🎗 ขอน้อมถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา 🎗
0%
Advertisement
บทความบรรณาธิการ การเงิน / การลงทุน

ทองคำไทยปี 2569: เปิดข้อมูล 12 เดือน จังหวะซื้อ-ขายไหนได้กำไรสูงสุด

NEW
PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส กองบรรณาธิการ
12 กรกฎาคม 2569 13:00 น. อ่าน 6 นาที
5
ทองคำไทยปี 2569: เปิดข้อมูล 12 เดือน จังหวะซื้อ-ขายไหนได้กำไรสูงสุด
PRNEWSPLUS.COM

สรุปเนื้อหา

ถ้าคุณซื้อทองปลายปี 2567 แล้วขายในเดือนมกราคม 2569 คุณจะทำกำไรได้ถึง 39,500 บาทต่อบาททองคำ หรือกว่า 90% ภายในเวลาเพียง 1 ปี นี่ไม่ใช่เรื่องสมมติ แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในตลาดทองคำไทยปี 2569 บทความนี้เจาะข้อมูลราคาทองคำไทย 12 เดือนย้อนหลัง เพื่อหาคำตอบว่าจังหวะไหนคือโอกาส...

ถ้าคุณซื้อทองปลายปี 2567 แล้วขายในเดือนมกราคม 2569 คุณจะทำกำไรได้ถึง 39,500 บาทต่อบาททองคำ หรือกว่า 90% ภายในเวลาเพียง 1 ปี นี่ไม่ใช่เรื่องสมมติ แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในตลาดทองคำไทยปี 2569 บทความนี้เจาะข้อมูลราคาทองคำไทย 12 เดือนย้อนหลัง เพื่อหาคำตอบว่าจังหวะไหนคือโอกาส และจังหวะไหนคือกับดัก

ทองคำไทยปี 2569: ภาพรวม "ขึ้นสุด ดิ่งโหด"

ปี 2569 เปิดฉากด้วยราคาทองที่ดุเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์ ทองคำแท่งไทยทะลุ 81,500 บาทต่อบาททองคำ ในเดือนมกราคม ขณะที่ทองโลก (Gold Spot) พุ่งขึ้นไปแตะ 5,595 ดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นราว 29% เมื่อเทียบกับต้นปี

แต่เรื่องราวไม่ได้จบแบบหนังโรแมนติก เพราะหลังจากนั้นราคาก็ดิ่งลงอย่างรุนแรง จนมาแตะจุดต่ำสุดของปีที่ 62,500 บาท ในเดือนมิถุนายน 2569 ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นมาบริเวณ 64,000–65,700 บาทในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2569

นักลงทุนที่ดอยอยู่ที่ระดับ 80,000 บาท ขณะนี้ยังคงขาดทุนอยู่มากกว่า 14,000 บาทต่อบาททองคำ นี่คือความโหดของตลาดที่ต้องเข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน

ไทม์ไลน์ราคาทองคำ 12 เดือน: ตัวเลขจริงทุกช่วง

เพื่อให้เห็นภาพชัดที่สุด ลองไล่ดูข้อมูลราคารายช่วงตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา:

ช่วงเวลาทิศทางระดับราคา (บาท/บาททอง)สรุปเหตุการณ์ก.ค.–ส.ค. 2568ทรงตัว/ขึ้น~45,000–48,000ฐานราคาก่อนวิ่งก.ย.–ต.ค. 2568ขาขึ้นสูงสุด ~54,300 (ต.ค.)ทองโลกทำ ATH ล็อตแรกพ.ย.–ธ.ค. 2568ปรับฐานลดลงต่อเนื่อง 2 เดือนโอกาสสะสมก่อนวิ่งใหม่ม.ค. 2569🚀 พุ่งแรง ATHทะลุ 81,500 (จุดสูงสุด)ปรับขึ้น 9,250 บาทในเดือนเดียวก.พ. 2569ทรงตัวสูง~74,000–78,000รักษาระดับหลัง ATHมี.ค. 2569⬇️ ดิ่งแรงลดลง 6,400 บาทปรับฐานรุนแรงหลัง ATHเม.ย.–พ.ค. 2569แกว่งตัว~64,000–72,000ตลาดพักตัว สร้างฐานใหม่มิ.ย. 2569⬇️ ดิ่งอีกครั้งต่ำสุด 62,500จุดต่ำสุดของปี 2569ก.ค. 2569ฟื้นตัว~64,350–65,700เริ่มรีบาวด์ขึ้น 3 จังหวะซื้อที่ดีที่สุดใน 12 เดือน

ดูจากข้อมูลจริง จะพบว่ามี 3 ช่วงจังหวะ ที่ถ้าใครสามารถซื้อได้ จะได้ต้นทุนที่ถูกที่สุด:

