มีผู้ลงทะเบียนขอรับ เงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 แล้วกว่า 1,422,167 ครัวเรือน ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569 แต่ยอดโอนสำเร็จจริงล่าสุด ณ วันที่ 10 ตุลาคม อยู่ที่เพียง 36,899 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงิน 302 ล้านบาท ช่องว่างระหว่างตัวเลขสองชุดนี้ไม่ได้เกิดจากระบบช้าเพียงอย่างเดียว แต่มีหลายสาเหตุที่ทำให้คำร้องถูกตัดสิทธิ์ตั้งแต่ต้น โดยที่ผู้ยื่นไม่รู้ตัว
เงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 คืออะไร ใครอนุมัติ และใครได้บ้าง
คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ครอบคลุมเหตุการณ์น้ำท่วมในช่วงวันที่ 15 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2569 ใน 65 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับธนาคารออมสินเป็นผู้ดำเนินการจ่ายเงิน
หัวใจของมาตรการคือ ช่วยเหลือ 1 ครั้งต่อ 1 หลังคาเรือน เท่านั้น และจำนวนเงินที่ได้รับขึ้นอยู่กับสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นจริง ดังนี้
| กรณี | เงื่อนไข | เงินช่วยเหลือ |
|---|---|---|
| กรณีที่ 1 | ที่อยู่อาศัยประจำน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และมีทรัพย์สินเสียหาย | 9,000 บาท |
| กรณีที่ 2 | ที่อยู่อาศัยประจำน้ำท่วมขังติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป | 9,000 บาท |
| กรณีที่ 3 | บ้านถูกน้ำล้อมรอบจนดำรงชีวิตไม่ได้ตามปกติ ติดต่อกันเกิน 7 วัน | 5,000 บาท |
| กรณีที่ 4 | พักในอาคารสูง น้ำไม่ถึงชั้นที่พัก แต่กระทบการดำรงชีวิตติดต่อกันเกิน 7 วัน | 5,000 บาท |
นอกจากนี้ กรณีพื้นที่ที่น้ำยังท่วมขังอยู่แม้เลยวันที่ 30 กันยายน 2569 ก็ยังสามารถลงทะเบียนได้ หลังจากน้ำลดแล้ว โดยเลือกวันเริ่มต้นและสิ้นสุดตามความเป็นจริง
4 สาเหตุหลักที่ทำให้เงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 ไม่เข้าบัญชี
ปภ. เผยว่าสาเหตุที่โอนเงินไม่สำเร็จมีหลายปัจจัย บางข้อดูเล็กน้อยแต่ตัดสิทธิ์ได้เต็มๆ ลองเช็กตัวเองว่าเข้าข่ายข้อไหนบ้าง
สาเหตุที่ 1: ไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน
นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ระบบการโอนเงินของรัฐใช้ พร้อมเพย์ (PromptPay) ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน เป็นช่องทางหลัก หากยังไม่ได้ผูกบัญชี แม้คำร้องจะผ่านการตรวจสอบแล้ว เงินก็โอนเข้าบัญชีไม่ได้อยู่ดี
วิธีแก้ไขคือ ไปติดต่อธนาคารที่มีบัญชีอยู่เพื่อลงทะเบียนพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก แล้วรอรอบการโอนถัดไป ซึ่งดำเนินการโดยธนาคารออมสิน
สาเหตุที่ 2: บ้านที่ยื่นไม่ใช่ "ที่อยู่อาศัยประจำ"
ครม. กำหนดชัดเจนว่าเงินเยียวยามีไว้สำหรับ ที่อยู่อาศัยประจำ เท่านั้น บ้านหลังที่สอง บ้านพักตากอากาศ หรือที่อยู่ที่ไม่ได้พักจริงจะถูกตัดออกทันที
ข้อดีที่หลายคนไม่รู้คือ ผู้เช่าห้อง/อพาร์ตเมนต์มีสิทธิ์ได้รับเงินด้วย ถ้าเจ้าหน้าที่ลงสำรวจแล้วยืนยันว่าน้ำท่วมจริงและพักอาศัยจริง แม้บ้านหลังนั้นจะแบ่งออกเป็นหลายห้อง แต่ละห้องก็มีสิทธิ์รับแยกกัน
สาเหตุที่ 3: กรอกข้อมูล อปท./พื้นที่ผิด
จุดนี้เป็นกับดักเงียบที่คนพลาดโดยไม่รู้ตัว เพราะดูเหมือนกรอกข้อมูลครบแล้ว แต่ถ้า จังหวัด อำเภอ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาล/อบต./สำนักงานเขต) ไม่ตรงกับที่ตั้งของบ้านที่เกิดเหตุ ระบบจะตรวจไม่พบว่าพื้นที่นั้นอยู่ในเขตประสบสาธารณภัย คำร้องจะไม่ผ่านการตรวจสอบโดยอัตโนมัติ
