เวียดนาม vs ไทย ลงทุน: ตัวเลขที่เปลี่ยนทุกอย่างในปี 2569
GDP เวียดนามโตเกือบ 8% ขณะที่ไทยโตแค่ 1.5% — ห่างกันถึง 6 เท่า ตัวเลขนี้ทำให้นักธุรกิจไทยหลายคนเริ่มสงสัยว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะ "ย้ายฐาน" หรืออย่างน้อยก็ขยายการลงทุนไปเวียดนาม แต่ก่อนตัดสินใจ มีตัวเลขที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นผิวที่คุณต้องรู้ก่อน
ภาพรวมเศรษฐกิจ: เวียดนามกำลังแซงหน้าจริงหรือ?
ปี 2569 เวียดนามโพสต์ตัวเลข GDP growth ไว้ที่ 8.02% ในปีก่อนหน้า และไตรมาสแรกของปีนี้ขยายตัวต่อที่ 7.83% ภาคอุตสาหกรรมและก่อสร้างโตถึง 8.92% ส่วนภาคบริการโต 8.18% รัฐบาลฮานอยตั้งเป้าให้ทะลุ 10% และเตรียมเพิ่มงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 26% เพื่อหนุน GDP อีก 1.6 จุดร้อยละ
ฝั่งไทย OECD คาดการณ์ว่าปี 2569 เศรษฐกิจจะโตเพียงราว 1.5% ถูกกดดันจากหนี้ครัวเรือนสูง การท่องเที่ยวฟื้นตัวช้า และภาษีนำเข้าของสหรัฐที่กระทบภาคการผลิต
ฟังดูเหมือนเวียดนามชนะขาด แต่เดี๋ยวก่อน GDP per capita ของไทยยังสูงกว่าเวียดนามเกือบสองเท่า (ไทย ~8,110 USD vs เวียดนาม ~5,000 USD) สะท้อนว่าโครงสร้างตลาด กำลังซื้อในประเทศ และคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานยังต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
ค่าแรงและเงินเดือน: ถูกกว่าแต่ไม่ใช่แค่นั้น
นี่คือจุดที่นักธุรกิจส่วนใหญ่สนใจมากที่สุด และก็คือจุดที่เข้าใจผิดบ่อยที่สุดด้วย
ค่าแรงขั้นต่ำในเขต 1 ของเวียดนาม (ฮานอย-โฮจิมินห์) ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ภายใต้ Decree 293/2025/ND-CP อยู่ที่ VND 5,310,000/เดือน หรือราว 210 USD ส่วนในเขตพื้นที่ห่างไกล (เขต 4) ลดลงเหลือ 146 USD/เดือน ขณะที่ไทยยังคงค่าแรงขั้นต่ำที่ 400 บาท/วัน คิดเป็นราว 370 USD/เดือน
แต่ตัวเลขค่าแรงดิบๆ ไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด สิ่งที่นักธุรกิจมักมองข้ามคือ ภาระประกันสังคมฝั่งนายจ้าง เวียดนามบังคับนายจ้างจ่าย 21.5% ของเงินเดือนพนักงาน เทียบกับไทยที่จ่ายเพียงประมาณ 5% ความต่างนี้อาจดูไม่มากในสายตา แต่สำหรับธุรกิจที่ใช้แรงงานเข้มข้นและมีอัตรากำไรบาง ตัวเลขนี้เปลี่ยนสมการต้นทุนทั้งหมด
เงินเดือนเฉลี่ยทั้งประเทศเวียดนามอยู่ที่ราว 340 USD/เดือน แต่ตัวเลขนี้ถูกดึงลงโดยแรงงานภาคเกษตร งานระดับวิชาชีพในโฮจิมินห์หรือฮานอยมักเริ่มที่ 12–18 ล้านดอง (~470–700 USD) ส่วนไทยเงินเดือนเฉลี่ย gross อยู่ที่ราว 15,352 บาท หรือ 437 USD/เดือน
ค่าครองชีพเปรียบเทียบ: ถูกกว่า แต่ถูกกว่าแค่ไหน?
เวียดนามถูกกว่าไทยโดยรวมประมาณ 20–30% สำหรับไลฟ์สไตล์ expat ระดับเดียวกัน กรุงเทพฯ มีดัชนีค่าครองชีพที่ 90/100 ขณะที่โฮจิมินห์อยู่ที่ 85/100
ลองดูตัวเลขจริงที่รู้สึกได้มากกว่า: ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ 2 ห้องนอนในย่าน Thao Dien โฮจิมินห์อยู่ที่ 800–1,500 USD/เดือน เทียบกับย่านทองหล่อ กรุงเทพฯ ที่ 1,200–2,000 USD ค่าใช้จ่ายรายปีสำหรับ expat ที่อยากใช้ชีวิตสบายในเวียดนามอยู่ที่ 22,000–30,000 USD ส่วนกรุงเทพฯ อยู่ที่ 30,000–40,000 USD
ผลสำรวจ Expat Insider 2025 ของ InterNations ยิ่งชัด เวียดนามครองอันดับ 1 ประเทศที่คุ้มค่าสำหรับชาวต่างชาติเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ส่วนไทยติดอันดับ 5 โดย expat ในเวียดนามถึง 86% บอกว่าค่าครองชีพดี เทียบกับค่าเฉลี่ยโลกที่ 40%
เปรียบตัวชี้วัดสำคัญแบบเห็นภาพชัด
| ตัวชี้วัด | เวียดนาม (2569) | ไทย (2569) |
|---|---|---|
| GDP Growth | ~8–10% (เป้าหมาย) | ~1.5–2.4% |
| GDP Nominal | ~514 พันล้าน USD (2568) | ~580 พันล้าน USD (ประมาณการ) |
| GDP per Capita | ~5,000+ USD | ~8,110 USD |
| ค่าแรงขั้นต่ำ (เมืองหลัก) | ~210 USD/เดือน | ~370 USD/เดือน |
| เงินเดือนเฉลี่ย | ~340 USD/เดือน | ~437 USD/เดือน |
| ประกันสังคมนายจ้าง | 21.5% | ~5% |
| FDI ดึงดูดได้ (2568) | 38.4 พันล้าน USD | — |
| ค่าครองชีพ expat (ต่อปี) | 22,000–30,000 USD | 30,000–40,000 USD |
โอกาสการลงทุน: เวียดนามมีไพ่อะไรในมือ?
