679,000 คน — นั่นคือจำนวนผู้ออกมาเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 ซึ่งมากกว่าปี 2566 ถึง 4 เท่า และเมื่อนับคะแนนถึง 83.45% ทีมประกันสังคมก้าวหน้าก็นำโด่งทิ้งห่างกว่า 600,000 คะแนน ครองชัยทั้งฝั่งลูกจ้างและนายจ้างพร้อมกัน ผลการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 ครั้งนี้จึงถูกสื่อหลายสำนักขนานนามว่า "แลนด์สไลด์" แต่คำถามที่ตามมาทันทีคือ: 77 นโยบายในกระเป๋านั้น อะไรจะเกิดขึ้นจริง และอะไรที่ยังเป็นแค่คำพูด?
แลนด์สไลด์ที่มาพร้อมเดิมพันกว่า 2.5 ล้านล้านบาท
วันที่ 11 ต.ค. 2569 หีบเลือกตั้งปิดลง พร้อมกับตัวเลขที่ไม่ธรรมดา ผู้ใช้สิทธิทะลุ 6.7 แสนคน และมีถึง 3 จุดเลือกตั้งที่มีคนไปลงคะแนนเกิน 200,000 คน สะท้อนว่าคนไทยเริ่มตื่นตัวกับกองทุนที่มีเงินในมือกว่า 2.5 ล้านล้านบาท มากขึ้นเรื่อย ๆ
ทีมประกันสังคมก้าวหน้านำโดย รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี และผู้สมัครรวม 14 คน ครบทั้งฝั่งผู้ประกันตนและนายจ้าง ชูจุดยืนว่า "7 เสียงไม่พอเปลี่ยนระบบ" จึงเดินหน้าล่าทุกที่นั่งเพื่อปฏิรูปโครงสร้าง การลงทุน และสิทธิประโยชน์ทั้งระบบ
บุคคลที่สื่อจับตาเป็นพิเศษคือ นางสาวศราริน เรืองปัญญาวุฒิ ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง พี่สาวของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน หลังผลคะแนนออกมา เธอกล่าวสั้นว่า "สิ่งแรกที่จะทำคือต้องการให้กองทุนเงินประกันสังคมมีความโปร่งใส ทั้งในเรื่องของการบริหารและการบริหารเงิน"
7 นโยบายเด่น จาก 77 ข้อที่หาเสียงไว้
ทีมก้าวหน้าขน 77 นโยบาย (ด้านบริหาร 42 ข้อ + ด้านสวัสดิการ 35 ข้อ) มาเป็นสัญญาประชาคม นี่คือ 7 นโยบายที่เข้มข้นที่สุดซึ่งประกาศในช่วงหาเสียง:
1. ถ่ายทอดสดประชุมบอร์ดแบบเรียลไทม์
เปิดให้สาธารณชนดูการประชุมคณะกรรมการแบบสด ๆ เพื่อสร้างความโปร่งใสตั้งแต่วันแรก นโยบายนี้เป็นหนึ่งใน "แผน 7 วันแรก" ซึ่งถือว่าทำได้ทันทีเพราะอยู่ในอำนาจของบอร์ดเอง ไม่ต้องรอกฎหมายใด
2. ผลักดันสูตรบำนาญ CARE เข้า ครม.
