PR+
NEWSPLUS
Business & Lifestyle News
0%
Advertisement
บทความบรรณาธิการ การเงิน / การลงทุน

เกษียณไม่มีเงิน: 5 รูปแบบความผิดพลาดของคนไทย และสิ่งที่ยังแก้ได้ก่อนอายุ 55

NEW
PRNewsPlus พีอาร์นิวพลัส กองบรรณาธิการ
31 สิงหาคม 2569 11:00 น. อ่าน 6 นาที
9
เกษียณไม่มีเงิน: 5 รูปแบบความผิดพลาดของคนไทย และสิ่งที่ยังแก้ได้ก่อนอายุ 55
PRNEWSPLUS.COM

สรุปเนื้อหา

คนไทยเพียง 16% เท่านั้นที่วางแผนเกษียณและทำได้ตามแผนจริงๆ ส่วนอีก 84% ที่เหลืออยู่ตรงไหนของแผนชีวิต? คำตอบน่าตกใจ คือส่วนใหญ่ยังไม่ได้เริ่มคิดด้วยซ้ำ บทความนี้รวม 5 รูปแบบความผิดพลาดในการวางแผนเกษียณที่พบบ่อยที่สุด พร้อมตัวเลขจริงและสิ่งที่ยังแก้ได้ก่อนอายุ 55 ปี ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแล้ว...

คนไทยเพียง 16% เท่านั้นที่วางแผนเกษียณและทำได้ตามแผนจริงๆ ส่วนอีก 84% ที่เหลืออยู่ตรงไหนของแผนชีวิต? คำตอบน่าตกใจ คือส่วนใหญ่ยังไม่ได้เริ่มคิดด้วยซ้ำ บทความนี้รวม 5 รูปแบบความผิดพลาดในการวางแผนเกษียณที่พบบ่อยที่สุด พร้อมตัวเลขจริงและสิ่งที่ยังแก้ได้ก่อนอายุ 55 ปี

ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแล้ว ไม่ใช่กำลังจะเข้า

หลายคนยังคิดว่า "สังคมผู้สูงอายุ" เป็นเรื่องของอนาคต แต่ความจริงคือไทยเข้าสู่สังคมนี้ตั้งแต่ปี 2548 แล้ว และในอีกไม่ถึงทศวรรษ เราจะก้าวสู่ระดับ "Super-aged society" ที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเกือบ 1 ใน 3 ของประเทศ

ตัวเลขที่น่ากังวลกว่านั้นคือ ดัชนีความพร้อมเกษียณ (NRRI) ของคนไทยในปี 2023 อยู่ที่แค่ 49.30 คะแนนจาก 100 ลดลงจาก 56.70 ในปี 2020 และถ้าดูเฉพาะความมั่นคงทางการเงิน ตัวเลขยิ่งน่าตกใจกว่า อยู่ที่เพียง 38.40 คะแนน ซึ่งหมายความว่าคนไทยโดยเฉลี่ยมีความมั่นคงทางการเงินเพื่อเกษียณไม่ถึงครึ่งของที่ควรจะเป็น

5 รูปแบบความผิดพลาดในการวางแผนเกษียณที่คนไทยทำซ้ำๆ

จากการสำรวจพฤติกรรมทางการเงินของครัวเรือนไทยและข้อมูลจากหลายหน่วยงาน พบว่าความล้มเหลวในการเกษียณไม่ได้เกิดจากโชคร้าย แต่มาจากรูปแบบความผิดพลาดซ้ำๆ เหล่านี้

รูปแบบที่ 1: ใช้จ่ายเกินตัว สะสมหนี้โดยไม่รู้ตัว

ลองนึกภาพคนที่ผ่อนมือถือ ผ่อนกระเป๋า สั่งของจากโซเชียลเดือนละหลายรายการ ทุกอย่างดูเหมือนเล็กน้อย แต่เมื่อรวมกันกลายเป็นภาระหนักที่กัดกร่อนเงินออมทุกเดือน

สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุในรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 2 ปี 2567 ว่า การซื้อสินค้าผ่านโซเชียลมีเดียแบบ "ผ่อนไปใช้ไป" เอื้อให้คนก่อหนี้ได้ง่ายขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และหนี้ครัวเรือนไทยยังคงอยู่ที่ 87.4% ต่อ GDP ณ ไตรมาส 1 ปี 2025 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์สากลที่ 80% ต่อ GDP

รูปแบบที่ 2: คิดว่าพอ แต่ไม่เคยคำนวณจริง

"มีเงินล้านก็น่าจะพอ" ความคิดนี้ผิดพลาดอย่างมหันต์ในยุคที่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นทุกปี

ข้อมูลจาก PIER ระบุว่า ชายไทยที่เกษียณปัจจุบันต้องมีเงินถึง 2.37 ล้านบาท ถ้าต้องการใช้จ่าย 10,000 บาทต่อเดือน ส่วนหญิงไทยต้องมี 3.24 ล้านบาท เพราะอายุขัยยาวกว่า และถ้าเป็นหญิงไทยอายุ 45 ปี ต้องเตรียมถึง 4.70 ล้านบาท ต่อการใช้จ่าย 10,000 บาทต่อเดือน หากต้องการใช้เดือนละ 30,000 บาท ตัวเลขนั้นกลายเป็น 14.1 ล้านบาท ทันที

ปัญหาคือคนส่วนใหญ่ไม่เคยนั่งคำนวณตัวเลขเหล่านี้จริงๆ แค่รู้สึกว่า "น่าจะพอ" ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน

รูปแบบที่ 3: ใช้เงินก้อนเกษียณชำระหนี้สิน

นี่คือกับดักที่คนจำนวนมากตกหลุม เมื่อได้รับเงินก้อนจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือเงินบำเหน็จ แทนที่จะลงทุนต่อกลับนำไปโปะหนี้บ้าน หนี้รถ หรือหนี้อื่นๆ ที่ค้างอยู่จนหมดตัว

กรมกิจการผู้สูงอายุแนะนำว่า ทางออกที่ถูกต้องคือ เคลียร์หนี้ให้หมดก่อนอายุ 60 ปี ไม่ใช่ปล่อยให้หนี้ยังอยู่แล้วค่อยจัดการหลังเกษียณ เพราะหลังเกษียณแล้ว ความสามารถในการหารายได้ลดลงอย่างชัดเจน

รูปแบบที่ 4: เกษียณแล้วแต่ภาระไม่ได้เกษียณตาม

หลายคนวางแผนเงินเกษียณโดยคิดแค่ "ค่าใช้จ่ายของตัวเอง" แต่ลืมนึกถึงภาระที่ยังมาพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นค่าเลี้ยงดูลูกที่ยังเรียนอยู่ การดูแลพ่อแม่ที่ชราลง หรือหลานที่ต้องช่วยเลี้ยง

ภาระเหล่านี้มักถูกมองว่าแยกจาก "แผนเกษียณของตัวเอง" ทั้งที่จริงๆ แล้วมันดึงเงินออกจากกระเป๋าเดียวกัน คนที่ไม่ได้คำนวณตัวเลขรวมนี้ไว้ล่วงหน้า มักพบว่าเงินหมดเร็วกว่าที่คาดมาก

รูปแบบที่ 5: รู้ตัวช้า คิดว่า "เดี๋ยวก็ทัน"

"ยังมีเวลา เดี๋ยวค่อยเก็บ" ประโยคนี้คือหายนะแบบช้าๆ ของแผนเกษียณ

ความจริงทางคณิตศาสตร์คือ ดอกเบี้ยทบต้นทำงานให้คนที่เริ่มเร็ว คนที่เริ่มออมตอนอายุ 25 ปีกับคนที่เริ่มตอน 45 ปีต้องใช้ความพยายามต่างกันหลายเท่าเพื่อถึงเป้าหมายเดียวกัน และเมื่อรู้ตัวว่าพลาดมา 20 ปี การเร่งเก็บเงินให้ทันก็ยิ่งยากขึ้น โดยเฉพาะถ้ายังมีหนี้อยู่

ตัวเลขที่คุณต้องรู้ก่อนวางแผนเกษียณ

กลุ่มเป้าหมาย ค่าใช้จ่าย/เดือน เงินที่ต้องเตรียม
ชายไทย (เกษียณปัจจุบัน) 10,000 บาท 2.37 ล้านบาท
หญิงไทย (เกษียณปัจจุบัน) 10,000 บาท 3.24 ล้านบาท
หญิงไทย อายุ 45 ปี 10,000 บาท 4.70 ล้านบาท
หญิงไทย อายุ 45 ปี 30,000 บาท 14.1 ล้านบาท

ตัวเลขข้างต้นนี้สะท้อนความจริงที่ชัดเจนมาก คือ "1 ล้าน" ไม่พอสำหรับการเกษียณในยุคนี้แน่นอน และยิ่งอายุขัยยาวขึ้น ยิ่งต้องเตรียมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

อ่านต่อเรื่องนี้เคลียร์หนี้ก่อนหรือออมก่อน? เปิดผลลัพธ์ 3 ปีของ 3 คนเงินเดือนใกล้กัน เลือกต่างกัน

สิ่งที่ยังแก้ได้ถ้าอายุยังไม่ถึง 55

ข่าวดีคือถ้าคุณอายุต่ำกว่า 55 ปี เครื่องมือและเวลายังเปิดอยู่ สมาคมนักวางแผนการเงินไทยแนะนำว่านอกจากเงินฉุกเฉิน 6–12 เดือนแล้ว ต้องวางแผนภาษี ลดความเสี่ยงในชีวิต และวางแผนเกษียณควบคู่กันไปพร้อมกัน

เครื่องมือที่ใช้แก้ปัญหาได้จริง

  • กองทุน RMF (กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ): ลงทุนระยะยาวเพื่อเกษียณ พร้อมลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี เมื่อรวมกับค่าลดหย่อนการออมเพื่อเกษียณอื่นๆ เหมาะกับคนที่ต้องการได้ประโยชน์สองทางพร้อมกัน
  • เงินชราภาพประกันสังคม: ผู้ประกันตนสามารถยื่นขอรับได้เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนแล้ว ไม่สามารถขอคืนก่อนได้ ดังนั้นต้องวางแผนให้ส่วนนี้เสริมรายได้หลังเกษียณ ไม่ใช่แหล่งเงินหลัก
  • ยืดอายุเกษียณออกไป: สำหรับคนอายุ 50 ปีขึ้นไปที่เพิ่งเริ่มออม การเลื่อนเกษียณจาก 60 ไปเป็น 65 หรือ 70 ปี ทำให้มีรายได้ต่อเนื่องและระยะเวลาสะสมเงินยาวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เริ่มต้นที่จุดนี้ก่อน ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มจากไหน

ขั้นแรกคือ คำนวณตัวเลขเป้าหมายให้ชัด ว่าต้องการใช้เงินเดือนละเท่าไหร่หลังเกษียณ แล้วคูณด้วยตัวเลขที่เหมาะกับเพศและอายุของคุณจากตารางด้านบน จากนั้นดูว่าตอนนี้มีเงินเก็บเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของเป้าหมายนั้น

ขั้นที่สองคือ เคลียร์หนี้ที่ดอกเบี้ยสูง ออกก่อน เพราะหนี้บัตรเครดิตดอกเบี้ย 18–28% ต่อปีนั้นดึงเงินออกจากกระเป๋าเร็วกว่าการลงทุนใดๆ จะสร้างผลตอบแทนได้

และขั้นที่สาม คือ เริ่มออมอย่างสม่ำเสมอ แม้จะเป็นเงินไม่มาก การทยอยออมทุกเดือนด้วยระบบ "จ่ายตัวเองก่อน" คือหัวใจของการสะสมทุนเกษียณที่ได้ผลจริง

