PR+
NEWSPLUS
Business & Lifestyle News
0%
Advertisement
บทความบรรณาธิการ สุขภาพ / ความงาม

ออมไม่อยู่-ป่วยไม่รู้: วิกฤตคู่ขนานที่คนอายุ 28–35 ปีกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้

NEW
PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส กองบรรณาธิการ
12 สิงหาคม 2569 11:00 น. อ่าน 6 นาที
5
ออมไม่อยู่-ป่วยไม่รู้: วิกฤตคู่ขนานที่คนอายุ 28–35 ปีกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้
PRNEWSPLUS.COM

สรุปเนื้อหา

อายุ 31 เงินเดือน 35,000 บาท มีหนี้บัตรเครดิตค้างอยู่ 4 ใบ และเพิ่งได้รับผลตรวจสุขภาพที่บอกว่าน้ำตาลในเลือดเริ่มสูงกว่าปกติ — ฟังดูเหมือนเรื่องของใครสักคน แต่ถ้าคุณอายุ 28–35 ปี มีโอกาสสูงมากที่เรื่องนี้กำลังพูดถึงคุณ ปัญหา ออมไม่อยู่-ป่วยไม่รู้ ในกลุ่ม Gen Y และต้น Gen Z ไม่ได้เกิดขึ้นแยกส่วนกัน...

อายุ 31 เงินเดือน 35,000 บาท มีหนี้บัตรเครดิตค้างอยู่ 4 ใบ และเพิ่งได้รับผลตรวจสุขภาพที่บอกว่าน้ำตาลในเลือดเริ่มสูงกว่าปกติ — ฟังดูเหมือนเรื่องของใครสักคน แต่ถ้าคุณอายุ 28–35 ปี มีโอกาสสูงมากที่เรื่องนี้กำลังพูดถึงคุณ ปัญหา ออมไม่อยู่-ป่วยไม่รู้ ในกลุ่ม Gen Y และต้น Gen Z ไม่ได้เกิดขึ้นแยกส่วนกัน มันเชื่อมกันแน่นผ่านกลไกที่เรียกว่า "วงจรพิษ" และถ้าไม่หยุดมันตั้งแต่ตอนนี้ ทั้งกระเป๋าสตางค์และร่างกายจะพังพร้อมกัน

ตัวเลขที่ควรทำให้คนอายุ 28–35 สะดุ้ง

เริ่มจากด้านการเงินก่อน ข้อมูลจาก NCB และ ttb analytics เมื่อมิถุนายน 2567 ระบุว่าคนไทยเกือบ 40% มีหนี้ในระบบ โดยมียอดหนี้เฉลี่ยสูงกว่า 500,000 บาทต่อคน และรายจ่ายโดยเฉลี่ยของคนไทยสูงกว่ารายได้มาตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน

ที่หนักกว่าคือตัวเลขในกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Z หรือคนอายุต่ำกว่า 30 ปี กว่าครึ่งหนึ่งเป็นหนี้แล้ว และในจำนวนนั้นราว 1 ใน 5 กลายเป็นหนี้เสีย (NPL) ตั้งแต่ยังไม่ทันถึง 30 ปี ลองนึกภาพว่าคุณเพิ่งเริ่มต้นชีวิตทำงานปีแรก แต่บนหัวมีก้อนหนี้ที่ยังไม่รู้จะจ่ายยังไง

ในระดับภาพรวม สัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP ณ สิ้นปี 2025 อยู่ที่ 86.7% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์สากลที่ถือว่า "อันตราย" ที่ 80% แล้ว โดยขับเคลื่อนหลักจากหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคล SCB EIC ที่สำรวจครัวเรือนตัวอย่างถึง 57,600 ครัวเรือนทั่วประเทศยังเตือนว่านี่คือ "ความเปราะบางเชิงโครงสร้าง" ที่อาจฉุดเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ด้านสุขภาพร่างกาย ผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 ปี 2567–2568 ฉายภาพที่น่าตกใจไม่แพ้กัน ศ.นพ.วิชัย เอกพลากร จากภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยว่าในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ของคนไทยเพิ่มขึ้นแทบทุกด้าน

โรค/ภาวะ ตัวเลขล่าสุด จำนวนคนไทย (โดยประมาณ)
ภาวะอ้วน 45% (เพิ่มจาก 28.6%) 27.4 ล้านคน
ความดันโลหิตสูง 29.5% 17.5 ล้านคน
กลุ่มอาการเมตาบอลิก 28%
ไขมันในเลือดสูง 20%
เบาหวาน 10.6% 6.1 ล้านคน

ที่น่ากลัวที่สุดคือคนไทยที่มีภาวะอ้วนและมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอรวมกันมีถึง 12 ล้านคน และ NCDs เหล่านี้ไม่รอให้คุณอายุ 40 อีกต่อไปแล้ว

ออมไม่อยู่: ทำไมเงินถึงหายไปก่อนสิ้นเดือน

ปัญหาการออมของคนรุ่น Gen Y/Z ไม่ได้เกิดจากความ "ฟุ่มเฟือย" แบบที่รุ่นพ่อแม่มักพูด แต่มีต้นเหตุเชิงโครงสร้างที่ลึกกว่านั้น

หลายคนเริ่มต้นชีวิตทำงานพร้อมหนี้ กยศ. หรือหนี้บัตรเครดิตที่ทำตั้งแต่สมัยเรียน ขณะที่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่รายได้จริงไม่ได้เพิ่มในอัตราเดียวกัน ผลที่ตามมาคือ รายจ่ายแซงหน้ารายได้มาโดยตลอด และพอรายได้ขาดก็ต้องพึ่งหนี้เพิ่มเพื่อประคองชีวิต

ตัวเลขจาก SCB EIC ในปี 2025 ยังพบว่าครัวเรือนไทยมีรายได้จากเงินช่วยเหลือเพิ่มขึ้นถึง 19.4% เทียบกับปี 2023 สวนทางกับรายได้หมวดอื่นที่ลดลง นั่นหมายความว่าครัวเรือนไทยจำนวนมากพึ่งพาการสนับสนุนจากภาครัฐหรือบุคคลภายนอกมากขึ้น แทนที่จะยืนได้ด้วยตัวเอง

ป่วยไม่รู้: ภัยเงียบที่รอซ้ำเติมตอนที่เราเปราะบางที่สุด

คนอายุ 28–35 ปีส่วนใหญ่รู้สึกว่าตัวเองยัง "แข็งแรงดี" จึงมักข้ามการตรวจสุขภาพประจำปีไป ความคิดที่ว่า "โรคพวกนี้เป็นของคนแก่" กลายเป็นจุดบอดที่อันตราย เพราะ NCDs แทบไม่มีอาการในระยะแรก

เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันพอกตับ สามารถอยู่ในร่างกายคุณได้นานเป็นปีโดยไม่แสดงตัว กว่าจะรู้ตัวก็อาจถึงขั้นที่ต้องกินยาตลอดชีวิตแล้ว คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีเองก็เตือนว่า NCDs กำลัง "คืบคลาน" เข้ามาในชีวิตคนวัยทำงานเร็วกว่าที่ทุกคนคาดคิด

ไลฟ์สไตล์ที่เอื้อต่อ NCDs ในกลุ่มนี้ได้แก่ การนั่งทำงานหน้าจอทั้งวัน กินอาหารจานด่วนเพราะไม่มีเวลา นอนดึกเพราะต้องรับงานพิเศษ และแทบไม่มีเวลาออกกำลังกาย ซึ่งทั้งหมดนี้สัมพันธ์กับภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) ที่แพร่หลักในกลุ่มวัยทำงานอย่างมาก

วงจรพิษ: เมื่อหนี้กับโรคเริ่มหมุนวนหากัน

นี่คือส่วนที่น่ากลัวที่สุดของทั้งเรื่อง ความเครียดทางการเงินไม่ได้แค่ทำให้คุณนอนไม่หลับ แต่มันเชื่อมโยงกับสุขภาพกายโดยตรง

