ขายออนไลน์ทุกวัน ออเดอร์ไม่ขาด แต่พอนับเงินปลายเดือน… ทำไมไม่ค่อยเหลือ? คำตอบส่วนใหญ่ซ่อนอยู่ในสิ่งที่เรียกว่า ค่า GP ตัวเลขที่แพลตฟอร์ม Delivery หักออกก่อนโอนเงินให้ร้านทุกครั้ง
ค่า GP คืออะไร ทำไมร้านอาหารต้องรู้
GP ย่อมาจาก Gross Profit แต่ในบริบทของ Delivery แพลตฟอร์ม มันคือ "ค่าธรรมเนียมระบบ" ที่ร้านต้องจ่ายให้แอปเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขายทุกออเดอร์
แลกกับค่าธรรมเนียมนี้ แพลตฟอร์มมอบสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้ลูกค้า เช่น ส่วนลดค่าส่ง โค้ดลดราคา หรือแคมเปญการตลาด ซึ่งช่วยดึงลูกค้าเข้าร้าน แต่ถ้าร้านไม่รู้จักบวกค่า GP เข้าต้นทุนตั้งแต่ต้น กำไรจะหายไปเงียบ ๆ ทุกออเดอร์
อัตราค่า GP แต่ละแพลตฟอร์ม (ข้อมูล ณ มีนาคม 2568)
แพลตฟอร์มหลักในไทยตอนนี้มีอยู่ 3 เจ้า หลังจาก Foodpanda ยุติบริการไปในเดือนพฤษภาคม 2568 โดยอัตราค่า GP เปรียบเทียบได้ดังนี้
| แพลตฟอร์ม | ค่า GP (ไม่รวม VAT) | ค่า GP (รวม VAT 7%) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| GrabFood | ~30% | ~32.1% | ไม่มีค่าสมัคร |
| LINE MAN | ~30% | ~32.1% | ไม่มีค่าสมัคร |
| ShopeeFood | ~30% | ~32.1% | — |
| Foodpanda | ~32% | ~34.24% | ปิดบริการ พ.ค. 2568 |
สังเกตว่า GP จริงที่ร้านโดนหักคือ รวม VAT 7% ด้วย นั่นหมายความว่าทุก 100 บาทที่ลูกค้าจ่าย ร้านจะได้รับเพียง 67.90 บาทเท่านั้น
สูตรคำนวณกำไรสุทธิหลังหักค่า GP
สูตรพื้นฐานที่ควรจำ มีอยู่ 2 แบบ ใช้ตามสถานการณ์
- คำนวณกำไรจากราคาที่ตั้งแล้ว: กำไรสุทธิ = ราคาขาย − (ราคาขาย × GP%) − ต้นทุนวัตถุดิบ
- ตั้งราคาเพื่อให้ได้เงินเป้าหมาย: ราคาที่ต้องตั้ง = รายได้เป้าหมาย ÷ (1 − GP%)
มีทางลัดที่นิยมใช้สำหรับ LINE MAN คือ "สูตรคูณ 1.48" แค่เอาราคาหน้าร้านคูณ 1.48 ก็ได้ราคาที่ควรตั้งบนแอปทันที เช่น ข้าวกะเพราขายหน้าร้าน 60 บาท → ราคาบนแอปควรอยู่ที่ 89 บาท หรือสูงกว่านั้น
ตารางจำลองกำไรสุทธิจริง (ต้นทุนวัตถุดิบ 20 บาท)
ลองดูว่าถ้าเมนูเดิมต้นทุน 20 บาท แต่ตั้งราคาขายต่างกัน กำไรที่ได้จริงหลังหักค่า GP 32.1% (รวม VAT) จะต่างกันมากแค่ไหน
| ราคาขาย (บาท) | ค่า GP+VAT (บาท) | ร้านได้รับ (บาท) | กำไรสุทธิ (บาท) | % กำไร |
|---|---|---|---|---|
| 50 | 16.05 | 33.95 | 13.95 | 27.9% |
| 60 | 19.26 | 40.74 | 20.74 | 34.6% |
| 70 | 22.47 | 47.53 | 27.53 | 39.3% |
| 80 | 25.68 | 54.32 | 34.32 | 42.9% |
| 89 | 28.57 | 60.43 | 40.43 | 45.4% |
| 100 | 32.10 | 67.90 | 47.90 | 47.9% |
จะเห็นว่าการตั้งราคาแค่ 50 บาท เหลือกำไรไม่ถึง 30% แต่ถ้าปรับเป็น 89 บาท กำไรพุ่งขึ้นเกือบ 45.4% ทันที ตัวเลขนี้คือเหตุผลว่าทำไมการตั้งราคาบน Delivery ต้องไม่ใช้ราคาเดียวกับหน้าร้าน
มาตรฐาน Food Cost % ที่ร้านควรรู้
โดยทั่วไปร้านอาหารควรควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ (Food Cost) ให้อยู่ที่ 28–35% ของราคาขาย นั่นคือโซนปลอดภัยที่มีส่วนต่างเพียงพอสำหรับค่าแรง ค่าเช่า และค่า GP
สูตรคำนวณราคาขายจากต้นทุน: ราคาขาย = (ต้นทุนอาหาร × 100) ÷ % ต้นทุนที่ต้องการ เช่น ต้นทุน 20 บาท อยากให้ Food Cost อยู่ที่ 30% → ราคาขาย = (20 × 100) ÷ 30 = 67 บาท ซึ่งยังต้องบวก GP เพิ่มอีกก่อนตั้งราคาบนแอป
ข้อควรระวัง: ค่า GP ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายเดียวในการขาย Delivery
หลายร้านลืมนับค่าใช้จ่ายแฝงที่มาพร้อมกับการขายออนไลน์ ได้แก่
- ค่าโฆษณาบนแอป เช่น Boost หรือ Sponsored Listing ที่คิดค่าใช้จ่ายต่างหาก
- แคมเปญโปรโมชั่น ที่ร้านร่วมออกค่าใช้จ่าย เช่น ซื้อ 1 แถม 1 หรือส่วนลดพิเศษ
สาเหตุหลักที่ขายได้เยอะแต่เงินไม่เหลือ มักเป็นเพราะ "ไม่รู้ต้นทุนที่แท้จริง" นับแค่วัตถุดิบ ไม่ได้รวม GP และค่าใช้จ่ายแฝงเหล่านี้เข้าไปด้วย
วิธีป้องกัน คือคำนวณกำไรต่อเมนูให้ครบก่อนตั้งราคา และทบทวนตัวเลขทุกครั้งที่แพลตฟอร์มเปลี่ยนเงื่อนไขหรือออกแคมเปญใหม่