ตัวเลขที่น่าสะท้อนใจอีกอันคือ คนที่เกษียณแล้ว (อายุ 61 ปีขึ้นไป) ที่เก็บออมได้ตามแผนที่ตั้งใจไว้มีเพียง 21–22% เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าคนที่เกษียณแล้วเกือบ 4 ใน 5 คน ไม่ได้มีเงินตามที่ตัวเองเคยคิดไว้ คุณยังมีเวลาไม่ให้ตัวเองอยู่ในกลุ่มนั้น

แหล่งอ้างอิง

Advertisement

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1 คนไทยต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ถึงจะเกษียณได้สบาย?

ขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายที่ต้องการและเพศ เช่น หญิงไทยอายุ 45 ปีที่ต้องการใช้จ่าย 10,000 บาทต่อเดือนหลังเกษียณ ต้องเตรียมเงินถึง 4.70 ล้านบาท และถ้าต้องการใช้เดือนละ 30,000 บาท ต้องเตรียมถึง 14.1 ล้านบาท

2 ดัชนีความพร้อมเกษียณ (NRRI) ของคนไทยอยู่ที่เท่าไหร่และสะท้อนอะไร?

ปี 2023 คะแนน NRRI เฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ 49.30 จาก 100 คะแนน และลดลงจาก 56.70 ในปี 2020 ส่วนดัชนีย่อยด้านความมั่นคงทางการเงิน (F-IRR) ต่ำกว่านั้น อยู่ที่ 38.40 คะแนน สะท้อนว่าคนไทยโดยเฉลี่ยยังไม่พร้อมรับมือกับวัยเกษียณ

3 กองทุน RMF ช่วยแก้ปัญหาเกษียณไม่มีเงินได้อย่างไร?

RMF เป็นเครื่องมือออมระยะยาวเพื่อเกษียณ โดยสามารถนำเงินลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี ช่วยให้ทั้งสะสมเงินและประหยัดภาษีไปพร้อมกัน

4 ถ้าอายุเกิน 50 แล้วยังไม่มีเงินออมเพื่อเกษียณเลย ยังมีทางออกไหม?

ยังมี ทางเลือกหนึ่งที่สมาคมนักวางแผนการเงินไทยแนะนำคือยืดอายุเกษียณออกไปเป็น 65 หรือ 70 ปี เพื่อให้มีรายได้ต่อเนื่องและมีเวลาสะสมเงินนานขึ้น ควบคู่กับการวางแผนภาษีและลดความเสี่ยงทางการเงิน

5 ทำไมหนี้ครัวเรือนถึงเป็นปัจจัยสำคัญที่บั่นทอนการออมเพื่อเกษียณ?

หนี้ครัวเรือนไทยอยู่ที่ 87.4% ต่อ GDP ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์สากลที่ 80% เมื่อรายได้ส่วนใหญ่ถูกดูดไปชำระหนี้ทุกเดือน เงินที่เหลือไว้ออมหรือลงทุนก็น้อยลงตามไปด้วย ส่งผลให้การสะสมทุนเกษียณทำได้ช้าและยากกว่าที่ควร

แชร์:
9 ครั้ง 1 ชั่วโมงที่แล้ว เผยแพร่ทันที

อยากเผยแพร่ข่าวของคุณบ้าง?

ลงข่าวแรกฟรี 1 ชิ้น • เผยแพร่ทันที • Do-Follow backlink

Advertisement
โฆษณา
ลงโฆษณาที่นี่
728 x 90
ติดต่อเรา

บทความที่เกี่ยวข้อง

คัดลอกลิงก์สำเร็จ!

คัดลอกลิงก์พร้อมข้อความแล้ว
นำไปแชร์ต่อได้เลย

เชื่อมั่นโดย:
SSL Secured
Verified News

แจ้งให้ทราบ — เราใช้ Google Analytics เพื่อปรับปรุงประสบการณ์บริการ ดูรายละเอียด