ข้อมูลสำรวจสุขภาพจิตของกรมสุขภาพจิตพบว่า ความเครียดจากเศรษฐกิจเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของความเครียดในกลุ่มคนวัยทำงาน คิดเป็น 30.82% และ ThaiHealth Watch 2025 โดย สสส. ยังชี้ว่ากลุ่มวัยทำงานที่เครียดจัดบางส่วนถึงขั้นเลือกคิดสั้นเป็นทางออก

วงจรพิษทำงานอย่างนี้:

อ่านต่อเรื่องนี้ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงเลิกซื้อคอนโดใกล้ BTS แล้วหันมาเช่าแทน ตัวเลขปี 2569 บอกอะไร
  • หนี้สูง → ความเครียดเรื้อรัง ฮอร์โมนคอร์ติซอลพุ่งสูง
  • คอร์ติซอลสูง → นอนไม่หลับ กินอาหารขยะเพื่อปลอบใจ ไม่ออกกำลังกาย
  • พฤติกรรมแย่ลง → น้ำตาลในเลือดสูง ความดันขึ้น น้ำหนักพุ่ง
  • ป่วย NCDs → ค่ารักษาพยาบาล ขาดงาน รายได้หาย
  • หนี้เพิ่ม → วนกลับต้นวงจร

งานวิจัยต่างประเทศยังระบุด้วยว่า Burnout Syndrome ส่งผลให้เป็นโรคซึมเศร้าได้ในระยะยาว ซึ่งยิ่งทำให้ความสามารถในการจัดการการเงินและดูแลสุขภาพตัวเองลดลงไปอีก

ทางออกที่ทำได้จริง ไม่ใช่แค่ "ประหยัด" หรือ "ออกกำลังกาย"

คำแนะนำแบบเดิมๆ อย่าง "ออมก่อนใช้" หรือ "วิ่งวันละ 30 นาที" ฟังดูดี แต่ไม่ตอบโจทย์ถ้าโครงสร้างปัญหายังอยู่ครบ สิ่งที่ทำได้จริงและตัดวงจรพิษได้มากกว่าคือ

ด้านการเงิน: จัดการหนี้ก่อนคิดเรื่องออม

เมื่อหนี้สูงกว่าความสามารถชำระ การออมคือภาพลวงตา ขั้นแรกคือต้องรู้ว่าตัวเองมีหนี้เท่าไหร่ ดอกเบี้ยเท่าไหร่ แล้วจัดลำดับความสำคัญในการชำระก่อนที่ดอกเบี้ยจะกลืนกินเงินต้น หนี้ NPL ที่ถูกทิ้งไว้นานจะยิ่งฉุดเครดิตและเพิ่มต้นทุนในการกู้อนาคต

ด้านสุขภาพ: ตรวจเลือดปีละครั้งคือการลงทุน ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย

การพบ NCDs ในระยะแรกเริ่ม เช่น ค่าน้ำตาลเกินนิดหน่อย หรือความดันเริ่มสูง ยังแก้ได้ด้วยการปรับพฤติกรรม ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ถ้าปล่อยจนเป็นเบาหวานหรือต้องผ่าตัดหัวใจ ค่าใช้จ่ายนั้นคือหนี้ก้อนใหม่ที่ไม่ควรเกิดขึ้น

ด้านจิตใจ: ความเครียดต้องได้รับการ "ระบาย" ไม่ใช่แค่ "อดทน"

ThaiHealth Watch 2025 เตือนชัดว่าวัยทำงานที่เครียดสะสมโดยไม่มีทางออกเสี่ยงต่อสุขภาพจิตระยะยาว การหาที่ระบายความเครียดที่เข้าถึงได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับคนที่ไว้วางใจ หรือแม้แต่การใช้บริการสายด่วนสุขภาพจิต คือการตัดวงจรพิษในจุดที่สำคัญที่สุด

สัญญาณเตือนสองอย่างที่คนรุ่นนี้มักมองข้ามคือ ตัวเลขสีแดงในผลตรวจเลือด กับ ยอดเงินในบัญชีออมทรัพย์ที่เป็นศูนย์ ทั้งสองอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่เป็นสัญญาณที่ร่างกายและกระเป๋าสตางค์กำลังร้องขอความช่วยเหลือก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

แหล่งอ้างอิง

Advertisement

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1 ทำไม Gen Z ถึงเป็นหนี้เสีย (NPL) ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 30 ปี?

เพราะหลายคนเริ่มก่อหนี้ตั้งแต่สมัยเรียน เช่น กยศ. หรือบัตรเครดิต แล้วเจอค่าครองชีพที่สูงขึ้นในขณะที่รายได้เพิ่มไม่ทัน ทำให้ไม่สามารถชำระคืนได้ตามกำหนด ข้อมูลพบว่า Gen Z กว่าครึ่งหนึ่งเป็นหนี้แล้ว และ 1 ใน 5 กลายเป็น NPL ก่อนอายุ 30 ปี

2 โรค NCDs อย่างเบาหวานหรือความดันสูงจะรู้ตัวได้อย่างไรถ้าไม่มีอาการ?

วิธีเดียวคือการตรวจเลือดและตรวจร่างกายประจำปี เพราะ NCDs ระยะแรกแทบไม่มีอาการ กว่าจะรู้สึกว่า 'ป่วย' อาการมักรุนแรงถึงขั้นต้องพึ่งยาแล้ว การตรวจพบเร็วช่วยให้แก้ไขด้วยการปรับพฤติกรรมได้โดยไม่ต้องเสียค่ายาตลอดชีวิต

3 สัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทย 86.7% ต่อ GDP อันตรายแค่ไหน?

เกณฑ์สากลที่ถือว่าอยู่ในระดับอันตรายคือ 80% ต่อ GDP ไทยเราเกินเพดานนั้นไปแล้ว ซึ่งหมายความว่าหากเศรษฐกิจสะดุดหรือรายได้ลดลง ครัวเรือนจะมีความสามารถรองรับเพียงน้อยมากก่อนจะล้มละลาย

4 ความเครียดทางการเงินทำลายสุขภาพร่างกายได้จริงหรือ?

จริง ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตพบว่าความเครียดจากเศรษฐกิจเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของความเครียดในวัยทำงาน (30.82%) ความเครียดเรื้อรังทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลสูง ส่งผลให้พฤติกรรมสุขภาพแย่ลง และในระยะยาวเพิ่มความเสี่ยง NCDs และโรคซึมเศร้า

5 คนที่มีหนี้ท่วมควรเริ่มออมเงินก่อน หรือจัดการหนี้ก่อน?

ควรจัดการหนี้ก่อน โดยเฉพาะหนี้ดอกเบี้ยสูงอย่างบัตรเครดิต เพราะดอกเบี้ยที่สะสมทุกเดือนมักสูงกว่าผลตอบแทนการออมมาก การออมในขณะที่หนี้ดอกเบี้ยสูงยังค้างอยู่จึงเป็นการสูญเสียทางการเงินโดยไม่รู้ตัว

แชร์:
5 ครั้ง 1 ชั่วโมงที่แล้ว เผยแพร่ทันที

อยากเผยแพร่ข่าวของคุณบ้าง?

ลงข่าวแรกฟรี 1 ชิ้น • เผยแพร่ทันที • Do-Follow backlink

Advertisement
โฆษณา
ลงโฆษณาที่นี่
728 x 90
ติดต่อเรา

คัดลอกลิงก์สำเร็จ!

คัดลอกลิงก์พร้อมข้อความแล้ว
นำไปแชร์ต่อได้เลย

เชื่อมั่นโดย:
SSL Secured
Verified News

แจ้งให้ทราบ — เราใช้ Google Analytics เพื่อปรับปรุงประสบการณ์บริการ ดูรายละเอียด