PR+
NEWSPLUS
Business & Lifestyle News
0%
Advertisement
บทความบรรณาธิการ บัตรเครดิต / สินเชื่อ

รัฐคุม BNPL ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง: วงเงินไม่เกิน 2 หมื่น ดอกเบี้ยสูงสุด 15% เข้าเครดิตบูโร คนใช้อยู่ได้รับผลอย่างไร?

NEW
PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส กองบรรณาธิการ
3 พฤศจิกายน 2569 11:00 น. อ่าน 4 นาที
0
รัฐคุม BNPL ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง: วงเงินไม่เกิน 2 หมื่น ดอกเบี้ยสูงสุด 15% เข้าเครดิตบูโร คนใช้อยู่ได้รับผลอย่างไร?
PRNEWSPLUS.COM

สรุปเนื้อหา

6.3 ล้านบัญชีภายใน 4 ปี — ตัวเลขนี้บอกว่าคนไทยหลงรัก BNPL ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง มากแค่ไหน และนั่นคือเหตุผลที่กระทรวงการคลังกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องรีบจัดการ ร่างหลักเกณฑ์ที่เปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่ 16 ต.ค. – 15 พ.ย.

6.3 ล้านบัญชีภายใน 4 ปี — ตัวเลขนี้บอกว่าคนไทยหลงรัก BNPL ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง มากแค่ไหน และนั่นคือเหตุผลที่กระทรวงการคลังกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องรีบจัดการ ร่างหลักเกณฑ์ที่เปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่ 16 ต.ค. – 15 พ.ย. 2569 กำหนดกรอบชัดเจน: วงเงินไม่เกิน 20,000 บาท ดอกเบี้ยสูงสุด 15% ต่อปี และข้อมูลต้องส่งเข้าเครดิตบูโร แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ บทความนี้สรุปว่าคนที่กำลังใช้บริการอยู่จะได้รับผลกระทบอย่างไร

ทำไม BNPL ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ถึงโตเร็วจนรัฐต้องแตะเบรก

ลองนึกภาพนี้: ปี 2564 คนไทยมีบัญชี BNPL รวมกันแค่ราว 6.2 แสนบัญชี แต่พอถึงปี 2568 ตัวเลขพุ่งไปถึง 6.3 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าใน 4 ปี

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น: ในช่วงปี 2568 บัญชี BNPL เติบโต 28.3% ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลไม่มีหลักประกันโตแค่ 3.9% และบัตรเครดิตโตเพียง 1.3% มันไม่ใช่แค่กระแส — มันคือพฤติกรรมการเงินที่เปลี่ยนไปจริง

ธปท. ชี้ว่าสาเหตุที่ BNPL ขยายตัวเร็วมากมาจากการ "สะดวกเกินไป" อนุมัติไวโดยไม่ต้องพิสูจน์รายได้ฝังอยู่ในขั้นตอนจ่ายเงินของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ทำให้คนคลิกแล้วติดหนี้โดยไม่ทันรู้สึกตัว ความสะดวกนี้เองที่ทำให้ผู้บริโภคให้น้ำหนักแค่ "ค่างวดต่อเดือนถูก" แต่ไม่ได้นึกถึงภาระหนี้รวมทั้งหมด

5 สาระสำคัญของร่างกฎ BNPL

ร่างหลักเกณฑ์ที่เปิดรับฟังความเห็นอยู่นี้ มีหัวใจหลัก 5 ข้อ:

  • อายุผู้ใช้: ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป
  • วงเงินสินเชื่อ: ไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ผ่อนสูงสุด 6 เดือน
  • เพดานดอกเบี้ย: รวมค่าธรรมเนียมทุกอย่างแล้วต้องไม่เกิน 15% ต่อปี
  • ห้ามแปลงเป็นเงินสด: วงเงิน BNPL ใช้ซื้อสินค้า/บริการเท่านั้น เปลี่ยนเป็นเงินสดไม่ได้
  • เข้าเครดิตบูโร: ผู้ให้บริการต้องส่งข้อมูลหนี้ให้บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ
  • ต้องมีใบอนุญาต: ผู้ประกอบธุรกิจ BNPL ต้องขอใบอนุญาตเฉพาะประเภทนี้โดยตรง

