มีพนักงานจำนวนไม่น้อยที่ออกจากงานไปโดยไม่ได้รับเงินชดเชยแม้แต่บาทเดียว ไม่ใช่เพราะกฎหมายไม่คุ้มครอง แต่เพราะนายจ้างใช้ กลโกงเลี่ยงจ่ายเงินชดเชย ที่แนบเนียนพอจะทำให้ลูกจ้างหลงเชื่อหรือยอมแพ้ก่อน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 นายจ้างมีภาระผูกพันทางกฎหมายต้องจ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง แต่กลวิธี 5 ข้อด้านล่างนี้คือช่องโหว่ที่นายจ้างบางรายพยายามใช้ให้คุณ "ออกเอง" เพื่อไม่ต้องจ่ายสักบาท
ทำไมกลโกงนายจ้างเลี่ยงจ่ายเงินชดเชยถึงได้ผล?
หัวใจของกลวิธีเหล่านี้คือการทำให้ลูกจ้าง "ลาออกเอง" เพราะหากลูกจ้างเขียนใบลาออกด้วยตัวเอง สิทธิ์เรียกร้องค่าชดเชย ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ทั้งหมดหายไปทันที
กลวิธีเหล่านี้มักระบาดหนักในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว เมื่อบริษัทต้องการลดต้นทุนแต่ไม่อยากแบกรับภาระก้อนใหญ่ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
กล 1: บีบให้เซ็นใบลาออก (Forced Resignation)
วิธีคลาสสิกที่สุด นายจ้างจะเรียกพนักงานเข้าห้องแล้วพูดในทำนองว่า "ถ้าไม่เซ็นใบลาออก อาจถูกไล่ออกและไม่ได้ค่าชดเชยเลย" หรือขู่ว่า "จะไม่ออกหนังสือรับรองการทำงานให้"
สิ่งที่นายจ้างพยายามซ่อน คือถ้าเขาเลิกจ้างคุณเองโดยไม่มีเหตุ เขาต้องจ่ายค่าชดเชย แต่ถ้าคุณ "สมัครใจ" ลาออก เขาไม่ต้องจ่ายอะไรเลย
รู้ทันอย่างไร: ตามกฎหมาย การถูกบีบบังคับให้ลาออกโดยลูกจ้างไม่ได้ยินยอมจริง ถือว่าใบลาออกนั้นเป็น "โมฆียะ" และนับเป็นการเลิกจ้างโดยนายจ้าง ซึ่งต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย แต่คุณต้องมีหลักฐาน เช่น ข้อความ LINE, อีเมล, หรือพยานบุคคลที่รับรู้เหตุการณ์
กล 2: Quiet Firing — บีบด้วยสภาพแวดล้อมจนทนไม่ไหว
วิธีนี้แยบยลกว่า เพราะนายจ้างไม่พูดตรงๆ ว่าให้ออก แต่ค่อยๆ สร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่าอยู่ต่อไปก็ไม่มีอนาคต จนตัดสินใจลาออกเอง
รูปแบบที่พบบ่อยได้แก่ มอบแต่งานง่ายซ้ำๆ ที่ไม่ได้แสดงศักยภาพ หรือในทางตรงข้ามคือโยนงานที่แทบเป็นไปไม่ได้ ไม่เลื่อนตำแหน่ง ไม่ขึ้นเงินเดือนแม้ทำงานหนักมาหลายปี หรือสั่งย้ายสายงานโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน
เป้าหมายเดียวกัน คือให้พนักงานรู้สึก "เบื่อ" และยื่นใบลาออกเอง นายจ้างก็ไม่ต้องจ่ายอะไร
กล 3: ลดเงินเดือนหรือลดตำแหน่งโดยไม่ขอความยินยอม
นี่คือสิ่งที่กฎหมายแรงงานไทยเรียกว่า Constructive Dismissal หรือ "การเลิกจ้างแฝง" นายจ้างเปลี่ยนเงื่อนไขการจ้างงานอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ลดเงินเดือน ลดตำแหน่ง หรือปรับความรับผิดชอบงานใหม่ โดยไม่ขอความยินยอมจากลูกจ้าง
ศาลฎีกาไทยวางแนวไว้ชัดเจนว่า การโยกย้ายหรือเปลี่ยนแปลงงาน ตำแหน่งใหม่ต้องไม่ต่ำกว่าเดิม และค่าจ้างต้องไม่ต่ำกว่าเดิม และต้องกระทำด้วยความเป็นธรรม
กล่าวง่ายๆ คือ ลูกจ้างมีสิทธิ์ปฏิเสธการลดเงินเดือนหรือลดตำแหน่ง และหากนายจ้างทำโดยพลการ ลูกจ้างสามารถยื่นเรื่องได้ว่านี่คือการเลิกจ้างโดยปริยาย
กล 4: สัญญาจ้างชั่วคราวและกับดัก "119 วัน"
วิธีนี้ใช้ช่องโหว่กฎหมายโดยตรง มาตรา 118 ของ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานกำหนดว่า ลูกจ้างมีสิทธิ์รับค่าชดเชย เมื่อทำงานครบ 120 วัน ขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง
นายจ้างที่รู้ช่องโหว่นี้จึงกำหนดช่วงทดลองงานไว้ที่ 119 วัน พอดี แล้วปล่อยพนักงานออกก่อนครบ 120 วัน เพื่อหลีกเลี่ยงภาระค่าชดเชยทั้งหมด บางรายถึงกับต่อสัญญาระยะสั้นซ้ำๆ แทนที่จะจ้างประจำ เพราะสัญญาจ้างระยะเวลาแน่นอน (Fixed-term Contract) ได้รับการยกเว้นจากข้อกำหนดการจ่ายเงินชดเชยในบางกรณี
ถ้าคุณกำลังอยู่ในช่วงทดลองงานและใกล้ครบ 120 วัน ให้นับวันดีๆ และเก็บหลักฐานการทำงานทุกอย่างไว้
กล 5: สร้างเหตุให้ไล่ออกได้โดยชอบด้วยกฎหมาย (Manufactured Cause)
วิธีนี้อันตรายที่สุด เพราะนายจ้างอาศัยมาตรา 119 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ที่ให้สิทธิ์เลิกจ้าง "โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย" ในกรณีที่ลูกจ้างทำผิดร้ายแรง เช่น
- ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
- จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
- ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
- ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม
บางนายจ้างจึงออกคำสั่งที่แทบเป็นไปไม่ได้ให้พนักงานปฏิบัติ แล้วกล่าวหาว่า "ฝ่าฝืนระเบียบ" เพื่อใช้เป็นเหตุผลเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายชดเชย
อ่านต่อเรื่องนี้ผลเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569: 7 นโยบายที่ชนะแลนด์สไลด์ — อะไรเปลี่ยนได้จริง อะไรแค่คำพูด
อย่างไรก็ดี ศาลแรงงานไทยตีความเงื่อนไขเหล่านี้อย่างเคร่งครัด และนายจ้างมีภาระในการพิสูจน์ว่าพนักงานทำผิดจริง ไม่ใช่แค่ออกคำสั่งแล้วตั้งข้อหา
ตารางค่าชดเชยที่คุณควรได้รับตามกฎหมาย 2569
| อายุงาน | ค่าชดเชยที่ได้รับ |
|---|---|
| 120 วัน – ไม่ครบ 1 ปี | 30 วัน (1 เดือน) |
| 1 ปี – ไม่ครบ 3 ปี | 90 วัน (3 เดือน) |
| 3 ปี – ไม่ครบ 6 ปี | 180 วัน (6 เดือน) |
นอกจากค่าชดเชย หากนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ลูกจ้างยังมีสิทธิ์ได้รับ ค่าชดเชยแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 หรือ 60 วันแล้วแต่กรณีด้วย
และสำหรับผู้ที่ส่งประกันสังคม ในปี 2569 มีการปรับฐานเพดานเงินเดือนใหม่เป็น 17,500 บาท กรณีถูกเลิกจ้างจะได้รับเงินทดแทน 60% ของค่าจ้าง นานสูงสุด 180 วัน (สูงสุดประมาณ 10,500 บาท/เดือน)
ถูกกระทำแบบนี้ทำอะไรได้บ้าง?
ขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดคือ เก็บหลักฐาน ทุกอย่างที่พิสูจน์ได้ว่าคุณถูกกดดันหรือถูกเปลี่ยนเงื่อนไขโดยไม่ยินยอม ไม่ว่าจะเป็นข้อความ LINE, อีเมล, บันทึกการประชุม หรือคำให้การของพยาน
ห้ามเซ็นใบลาออกหากไม่ได้สมัครใจจริงๆ เพราะการเซ็นคือการสูญเสียสิทธิ์ทันที
จากนั้นสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือดำเนินคดีต่อ ศาลแรงงาน ได้โดยตรง โดยนายจ้างที่ฝ่าฝืนไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้าง มีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กฎหมายไทยคุ้มครองคุณอยู่ แต่ต้องรู้จักใช้มันก่อน
แหล่งอ้างอิง
- HRzoft – ความรู้ด้านแรงงานและค่าชดเชย
- Bangkok Biz News – สิทธิแรงงานและการถูกเลิกจ้าง
- Legardy – ถูกไล่ออกต้องทำอะไร? กฎหมายแรงงานไทย
- Legardy – ค่าชดเชยค้างจ่ายและการฟ้องศาลแรงงาน
- HR Note Asia – Quiet Firing คืออะไร
- CXC Global – End of Employment in Thailand
- Luther Law Firm – Employment Law in Thailand
- TeamedGlobal – Termination and Severance in Thailand
- ธรรมนิติ – การลาออกของลูกจ้าง
- ดร.ทวีป – กฎหมายแรงงานไทย

