คนไทย 61% ติดตาม Premier League — ตัวเลขนั้นสูงกว่าสัดส่วนคนที่ดูไทยลีก 1 ซึ่งอยู่ที่ 53% ตามผลสำรวจของ NIDA Poll แต่ถ้าถามว่าแบรนด์ไทยใช้ประโยชน์จาก Sports Marketing Premier League เต็มที่แค่ไหน คำตอบจากตลาดคือ "ยังห่างไกลมาก"
ทำไม Premier League ในไทยถึงไม่ใช่แค่กีฬา
ผลสำรวจ "English Premier League 2025–2026 and Thai League 1 Season 2025–2026" บ่งชี้ชัดว่าลิเวอร์พูลยังครองความนิยมอันดับ 1 ในหมู่แฟนบอลไทยต่อเนื่อง และในฤดูกาล 2021/22 ยอดผู้ชมสะสมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พุ่งขึ้น 31% เทียบกับฤดูกาลก่อน
ไม่ใช่แค่ตัวเลขผู้ชม แต่ประเทศไทยยังถ่ายทอดสดครบทั้ง 380 นัดในฤดูกาล — แมตช์ส่วนใหญ่ออกอากาศช่วงดึก แต่คนก็ยังตื่นดู นั่นคือระดับความผูกพันที่แบรนด์ฝันถึง
สำหรับนักการตลาด ตัวเลขเหล่านี้คือ Commercial Indicator ที่บอกว่าฟุตบอลอังกฤษกำลังกลายเป็น "ศาสนาที่สอง" ของคนไทยอย่างไม่เป็นทางการ และมี Ecosystem รองรับแบบครบวงจรแล้วในปี 2026
Ecosystem ที่พร้อมกว่าที่เคย
บริษัท Jasmine International (JAS) คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกและ FA Cup เป็นเวลา 6 ฤดูกาล ตั้งแต่ 2025/26 ถึง 2030/31 ครอบคลุมไทย กัมพูชา และ สปป.ลาว ด้วยมูลค่าสูงถึง 560 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยร่วมกับ Monomax (AIS Play) และสยามสปอร์ต
ส่วน PLANB (แพลน บี มีเดีย) ได้รับสิทธิ์บริหารจัดการ Marketing Rights ทั้งหมดของ Premier League และ FA Cup อีก 3 ฤดูกาล ตั้งแต่ 2025/26 ถึง 2028/29 ซึ่ง Engagement Marketing ของ PLANB สร้างรายได้รวมถึง 1,869 ล้านบาท
พูดง่ายๆ คือโครงสร้างพื้นฐานพร้อมแล้ว แบรนด์ที่ยังไม่ขยับถือว่าพลาดรถไฟที่กำลังออกจากสถานี
5 สัญญาณที่บอกว่าแบรนด์คุณกำลังพลาดโอกาส
สัญญาณที่ 1 — ไม่มีคอนเทนต์วันแข่ง (Matchday)
แฟนบอลไม่ได้แค่ "ดูเกม" พวกเขา อยู่กับเกม ตั้งแต่ก่อนนัดจนหลังนัด ไล่ตั้งแต่คอมเมนต์ทีมตัวเลือก ไปจนถึง Reaction หลังจบแมตช์
แบรนด์ที่ชนะในปี 2026 คือแบรนด์ที่เข้าใจว่า Matchday คือ Peak Attention Window แต่ส่วนใหญ่ยังคงโพสต์คอนเทนต์แบบ Generic ที่ไม่เชื่อมโยงกับอารมณ์ของช่วงเวลานั้น การไม่มีกลยุทธ์คอนเทนต์บน Moment ของเกมคือการพลาดที่ใหญ่ที่สุด
สัญญาณที่ 2 — มองแฟนบอลเป็นแค่ "กลุ่มเป้าหมาย" ไม่ใช่ Indicator
ฐานแฟนบอลไทยที่มี 61% ไม่ใช่แค่ Audience Size มันคือ Signal ทางธุรกิจ แฟนบอลพรีเมียร์ลีกมีลักษณะที่ Engaged สูง ซื่อสัตย์กับแบรนด์ที่อยู่ในโลกเดียวกับพวกเขา และมีกำลังซื้อที่พร้อมใช้จ่าย
แบรนด์ที่ยังไม่ทำแผนการตลาดโดยใช้ข้อมูลนี้เป็นตัวตั้ง กำลังคิดแบบ "ขาย" แทนที่จะคิดแบบ "สร้างความสัมพันธ์" ซึ่งสองแบบนี้ให้ผลลัพธ์ต่างกันโดยสิ้นเชิง
สัญญาณที่ 3 — ละเลย Streaming Platform ในฐานะ Media Buy
AIS Play และ Monomax กลับมาในฐานะผู้ถือลิขสิทธิ์สตรีมมิงแต่เพียงผู้เดียว โดยมีฐานลูกค้ากว่า 600,000 ราย บนแพลตฟอร์ม ต่อเนื่องเป็นปีที่สองของดีล 6 ฤดูกาล
แพลตฟอร์มเหล่านี้คือ Targeted Media ที่คุณรู้แน่ๆ ว่าคนที่อยู่ตรงนั้นสนใจอะไร แต่แบรนด์จำนวนมากยังจัดสรรงบ Media Buy ไปที่ช่องทางแบบ Broad ที่ Engagement ต่ำกว่ามาก
สัญญาณที่ 4 — ไม่ลงทุนใน Creator Sports Content
ในปี 2026 Creator Economy กับ Sports Marketing กำลังรวมตัวกันอย่างเข้มข้น สโมสรพรีเมียร์ลีกพัฒนากลยุทธ์โซเชียลมีเดียอย่างจริงจัง และ Engagement จากแฟนบอลทั่วโลกมีลักษณะ International อย่างชัดเจน