เปรียบเทียบเพดานดอกเบี้ย BNPL กับสินเชื่อประเภทอื่น

จุดขายสำคัญของร่างกฎนี้คือ ดอกเบี้ยสูงสุด 15% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าสินเชื่อทุกประเภทที่มีอยู่ในตลาด ลองดูตารางเปรียบเทียบนี้:

ประเภทสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย/ต้นทุนสูงสุด (% ต่อปี)
BNPL (ร่างใหม่) 15%
บัตรเครดิต 16%
สินเชื่อส่วนบุคคล (มีทะเบียนรถเป็นประกัน) 24%
สินเชื่อส่วนบุคคลไม่มีหลักประกัน 25%
นาโนไฟแนนซ์ 33%

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าร่างนี้บังคับใช้จริง BNPL จะกลายเป็นสินเชื่อที่ "ถูกที่สุด" ในบรรดาสินเชื่อไม่มีหลักประกันทั้งหมด ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคที่เคยถูกเก็บค่าธรรมเนียมแฝงสูงกว่านี้มาก

ผู้ใช้ BNPL อยู่ตอนนี้ — ใครได้ ใครเสีย?

ฝั่งได้ประโยชน์

คนที่เคยใช้ BNPL แล้วโดนเก็บค่าธรรมเนียมบวกดอกเบี้ยรวมกันเกิน 15% ต่อปี จะได้รับความคุ้มครองทันทีที่กฎบังคับใช้ นอกจากนี้ยังมีกรอบกฎหมายชัดเจนว่าผู้ให้บริการทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ ผู้บริโภครู้สิทธิของตัวเองมากขึ้น

ฝั่งที่เป็นภาระเพิ่ม

ประวัติการชำระจะถูกบันทึก: นี่คือเรื่องใหม่สำหรับคนใช้ BNPL เดิมที BNPL ในไทยส่วนใหญ่ยังไม่ส่งข้อมูลเข้าเครดิตบูโร ทำให้คนรู้สึกว่า "ค้างชำระก็ไม่เป็นไร" แต่เมื่อกฎใหม่บังคับให้ส่งข้อมูล การผิดนัดชำระ BNPL จะกระทบคะแนนเครดิต ส่งผลโดยตรงต่อการขอสินเชื่อในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถ หรือบัตรเครดิต

อ่านต่อเรื่องนี้5 รูรั่วทางการเงินที่ทำให้คนไทยจนปลายเดือน ทั้งที่รายได้ไม่น้อย

วงเงินถูกปรับลด: ผู้ที่ได้วงเงิน BNPL เกิน 20,000 บาทจากแพลตฟอร์มที่ปัจจุบันยังไม่มีกฎบังคับ เมื่อกฎใช้จริงวงเงินจะถูกปรับให้อยู่ในเพดานใหม่

อายุต่ำกว่า 20 ปีใช้ไม่ได้: กลุ่มวัยรุ่นที่เป็นฐานผู้ใช้สำคัญของแพลตฟอร์ม BNPL หลายเจ้าจะต้องหยุดใช้บริการ ถ้าร่างนี้ผ่านตามที่เสนอ

เข้าถึงสินเชื่อยากขึ้น: ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่า เมื่อผู้ให้บริการต้องรับผิดชอบมากขึ้นทั้งเรื่องใบอนุญาตและการส่งข้อมูลเครดิตบูโร พวกเขาจะเข้มงวดในการอนุมัติมากขึ้น กลุ่มที่เคยได้รับการอนุมัติง่าย ๆ อาจถูกปฏิเสธมากกว่าเดิม

เส้นทางต่อจากนี้: ยังต้องรอ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียืนยันชัดเจนว่า ขณะนี้ทุกอย่างยังเป็นแค่ ร่าง ที่อยู่ในกระบวนการรับฟังความเห็น ยังไม่มีผลบังคับใช้แม้แต่วันเดียว ใครที่มีความเห็นหรืออยากร่วมกำหนดทิศทางกฎนี้ สามารถแสดงความคิดเห็นได้ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 ผ่านเว็บไซต์ ธปท. ที่ www.bot.or.th หรือระบบกลางทางกฎหมาย