สูตร CARE คือโมเดลคำนวณบำนาญแบบใหม่ที่ทีมก้าวหน้าเชื่อว่า "คืนความเป็นธรรมให้ผู้ส่งเงินมาตลอดชีวิต" เป้าหมายคือผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีทันที แต่นี่คือด่านที่หนักสุด เพราะต้องแก้กฎกระทรวงและผ่านมติ ครม. ด้วย
3. หั่นงบไอทีจาก 1,500 ล้าน เหลือ 300 ล้านบาท
ลดกรอบงบพัฒนาระบบไอทีจาก 1,500 ล้านเหลือไม่เกิน 300 ล้านบาท โดยหันไปใช้ระบบส่วนกลางของภาครัฐแทน ประหยัดไปถึง 1,200 ล้านบาท ต่อรอบงบประมาณ แต่ในทางปฏิบัติยังต้องผ่านกระบวนการงบประมาณตามขั้นตอน
4. ตั้งอนุกรรมการสอบสวนโครงการเสี่ยงทุจริต
ตรวจสอบโครงการที่มีความเสี่ยงทุจริตภายในสำนักงานประกันสังคม ซึ่งอยู่ในรายการ "6 นโยบาย 7 วันแรก" เช่นกัน การตั้งอนุกรรมการสามารถทำได้หากมีเสียงส่วนใหญ่ในบอร์ด แต่อำนาจสอบสวนจริงยังมีขอบเขตตามกฎหมาย
5. ยกเลิกการสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล
ปัจจุบันผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินไปก่อนแล้วค่อยมาเบิกคืน นโยบายนี้ต้องการยกเลิกการสำรองจ่ายสำหรับค่าคลอดบุตร บำบัดทดแทนไต และโรคร้ายแรงอื่น ๆ ซึ่งต้องแก้ระเบียบของสำนักงานประกันสังคม
6. เพิ่มสิทธิค่าคลอดและฝากครรภ์
ค่าคลอดบุตร 17,500 บาท และค่าฝากครรภ์ 4,300 บาท โดยไม่ต้องสำรองจ่าย ทั้งสองข้อนี้มาพร้อมกันเพื่อลดภาระเงินก้อนที่ครอบครัวต้องหามาจ่ายล่วงหน้า
7. อุดหนุนค่าเล่าเรียนบุตรปีละ 5,000 บาท
สำหรับบุตรในระดับมัธยมที่อายุไม่เกิน 15 ปี ได้รับเงินอุดหนุนปีละ 5,000 บาท นโยบายนี้ต้องการทั้งแหล่งงบประมาณและการแก้กฎหมาย จึงกำหนดกรอบเวลาไว้ที่ประมาณ 2 ปี
เช็กความเป็นไปได้: เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 ชนะแล้ว แต่นโยบายไหนทำได้จริง?
ชนะเลือกตั้งไม่เท่ากับได้ทำทุกอย่าง นี่คือตารางที่วิเคราะห์แต่ละนโยบายแบบตรงไปตรงมา:
| นโยบาย | กรอบเวลา | ความเป็นไปได้จริง | อุปสรรคหลัก |
|---|---|---|---|
| ถ่ายทอดสดประชุมบอร์ด | 7 วันแรก | ✅ ทำได้ทันที | อยู่ในอำนาจบอร์ด ไม่ต้องรอกฎหมาย |
| ลดงบไอที 1,500→300 ล้าน | 7 วันแรก | ⚠️ ทำได้บางส่วน | ต้องผ่านกระบวนการงบประมาณ |
| ตรวจสอบโครงการเสี่ยงทุจริต | 7 วันแรก | ⚠️ ทำได้บางส่วน | ขึ้นอยู่กับการตั้งอนุกรรมการ |
| สูตรบำนาญ CARE | 1 ปี | ❌ ยาก | ต้องผ่าน ครม. และแก้กฎกระทรวง |
| ยกเลิกสำรองจ่ายค่าคลอด | 1 ปี | 🟡 ปานกลาง | ต้องแก้ระเบียบสำนักงาน สปส. |
| อุดหนุนค่าเล่าเรียนบุตร | 2 ปี | ❌ ยาก | ต้องมีงบและแก้กฎหมาย |
| ดึงกองทุนออกนอกระบบราชการ | ระยะยาว | 🔴 ยากมาก | ต้องแก้ พ.ร.บ.ประกันสังคม |
เสียงค้าน: ชนะการเมืองแต่คณิตศาสตร์ประกันภัย "ไม่ผ่าน"