  • ช่วงที่ 1 – ก.ย.–ต.ค. 2567 (ประมาณ 42,000–45,000 บาท): ช่วงฐานราคาก่อนที่ทองจะเริ่มวิ่งรอบใหญ่ ใครที่ซื้อสะสมไว้ที่นี่ได้กำไรหนักที่สุดในรอบนี้
  • ช่วงที่ 2 – พ.ย.–ธ.ค. 2568 (ปรับฐาน): หลังจากราคาวิ่งขึ้นไปแล้ว ก็มีการปรับตัวลงติดต่อกัน 2 เดือน เป็นโอกาสสะสมก่อนพุ่ง ATH ในมกราคม 2569
  • ช่วงที่ 3 – มิ.ย. 2569 (~62,500 บาท): จุดต่ำสุดของปี 2569 ราคาดิ่งลงหนักรวม 6,700 บาทในเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียว และแตะระดับต่ำสุดใหม่ที่ 62,500 บาท ก่อนเริ่มฟื้นตัวในกรกฎาคม

จังหวะขาย: เดือนมกราคม 2569 คือ "ครั้งแห่งชีวิต"

ไม่มีจุดไหนน่าขายกว่าเดือนมกราคม 2569 อีกแล้วในรอบนี้ ราคาทองคำแท่งพุ่งขึ้นไปแตะ 81,500 บาท ซึ่ง YLG ระบุว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ราคาทองแซงผ่านจุดสูงสุดของปี 2523 ในเชิงมูลค่าที่แท้จริง (ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่สูงขึ้นตามเงินเฟ้อ)

ถ้าคำนวณแบบ ซื้อต่ำสุด–ขายสูงสุด: ซื้อปลายปี 2567 ที่ ~42,000 บาท ขาย ม.ค. 2569 ที่ 81,500 บาท กำไรสูงถึง 39,500 บาทต่อบาททองคำ หรือกว่า 90% ใน 1 ปี ซึ่งแม้แต่หุ้นโลกที่ผลตอบแทนดีก็ยากจะทำได้ในเวลาเท่ากัน

แต่ต้องยอมรับตามความจริงว่า ไม่มีใครซื้อได้ที่จุดต่ำสุดและขายได้ที่จุดสูงสุดพอดี สิ่งที่ทำได้จริงคือการ เฉลี่ยต้นทุน (DCA) ทยอยซื้อเป็นงวด เพื่อให้ต้นทุนโดยรวมอยู่ในระดับที่ยอมรับได้

ปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคา: ดอกเบี้ยเฟดและภูมิรัฐศาสตร์

ทำไมราคาทองถึงผันผวนรุนแรงขนาดนี้? ปัจจัยหลักคือ ทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ ส่งสัญญาณสายเหยี่ยว ชี้ว่าเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% มานานกว่า 5 ปี ทำให้ตลาดกังวลว่าเฟดอาจเร่งขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งโดยทั่วไปจะกดราคาทองลง

ขณะเดียวกัน ณ วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ดัชนีดอลลาร์กลับมาแตะระดับ 101 หน่วย และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีกลับขึ้นมายืนเหนือ 4.5% ส่วนปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ก็มีบทบาท เช่น ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นหลังอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสร้างแรงกดดันซับซ้อนต่อตลาด

สรุปครึ่งปีแรกของปี 2569 ทองคำโลกให้ผลตอบแทน ติดลบ 7.2% ปิดที่ 4,007 ดอลลาร์ ขณะที่ทองไทยติดลบ 2.5% ปิดที่ 63,300 บาท ตัวเลขนี้บอกว่าแม้ขาดทุน แต่ทองไทยรับมือได้ดีกว่าทองโลก เพราะค่าเงินบาทอ่อนตัวเป็นตัวกันชน

แนวโน้มทองคำไทยครึ่งปีหลัง 2569: ผู้เชี่ยวชาญมองอย่างไร

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญในประเทศแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก:

อ่านต่อเรื่องนี้“บล.พาย ปักหมุดเมกะเทรนด์โลก! เปิดตัว DR03 ใหม่ "SPACEX03" ชวนลงทุนหุ้นอวกาศระดับโลก ผ่านตลาดหุ้นไทย

กลุ่มมองขาขึ้นระยะยาว (YLG)

YLG ชี้ว่าทองยังอยู่ในรอบ ซูเปอร์ไซเคิล (Supercycle) ซึ่งกินเวลา 71 ปีและยังเหลือเวลาอีกราว 16 ปี โดยธนาคารกลางทั่วโลกยังคงแห่สะสมทองคำต่อเนื่อง และนี่คือแรงหนุนระยะยาวที่แท้จริง ไม่ใช่การเก็งกำไรระยะสั้น

กลุ่มมองเป้าหมายสิ้นปี (ฮั่วเซ่งเฮง และ World Gold Council)

ฮั่วเซ่งเฮงประเมินว่าราคาทองปลายปี 2569 มีโอกาสแตะ 4,900–5,000 ดอลลาร์ โดยจุดเปลี่ยนสำคัญจะอยู่ที่การประชุมแจ็กสันโฮลปลายเดือนสิงหาคม และการประชุมเฟดเดือนกันยายน หากเฟดส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ย ราคาทองมีโอกาสฟื้นตัวแรง ด้าน World Gold Council ก็ปรับเป้าสิ้นปีไว้ที่ 4,900 ดอลลาร์ (ลดจากเดิม 5,400 ดอลลาร์)

