อสำคัญในเดือนมิถุนายน
State Street Global Advisors ประเมิน Demand ธนาคารกลางทั้งปี 2569 ไว้ที่ 680–820 ตัน โดยมี Base Case ใกล้ 765 ตัน แม้จะชะลอจากสถิติสูงสุดในช่วงปี 2565–2567 แต่ยังถือว่าสูงตามมาตรฐานประวัติศาสตร์ นี่คือพื้นฐานเชิงโครงสร้างที่ทำให้ทองคำยากจะร่วงแรงในระยะยาว
ตัวแปรที่ 4: ETF และค่าดอลลาร์ — อุณหภูมิของนักลงทุนสถาบัน
นักลงทุนสถาบันส่งสัญญาณระมัดระวัง ข้อมูล World Gold Council สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 ชี้ว่า สถานะ Net Long ใน COMEX ลดลง 4.4% สู่ระดับ 542 ตัน ขณะที่โดยรวม Positioning ยังอยู่ใกล้ระดับ Neutral — แปลว่านักลงทุนเชิงเก็งกำไรยังไม่กลับมาเล่นทองคำเต็มตัว
ฝั่งดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีปรับตัวขึ้น หลังโครงการซื้อคืนพันธบัตรมูลค่าสูงสุด $6,000 ล้านของกระทรวงการคลังไม่สามารถดึง Yield ลงตามเป้า Yield สูง = แรงกดดันต่อทองคำ
อย่างไรก็ตาม ช่วงสิงหาคม ราคาทองคำก็ได้แสดงให้เห็นว่าเมื่อดอลลาร์อ่อนตัวและความกังวลหนี้สาธารณะสหรัฐฯ กลับมา ทองคำวิ่งขึ้น 16% ได้ภายในเดือนเดียว ถ้า Real Yield เริ่มพลิกลง กระแส Bullish อาจกลับมาแรงทันที
อ่านต่อเรื่องนี้ทองคำ 4 สัญญาณ: จาก $3,500 ถึง $4,400+ นักลงทุนไทยต้องจับตาอะไรก่อนตัดสินใจ
เปรียบเทียบเป้าราคาทองคำปลายปี 2569 จากสถาบันใหญ่
| สถาบัน | เป้าหมายราคาสิ้นปี 2569 | มุมมอง |
|---|---|---|
| J.P. Morgan | $6,000/ออนซ์ | มองสูงที่สุดในกลุ่ม ยังเชื่อในแนวโน้มขาขึ้น |
| Goldman Sachs | $4,900/ออนซ์ | ลดจาก $5,400 เมื่อ 20 มิ.ย. — Constructive แต่ระมัดระวัง |
| ING | $4,600/ออนซ์ (เฉลี่ย Q4) | ลดจาก $5,000 — ระบุ "สงครามอิหร่าน" เป็น Headwind |
| Bank of America | $4,250/ออนซ์ | อัปเดตสิงหาคม 2569 — มองระมัดระวังที่สุด |
ส่วนต่างระหว่างเป้าสูงสุด (J.P. Morgan ที่ $6,000) กับต่ำสุด (BofA ที่ $4,250) คือ $1,750 ต่อออนซ์ — ความไม่แน่นอนในขนาดนี้สะท้อนว่าตลาดทองคำตอนนี้อยู่ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่อจริงๆ
J.P. Morgan ยังระบุเพิ่มเติมว่าหากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย ทองคำอาจวิ่งต่อสู่ $6,300 ในปี 2570 แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าสงครามในตะวันออกกลางจะพัฒนาไปทางใด
สรุปสมการขาขึ้น vs. ขาลง ใน 90 วันข้างหน้า
ปัจจัยหนุนขาขึ้น: ธนาคารกลางซื้อ 100 ตัน/เดือน, ดอลลาร์มีโอกาสอ่อนค่า, Demand เชิงโครงสร้างที่ยังแข็งแกร่ง, เป้าสถาบันใหญ่หลายแห่งยังสูงกว่าราคาปัจจุบันมาก
ความเสี่ยงขาลง: Fed มีโอกาส 60% ขึ้นดอกเบี้ยในกันยายน, น้ำมัน $100/บาร์เรลกดดันเงินเฟ้อ, Positioning นักลงทุนยัง Neutral ยังไม่มีแรงเก็งกำไรดันราคา, Yield พันธบัตรสูง
ตัวแปรสำคัญที่จะตัดสินทิศทางระยะสั้นมีสี่จุด ได้แก่ ผลการประชุม Fed 15–16 กันยายน, ตัวเลข CPI/PPI รายเดือน, พัฒนาการสงครามตะวันออกกลางและช่องแคบ Hormuz และกระแสเงินไหลเข้า-ออก ETF ทองคำรายเดือน
ทองคำตอนนี้ไม่ใช่เกมของคนที่คิดแบบ "ขาขึ้นอย่างเดียว" หรือ "ขาลงอย่างเดียว" — แต่เป็นเกมของคนที่อ่านออกว่า ตัวแปรทั้ง 4 จะเคลื่อนไปในทิศทางไหนพร้อมกัน
แหล่งอ้างอิง
- GoldSilver — Gold Price Outlook September 2026
- Goldman Sachs — Gold is Forecast to Climb as Central Banks Buy
- Finance Feeds — Gold Price Forecast 2026: Central Bank Demand
- J.P. Morgan — Gold Prices Global Research
- FXStreet — Gold Holds Steady Above $4,400
- Yahoo Finance — Gold Steadies Near $4,400
- deVere Group — Gold Price Forecast Downgraded
- World Gold Council — Global Gold-Backed ETF Holdings and Flows
- State Street Global Advisors — Gold 2026 Midyear Outlook
- Investing.com — Gold Forecast 2026: Is XAU/USD Preparing for a Fresh Breakout?