ตัวอย่างที่พบบ่อย เช่น บ้านอยู่ในเขตเทศบาลตำบลแห่งหนึ่ง แต่กลับเลือก อบต. ข้างเคียงที่ชื่อคล้ายกัน หรืออยู่ในเขตกรุงเทพฯ แต่เลือกเขตผิด วิธีแก้คือตรวจสอบกับสำนักงาน อปท. ในพื้นที่โดยตรง แล้วยื่นคำร้องแก้ไขข้อมูลผ่านช่องทางที่กำหนด
สาเหตุที่ 4: สถานการณ์น้ำท่วมไม่เข้าเกณฑ์ใดเลย
กรณีที่ยากที่สุดคือน้ำท่วมไม่ถึง 7 วัน และ ไม่มีหลักฐานทรัพย์สินเสียหาย ซึ่งจะไม่เข้าเงื่อนไขกรณีที่ 1 หรือ 2 เลย เช่น น้ำท่วมขัง 3 วันแล้วระบาย ไม่มีข้าวของเสียหาย กรณีแบบนี้จะไม่ผ่านเกณฑ์ตามมติ ครม. แม้จะรู้สึกว่าได้รับผลกระทบจริง
หากน้ำท่วมน้อยกว่า 7 วัน ต้องมีหลักฐานความเสียหายของทรัพย์สินชัดเจน เช่น ภาพถ่าย หรือใบประเมินความเสียหายจากเจ้าหน้าที่ที่ลงสำรวจพื้นที่
ถ้ายังแก้ไขได้ ทำอะไรได้บ้าง
ผู้ที่ตรวจสอบแล้วพบว่าติดปัญหาในข้อใดข้อหนึ่ง ยังมีทางออกอยู่ ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่พบ
อ่านต่อเรื่องนี้มรสุมปี 2569 มาเร็ว 3 สัปดาห์: ประกันภัยบ้านคุ้มครองน้ำท่วมจริงไหม และอะไรที่คนมักพลาด
- ยังไม่ผูกพร้อมเพย์: รีบผูกบัญชีกับเลขบัตรประชาชนที่ธนาคารได้ทันที ระบบจะดึงข้อมูลในรอบการโอนถัดไป
- กรอกพื้นที่ผิด: ติดต่อสำนักงาน อปท. ในพื้นที่เพื่อขอแก้ไขข้อมูลคำร้อง หรือสอบถามขั้นตอนการยื่นคำร้องใหม่
- บ้านไม่ใช่ที่อยู่ประจำตามระบบ: ขอหนังสือรับรองจาก อปท. หรือทะเบียนบ้านเพื่อยืนยันสถานะที่อยู่อาศัย
- น้ำท่วมไม่ถึงเกณฑ์: รวบรวมหลักฐานภาพถ่ายและเอกสารความเสียหาย ยื่นอุทธรณ์ผ่านช่องทางราชการในพื้นที่
สิ่งสำคัญคือ ห้ามยื่นคำร้องซ้ำโดยไม่แจ้งยกเลิกของเดิม เพราะระบบจะถือว่ายื่นซ้ำและตัดสิทธิ์ทั้งหมด ต้องติดต่อ อปท. หรือ ปภ. ในพื้นที่ก่อนเสมอ
ช่องทางเช็กสถานะเงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 อย่างเป็นทางการ
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดี ปภ. ย้ำเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ว่า ผู้ประสบภัยที่ยื่นคำร้องผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" สามารถตรวจสอบสถานะแบบเรียลไทม์ได้ผ่าน 2 ช่องทางเท่านั้น ได้แก่
- แอปพลิเคชัน ทางรัฐ ที่ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการ
- ช่องทางของ ปภ. ที่แจ้งไว้อย่างเป็นทางการ
คำเตือนสำคัญ: ปภ. เตือนให้ระมัดระวังลิงก์ปลอมจากมิจฉาชีพที่อ้างว่าสามารถตรวจสอบสถานะหรือเร่งการโอนเงินได้ หากเจอลิงก์แปลกปลอมที่ขอข้อมูลส่วนตัวหรือเลขบัญชี ให้หยุดทันทีและแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2569 ปภ. ยืนยันว่าระบบยังอยู่ระหว่างการทยอยส่งข้อมูลผู้ผ่านเกณฑ์ให้ธนาคารออมสินเพื่อดำเนินการโอนเงินต่อเนื่อง ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบแต่ยังไม่ได้รับเงิน ไม่จำเป็นต้องยื่นใหม่ เพียงรอการโอนในรอบถัดไป
แหล่งอ้างอิง
- ฐานเศรษฐกิจ – ยอดโอน 302 ล้าน 36,899 ครัวเรือน และสาเหตุโอนไม่สำเร็จ (10 ต.ค. 2569)
- Thai PBS – ปภ. แนะ 2 ช่องทางเช็กสถานะ (9 ต.ค. 2569)
- ไทยรัฐ – วิธีเช็กสถานะผ่านแอปฯ ทางรัฐ (7 ต.ค. 2569)
- ทางรัฐ – คู่มือทางการ แอปทางรัฐ จุดสำคัญที่ห้ามทำผิด (6 ต.ค. 2569)
- ประชาชาติธุรกิจ – เกณฑ์คุณสมบัติและขั้นตอนลงทะเบียน (7 ต.ค. 2569)
- Sanook Money – สถานะในแอป แปลว่าอะไร (8 ต.ค. 2569)
- ไทยรัฐ – สรุปเงื่อนไข 4 กลุ่ม (2 ต.ค. 2569)
- โพสต์ทูเดย์ – ยอดโอนล่าสุด (10 ต.ค. 2569)