กลยุทธ์ลงทุนทองคำในช่วงผันผวน: ทำอะไรได้บ้างตอนนี้

สำหรับนักลงทุนที่กำลังจับตาดูตลาดอยู่ มีกลยุทธ์หลัก 2 แนวทางที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ:

  • กลยุทธ์ย่อซื้อ: หากราคาทองโลกลงทดสอบแนวรับที่ 4,100 ดอลลาร์ สามารถพิจารณาสะสมได้ โดยหากราคาหลุดแนวรับ 4,080 ดอลลาร์ลงไป ควรตัดขาดทุน ส่วนจุดขายทำกำไรอยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,140 ดอลลาร์
  • กลยุทธ์ DCA (ทยอยซื้อเฉลี่ยต้นทุน): กรุงศรีแนะนำให้แบ่งเงินซื้อเป็นงวดๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเฉลี่ยต้นทุนและลดความเสี่ยงจากการเข้าผิดจังหวะ เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาติดตามราคาทุกวัน

สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือ ค่าส่วนต่างซื้อ-ขาย ทองคำแท่งอยู่ที่ประมาณ 200 บาท ส่วนทองรูปพรรณมีส่วนต่างสูงกว่า ต้องคำนวณต้นทุนเหล่านี้เข้าไปในการคาดการณ์กำไรด้วย เพราะมันกินผลตอบแทนโดยตรง

ณ ต้นเดือนกรกฎาคม 2569 ราคาทองคำแท่งอยู่ที่ 65,650 บาท (ขายออก) และ 65,450 บาท (รับซื้อ) โดยทองโลกเคลื่อนไหวในกรอบ 4,054–4,117 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ซึ่งยังต้องรอดูสัญญาณจากเฟดก่อนจึงจะชัดเจนว่าทิศทางต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร

แหล่งอ้างอิง

Advertisement

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1 จุดต่ำสุดของราคาทองคำไทยในปี 2569 อยู่ที่เท่าไหร่ และเกิดขึ้นช่วงไหน

จุดต่ำสุดของปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 62,500 บาทต่อบาททองคำ เกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 โดยในเดือนนั้นราคาดิ่งลงรวมถึง 6,700 บาทภายในเดือนเดียว

2 ถ้าซื้อทองปลายปี 2567 แล้วขายช่วง ATH ม.ค. 2569 จะได้กำไรเท่าไหร่

ถ้าซื้อที่ระดับประมาณ 42,000 บาท และขายที่จุดสูงสุด 81,500 บาทในเดือนมกราคม 2569 กำไรทางทฤษฎีอยู่ที่ประมาณ 39,500 บาทต่อบาททองคำ หรือกว่า 90% ภายใน 1 ปี

3 ราคาทองคำแท่งไทยล่าสุดในช่วงต้นกรกฎาคม 2569 อยู่ที่เท่าไหร่

ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ทองคำแท่งขายออกอยู่ที่ 65,650 บาท ส่วนราคารับซื้ออยู่ที่ 65,450 บาท และในวันที่ 9 กรกฎาคม ราคาทองคำแท่งไทยสูงสุดอยู่ที่ 65,000 บาท ต่ำสุด 64,350 บาท

4 ผู้เชี่ยวชาญมองเป้าหมายราคาทองสิ้นปี 2569 ไว้ที่เท่าไหร่

ฮั่วเซ่งเฮงและ World Gold Council ต่างประเมินเป้าหมายราคาทองโลกสิ้นปี 2569 ไว้ที่ 4,900–5,000 ดอลลาร์ โดยจุดเปลี่ยนสำคัญจะขึ้นอยู่กับการประชุมแจ็กสันโฮล (ส.ค.) และการประชุมเฟด (ก.ย.) หากเฟดส่งสัญญาณชะลอขึ้นดอกเบี้ย

5 ทำไมราคาทองคำไทยปี 2569 ถึงขึ้นแรงน้อยกว่าทองโลก

ทองโลกปรับขึ้นประมาณ 16% ตั้งแต่ต้นปี 2569 ขณะที่ทองไทยปรับขึ้นราว 12–13% เพราะราคาทองไทยคำนวณจากทองโลกคูณกับค่าเงินบาท เมื่อบาทแข็งค่า ทองไทยจึงขึ้นได้น้อยกว่า แต่ในทางกลับกัน เมื่อบาทอ่อนค่าก็เป็นกันชนป้องกันขาลง

แชร์:
5 ครั้ง 2 ชั่วโมงที่แล้ว เผยแพร่ทันที

อยากเผยแพร่ข่าวของคุณบ้าง?

ลงข่าวแรกฟรี 1 ชิ้น • เผยแพร่ทันที • Do-Follow backlink

Advertisement
โฆษณา
ลงโฆษณาที่นี่
728 x 90
ติดต่อเรา

คัดลอกลิงก์สำเร็จ!

คัดลอกลิงก์พร้อมข้อความแล้ว
นำไปแชร์ต่อได้เลย

เชื่อมั่นโดย:
SSL Secured
Verified News

แจ้งให้ทราบ — เราใช้ Google Analytics เพื่อปรับปรุงประสบการณ์บริการ ดูรายละเอียด