การทำ Partnership ที่นำ Creator เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ควบคู่กับ Sports Documentary แบบ Story-led กำลังเติบโต แบรนด์ที่ยังจ้างแค่ "คนดังโพสต์รูปถือสินค้า" โดยไม่มีการเชื่อมโยงกับโลกกีฬา กำลังพลาด Format ที่คนดูอยากเสพอย่างแท้จริง
สัญญาณที่ 5 — ไม่รู้ว่า Sponsorship Window กำลังเปิดกว้างที่สุดในรอบหลายปี
นี่คือสัญญาณที่น่าเสียดายที่สุด เพราะมันมีกรอบเวลาชัดเจน
การแบน Gambling Brands จากหน้าอกเสื้อที่มีผลในฤดูกาล 2026/27 ทำให้มีสโมสรพรีเมียร์ลีกกว่า 14 แห่งที่กำลังหาสปอนเซอร์หน้าอกใหม่ สปอนเซอร์แขนเสื้อ (Sleeve Sponsors) ในปัจจุบันสร้างรายได้ตั้งแต่ครึ่งล้านถึง 18 ล้านปอนด์ต่อปี และดีลส่วนใหญ่เป็นระยะสั้น — หมายความว่าเข้าถึงได้ง่ายกว่าที่คิด
แบรนด์ที่เตรียมพร้อมตอนนี้จะสามารถเข้าสู่ตลาดในราคาที่ยังสมเหตุสมผล ก่อนที่คู่แข่งจะแย่งที่นั่ง
ใครเล่นอยู่ในตลาดนี้แล้ว?
สิ่งที่น่าสนใจคือผู้เล่นหลักในตลาด Sports Sponsorship ของไทยปัจจุบัน ล้วนเป็นแบรนด์ระดับชาติทั้งสิ้น ซึ่งหมายความว่ายังมีช่องว่างชัดเจนสำหรับแบรนด์ขนาดกลาง
อ่านต่อเรื่องนี้มิตซูบิชิ เคมิคอล แอดวานซ์ แมททีเรียลส์ ได้รับรางวัล Lam Research 2026 Supplier Excellence Award
| แบรนด์ | กลุ่มอุตสาหกรรม | ระดับ |
|---|---|---|
| Toyota | ยานยนต์ | ระดับชาติ |
| Chang | เครื่องดื่ม | ระดับชาติ |
| Singha | เครื่องดื่ม | ระดับชาติ |
| PTT / PTT Group | พลังงาน | ระดับชาติ |
| ช่องว่างสำหรับแบรนด์ใหม่ | การเงิน / ท่องเที่ยว / Tech | กลาง–ใหญ่ |
อุตสาหกรรมการเงินและการท่องเที่ยวเป็นกลุ่มที่น่าจับตา เพราะสอดคล้องกับเทรนด์สปอนเซอร์ของสโมสรพรีเมียร์ลีกในระดับสากล และยังไม่มีผู้เล่นไทยที่ครองพื้นที่นี้อย่างชัดเจน
สิ่งที่แบรนด์ควรทำก่อนหน้าต่างปิด
Martin Blich ผู้บริหาร WPP Media กล่าวตรงๆ ว่า "ปี 2026 คือปีแห่งกีฬาอย่างแน่นอน" และ Nielsen รายงานในปีเดียวกันว่ากีฬากำลังกลายเป็น Entertainment Platform "ทุกที่ ทุกเวลา" — แบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับ Fan Experience คือผู้ที่จะโดดเด่น
สิ่งที่ควรเริ่มทำทันทีมีสามระดับ
- ระดับเล็ก: สร้างปฏิทินคอนเทนต์ Matchday ง่ายๆ ที่สอดรับกับอารมณ์แฟนบอลในแต่ละรอบการแข่งขัน
- ระดับกลาง: พิจารณา Media Buy บนแพลตฟอร์ม Streaming ที่มีฐานลูกค้า 600,000 รายที่รู้ชัดว่าสนใจอะไร และเริ่มทดสอบ Creator Sports Content กับกลุ่ม Micro Creator ที่มีฐานแฟนบอลจริง
- ระดับใหญ่: ศึกษา Sleeve Sponsorship หรือ Regional Sponsorship ของสโมสรพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะในช่วงที่ Gambling Brands กำลังออกจากตลาด ซึ่ง Window นี้จะไม่เปิดนานนัก
จุดร่วมของทั้งสามระดับคือต้องเริ่มจาก ความเข้าใจแฟน ไม่ใช่แค่ความอยากโฆษณา แบรนด์ที่ "วิวัฒน์ตามความรักในกีฬา" ของผู้บริโภคได้ คือแบรนด์ที่ Fan จะเชียร์ให้แบบ Organic — และนั่นคือ ROI ที่ซื้อด้วยเงินอย่างเดียวไม่ได้
แหล่งอ้างอิง
- Altenar — Football Fever: Why Thai Punters Flock to European Leagues (NIDA Poll)
- Nation Thailand — ผลสำรวจความนิยม EPL 2025–26 ในไทย
- The Thaiger — How to Watch the 2025–26 Premier League Season Online in Thailand
- The Standard — JAS + PLANB Partner to Promote Premier League Thailand
- ข่าวหุ้น — PLANB สิทธิ์บริหาร Marketing Rights EPL 3 ฤดูกาล
- SportsPro — Sports Sponsorship Predictions 2026
- Score and Change — Overview of the 2025/2026 Premier League Sponsors
- Nielsen — Tops of Sports 2026: Fan Behavior Trends