หลังปิดรับความเห็น 15 พ.ย. 2569 ธปท. และกระทรวงการคลังจะนำทุกเสียงไปสรุปก่อนกำหนดวันประกาศใช้จริง ซึ่งยังไม่มีกำหนดที่ชัดเจน

ช่วงก่อนกฎมีผล ยอดหนี้คงค้างและประวัติการชำระตรงเวลาคือสองเรื่องที่จะติดตัวผู้ใช้ BNPL ไปในระบบเครดิตบูโรที่เข้มงวดขึ้น

แหล่งอ้างอิง

Advertisement
WEBDEVPLUS — เปิดตัวสินค้าแล้ว ลูกค้าจะไปต่อที่ไหน? ขอ Website Audit ฟรีWEBDEVPLUS — เปิดตัวสินค้าแล้ว ลูกค้าจะไปต่อที่ไหน? ขอ Website Audit ฟรีโฆษณา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1 ร่างกฎคุม BNPL นี้มีผลบังคับใช้แล้วหรือยัง?

ยังไม่มีผลบังคับใช้ ขณะนี้อยู่ในช่วงเปิดรับฟังความคิดเห็นถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 หลังจากนั้น ธปท. และกระทรวงการคลังจะสรุปและกำหนดวันประกาศใช้จริง ซึ่งยังไม่มีกำหนดชัดเจน

2 ถ้าวงเงิน BNPL ที่ใช้อยู่เกิน 20,000 บาท จะเกิดอะไรขึ้น?

เมื่อกฎบังคับใช้จริง วงเงินจะถูกปรับให้ไม่เกิน 20,000 บาทตามเพดานที่กำหนด ผู้ที่เคยได้วงเงินสูงกว่านั้นจะถูกลดวงเงินลงโดยอัตโนมัติ

3 การเข้าเครดิตบูโรของ BNPL กระทบชีวิตประจำวันอย่างไร?

เมื่อข้อมูล BNPL ส่งเข้าเครดิตบูโร การผิดนัดชำระหรือค้างชำระจะถูกบันทึกและกระทบคะแนนเครดิต ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการขอสินเชื่อในอนาคต เช่น สินเชื่อบ้าน รถยนต์ หรือการสมัครบัตรเครดิต

4 ทำไมเพดานดอกเบี้ย BNPL ที่ 15% ถึงถือว่าต่ำมาก?

เมื่อเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่น บัตรเครดิตอยู่ที่ 16% สินเชื่อส่วนบุคคลไม่มีหลักประกัน 25% และนาโนไฟแนนซ์ 33% ต่อปี การกำหนด BNPL ไว้ที่ 15% ทำให้เป็นสินเชื่อที่มีต้นทุนต่ำที่สุดในบรรดาสินเชื่อไม่มีหลักประกันทุกประเภท

5 ผู้ประกอบธุรกิจ BNPL ต้องทำอะไรเพื่อให้ถูกกฎหมายตามร่างใหม่?

ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลประเภท BNPL โดยเฉพาะ และต้องส่งข้อมูลลูกหนี้เข้าระบบเครดิตบูโร รวมถึงปฏิบัติตามเกณฑ์วงเงิน เพดานดอกเบี้ย และเงื่อนไขผู้ใช้บริการที่กำหนด

แชร์:
0 ครั้ง 1 ชั่วโมงที่แล้ว เผยแพร่ทันที

อยากเผยแพร่ข่าวของคุณบ้าง?

ลงข่าวแรกฟรี 1 ชิ้น • เผยแพร่ทันที • Do-Follow backlink

Advertisement
โฆษณา
ลงโฆษณาที่นี่
728 x 90
ติดต่อเรา

บทความที่เกี่ยวข้อง

คัดลอกลิงก์สำเร็จ!

คัดลอกลิงก์พร้อมข้อความแล้ว
นำไปแชร์ต่อได้เลย

เชื่อมั่นโดย:
SSL Secured
Verified News

แจ้งให้ทราบ — เราใช้ Google Analytics เพื่อปรับปรุงประสบการณ์บริการ ดูรายละเอียด