ปี 2568 เวียดนามดึงดูด FDI ได้ถึง 38.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.5% จากปีก่อน และปี 2567 ทำสถิติ realised FDI สูงสุดตลอดกาลที่ 25.4 พันล้านดอลลาร์ แรงดึงดูดนี้มาจากหลายปัจจัยรวมกัน
อ่านต่อเรื่องนี้เวียดนาม vs ไทย: เปรียบ 6 อุตสาหกรรม ใครดึงนักลงทุนต่างชาติได้เหนือกว่า?
- กำลังแรงงาน 53 ล้านคน อัตราการรู้หนังสือ 95% พร้อมบัณฑิตสาย STEM กว่า 220,000 คนต่อปี
- เครือข่าย FTA ครอบคลุมกว่า 60 ประเทศผ่าน CPTPP, RCEP และ EVFTA
- ความตกลงภาษีซ้อน (DTA) กับ 80 ประเทศ
- กฎหมายเปิดรับต่างชาติ อนุญาตให้ถือหุ้น 100% ในภาคการผลิตโดยไม่ต้องมีหุ้นส่วนท้องถิ่น
ไทยก็มีไพ่ในมือเช่นกัน โดยเฉพาะด้านความเสถียรด้านกฎระเบียบ โครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง และตำแหน่งฮับการกระจายสินค้าระดับภูมิภาค ภาษีนำเข้าของไทยที่ต่ำกว่าและ Foreign Business Act ก็ยังเปิดทางให้ภาคการผลิตถือหุ้น 100% ได้เช่นกัน
ความเสี่ยงที่ตัวเลขบอกไม่ได้
เวียดนามมีด้านมืดที่มักถูกมองข้ามในการนำเสนอตัวเลขสวยหรู สภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบมีความซับซ้อนสูงและเปลี่ยนแปลงบ่อย ทั้งด้านการลงทุน แรงงาน และภาษี มีโครงการลงทุนกว่า 2,000 รายการที่ค้างคาอยู่เพราะปัญหาที่ยังแก้ไม่ได้ นักธุรกิจที่เข้าไปโดยไม่มีที่ปรึกษาท้องถิ่นที่ดีมักเจอกับกำแพงล่องหนเหล่านี้โดยไม่ทันตั้งตัว
ในทางกลับกัน ไทยมีความคาดเดาได้มากกว่า ระบบกฎหมายและการบังคับใช้สัญญามีความชัดเจนกว่า และสำหรับธุรกิจบริการหรือการกระจายสินค้าในภูมิภาค ไทยยังเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลอย่างชัดเจน
สูตรที่นักวิเคราะห์แนะ: ไม่ใช่ "เลือก" แต่คือ "รวมกัน"
บทสรุปที่น่าสนใจที่สุดจากนักวิเคราะห์คือ คำถามไม่ควรเป็น "เวียดนาม vs ไทย" แต่ควรเป็น "เวียดนาม + ไทย" ยุทธศาสตร์ Two-Country กำลังได้รับความนิยมในหมู่ SME ไทยที่ต้องการทั้งฐานการผลิตต้นทุนต่ำและศูนย์กลางกระจายสินค้าในภูมิภาค
โดยสรุป เวียดนามเหมาะกับธุรกิจการผลิต งานส่งออก และงานที่ต้องการต้นทุนแรงงานต่ำ ส่วนไทยแข็งแกร่งในด้านการกระจายสินค้าระดับภูมิภาค ธุรกิจบริการ และอุตสาหกรรมเฉพาะทาง ไพ่ของทั้งสองประเทศแตกต่างกัน ไม่ใช่ใบเดียวกันที่จะใช้แทนกันได้
แหล่งอ้างอิง
- Reccessary – Vietnam vs Thailand for Foreign Investors
- Nation Thailand – Thailand Economy 2026
- Employsome – Minimum Wage in Vietnam
- The Vietnam Yield – Cost of Living in Vietnam
- GTI Partner – Vietnam vs Thailand SME Investment
- ComplyGlobally – Vietnam vs Thailand vs Indonesia vs Malaysia
- Viettonkin Consulting – Vietnam Country Profile
- LINE Today – เศรษฐกิจเวียดนาม
- LINE Today – เปรียบเทียบเวียดนามและไทย
- Expat Way – Bangkok vs Ho Chi Minh City
- Employsome – Average Salary in Vietnam