ไม่ใช่ทุกคนจะปรบมือให้ ดร.สุวินัย ภรณวลัย ตั้งคำถามสำคัญว่า "ชัยชนะในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมมีความหมายอะไร?" โดยชี้ว่าชัยชนะนี้เป็นเรื่องการเมือง แต่คณิตศาสตร์ประกันภัยยังไม่ผ่าน
อ่านต่อเรื่องนี้โรงพยาบาลรัฐ vs เอกชน ปี 2569: ค่าใช้จ่ายจริงต่างกันเท่าไร และประกันสุขภาพแบบไหนคุ้มกว่ากัน
ประเด็นนี้สำคัญมากเพราะกองทุนประกันสังคมไม่ใช่กล่องเงินที่บอร์ดเปิดใช้ได้อิสระ มีสมการรายรับ-รายจ่ายระยะยาวที่ต้องรักษาสมดุล การเพิ่มสวัสดิการโดยไม่มีแหล่งรายได้ใหม่อาจกดดันความยั่งยืนของกองทุน
ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเองก็ยอมรับบางส่วน โดยประกาศว่า "มีปฏิรูป ไม่มีปฏิทิน" — ซึ่งฟังดูก้าวหน้า แต่ก็หมายความว่ายังไม่มีไทม์ไลน์ชัดเจนว่าแต่ละนโยบายจะสำเร็จเมื่อไหร่
ยิ่งไปกว่านั้น เป้าหมายระยะยาวอย่างการดึงกองทุนออกจากระบบราชการเพื่อให้บริหารอย่างเป็นอิสระและเป็นมืออาชีพ ยังต้องอาศัยการแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม ซึ่งต้องผ่านรัฐสภา ไม่ใช่สิ่งที่บอร์ดทำได้ฝ่ายเดียว
ขั้นตอนถัดไปหลังชนะเลือกตั้ง
แม้ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการออกมาแล้ว แต่สำนักงานประกันสังคมระบุว่าคาดว่าจะรับรองผลอย่างเป็นทางการภายใน 30 วัน นั่นหมายความว่านโยบาย "7 วันแรก" ในทางปฏิบัติยังไม่เริ่มนับ จนกว่าการรับรองจะเสร็จสิ้น
เมื่อผ่านด่านนั้น บอร์ดชุดใหม่ยังต้องเผชิญกับฝ่ายราชการในสำนักงานประกันสังคม กระบวนการจัดสรรงบประมาณ และที่สำคัญที่สุดคือการผลักดันนโยบายผ่านช่องทางที่กฎหมายกำหนด ซึ่งช้ากว่าสเต็ปที่หาเสียงไว้เสมอ
สิ่งที่คนทำงานและผู้ประกันตนกว่า 679,000 คนที่ออกมาใช้สิทธิจะต้องจับตาคือ: นโยบายโปร่งใสอย่างการถ่ายทอดสดประชุมบอร์ด จะเกิดขึ้นภายใน 7 วันหลังรับรองจริงหรือไม่ — เพราะนั่นจะเป็น "บทพิสูจน์แรก" ที่ง่ายที่สุดแต่บอกอะไรได้มากที่สุด
แหล่งอ้างอิง
- The Thaiger — มัดรวม 77 นโยบาย ประกันสังคมก้าวหน้า ว่าที่บอร์ดประกันสังคมใหม่ อย่างไม่เป็นทางการ
- มติชน — เปิด 77 นโยบาย ทีมประกันสังคมก้าวหน้า กางแผน 7 วันแรก
- Thai PBS — นับแล้ว 4.9 ล้านคะแนน ทีมประกันสังคมก้าวหน้า คว้าชัยเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ไม่เป็นทางการ
- เดลินิวส์ — ประกันสังคมก้าวหน้า ชนะแลนด์สไลด์ แต่ระวังจบที่ปากเหว
- The Thaiger — เปิด 6 นโยบาย ประกันสังคมก้าวหน้า ลุย 7 วันแรก หั่นงบไอที 1,500 ล้าน เหลือ 300 ล้าน
- แนวหน้า — ดร.สุวินัย ชี้ ชนะเลือกตั้งประกันสังคม แค่เรื่องการเมือง แต่คณิตศาสตร์ประกันภัยไม่ผ่าน
- ประชาชาติธุรกิจ — กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิงบอร์ดประกันสังคม 2569 แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน

